22 ธันวาคม 2564
2 K

ผมกับ เยล-อัญญา โคตรเมือง Biomaterials Designer จากสตูดิโอ Regen Districts จะชวนเอาของเหลือจากธุรกิจต้นน้ำจากกระบวนการผลิตกาแฟ ตั้งแต่เยื่อหุ้ม เปลือก กากกาแฟ และขยะจากในบ้าน มาแปรรูปรวมร่างด้วยตัวประสานหลากหลายเน้นแบบที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติเท่านั้น มาสร้างเป็นวัสดุ Biomaterials ใช้ของรอบตัวอย่างขวดพลาสติก ขวดนม น้ำผลไม้ เอามาทำเป็นแม่พิมพ์ เพื่อนำไปดีไซน์เป็นข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะกาแฟ เครื่องใช้ไม้สอยกระจุกกระจิกแบบได้ประโยชน์

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ก่อนจะไปบุกถึงสตูดิโอของเยล ผมเริ่มจากการทำการบ้านว่า ขยะอาหารแบบไหนที่จะเอาไปฝากเยล เลยคิดออกมาคร่าว ๆ จาก 5 ธุรกิจคือร้านกาแฟ ร้านขนมเบเกอรี่ ร้านน้ำปั่นผักผลไม้สกัด ร้านอาหารเล็ก ๆ และบาร์เครื่องดื่ม

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ลองคัดตัวอย่างเฉพาะที่สีเจ็บ ๆ และได้มาง่ายก่อน ได้กากข้าวสาลีสีเขียวสวย เปลือกกุ้งวิบวับ เปลือกเกาลัดเปลือกถั่ว ขยะจากเครื่องจัดการอาหารไฟฟ้าที่ทิ้งทิชชูลงไปด้วย และเปลือกหอยต่าง ๆ

ตอนแรกตั้งใจจะรวมขยะให้ได้ 100 ชนิด แต่เท่านี้ก็น่าจะมากเพียงพอแล้ว 

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

หลังจากจบงาน Thailand Coffee Fest 2020 ทางฟาร์มลุงรีย์ได้ทำการขอตัวอย่างกากที่เหลือจาก​ BlueKoff ตั้งแต่เยื่อหุ้ม เปลือกชั้นใน ชั้นนอก ของกาแฟนอกเหนือจากกากกาแฟที่หลายคนคงพอรู้จักอยู่แล้ว

ศึกษาและทดลองหาวิธีใช้งาน หมักปุ๋ยบ้าง ผสมดินบ้าง จนส่งต่อให้ไปถึงมือ เยล อัญญา ที่เชี่ยวชาญมากกว่าเรา และที่สตูดิโอก็มีเครื่องไม้เครื่องมือค่อนข้างครบครัน ปรากฏว่าได้ผลดีเลย มีกายภาพที่เหมาะสม และสีสันมีความโปร่ง ความทึบ หลายมิติให้ศึกษาก่อนจะออกมาเป็นสูตร

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

พอไปถึงสตูดิโอผมพบกว่าการทดสอบ การทดลองทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในคอนโดฯ เล็ก ๆ ที่ดัดแปลงเป็นสตูดิโอ

เครื่องมือมีทั้งเครื่องพิมพ์สามมิติ เครื่องปั่น เครื่องรีด เป็นแบบมินิทั้งหมด เหมือนเป็นสวรรค์ส่วนตัวของดีไซเนอร์ย่อม ๆ เลย 

วิธีจัดการกับของเหลือจากกาแฟและขยะ

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

1. นำมาตากแห้ง อบแห้ง ไล่น้ำออกไป และทำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง
สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

2. บดหรือปั่นให้ละเอียด

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

3. ร่อนให้ได้ผงที่ละเอียด จะทำให้ขึ้นรูปง่าย

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ทดลองทำทั้งหมด 3 สูตร

สูตรที่ 1 เปลือกกาแฟ + เปลือกกุ้งบดหยาบ + ปุ๋ยจากถังหมักอาหาร

สูตรที่ 2 เยื่อกาแฟ + กากจากการสกัดข้าวสาลีอ่อนปั่นหยาบ

สูตรที่ 3 กากกาแฟร่อนละเอียด + เปลือกไข่บดละเอียด

เมื่อได้ผงจากขยะเหลือทิ้งเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีตัวเชื่อมเพื่อผสานผงจากขยะให้จับตัวขึ้นรูปได้

วิธีทำตัวเชื่อมจากธรรมชาติ (Binder)

อุปกรณ์

  1. เตาแม่เหล็กไฟฟ้า
  2. กระบะทรงสูง
  3. ผง Agar (ผงวุ้นสกัดจากสาหร่ายทะเล) สำหรับเป็นตัวเชื่อมธรรมชาติ
  4. Glycerol หรือ Glycerine หาซื้อได้ที่ร้านขายยาหรือออนไลน์
  5. ไม้พาย
  6. ขวดพลาสติก ขวดนม น้ำผลไม้ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะใช้เป็นแม่พิมพ์
  7. ตราชั่งดิจิทัล
สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ก่อนจะทำตัวเชื่อมให้เตรียมทำความสะอาดขวดพลาสติก ออกแบบชิ้นงาน ตัดและเตรียมพิมพ์ไว้ให้เรียบร้อยวางแผนการทำงานโดยพิมพ์ จะมีรูปแบบการอัดหรือการหล่อตามใจชอบ

ขั้นตอนทำตัวเชื่อม

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง
  1. ใส่ผง Agar สำหรับเป็นตัวเชื่อมธรรมชาติ 20 g. (โดยประมาณ)
สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

2. ใส่ Glycerol Food Grade 14 g. (โดยประมาณ)

สอนวิธีกำจัดกากกาแฟและขยะในบ้าน ต่อยอดเป็นวัสดุประดิษฐ์ของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

3. กวนส่วนผสมทั้งสองเข้าด้วยกัน

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

4. ตั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้าให้ร้อน ระหว่างนั้นกวนส่วนผสมทั้งหมดกับน้ำสะอาด 300 ml. ใช้ไม้พายกด คนให้้เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ให้ติดกันเป็นก้อน

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

5. ได้ตัวประสานจากธรรมชาติพร้อมใช้งาน

ข้อระวัง : ตั้งกระทะให้ร้อน และอย่าหยุดคนด้วยไม้พาย ไม่งั้นสารก้นกระทะจะแข็งเสียก่อน

Tips

ถ้าหากใส่ Glycerol มาก ใส่ Agar น้อย วัสดุจะยืดหยุ่น แต่ถ้าใส่สารควบคุมน้อย ใส่ Agar มาก วัสดุจะแข็ง ** ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของตัวสารตั้งต้น

ขั้นตอนต่อจากนี้คือการอัดพิมพ์ หลังจากผมได้ลองเป็นลูกมือให้ได้ระดับหนึ่ง คล้ายตอนสมัยเรียนเซรามิกอยู่เหมือนกัน

แต่ต่างกันที่ครั้งนี้ไม่ต้องเผาให้ยุ่งยาก อยู่ทนทานนานเป็นร้อยปี วัตถุธรรมชาติจะย่อยสลายไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้น เราเลยเลือกได้ว่าจะทำเป็นกระถางต้นไม้หรือที่รองแก้ว เพราะเป็นของไม่ต้องอยู่กับเรานานมากนัก

จากนั้นกรอกส่วนผสมต่าง ๆ ลงหม้อ แล้วอัดพิมพ์ไปด้วยกัน ทุกสูตรใช้ตัวเชื่อมเดียวกันก่อน ค่อย ๆ ทำไปทีละสูตร

วิธีขึ้นรูป

เทส่วนผสมต่าง ๆ ในแต่ละสูตรลงไปในหม้อหรือกระทะ คนให้เข้ากัน ต้องมีสมาธิในการใช้ไม้พาย คนอย่าหยุด ระวังเผลอมีใครมาชวนคุยอาจทำให้วัสดุทั้งหมดแข็งตัวก่อนนำเข้าใส่ในพิมพ์ หากวัสดุเหลือก็เทใส่พิมพ์สำเร็จรูปอื่น ๆ ได้ถ้าเป็นคนขี้เสียดาย

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

สูตรที่ 1 

Cascara + เปลือกกุ้งบดหยาบ + ปุ๋ยจากถังหมักอาหาร

ขั้นตอนนี้ห้องมีกลิ่นคล้าย ๆ กะปิ เพราะเราเน้นใส่หางกุ้ง หัวกุ้ง เปลือกกุ้ง ผสมลงไปด้วย หวังจะให้เป็นประกายกะพริบวิบวับ ระหว่างทำกลิ่นคล้าย ๆ กะปิ เนื้อก็สีเหมือนน้ำพริกกะปิ เทหกบ้างพลาดบ้างเพราะกะไม่ถูก

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

สูตรที่ 2 

เยื่อกาแฟ + กากจากการสกัดข้าวสาลีอ่อนปั่นหยาบ

ระหว่างทำกลิ่นคล้าย ๆ ชาเขียว สูตรนี้เยลชอบมาก ๆ

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง
แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

สูตรที่ 3 

กากกาแฟร่อนละเอียด + เปลือกไข่บดละเอียด

เนื้อออกมาคล้าย ๆ ทรายชายทะเล เนื้อสวยเนียนทั้งที่ใช้ส่วนผสมแค่ 2 อย่าง

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

พักทิ้งไว้รอให้แห้ง ประมาณ 3 – 6 วันจึงแห้งสนิท จะได้เป็นของใช้จาก Biomaterials ตามที่ออกแบบไว้

หากใครอยากจะร่วมทดลองลงมือทำให้เข้าใจ ก็อยากชวนมาทำเวิร์กช็อปการทำ Biomaterials จากกากกาแฟและขยะในบ้านไปด้วยกันที่งาน Thailand Coffee Fest 2021 ที่โซน Sustainability Coffee : Play (Coffee) Ground by Uncle Ree’s farm x Regen Districts

ในงาน Thailand Coffee Fest ทุกปี ทีมผู้จัดจะมีกระบะไม้ประกอบใบใหญ่ ๆ ตั้งเด่นไว้กลางงานเสมอ เพื่อใช้รองรับกากกาแฟที่เกิดขึ้นจากบูทต่าง ๆ ในงานพื้นที่รอบล้อมด้วยงานทดลองสูตรต่าง ๆ จนโซนนี้แทบจะเป็นห้องสมุด Biomaterials เล็ก ๆ เลยก็ว่าได้

แปรของเหลือจากกาแฟและขยะในบ้านให้เป็น Biomaterials เพื่อออกแบบเป็นของใช้แบบไม่เหลือทิ้ง

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนกาแฟแบบไหน เราขอชวนมาพบกันที่งาน ‘Thailand Coffee Fest 2021 : Coffee People คนกาแฟ’ พร้อมให้ทุกคนได้มาทำความรู้จักและหลงรักกาแฟยิ่งกว่าเดิม พบกันวันที่ 23 – 26 ธันวาคมนี้ เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ IMPACT EXHIBITION HALL 5 – 7 เมืองทองธานี

Writer & Photographer

ลุงรีย์

เกษตรกรฮิปปี้ เมืองกรุง เป็นคนขี้เสียดาย ทำงานเกี่ยวกับการจัดการขยะเศษอาหาร ชอบเลี้ยงไส้เดือน และเป็นพ่อบ้านใจกล้า

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

ยุคที่ Cafe Culture ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านกาแฟแต่ละร้านถูกเอามาวางดึงดูดความสนใจของคนที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน เรียกได้ว่าถ้าร้านไหนมีซิกเนเจอร์และทำออกมาได้ดี รับรองว่าหัวกระไดไม่แห้งแน่นอน

ในฐานะบาริสต้าคนหนึ่ง ผมคิดว่านอกจากความสุนทรีในการทำน้ำเชื่อมหรือไซรัปและส่วนผสมให้ออกมาดีแล้ว ยังมีความสนุกแอบแฝงเอาไว้ประมาณหนึ่งด้วย

สนุกแรก 

เราสร้างรสชาติในจินตนาการของเราได้ เพราะทุกวันนี้ส่วนผสมหลักของเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง ‘ไซรัป’ ซึ่งคือน้ำเชื่อมกลิ่นต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้น ส่วนใหญ่มักเป็นรสชาติพื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น วานิลลา สตรอว์เบอร์รี ส้ม แต่รสชาติในจินตนาการที่หมายถึงนั้นอาจเป็นอะไรที่ซุกซนกว่านั้นสักนิด เช่น เก็กฮวยผสมขนุน เสาวรสผสมใบโหระพา น้ำตาลสดผสมข้าวคั่วบด ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกรสชาติในจินตนาการจะรสชาติดีเสมอไป แต่รับรองว่าทุกครั้งที่คิดหรือลงมือทำ จะได้รับความสนุกเป็นของแถมแน่นอน

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

สนุกที่สอง

ความสดใหม่ อาหารบางอย่างถูกปรุงไว้นานแล้วสลบอย่างไร น้ำเชื่อมหรือไซรัปก็เช่นนั้นเลย เพราะวัตถุดิบบางตัวผ่านความร้อนเยอะมากไม่ได้ นอกจะทำให้รสชาติหายไปแล้ว ยังทำให้ Flavor น้อยลงอย่างมีนัยยะ 

ถ้าเราทำน้ำเชื่อมส้มทานเอง ควรปอกเปลือกแล้วค่อยคั้นน้ำแยก พอนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลและไซรัปเย็นตัวลง ค่อยบีบน้ำมันบนเปลือกผิวส้มลงไป แบบนี้นอกจากจะได้รสชาติสดใหม่แล้ว ยังเก็บกลิ่นของส้มไว้ได้เยอะมาก ๆ ด้วย

สนุกที่สาม

การเลือกของใช้ให้เหมาะสม ไซรัปต้องใส่น้ำตาล เป็นส่วนประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ เพราะนอกจากช่วยทำให้ตัวไซรัปเองมีรสชาติสมดุล ยังทำให้เนื้อสัมผัสหรือภาษาบาริสต้าเรียกกันว่า Body ของเครื่องดื่มไม่ Watery จนเกินไป (ให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนเวลาเราดื่มเครื่องดื่มที่ละลายแล้ว จะรู้สึกว่าโครงสร้างของเครื่องดื่มมันหลวม ๆ) 

การเลือกน้ำตาลแต่ละชนิดมาใช้ให้ถูกใจคนทำ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เราสนุกเอามาก ๆ เช่น น้ำตาลทรายขาวเหมาะกับวัตถุดิบที่มีกลิ่นไม่แรงมาก เพราะน้ำตาลทรายขาวเองมีกลิ่นน้อย ไม่กลบกลิ่นของวัตถุดิบ 

หรือน้ำตาลมะพร้าว กลิ่นหอมอบอวลเหมาะกับสิ่งที่ต้องการความครีมมี่ เนื้อสัมผัสเต็มปากเต็มคำ และทำให้ไซรัปมีความซับซ้อนขึ้นอย่างมาก แต่ก็ต้องมั่นใจว่าของที่เราใช้นั้นมีกลิ่นที่สู้กับน้ำตาลมะพร้าวได้เช่นกัน

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

สนุกที่สี่

ความล้มเหลวคือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำไซรัปแต่ละตัว กว่าจะได้รสชาติที่พึงพอใจนั้นเกิดขึ้นจากการทำซ้ำและปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ การทำครั้งแรกแล้วอร่อยเลยเกิดขึ้นได้เพียง 2 เหตุผล อย่างแรกคือพกดวงมาเยอะ อย่างที่สองคือเรามีประสบการณ์ความล้มเหลวมากพอ ทำให้สัญชาตญาณแหลมคมว่าควรปรุงรสมาประมาณไหน

เกริ่นมาถึงตรงนี้แล้ว เลยอยากชวนทุกคนมาสนุกกับการทำไซรัปด้วยกัน เพราะนอกจากสนุกแล้ว กระบวนการความคิดก็เรียบง่าย ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนกลัว

วิธีคิด

เริ่มจากหาวัตถุดิบหลักที่เราอยากเอามาใช้ ตามด้วยวัตถุดิบที่จะช่วยเพิ่มความซับซ้อนของไซรัป ตามด้วยชนิดของน้ำตาลที่เราชอบหรือเหมาะสม ไซรัปที่เราจะทำในวันนี้พระเอกหลักคือเก๊กฮวย ส่วนวัตถุดิบที่เรานำมาเพิ่มความซับซ้อนคือขนุน เนื่องจากขนุนกับเก๊กฮวยเป็นวัตถุดิบที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ผมจึงเลือกใช้น้ำตาลทรายขาวในการทำไซรัปตัวนี้

สัดส่วนของสูตร

น้ำเปล่า 500 กรัม

เก๊กฮวย 30 กรัม

ขนุน 150 กรัม

น้ำตาล 350 กรัม

เมื่อทำเสร็จแล้ว หากพบว่าหวานไป จืดไป หรือกลิ่นอะไรแรงน้อยหรือเยอะไป ปรับได้ตามใจชอบเลยครับ แต่ถ้าใครทำครั้งแรกแล้วพึงพอใจเลย ขอบอกว่ายินดีด้วยมาก ๆ

วิธีทำ

1. ต้มน้ำให้เดือด

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

2. นำขนุนมาซอยตามยาว ยิ่งซอยบางเท่าไหร่จะยิ่งสกัด Flavor ง่ายขึ้น ซอยเสร็จแล้วใส่ลงไปในน้ำเดือด

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

3. ต้มจนขนุนเริ่มใส เป็นสัญญานว่าเราเริ่มสกัดรสชาติออกมาหมดแล้ว

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

4. ใส่น้ำตาลลงไป ตามด้วยเก๊กฮวย ต้มต่อไป 1 – 2 นาที แล้วปิดไฟ

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น
สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

5. เคล็ดลับเวลาทำไซรัปจากวัตถุดิบที่รสน้อยแต่กลิ่นเยอะ (เก๊กฮวย) เมื่อปิดไฟแล้ว ผมนำชามผสมมาวางปิดด้านบนแล้วใส่น้ำแข็งลงไป เพื่อกัก Aroma และ Flavor ต่าง ๆ เอาไว้ เพราะเมื่อไอร้อนชนความเย็นด้านบน จะกลั่นเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ แล้วกลับเข้าไปในไซรัปที่เราพึ่งต้มเสร็จ

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น

6. นำไซรัปที่ต้มเสร็จแล้วไปน็อกด้วยน้ำเย็น เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา

สอนทำโฮมเมดไซรัปหวานตามใจ จากผลไม้ให้รสและดอกไม้ให้กลิ่น
วิธีทำไซรัปทำเองแบบกำหนดความหวานได้ และปรุงด้วยดอกไม้-ผลไม้ได้ตามใจ

วิธีกิน

นำไปผสมกับ Tonic กาแฟ หรือจริง ๆ จะผสมทั้ง 2 อย่างก็ได้ เพื่อความสนุกและความซนในตัว ผมเองเคยเจอซนสุด ๆ คือเอาไปราดบนคากิโกริ เห็นแล้วอยากสั่งคากิโกริมากินที่บ้าน พร้อมราดไซรัปโฮมเมดที่มีทุกตัวลงไป

วิธีทำไซรัปทำเองแบบกำหนดความหวานได้ และปรุงด้วยดอกไม้-ผลไม้ได้ตามใจ

ขอให้ความสนุกและไซรัปที่ถูกใจจงสถิตย์อยู่กับทุกคน 

Please Enjoy!

วิธีทำไซรัปทำเองแบบกำหนดความหวานได้ และปรุงด้วยดอกไม้-ผลไม้ได้ตามใจ

Writer

คมสันต์ แซ่ตั้ง

บาริสต้าผู้หลงใหลในวัฒนธรรมการกินดื่มและหลงรักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load