21 พฤศจิกายน 2561
10.59 K

Hello~ It’s me…

เราคงไม่ต้องเล่าเรื่อง Hello Kitty ให้เสียเวลา จริงมั้ย เพราะคงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของคาแรกเตอร์หญิงสาวหน้าตาคล้ายแมวที่มาพร้อมโบว์ติดผม นอกจากจะเป็นตัวแทนเด็กสาวทั้งโลกแล้ว Hello Kitty ยังเป็นคาแรกเตอร์แบรนด์ที่ Collaborate เก่งที่สุดในโลก ไม่ว่าใดๆ บนโลกนี้ล้วน Hello Kitty ได้ทั้งหมด และต่อให้เบื่อหน้าแค่ไหนเราก็ยอมรับว่าตื่นเต้นทุกทีที่เห็นคิตตี้ปรากฏตัวตามที่ต่างๆ

Hello from the other side…

เราคงจะปล่อยให้ชามกระเบื้องสีขาวนวลผ่านหน้าเราไปเฉยๆ ถ้าไม่บังเอิญเห็นว่าน้องมะม่วงอยู่ในนั้น แถมไม่ได้มาคนเดียวแต่นั่งหวีผมเกี่ยวก้อยอยู่กับ Hello Kitty เพื่อนเซเลปจากญี่ปุ่น

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

ร้อนจน The Cloud ต้องขอนัดหมาย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร ซึ่งเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นพอดี เราถามเขาถึงบรรยากาศวันเวิร์กช็อปจานกระเบื้องใบพิเศษจากคอลเลกชัน Hello Kitty x Mamuang ที่ร้านหนังสือใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งเราคิดว่าเด็กน้อยคงวิ่งเล่นเต็มงานแน่ๆ

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

“เกือบทั้งหมดของคนที่มาเข้าร่วมเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นและเป็นแฟนคลับมะม่วง” ตั้มเล่าก่อนจะบอกข้อมูลที่น่าตื่นเต้น อย่างกลุ่มคนอ่านมะม่วงในญี่ปุ่น อายุระหว่าง 25 – 40 ปี เป็นหนุ่มสาวเก๋ๆ ในแวดวงศิลปะและงานสร้างสรรค์

ขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าคุณทายผิด ถ้าคุณแอบคิดในใจว่าเบื้องหลังการทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นการยืมมือสาวน้อยหน้าแมวคนสวย ปูทางให้น้องมะม่วงคนครุ่นคิดเข้าสู่ตลาดมวลชนคนหมู่มาก เพราะแท้จริงมะม่วงเองก็ดังมากๆ ในญี่ปุ่น

นอกจากจะคุยกับตั้มถึงประสบการณ์ทำงานกับบริษัทคาแรกเตอร์แบรนด์เจ้าใหญ่ในญี่ปุ่นแล้ว เรายังตื่นเต้นกับโจทย์จาก Sanrio ที่ขอให้มะม่วงช่วยทำให้คิตตี้กลับมาดูโอชาเระ หรือสวยเก๋ มีรสนิยม น่ารักถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งยังยอมให้ตั้ม วิศุทธิ์ วาดคิตตี้ลายเส้นแบบเดียวกับมะม่วง ซึ่งถือว่าเป็นไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ได้รับสิทธิ์นี้

ระหว่างอ่านโปรดทำจิตใจให้แข็งแกร่งดังภูผา

จนจบบทความ ใครสั่งจองกาน้ำชา Hello Kitty x Mamuang ได้ก่อน คนนั้นชนะ!

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Mamuang

น้อยคนจะรู้ว่ามะม่วงแจ้งเกิดที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2003 หรือ 10 ปีก่อนที่จะมาระเบิดความน่ารักในบ้านเกิดเมืองนอน

เราใช้โอกาสที่พบกันครั้งนี้ถามที่มาและความตั้งใจจริงที่เขาวาดมะม่วง เด็กสาวครุ่นคิด รวมถึงเหตุผลที่ทำไมมะม่วงเป็นที่รักของคนเก๋ๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งตั้มบอกว่า แค่มะม่วงยืนอยู่เฉยๆ คนญี่ปุ่นก็ชอบแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากเลย เธอก็กลืนไปกับวัฒนธรรมของที่นั่น

He

“เราเป็นคนชอบวาดการ์ตูนให้มีเรื่องราว อย่างน้อยๆ ขอเขียนสักประโยคหนึ่งเถอะ เรายอมรับว่ายังมีอีโก้นี้อยู่ เราไม่ใช่คนที่คิดแค่ว่าอะไรน่ารัก-ไม่น่ารัก ก่อนหน้านี้ที่เราวาดเรื่อง hesheit เราไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ด้วยซ้ำ สิ่งที่เราสื่อสารเสมอคือ ‘อย่าไปสนหน้าตาของมัน โปรดมองที่จิตใจของมัน’ เราจึงวาด hesheit ให้หน้าตาน่าเกลียดมากๆ ในครึ่งเรื่องแรก จนเมื่ออ่านจบเขาจะพบว่า เขาเผลอตัดสินคนที่หน้าตาไปแล้ว จนไปๆ มาๆ คนเริ่มมองว่างานของเราเท่จังเลย คิดจะขีดฆ่าก็ทำเลย เราก็รู้สึกว่าคนกำลังตัดสินที่เปลือกอีกแล้ว เราก็เลยวาดมะม่วงและเพื่อนๆ ตัวการ์ตูนอื่นขึ้นมา

“ซึ่งการที่เราบอกว่าคนหน้าตาไม่ดี มีจิตใจที่ดี ไม่ได้แปลว่าเรากำลังบอกว่าคนหน้าตาดี จิตใจไม่ดีนะ เช่นกันกับการที่เราบอกว่าคนจนมีน้ำใจ เราไม่ได้หมายความว่าคนรวยไม่มีน้ำใจ เป็นเหตุผลที่ผมอยากให้คนเลิกมองกันที่เปลือก ด้วยการวาดสิ่งที่ดูเหมือนจะน่ารักออกมา” ตั้มเล่า

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

She

“วันหนึ่งแฟนเราเห็นมะม่วงก็บอกว่าน่ารัก และขอเอาไปสกรีนเสื้อ ตอนนั้นเราก็กังวลว่ามะม่วงไม่ได้มีเนื้อเรื่องเลยนะแล้วมันจะบ่งบอกความเก่งกาจของเราได้ยังไง เพราะตอนนั้นเราวาด hesheit เรามีฟีลลิ่ง โชคดีที่เราฟังที่คนอื่นพูดนะ เพราะเสื้อขายแป๊บเดียวหมดทั้งๆ ที่ไม่มีใครรู้จักเลยว่ามะม่วงคืออะไร ที่ตลกคือเราวาดเสื้อลาย hesheit แขวนขายอยู่ราวข้างๆ กัน แต่ใช้เวลา 3 ปีถึงจะขายหมด” ตั้มเล่า เขาบอกว่า วันนั้นเขาไม่เข้าใจสักนิดเดียวว่ามะม่วงน่ารักตรงไหน

“แล้วทุกวันนี้คุณรู้สึกว่ามะม่วงน่ารักบ้างหรือยัง” เราถาม

“บางที” เขาตอบ

“ตอนไหนที่มะม่วงน่ารักสำหรับคุณ” เราถาม

“ตอนเขาพูดประโยคคมๆ” เขาตอบ ก่อนจะรีบเล่าต่อว่า

“เราเป็นคนวาดมะม่วงก็จริง แต่เราก็ไม่ใช่คนแบบนี้ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก เราก็วาดสิ่งที่ไม่สวยงามเพียงแต่คนไม่มองมันเท่านั้น ซึ่งถ้าเรามัวแต่สนใจว่าเราเป็นคนวาด hesheit เราจะไม่ทำอะไรน่ารักๆ หรอก จับจดอยู่กับอีโก้ของตัวเอง มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย อย่างน้อยการที่มะม่วงพูดประโยคอะไรๆ ออกมามันก็อาจจะดี”

It

“เหมือนมะม่วงเกิดมาเพื่อลดอีโก้ของชายที่ชื่อว่าวิศุทธิ์” เราสรุป ซึ่งเจ้าตัวรีบพยักหน้าเห็นด้วย

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Hello Kitty

ไม่แปลกที่ผู้ชายอย่างตั้ม วิศุทธิ์ จะไม่ใช่แฟนตัวยงของคิตตี้ แต่ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ ซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนและออกแบบคาแรกเตอร์ ตั้มบอกว่า เขารู้สึกทึ่งที่ไม่เห็นต้องวาดการ์ตูนให้เป็นเรื่องหรือจำเป็นต้องมีหน้าตาแสดงอารมณ์มากมาย คิตตี้ก็เป็นที่รู้จักไปทั้งโลก

“ตอนเราวาดมะม่วงแรกๆ เราก็พยายามวาดมะม่วงให้มีความรู้สึกเหมือนที่เราทำกับ hesheit คิดอะไรเยอะๆ ใส่อีโก้ตัวเองลงไปให้คนเห็นว่าฉันมีอะไร ฉันคิดอะไรถึงวาดรูปนี้ออกมา แต่ผลคือ มันไม่ออกมาเป็นเสื้อที่ดี แต่พอวาดมะม่วงหน้าตาเฉยๆ กลับออกมาเป็นเสื้อที่ดีและขายดีด้วย ซึ่งการขายดีก็เป็นส่วนหนึ่งของเนื้องานนะ เพราะเราทำเสื้อขาย เราก็พบว่าวาดไปวาดมา มะม่วงก็เหมือนคิตตี้นี่นา คิตตี้ไม่เห็นต้องมีอารมณ์เลย ที่ผ่านมาเรามอง Sanrio แบบนั้น เจ๋งว่ะที่เขาทำมันออกมาในแบบที่มันควรจะเป็น” ตั้มเล่าความรู้สึกที่ไม่ต่างจากวันหนึ่ง จู่ๆ ก็ได้มาเป็นเพื่อนกับดาราที่ดูในโทรทัศน์ตอนเด็ก

Hello, how are you today?

ไม่เกินจริงเลยสักนิดหากจะบอกว่า การ collaborate ระหว่าง Hello Kitty และแบรนด์หรือคาแรกเตอร์แบรนด์ต่างๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก นับจนถึงตอนนี้มีคิตตี้อยู่ในทุกที่ที่คุณจะคิดออก เครื่องเขียน รองเท้ากีฬา บนเครื่องบิน โรงแรม โรงพยาบาล แต่ต่อให้คนจะเบื่อหน้าคิตตี้แล้ว หลายคนก็ยังตื่นเต้นเสมอเมื่อรู้ว่า Sanrio และทีมงานที่ดูแลการ collaborate ของคิตตี้ (ต่อไปนี้จะขอเรียกสั้นๆ ว่า ทีมคิตตี้) กำลังจะทำอะไรใหม่ๆ

Hello Kitty x Mamuang ก็เช่นกัน เรารู้ข่าวนี้ในวันที่ถ้วยชาม จาน กา และชุดน้ำชากระเบื้องสุดคราฟต์ ทุกอย่างถูกจับจองไปแล้วตั้งแต่ 3 วันแรก

โจทย์ของการ collaborate ระหว่าง Hello Kitty และ Mamuang ครั้งนี้มาจากคิตตี้กำลังเจอปัญหาว่าคนที่เคยซื้อคิตตี้ตอนเด็กๆ ซึ่งตอนนี้อายุ 30 – 40 ปีแล้ว เลิกสนใจคิตตี้และของพวกนี้ไปแล้ว

แต่คนเหล่านั้น คนที่สนใจชีวิต ศิลปะ ในตอนนี้เขากำลังชอบคาแรกเตอร์ของมะม่วง การ์ตูนที่มีผู้อ่านเป็นคนอายุ 25 – 40 ปี สนใจแฟชั่น รักการอ่านนิตยสาร

ลองคิดภาพตามว่าจะน่ากรี๊ดแค่ไหน ถ้าอยู่ๆ แฟนคลับตัวยงก็เจอคิตตี้อยู่กับมะม่วง

ทีมคิตตี้เล่าเหตุผลที่เลือกมาทำงานร่วมกับมะม่วงและตั้มว่า Sanrio มีความเชื่อในการทำงานว่าจะไม่ทำงานด้วยความฉาบฉวย แต่จะทำสิ่งที่อยู่ได้นาน ทำสิ่งที่ใครๆ เห็นแล้วรู้สึกดีกับมันไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่

และตัวตนของมะม่วงก็เป็นเช่นนั้น

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Hello Kitty X Mamuang

แม้ Sanrio จะเป็นแบรนด์ใหญ่ที่แข็งแรง แต่ก็ไม่พ้นต้องปรับตัว

“เขาพูดคำนี้เลยว่า อยากทำให้คิตตี้ดู ‘Oshare’ โอชาเระ ความหมายคือดูดี มีรสนิยม ปัญหาที่แท้จริงของ Sanrio คือ คิตตี้ไม่โอชาเระอีกต่อแล้ว คนเก๋ๆ ไม่ซื้อคิตตี้ เป็นเหตุผลที่เขาอยากทำงานร่วมกับมะม่วง เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจงานศิลปะ ชอบฟังเพลง ชอบแต่งตัว แม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบความคุ้มทุนด้านธุรกิจ” ตั้มเล่า

君といる自分が好き

ชอบตัวเองตอนที่อยู่กับเธอ

ในการทำงานร่วมกันสิ่งที่น่าสนใจคือ การทำการบ้านอย่างหนักของทีมคิตตี้

หนึ่ง ทีมคิตตี้เข้าใจ Mood & Tone หรืออารมณ์ความคิดถึงอดีต หรือ Nostalgia ที่มีอยู่ในมะม่วง

“คนญี่ปุ่นเห็นมะม่วงแล้วรู้สึกคิดถึงอดีต จากลายเส้นเรียบๆ ซึ่งต่างจากคาแรกเตอร์การ์ตูนทั่วไปที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์” ตั้มว่าอย่างนั้น

สอง ทีมคิตตี้รู้ว่ากลุ่มคนที่ชอบมะม่วงน่าจะชื่นชอบอะไร

“นอกจากข้าวของเครื่องใช้เครื่องเขียน ยังมีจาน ชาม กา และชุดน้ำชา ที่ทีมคิตตี้ตั้งใจเลือกโรงงานทำกระเบื้องชั้นดีเพราะรู้ว่าแฟนคลับมะม่วงชอบงานคราฟต์ๆ และไม่เพียงคัดเลือกภาชนะ แต่ยังออกแบบตำแหน่งการวางมะม่วงและคิตตี้บนนั้นด้วย เราทำหน้าที่วาดมะม่วงและคิตตี้ในแบบเราอย่างเต็มที่” ตั้มเล่าพร้อมยื่นจานกระเบื้องในมือให้เราสัมผัส

ขอโทษที่เราต้องร้องบอกว่า นอกจากสีจะน่ารักแล้ว รูปทรงของถ้วยชาม จาน และกาน้ำชา ตรงหน้ายังน่ารักสมเป็นมะม่วงที่พกอุปกรณ์ไปปาร์ตี้น้ำชากับคิตตี้ที่สวนอังกฤษหลังบ้านจริงๆ

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

ドレスアップして、会ったことない自分に会える

แต่งตัวใหม่แล้วจะได้พบตัวเองคนใหม่

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเห็นคิตตี้ในลายเส้นอื่นที่ไม่ใช้ลายเส้นคอมพิวเตอร์

มะม่วงเป็นคาแรกเตอร์แบรนด์ไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ Sanrio ยินยอมให้คิตตี้มีลายเส้นอื่น

“ความรู้สึกเหมือนการที่เราบอกกับ Marvel หรือ Walt Disney ว่า ‘คุณช่วยวาดมะม่วงในลายเส้นของคุณหน่อย จะเป็นอะไรก็ได้ ผมชอบทั้งนั้นเพราะผมชอบคุณ” ตั้มเล่า เขาบอกว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจของคนญี่ปุ่นทำให้เขายิ่งตั้งใจอยากวาดออกมาให้ดี

“เรารู้สึกว่า หนึ่ง เออ ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าเอารูปลายเส้นเวกเตอร์ของเขามาแปะอยู่กับรูปของเรามันจะเข้ากันดีไหม และสอง ทำให้เรากำหนดท่าทางของมะม่วงและคิตตี้ได้อิสระ”

ขวดนม ไอติม โบว์ติดผม ไม้เทนนิส รองเท้าเทนนิส คือไอเทมคิตตี้ๆ ที่ทีมเสนอให้ตั้มลองเลือกใช้ตามเหมาะสม โดยการทำงานร่วมกันระหว่างทาง ทั้งทีมคิตตี้และตั้มจะสื่อสารหน้าตาที่ถูกต้องของคิดตี้กันอยู่เสมอ แม้จะได้รับคอมเมนต์ที่บอกว่าตาเล็กไป หูเล็กไป หรือหน้ายาวไป คิตตี้เวอร์ชันแก้ไขแล้วในแบบตั้มก็ยังมีความเป็นมะม่วงอยู่วันยังค่ำ และนั่นก็เป็นที่ถูกใจของแฟนๆ จนเครื่องกระเบื้อง Hello Kitty X Mamuang ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ 3 วันแรกที่วางจำหน่าย

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

全ての気持ちを楽しむ

เอนจอยทุกความรู้สึก

ในการทำงานร่วมกัน สิ่งที่ทีมคิตตี้ขอจากมะม่วงคือธีมหลัก 3 ตีม อวกาศ ม้านั่ง เล่นเทนนิส

ซึ่งม้านั่งเป็นฉากต้นตำรับที่ทำให้ใครๆ ก็จดจำคิตตี้ได้ ขณะที่เทนนิสเป็นกีฬาโปรดของคิตตี้ ส่วนอวกาศมาจากการที่ทีมคิตตี้ศึกษาผลงานที่ผ่านมาของตั้ม ไม่ว่าจะในการ์ตูน hesheit มะม่วง หรือมิวสิกวิดีโอ แล้วพบว่างานของตั้มมักปรากฏฉากอวกาศเสมอ

ขณะที่สิ่งที่ตั้มขอจากคิตตี้คือ ประโยคจากมะม่วง

“คิตตี้กับประโยคภาษาไทย?” เราถาม

“ใช่ๆ คนญี่ปุ่นเขาชอบภาษาไทยมากๆ นะ อย่างหนังสือเรื่องมะม่วงที่พิมพ์ขายที่ญี่ปุ่น เขายังขอให้คงภาษาไทยไว้ แล้วใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นซับไตเติลเลย” ตั้มเล่า

เหตุผลที่ประโยคคำพูดดีๆ จากมะม่วงนั้นสำคัญ เพราะตั้มอยากให้มะม่วงมีมากกว่าความน่ารัก “ประโยคคำพูดจากมะม่วงอาจจะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรหรือใครได้หรอก เพราะไม่นานคนก็จะลืมประโยคนั้น แต่มันจะทำให้คนจดจำได้ สมมติเวลาผ่านไปสิบปี เราก็จะจำได้ว่ามะม่วงเคยพูดประโยคคล้ายกันนี้นะ เราเชื่อว่าคงทำให้เขารู้สึกดีไปอีกแบบ”

好きになったときは、心はうそをつかない

เวลารู้สึกชอบอะไร หัวใจไม่ได้โกหกคุณหรอก

แม้จะรู้มาบ้างว่าสังคมญี่ปุ่นแสนประนีประนอม แต่ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมคิตตี้และมะม่วง ตั้มเล่าว่า เขาประทับใจความมืออาชีพของทีม โดยเฉพาะการพูดบอกกันตรงๆ ว่าแบบไหนน่ารักลงตัวแล้ว และแบบไหนยังไม่น่ารัก

“กับงานที่ขอให้วาดมะม่วง เราไม่คิดมากตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่ามะม่วงต้องเป็นแบบไหนหรือห้ามเป็นแบบไหน เราคิดแค่ว่าถ้าเราอยากทำอะไรที่อีโก้ มากๆ เราก็คงเขียนการ์ตูน hesheit ตามใจตัวเอง”

ตลอดการสนทนา เราถามตั้มซ้ำๆ ว่าเขาเป็นห่วงภาพลักษณ์เด็กสาวช่างคิดของมะม่วงบ้างหรือเปล่าเมื่อต้องอยู่กับเพื่อนสาวคนใหม่ที่ชื่อคิตตี้ ตั้มเองก็ตอบซ้ำๆ เช่นกันว่า เขาไม่ห่วงเรื่องนี้เลย และเป็นทีมคิตตี้เองต่างหากที่คอยช่วยตรวจการรักษาความเป็นมะม่วงให้แทน

“Sanrio มีความเชื่อและวิถีชีวิตเขาแบบนั้น มีความฝันแบบคนยุคก่อนที่อยากทำสิ่งที่ทำให้คนเห็นแล้วมีความสุข ไม่คิดเพียงเพื่อจะขายให้ได้มากๆ และถ้าจะพูดกันตามความจริง สินค้าเหล่านี้ก็ไม่ใช่ของที่ทำแล้วขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำขนาดนั้นหรอก แต่มันทำให้รู้สึกมากกว่านั้น” ตั้มเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับทีมคิตตี้ใน Sanrio ได้เห็นว่า Sanrio เป็นบริษัทที่เคารพในงานของตัวเองมากๆ ไม่ว่าเขาจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เอาล่ะ เรารู้ว่าคุณรอคอยช่วงเวลานี้อยู่ ถึงเวลาช้อปปิ้งแล้ว

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

7 กุมภาพันธ์ 2565
6.94 K

ถ้าคิดถึง ‘Netflix’ แน่นอนว่าต้องนึกถึงหนังหรือซีรีส์เรื่องโปรดสักเรื่อง

ถ้าพูดถึง ‘สมใจ’ ก็อาจจะนึกถึงปากกาลื่น ๆ สักด้าม กับสมุดโน้ตคู่ใจสักเล่ม พร้อมบรรดาเครื่องเขียนและอุปกรณ์ศิลป์

แล้วถ้าหาก Netflix ทำบางอย่างร่วมกับ สมใจ อยู่ล่ะ ก็คงต้องนึกถึง…

ครั้งแรกที่เราได้ยินว่าค่ายสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่กำลังจะมีการ ‘Collaborate’ กับร้านเครื่องเขียนในตำนาน ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่า การโคจรมาเจอกันระหว่างซีรีส์กับเครื่องเขียนจะออกมาในทิศทางไหน แต่มันเป็นความนึกไม่ออกที่ว้าวมาก ๆ รู้ตัวอีกที มือก็กดโทรศัพท์พร้อมฟังปลายสายบอกเล่าเรื่องราวโปรเจกต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้แล้ว

“ถ้าคนเห็นสิ่งที่เราจะทำ จะต้องรู้เลยว่า มันเป็นหนังซอมบี้บุกโรงเรียนหรือว่านักเรียนซอมบี้” เอย-ภัทศา อัตตนนท์ เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และพร้อมสำหรับการเกิดขึ้นของแคมเปญในครั้งนี้มาก ๆ 

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

All of Us Are Dead หรือ มัธยมซอมบี้ เป็นซีรีส์รื่องใหม่ที่กำลังฉายผ่านทางเน็ตฟลิกซ์และเป็นที่พูดถึงจนติดแฮชแท็ก #มัธยมซอมบี้ ในทวิตเตอร์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งแคมเปญการโปรโมตครั้งนี้ Netflix ได้ร่วมงานกับ Creative Agency and Production Design Lab ระดับคุณภาพของเมืองไทยอย่าง Jongluckdee ซึ่งเป็นผู้รังสรรค์ให้เกิดการ Collaboration กับสมใจขึ้นในที่สุด

ซีรีส์เกิดขึ้นในโรงเรียน เป็นเรื่องการดิ้นรนเอาชีวิตรอดพร้อมต่อสู้กับบรรดาเพื่อน ๆ ที่ทยอยกลายร่างเป็นซอมบี้ทีละคน จึงจำเป็นต้องมีตำราวิชาเอาตัวรอด Jongluckdee จึงไม่ลังเลที่จะเลือกทำงานร่วมกับร้านเครื่องเขียนระดับตำนานภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นสาม อย่าง ตาล-นพนารี พัวรัตนอรุณกร ซึ่งเธอก็ตอบตกลงในวินาทีแรก

Stationary Set นี้จึงเกิดขึ้น ประกอบไปด้วยชุดเครื่องเขียนเปื้อนเลือดตรงตามธีมซอมบี้ ไม่ว่าจะเป็นสมุด ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด ฉีกทุกกฎของเครื่องเขียนในร้านแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และโจทย์ในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การมาเจอกันเพื่อทำให้เกิดสินค้าชิ้นหนึ่งแล้วจบไป แต่เป็นการสร้างสตอรี่ให้คนสัมผัสได้ที่ร้านสมใจทุกสาขา สตอรี่ที่ว่านั่นคืออะไร เอยและตาลพร้อมที่จะเปิดไมค์เล่าให้เราฟังแล้ว

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ
การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

บรีฟที่ 1 : Netflix x สมใจ = 

“โจทย์แรกมาด้วยการบอกว่า จะมีซีรีส์เกาหลีเกี่ยวกับซอมบี้” 

เมื่อทางทีม Jongluckdee ได้รับโจทย์นี้ แม้ในตอนแรกที่ยังไม่ทราบชื่อเรื่องภาษาไทย ทางทีมก็คิดไว้ก่อนเลยว่า ต้องทำให้คนรู้สึกใหม่ ไม่ใช่ซอมบี้ที่เขาคุ้นเคย

ต้องทำให้คนเชื่อได้ว่าซอมบี้กับโรงเรียนเป็นเรื่องเดียวกัน ต้องส่งเมสเสจให้ได้ว่าซอมบี้บุกโรงเรียน หรือนักเรียนซอมบี้ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นมิติที่ใหม่ด้วย

หลังจากได้รับโจทย์ ทีมงานมีเวลาอีกเพียง 1 เดือนที่จะทำให้โปรเจกต์นี้สำเร็จ (ขนาดเราเองยังลุ้นไปด้วยว่า 1 เดือนท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งติดเทศกาลปีใหม่พ่วงมาถึงตรุษจีน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เต็มร้อย งานนี้คงจะเป็นไปได้ยากแน่)

ความท้าทายแรกและความท้าทายเดียวที่มีคือ “จะทำยังไงให้ที่เราตั้งใจไว้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันออกมาเป็นแบบ 300 เปอร์เซ็นต์” 

เราเห็นคำว่าโรงเรียน เรารู้เลยว่าสมการนี้ถูกต้อง

พอเป็นคำว่าโรงเรียน แน่นอนว่าเครื่องเขียนเป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ 

แต่ร้านเครื่องเขียนก็มีเป็นร้อย คงไม่ใช่เหตุผลนี้อย่างเดียวแน่ ๆ

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดตามทุกแคมเปญของ Netflix จะสัมผัสได้เลยว่า แคมเปญทั้งหมดเน้นการสื่อสารกับผู้คน ให้เข้าถึงได้ง่ายกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคม 

ฉะนั้น หนึ่งในเช็กลิสต์ของการเลือกแบรนด์ที่ Netflix จะทำงานด้วยด้วย คือแบรนด์นั้น ๆ ต้องเข้าใจคน เข้าใจสังคม และรู้ว่าจะสื่ออะไรออกไปให้ผู้คน ซึ่งสมใจมีทุกอย่าง แถมยังมีมากกว่านั้น 

“ที่เราเลือกสมใจ อย่างหนึ่งคือ เขามีหน้าร้านที่คนแวะเวียนไปได้หลายสาขา ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ได้เป็นแค่ชุดเครื่องเขียนแล้วก็จบ ให้เขาต่อยอดไปได้”

เจตนารมณ์นั้นสมบูณ์ในที่สุด และไม่ใช่แค่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คน แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพาร์ตเนอร์อีกด้วย

“พอทีมทำคอนเซ็ปต์ออกมา เราต้องดูก่อนเลยว่า มันจะไม่ไปแตะความเป็นสมใจ มันต้องอยู่ในจุดที่พอดี ไม่มีใครเสียประโยชน์”

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

3 หัวใจ สู่การตัดสินใจของสมใจ

สูตรทั่วไปทางการตลาดที่ว่า การลงทุนคือกำไร พวกเรารู้จักกันและคุ้นเคยกันดี เป้าหมายแรกในการตัดสินใจทำอะไรสักอย่างของหลายคนก็คงจะเป็นสิ่งนี้

แต่สำหรับสมใจ ยังมี 3 สิ่งที่สำคัญกว่าผลกำไร นั่นคือ ทีม ลูกค้า และพาร์ตเนอร์

พวกเขาให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ทุกฝ่าย ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกันเป็น ‘ทีม’ และมองว่าการร่วมงานในครั้งนี้ จะเพิ่มโอกาสให้ทุกคนในทีมได้ท้าทายด้วยการทำอะไรใหม่ ๆ 

และให้ความสำคัญกับ ‘ลูกค้า’ และอยากเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเด็ก เพราะเด็ก ๆ ส่วนใหญ่รู้จัก มัธยมซอมบี้ ตั้งแต่เป็นการ์ตูน ถ้าพวกเขารู้ว่าจะมีชุดเครื่องเขียนในธีมซอมบี้เกิดขึ้น และมีการจัดหน้าร้านให้เหมือนฉากในซีรีส์ พร้อมทั้งมีพนักงานโรลเพลย์เป็นซอมบี้ น่าจะเป็นที่ฮือฮาในหมู่เด็ก ๆ และบรรยากาศการมาเลือกซื้อเครื่องเขียนที่ร้านคงจะกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง

อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ คือสมใจให้ความสำคัญกับ ‘พาร์ตเนอร์’ การที่ได้มาคอลแลบกับ Netflix เป็นการปลดล็อกแนวคิดบางอย่าง และเป็นการพาแบรนด์เดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งสเต็ป

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

สำคัญกว่าสินค้าคือประสบการณ์ของลูกค้า

“เราก็เลยจะทำให้เป็นซอมบี้จริง ๆ แบบมีคนไปแสดงอยู่หน้าร้านสมใจ และเนรมิตดิสเพลย์กระจกให้เป็นฉากหนึ่งในซีรีส์ เพื่อให้คนได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับซอมบี้เหมือนหลุดเข้าไปในหนัง และชุดเครื่องเขียนนี้ เราไม่ได้ขาย เราทำมาให้เป็นของรางวัลแก่คนที่มาเข้าร่วม ดังนั้นทั้งหมดก็ได้ร้อยเรียงออกมาเป็น Experience เดียวกันหมด” เอยเล่าถึงแผนงานของแคมเปญนี้

“เริ่มต้นด้วยการมี School Bus ใน 7 วัน 7 สถานที่ โดยวันสุดท้ายจะไปจบที่สามย่านมิตรทาวน์ เสมือนว่ารถโรงเรียนได้ส่งซอมบี้ไปอาละวาดที่สามย่านมิตรทาวน์ และด้วยความที่ซอมบี้เป็นนักเรียน ก็เลยเลือกไปอาละวาดที่ร้านเครื่องเขียน อาละวาดไปถึงขั้นแพร่เชื้อซอมบี้ไปที่แคชเชียร์ เพราะเดี๋ยวแคชเชียร์จะแต่งเป็นซอมบี้ทั้ง 5 สาขาเลย” 

การรวมพลังสร้างสรรค์ภาพใหม่ของแคมเปญซอมบี้ ผ่านทีมจงรักดีและสมใจ

เอยและตาลเห็นตรงกันว่า อยากส่งต่อสารนี้ให้คนได้เข้าถึงและจับต้องได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่ให้เครื่องเขียนชุด Survival Kit นี้ไปแล้วจบ จึงมีการเนรมิตแปลงโฉมร้านสมใจทั้ง 5 สาขา ให้เข้ากับธีม มัธยมซอมบี้ เลือดสาดขั้นสุด จัดเต็มยิ่งกว่าฮัลโลวีน โดยสมใจซัพพอร์ตถึงขั้นว่าเปลี่ยนป้ายร้านเป็นสีดำ พร้อมด้วยตัวอักษรเปื้อนเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับแนวคิดของทายาทรุ่นเก่า อีกทั้งยังมีดิสเพลย์หน้าร้าน ที่บังบรรยากาศในร้านแบบที่ทายาทรุ่นเก่าปลูกฝังและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอดว่า หน้าร้านต้องโปร่ง โล่ง ลูกค้ามองเข้ามาต้องชัด และเห็นทุกสรรพสิ่งภายใน แต่ตาลเลือกจะออกจากกรอบเดิมและเพิ่มภาพใหม่ให้กับร้าน 

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

รุ่นสามสื่อสารกับรุ่นเก่าอย่างไร

เราเองเป็นลูกค้าของสมใจมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ภาพจำที่มีต่อที่นี่จึงเป็นร้านเครื่องเขียนสุดคลาสสิกมาโดยตลอด ขนาดเราเองที่เป็นลูกค้ายังคุ้นเคยกับภาพแบบนั้น ทายาทรุ่นเก่าก็คงต้องมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมากกว่าเราเป็นแน่ 

“ตาลโชคดีที่เขาไว้ใจ” ประโยคเดียวสั้น ๆ แต่กลับเป็นคำตอบของทุกอย่าง

ตาลเล่าว่าสมใจเคยมีประสบการณ์การ Collaboration มาก่อนหน้านี้แล้ว 2 – 3 ครั้ง ซึ่งในทุกครั้งจะแจงรายละเอียดของต้นทุนและการประเมินค่าผลกำไร รวมทั้งแผนงานทั้งหมดอย่างชัดเจนให้ที่บ้านฟัง พอเขารับรู้ได้ถึงความตั้งใจและรับรู้รายละเอียดที่ตอบทุกคำถาม จึงมั่นใจให้ทายาทรุ่นสามคนนี้ต่อยอดความคิดและขับเคลื่อนแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ 

แนวคิดเปิดกว้างแบบนี้ ที่ทำให้ร้านเก่ายังเก๋ามาจนถึงทุกวันนี้

Talk of the Town Overnight

เมื่อเราได้คำตอบจากทุกข้อสงสัย ประการสุดท้าย คือ ผลลัพธ์ของสมการนี้

ความสำเร็จสำหรับแคมเปญนี้คืออะไร-เราถาม

“Talk of the Town ชั่วข้ามคืน” เอยตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้เราอยากทำความเข้าใจกับโจทย์ข้อนี้ต่อ สิ่งนี้นับว่าเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับการทำงานของ Jongluckdee ก็ว่าได้ 

ในทุก ๆ ไอเดียที่ออกมา จะต้องเลือกทางที่มีความใหม่ มีความท้าทาย เหมือนเป็นการได้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น อย่างในครั้งนี้ การเลือกเปิดแคมเปญด้วย School Bus ทางทีมต้องคิดหนักมาก เพราะอาจจะสร้างความตกใจให้คนที่พบเห็นได้ ทุกคนทำการบ้านหนักมาก จนสุดท้ายผลตอบรับก็ดีเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ 

“แสดงให้เห็นแล้วว่ามาถูกทาง เพราะทุกอันถ้ามันใช่ มันจะมีความเป็นไปไม่ได้อยู่ในนั้น” นี่แหละหนึ่งในสูตรลับความสำเร็จของเอย

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

ทุก ๆ แคมเปญที่ Netflix ทำ หัวใจสำคัญคือ

หนึ่ง คนดูจะต้องรู้สึกได้ว่าเขาให้เกียรติผู้ชม 

สอง ทีมต้องมีความภูมิใจในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเอเจนซี่หรือว่าทีมลูกค้าเอง 

นี่จึงเป็นอีก 2 สิ่งสำคัญที่แสดงถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง สื่อต้องไปถึงผู้รับอย่างที่ตั้งใจ และสิ่งนั้นต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำงาน 

“ทางทีม Jongluckdee เราเห็นสปิริตของเด็ก ๆ ที่เขามีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำงานนี้ มันเหมือนเราต่อเติมความฝันให้คนทำงาน ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง แต่วันนี้เราเหมือนมาเติมเชื้อไฟนั้นให้สว่างยิ่งขึ้น มันจึงเป็นมากกว่าการทำงานที่ทำเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจ” 

ฟังมาถึงตรงนี้ เราไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแคมเปญนี้ถึงออกมาดีเหนือจินตนาการ และเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเพียงชั่วข้ามคืน

เบื้องหลังเครื่องเขียนเปื้อนเลือด Netflix x สมใจ หยิบ ‘มัธยมซอมบี้’ มาสร้างประสบการณ์กลางกรุง

สม-ใจ สมใจ

“ถ้าออกไปแล้วมันไม่นิ่ง มันก็คือใช่ แต่มันจะไปไกลขนาดไหน อันนี้ตาลก็ถือว่าเป็นกำไรแล้วกัน”

จากคำตอบนี้ เราเชื่อเลยว่าเอยและตาลมองเห็นภาพเดียวกันจริง ๆ ถึงทำให้ทุกกระบวนการของแคมเปญนี้มีคุณค่าและมีคุณภาพอย่างมาก รวมไปถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด ความคาดหวังให้ผลงานที่ทำออกมาส่งไปถึงผู้คนได้ตามที่ตั้งใจ ก็นับเป็นนิยามของความสำเร็จ

สำหรับตาลการที่ได้มาคอลแลบกับ Netflix ในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นและแสดงให้เห็นว่าสมใจพร้อมปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเป็นไปของสังคม โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวตนและไม่ละเลยคนเบื้องหลังที่สำคัญ นั่นคือทุกคนในทีมที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาเป็นการร่วมงานที่สมบูรณ์ในครั้งนี้ เหมือนที่ตาลเล่าพร้อมรอยยิ้มว่า 

“ในแง่การบริหาร การที่เราปรับให้ทันสมัยมากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่มีค่ากว่าทุก ๆ อย่าง จากที่สมใจมาจากศูนย์ จนถึงทุกวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวเปิดรับเรื่องใหม่ ๆ รวมไปถึงความภูมิใจของทุกคนในทีม มันมีค่ามากจริง ๆ”

“ไม่รู้ว่าปลายทางจะสำเร็จหรือไม่ แต่ว่าแค่ได้มาถึงจุดนี้ ตาลก็ดีใจแล้ว”

คำกล่าวทิ้งท้ายบทสัมภาษณ์ของตาล ทำให้เราได้คำตอบของแบบฝึกหัดข้อนี้

ตอบ : Netflix x สมใจ = ความสำเร็จของการทำงานกันในรูปแบบชุดเครื่องเขียนเรื่อง มัธยมซอมบี้ ที่เต็มไปด้วยการเป็นที่พูดถึง การถูกจดจำ รวมไปถึงการทำงานร่วมกันของทีมงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่า มากเกินกว่าจะประเมินค่าได้

เสาะหาชุดเครื่องเขียน ‘เปิดตำรา วิชาเอาตัวรอด’ พร้อมคู่มือแนะนำวิธีใช้เครื่องเขียนเหล่านี้เป็นอุปกรณ์ต่อกรกับซอมบี้ ทั้งสมุด ดินสอกด ไม้บรรทัด ยางลบ กระดาษโน้ต และแฟ้มพลาสติก ได้แล้ววันนี้ที่ร้านสมใจทั้ง 5 สาขา ได้แก่ สามย่านมิตรทาวน์, อาคารสยามกิตติ์, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัล สีลม คอมเพล็กซ์ และมาบุญครอง 

มาสัมผัสและเก็บภาพบรรยากาศห้องเรียนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เชื้อไวรัสซอมบี้แพร่ระบาด พร้อมกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ที่หน้าร้านและออนไลน์ให้ได้ร่วมสนุก ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ ร้านสมใจ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ศิลป์ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load