27 พฤศจิกายน 2564
19 K

ตั้งแต่เชียงใหม่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการเป็นศูนย์รวมร้านคาเฟ่สวย ๆ เป็นแหล่งเพาะเมล็ดพันธุ์กาแฟดี ๆ เป็นที่รับอากาศหนาวพร้อมชมวิวดอยสวยงาม มีวิถีและวัฒนธรรมเฉพาะตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทำให้บรรยากาศของเมืองเชียงใหม่พิเศษขึ้นมา ตัวเมืองเชียงใหม่ในแต่ละปีจึงมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ย่านนิมมานฯ เมื่อ 10 ปีที่แล้วก็ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ แม้แต่ย่านช้างม่อย ย่านที่กำลังบูมสุด ๆ ในตอนนี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก็เป็นย่านค้าขายเก่าแก่ที่กำลังซบเซาอยู่เลย ต่อไปเชียงใหม่จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นอีก จะมีย่านไหนได้รับความนิยมขึ้นมา นั่นก็ล้วนเป็นเรื่องของอนาคตที่เราไม่อาจคาดเดาได้ 

ความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องไม่ดีเสมอไป บางครั้งมันก็ทำให้หลายสิ่งดีขึ้น 

แต่ต้องยอมรับว่าความเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ทำให้หลายอย่างที่เคยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ถูกเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม จะคงอยู่ก็เพียงในภาพถ่ายหรือความทรงจำของผู้ที่เคยพานพบเท่านั้น

Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่

สถานที่ที่เราชวนทำความรู้จักต่อไปนี่ คือที่พักเล็ก ๆ ชื่อ ‘Cochet de Nimman’ ตั้งอยู่บนถนนห้วยแก้ว บริเวณเชิงดอยสุเทพ ใกล้กับย่านนิมมานฯ และย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันเป็นพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้น ที่พักแห่งนี้กลับคงบรรยากาศดั้งเดิมของเชียงใหม่เมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้วเอาไว้ได้

Cochet de Nimman ทำได้อย่างไร มีเหตุผลอะไรที่อยากจะเก็บบรรยากาศพื้นที่เชิงดอยสุเทพ เมื่อ 50 ปีที่แล้วไว้ บรรยากาศในอดีตของพื้นที่นี้เป็นเช่นไร และมีอะไรบ้างที่หายไปจากความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาตลอด 50 ปี

Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่

ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต จุลาสัย อาจารย์และอดีตคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในสามสถาปนิกไทยที่ได้รับเลือกให้เป็นสถาปนิกเอกของโลกแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นเจ้าของที่พัก Cochet de Nimman พร้อมพาคุณเข้าไปเดินชมบรรยากาศในอดีตเมื่อ 50 ปีที่แล้วของเชียงใหม่ และความคิดเบื้องหลังที่พักแห่งนี้ของเขา

“ผมเป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ ไปเรียนต่อมหาลัยและทำงานที่กรุงเทพฯ พื้นที่ตรงนี้เมื่อห้าสิบถึงหกสิบปีก่อน มันคือป่าเชิงดอย เป็นป่าจริง ๆ ยังไม่มีมหาลัยเชียงใหม่มาตั้ง และคำว่า ‘ห้วยแก้ว’ ที่เป็นชื่อถนน ก็ตั้งมาจากชื่อของลำห้วยแก้วที่เคยไหลผ่านตรงนี้ สมัยเด็กเวลาผมจะเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ต้องข้ามสะพานเล็ก ๆ ปัจจุบันถูกถมเป็นถนนเส้นห้วยแก้วไปแล้ว นี่คือลักษณะของพื้นที่นี้ในอดีต” อาจารย์บัณฑิตเริ่มต้นเล่าย้อนความหลังของพื้นที่

“ถ้ามองจากตอนนี้ จะนึกภาพไม่ออกเลยว่าบริเวณนี้เคยเป็นป่ามาก่อน ครั้งหนึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่เคยประกาศให้คนเข้ามาจับจองพื้นที่ทำกิน บริเวณตั้งแต่ย่านนิมมานฯ ทั้งหมดไล่มาจนถึงบริเวณ มช. ได้ฟรี ๆ แต่มีเงื่อนไข ว่าพอได้ไปแล้วต้องทำประโยชน์กับพื้นที่ ตอนนั้นคนยังไม่กล้ามาเลย เพราะมันเป็นป่า ดูอันตราย มช. ก็ยังไม่มี คนส่วนใหญ่ที่มาจอง ถ้าไม่ใช่คนมีฐานะที่จับจองไว้เพื่อทำโครงการจัดสรรแบ่งขาย ก็จะเป็นคนที่ต้องการพื้นทำสวนทำไร่

Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่
Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่

“ตอนนั้นครอบครัวผมเปิดร้านค้า และมีบ้านอยู่บริเวณตลาดกาดหลวงในปัจจุบัน แม่ของผมได้ยินประกาศการจับจองที่ แต่ก็ไม่กล้าไป เพราะต้องดูแลร้านในตัวเมือง ไม่รู้จะเอาเวลาไหนมาจัดการที่ตรงนั้น พอเวลาผ่านมา ตรงนั้นเริ่มเจริญมากขึ้น มีมหาลัยเชียงใหม่มาตั้ง มีร้านโบ๊ต (ร้านอาหารและเบเกอรี่) มีผู้คนอยู่อาศัย แม่เลยตัดสินใจซื้อกับเจ้าของที่ที่ได้ที่มาตอนยุคจับจอง ต่อมาเขาก็ทยอยแบ่งขายให้กับคนที่สนใจ เราเรียกที่ดินตรงที่แม่ซื้อว่า สวน เป็นสวนของแม่ เป็นที่ดินที่แม่ซื้อไว้ก่อน ระหว่างที่รอทุนทรัพย์ของครอบครัวพร้อมสำหรับสร้างบ้านบนที่ดินนั้น

“สมัยเด็กผมมีพาหนะคู่กายคือจักรยาน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมและเพื่อนจะปั่นจักรยานจากตลาดมาที่สวนของแม่ กว่าจะปั่นจากตลาดมาถึงสวนใช้เวลานานเป็นชั่วโมง พอถึงสวนก็หมดแรงพอดี ทุกครั้งผมกับเพื่อนจะดับกระหายด้วยการดื่มน้ำจากลำห้วยแก้วที่ใสสะอาดและเย็นชื่นใจ จากนั้นเดินข้ามลำห้วยแก้วด้วยสะพานไม้เล็ก ๆ ที่แม่ทำไว้ เข้าไปในสวนหาผลไม้ที่เจ้าของที่คนก่อนปลูกไว้กิน มีมะม่วง ชมพู่ ขนุน ส้มโอ มะนาว ลำไย เมื่อกินจนอิ่มท้องก็กลับไปกระโจนเล่นน้ำในลำห้วยแก้ว พอใกล้ค่ำก็ปั่นกลับบ้านที่ตลาด นี่คือความทรงจำแรก ๆ ที่ผมมีต่อพื้นที่ตรงนี้”

Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่
Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่

หากเทียบภาพความทรงจำที่อาจารย์บัณฑิตเล่าให้เราฟัง กับพื้นที่บริเวณนั้นในปัจจุบัน แนวป่าที่เคยเต็มไปด้วยผลไม้นานาพันธุ์ กลายเป็นแนวอาคารพาณิชย์ไปแล้ว ลำห้วยแก้วที่เคยไหลผ่านจากดอยสุเทพลงมาจนถึงคูเมือง ให้ผู้คนแถวนั้นได้รับไอเย็นจากผืนน้ำและความสงบจากเสียงลำน้ำไหล ปัจจุบันถูกถมกลายเป็นถนนคอนกรีต 4 เลน เต็มไปด้วยเสียงของเครื่องยนตร์ของรถราที่วิ่งกันสวนไปมาจำนวนมาก ห้วยแก้วที่เคยเป็นลำน้ำก็เหลือเพียงแค่ชื่อของถนน 

ภาพในอดีตที่อาจารย์บัณฑิตเล่าให้ฟัง ก็เป็นได้ภาพที่อยู่แค่ในความทรงจำเท่านั้น…

“ทุกวันนี้ ถนนห้วยแก้วมีรถราจอดยาวรอสัญยาณไฟ ไม่มีสายลม ไม่มีร่มไม้ มีแต่แสงแดดที่ร้อนระอุ น้ำใจจากดอยถูกจำกัดอยู่ในท่อคอนกรีต เหมือนผู้คนอาศัยอยู่ในกำแพงบ้านและหน้าต่างกระจก เช่นเดียวกับผู้ขับรถยนต์อยู่ในถังโลหะปรับอากาศติดฟิล์ม สายลมร้อนและแสงแดดวนเวียนอยู่ภายนอก แม้ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงดำรงอยู่ได้ แต่แยกส่วนและไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ” ส่วนหนึ่งจากหนังสือ เจียงใหม่เมืองฮา ที่เล่าเรื่องราวจากความทรงจำของอาจารย์บัณฑิต 

หลังจากครอบครัวของอาจารย์บัณฑิตสะสมทรัพย์ได้เพียงพอ พวกเขาก็ได้สร้างบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินที่เคยเป็นสวนของแม่ และอยู่เรื่อยมาถึงปัจจุบัน จนวันหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณด้านหลังของบ้านอาจารย์บัณฑิตก็ประกาศขายที่ถูก ๆ เนื่องจากผู้เป็นเจ้าของที่ตั้งใจจะสร้างโครงการคอนโดฯ สูง แต่ข้อบังคับของกฎหมายผังเมืองไม่อนุญาตให้มีอาคารสูงสร้างบริเวณนี้ จนบดบังทัศนียภาพของดอยสุเทพ สุดท้ายผู้เป็นเจ้าของตัดสินใจขายที่ในราคาถูก

“เราเห็นที่ดินอยู่ใกล้กับบ้านเรา ก็เลยซื้อเก็บไว้ แต่ยังไม่รู้จะทำอะไร มันเลยยังเป็นป่าเหมือนเดิม” 

Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่
Cochet de Nimman ที่พักในสวนเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าผืนสุดท้ายของย่านนิมมานฯ จ.เชียงใหม่

ที่ดินตรงนี้ถูกเก็บไว้แบบเดิมหลายปี กระทั่ง 7 ปีที่แล้ว อาจารย์บัณฑิตต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ กลับมาบ้านที่เชียงใหม่บ่อยครั้งเพื่อมาดูแลแม่ ระหว่างที่กลับมาเขาไม่รู้จะทำอะไร เลยฆ่าเวลาด้วยการเข้ามาเดินเล่นในที่ดินที่ยังเป็นป่านี้อีกครั้ง ณ เวลานั้นบริเวณ โดยรอบแปรเปลี่ยนไปเป็นอาคารต่าง ๆ จนไม่เหลือเค้าของความเป็นป่าแล้ว

“ช่วงกลับมาเชียงใหม่ เวลาว่างผมจะเข้ามาเดินที่นี่ เลยพบว่าที่ตรงนี้มีบรรยากาศแบบป่าเชิงดอยสุเทพสมัยก่อน ที่ผมเคยปั่นจักรยานมาเล่นกับเพื่อน แม้ที่รอบข้างจะเปลี่ยนไป แต่ตรงนี้ยังเป็นป่ารก ๆ มีต้นไม้ใหญ่ มีหญ้า ผมเห็นว่าตรงนี้อยู่ติดกับบ้านของครอบครัวที่ก็เริ่มมีอายุกันแล้ว และปกติผมจะมีพรรคพวกขึ้นมาเที่ยวที่เชียงใหม่กันเยอะ เลยตัดสินใจทำที่พักตรงนี้ เพื่อให้มีคนมาเข้ามา จะได้ช่วยทำให้พื้นที่ตรงนี้ไม่อันตราย ครอบครัวผมก็ไม่เหงา 

“แต่ที่สำคัญ เขาได้มาพักและสัมผัสกับความเป็นป่า ซึ่งบางคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ไม่เคยได้สัมผัส”

เมื่อได้ไอเดียอยากจะทำที่พักกลางป่า อาจารย์บัณฑิตจึงตั้งใจว่า จะไม่ตัดต้นไม้ในพื้นที่เลยสักต้น

สถาปนิกคนนี้เลือกสร้างที่พักง่าย ๆ ให้แทรกตัวอยู่ระหว่างต้นไม้ในพื้นที่

“ผมไม่ได้ต้องการให้อะไรมันดูพิเศษ เอาแบบธรรมดาที่สุด เพราะสิ่งที่พิเศษคือป่าเหล่านี้ ผมนึกไปถึงตอนสอนหนังสือ มีนักศึกษาลาวมาเรียนกับผม ช่วงนั้นมีเหตุการอุทกภัยเกิดขึ้นที่ประเทศลาว ผมกับนักศึกษาชาวลาวเลยคิดกันว่า จะทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ลาวได้ เราตัดสินใจทำบ้านเพื่อผู้ประสบภัย ทำยังไงก็ได้ให้สร้างได้เร็ว อยู่ได้จริง ไม่ต้องใช้เงินเยอะ และใครก็ทำได้ เพื่อให้เกิดผลเร็วที่สุด ซึ่งตอนนั้นเราใช้เวลาสร้างเพียงเจ็ดวัน ด้วยเงินเก้าหมื่นบาท ซึ่งผมมองว่ามันง่าย เลยหยิบมาใช้สร้างที่พักในที่ดินแห่งนี้ด้วย”

อาจารย์บัณฑิตใช้เมทัลชีทมาทำหลังคา ผนังทำด้วยไฟเบอร์ซีเมนต์ แบบเดียวกับตอนที่ทำบ้านพักผู้ประสบภัย แต่เพิ่มงบประมาณในส่วนประตูอะลูมิเนียมเก็บเสียง และผ้าม่านป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย

ที่พักสุดแสนธรรมดาย่านนิมมานฯ แต่รักษาป่าเชิงดอยในอดีต ไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น และให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ

“กลายเป็นว่าหน้าต่าง ผ้าม่าน ที่นอน และแอร์ รวมกัน แพงกว่าตัวอาคารเสียอีก” อาจารย์หัวเราะอารมณ์ดี

ด้วยความที่ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้ใครก็สร้างขึ้นได้ อาจารย์บัณฑิตจึงไม่ได้จ้างผู้รับเหมา แต่ใช้คนสวนที่บ้านค่อย ๆ ช่วยกันสร้างขึ้นมาทีละหลัง จนกระทั่งคนสวนของเขาตั้งใจสร้างบ้านของตนเอง ก็ขออนุญาตอาจารย์นำแบบบ้านนี้ไปใช้สร้างด้วย เพราะเห็นว่ามีราคาประหยัดและใช้งานได้จริง 

เมื่อ Cochet de Nimman สร้างตัวอาคารเสร็จ ในส่วนของพื้นที่สวนต่าง ๆ อาจารย์เลือกใช้วิธีย้ายต้นไม้ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่เข้ามาตกแต่ง แทนการซื้อหรือปลูกใหม่

“เมื่อวานเพิ่งมีคนมาพักแล้วติขึ้นมาว่า ที่นี่ไม่มีดอกไม้สีสันสวย ๆ เลย แน่นอนว่ามีไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นป่าที่ต้นไม้สูงปกคลุม ดอกไม้ไม่โดนแดด และผมไม่ต้องการให้ที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้แบบสวิตเซอร์แลนด์ ต้นไม้ที่เห็นทั้งหมดคือต้นไม้ที่เติบโตมาในพื้นที่นี้ ไม่ได้ซื้อเพิ่ม แค่โยกย้ายนิดหน่อย และปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ อาจไม่สวยเหมือนที่คุณเคยเห็นจากสื่อหรือที่ไหน แต่นี่คือความสวยในแบบของมัน นี่คือป่าตามธรรมชาติของพื้นที่เชิงดอยที่หาได้ยากเต็มที”

พื้นที่ตรงนี้ถูกล้อมรอบด้วยความเจริญ เดินไปนิดเดียวก็ถึงย่านนิมมานฯ และห้างสรรพสินค้า 

ที่พักสุดแสนธรรมดาย่านนิมมานฯ แต่รักษาป่าเชิงดอยในอดีต ไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น และให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ
ที่พักสุดแสนธรรมดาย่านนิมมานฯ แต่รักษาป่าเชิงดอยในอดีต ไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น และให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ

Cochet de Nimman ในพื้นที่ตรงนี้จึงเป็นเหมือนผืนป่าเล็ก ๆ ที่ล้อมรอบด้วยป่าคอนกรีต หากเข้ามาด้านในนี้ นอกจากอุณหภูมิที่เย็นลงกว่าที่อื่น หากหลับตาเงี่ยหูฟังให้ดี คุณจะได้ยินเสียงเพลงของธรรมชาติที่มีวาทยกรอย่างสายลมคอยพัดผ่านให้กิ่งไม้ ใบไม้ เสียดสีกันส่งเป็นเสียงประสาน กับเสียงเล็กเจื้อยแจ้วของนกนานาพันธุ์

“ที่นี่อาจจะเซลฟี่ไม่สวย แต่สิ่งที่จะอยู่กับเขาขณะมาพัก คือ ภาพบรรยากาศป่าแบบดั้งเดิม ต้นไม้ที่นี่เติบโตเอง ยืนต้นมานาน บรรยากาศแบบที่นี่ แม้ว่าผมจะเป็นสถาปนิก ผมก็ออกแบบเขาไม่ได้หรอกครับ ถ้าเป็นตึกคุณยังสร้างได้ จะเอาแบบไหนบอกมาเลย แต่ธรรมชาติแบบนี้… ต้องพระเจ้าทำเท่านั้น” เขาพูดด้วยแววตาจริงจัง

เหตุผลของเขาในการตั้งชื่อที่พักว่า Cochet de Nimman นอกจากสถานที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านนิมมานฯ แล้ว หากลองค้นหาความหมายของคำว่า Cochet ก็พบว่ามันแปลว่า ไก่ตัวผู้ ในภาษาฝรั่งเศสด้วย

ที่พักสุดแสนธรรมดาย่านนิมมานฯ แต่รักษาป่าเชิงดอยในอดีต ไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น และให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ
ที่พักสุดแสนธรรมดาย่านนิมมานฯ แต่รักษาป่าเชิงดอยในอดีต ไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น และให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ

“เดิมทีตอนที่นี่ยังไม่มีใครมาอยู่ มีไก่ตัวผู้ตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่มันก็เลือกที่จะใช้ที่ตรงนี้เป็นบ้าน พอเรามาอยู่มันก็ไม่หนีไปไหน คนสวนเห็นอยู่ตัวเดียวก็เลยสงสาร เอาไก่ตัวเมียมาปล่อยเพิ่ม เลยออกลูกออกหลานเต็มไปหมด ถ้าคุณเดินสักพักจะเจอครอบครัวของมันเดินเล่นอยู่ตามสวน กลายเป็นว่าไก่ตัวนั้นคือเจ้าของที่แท้จริง เราก็ควรจะเคารพมัน ไม่ไปรบกวนในสิ่งที่มันอยู่มาก่อน” อาจารย์บัณฑิตเล่าที่ไปที่มาของ ‘ไก่หนุ่ม’

“เราเติบโตมาจาก Eco แต่ถูกหล่อหลอมจนมีความคิดเป็น Economic ไปหมด ทุกวันนี้เราชอบมองสิ่งต่าง ๆ โดยวัดจากมูลค่า หนอนมีมูลค่าน้อยกว่าคน ปลวกไม่มีประโยชน์ ทำลายบ้านที่มีมูลค่ามากกว่า แต่ในธรรมชาติไม่มีการให้มูลค่า ทุกสิ่งมีหน้าที่มีบทบาทของมัน แล้วช่วยส่งเสริมกันให้ดำเนินต่อไปได้ ถ้าไม่มีปลวก เราก็ต้องเผาเศษใบไม้จนเกิดปัญหาควัน พอธรรมชาติเริ่มน้อย คนเริ่มออกห่าง ไม่มีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติ ความสัมพันธ์พวกนี้ก็เลยหายไป

“ผมไม่ได้มองว่าที่พักของผมพิเศษนะ ที่นี่คือที่อยู่ที่โคตรจะธรรมดา ไม่มีอาหารเช้าให้ด้วย ข้างในที่พักก็ไม่ได้ตกแต่งสวยหรู เพราะนี่คือวิถีชีวิตในอดีตที่คนทั่วไปเคยสัมผัสความธรรมดามาก่อน แต่ตอนนี้เมืองพัฒนาจนธรรมชาติเดิมมันผิดธรรมดาไปแล้ว ผมหวังว่าที่ตรงนี้จะทำให้คุณกลับมาสู่ความธรรมดาอย่างที่เคยเป็น 

“คุณได้มาฟังเสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ นี่แหละความพิเศษของที่นี่”

จะมีที่พักสักกี่แห่งที่ให้คุณกลับจากการท่องราตรี แล้วตื่นเช้าขึ้นมาท่ามกลางอ้อมกอดของธรรมชาติ

Cochet de Nimman คือสถานที่แห่งนั้น สถานที่ที่อยากให้การสัมผัสธรรมชาติกลายเป็นเรื่องธรรมดา

ที่พักสุดแสนธรรมดาย่านนิมมานฯ แต่รักษาป่าเชิงดอยในอดีต ไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น และให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติเป็นพิเศษ

Cochet de Nimman

ที่อยู่ : 137/2 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 3576 6888

Facebook : Cochet de Nimman

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ทุก ๆ วันของการลืมตาตื่น เราเชื่อว่าหลายคนปรารถนาความสุข บ้างสุขที่ได้เจอ บ้างสุขที่ได้กิน บ้างสุขที่ได้เดินทาง และบ้างสุขที่ได้พักผ่อน ถ้าคุณกำลังมองหาสิ่งที่เราว่ามาทั้งหมด ‘SOOK HOTEL’ แห่งนี้พร้อมเปิดประตูบ้านต้อนรับ และมอบความสุขตั้งแต่เช้าตรู่ยันหลับฝันดี ด้วยเรื่องราวสุดอบอุ่นของครอบครัวโรงไม้ในเมืองเล็ก ๆ จังหวัดระนอง 

สุข โฮเทล เป็นโรงแรมบูทีกขนาดกะทัดรัดในเมืองรองขนาดกะทัดรัด ระนองมีเสน่ห์ไม่เป็นสองรองใคร ด้านประมงต้นแบบก็โดดเด่น สวนทุเรียนติด Top 5 ของประเทศ ปลูกกาแฟลำดับต้น ๆ แวดล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมู่เกาะ ทะเล ป่าไม้ ป่าชายเลน น้ำตก ภูเขา จนถึงน้ำพุร้อนปราศจากกลิ่นกำมะถัน 

สาธยายความดีงามของเมืองรองแดนใต้ให้คุณฟังมาขนาดนี้ จะไม่ให้เผลอตกหลุมรักอย่างไรไหว

นี่ยังไม่รวมเรื่องราวของ โต-ประกิต และ โอ-สุวัชชรินทร์ ตันโสภณ สองพี่น้องทายาทโรงไม้ ลูกหลานเมืองระนองแท้ ๆ ผู้เป็นเจ้าของ SOOK HOTEL ที่จะทำให้คุณเทใจให้เมืองน่ารักแห่งนี้คูณสอง เกริ่นมาแล้วก็ขอคุยโวสักนิด

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

โรงแรมสุข ตั้งใจนำเสนอความเป็นท้องถิ่นของเมืองระนอง ผ่านตราสัญลักษณ์ของโรงแรม อาหารรสหรอย ห้องพัก ฯลฯ ที่น่าสนใจ คือ การใช้สภาพภูมิอากาศแดนด้ามขวาน อย่าง ‘ฝน 8 แดด 4’ เป็นคอนเซ็ปต์ในการออกแบบ แถมตัวอาคารสร้างสรรค์ด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ประจำจังหวัด อย่างจวนเจ้าเมืองระนอง บ้านร้อยปี เทียนสือ บ้านบูรพาทิศอาทร และข้าวของเครื่องใช้ ประตู หน้าต่าง รวมถึงอิฐโบราณ โรงแรมแห่งนี้จึงดูกลมกลืนเป็นมิตรกับหมู่มวลอาคารเก่าและเพื่อนบ้านบนถนนเรืองราษฎร์ 

ความดีงามอีกอย่าง ที่นี่สร้างขึ้นด้วยแนวคิด Eco-friendly พ่วงด้วยการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design เป็นการผนึกกำลังเปลี่ยนภาพความคิดเป็นความจริง ระหว่างสองพี่น้องโต-โอ, Code Green Design, PASA Architects และ ซิกมา​ ดีไซน์​แอนด์คอนสตรัคชัน

ความเป็น ‘ระนอง’ ที่ถ่ายทอดผ่าน ‘คนระนอง’ ถูกก่อสร้างอย่างยั่งยืนพร้อมกับ SOOK HOTEL ที่หวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ส่งต่อความสุขให้คนมาอยู่และคนมาเยือน ขณะเดียวกันก็เติมชีวิตชีวาและสีสันให้กลับคืนสู่ท้องถิ่นอีกครั้ง

เตรียมเสื้อผ้า จัดกระเป๋า มุ่งหน้าลงใต้ แล้วดื่มด่ำเสน่ห์เมืองระนองให้หรอยจังฮู้ด้วยกัน

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

สุขสร้างได้ ณ บ้านเรา

ครอบครัวตันโสภณเป็นเจ้าของกิจการโรงไม้และนำเข้าไม้จากประเทศพม่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายหลังพี่ชายคนโตตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อพักกายและรักษาตัว ขณะเดียวกันน้องชายคนเล็กก็ตัดสินใจจะทำที่พัก

เดิมที พื้นที่ไร่เศษ ๆ นี้เป็นที่ดินผืนเก่าที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ในเมืองรองเล็ก ๆ มีวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ไม่เล็กซ่อนอยู่ ระนองเป็นเมือง 3 ยุค จากยุคเหมืองแร่สมัยคอซูเจียง ผ่านยุคป่าไม้ สู่ยุคประมง และปรับตัวสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ ลม แร่ธาตุ เหมาะเป็นเมืองประกอบอาชีพ เมืองอยู่ และเมืองท่องเที่ยว

“ระนองเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรทุกอย่างครบ ทั้งภูเขา ป่าไม้ ทะเล ป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ น้ำแร่ น้ำพุร้อน ใต้ทะเลก็ยังมีปะการัง เรียกว่ามีแหล่งท่องเที่ยวครบทุกอย่าง” พี่ชายเปรย ก่อนน้องชายเสริมต่อ “อาหารก็อร่อย มีเอกลักษณ์ด้วย เพราะการทำประมงของระนองเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทะเลที่นี่เลยมีทั้งปลาพม่า ปลาระนอง”

สองพี่น้องสลับกันแบ่งปันมุมมองของบ้านเกิดที่เขาอยู่มาทั้งชีวิตด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน และเมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นของ SOOK HOTEL ก็ได้รับคำตอบแสนเรียบง่ายจากผู้เป็นน้องชายว่า “ผมอยากกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” 

“คำว่าสุขคำเดียวก็เลยครอบคลุมทุกอย่าง เป็นสิ่งที่ทุกคนตามหา” พี่ชายคน ‘โต’ เฉลยสุขในแบบของสุข

 “อ้อ อีกอย่าง คุณแม่ชื่อ สุขใจ ทุกอย่างลงตัวหมดเลย เราเลยไม่ลังเลที่เลือกใช้ชื่อนี้” 

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

อาริยสุข 4

คอนเซ็ปต์ประกอบ สุข โฮเทล มีด้วยกันทั้งหมด 4 ประการ

แรกริเริ่ม คือ บอกเล่าตัวตนตัวเอง ครอบครัว และบ้าน “ครอบครัวเราเป็นคนจีน ทำไม้มาเยอะ เราก็อยากเอาตรงนี้มาเล่า ข้าวของเครื่องใช้ในโรงแรมเป็นงานไม้ซะส่วนใหญ่ เพราะเราอยากเสนอลายไม้ เช่น ไม้สะเดาเขา ตะเคียนทองพม่า เราเอาไม้ที่เหลือจากธุรกิจครอบครัวมาใช้ พวกของสวยงามที่โชว์ในล็อบบี้ เป็นของสะสมของเรา น้องชาย และคุณแม่” 

สองสานฝัน คือ ตอบโจทย์ความชอบส่วนตัว คนน้องชอบความมินิมอล คนพี่ชอบความเป็นศิลปะ มีเนื้อหาในนั้น จึงออกมาเป็นที่พักที่อยู่ตรงกลางระหว่างความชอบของทั้งคู่ น้อยแต่มากแห่งนี้ และโตยังเสริมดีเทลอีกว่า “ความมินิมอลแรกที่น่าจะสะดุดตาคือชื่อโรงแรม เราใช้ฟอนต์เรียบง่าย สงบสุข ตามคาแรกเตอร์เลย” 

สามสำคัญ คือ ถ่ายทอดความเป็นระนองทุกซอกทุกมุมบนที่ดินผืนนี้ ประเดิมด้วยโลโก้ รูปลักษณ์คล้ายตราประทับประจำตระกูล ณ ระนอง ต้นตระกูลเก่าแก่สมัยก่อน วงกลมวงนี้เติมเต็มด้วยลวดลายโชว์ความเป็นระนอง ทั้งน้ำตก ภูเขา น้ำพุร้อน ต้นโกงกาง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ สายฝนและพระอาทิตย์ นอกจากรูปตราประทับจะเป็นโลโก้ด้วยแล้ว ยังมีกิมมิกสนุก ๆ อีกอย่างคือ 

“เราใช้เป็นตราประทับเวลาส่งจดหมายหรือโปสการ์ด เราชอบความคลาสสิกของโปสการ์ด ชอบเวลาได้รับสิ่งที่เราสแนปส่งกลับมาที่บ้าน เราเลยทำโปสการ์ดให้ลูกค้า เพื่อให้เขาได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเหมือนกัน” เราอยากเขียนโปสการ์ดแล้วประทับตราขึ้นมาทันทีที่ฟังผู้เป็นพี่ชายเล่า

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

ความเป็นระนองถ่ายทอดต่อไปในส่วนสำคัญ สิ่งที่เป็นหัวใจของที่นี่ ก็คือสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในโรงแรม ได้กลิ่นอายความเป็นระนองเต็ม ๆ ผ่านตึกที่แฝงสไตล์จีนระนอง ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านร้อยปี เทียนสือ บ้านเก่าอายุ 150 ปีในระนอง ถ่ายทอดผ่านภายนอก อย่างโครงสร้างตึก หลังคา ทางเดิน และภายในตกแต่งด้วยสิ่งที่โชว์ความเป็นระนอง ทั้งเก้าอี้แบบแบบโรงเตี๊ยมเอย ประตูล็อบบี้ทรงคล้ายประตูจีนเอย รูปทรงหน้าต่างตามแบบฉบับบ้านเก่าในระนองเอย เจ้าบ้านยังฝากไว้ว่า “ที่นี่มีความเป็นระนองอยู่ในทุกก้าวที่คุณเดิน”

และ สี่สุดท้าย คือ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Eco-friendly ความตั้งใจของเจ้าบ้านคือ อยากลดขยะเหลือทิ้งจำนวนมากจากสิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง ที่นี่จึงไม่มีขวดน้ำพลาสติก สบู่แชมพูเป็นขวดแบบรีฟิล มีการคัดแยกขยะในกระบวนการสุดท้ายก่อนนำไปทิ้ง

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

สุขใจ สบายกาย

จวนเจ้าเมืองระนอง เป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สองพี่น้องจึงตัดสินใจร่วมกับนักออกแบบ ถอดแบบความเป็นจวนใส่เข้าไปในล็อบบี้ อาคารทรงจีนโบราณ ตรงกลางเป็นห้องโถงใหญ่ มีหลังคาสูง ประตูสูง ประตูหน้าต่างเปิดต้อนรับผู้มาเยือน โดดเด่นด้วยโคมไฟสานด้วยต้นคุ้ม​ พืชท้องถิ่นในป่า​คล้ายหวาย ที่ประดับไว้บนเพดานจากฝีมือจักสานของช่างท้องถิ่น

ใบไม้เขียวขจีจากต้นไม้โดยรอบคอยให้ร่มเงา สวนขนาดย่อมทั้งหมดนี้เกิดจากความรักต้นไม้ของสองพี่น้อง จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ไม้เล็ก ไม้ใหญ่ ไม้เลื้อย ไม้ประดับส่ายใบอ่อนเริงระบำไปกับสายลม ทั้งคู่เล่าให้เราฟังว่า มีต้นไม้ที่โปรดปรานของเขาทั้งสองด้วย

“เราภูมิใจนำเสนอต้นยางอินเดียมาก ซื้อมาในระนอง มันเหลือ 3 – 4 ต้น เขาเลยขายให้ เราก็ซื้อมาชำ ได้เพิ่มมาเพียบเลย” พี่ชายเล่าอย่างมีความสุขถึงเนอสเซอรี่ต้นไม้ของเขา

“แล้วก็มีมอนสเตอร่า เอามาปลูกให้เลื้อยกำแพงตรงทางเดิน เราว่าน่าจะเหมาะกับภูมิอากาศ เพราะตรงนั้นอากาศชื้น” น้องชายแนะนำให้เรารู้จักพันธุ์ไม้อีกต้น และบรรยากาศโดยรอบยังเต็มไปด้วยแมกไม้ท้องถิ่นที่เริ่มหายากในปัจจุบัน เช่น ต้นกันเกราหรือเรียกอีกอย่างว่าต้นตำเสา กับกล้วยไม้โกมาชุมในจังหวัดประดับแซมต้นไม้ใหญ่

ต่อไปเป็นส่วนสำคัญ นั่นก็คือห้องพักที่จะทำให้ทุกคนได้ Have a Nice Stay ไปกับสัญลักษณ์ความเป็นเมืองระนอง อย่างแนวคิด ‘ฝน 8 แดด 4’

“เราอยากหยิบความเป็นระนองมาใส่ ก็นั่งนึกว่าระนองมีอะไรบ้าง มีฝนตกมากกว่าแดดออก อันนี้ชัดที่สุด” พี่ชายคนโตเผยที่มาพร้อมเสียงหัวเราะ

SOOK HOTEL ประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 41 ห้อง แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ประจันหน้าเข้าหากัน ทั้งฝั่งฝนเย็นฉ่ำชุ่ม และฝั่งแดดแสนอบอุ่น

ลองจินตนาการไปพร้อม ๆ กับเรา เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ล็อบบี้โรงแรมแล้วเหลียวไปทางขวาจะพบกับฝั่งฝน ชั้นสองจวบจนชั้นสามเป็นที่อยู่ของห้องสแตนดาร์ดฝน ภายในห้องพักคุมโทนด้วยสีฟ้าเบบี้บลู สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้ามาในห้อง ถึงกลิ่นอายความชุ่มฉ่ำ ความเย็นของสายน้ำ ช่วยปลอบประโลมและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย 

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

เมื่อพักกายพักใจได้พักหนึ่ง เราขอพาทุกคนเดินลงบันไดมาสำรวจห้องพักในชั้นล่างสุดต่อ (อ้อ แอบกระซิบว่าที่นี่ไม่มีลิฟต์สักตัว เพราะไม่ต้องการก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน รวมทั้งอยากให้คนสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง) แต่ไม่ต้องกังวลใจแม้ไม่มีลิฟต์ เพราะบันไดที่นี่ออกแบบขั้นไม่ให้สูงชัน ลูกนอนบันไดกว้าง และลูกตั้งไม่สูงมาก ออกแบบเพื่อรองรับทุกคน ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้เดินอยู่บนบันได และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สูงอายุให้เดินสนุก ไม่สะดุดทุกย่างก้าว

พื้นที่ชั้นแรกแต่เป็นห้องโซนสุดท้ายของฝั่งฝน คือห้องซูพีเรียร์ฝนและห้องวิวสระว่ายน้ำ สำหรับใครที่ชอบกิจกรรมว่ายน้ำและรักความสดชื่นขั้นสุด เราขอแนะนำ 3 ห้องนี้ ขมิ้น มังคุด อัญชัน ความพิเศษอยู่ที่ดีไซน์ของแต่ละห้อง โทนสีแตกต่างกันออกไปตามชื่อ เราเชื่อว่าทุกคนคงแอบเดากันบ้างแล้ว จะเฉลยให้ว่า ขมิ้นจะเป็นโทนเหลืองสดใส ให้พลังงานดี ๆ มังคุดโดดเด่นด้วยสีโทนม่วงอ่อน หวานอ่อนโยนอย่างมีมิติ และอัญชันโทนฟ้า สีไม่ผิดแผกจากกลีบดอก เพียงแต่เจือจางให้เหลือความสบายตา เพียงไม่กี่สิบก้าวจากประตูห้อง ก็เปลี่ยนอิริยาบถลงสระน้ำได้เลย

SOOK HOTEL โรงแรมเล็ก ๆ จ.ระนอง ใช้ 'ฝน 8 แดด 4' ออกแบบที่พัก ส่งความสุขให้ผู้คนและท้องถิ่น

ข้ามมาที่ฝั่งตรงข้ามขนานกับฝั่งฝน ก็คือฝั่งแดด ชั้นสองชั้นสามเป็นห้องสแตนดาร์ดแดด ภายในห้องตกแต่งด้วยสีประจำตัวของดวงอาทิตย์ สีเหลืองเรืองรองอำไพถูกปรับลดความเปล่งประกาย เป็นเหลืองนวลอำพัน เจ้าบ้านเลือกใช้ไม้โทนเหลืองประดับหัวเตียง มุมแดดจึงอบอุ่น เหมาะกับการพักกายเพื่อพักใจอย่างแท้จริง

ห้องริมสุดของสองชั้นนี้ ประกอบด้วย ห้องดีลักซ์สุข และ ดีลักซ์สบาย ทั้งสองตกแต่งด้วยโทนสีขาว เหมาะสำหรับคู่รัก บรรยากาศหวาน ๆ ไม่หวือหวา เพียงแต่ห้องดีลักซ์จะกว้างสบายกว่า และผ่อนคลายได้ด้วยการแช่จากุซซี่

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

ชั้นแรกของฝั่งแดดเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว มีห้อง Family Standard และ ห้อง Family Deluxe ออกแบบตามหลัก Universal Design คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้สูงอายุและผู้พิการเป็นสำคัญ มีทางลาดสำหรับรถเข็น แยกออกจากประตูทางเข้าหลักจนถึงห้องพัก ประตูบานใหญ่เปิดออกจะพบกับขนาดพื้นที่ 50 ตร.ม. พร้อมกับทางเดินที่กว้างกว่าห้องทั่วไป เพื่อให้รถเข็นเข้าออกได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง พื้นที่ในห้องไม่มีสเต็ป เสมอกันทุกตารางเมตร ภายในห้องน้ำมีราวจับ มีที่นั่งอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ

ที่นี่รองรับทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง เพราะนอกจากดีไซน์ที่พักจะเน้นความสุขสงบ รวมทั้งมีสระว่ายน้ำสำหรับผู้คนที่อยากทำกิจกรรมแล้ว ยังมี Public Space ข้างสระว่ายน้ำ เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการนั่งทำงานรับลมอ่อน ๆ หรือถ้าหากมีประชุมด้วย ก็ปิดประตูแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการประชุมได้

พื้นที่ส่วนนี้เหมาะสำหรับนั่งชมไอแดดกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับบางเบาในตอนเย็นเป็นที่สุด

กินดี มีสุข

คนเราเริ่มต้นวันใหม่ดี ๆ ได้ง่าย ๆ แค่ได้มื้อเช้ามาเติมเต็ม

มื้อเช้าในแบบของสุข จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สองพี่น้องตั้งใจสื่อความเป็นระนองผ่านความพิถีพิถันในทุกจาน

“เราอยากให้เขามากินแล้วได้รสชาติความเป็นระนอง” พี่ชายเปรย

เจ้าบ้านสุข จึงเลือก ‘หมูฮ้อง’ หรืออีกหนึ่งชื่อที่คนระนองนิยมเรียกกันติดปากว่า ‘หมูค้อง’ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่ ประหนึ่งว่าถ้าไม่กินคือมาไม่ถึงเสิร์ฟเป็นจานหลัก หมูฮ้องสูตรลับ ๆ ฉบับสุขปรุงตามตำราสูตรเก่าแก่ ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เติมรสด้วยซีอิ๊วสูตรโบราณ (ถ้าชิมซีอิ๊วแล้วติดใจ อย่ารอช้า! ขอให้ตามมาดูต่อได้ที่สุขคัดสรร) 

อีกหนึ่งเมนูที่ชาวระนองนิยมทานกันเป็นอาหารเช้าคู่กับปาท่องโก๋ คือ ขนมจีนน้ำยาปลา กลิ่นเครื่องแกงคลอด้วยสมุนไพรในน้ำยาร้อน ๆ รสชาติถึงเครื่องด้วยพริกแกงใต้ เข้มข้นด้วยเนื้อปลาเน้น ๆ ชนิดที่ตักไปก็เจอแต่ปลา ๆๆ ถ้าได้ทานสักจานเป็นมื้อเช้า คงมีแบตเตอรี่ชีวิตเต็มร้อยไปทั้งวัน

อาหารเช้าของ SOOK HOTEL มีทั้งบุฟเฟต์และอาหารเซ็ต ขึ้นอยู่กับจำนวนแขกที่มาพักในแต่ละซีซั่น เพื่อลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งโดยไม่จำเป็น แต่ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ฟในรูปแบบใด เมนูอาหารหลักก็ไม่ต่างกัน หมูฮ้องและขนมจีนน้ำยา เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ที่เจ้าบ้านอยากให้ทุกคนได้ลอง ส่วนเรื่องปริมาณหายห่วงได้เลย แม้ว่าจะเป็นอาหารเซ็ต ก็มีทั้งจานหลัก จานรอง ข้าว 1 อย่าง แกง 2 อย่าง ตบท้ายด้วยสลัดบาร์หรือชากาแฟ อิ่มหนำไม่แพ้บุฟเฟต์หลักเช่นกัน

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขคัดสรร

“ในละแวกโรงแรมเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง แถวนี้มีร้านอาหาร ข้างหน้าก็เป็นถนนคนเดิน ที่พักเราไม่มีร้านอาหาร คาเฟ่ หรือของฝากเยอะ ๆ เพราะงั้นแขกที่มา เขาก็จะออกไปข้างนอก ไปใช้บริการร้านอาหารท้องถิ่น เราจะมีคำแนะนำให้ และมีของหายากที่คัดมาให้แขก ซึ่งก็มาจากคนในชุมชนอีกเหมือนกัน” ของหายากที่โตว่านั้น มีมาแนะนำ 3 อย่างหลัก ๆ ได้แก่ ซีอิ๊วโฮมเมดโบราณตรานกแก้ว กาแฟโรบัสต้า และชาพม่า

ซีอิ๊วโบราณสูตรดั้งเดิมกว่า 80 ปีของระนอง เป็นซีอิ๊วโฮมเมดที่มีฤดูบ่มเฉพาะ แต่สุขคัดสรรได้สั่งตุนเอาไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว 

กาแฟโรบัสต้า ที่ปลูกตามชุมชนระนอง อันนี้ได้มาจากดีเจนักข่าวคนหนึ่งที่พยายามโปรโมตกาแฟระนอง เขาไปตระเวนตามชุมชนที่ปลูกกาแฟระนอง และเอากาแฟมาคั่วเอง แบ่งเปลือกกาแฟมา เป็นการเพิ่มคุณค่าให้ผลผลิต” โตเล่าถึงเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีที่หอมและเข้มข้น หาไม่ได้จากถิ่นอื่น

ในแต่ละห้องพัก เจ้าบ้านจะเตรียมชาพม่าไว้รับแขก ส่วนมากที่ได้ชิมติดใจ ต้องกลับมาถามหา สุขจึงคัดสรรชาพม่ามาไว้ ให้สะดวกสำหรับทุกคน

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่สุขคัดสรรมาแล้วนั้น ที่นี่ยังคัดสรรที่กินที่เที่ยวบริเวณโดยรอบเมืองมาบอกต่อด้วย ชนิดว่าใครอยากกินอาหารแบบไหน ท่องเที่ยวสไตล์ใด ขอแค่เดินมาถามไถ่ ทุกคนในสุขจะเลือกร้านมาตอบโจทย์ทุกคนได้ทั้งหมด 

“เราอยากให้แขกออกไปใช้ชีวิต ไปสำรวจ ไปซื้อหาของชาวบ้าน ไปเยี่ยมเยือนร้านต่าง ๆ ในชุมชน อยากไปไหนมาถามเราได้เลย เรามีความสุขที่ได้แนะนำมาก ๆ” ความตั้งใจของโตส่งผ่านน้ำเสียงที่จริงใจ

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ
โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขทริป

ถ้าใครอยากสุข พักที่ สุข โฮเทล รับรองว่าครบครัน เพราะนอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ยังมีทริปท่องเที่ยวมากมาย พร้อมชวนทุกคนรับบทนักเดินทาง ออกสำรวจสิ่งเล็ก ๆ รอบเมืองระนอง

“ถ้าไปเสิร์ชหาในกูเกิล มันก็ขึ้นแค่จังหวัดหนึ่ง ยังมีหลาย ๆ อย่างที่เรายังไม่เห็นอีกเยอะ ซึ่งหลายคนบอกว่า มาระนองอาจจะมาครั้งเดียวไม่หมด อาจจะครั้งหนึ่งลงเกาะ อีกครั้งไปภูเขา ไปเดินป่าก็มีนะ” โตเกริ่นก่อนแนะนำสุขทริป

มาเยือนจังหวัดที่รายล้อมไปด้วยหมู่เกาะอย่างระนองทั้งที พลาดไม่ได้กับทริปดำน้ำ (บุคคลผู้จัดทริปพิเศษนี้ เป็นเพื่อนของเจ้าบ้านที่ทำทัวร์ท่องเที่ยวด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) พิเศษสุดที่สุขทริป จะพาทุกคนไปดำน้ำ 3 เกาะ ทั้งเกาะกำ เกาะค้างคาว เกาะญี่ปุ่น รวมเรียกว่าหมู่เกาะกำ หมู่เกาะรักสันโดษ ห่างจากทะเลระนองออกไป อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน อำเภอกะเปอร์ ขับรถจากตัวเมืองเพียง 45 นาที ก็จะได้เข้าสู่โลกทางทะเล กิจกรรมสุดแสนสนุกรออยู่เพียบทั้งดำน้ำ สน็อกเกิ้ล ว่ายน้ำแข่งกับปลาการ์ตูน ชมหมู่มวลปะการัง  

“ถ้าไปที่นี่ห้ามพลาด มีไฮไลต์คือ ถึงเกาะปุ๊บจะมีทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว มองลงมาเห็นหาดเป็นพระจัทร์ครึ่งเสี้ยว” ถ้าอยากรู้ว่าสวยงามขนาดไหน คงต้องมาชมด้วยตาตัวเองตามที่โตแนะนำ

มาต่อกันอีกทริปสำหรับสายชิลล์ กับการเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่แหลมนาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่บนเกาะ ต้องนั่งเรือไป  ไม่มีถนนเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และต้องการรักษาความสงบ  แต่คนที่แวะเวียนมาสามารถเข้าไปชมบรรยากาศบ้าน ชมวัฒนธรรม นั่งเรือ กินอาหารทะเล ตกปลา ไปลองใช้ชีวิตได้

หรือสำหรับสายสำรวจธรรมชาติ สุขทริปก็ได้เตรียม ทริปคลองลัดโนด ไปลุยโคลนปลูกป่าชายเลน นั่งเรือชมธรรมชาติ ดูป่าโกงกาง เล่นน้ำ ตบท้ายด้วยล่องแพใหญ่ ทานข้าวจากกลุ่มแม่บ้านชาวลัดโนด มีกุ้ง หอย ปู ปลา ทำสดพร้อมเสิร์ฟ

“กินข้าวเที่ยงเสร็จนั่งแพกลับ ระหว่างเรือลากแพ จะเล่นน้ำตรงไหนก็บอกให้จอดได้เลย” โตเสริมความสนุก

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

สุขสู่ชุมชน

“ความตั้งใจที่เราอยากนำเสนอทุกอย่างที่เป็นท้องถิ่น เราก็อยากให้มาจากคนในท้องถิ่นด้วยเช่นกัน” น้องชายย้ำ

อาหารและวัตถุดิบท้องถิ่นที่เราเล่าไป เป็นเพียงหนึ่งส่วนเล็ก ๆ 

“มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนเราสร้าง เราพยายามใช้ช่างท้องถิ่น ผู้รับเหมาท้องถิ่น งานไม้ก็ท้องถิ่น เพราะต้องการให้เกิดการกระจายรายได้” โอเผยกุญแจสำคัญในการเกิดขึ้นของสุข

นอกจากให้ความสำคัญกับเรื่องราวความเป็นเมือง SOOK HOTEL ยังไม่ละเลยกลุ่มคนผู้เป็นพลังสำคัญ นั่นก็คือพนักงานและคนในชุมชน ผู้คนในจังหวัดมีโอกาสในเส้นทางการทำงานที่หลากหลายขึ้นจากการเกิดขึ้นของสุข มีพื้นที่สำหรับคนรักงานบริการและงานโรงแรม แม่บ้านก็เป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ตั้งแต่สมัยทำโรงไม้ โตและโอไม่ทอดทิ้งทุกคนในเมืองระนองแห่งนี้ ทุกคนอยู่กันเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ เหมือนน้อง

“คนระนองใจดี เป็นมิตร พึ่งพาอาศัยกันได้” คำบอกเล่าจากโต ทำให้เราสัมผัสสิ่งที่เขาบอกได้จริง จากตัวเขาเอง

แม้ในยามวิกฤตโควิดที่ผ่านมา สองพี่น้องก็ละเว้นการเก็บค่าเช่าพื้นที่ในส่วนสุขปาร์คด้านหน้าโรงแรม เพราะเห็นใจผู้เช่าที่ขาดแคลนรายได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม สุข โฮเทล ถึงเป็นที่รักและสร้างความสุขให้คนในพื่นที่และนักท่องเที่ยว

“ถ้าได้มาสัมผัส แล้วจะรู้ว่าระนองเป็นเมืองน่ารัก มันมีความหลากหลายจริง ๆ ถึงเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายท้องถิ่น” โอเสริมความน่ารักของบ้านเกิดของเขา

“คุณไปเที่ยว ได้ใช้เวลาเข้าไปอยู่กับชาวบ้าน แต่ละชุมชนมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ด้วยตัวพี่และพี่โอเป็นคนระนองตั้งแต่เกิด เรารู้ว่าระนองเป็นยังไง เรามีแหล่งข้อมูลของเรา ตรงนี้มีเสน่ห์แบบนี้นะ เราเลยพยายามชูตรงนี้ขึ้นมา” โตเชิญชวนทิ้งท้ายอีกครั้ง เพราะอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสชีวิตที่ระนองแบบที่เขาประทับใจ ซึ่งบอกเล่าวันนี้พรุ่งนี้ หรือเขียนสิบหน้ากระดาษ A4 ก็คงแจงดีเทลสุขนี้ไม่หมด

“รายละเอียดยังมีอีกเยอะ ต้องมาลองพักดู เรายินดีต้อนรับเสมอ”

โรงแรมเล็ก ๆ ใจกลางเมืองระนองที่หยิบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและเรื่องราวชุมชนมาเล่าแบบสุข ๆ

SOOK HOTEL

ที่ตั้ง : 283 ถนนเรืองราษฎร์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 093 581 2500

เว็บไซต์ : www.sookhotel.com

Facebook : SOOK HOTEL

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

อรรถชัย สมเพชร

อาชีพช่างภาพ ความสุขของผมคือการถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load