22 ธันวาคม 2564
3 K

ผมกับ เยล-อัญญา โคตรเมือง Biomaterials Designer จากสตูดิโอ Regen Districts จะชวนเอาของเหลือจากธุรกิจต้นน้ำจากกระบวนการผลิตกาแฟ ตั้งแต่เยื่อหุ้ม เปลือก กากกาแฟ และขยะจากในบ้าน มาแปรรูปรวมร่างด้วยตัวประสานหลากหลายเน้นแบบที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติเท่านั้น มาสร้างเป็นวัสดุ Biomaterials ใช้ของรอบตัวอย่างขวดพลาสติก ขวดนม น้ำผลไม้ เอามาทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อนำไปดีไซน์เป็นข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะกาแฟ เครื่องใช้ไม้สอยกระจุกกระจิกแบบได้ประโยชน์

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ก่อนจะไปบุกถึงสตูดิโอของเยล ผมเริ่มจากการทำการบ้านว่า ขยะอาหารแบบไหนที่จะเอาไปฝากเยล เลยคิดออกมาคร่าว ๆ จาก 5 ธุรกิจคือร้านกาแฟ ร้านขนมเบเกอรี่ ร้านน้ำปั่นผักผลไม้สกัด ร้านอาหารเล็ก ๆ และบาร์เครื่องดื่ม

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ลองคัดตัวอย่างเฉพาะที่สีเจ็บ ๆ และได้มาง่ายก่อน ได้กากข้าวสาลีสีเขียวสวย เปลือกกุ้งวิบวับ เปลือกเกาลัดเปลือกถั่ว ขยะจากเครื่องจัดการอาหารไฟฟ้าที่ทิ้งทิชชูลงไปด้วย และเปลือกหอยต่าง ๆ

ตอนแรกตั้งใจจะรวมขยะให้ได้ 100 ชนิด แต่เท่านี้ก็น่าจะมากเพียงพอแล้ว 

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

หลังจากจบงาน Thailand Coffee Fest 2020 ทางฟาร์มลุงรีย์ได้ทำการขอตัวอย่างกากที่เหลือจาก​ BlueKoff ตั้งแต่เยื่อหุ้ม เปลือกชั้นใน ชั้นนอก ของกาแฟนอกเหนือจากกากกาแฟที่หลายคนคงพอรู้จักอยู่แล้ว

ศึกษาและทดลองหาวิธีใช้งาน หมักปุ๋ยบ้าง ผสมดินบ้าง จนส่งต่อให้ไปถึงมือ เยล อัญญา ที่เชี่ยวชาญมากกว่าเรา และที่สตูดิโอก็มีเครื่องไม้เครื่องมือค่อนข้างครบครัน ปรากฏว่าได้ผลดีเลย มีกายภาพที่เหมาะสม และสีสันมีความโปร่ง ความทึบ หลายมิติให้ศึกษาก่อนจะออกมาเป็นสูตร

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

พอไปถึงสตูดิโอผมพบกว่าการทดสอบ การทดลองทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในคอนโดฯ เล็ก ๆ ที่ดัดแปลงเป็นสตูดิโอ

เครื่องมือมีทั้งเครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องปั่น เครื่องรีด เป็นแบบมินิทั้งหมด เหมือนเป็นสวรรค์ส่วนตัวของดีไซเนอร์ย่อม ๆ เลย 

วิธีจัดการกับของเหลือจากกาแฟและขยะ

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

1. นำมาตากแห้ง อบแห้ง ไล่น้ำออกไป และทำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง
สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

2. บดหรือปั่นให้ละเอียด

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

3. ร่อนให้ได้ผงที่ละเอียด จะทำให้ขึ้นรูปง่าย

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ทดลองทำทั้งหมด 3 สูตร

สูตรที่ 1 เปลือกกาแฟ + เปลือกกุ้งบดหยาบ + ปุ๋ยจากถังหมักอาหาร

สูตรที่ 2 เยื่อกาแฟ + กากจากการสกัดข้าวสาลีอ่อนปั่นหยาบ

สูตรที่ 3 กากกาแฟร่อนละเอียด + เปลือกไข่บดละเอียด

เมื่อได้ผงจากขยะเหลือทิ้งเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีตัวเชื่อมเพื่อผสานผงจากขยะให้จับตัวขึ้นรูปได้

วิธีทำตัวเชื่อมจากธรรมชาติ (Binder)

อุปกรณ์

  1. เตาแม่เหล็กไฟฟ้า
  2. กระบะทรงสูง
  3. ผง Agar (ผงวุ้นสกัดจากสาหร่ายทะเล) สำหรับเป็นตัวเชื่อมธรรมชาติ
  4. Glycerol หรือ Glycerine หาซื้อได้ที่ร้านขายยาหรือออนไลน์
  5. ไม้พาย
  6. ขวดพลาสติก ขวดนม น้ำผลไม้ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะใช้เป็นแม่พิมพ์
  7. ตราชั่งดิจิทัล
สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ก่อนจะทำตัวเชื่อมให้เตรียมทำความสะอาดขวดพลาสติก ออกแบบชิ้นงาน ตัดและเตรียมพิมพ์ไว้ให้เรียบร้อยวางแผนการทำงานโดยพิมพ์ จะมีรูปแบบการอัดหรือการหล่อตามใจชอบ

ขั้นตอนทำตัวเชื่อม

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง
  1. ใส่ผง Agar สำหรับเป็นตัวเชื่อมธรรมชาติ 20 g. (โดยประมาณ)
สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

2. ใส่ Glycerol Food Grade 14 g. (โดยประมาณ)

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

3. กวนส่วนผสมทั้งสองเข้าด้วยกัน

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

4. ตั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้าให้ร้อน ระหว่างนั้นกวนส่วนผสมทั้งหมดกับน้ำสะอาด 300 ml. ใช้ไม้พายกด คนให้้เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ให้ติดกันเป็นก้อน

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

5. ได้ตัวประสานจากธรรมชาติพร้อมใช้งาน

ข้อระวัง : ตั้งกระทะให้ร้อน และอย่าหยุดคนด้วยไม้พาย ไม่งั้นสารก้นกระทะจะแข็งเสียก่อน

Tips

ถ้าหากใส่ Glycerol มาก ใส่ Agar น้อย วัสดุจะยืดหยุ่น แต่ถ้าใส่สารควบคุมน้อย ใส่ Agar มาก วัสดุจะแข็ง ** ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของตัวสารตั้งต้น

ขั้นตอนต่อจากนี้คือการอัดพิมพ์ หลังจากผมได้ลองเป็นลูกมือให้ได้ระดับหนึ่ง คล้ายตอนสมัยเรียนเซรามิกอยู่เหมือนกัน

แต่ต่างกันที่ครั้งนี้ไม่ต้องเผาให้ยุ่งยาก อยู่ทนทานนานเป็นร้อยปี วัตถุธรรมชาติจะย่อยสลายไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้น เราเลยเลือกได้ว่าจะทำเป็นกระถางต้นไม้หรือที่รองแก้ว เพราะเป็นของไม่ต้องอยู่กับเรานานมากนัก

จากนั้นกรอกส่วนผสมต่าง ๆ ลงหม้อ แล้วอัดพิมพ์ไปด้วยกัน ทุกสูตรใช้ตัวเชื่อมเดียวกันก่อน ค่อย ๆ ทำไปทีละสูตร

วิธีขึ้นรูป

เทส่วนผสมต่าง ๆ ในแต่ละสูตรลงไปในหม้อหรือกระทะ คนให้เข้ากัน ต้องมีสมาธิในการใช้ไม้พาย คนอย่าหยุด ระวังเผลอมีใครมาชวนคุยอาจทำให้วัสดุทั้งหมดแข็งตัวก่อนนำเข้าใส่ในพิมพ์ หากวัสดุเหลือก็เทใส่พิมพ์สำเร็จรูปอื่น ๆ ได้ถ้าเป็นคนขี้เสียดาย

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

สูตรที่ 1 

Cascara + เปลือกกุ้งบดหยาบ + ปุ๋ยจากถังหมักอาหาร

ขั้นตอนนี้ห้องมีกลิ่นคล้าย ๆ กะปิ เพราะเราเน้นใส่หางกุ้ง หัวกุ้ง เปลือกกุ้ง ผสมลงไปด้วย หวังจะให้เป็นประกายกะพริบวิบวับ ระหว่างทำกลิ่นคล้าย ๆ กะปิ เนื้อก็สีเหมือนน้ำพริกกะปิ เทหกบ้างพลาดบ้างเพราะกะไม่ถูก

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

สูตรที่ 2 

เยื่อกาแฟ + กากจากการสกัดข้าวสาลีอ่อนปั่นหยาบ

ระหว่างทำกลิ่นคล้าย ๆ ชาเขียว สูตรนี้เยลชอบมาก ๆ

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง
แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

สูตรที่ 3 

กากกาแฟร่อนละเอียด + เปลือกไข่บดละเอียด

เนื้อออกมาคล้าย ๆ ทรายชายทะเล เนื้อสวยเนียนทั้งที่ใช้ส่วนผสมแค่ 2 อย่าง

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

พักทิ้งไว้รอให้แห้ง ประมาณ 3 – 6 วันจึงแห้งสนิท จะได้เป็นของใช้จาก Biomaterials ตามที่ออกแบบไว้

หากใครอยากจะร่วมทดลองลงมือทำให้เข้าใจ ก็อยากชวนมาทำเวิร์กช็อปการทำ Biomaterials จากกากกาแฟและขยะในบ้านไปด้วยกันที่งาน Thailand Coffee Fest 2021 ที่โซน Sustainability Coffee : Play (Coffee) Ground by Uncle Ree’s farm x Regen Districts

ในงาน Thailand Coffee Fest ทุกปี ทีมผู้จัดจะมีกระบะไม้ประกอบใบใหญ่ ๆ ตั้งเด่นไว้กลางงานเสมอ เพื่อใช้รองรับกากกาแฟที่เกิดขึ้นจากบูทต่าง ๆ ในงานพื้นที่รอบล้อมด้วยงานทดลองสูตรต่าง ๆ จนโซนนี้แทบจะเป็นห้องสมุด Biomaterials เล็ก ๆ เลยก็ว่าได้

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนกาแฟแบบไหน เราขอชวนมาพบกันที่งาน ‘Thailand Coffee Fest 2021 : Coffee People คนกาแฟ’ พร้อมให้ทุกคนได้มาทำความรู้จักและหลงรักกาแฟยิ่งกว่าเดิม พบกันวันที่ 23 – 26 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ IMPACT EXHIBITION HALL 5 – 7 เมืองทองธานี

Writer & Photographer

Avatar

ลุงรีย์

เกษตรกรฮิปปี้ เมืองกรุง เป็นคนขี้เสียดาย ทำงานเกี่ยวกับการจัดการขยะเศษอาหาร ชอบเลี้ยงไส้เดือน และเป็นพ่อบ้านใจกล้า

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

24 ธันวาคม 2565
2 K

ในยุคที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจ Sustainable Fashion กันอย่างจริงจังมากขึ้น ใช้เวลาทำความรู้จักแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืน สืบหาประวัติและที่มาก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อของชิ้นหนึ่ง ตั้งใจเตรียมตัวและเดินทางไปงานแลกเสื้อผ้า รวมถึงสนับสนุนการสวมใส่เสื้อผ้ามือสอง

แต่นั่นคือทั้งหมดของแฟชั่นยั่งยืนแล้วหรือยัง 

อีกทางเลือกหนึ่งที่เริ่มลงมือทำเองได้ที่บ้าน คือ ‘การซ่อมแซมเสื้อผ้า’ ซึ่งลดกระบวนการผลิตจากทรัพยากรใหม่ต่าง ๆ และเสริมส่งให้อายุการใช้งานเสื้อผ้าของคุณ รวมไปถึงอายุของโลกของเรายาวขึ้นอีกนิด วิธีการซ่อมที่อยากแนะนำนั้นไม่ซับซ้อน เพียงใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้าน ผสานกับความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัว เสกให้เสื้อผ้าเก่านั้นดูใหม่ขึ้นในพริบตา

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ ผ้า

กว่าเสื้อผ้าสุดเก๋ตัวหนึ่งในตู้จะเดินทางมาอยู่บนตัวเรานั้น มันผจญภัยผ่านหลายกระบวนการแทบนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสรรหาวัสดุ การผลิตในระบบอุตสาหกรรมผ่านแรงงานจำนวนมาก การบรรจุใส่หีบห่อและขนส่ง การวางขายในร้านหรือออนไลน์ ไปจนถึงการทำลายชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ

เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะอยู่กับผู้บริโภคนานที่สุดในช่วง ‘การใช้งาน’ เมื่อเสื้อผ้าเกิดร่องรอยขึ้น ผู้ใส่ก็อาจไม่อยากใช้งานเสื้อผ้านั้นอีกต่อไป เพราะรู้สึกว่า ‘มันเก่า ไม่สมบูรณ์ ดูไม่เรียบร้อย’ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวคิดการซ่อมเสื้อผ้าเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น กลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและกำลังถูกพูดถึงในหลายประเทศ นั่นคงเป็นเพราะทุกคนตระหนักเรื่องความยั่งยืน และร่วมอยากเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหว เพราะฉะนั้น เราลองลงมือเย็บปักพร้อมกันทีละขั้นตอน

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ เข็ม

‘เย็บ ปัก ถัก ร้อย’ หลายคนแค่ฟังก็รู้สึกยาก เพราะนึกถึงวิธีการที่ละเอียดจนน่าปวดหัว อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็น่าจะใช้งานไม่ง่าย จะทำตามอย่างไรยังคิดไม่ออก ใจเย็นก่อน! เราคัดเลือกอุปกรณ์คู่ใจในการเริ่มลงมือซ่อมเสื้อผ้าครั้งแรกสำหรับมือใหม่มาให้แล้ว 

ไม่ต้องมีจักรเย็บผ้าอันใหญ่ ๆ เพราะการเย็บปักด้วยมือนั้นง่าย เริ่มต้นทำด้วยเข็ม ด้าย และอื่น ๆ อีกมากมายในวิชา กพอ.

1. เสื้อผ้าที่มีร่องรอย

2. เข็มเย็บผ้าหรือเข็มปักผ้า

3. ด้าย ไหมปัก หรือไหมพรม 

4. สะดึง

5. เข็มหมุด

6. กรรไกรก้ามปูหรือทั่วไป

7. ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

ซ่อม กับ มือ

1. หยิบเสื้อผ้าที่มีร่องรอยซึ่งเก็บซ่อนไว้ไม่ยอมโยนทิ้งไปขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ร่องรอยดังกล่าวจะเป็นรูขาด รอยเลอะเปรอะเปื้อน หรือความไม่ตั้งใจใดก็ได้

2. สังเกตร่องรอย แล้วลองใช้เวลาทบทวนที่มาและเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้น

3. ขึงสะดึงให้ตึงรอบ ๆ ร่องรอย จะได้สะดวกต่อการทำงานเย็บปัก

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

4. ร่างลวดลายอย่างง่าย โดยอาจอิงกับจินตนาการหรือสิ่งที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงจากเรขาคณิต และเส้นสายจากธรรมชาติ

5. ในที่นี้เราเลือกเสื้อสีส้มตัวโปรดที่ไม่ได้หยิบมาซ่อมสักที เสื้อเชิ้ตนี้มีรอยขาดขนาดเล็กตรงด้านหลังของแขนขวา ร่องรอยไม่ได้ใหญ่มาก แต่เวลาใช้งานเพื่อนบางคนก็มักจะทักว่า “เสื้อขาดตรงนี้หรือเปล่า” ตอนนี้คงถึงเวลารักษารอยกันแล้วล่ะ

6. ขอหยิบรูปทรง ‘Sparkle’ ซึ่งมีลวดลายเหมือนประกายส่องแสงและขั้นตอนการเย็บไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผนวกกับเรื่องราวในตอนนั้นที่ซื้อเสื้อตัวนี้จากตลาดที่อากาศร้อน และมีแสงแดดจากพระอาทิตย์ส่องเป็นประกาย 

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

7. นำรูปทรงที่เลือกสรรในจินตนาการหรือในอินเทอร์เน็ตมาลงมือร่างที่ร่องรอยบนผ้า โดยใช้ดินสอหรือชอล์กเขียนผ้า หากไม่มี ใช้ดินสอหรือสีธรรมดาเขียนลงไปอ่อน ๆ ก็ได้

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

8. เลือกสีด้ายที่เข้ากับผ้าในมุมมองของคุณ จะเป็นคู่สีตรงข้าม สีข้างเคียงกัน หรือสีที่โปรดปรานก็ย่อมได้ ในที่นี้ขอเลือกสีที่ชอบซึ่งเป็นสีส้ม อ่อนลงเล็กน้อยและไม่โดดจากสีเสื้อจนเกินไป จากนั้นจึงร้อยด้ายเข้าในเข็ม และมัดปมที่ปลายด้าย

วิธีซ่อมเสื้อผ้าด้วยการปักแสนง่าย ยืดอายุเสื้อตัวโปรดให้อยู่คู่ตู้ไปนานๆ

9. ปักเข็มขึ้นมาบนผ้าจุดหนึ่งตามรอยดินสอ ให้ปมที่ผูกไว้อยู่ด้านในเสื้อผ้า และปักเข็มลงบนจุดต่อไปตามที่ร่างไว้ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

10. ปักขึ้นและลงเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสร้างกรอบให้รูปทรง จากนั้นปักขึ้นลงคล้ายการระบายสีให้เต็มพื้นที่ รูปทรงจะปรากฏขึ้นช้า ๆ ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับลวดลายที่เลือกว่าซับซ้อนมากน้อยเท่าไร ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการรังสรรค์

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

11. ในระหว่างนี้เราเลือกใช้ด้ายมากกว่าหนึ่งสี เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับเสื้อเชิ้ตที่มีอายุขัยตัวนี้ และตั้งใจสื่อสารว่านี่เป็นลวดลายที่มีมิติ สร้างขึ้นจากความละเมียดละไม ไม่ได้ต้องการลบร่องรอยให้กลืนหายไป

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

12. ซ่อมเสร็จแล้ว! เสื้อเชิ้ตตัวเก่านี้ดูใหม่ขึ้นเป็น ‘ประกาย’ จากพลังความตั้งใจและความสร้างสรรค์ พร้อมให้นำไปสวมใส่ต่อ

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

ซ่อม กับ ใส่

สวมใส่ไปกับรอยซ่อม ไม่ต้องเขินอาย! 

แม้เสื้อผ้าตัวแรกที่ผ่านการซ่อมแซมสำเร็จแล้ว อาจดูไม่สมบูรณ์และถูกใจสักทีเดียว ไม่เป็นไร นี่คือการเรียนรู้และลงมือทำจากฝีมือของเราที่พัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ขั้นตอนการเย็บปักถักซ่อมเบื้องต้นนี้ เป็นเพียงวิธีการพื้นฐานที่ทุกคนทดลองหาวิธีการที่เหมาะกับตัวเองได้โดยการลงมือทำต่อไป พอซ่อมเสร็จแล้ว อย่าลืมนำเสื้อผ้าที่มีร่องรอยและลวดลายไปสวมใส่เป็นประจำด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความสร้างสรรค์ล้วนเกิดขึ้นด้วยความพยายามจากสองมือของเรา 

การซ่อมเสื้อผ้าเป็นอีกทางเลือก หากคุณอยากเริ่มลงมือทำอะไรง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน การเย็บปักลวดลายให้ร่องรอยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะลดปริมาณการใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ สนับสนุนการบริโภคแฟชั่นอย่างยั่งยืน หรือทำให้อยากใช้งานเสื้อผ้าตัวนั้นต่อไป แต่ยังสร้างสมาธิระหว่างการเย็บปัก ความภูมิใจในการเริ่มต้นลงมือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แถมยังนำผลงานสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ไปอวดเพื่อนได้ด้วยนะ 

แปลงความสร้างสรรค์เป็นลวดลายปัก ลงมือซ่อมเสื้อผ้าที่รักให้อยู่ไปนาน ๆ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นยั่งยืน

วันไหนเสื้อผ้าเกิดร่องรอย ก็ซ่อมแซมวนไป จนกว่าจะสวมใส่ต่อไม่ได้!

หากอยากรู้แนวคิดและหลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการยืดอายุเสื้อตัวโปรดต่อไป ลองมาทำความรู้จักกับ Community ที่ส่งเสริมการซ่อมเสื้อผ้า ใช้งานซ้ำ และเล่าเรื่องราวแฟชั่นยั่งยืน ได้ที่

https://www.facebook.com/amore.amend

Writer

Avatar

วีณา พันธุ์ธีรานุรักษ์

นักออกแบบที่ชอบแอบบอกว่าตัวเองเป็นเป็ด สนใจเรื่องความยั่งยืนไปจนถึงการพบคนแปลกหน้า และสักวันจะเลี้ยงหมาที่ตั้งชื่อเผื่อเอาไว้ให้ได้

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load