เมื่อฝนตกลงมาหนักๆ คนเมืองอย่างเราก็รู้ว่าคงหนีไม่พ้นปัญหาน้ำท่วม แค่โผล่หน้าออกไปนอกบ้านหรือออฟฟิศก็อาจพบน้ำท่วมถนน หรือเจิ่งนองเต็มทางเท้าให้ลุ้นเวลาเดินว่าจะเหยียบกับระเบิดมั้ย ยิ่งในยุคที่มีประเด็นอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาเรื่องน้ำของเมืองยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือจริงจัง 

วันนี้เราจึงอยากชวนคุณมาดูงานออกแบบที่เสนอวิธีแก้ปัญหาน่าสนใจ นั่นคือการลงมือแก้ที่โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของเมือง ผ่านแผ่นกระเบื้องบนทางเท้าที่เราเดินเหยียบกันอยู่ทุกวัน

Climate Tile คือชื่อของงานออกแบบที่ช่วยจัดการปัญหาน้ำท่วมเมือง แถมยังมีฟังก์ชันเพิ่มพื้นที่สีเขียวรวมไว้ในงานเดียว

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

กระเบื้องแผ่นเล็กที่ช่วยจัดการน้ำ

Climate Tile เป็นนวัตกรรมจาก Tredje Natur (Third Nature) สตูดิโอสถาปนิกจากเดนมาร์ก พวกเขามองว่า ในเมืองที่มีคนอยู่หนาแน่นขึ้นทุกวัน และต้องปรับตัวรับความท้าทายใหม่ๆ เราต้องหันมององค์ประกอบแต่ละอย่างของเมืองด้วยสายตาต่างจากเดิม   

สถาปนิกทีมนี้โฟกัสไปที่ ‘ทางเท้า’ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานของเมือง 

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

Tredje Natur ลงมือออกแบบกระเบื้องปูทางเท้าที่ช่วยรับมือความท้าทายข้อใหญ่ นั่นคือปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมเมือง

แทนผิวคอนกรีตเรียบๆ แบบปกติ Climate Tile มีรูพรุนที่ช่วยระบายน้ำฝนจากหลังคาอาคารและบนผิวของทางเท้าเอง ให้ไหลลงสู่ระบบจัดการน้ำด้านล่างกระเบื้อง ในแง่หนึ่ง กระเบื้องแผ่นนี้ช่วยระบายน้ำจากผิวทางเท้าไม่ให้เจิ่งนอง แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ชาวสถาปนิกยังมองหาวิธีใหม่ๆ ในการจัดการให้น้ำเหล่านี้เกิดประโยชน์

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว
Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

แทนที่จะปล่อยให้น้ำทั้งหมดไหลลงท่อระบายน้ำ พวกเขาออกแบบท่อใต้กระเบื้องให้ผันน้ำบางส่วนไปสู่พื้นที่ปลูกต้นไม้ใกล้ทางเท้า ต้นไม้จะดูดซับน้ำไป ขณะที่น้ำส่วนเกินก็จะซึมลงพื้นดินใต้ต้นไม้

 กระบวนการนี้ช่วยนำวงจรหมุนเวียนตามธรรมชาติของน้ำกลับสู่เมือง ขณะเดียวกัน เมื่อต้นไม้เติบโต พื้นที่สีเขียวก็จะเพิ่มขึ้น ช่วยให้เมืองรื่นรมย์และทำให้สภาพอากาศเฉพาะพื้นที่ (Microclimate) ดีขึ้นด้วย

“Climate Tile คือทางแก้ปัญหาที่ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำฝนท่วมขัง และสร้างธรรมชาติในเมืองขึ้นในถนนสีเทาของเรา” Jeppe Ecklon ผู้จัดการโครงการของ Tredje Natur กล่าวไว้

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

กระเบื้องแผ่นเล็กที่ปูทางเท้าได้ทุกเมือง

  หลังทุ่มเทพัฒนากันมาหลายปี Climate Tile ก็ได้มีการทดลองติดตั้งจริงที่ทางเท้าความยาว 50 เมตรหน้าคาเฟ่ Heimdalsgade 22 ในเมืองโคเปนเฮเกน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน Markedsmodningsfonden (The Market Development Fund) ที่ร่วมมือทำงานกับเทศบาลเมืองโคเปนเฮเกน 

Jeppe Eklon บอกไว้ว่า เหตุผลที่เลือกบริเวณนี้ซึ่งอยู่ใกล้ออฟฟิศพวกเขาพอดี ก็เพราะว่าถนนแถบนั้นไม่น่าดึงดูดใจ ขณะที่คาเฟ่เองก็สนใจใช้ทางเท้าเป็นห้องรับแขกกลางแจ้งของร้าน โดยการทดลองปูทางเท้านี้เป็นการตรวจสอบว่าเจ้ากระเบื้องชนิดนี้ทำงานได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลและปัจจัยต่างๆ   

ทางเท้าระยะ 50 เมตรอาจดูสั้น แต่หากผลลัพธ์ออกมาดีและพัฒนาต่อจนได้รูปแบบที่น่าพอใจ Climate Tile อาจไปอยู่บนทางเท้ากว่า 700 กิโลเมตรทั่วโคเปนเฮเกน และแน่นอน ทางเท้าในเมืองอื่นทั่วโลกที่เผชิญปัญหาเมื่อฝนตกหนัก โดยเจ้ากระเบื้องแผ่นนี้ได้รับการออกแบบให้ติดตั้งง่ายด้วยขั้นตอนไม่ต่างจากการเปลี่ยนหรือซ่อมท่อน้ำ ทำให้ไม่เป็นภาระกับงานส่วนซ่อมถนน ทั้งยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ปรับเปลี่ยนการไหลของน้ำเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย เช่น ในหน้าหนาวที่มีการโรยเกลือบนทางเท้าเพื่อละลายหิมะ เราสามารถเปลี่ยนทิศทางให้น้ำเค็มๆ จากหิมะไหลลงท่อระบายน้ำแทนไหลไปรดต้นไม้

Climate Tile แผ่นปูทางเท้าระบายน้ำได้ ลดปัญหาน้ำท่วมเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

แทนที่จะมุ่งออกแบบเพียงสิ่งใหม่ Climate Tile ชวนเราตั้งคำถามน่าสนใจว่า จะเป็นอย่างไร ถ้าเราออกแบบสิ่งเดิมที่มีให้ตอบโจทย์ท้าทายของสังคมปัจจุบัน และจะเป็นอย่างไร ถ้าเราทำให้ทางแก้ปัญหานั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ไกลกว่าจุดที่เรายืน

“เราเชื่อว่าถนนคือเส้นเลือดของสังคมที่ผู้คนพบปะกัน และทางเท้าคือโครงสร้างพื้นฐานที่เราเห็นคุณค่ามันน้อยเกินไป รวมถึงเป็นโครงสร้างที่มีศักยภาพมากสำหรับชุมชนในอนาคตของเมืองที่โตขึ้นเรื่อยๆ” Flemming Rafn Thomsen หุ้นส่วนของ Tredje Natur กล่าว

ข้อมูลอ้างอิง 

www.tredjenatur.dk

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

เวลาอ่านเคสงานออกแบบเพื่อสังคม หนึ่งในรูปแบบเคสที่จับใจฉันเป็นพิเศษคือ งานออกแบบที่ช่วยเหลือ ใส่ใจผู้คนบางกลุ่มให้พวกเขาไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

‘Community Dental Services’ คือหนึ่งในนั้น นี่คือคลินิกที่ออกแบบมาสำหรับคนที่กลัวหรือไปหาหมอฟันได้ยากโดยเฉพาะ ตั้งแต่ผู้คนที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรง คนไร้บ้าน จนถึงผู้ใหญ่และเด็กที่มี Dental Phobia อย่างรุนแรง

ภายใต้หน้าตาภายนอกที่อาจดูไม่ต่างจากคลินิกทำฟันทั่วไป แน่นอนว่า Community Dental Services หรือ CDS มีบางอย่างที่ต่างออกไป เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากซึ่งเป็นเรื่องสำคัญให้ผู้คนอย่างทั่วถึง

ลองมาเปิดประตูคลินิก แล้วเข้าไปสัมผัสโลกการทำฟันแบบพิเศษของที่นี่กันค่ะ

CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้

คลินิกที่ตั้งใจให้การทำฟันเป็นเรื่อง Positive และ Inclusive

CDS คือกิจการเพื่อสังคมที่ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2011 โดย Spin Out ออกมาจาก National Health Service (NHS) หรือระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ 

CDS ทำหน้าที่รักษาฟันและส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากให้ชาวอังกฤษ แต่การรับคนไข้ของที่นี่จะเป็นแบบต้องถูกส่งตัวต่อมาหรือ Referral Only เท่านั้น เพราะคลินิกนี้รับดูแลคนไข้กลุ่มพิเศษ ตั้งแต่เด็ก ๆ ที่มีภาวะออทิสซึม คนไร้บ้าน ผู้พิการ ไปจนถึงคนที่กลัวหมอฟันอย่างรุนแรง

คนไข้เหล่านี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และนั่นทำให้คลินิกทำฟันที่ภายนอกดูธรรมดานั้นมีภายในที่ออกแบบต่างไป

ที่นี่ลบภาพหมอฟันดุ ๆ ไปจนหมด ใครที่กลัวหมอฟันจะได้เจอกับเจ้าหน้าที่และทันตแพทย์ที่ใจดี ค่อย ๆ อธิบายถึงกระบวนการทำฟันในแต่ละครั้ง และสื่อสารภาษามือได้ถ้าจำเป็น นอกจากนั้น บางสาขายังมีสัตว์บำบัดหรือ Pet Therapy เพื่อช่วยให้คนไข้สบายใจมากยิ่งขึ้น

CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้
CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้

“เมื่อเรามั่นใจว่าสัตว์บำบัดเป็นเรื่องเหมาะสม เบซิลและฉันจะเข้าไปและพบพวกเขาเพื่อเริ่มสร้างสายสัมพันธ์ และพาพวกเขาผ่านพ้นกระบวนการรักษา” ผู้ที่คอยพาเจ้าหมาเบซิลแสนน่ารักเข้ามาดูแลคนไข้กล่าว

ขณะที่ในส่วนของคนไข้ที่มาหาหมอฟันได้ลำบาก เช่น ผู้พิการวีลแชร์ CDS ก็มีอุปกรณ์ที่ทำให้พวกเขานั่งรถเข็นเข้ามา และเอนตัวลงพร้อมทำฟันได้เลยโดยไม่ต้องโยกย้ายจากรถเข็น 

นอกจากนั้น CDS ยังมีคลินิกหมอฟันแบบเคลื่อนที่เพื่อเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ตั้งแต่คนไร้บ้านไปจนถึงเด็ก ๆ ที่มีความต้องการพิเศษ 

และในสถานการณ์ที่ทำให้การหาหมอฟันยากขึ้นไปอีกอย่างโควิด-19  คลินิกนี้ก็จัดการรับมือตั้งแต่ให้คำปรึกษาแบบออนไลน์ ร่วมเป็นเครือข่ายของ Urgent Dental Care Network ซึ่งดูแลเคสที่แนะนำทางโทรศัพท์หรือวิดีโอไม่ได้ รวมถึงออกไปแจกชุดดูแลฟันให้กับคนไร้บ้าน ซึ่งปกติเป็นกลุ่มเปราะบางอยู่แล้ว และยิ่งเปราะบางขึ้นอีกเมื่อเผชิญโควิด

เพราะดูแลใส่ใจผู้คนอย่างทั่วถึง คนไข้ที่เดินเข้าคลินิกในเครือข่าย CDS จึงรู้สึกสบายใจ และผ่านพ้นช่วงเวลาทำฟันได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไป

แต่ความพิเศษของคลินิกหมอฟันแห่งนี้ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะคำว่า Inclusive นั้นไม่ได้อยู่แค่คนไข้ แต่ยังไปถึงพนักงานและชุมชนด้วย

แนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบาก

ธุรกิจที่คิดถึงชุมชนและพนักงาน 

CDS เป็นคลินิกที่มีสถานะเป็นกิจการเพื่อสังคมในรูปแบบของ Community Interest Company หรือ CIC ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อให้ประโยชน์กับชุมชนมากกว่าผู้ถือหุ้นเอกชน คลินิกหมอฟันแห่งนี้จึงเกิดขึ้นและขับเคลื่อนเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง

นอกจากนั้น คลินิกนี้ยังมีพนักงานร่วมเป็นเจ้าของแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยพนักงานประจำทุกคนจะได้รับหุ้นมูลค่า 1 ยูโรเมื่อทำงานครบ 1 ปี และได้ถือหุ้นนี้ไปจนกว่าพวกเขาจะลาออก 

บุคลากรของ CDS จึงไม่ใช่แค่ลูกจ้าง แต่คือเจ้าของร่วมขององค์กรที่พวกเขาทำงาน เป็นเจ้าของร่วมที่ได้มีสิทธิ์มีเสียง เช่น มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกคนขึ้นมาเป็นบอร์ดของบริษัท 

CDS เชื่อว่า บริษัทที่มีรูปแบบร่วมเป็นเจ้าของนี้ มีแนวโน้มที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ มีการแข่งขัน มีผลกำไร และยั่งยืนกว่า 

หรืออาจพูดได้ว่า เมื่อให้ใจคนทำงานก็น่าจะได้ใจพวกเขากลับมาเช่นกัน 

แนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบาก
CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องaแนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบากสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้

คลินิกพิเศษที่ยังส่งต่อความพิเศษต่อไป

ไม่ว่าจะในช่วงเวลาปกติหรือช่วงเวลาท้าทายอย่างเมื่อต้องพบเจอโควิด คลินิกทำฟันที่เป็นเจ้าของรางวัล Health and Social Care Enterprise of the Year จาก UK Social Enterprise Award 2017 ก็ยังคงเติบโตต่อไป

ปัจจุบัน CDS ให้บริการอยู่ใน 9 เทศมณฑล (County) ของอังกฤษ โดยในช่วง ค.ศ. 2020 – 2021 ที่ผ่านมา มีการจ้างงานพนักงานไป 488 คน ขณะที่ตัวกิจการก็มีผลประกอบการถึง 28 ล้านยูโร ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นถึง  54 เปอร์เซ็นต์

และแน่นอนว่าการเติบโตต่อไปเช่นนี้ ก็ย่อมหมายถึงการขยายศักยภาพในการให้บริการผู้คน เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพฟันที่ดี ไปพร้อมการได้ประสบการณ์การรักษาที่ดีด้วย 

“ฉันมีนัดทำฟันเมื่อวานและแค่อยากจะบอกว่าขอบคุณ หมอฟันและผู้ช่วยของเขามหัศจรรย์มาก พวกเขาทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย และอธิบายทุกอย่างซึ่งทำให้ฉันผ่อนคลาย…” คนไข้คนหนึ่งเล่าถึงการทำฟันกับ CDS เอาไว้ 

เป็นรีวิวคลินิกหมอฟันที่อาจพบได้ไม่บ่อย และเพราะอย่างนั้นจึงชวนให้อบอุ่นใจจริง ๆ 

แนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบาก

ข้อมูลอ้างอิง 

communitydentalservices.co.uk/

www.socialenterprise.org.uk

www.gov.uk

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load