18 มิถุนายน 2561
5 K

บทความนี้จะพาคุณไปเที่ยวกรุงเทพมหานคร

ใจเย็นๆ ก่อน แม้คุณอาจคุ้นเคยกับเมืองหลวงนี้เป็นอย่างดี แต่อย่าพึ่งรีบปิดหน้าเว็บหนีกันไป เราไม่ได้พาไปเที่ยวกรุงเทพฯ ในแบบปกติ

แต่เราจะปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ แล้วมองที่นี่จากมุมมองบนยานพาหนะสองล้อ

ถีบกันไปช้าๆ แล้วทำความรู้จักมุมอบอุ่นของเมืองหลวงที่วันนี้ดูไม่เย็นชาเหมือนเคย

ในโลกที่พลเมืองโซเชียลต่างอวดการเดินทางของตัวเอง ไม่ว่าในหรือนอกประเทศอย่างน่าอิจฉา ฉันไม่มีความปรารถนาอยากเดินทางมากนัก ฉันพอใจในชีวิตที่อยู่นิ่งเฉยในห้อง หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือร้านอาหารตามสั่งเจ้าประจำ การเดินทางที่ฉันพอใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นห้างสรรพสินค้าย่านชานเมือง หรืออิเกีย บางนา (ที่พักของฉันอยู่แบริ่งน่ะคุณ)

หัวใจของฉันไม่ได้โหยหาการเดินทางขนาดนั้น

วันแรกของการเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นี่ ฉันได้รับมอบหมายให้ติดต่อเอเจนซี่แห่งหนึ่งที่จัดการท่องเที่ยวโดยใช้ ‘จักรยาน’ เป็นยานพาหนะหลักสำหรับเที่ยวชมกรุงเทพมหานคร ชื่อว่า Co van Kessel Bangkok Tour เพื่อขอติดตามการเดินทาง

ถ้าคุณอ่านประวัติผู้เขียนในส่วนสุดท้ายของบทความจะระบุไว้ว่า

‘อยากปั่นจักรยาน แต่แม่ไม่ยอมให้ปั่น’

แน่อยู่แล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในการปั่นจักรยานต่ำมาก ต่อให้
เทรนด์การปั่นจักรยานจะเป็นที่นิยมขนาดไหน แต่ถนนร้อยละ 70 ของประเทศนี้กลับไม่เอื้อให้เราได้ปั่นจักรยานเป็นยานพาหนะหลักสักเท่าไหร่

ถ้าแม่เป็นห่วงขนาดนี้ แล้วจะนับประสาอะไรกับการปั่นจักรยานท่องเที่ยว

คำถามต่อมาที่ฉันคิดเพิ่มอีกคือ แล้วการปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ จะน่าสนใจจริงๆ เหรอ

ฉันเชื่อในหลักการวิทยาศาสตร์ที่ว่า ไม่เชื่อต้องพิสูจน์

ดังนั้น ฉันจึงอาสาที่จะแอบแม่ไปปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

06.30 น.

เช้านี้ฉันขึ้นรถไฟฟ้าเร็วกว่าปกติ จนมาถึงสำนักงานของ Co van Kessel Bangkok Tour ในอาคาร The River City ซอยเจริญกรุง 24 ก่อนเวลานัดหมายครึ่งชั่วโมง

ระหว่างที่ฉันกำลังรอเพื่อนร่วมทาง ฉันได้ฟังเรื่องเล่าการเริ่มต้นธุรกิจนี้จากคุณน้อง-จันทร์มณี พลภักดี ผู้ร่วมก่อตั้ง Co van Kessel Bangkok Tour คุณน้องเล่าว่าเดิมทีคุณน้องขายแพ็กเกจท่องเที่ยวอยู่ที่ถนนข้าวสาร ก่อนจะได้พบกับ Mr.Co van Kessel หรือลุงโก้ เพื่อนจากเนเธอร์แลนด์ ดินแดนของนักปั่นจักรยาน เขาชักชวนให้เธอร่วมสร้างการท่องเที่ยวด้วยจักรยานจากเส้นทางที่เขาออกแบบด้วยตนเอง คุณน้องตอบปฏิเสธอยู่หลายครั้ง จนได้ลองปั่นจักรยานไปตามเส้นทางดังกล่าว คุณน้องเกิดความสนใจด้วยวิธีการนำเสนอการเดินทางที่เล่า ‘วิถีการดำรงชีวิตของคนไทย’ ทั้งไชน่าทาวน์ บางกรวย ตลิ่งชัน เป็นต้น เธอตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ กับลุงโก้ และจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2548

07.00 น.

ฉันและเพื่อนนักเดินทางชาวเนเธอร์แลนด์ 8 คนเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง พี่อิ๋ม หัวหน้าไกด์ และพี่ป๊อปปี้ ผู้ช่วยไกด์ ให้พวกเราเลือกจักรยานตามชอบใจ โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกจักรยานของเราให้เหมาะสมกับการปั่นเพื่อท่องเที่ยวในวันนี้ ด้วยส่วนสูง 170 เซนติเมตรตามมาตรฐานชายไทย ฉันเลือกจักรยานที่ขนาดเล็กหน่อย เพื่อให้การเดินทางคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

‘Safety is our first priority’ หรือความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ นั่นเป็นสิ่งแรกที่พี่อิ๋มพูดกับเพื่อนร่วมทริปทุกคน การทัวร์จักรยานวันนี้จึงมีเงื่อนไขสามข้อ ประการที่หนึ่ง ปั่นจักรยานเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งตลอดเส้นทาง ประการที่สอง เชื่อฟังคำสั่งของไกด์อย่างเคร่งครัด และประการสุดท้ายคือ หากต้องการความช่วยเหลืออะไรให้เรียกไกด์ได้ทันที

การผจญภัยในกรุงเทพมหานครที่ฉันไม่ได้รู้เส้นทางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

07.30 น.

ล้อหมุนที่เวลา 7 โมงครึ่ง

ไม่ใช่ล้อที่หมุนด้วยการสันดาปน้ำมันกับเครื่องยนต์ แต่เป็นการหมุนด้วยแรงถีบของเราเอง

เจริญกรุงถือเป็นส่วนหนึ่งของไชน่าทาวน์ในกรุงเทพฯ​ เราปั่นเข้าสู่ย่านตลาดน้อยจนมาถึงจุดหมายแรกคือ ศาลเจ้าโจวซือกงซึ่งเป็นศาลเจ้าขนาดไม่ใหญ่มากหลบซ่อนอยู่ลึกพอสมควร ศาลเจ้าแห่งนี้อาจเป็นที่รู้จักของชาวไทยเชื้อสายจีนหรือประชาชนทั่วไปด้านการขอพรให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีลูกง่าย แต่สำหรับฉันแล้ว มันคือ Hidden Place ที่แรกซึ่งเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่น่าสนใจทีเดียว

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์ Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

เราเคลื่อนขบวนไปที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า เป็นศาลเจ้าที่มีขนาดเล็กลงมา ผู้คนต่างมาขอพรให้ประสบพบแต่โชคดี

ในย่านนี้มีศาสนสถานมากมายทั้งวัดไทยและวัดจีนขนาดเล็กใหญ่ปนกัน เราสามารถจำแนกความแตกต่างได้จากสี ลวดลาย และงานประกอบที่ตกแต่งเอาไว้ในศาสนสถานนั้นๆ

เรามาถึงเยาวราช ไม่ต้องอธิบายให้มากความถึงความนิยมของย่านนี้ เยาวราชแบ่งได้เป็นหลายโซน เราผ่านมาในโซนตลาดเก่า มีทั้งร้านขายรองเท้าแตะ อาหารแห้ง เครื่องเทศ ของใช้จุกจิก และร้านอาหารอยู่ในซอกซอยต่างๆ ที่ฉันไม่คาดคิดเลยว่าจะมีร้านรวงเหล่านี้ตั้งอยู่ในซอยด้วย

การปั่นจักรยานผ่านซอยแคบในย่านตลาดเก่า ทำให้ฉันรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าไกด์จะอนุญาตให้เราถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ แต่ฉันเลือกซึมซับและบันทึกภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ด้วยสองตาของฉันเอง

ภาพของอากงอาม่านั่งพูดคุยกันหน้าบ้านในตอนเช้า ชาวบ้านที่ยืนดูพวกเราขับจักรยานผ่านไป คุณพ่อคุณแม่ส่งลูกไปโรงเรียน ผู้คนมากมายในตลาดตอนเช้า เป็นอีกความรู้สึกที่ฉันไม่มีโอกาสเห็นเลยเมื่อมาเยาวราช

เราผ่านโรงเรียนวัดปทุมคงคาในช่วงเช้าที่นักเรียนกำลังทยอยมาโรงเรียน มีเด็กประถมสองสามคนมายืนหน้าประตูและขอตีมือพวกเรา

น่ารักไม่ใช่เล่น

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์


08.00 น.

เราปั่นจักรยานมาหยุดที่ท่าเรือราชวงศ์ พวกเราทุกคนช่วยกันขนจักรยานขึ้นไปไว้บนเรือ ผูกเชือกมัดให้ปลอดภัย และข้ามฟากจากฝั่งพระนครมาฝั่งธนฯ ด้วยเวลาไม่นาน

ก่อนที่เราจะออกตัวไปยังจุดหมายต่อไป ไกด์ชวนเราดื่มกาแฟจากรถเข็นกาแฟที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพื่อนร่วมทริปของฉันสั่งกาแฟหวานน้อยทุกคน

เมื่อได้ดื่มกาแฟที่ชงสดจากบาริสต้าไทยในผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววแล้ว ทุกคนบอกว่ามันหวานเกินไป เพราะคนไทยใช้นมข้นหวานในการชงเครื่องดื่ม จึงทำให้กาแฟแบบไทยๆ มีรสชาติหวานมันกว่าการใช้น้ำเชื่อมชงแบบฝรั่ง

ฉันบอกกับเพื่อนใหม่ว่า ‘หวานน้อย is the new หวานปกติ’ (Low sugar is the normal sweet level for Thai people.)

โชคดีที่ทุกคนหัวเราะกับมุกตลกของฉัน

จุดต่อไปที่ไกด์พามาจอดคือ ตลาดสด

ไม่ต้องตกใจ มันคือตลาดสดที่เราแวะซื้อของก่อนกลับบ้านนั่นแหละ

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

ฉันตกใจมากว่าทำไมถึงต้องมาตลาดสด แต่เมื่อเราตามไกด์มาดู ไกด์พาเรามาชิมขนมสอดไส้และขนมครกจากร้านในตลาดที่อร่อยไม่หยอก พร้อมกับการเดินสำรวจตลาดแบบไทยๆ ที่ทำให้เพื่อนร่วมทริปของฉันตื่นตาตื่นใจ ทั้งการบดมะพร้าวด้วยเครื่องจักรเพื่อคั้นออกมาเป็นน้ำกะทิ หรือไข่เยี่ยวม้าที่คนไทยคุ้นเคย เพื่อนร่วมทริปของฉันตื่นเต้นกับไข่เป็ดสีชมพูที่ตอกออกมาแล้วจะได้พบกับไข่เนื้อเยลลี่ ที่รสชาติอาจจะแปลกประหลาดสำหรับชาวต่างชาติไปสักหน่อย

พักดื่มน้ำดื่มท่าเรียบร้อยแล้ว เราทุกคนจึงเดินทางต่อ

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

เส้นทางการปั่นจักรยานนั้นค่อนข้างลดเลี้ยวเคี้ยวคดด้วยความแคบ ฉันนึกชมทีมสำรวจอยู่ในใจถึงการหาเส้นทางที่ทำให้เราทุกคนสนุกกับการปั่นจักรยานได้ขนาดนี้

เราลัดเลาะย่านกุฎีจีนจนมาจอดไหว้พระกันที่วัดกัลยานมิตรวรมหาวิหาร เราได้ซึมซับถึงพุทธศาสนาผ่านความเงียบสงบภายในวิหารอันเป็นสถานที่ประดับสถานของหลวงพ่อโต (พระพุทธไตรรัตนนายก) เราใช้เวลาสั้นๆ ก่อนออกจากวัดและเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป

09.30 น.

เรายกจักรยานขึ้นเรือหางยาว ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจึงข้ามฟากมาถึงย่านตลิ่งชัน โดยปกติจะมีตลาดน้ำตลิ่งชันทุกวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เราเดินวันจันทร์จึงเห็นแต่แผงขายของที่ไม่มีสินค้าและผู้คน

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์ Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

พี่อิ๋มให้พวกเราหยุดพักสักครู่เพื่อให้เพื่อนร่วมทริปของฉันได้ชิมเงาะโรงเรียน หนึ่งในผลไม้ประจำฤดูฝนของไทย พี่อิ๋มเล่าว่าผลไม้ไทยนั้นมีราคาถูกมาก เงาะโรงเรียนน้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่เธอซื้อมาให้พวกเราทุกคนได้ชิม ราคาเพียงกิโลกรัมละ 40 บาทเท่านั้น

เงาะหมดถุง การเดินทางจึงดำเนินต่อ

การปั่นจักรยานในครั้งนี้เราซอกซอนชอนไชด้วยความยากลำบากไปอีกหนึ่งระดับ ไกด์ได้พาเราเข้าสู่หมู่บ้านที่ถนนนั้นแคบมากเสียจนจะเป็นชุมชนแออัด เราได้รับคำเตือนให้ปั่นจักรยานด้วยความระมัดระวัง เพราะนอกจากทางที่แคบแล้ว ยังไม่มีอะไรกั้นขอบถนน ซึ่งอาจจะทำให้เราตกลงไปในคูคลอง

Co van Kessel Bangkok Tour : ปั่นจักรยานซอกซอนทั่วกรุงเทพฯ แบบชาวเนเธอร์แลนด์

10.00 น.

เราผ่านเส้นทางอันหฤโหดมาได้ รางวัลที่ได้รับคืออาหารมื้อใหญ่ประจำวันนี้

ไกด์พาพวกเราทุกคนแวะทานอาหารที่น่าจะเรียกว่า ‘บรันช์’ หรือมื้อควบเช้า-กลางวันตามวิถีฝรั่ง ที่ร้านคุณแก ร้านอาหารท้องถิ่นในย่านบางกรวย

ทางร้านจัดอาหารไทยง่ายๆ แต่แสดงออกถึงความเป็นไทยได้อย่างครบเครื่องทั้งหมด 4 เมนู ได้แก่ ต้มจืดเต้าหู้ไข่หมูสับ พะแนงไก่รสเข้มข้น ไข่เจียวหมูสับ และผัดผักรวม

ฉันเห็นเพื่อนร่วมทริปเหงื่อตกกับรสชาติเผ็ดร้อนของพะแนงก็แอบสงสารเขานิดหน่อย เพราะฝรั่งทานเผ็ดมากไม่ได้ แต่การที่เพื่อนใหม่ของฉันได้สัมผัสกับอาหารไทยรสชาติถึงเครื่องน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่น้อย

เมื่อสังเกตดีๆ ตลอดทั้งโปรแกรมการปั่นจักรยานไม่มีการแวะตามร้านอาหารดังหรือร้านขนมที่มีชื่อเสียงเลย พี่อิ๋มเลือกร้านที่อยู่ในพื้นที่ท้องถิ่น เพราะพันธกิจอย่างหนึ่งของ Co van Kessel Bangkok Tour คือการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่น ไม่มีการผูกขาดร้านค้าเพื่อแบ่งเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือร้านค้าภายในพื้นที่ให้มีรายได้

11.00 น.

ทิ้งท้ายเส้นทางวันนี้ด้วยการปั่นจักรยานลัดเลาะกลับเข้ามาที่ย่านบางขุนนนท์มาที่วัดสุวรรณนาราม เพื่อขนจักรยานขึ้นเรือหางยาวกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรา สำนักงานของ Co van Kessel Bangkok Tour

การนั่งเรือกลับในครั้งนี้เป็นการเดินทางกลับโดยผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา คนเรือเตือนให้พวกเราทุกคนสวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย ฉันทำตามอย่างว่าง่าย แล้วก็เข้าใจว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุผลของมัน

เพราะการนั่งเรือกลับไปที่สำนักงานนั้นหฤโหดเอาเรื่องด้วยความเร็วของเรือทำให้น้ำกระเซ็นเข้าหน้า และมีน้ำหนักการเหวี่ยงที่ค่อนข้างแรง ฉันพูดกับพี่อิ๋มเล่นๆ ว่าเหมือนกำลังเล่นบานาน่าโบ๊ตที่พัทยาเลย

การขึ้นเรือครั้งนี้เกินความคาดหมายของฉันมาก ก่อนขึ้นเรือฉันพูดคุยกับพี่อิ๋มถึงการออกแบบเส้นทาง และการเตรียมงานในแต่ละทริป ถึงได้รู้ว่า Co van Kessel Bangkok Tour มีโปรแกรมการเดินทางที่หลากหลาย ทั้งแบบครึ่งวัน เต็มวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน มีการปล่อยตัวนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มในช่วงเวลาเดียวกัน ทุกกลุ่มจะมีเส้นทางในการท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนกัน โดยจะมีการสำรวจเส้นทางซึ่งใช้ทีมงานหลายคน แล้วนำเส้นทางที่ได้มาประชุมเพื่อวางแผนการเดินทางให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปทุกครั้ง (มีนักท่องเที่ยวเคยมาใช้บริการซ้ำมากที่สุด 28 ครั้งเลยนะ!)

11.30 น.

พวกเราเข็นจักรยานกลับมาที่ห้องจักรยานพร้อมรับผ้าเย็นจากเจ้าหน้าที่

เช็ดหน้าเช็ดตาจนชื่นใจ ฉันยื่นนามบัตรของ The Cloud ให้กับเพื่อนใหม่ของฉัน พวกเขารอคอยที่จะดูภาพประกอบบทความนี้อย่างใจจดใจจ่อ (เพราะเขาอ่านภาษาไทยไม่ได้) สมควรแก่เวลา เพื่อนใหม่จึงบอกลาฉันพร้อมอวยพรให้โชคดีในการฝึกงาน ซึ่งเป็นเวลาประจวบเดียวที่ฉันได้พบคุณน้องอีกครั้งเพื่อถามไถ่เกี่ยวกับการเดินทาง

“มันคือการจ่ายเงินมาเหนื่อย” คุณน้องเปิดบทสนทนากับฉันด้วยประโยคนี้ในห้องทำงานของเธอ ซึ่งทำให้ฉันอดหัวเราะไม่ได้

“พี่ทำธุรกิจนี้ด้วยวงกลม 4 วง ที่มีตรงกลางเรียกว่าความสุข ประการแรก เราทำงานกับคนที่อยากทำงานจริงๆ และมีความสุขกับการทำงาน ประการที่สอง ลูกค้าต้องมีความสุขกับสิ่งที่เราให้ ประการต่อมา เวลาที่เราไปตามชุมชน ชาวบ้านต้องได้กับเขาด้วย และประการสุดท้าย พี่มองหาความยั่งยืน เมื่อองค์กรอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ไกด์อยู่ได้ ทั้งหมดจะขับเคลื่อนให้กลายเป็น Niche Market ที่มีคุณภาพ ลูกค้าอยากจะมาร่วมทัวร์ในเชิงสร้างสรรค์ ทัวร์ที่ไม่มีการสร้างภาพ ทำในสิ่งที่มีความรู้สึกว่าลูกค้าได้ให้อะไรกลับไปยังชุมชนด้วย ให้เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนมากเสียกว่าที่จะยัดเยียดไปตามเส้นทาง”

เสียงตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าผู้มาใช้บริการ รางวัลและรีวิวมากมายจากเว็บไซต์ชื่อดัง คุณน้องมองภาพการพัฒนาของ Co van Kessel Bangkok Tour ให้เป็นแฟรนไชส์ที่จะขยายไปตัวไปในหลายจังหวัด หลายประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งต่อการเดินทางที่ไม่เหมือนใครในแบบฉบับเดียวกันให้ผู้คนได้สัมผัสมากกว่าเดิม

ชักอยากเห็นแล้วสิ

13.00 น.

ฉันร่ำลาทุกคนที่ออฟฟิศของลุงโก้หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น รวมถึงตึ๊ดต๋อ สุนัขประจำออฟฟิศซึ่งมีสติกเกอร์ไลน์เป็นของตัวเอง

เป็นวันที่ฉันสนุก สุข จนแทบอยากจะเข้าไปจองทัวร์โปรแกรมต่อไปในทันที

ฝากบอกแม่ฉันทีว่าไม่ต้องห่วงนะ ฉันปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ ได้แล้ว

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

29 มิถุนายน 2560
2 K

หากตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ ณ พื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทย สถานที่ซึ่งไม่ใช่หนึ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ ภาพตรงหน้าที่เห็นอยู่ตอนนี้ ก็คงเป็นแค่อะไรที่แสนจะสามัญ-ธรรมดา แต่ไม่ใช่กับที่นี่

บรรยากาศยามเย็นของตลาดในตัวเมือง ซึ่งคับคั่งไปด้วยผู้คนที่กำลังออกมาจับจ่ายซื้อหาอาหารเป็นภาพที่เห็นได้ทั่วไปในช่วงเวลาอันแสนสำคัญของศาสนาอิสลาม-เดือนเราะมะฎอน

ในช่วงหนึ่งของแต่ละปี ชาวมุสลิมทั่วโลกจะต้องถือศีลอดในเวลากลางวันไปจนถึงช่วงเวลาก่อนเช้าของอีกวันเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม มันไม่ใช่เพียงแค่การอดน้ำ อดอาหาร หรือการที่ใครสักคนไม่สามารถรับประทานสิ่งใดได้เลยนอกจากการกลืนน้ำลาย แต่การถือศีลอดยังหมายความรวมไปถึงการปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลักคำสอนของศาสนาทั้งภายนอกและภายใน การฝึกฝนความอดทนอดกลั้น การเข้าใจถึงความยากไร้ การเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ และหันมาทำความเข้าใจในคัมภีร์อัลกุรอานและหลักคำสอนของอิสลามที่แท้จริง

‘ตลาดจะบังติกอ’ ในวันนี้ยังคงหนาแน่นไปด้วยผู้คนเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาก่อนการละศีลอดสำหรับเรานั้น ถือเป็นอีกช่วงของวันที่ยาวนาน น่าตื่นเต้น และสนุกที่สุด ในเวลาเดียวกัน เพราะทุกๆ คนในครอบครัวจะออกไปจ่ายตลาดเพื่อเลือกซื้ออาหารที่ตัวเองต้องการจะรับประทาน ภาพตรงหน้าที่เห็นคือการที่คนคนหนึ่งซึ่งไม่ได้กินอะไรเลยมาทั้งวัน กำลังเลือกซื้อและหยิบทุกอย่างที่ขวางหน้าจนไม่ลืมหูลืมตา (ฮา)

ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ ตลาดจะบังติกอ

หลังกลับมาจากการซื้อของ ทุกคนจะช่วยกันจัดเตรียมสำรับสำหรับจัดโต๊ะอาหาร การจัดสำรับอาหารในเดือนเดือนนี้จะมีความพิเศษกว่ามื้ออาหารในวันธรรมดาทั่วๆ ไป ทั้งในแง่ของรูปร่างหน้าตาและปริมาณ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาอาหารคาวหวานนับสิบ น้ำดื่มรสชาติต่างๆ ที่แตกต่างกันไป และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือผลไม้ที่เข้ามาทดแทนการขาดน้ำตาลอย่างอินทผลัม

ในหลายๆ ครั้งที่เราเลือกซื้ออาหารมากเกินความจำเป็น มันทำให้เราอดนึกถึงคนยากไร้ที่ไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวันไม่ได้ และหากยิ่งพวกเขาเป็นชาวมุสลิมที่ต่างกำลังทำการถือศีลอดเช่นเดียวกันนั้น เขาเหล่านั้นจะหิวกระหายมากเพียงใด?

เรายังมีโอกาสได้เลือกซื้ออาหารตามที่ต้องการ ยังมีโอกาสได้กินอาหารตามที่เราชอบ ในบางครั้ง อาหารที่ซื้อมาก็เยอะเกินไปจนเหลือไปถึงมื้อต่อไป แต่สำหรับพวกเขานั้น, เขาอาจมีโอกาสได้ทานเพียงข้าวไม่กี่คำ มีกับข้าวใช้ทานร่วมในสำรับไม่กี่อย่าง หรือสำหรับบางครอบครัวที่ลำบากมากๆ อาจไม่ได้รับประทานอะไรเลยนอกจากน้ำเพียงไม่กี่แก้ว

และด้วยเหตุผลนี้เอง ครอบครัวของเราเลยมีกิจกรรมอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับกลุ่มนักปั่นจักรยานสายกิน ‘กลุ่ม NIGHT RIDE’ ซึ่งในวันปกติธรรมดาพวกเราจะออกไปปั่นเพื่อหาของกินในตัวเมืองปัตตานีกันทุกๆ คืนวันพุธ แต่กิจกรรมที่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษในเดือนเดือนนี้ คือการที่พวกเราจะระดมเงินทุนเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็น อาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม และเดินทางไปร่วมละศีลอดกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่พ่อและแม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบของสามจังหวัดชายแดนใต้

ภาพเหล่านั้น ยังคงติดอยู่ในส่วนลึกของใจในทุกๆ ครั้งที่เรานึกถึง

มันเป็นเหมือนความหดหู่ ที่ถูกเติมเต็ม
ความยากไร้ ที่ถูกมอบให้
ความสูญเสีย ที่ยังอาจติดอยู่ในใจ

แค่ขอให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้น ได้ในสักวัน. . .

ศีลอด ศีลอด ปัตตานี

ไม่เพียงแต่ช่วงเวลาดีๆ ที่ทุกคนในครอบครัวจะได้รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ยังมีอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในเดือนเราะมะฎอนที่ชาวมุสลิมจะได้ทำการละหมาดตะรอเวี๊ยะฮฺที่มัสยิดใกล้บ้าน ซึ่งในช่วงเวลานี้เองที่ทุกคนจะมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน ได้กล่าวทักทาย หรือที่เรียกว่าการให้สลาม ซึ่งสิ่งสำคัญเหล่านี้อาจเป็นอะไรที่เรามองข้ามมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

บรรยากาศภายใน ‘มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี’ วันนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งกายในชุดหลากสีสัน วันนี้คืออีกช่วงเวลาสำคัญที่มุสลิมทุกคนจะมารวมตัวกันที่มัสยิดเพื่อทำการละหมาดในวันอีด (Eid al-Fitr) หลังจากนั้นก็จะทำการบริจาคทาน (ในกรณีที่ทำได้) และเดินทางไปพบปะญาติพี่น้องในเวลาต่อไป

ปัตตานี ศีลอด ปัตตานี

เราเป็นอีกคนที่กำลังอยู่ในสถานที่ซึ่งความสูญเสียสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงขณะ และทุกคน ณ ที่แห่งนี้ก็รู้ดีว่าเหตุการณ์ความไม่สงบจะเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ ผู้คนภายนอกอาจตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเราถึงยังใช้ชีวิตกันอย่างปกติ ทำไมคนถึงยังกล้าออกมาละหมาดกันจนเต็มมัสยิด? คนจากภายนอกที่ไม่ได้อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้อาจเกิดคำถามภายในว่า ‘ทำไม’

แน่นอนว่า, สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นความเคยชิน หรือแม้แต่เปลี่ยนเป็นระบบทางความคิดที่ทำให้เราทุกคน ณ ที่แห่งนี้รู้สึกว่าควรทำใจ แต่ยิ่งเราอยู่ใกล้กับความสูญเสียมากเท่าไหร่ ความตระหนักถึง ‘การจากไป’ และความใส่ใจใน ‘การมีอยู่’ ก็ยิ่งมากขึ้นเท่ากัน

ภายใน 365 วัน มีแค่ 2 ช่วงเวลาต่อปีเท่านั้นที่ชาวมุสลิมจะมีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อให้ได้เข้าใจและเข้าถึงหลักคำสอนของศาสนาอิสลามมากเท่านี้ หลายๆ เดือนที่ผ่านมาเราอาจไม่เคยเห็นคุณค่าของน้ำสักแก้ว ข้าวสักจาน หรือแม้แต่ของหวานสักชิ้น หลายๆ เดือนที่ผ่านมา เราอาจไม่เคยเข้าใจความยากไร้ของผู้คนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน และหลายๆ ช่วงเวลา เรามักให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ไกลตัว มากกว่าคนที่อยู่ใกล้ใจ

เรารู้สึกขอบคุณช่วงเวลาอันแสนพิเศษของศาสนาอิสลามเวลานี้ และสถานที่ซึ่งอยู่ใกล้กับความสูญเสียอย่างจังหวัดปัตตานี เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นคุณค่าของทุกช่วงขณะที่เรายังกินดีอยู่ดี และตระหนักอยู่ในทุกช่วงวินาที ว่าทุกอย่างล้วนต้องจากไป. . .

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่ / บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue/โรงเรียนนานาชาติ’

ถ้าผลงานของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ชานิตยา จีน่า ดานิชสกุล

นักศึกษาวิชาการละคอนจบใหม่จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้หลงใหลในการแบกเป้เพื่อออกเดินทางไปเป็นคนแปลกหน้าตามสถานที่ต่างๆตั้งแต่เริ่มเข้ามหา’ลัย มีความฝันอยากเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ ที่สามารถเดินทางไปได้เรื่อยๆ และกลับมาเปิดโฮสเทลในบ้านเกิดที่ปัตตานี

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load