เมื่อฝนตกลงมาหนักๆ คนเมืองอย่างเราก็รู้ว่าคงหนีไม่พ้นปัญหาน้ำท่วม แค่โผล่หน้าออกไปนอกบ้านหรือออฟฟิศก็อาจพบน้ำท่วมถนน หรือเจิ่งนองเต็มทางเท้าให้ลุ้นเวลาเดินว่าจะเหยียบกับระเบิดมั้ย ยิ่งในยุคที่มีประเด็นอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาเรื่องน้ำของเมืองยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือจริงจัง 

วันนี้เราจึงอยากชวนคุณมาดูงานออกแบบที่เสนอวิธีแก้ปัญหาน่าสนใจ นั่นคือการลงมือแก้ที่โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของเมือง ผ่านแผ่นกระเบื้องบนทางเท้าที่เราเดินเหยียบกันอยู่ทุกวัน

Climate Tile คือชื่อของงานออกแบบที่ช่วยจัดการปัญหาน้ำท่วมเมือง แถมยังมีฟังก์ชันเพิ่มพื้นที่สีเขียวรวมไว้ในงานเดียว

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

กระเบื้องแผ่นเล็กที่ช่วยจัดการน้ำ

Climate Tile เป็นนวัตกรรมจาก Tredje Natur (Third Nature) สตูดิโอสถาปนิกจากเดนมาร์ก พวกเขามองว่า ในเมืองที่มีคนอยู่หนาแน่นขึ้นทุกวัน และต้องปรับตัวรับความท้าทายใหม่ๆ เราต้องหันมององค์ประกอบแต่ละอย่างของเมืองด้วยสายตาต่างจากเดิม   

สถาปนิกทีมนี้โฟกัสไปที่ ‘ทางเท้า’ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของเมือง 

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

Tredje Natur ลงมือออกแบบกระเบื้องปูทางเท้าที่ช่วยรับมือความท้าทายข้อใหญ่ นั่นคือปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมเมือง

แทนผิวคอนกรีตเรียบๆ แบบปกติ Climate Tile มีรูพรุนที่ช่วยระบายน้ำฝนจากหลังคาอาคารและบนผิวของทางเท้าเอง ให้ไหลลงสู่ระบบจัดการน้ำด้านล่างกระเบื้อง ในแง่หนึ่ง กระเบื้องแผ่นนี้ช่วยระบายน้ำจากผิวทางเท้าไม่ให้เจิ่งนอง แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ชาวสถาปนิกยังมองหาวิธีใหม่ๆ ในการจัดการให้น้ำเหล่านี้เกิดประโยชน์

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว
Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

แทนที่จะปล่อยให้น้ำทั้งหมดไหลลงท่อระบายน้ำ พวกเขาออกแบบท่อใต้กระเบื้องให้ผันน้ำบางส่วนไปสู่พื้นที่ปลูกต้นไม้ใกล้ทางเท้า ต้นไม้จะดูดซับน้ำไป ขณะที่น้ำส่วนเกินก็จะซึมลงพื้นดินใต้ต้นไม้

 กระบวนการนี้ช่วยนำวงจรหมุนเวียนตามธรรมชาติของน้ำกลับสู่เมือง ขณะเดียวกัน เมื่อต้นไม้เติบโต พื้นที่สีเขียวก็จะเพิ่มขึ้น ช่วยให้เมืองรื่นรมย์และทำให้สภาพอากาศเฉพาะพื้นที่ (Microclimate) ดีขึ้นด้วย

“Climate Tile คือทางแก้ปัญหาที่ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำฝนท่วมขัง และสร้างธรรมชาติในเมืองขึ้นในถนนสีเทาของเรา” Jeppe Ecklon ผู้จัดการโครงการของ Tredje Natur กล่าวไว้

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

กระเบื้องแผ่นเล็กที่ปูทางเท้าได้ทุกเมือง

  หลังทุ่มเทพัฒนากันมาหลายปี Climate Tile ก็ได้มีการทดลองติดตั้งจริงที่ทางเท้าความยาว 50 เมตรหน้าคาเฟ่ Heimdalsgade 22 ในเมืองโคเปนเฮเกน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน Markedsmodningsfonden (The Market Development Fund) ที่ร่วมมือทำงานกับเทศบาลเมืองโคเปนเฮเกน 

Jeppe Eklon บอกไว้ว่า เหตุผลที่เลือกบริเวณนี้ซึ่งอยู่ใกล้ออฟฟิศพวกเขาพอดี ก็เพราะว่าถนนแถบนั้นไม่น่าดึงดูดใจ ขณะที่คาเฟ่เองก็สนใจใช้ทางเท้าเป็นห้องรับแขกกลางแจ้งของร้าน โดยการทดลองปูทางเท้านี้เป็นการตรวจสอบว่าเจ้ากระเบื้องชนิดนี้ทำงานได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลและปัจจัยต่างๆ   

ทางเท้าระยะ 50 เมตรอาจดูสั้น แต่หากผลลัพธ์ออกมาดีและพัฒนาต่อจนได้รูปแบบที่น่าพอใจ Climate Tile อาจไปอยู่บนทางเท้ากว่า 700 กิโลเมตรทั่วโคเปนเฮเกน และแน่นอน ทางเท้าในเมืองอื่นทั่วโลกที่เผชิญปัญหาเมื่อฝนตกหนัก โดยเจ้ากระเบื้องแผ่นนี้ได้รับการออกแบบให้ติดตั้งง่ายด้วยขั้นตอนไม่ต่างจากการเปลี่ยนหรือซ่อมท่อน้ำ ทำให้ไม่เป็นภาระกับงานส่วนซ่อมถนน ทั้งยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ปรับเปลี่ยนการไหลของน้ำเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย เช่น ในหน้าหนาวที่มีการโรยเกลือบนทางเท้าเพื่อละลายหิมะ เราสามารถเปลี่ยนทิศทางให้น้ำเค็มๆ จากหิมะไหลลงท่อระบายน้ำแทนไหลไปรดต้นไม้

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

แทนที่จะมุ่งออกแบบเพียงสิ่งใหม่ Climate Tile ชวนเราตั้งคำถามน่าสนใจว่า จะเป็นอย่างไร ถ้าเราออกแบบสิ่งเดิมที่มีให้ตอบโจทย์ท้าทายของสังคมปัจจุบัน และจะเป็นอย่างไร ถ้าเราทำให้ทางแก้ปัญหานั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไกลกว่าจุดที่เรายืน

“เราเชื่อว่าถนนคือเส้นเลือดของสังคมที่ผู้คนพบปะกัน และทางเท้าคือโครงสร้างพื้นฐานที่เราเห็นคุณค่ามันน้อยเกินไป รวมถึงเป็นโครงสร้างที่มีศักยภาพมากสำหรับชุมชนในอนาคตของเมืองที่โตขึ้นเรื่อยๆ” Flemming Rafn Thomsen หุ้นส่วนของ Tredje Natur กล่าว

ข้อมูลอ้างอิง 

www.tredjenatur.dk

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

“เรารักบ้านของเราค่ะ มันอยู่สบายมากๆ”

นี่คือความเห็นจากเฮเลน สมาชิกผู้อยู่ในชุมชน Beddington Zero Energy Development หรือ BedZED มานับสิบปี ถ้าลองหลับตานึกตามว่านี่เป็นประโยคจากปากคนในชุมชนรักโลกชนิดสีเขียวเข้มสุด คุณอาจเห็นภาพ BedZED ต่างไปจากที่มันเป็นมาก

ทีนี้ลองเปิดตา แล้วพิจารณาภาพที่อยู่อาศัยด้านล่าง

BedZED หมู่บ้านยั่งยืน แห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

บ้านที่เป็นอาคารแบบที่เราคุ้นเคย แถมยังมีดีไซน์เก๋นี้คือบ้านของ BedZED ต้นแบบชุมชนยั่งยืนแบบ Mix-used ขนาดใหญ่แห่งแรกของอังกฤษที่ริเริ่มขึ้นในปี 1997 จาก Bioreginal องค์กรการกุศลด้านความยั่งยืน Bill Dunster Architects บริษัทสถาปนิกหัวใจสีเขียว และ Arup องค์กรที่มีหนึ่งในงานคืองานด้านวิศวกรรม 

ทั้งสามองค์กรข้างต้นมองหาโอกาสสร้างหมู่บ้านรักษ์โลกแบบเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นศูนย์ เพื่อทำให้เราใช้ชีวิตอย่างคนมีโลกอยู่แค่ใบเดียวเท่านั้น ไม่ใช่หลายใบ 

อย่างไรก็ตาม ความพิเศษที่ทำให้ BedZED เป็น BedZED ก็คือการที่ผู้สร้างเชื่อมั่นว่าถ้าจะช่วยโลกได้แบบเห็นผลจริง คนเราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน 

และนั่นแปลว่าข้อเสนอที่ยื่นเพื่อให้คนยอมเปลี่ยนตัวเองต้องไม่ใช่ยาขม 

โครงการที่นับว่าเป็น Pioneer และเป็นแรงบันดาลใจของชุมชนยั่งยืนทั่วโลกแห่งนี้จึงคิดละเอียด หาวิธีท้าทายข้อจำกัดต่างๆ ของวิถีแบบที่หลายคนอาจมองว่าเป็น ‘ทางเลือก’ ซึ่งหมายถึงการต้องออกจากทางหลัก 

ชักอยากพาคุณทัวร์เต็มแก่แล้ว, เชิญตามเรามาดูชุมชนที่เฮเลนอยู่และหลงรักได้เลย

จุดแรก: ป้ายรถบัส

อ้าว ไม่ต้องเข้าป่าเหรอ? 

คุณอาจสงสัย เมื่อเราพาคุณมาดูชุมชนรักสิ่งแวดล้อมเข้มข้นด้วยการขึ้นรถบัส ไม่ต่างจากการเดินทางไปสถานที่อื่น

นี่คือความตั้งใจของ BedZED ที่จะช่วยให้คนเดินทางอย่างยั่งยืน ชุมชนนี้เลยตั้งอยู่ที่เมือง Sutton ในส่วนลอนดอนใต้ซึ่งอยู่ห่างเมืองออกมาหน่อย แต่อยู่ในทำเลที่ด้านหน้ามีรถบัสผ่าน 3 สาย แถมยังอยู่ไม่ไกลระบบขนส่งอย่างสถานีรถไฟ 

ยังไม่หมดเท่านั้น ลองก้าวเข้ามาในโครงการ เห็นไหมว่าที่นี่มีที่จอดรถน้อยมาก รวมแล้วแค่ 81 ล็อก ซึ่งเฉลี่ยแล้วน้อยกว่า 1 ล็อกต่อบ้าน 1 หลังเสียอีก เพราะสิ่งที่มาทดแทนคือ Car Club ซึ่งเป็นแห่งแรกของลอนดอน ที่นี่ให้บริการรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ จองออนไลน์ได้ และจ่ายตามการใช้งาน (Pay as you go) คนที่อยากขับรถจึงไม่จำเป็นต้องซื้อรถแต่อย่างใด

นอกจากนี้ โครงการยังมีที่จอดจักรงานที่ปลอดภัยอยู่จำนวนมาก และบ้านแบบไซส์ใหญ่ก็มีที่เก็บจักรยานด้านใน เพื่อส่งเสริมให้คนเดินทางด้วยจักรยานกันมากขึ้น 

ชาว BedZED จึงมีโอกาสเลือกระบบขนส่งที่ดีและเดินทางได้โดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกแต่น้อย โดยไม่ต้องละทิ้งความสะดวกสบายไป

จุดที่ 2 : กรอบหน้าต่างไม้ กังหันลมสีสด และมิเตอร์น้ำตรงตู้กับข้าว

จากเรื่องการเดินทาง มาดูกันต่อว่าโครงการ BedZED มีของดีอะไรซ่อนอยู่อีก

เราขอเริ่มจากชวนคุณแหงนหน้าดูกรอบหน้าต่างไม้ของอาคาร นี่คือตัวอย่างของการที่ BedZED ตั้งใจก่อสร้างอย่างยั่งยืนโดยไม่ใช้ต้นทุนสูง วัสดุไม้แบบนี้ถูกกว่าวัสดุอย่าง uPVC แถมยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

BedZED หมู่บ้านยั่งยืน แห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

ในภาพรวม 52 เปอร์เซ็นต์ของวัสดุที่นำมาก่อสร้าง BedZED มาจากสถานที่ที่ไม่ไกลเกิน 56 กิโลเมตร และประเภทของวัสดุก็พยายามใช้วัสดุท้องถิ่น รีไซเคิล หรือนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reclaimed) ด้วย

ทีนี้ลองเงยหน้าขึ้นไปอีกนิด จะเห็นเหล่ากังหันสวยแปลกตาบนหลังคาอาคาร นี่คือตัวแทนของหนึ่งในจุดเด่นมากของโครงการ คือเป้าหมายที่จะทำให้ไม่มีการใช้ฟอสซิลเพื่อผลิตพลังงานและความร้อนอีกต่อไป

BedZED หมู่บ้านยั่งยืนแห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

BedZED ตั้งใจจะไปถึงเป้าหมายที่ฝันด้วย 3 เส้นทาง

หนึ่ง ติดตั้งแผงเซลส์แสงอาทิตย์ยาวถึง 777 ตารางเมตรเพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

สอง ใช้ระบบการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมที่ใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าและความร้อน

และทางสุดท้าย คือใช้ฉนวนกันความร้อน สร้างบ้านให้สะสมความร้อนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด และพยายามป้องกันอากาศรั่วไหลซึ่งเป็นตัวการทำให้สูญเสียความร้อน 

บรรดากังหันสีสดที่คุณเห็น คือหนึ่งในนวัตกรรมการออกแบบที่ช่วยพาอากาศสดชื่นข้างนอกเข้ามาและระบายอากาศด้านในโดยตัวอาคารยังอบอุ่น ด้านหน้ากังหันเป็นช่องรับอากาศเข้า ส่วนด้านหลังเป็นช่องปล่อยอากาศออก โดยอากาศอุ่นๆ ที่ไหลออกจากตึกจะช่วยให้อากาศเย็นเฉียบข้างนอกอุ่นขึ้น ด้วยเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่อยู่ตรงฐานกังหัน (ส่วนหน้าร้อนก็เปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ปกติ) 

BedZED หมู่บ้านยั่งยืนแห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก
BedZED หมู่บ้านยั่งยืน แห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

อาคารในชุมชน BedZED จึงสวยเก๋แถมอุ่นสู้ความหนาวเย็นของลอนดอนได้ กลายเป็นบ้านอยู่สบายแบบที่เฮเลนบอกทุกประการ ยิ่งกว่านั้น การจัดการด้านพลังงานแบบนี้ยังทำให้ชาว BedZED จ่ายค่าไฟถูกกว่าเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงมาก ทั้งที่อยู่สบายไม่แพ้กัน

เอาล่ะ คราวนี้ลองเดินเข้ามาในบ้าน นอกจากสวยน่าอยู่ไม่ต่างจากบ้านทั่วไป ลองมาหยุดดูมิเตอร์น้ำตรงนี้สักหน่อย

นอกจากเรื่องพลังงาน BedZED ยังตั้งใจออกแบบโครงการให้เกิดการใช้น้ำอย่างยั่งยืน นั่นคือใช้น้ำน้อยกว่าบ้านทั่วไป รีไซเคิลน้ำเสีย ลดน้ำที่จะเอ่อท่วมและไหลล้นไปสู่แม่น้ำลำคลองช่วงฝนกระหน่ำ 

ตัวอย่างเช่น การติดมิเตอร์น้ำไว้ในระดับสายตาที่ตู้กับข้าวให้คนใช้น้ำเห็นกันชัดๆ ว่าใช้ไปเท่าไหร่แล้ว มากกว่านั้น ในอาคารยังมีเครื่องใช้ที่ประหยัดน้ำในตัว เช่น ชักโครกและเครื่องซักผ้า แล้วคุณก็คงเห็นก่อนเดินเข้ามาว่าหลังคาอาคารนี้เป็นสีเขียวชอุ่ม นั่นเพราะบนนั้นมีการปลูกพืชซึ่งช่วยรองรับน้ำฝนได้

คนที่นี่จึงใช้น้ำอย่างยั่งยืนได้โดยไม่ลำบาก และได้ของแถมไม่ต่างจากเรื่องพลังงาน นั่นคือจ่ายค่าน้ำถูกลงด้วย

จุดที่ 3 : ถนนที่มีเด็กวิ่งเล่น

 ถึงตอนนี้คุณคงเห็นแล้วว่าชุมชนแบบ BedZED ทำให้เรารักโลกได้จริง แถมยังมีชีวิตที่ดีได้

แต่รู้ไหมว่าเมื่อมีการทำแบบสำรวจสิ่งที่ชอบที่สุดในโครงการ ผู้อยู่อาศัย BedZED ตอบว่าอะไร

คำตอบคือ ความเป็นชุมชน

เพราะมากกว่าบ้านที่ดี ค่าน้ำค่าไฟที่ถูก ความเป็นชุมชนคือสิ่งที่ผู้ออกแบบโครงการมองว่าจะช่วยให้ชาว BedZED รู้สึกว่าที่นี่เหมาะกับการทำงานและอยู่อาศัย และเมื่อรักการอยู่ที่นี่ ก็ย่อมนำไปสู่การได้ใช้ชีวิตแบบยั่งยืน

โครงการ BedZED ที่ประกอบด้วยบ้าน 100 หลัง และผู้คนหลากหลาย เพราะมีทั้งบ้านที่ขายปกติ และบ้านแบบแชร์กรรมสิทธิ์ (วิธีซึ่งช่วยให้เรามีบ้านได้แบบจ่ายถูกกว่า) และบ้านเช่าที่รัฐช่วยออกค่าใช้บางส่วน จึงพยายามออกแบบพื้นที่ให้เอื้อต่อการเกิดปฏิสัมพันธ์ของผู้คน  

BedZED หมู่บ้านยั่งยืน แห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

เริ่มจาก Pavillion พื้นที่รวมตัวแบบอินดอร์ของชาว BedZED และชุมชนข้างเคียง จัตุรัสของหมู่บ้าน สนามหญ้าเขียวขจีสำหรับออกไปนั่งหรือเดินพักผ่อน และเห็นถนนตรงนั้นมั้ย แทนที่จะมีรถวิ่ง บนถนนกลับมีเด็กๆ วิ่งเล่นสนุกแทน นั่นเพราะโครงการออกแบบให้ถนนที่รถวิ่งได้อยู่รอบๆ โครงการ แต่ถนนเล็กๆ ระหว่างตึกนั้นเป็น Traffic-free ให้เด็กได้มาเล่นและผู้ใหญ่ได้มาพบปะสนทนากัน

แทนที่การมีคนอยู่เยอะแถมหลากหลายจะทำให้ไม่ปลอดภัย แต่กลายเป็นว่าคนที่นี่กลับรู้จักและอุ่นใจที่จะได้อยู่ด้วยกัน ชาว BedZED จึงย้ายออกกันไม่บ่อย คนที่ย้ายออกแล้วก็ยังติดต่อกับคนข้างใน และผลสำรวจก็ระบุว่าคนที่นี่ 1 คน รู้จักเพื่อนบ้านระดับรู้ชื่อเฉลี่ยถึง 20 คน ขณะที่ละแวกใกล้เคียงรู้จักแค่ 8 คนเท่านั้น

ทริปทัวร์ชุมชนยั่งยืนของเราใกล้จะจบลงแล้ว แต่ก่อนจากกัน สิ่งที่เราอยากชวนคุณดูเป็นอย่างสุดท้าย คือผลลัพธ์แท้จริงที่โครงการนี้ฝากไว้ 

ในมุมผู้อยู่อาศัย นอกจากมีบ้านดี ในทำเลดี มีหลายขนาดและราคาให้เลือกซื้อ ผลสำรวจจากปี 2015 ระบุว่า ชาว BedZED ในบ้านขนาด 2 คนอยู่ จ่ายค่าน้ำถูกกว่าค่าเฉลี่ยของลอนดอน 45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่าผลิตไฟฟ้าและความร้อนถูกกว่าถึง 68 เปอร์เซ็นต์ โดยรวมแล้วการอยู่ในชุมชนแบบนี้ช่วยให้พวกเขาประหยัดเงินได้ถึงปีละ 1,094 ยูโรต่อปี

และนอกจากประหยัดเงิน ถ้าพวกเขาเกิดนึกอยากย้ายบ้าน ราคาบ้านของที่นี่ก็ขายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยท้องถิ่น

BedZED หมู่บ้านยั่งยืน แห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

ขณะที่ในมุมสิ่งแวดล้อม ผลสำรวจระหว่างปี 2012 และปี 2015 ระบุว่า เมื่อเทียบกับชุมชนใกล้เคียงที่ขนาดเดียวกัน ส่วนผสมอาคารแบบเดียวกัน BedZED ใช้ไฟรายปีน้อยกว่าเพื่อน 27 เปอร์เซ็นต์ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าและความร้อนน้อยกว่าถึง 32 เปอร์เซ็นต์

ในภาพรวม ผลสำรวจปี 2015 จากบ้าน 19 หลังระบุว่าชาว BedZED มีรอยเท้าคาร์บอนขนาด 10.4 ตันต่อคน น้อยกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 23 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน 

ถึงตอนนี้ คุณคงไม่แปลกใจถ้าได้ยินว่า BedZED เป็นโครงการที่ได้รับรางวัลมากมาย เป็นแรงบันดาลใจให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืนทั่วโลก และมีคนจากทั่วโลกมาเยี่ยมชมปีละหลายร้อยคน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากให้คุณรู้เช่นกันคือ BedZED ไม่ใช่โครงการสมบูรณ์แบบ แต่เป็นโปรโตไทป์ที่เกิดขึ้นเพื่อการทดสอบ นอกจากผลลัพธ์ด้านความสำเร็จ ก็มีผลลัพธ์ด้านความล้มเหลว เช่น ที่นี่เคยมีระบบบำบัดน้ำซึ่งปั๊มน้ำเสียเข้ามาแล้วใช้พืชน้ำและจุลินทรีย์บำบัด แต่ต้องยกเลิกไปเพราะเหตุผลอย่างการใช้ไฟเปลืองเกินเหตุ 

แต่อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวเหล่านั้นก็กลายเป็นบทเรียนล้ำค่าที่จะช่วยให้การสร้างชุมชน การพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืนครั้งถัดไปไม่ต้องผิดซ้ำและพัฒนาต่อได้ อย่างเช่น Bioreginal ที่ได้แรงบันดาลใจในการพัฒนาหลักการชื่อ The One Planet Living Principles ขึ้นเพื่อให้องค์กรและทีมทำโครงการต่างๆ ได้ใช้

BedZED จึงนับเป็นตัวจุดประกายให้เราเห็นหนทางอยู่บนโลกใบเดียวนี้อย่างยั่งยืนและมีความสุข 

“เราอยู่ใน BedZED ด้วยความรู้สึกว่า นี่คือสถานที่ซึ่งมาพร้อมวิสัยทัศน์ที่เป็นไปได้” ลูคัสและเอแลนผู้อยู่ในโครงการนี้มา 8 ปีบอกเอาไว้

แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้กล่าวเกินจริง

BedZED หมู่บ้านยั่งยืน แห่งแรกของอังกฤษ บ้านดีในทำเลดี ค่าน้ำ-ไฟถูกกว่า ที่ไม่ทำร้ายโลก

ข้อมูลอ้างอิง

หากคุณอยากฟังเรื่องราวของ BedZED และที่อยู่อาศัยที่น่าสนใจเพิ่มเติม ขอเชิญย้อนดูงานเสวนาออนไลน์ “21ST CENTURY HOUSING เราจะอยู่กันแบบไหนในอนาคต?” ของศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาโมเดลต้นแบบที่อยู่อาศัยสำหรับอนาคตของทางศูนย์ ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load