Hello~ It’s me…

เราคงไม่ต้องเล่าเรื่อง Hello Kitty ให้เสียเวลา จริงมั้ย เพราะคงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของคาแรกเตอร์หญิงสาวหน้าตาคล้ายแมวที่มาพร้อมโบว์ติดผม นอกจากจะเป็นตัวแทนเด็กสาวทั้งโลกแล้ว Hello Kitty ยังเป็นคาแรกเตอร์แบรนด์ที่ Collaborate เก่งที่สุดในโลก ไม่ว่าใดๆ บนโลกนี้ล้วน Hello Kitty ได้ทั้งหมด และต่อให้เบื่อหน้าแค่ไหนเราก็ยอมรับว่าตื่นเต้นทุกทีที่เห็นคิตตี้ปรากฏตัวตามที่ต่างๆ

Hello from the other side…

เราคงจะปล่อยให้ชามกระเบื้องสีขาวนวลผ่านหน้าเราไปเฉยๆ ถ้าไม่บังเอิญเห็นว่าน้องมะม่วงอยู่ในนั้น แถมไม่ได้มาคนเดียวแต่นั่งหวีผมเกี่ยวก้อยอยู่กับ Hello Kitty เพื่อนเซเลปจากญี่ปุ่น

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

ร้อนจน The Cloud ต้องขอนัดหมาย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร ซึ่งเพิ่งกลับมาจากญี่ปุ่นพอดี เราถามเขาถึงบรรยากาศวันเวิร์กช็อปจานกระเบื้องใบพิเศษจากคอลเลกชัน Hello Kitty x Mamuang ที่ร้านหนังสือใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งเราคิดว่าเด็กน้อยคงวิ่งเล่นเต็มงานแน่ๆ

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

“เกือบทั้งหมดของคนที่มาเข้าร่วมเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นและเป็นแฟนคลับมะม่วง” ตั้มเล่าก่อนจะบอกข้อมูลที่น่าตื่นเต้น อย่างกลุ่มคนอ่านมะม่วงในญี่ปุ่น อายุระหว่าง 25 – 40 ปี เป็นหนุ่มสาวเก๋ๆ ในแวดวงศิลปะและงานสร้างสรรค์

ขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าคุณทายผิด ถ้าคุณแอบคิดในใจว่าเบื้องหลังการทำงานร่วมกันครั้งนี้เป็นการยืมมือสาวน้อยหน้าแมวคนสวย ปูทางให้น้องมะม่วงคนครุ่นคิดเข้าสู่ตลาดมวลชนคนหมู่มาก เพราะแท้จริงมะม่วงเองก็ดังมากๆ ในญี่ปุ่น

นอกจากจะคุยกับตั้มถึงประสบการณ์ทำงานกับบริษัทคาแรกเตอร์แบรนด์เจ้าใหญ่ในญี่ปุ่นแล้ว เรายังตื่นเต้นกับโจทย์จาก Sanrio ที่ขอให้มะม่วงช่วยทำให้คิตตี้กลับมาดูโอชาเระ หรือสวยเก๋ มีรสนิยม น่ารักถูกใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งยังยอมให้ตั้ม วิศุทธิ์ วาดคิตตี้ลายเส้นแบบเดียวกับมะม่วง ซึ่งถือว่าเป็นไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ได้รับสิทธิ์นี้

ระหว่างอ่านโปรดทำจิตใจให้แข็งแกร่งดังภูผา

จนจบบทความ ใครสั่งจองกาน้ำชา Hello Kitty x Mamuang ได้ก่อน คนนั้นชนะ!

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Mamuang

น้อยคนจะรู้ว่ามะม่วงแจ้งเกิดที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2003 หรือ 10 ปีก่อนที่จะมาระเบิดความน่ารักในบ้านเกิดเมืองนอน

เราใช้โอกาสที่พบกันครั้งนี้ถามที่มาและความตั้งใจจริงที่เขาวาดมะม่วง เด็กสาวครุ่นคิด รวมถึงเหตุผลที่ทำไมมะม่วงเป็นที่รักของคนเก๋ๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งตั้มบอกว่า แค่มะม่วงยืนอยู่เฉยๆ คนญี่ปุ่นก็ชอบแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมากเลย เธอก็กลืนไปกับวัฒนธรรมของที่นั่น

He

“เราเป็นคนชอบวาดการ์ตูนให้มีเรื่องราว อย่างน้อยๆ ขอเขียนสักประโยคหนึ่งเถอะ เรายอมรับว่ายังมีอีโก้นี้อยู่ เราไม่ใช่คนที่คิดแค่ว่าอะไรน่ารัก-ไม่น่ารัก ก่อนหน้านี้ที่เราวาดเรื่อง hesheit เราไม่ได้สนใจภาพลักษณ์ด้วยซ้ำ สิ่งที่เราสื่อสารเสมอคือ ‘อย่าไปสนหน้าตาของมัน โปรดมองที่จิตใจของมัน’ เราจึงวาด hesheit ให้หน้าตาน่าเกลียดมากๆ ในครึ่งเรื่องแรก จนเมื่ออ่านจบเขาจะพบว่า เขาเผลอตัดสินคนที่หน้าตาไปแล้ว จนไปๆ มาๆ คนเริ่มมองว่างานของเราเท่จังเลย คิดจะขีดฆ่าก็ทำเลย เราก็รู้สึกว่าคนกำลังตัดสินที่เปลือกอีกแล้ว เราก็เลยวาดมะม่วงและเพื่อนๆ ตัวการ์ตูนอื่นขึ้นมา

“ซึ่งการที่เราบอกว่าคนหน้าตาไม่ดี มีจิตใจที่ดี ไม่ได้แปลว่าเรากำลังบอกว่าคนหน้าตาดี จิตใจไม่ดีนะ เช่นกันกับการที่เราบอกว่าคนจนมีน้ำใจ เราไม่ได้หมายความว่าคนรวยไม่มีน้ำใจ เป็นเหตุผลที่ผมอยากให้คนเลิกมองกันที่เปลือก ด้วยการวาดสิ่งที่ดูเหมือนจะน่ารักออกมา” ตั้มเล่า

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

She

“วันหนึ่งแฟนเราเห็นมะม่วงก็บอกว่าน่ารัก และขอเอาไปสกรีนเสื้อ ตอนนั้นเราก็กังวลว่ามะม่วงไม่ได้มีเนื้อเรื่องเลยนะแล้วมันจะบ่งบอกความเก่งกาจของเราได้ยังไง เพราะตอนนั้นเราวาด hesheit เรามีฟีลลิ่ง โชคดีที่เราฟังที่คนอื่นพูดนะ เพราะเสื้อขายแป๊บเดียวหมดทั้งๆ ที่ไม่มีใครรู้จักเลยว่ามะม่วงคืออะไร ที่ตลกคือเราวาดเสื้อลาย hesheit แขวนขายอยู่ราวข้างๆ กัน แต่ใช้เวลา 3 ปีถึงจะขายหมด” ตั้มเล่า เขาบอกว่า วันนั้นเขาไม่เข้าใจสักนิดเดียวว่ามะม่วงน่ารักตรงไหน

“แล้วทุกวันนี้คุณรู้สึกว่ามะม่วงน่ารักบ้างหรือยัง” เราถาม

“บางที” เขาตอบ

“ตอนไหนที่มะม่วงน่ารักสำหรับคุณ” เราถาม

“ตอนเขาพูดประโยคคมๆ” เขาตอบ ก่อนจะรีบเล่าต่อว่า

“เราเป็นคนวาดมะม่วงก็จริง แต่เราก็ไม่ใช่คนแบบนี้ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก เราก็วาดสิ่งที่ไม่สวยงามเพียงแต่คนไม่มองมันเท่านั้น ซึ่งถ้าเรามัวแต่สนใจว่าเราเป็นคนวาด hesheit เราจะไม่ทำอะไรน่ารักๆ หรอก จับจดอยู่กับอีโก้ของตัวเอง มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย อย่างน้อยการที่มะม่วงพูดประโยคอะไรๆ ออกมามันก็อาจจะดี”

It

“เหมือนมะม่วงเกิดมาเพื่อลดอีโก้ของชายที่ชื่อว่าวิศุทธิ์” เราสรุป ซึ่งเจ้าตัวรีบพยักหน้าเห็นด้วย

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Hello Kitty

ไม่แปลกที่ผู้ชายอย่างตั้ม วิศุทธิ์ จะไม่ใช่แฟนตัวยงของคิตตี้ แต่ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ ซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนและออกแบบคาแรกเตอร์ ตั้มบอกว่า เขารู้สึกทึ่งที่ไม่เห็นต้องวาดการ์ตูนให้เป็นเรื่องหรือจำเป็นต้องมีหน้าตาแสดงอารมณ์มากมาย คิตตี้ก็เป็นที่รู้จักไปทั้งโลก

“ตอนเราวาดมะม่วงแรกๆ เราก็พยายามวาดมะม่วงให้มีความรู้สึกเหมือนที่เราทำกับ hesheit คิดอะไรเยอะๆ ใส่อีโก้ตัวเองลงไปให้คนเห็นว่าฉันมีอะไร ฉันคิดอะไรถึงวาดรูปนี้ออกมา แต่ผลคือ มันไม่ออกมาเป็นเสื้อที่ดี แต่พอวาดมะม่วงหน้าตาเฉยๆ กลับออกมาเป็นเสื้อที่ดีและขายดีด้วย ซึ่งการขายดีก็เป็นส่วนหนึ่งของเนื้องานนะ เพราะเราทำเสื้อขาย เราก็พบว่าวาดไปวาดมา มะม่วงก็เหมือนคิตตี้นี่นา คิตตี้ไม่เห็นต้องมีอารมณ์เลย ที่ผ่านมาเรามอง Sanrio แบบนั้น เจ๋งว่ะที่เขาทำมันออกมาในแบบที่มันควรจะเป็น” ตั้มเล่าความรู้สึกที่ไม่ต่างจากวันหนึ่ง จู่ๆ ก็ได้มาเป็นเพื่อนกับดาราที่ดูในโทรทัศน์ตอนเด็ก

Hello, how are you today?

ไม่เกินจริงเลยสักนิดหากจะบอกว่า การ collaborate ระหว่าง Hello Kitty และแบรนด์หรือคาแรกเตอร์แบรนด์ต่างๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก นับจนถึงตอนนี้มีคิตตี้อยู่ในทุกที่ที่คุณจะคิดออก เครื่องเขียน รองเท้ากีฬา บนเครื่องบิน โรงแรม โรงพยาบาล แต่ต่อให้คนจะเบื่อหน้าคิตตี้แล้ว หลายคนก็ยังตื่นเต้นเสมอเมื่อรู้ว่า Sanrio และทีมงานที่ดูแลการ collaborate ของคิตตี้ (ต่อไปนี้จะขอเรียกสั้นๆ ว่า ทีมคิตตี้) กำลังจะทำอะไรใหม่ๆ

Hello Kitty x Mamuang ก็เช่นกัน เรารู้ข่าวนี้ในวันที่ถ้วยชาม จาน กา และชุดน้ำชากระเบื้องสุดคราฟต์ ทุกอย่างถูกจับจองไปแล้วตั้งแต่ 3 วันแรก

โจทย์ของการ collaborate ระหว่าง Hello Kitty และ Mamuang ครั้งนี้มาจากคิตตี้กำลังเจอปัญหาว่าคนที่เคยซื้อคิตตี้ตอนเด็กๆ ซึ่งตอนนี้อายุ 30 – 40 ปีแล้ว เลิกสนใจคิตตี้และของพวกนี้ไปแล้ว

แต่คนเหล่านั้น คนที่สนใจชีวิต ศิลปะ ในตอนนี้เขากำลังชอบคาแรกเตอร์ของมะม่วง การ์ตูนที่มีผู้อ่านเป็นคนอายุ 25 – 40 ปี สนใจแฟชั่น รักการอ่านนิตยสาร

ลองคิดภาพตามว่าจะน่ากรี๊ดแค่ไหน ถ้าอยู่ๆ แฟนคลับตัวยงก็เจอคิตตี้อยู่กับมะม่วง

ทีมคิตตี้เล่าเหตุผลที่เลือกมาทำงานร่วมกับมะม่วงและตั้มว่า Sanrio มีความเชื่อในการทำงานว่าจะไม่ทำงานด้วยความฉาบฉวย แต่จะทำสิ่งที่อยู่ได้นาน ทำสิ่งที่ใครๆ เห็นแล้วรู้สึกดีกับมันไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่

และตัวตนของมะม่วงก็เป็นเช่นนั้น

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Hello Kitty X Mamuang

แม้ Sanrio จะเป็นแบรนด์ใหญ่ที่แข็งแรง แต่ก็ไม่พ้นต้องปรับตัว

“เขาพูดคำนี้เลยว่า อยากทำให้คิตตี้ดู ‘Oshare’ โอชาเระ ความหมายคือดูดี มีรสนิยม ปัญหาที่แท้จริงของ Sanrio คือ คิตตี้ไม่โอชาเระอีกต่อแล้ว คนเก๋ๆ ไม่ซื้อคิตตี้ เป็นเหตุผลที่เขาอยากทำงานร่วมกับมะม่วง เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจงานศิลปะ ชอบฟังเพลง ชอบแต่งตัว แม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่ไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบความคุ้มทุนด้านธุรกิจ” ตั้มเล่า

君といる自分が好き

ชอบตัวเองตอนที่อยู่กับเธอ

ในการทำงานร่วมกันสิ่งที่น่าสนใจคือ การทำการบ้านอย่างหนักของทีมคิตตี้

หนึ่ง ทีมคิตตี้เข้าใจ Mood & Tone หรืออารมณ์ความคิดถึงอดีต หรือ Nostalgia ที่มีอยู่ในมะม่วง

“คนญี่ปุ่นเห็นมะม่วงแล้วรู้สึกคิดถึงอดีต จากลายเส้นเรียบๆ ซึ่งต่างจากคาแรกเตอร์การ์ตูนทั่วไปที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์” ตั้มว่าอย่างนั้น

สอง ทีมคิตตี้รู้ว่ากลุ่มคนที่ชอบมะม่วงน่าจะชื่นชอบอะไร

“นอกจากข้าวของเครื่องใช้เครื่องเขียน ยังมีจาน ชาม กา และชุดน้ำชา ที่ทีมคิตตี้ตั้งใจเลือกโรงงานทำกระเบื้องชั้นดีเพราะรู้ว่าแฟนคลับมะม่วงชอบงานคราฟต์ๆ และไม่เพียงคัดเลือกภาชนะ แต่ยังออกแบบตำแหน่งการวางมะม่วงและคิตตี้บนนั้นด้วย เราทำหน้าที่วาดมะม่วงและคิตตี้ในแบบเราอย่างเต็มที่” ตั้มเล่าพร้อมยื่นจานกระเบื้องในมือให้เราสัมผัส

ขอโทษที่เราต้องร้องบอกว่า นอกจากสีจะน่ารักแล้ว รูปทรงของถ้วยชาม จาน และกาน้ำชา ตรงหน้ายังน่ารักสมเป็นมะม่วงที่พกอุปกรณ์ไปปาร์ตี้น้ำชากับคิตตี้ที่สวนอังกฤษหลังบ้านจริงๆ

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

ドレスアップして、会ったことない自分に会える

แต่งตัวใหม่แล้วจะได้พบตัวเองคนใหม่

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเห็นคิตตี้ในลายเส้นอื่นที่ไม่ใช้ลายเส้นคอมพิวเตอร์

มะม่วงเป็นคาแรกเตอร์แบรนด์ไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ Sanrio ยินยอมให้คิตตี้มีลายเส้นอื่น

“ความรู้สึกเหมือนการที่เราบอกกับ Marvel หรือ Walt Disney ว่า ‘คุณช่วยวาดมะม่วงในลายเส้นของคุณหน่อย จะเป็นอะไรก็ได้ ผมชอบทั้งนั้นเพราะผมชอบคุณ” ตั้มเล่า เขาบอกว่า ความไว้เนื้อเชื่อใจของคนญี่ปุ่นทำให้เขายิ่งตั้งใจอยากวาดออกมาให้ดี

“เรารู้สึกว่า หนึ่ง เออ ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าเอารูปลายเส้นเวกเตอร์ของเขามาแปะอยู่กับรูปของเรามันจะเข้ากันดีไหม และสอง ทำให้เรากำหนดท่าทางของมะม่วงและคิตตี้ได้อิสระ”

ขวดนม ไอติม โบว์ติดผม ไม้เทนนิส รองเท้าเทนนิส คือไอเทมคิตตี้ๆ ที่ทีมเสนอให้ตั้มลองเลือกใช้ตามเหมาะสม โดยการทำงานร่วมกันระหว่างทาง ทั้งทีมคิตตี้และตั้มจะสื่อสารหน้าตาที่ถูกต้องของคิดตี้กันอยู่เสมอ แม้จะได้รับคอมเมนต์ที่บอกว่าตาเล็กไป หูเล็กไป หรือหน้ายาวไป คิตตี้เวอร์ชันแก้ไขแล้วในแบบตั้มก็ยังมีความเป็นมะม่วงอยู่วันยังค่ำ และนั่นก็เป็นที่ถูกใจของแฟนๆ จนเครื่องกระเบื้อง Hello Kitty X Mamuang ขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ 3 วันแรกที่วางจำหน่าย

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

全ての気持ちを楽しむ

เอนจอยทุกความรู้สึก

ในการทำงานร่วมกัน สิ่งที่ทีมคิตตี้ขอจากมะม่วงคือธีมหลัก 3 ตีม อวกาศ ม้านั่ง เล่นเทนนิส

ซึ่งม้านั่งเป็นฉากต้นตำรับที่ทำให้ใครๆ ก็จดจำคิตตี้ได้ ขณะที่เทนนิสเป็นกีฬาโปรดของคิตตี้ ส่วนอวกาศมาจากการที่ทีมคิตตี้ศึกษาผลงานที่ผ่านมาของตั้ม ไม่ว่าจะในการ์ตูน hesheit มะม่วง หรือมิวสิกวิดีโอ แล้วพบว่างานของตั้มมักปรากฏฉากอวกาศเสมอ

ขณะที่สิ่งที่ตั้มขอจากคิตตี้คือ ประโยคจากมะม่วง

“คิตตี้กับประโยคภาษาไทย?” เราถาม

“ใช่ๆ คนญี่ปุ่นเขาชอบภาษาไทยมากๆ นะ อย่างหนังสือเรื่องมะม่วงที่พิมพ์ขายที่ญี่ปุ่น เขายังขอให้คงภาษาไทยไว้ แล้วใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นซับไตเติลเลย” ตั้มเล่า

เหตุผลที่ประโยคคำพูดดีๆ จากมะม่วงนั้นสำคัญ เพราะตั้มอยากให้มะม่วงมีมากกว่าความน่ารัก “ประโยคคำพูดจากมะม่วงอาจจะไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรหรือใครได้หรอก เพราะไม่นานคนก็จะลืมประโยคนั้น แต่มันจะทำให้คนจดจำได้ สมมติเวลาผ่านไปสิบปี เราก็จะจำได้ว่ามะม่วงเคยพูดประโยคคล้ายกันนี้นะ เราเชื่อว่าคงทำให้เขารู้สึกดีไปอีกแบบ”

好きになったときは、心はうそをつかない

เวลารู้สึกชอบอะไร หัวใจไม่ได้โกหกคุณหรอก

แม้จะรู้มาบ้างว่าสังคมญี่ปุ่นแสนประนีประนอม แต่ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมคิตตี้และมะม่วง ตั้มเล่าว่า เขาประทับใจความมืออาชีพของทีม โดยเฉพาะการพูดบอกกันตรงๆ ว่าแบบไหนน่ารักลงตัวแล้ว และแบบไหนยังไม่น่ารัก

“กับงานที่ขอให้วาดมะม่วง เราไม่คิดมากตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่ามะม่วงต้องเป็นแบบไหนหรือห้ามเป็นแบบไหน เราคิดแค่ว่าถ้าเราอยากทำอะไรที่อีโก้ มากๆ เราก็คงเขียนการ์ตูน hesheit ตามใจตัวเอง”

ตลอดการสนทนา เราถามตั้มซ้ำๆ ว่าเขาเป็นห่วงภาพลักษณ์เด็กสาวช่างคิดของมะม่วงบ้างหรือเปล่าเมื่อต้องอยู่กับเพื่อนสาวคนใหม่ที่ชื่อคิตตี้ ตั้มเองก็ตอบซ้ำๆ เช่นกันว่า เขาไม่ห่วงเรื่องนี้เลย และเป็นทีมคิตตี้เองต่างหากที่คอยช่วยตรวจการรักษาความเป็นมะม่วงให้แทน

“Sanrio มีความเชื่อและวิถีชีวิตเขาแบบนั้น มีความฝันแบบคนยุคก่อนที่อยากทำสิ่งที่ทำให้คนเห็นแล้วมีความสุข ไม่คิดเพียงเพื่อจะขายให้ได้มากๆ และถ้าจะพูดกันตามความจริง สินค้าเหล่านี้ก็ไม่ใช่ของที่ทำแล้วขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำขนาดนั้นหรอก แต่มันทำให้รู้สึกมากกว่านั้น” ตั้มเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับทีมคิตตี้ใน Sanrio ได้เห็นว่า Sanrio เป็นบริษัทที่เคารพในงานของตัวเองมากๆ ไม่ว่าเขาจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เอาล่ะ เรารู้ว่าคุณรอคอยช่วงเวลานี้อยู่ ถึงเวลาช้อปปิ้งแล้ว

Hello Kitty x Mamuang, ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

การร่วมมือระหว่างแบรนด์ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วทุกวันนี้ ทุกครั้งที่อัปเดตเทรนด์แฟชั่น เราจะพบกับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์พร้อมกับประกาศเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่น่าติดตาม ซึ่งก็ได้รวมเอาเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน และคงกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของให้กับแฟน ๆ แต่ละแบรนด์ไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดเป็นแฟนของทั้งสองแบรนด์อยู่ด้วยแล้ว คงจะรีบกดจองโดยแทบไม่ต้องคิดได้เลยทีเดียว

แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่เรานึกไม่ออกว่าจะเขาจะร่วมมือกันได้ล่ะ ?

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

นั่นเป็นคำถามแรกในหัวหลังจากที่เรารู้ว่า F.HERO จะทำงานร่วมกับขายหัวเราะเพื่อผลิตรองเท้า ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก แรปเปอร์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทยร่วมมือกับบริษัททำหนังสือการ์ตูนที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อผลิตสนีกเกอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างความสุขทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่

และนี่คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมด

PLY (พลาย) แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์สัญชาติไทย ที่เกิดจากการวมตัวกันของเหล่าผู้คว่ำหวอดในวงการ ทั้งบริษัท CPL ผู้เชี่ยวชาญการผลิตรองเท้าเพื่อความปลอดภัย แบรนด์ 31Thanwa ซึ่งเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรูที่สืบทอดมาจากโรงงานผลิตเครื่องหนังและรองเท้าหนังเป็นรุ่นที่ 3 และ กอล์ฟ F.HERO แรปเปอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้รอบรู้ด้าน Streetwear และเป็นหนึ่งในนักสะสมสนีกเกอร์ตัวยงที่ขึ้นชื่อในวงการ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

แต่สิ่งที่ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะ F.HERO เป็นมากกว่านั้น

กอล์ฟเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นแฟนตัวยงหนังสือของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ไม่ว่าจะเป็น ขายหัวเราะ มหาสนุก หรือ สวนเด็ก นั่นทำให้ต้องคอยติดตามข่าวสารของสำนักพิมพ์อยู่ตลอด และมองว่าการปรับตัวมาสร้างแพลตฟอร์มสำหรับรองรับงานใหม่ ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นของสำนักพิมพ์ ที่ตอนนี้กลายเป็นบันลือกรุ๊ป แถมยังได้รับความนิยมไม่สร่างซา ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน ก็เป็นการนำเอาแนวคิดการต่อยอดมาทำให้ใช้ได้จริงที่ยิ่งน่าติดตาม เนื่องจากตัวกอล์ฟเองก็กำลังทำค่ายเพลง โดยหวังให้ T-Pop มีที่ยืนในวงการดนตรีของโลก และมองว่าการต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ เป็นวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย

เมื่อสำนักพิมพ์ที่เป็นตัวเองแฟนคลับแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่คล้ายกัน กอล์ฟจึงไม่รอช้า รีบติดต่อกับ พิมพ์พิชา อุตสาหจิต หรือ นิว ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่แฟน ๆ หนังสือหลายคนจะคุ้นเธอจากตัวการ์ตูนเจ้าหนูที่มีผม 3 เส้น แต่นิวในตอนนี้คือผู้บริหารที่กำหนดทิศทางของบันลือกรุ๊ป เมื่อเธอได้พูดคุยกับกอล์ฟ และเห็นด้วยว่าการนำเอาความคลาสสิกที่มีของ ขายหัวเราะ มาต่อยอดในรูปแบบที่ต่างออกไป เป็นอีกพรมแดนหนึ่งที่น่าสนใจ พวกเขาจึงเริ่มงานทันที

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

ขายหัวเราะ มีนโยบายอยากทำงานกับผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ เพื่อดูว่าพวกเขาจะต่อยอดเอาตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคย ไปปรากฏตัวในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้ไกลแค่ไหน นอกจากนี้เมื่อได้ร่วมงานกัน พวกเขาพบว่าต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน ไม่ใช่แค่กอล์ฟที่หลงใหลในตัวการ์ตูนของ ขายหัวเราะ เท่านั้น แต่ผู้บริหารของบันลือกรุ๊ปก็ชื่นชมสไตล์การแรป และทักษะการเขียนเนื้อเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของกอล์ฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะพูดว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนความชื่นชมกันและกันระหว่างแฟนคลับก็คงไม่ผิดนัก และทำให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

แต่ถึงแม้จะมีความชื่นชอบเป็นต้นทุน การนำเอาตัวการ์ตูนมาอยู่บนรองเท้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว พวกเขากำลังมองหารองเท้าที่สวย แต่ก็ต้องใช้งานได้จริง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ กอล์ฟและทีม PLY ต้องนำจุดเด่นของรองเท้าออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยยึดแนวคิด ‘Safety Streetwear Sneaker’ เป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ทางบันลือกรุ๊ปก็ต้องระดมทุกทรัพยากรที่มี เพื่อให้แน่ใจว่าตัวละครที่จะปรากฏขึ้นเป็นลวดลายบนรองเท้า จะไม่ใช่แค่การนำเอาภาพไปแปะเท่านั้น แต่ต้องมีชีวิตชีวาและนำพาความทรงจำแสนสุขมาให้คนที่ได้ลองใส่ เนื่องจากตัวการ์ตูนทุกตัวมีลักษณะท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกตัวละครที่เคยปรากฏบนหนังสือในเครือบันลือกรุ๊ป มีท่าทางเฉพาะตัว ไก่วัลลภจะทำท่าบางชนิดเท่านั้น โจรมุมตึกจะยืนด้วยท่าทางแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น หากดัดแปลงเกินไปจนคนไม่เชื่อพวกมันจะออกท่าทางแบบนี้จริง ๆ จะทำให้ขัดกับภาพลักษณ์ที่เคยมี ตัวละครทุกตัวมีรายละเอียด ซึ่งทั้งกอล์ฟและนิวก็ยังย้ำว่าต้องลงลึกขนาดนี้ ก็เพื่อให้เสน่ห์ที่คอยมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บนกระดาษหนังสือการ์ตูน หรืออยู่บนสินค้าใด ก็ยังคงอยู่เสมอ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

การทำงานร่วมกันจึงเป็นการหารือร่วมกันระหว่างทีม PLY และบันลือกรุ๊ป พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของแทบทุกตัวละครเพื่อหาตัวที่เหมาะสม ซึ่งกอล์ฟบอกว่าทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่ออฟฟิศบันลือกรุ๊ป เป็นเหมือนการเติมเต็มความฝันวัยเด็กของตัวเอง เขายังบอกอีกว่าจังหวะการ์ตูน 3 ช่องเป็นอีกแนวทางที่เขาใช้เวลาเขียนเพลง มีช่องเปิด ช่องปู และช่องตบ นี่อาจจะเป็นอีกเคล็ดลับที่ทำให้เขาปล่อยเพลงฮิตออกมา นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าขายหัวเราะในยุคต่าง ๆ ยังเป็นจดหมายเหตุประเทศไทยที่ย่อยเอาเหตุการณ์สำคัญ ๆ ออกมาในรูปแบบเบาสมอง แต่ก็ยังชวนให้ฉุกคิด ซึ่งถือเป็นคุณูปการที่สำคัญต่อวงการสื่อเมืองไทยเลยทีเดียว

นอกจากเติมเต็มความฝันวัยเด็กแล้ว การเข้ามาทำงานร่วมกันยังทำให้กอล์ฟได้เรียนรู้แนวคิดการต่อยอดที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ วิธิต อุตสาหจิต หรือ ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งมองว่าตัวการ์ตูนที่เขามี ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญ เนื่องจากพวกมันได้สร้างความผูกพันมานานหลายสิบปี เป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ ความพยายามที่จะเอาพวกมันไปปรากฏในสื่ออื่น ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างออกไป ถือเป็นต้นแบบการทำธุรกิจที่กอล์ฟบอกว่าเขาจะนำไปปรับใช้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การทำงานผ่านการทำเป็นแบบอย่างและมีคำแนะนำอย่างอบอุ่นอยู่เสมอภายในครอบครัว แต่ก็ยังให้อำนาจตัดสินใจกับคนรุ่นใหม่แบบมืออาชีพ เป็นอีกเรื่องที่กอล์ฟถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับการใช้ชีวิตของเขา

เบื้องหลัง PLY x ขายหัวเราะ เมื่อ F.HERO จับมือกับตัวการ์ตูนคลาสสิก เพื่อปลุกความหลงใหลวัยเด็กให้มีชีวิตอีกครั้ง

ทางด้าน บ.ก. วิธิต ก็มองว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคการเปลี่ยนแปลงจากกระดาษมาเป็นออนไลน์ ซึ่งก็ได้ทำให้บันลือกรุ๊ปต้องปรับตัวและพยายามทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การได้ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง มีวินัยการทำงานที่ดี เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าชื่นชม มาร่วมงานด้วยถือเป็นเกียรติอย่างมากของบันลือกรุ๊ป บ.ก. ยังพูดถึงผลงานต่าง ๆ ของกอล์ฟ ซึ่งไม่ได้มีแค่เพลงที่ดังในเมืองไทยเท่านั้น แต่เขายังพูดถึงผลงานระหว่าง F.HERO และ Babymetal วงเกิร์ลกรุ๊ปเมทัลของญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นแฟนคลับของกันและกันอย่างแท้จริง

ถึงตรงนี้เราคงไม่ต้องบอกว่ากอล์ฟเขินขนาดไหน

เมื่อนี่เป็นก้าวแรก เราคงไม่ต้องบอกว่ายังมีโครงการอื่น ๆ รออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน โดยนิววางเป้าหมายเอาไว้ว่าภายในปีนี้ บันลือกรุ๊ปจะมีผลงาน Original Content ใหม่ ๆ ออกมาให้ติดตาม รวมถึงการนำเอาผลงานเก่าที่แฟน ๆ ชื่นชอบและทรัพยากรที่มีอยู่มาปัดฝุ่นและนำเสนอในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการร่วมงานกับกอล์ฟและศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งถึงแม้เราจะพยายามถามสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็เชื่อว่ามันจะออกมาน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับ PLY x Kraihuaror แน่นอนเพราะเห็นได้ชัดว่าเมื่อการทำงานเริ่มต้นจากความชื่นชมและให้เกียรติระหว่างกันและกัน เราก็คาดหวังได้เลย

ผลงานที่เกิดจากความหลงใหลย่อมเป็นงานคลาสสิกเสมอ

Writer

นรินทร์ จีนเชื่อม

จบรัฐศาสตร์ ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิค หลงใหลการโต้เถียงแบบมีอารยะ กินกาแฟดำเหมือนนักเขียนรุ่นใหญ่ แต่ใจจริงชอบแฟรบปูชิโน่คาราเมลเพิ่มไซรัป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load