ย้อนกลับไปสมัยที่เราเรียนปริญญาตรีที่ภาควิชาชีววิทยา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพื่อนเราประมาณ 4 – 5 คนลงเรียนวิชาไมโครเทคนิค (Microtechnique) ตอนนั้นรู้แค่ว่าวิชานี้สอนทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับย้อมสีเนื้อเยื่อ เห็นเพื่อนเตรียมตัวอย่างกันถึงดึกดื่น และเราเรียกห้องนั้น (เรียกเอาเอง) ว่าห้องแม่มด เพราะสารเคมีเยอะมาก จนเรียนจบปริญญาตรีก็ยังไม่ได้เรียน ได้แต่แอบไปดูรุ่นพี่ทำตัวอย่างศึกษาในห้องแล็บแม่มด 

หนึ่งในวิธีการเก็บรักษาสิ่งมีชีวิตที่เราชอบมากๆ คือการดองใส เพราะตัวอย่างสิ่งมีชีวิตจะมีลักษณะใส มองเห็นถึงกระดูกที่ถูกย้อมสีข้างในได้ แม้เวลาผ่านไปจนเรียนปริญญาโทที่ภาควิชาเดิม เราได้มีโอกาสลงเรียนวิชาไมโครเทคนิค แต่น่าเสียดายที่ได้เรียนแบบหลักสูตรเร่งรัด ทำให้จนแล้วจนรอดไม่ได้ลองทำวิธีดองใส

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา
พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา

จนกระทั่งไม่นานมานี้ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมของจุฬาฯ ร่วมมือกับภาควิชาชีววิทยา ได้จัดแสดงนิทรรศการกายวิจิตร โดยจัดแสดงที่ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 1 พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อได้ข่าวเราจึงตัดสินใจไปเดินดูนิทรรศการเพื่อคลายเครียด และถึงจะเป็นนิทรรศการขนาดเล็ก แต่เราใช้เวลาการพินิจพิเคราะห์วัตถุจัดแสดงอยู่นานทีเดียว 

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา

ทั้งสัตว์มีกระดูกสันหลังเช่น ปลา จิ้งเหลน หนู และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น หมึกสาย กุ้ง ฯลฯ แต่ละชิ้นมีความสวยงามในแบบของมันเอง เช่น เจ้าม้าน้ำในขวดจิ๋ว ที่เนื่องจากกระดูกของมันเป็นเกราะอยู่ภายนอกแทนเกล็ด เมื่อถูกย้อมเราก็ยังเห็นพวกมันในทรงตามเดิมที่คุ้นตา เพิ่มเติมคือสีที่เปลี่ยนไปแดงอมชมพูสดน่าชม ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น งูลายสอบ้าน ที่เมื่อถูกดองใสแล้วเผยให้เห็นโครงกระดูกที่เรียงร้อยกันในวงขดของมัน ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์เลื้อยคลานที่ดูไหลลื่นไปได้ทุกที่จะมีโครงสร้างที่ละเอียดและซับซ้อนขนาดนี้ อีกทั้งปลากระเบนหัวแหลมที่เมื่อถูกย้อมแล้วดูประหลาดแปลกตา จนชวนให้นึกถึงสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา

ดูๆ ไปสักพัก เราไปสะดุดตาป้ายขนาดใหญ่บนผนัง เล่าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ดองใสที่เราเคยคุ้น จนเราไปจ๊ะเอ๋กับชื่อของเพื่อนเก่าคนหนึ่งในป้าย ว่าแล้วเราเลยถือโอกาสทักแชทเฟซบุ๊กไปหาเขาว่า

“เฮ้ย แกมาดูนิทรรศการสัตว์ดองใสยัง มีชื่อแกด้วย”

เพื่อนเก่าคนที่ว่าคือ ไม้-วรสิศ อหิงสโก เป็นเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันสมัยปริญญาตรี และเขาเคยลงเรียนวิชาไมโครเทคนิคมาก่อน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานร่วมหลายปี นอกจากการสอบถามสารทุกข์สุขดิบแล้ว ไม้เลยได้เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับขั้นตอนการสรรสร้างวัตถุจัดแสดงสุด ‘วิจิตร’ ที่อยู่ในนิทรรศการ รวมถึงเบื้องหลังความหมายของหลากสีสันที่เราเห็นกันให้ฟังด้วย 

ไม้บอกว่า การเตรียมตัวอย่างสัตว์เพื่อดองใสนั้น ตัวอย่างศึกษาจะถูกผ่าเอาอวัยวะภายในออก ดองด้วยแอลกอฮอล์หรือฟอร์มาลิน จากนั้นตัวอย่างจะถูกนำไปแช่ด้วยสารละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) ผสมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) เพื่อทำให้เนื้อของสิ่งมีชีวิตที่ต้องการศึกษานั้นใส แล้วจึงย้อมสีตัวอย่างด้วย Alcian Blue เป็นสารเคมีสีฟ้า และตามด้วยย้อมสี Alizarin Red S ที่เป็นสารเคมีสีแดง

'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา, พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังจากย้อมสีเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างจะถูกย้ายลงโถแก้ว และเติมกลีเซอรีนเพื่อรักษาความชุ่มชื้นไว้ ในกลีเซอรีนจะผสมสารไทมอล (Thymol) เพื่อป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียทำลายตัวอย่าง

ไม้อธิบายว่า สารเคมีทั้งสองชนิดนั้นจะติดสีที่อวัยวะแตกต่างกัน โดย Alcian Blue มักติดสีบริเวณข้อต่อหรือกระดูกอ่อน ขณะที่ Alizarin Red S จะติดสีที่กระดูกแข็งเป็นหลัก การติดสีที่แตกต่างกันทำให้ศึกษาลักษณะของกระดูกได้

อันนี้เห็นชัดในวัตถุจัดแสดงอย่างตัวอ่อนของไก่ที่ติดสี Alcian Blue เกือบทั้งตัว เนื่องจากโครงร่างส่วนใหญ่ยังเป็นกระดูกอ่อน หรือในการจัดแสดงกบนา 3 ตัว จะเห็นได้ว่าสัดส่วนของสีฟ้าและแดงนั้นลดหลั่นกันไป แสดงถึงกล้ามเนื้อและกระดูกที่พัฒนาในระยะการเจริญเติบโตต่างๆ ของพวกมัน

'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา, พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“แล้วมันใช้เวลาทำนานไหม” เพราะเท่าที่เราฟัง กระบวนการแต่ละขั้นตอนน่าจะต้องรอเวลาพอสมควร

“ถ้าตัวเล็กๆ ก็ไม่ แต่ถ้าใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างบางชิ้นที่จัดแสดงนี่ก็น่าจะนานถึงหลักเดือน”

นอกจากนี้ ไม้ยังบอกว่า การดองใสนั้นมีขั้นตอนหรือข้อควรระวังที่แตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละชนิด รวมถึงระยะเวลาในการแช่สารเคมีแต่ละอย่างก็แตกต่างกันตามขนาดตัวของสิ่งมีชีวิตที่ทำการดองใส 

ข้อผิดพลาดที่เจอได้ระหว่างการทำ คือแช่สารละลายที่ทำให้เนื้อใสนานเกินไป ทำให้เนื้อขาด หรือมีฟองปรากฏขึ้นที่อวัยวะบางส่วนของสัตว์ ทำให้ต้องมานั่งกำจัดในภายหลังเพราะเดี๋ยวตัวอย่างไม่สวย อีกทั้งการย้อมติดสีที่มากเกินไป (Overstaining) ก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบเจอได้เช่นกัน

“งั้นถ้าย้อมพลาดนี่ทำยังไง”

“ก็เสีย ใช้ไม่ได้ มันล้างสีแดงออกไม่ได้” มิน่าสมัยนู้นเพื่อนถึงเดินเข้าเดินออกห้องนั้นบ่อย สงสัยคงเข้าไปดูตัวอย่างนั่นแหละ

'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา, พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แน่นอนว่าในความคิดของใครหลายคน อาจรู้สึกว่ากรรมวิธีดองใสนั้นดูเป็นวิธีโบราณและใช้เวลานานในการทำ (ต่างจากการถ่าย X-ray หรือ CT Scan) แต่วิธีการนี้ยังคงมีประโยชน์ในการศึกษาสิ่งมีชีวิตในหลายๆ แง่มุม

เราสามารถศึกษาโครงสร้างกระดูกในรูปแบบสามมิติ โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนของร่างกายที่บอบบาง เราสามารถนำข้อมูลที่ได้จากตัวอย่างดองใสไปใช้ในการจัดจำแนกสัตว์ทางอนุกรมวิธาน หรือศึกษารูปแบบการเจริญของตัวอ่อนสัตว์ เพราะเมื่อดูจากตัวอย่างดองใส อาจจะเห็นรูปแบบการเชื่อมของกระดูก ทำให้สรุปโครงสร้างทางกายวิภาคว่าเป็นกระดูกประเภทเดียวกันหรือไม่ 

นอกจากนี้ ยังศึกษาชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) เพื่อดูกลไกการเคลื่อนไหวของโครงร่างแข็งภายในของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงการศึกษาเรื่องใหญ่ๆ อย่างการอธิบายเรื่องวิวัฒนาการก็ได้ เพราะบางทีถ้ามีวิวัฒนาการร่วมกันหรือใกล้เคียงกัน อาจมีรูปแบบการเจริญที่คล้ายกันก็ย่อมทำได้

“ทำเสร็จแล้วมันก็ดีใจนะ สวยดี”

“ที่อื่นเขามีสอนทำแบบนี้มั้ยนะ”

“ที่อื่นไม่รู้ แต่ที่จุฬาฯ ภาควิชาชีวะมีสอนในหลักสูตรนะ” ไม้เล่าอย่างภูมิใจ

'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา, พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา, พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจอย่างมากจากนิทรรศการนี้ คือเรารู้สึกว่าขั้นตอนกระบวนการดองนี้ไม่ได้เป็นแค่ศาสตร์ แต่เป็นศิลป์ด้วย

แน่นอนว่าตัวนักวิทยาศาสตร์เองมีทักษะและความเชี่ยวชาญ ต้องระมัดระวังและใช้เวลาเฝ้าดูว่าสีที่ย้อมติดตัวอย่างนั้นเพียงพอแล้วหรือไม่ แต่ในขั้นตอนสุดท้ายนั้น นักวิทยาศาสตร์ทำให้เราเห็นความงดงามที่มีผู้สร้างเป็น ‘ธรรมชาติ’ รังสรรค์ให้สัตว์แต่ละชนิดมีความสลับซับซ้อน มีแพตเทิร์น รูปทรง ความสมมาตร ความเหมือนในความต่าง ฯลฯ เป็นรายละเอียดยิบย่อยที่กอปรขึ้นด้วยวิวัฒนาการนับล้านปี

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นิทรรศการนี้ นอกจากจะดึงดูดนักวิจัยสายวิทย์อย่างเราๆ แล้ว ยังดึงดูดผู้คนทั่วไปด้วยความสวยงามน่าหลงใหลของตัวมันเองด้วยเช่นกัน ประเด็นนี้โยงได้ดีกับแนวคิดของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน) ที่อยากชี้ชวนให้คนเห็นความสวยงามในความหลากหลายของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ตัวใหญ่ พืช ไปจนถึงแมลงตัวจิ๋ว เพื่อให้เราแต่ละคนช่วยกันรักษาความสวยงามนี้ไว้คนละไม้คนละมือ 

อาจจะเริ่มจากสิ่งง่ายๆ อย่างการจัดการขยะ ไปจนถึงการรณรงค์นโยบายเพื่อปกป้องระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเล ให้เรายังอยู่ร่วมกับความอัศจรรย์ทางชีววิทยาเหล่านี้ต่อไปในอนาคต

'กายวิจิตร' เมื่อศิลปะแห่งสีสันและศาสตร์การดองใสเผยให้เห็นชีวิตของสิ่งมีชีวิต, ชีววิทยา, พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Writer & Photographer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

แจ้งเกิดในโลกใบใหม่ ใหญ่กว่าเดิม 

“นี่ครับ ห้องเก็บงานของผม” โน้ต-วัจนสินธุ์ จารุวัฒนกิตติ ไม่ได้เปิดประตูให้เราเดินเข้าไปในห้องเก็บสะสมงานศิลปะตามปกติ แต่ระรัวนิ้วเคาะแป้นพิมพ์ป้อนรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว และกดปุ่ม Enter หันหน้าจอมาทางเราเพื่อแสดงภาพแกลเลอรี่ขนาดใหญ่ ผนังสีขาว แขวนผลงานศิลปะหลายชิ้น โดยมีชื่อ Mr.Palette เป็นเจ้าของสถานที่ ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Oncyber 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังนั่งอยู่ (ในเชิงกายภาพ) กับคุณโน้ตที่แกลเลอรี่ Palette Artspace ในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น แม้เป็นแกลเลอรี่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดมาไม่นาน แต่ Palette Artspace ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยที่ตั้งทำเลทอง และการตกแต่งเรียบง่ายดูเป็นมิตร อีกทั้งโซนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มน่านั่ง 

การทำงานซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่และในโลกเสมือนควบคู่กันไปเช่นนี้ ถือเป็นเทรนด์การทำงานของแกลเลอรี่หลายแห่งในปัจจุบัน ว่าแล้วเราเลยถือโอกาสชวนคุณโน้ตพูดคุยถึงกระบวนการและประสบกาณ์ของเขา ให้เราได้รู้จักกับทิศทางของการซื้อขายศิลปะในโลกดิจิทัลมากขึ้น การขยับขยายจากภาพแขวนบนผนัง ไปสู่การเปิดประมูล NFT บนอินเทอร์เน็ตนั้น จะเป็นโอกาสทองอย่างที่หลายๆ คนฝันหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการฆ่าเวลาในช่วงโควิด-19 กันแน่  

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

สรรพสีสันบน Palette  

คุณโน้ตบอกเราว่า เขาใกล้ชิดศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อ (อุทัยพันธุ์ จารุวัฒนกิตติ) เป็นนักสะสม Erotic Art หลังจากรับช่วงดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของทางบ้าน คุณโน้ตคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นศิลปิน ภายหลังเขาได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้เขาได้พบเจอหลากหลายศิลปินที่รุ่นใหม่และรุ่นเก่าในวงการ จนได้ต่อยอดมาเปิดแกลเลอรี่ Palette Artspace เมื่อ ค.ศ. 2019 ในที่สุด 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT
เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

“ผมอยากให้พื้นที่ของ Palette Artspace ต่อยอดและสนับสนุนศิลปินคนไทยรุ่นใหม่ที่ตั้งใจสร้างงาน ได้มีโปรไฟล์ ทำพอร์ตไปสมัครงาน ไปเรียนต่อต่างประเทศ พอได้เห็นความสำเร็จของน้องๆ ผมก็มีความสุขไปด้วย” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตมักสนใจคัดสรรและติดต่อศิลปินรุ่นใหม่ๆ มาแสดงงาน จากนิทรรศการจบการศึกษา รวมไปถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram สลับไปกับหยิบยืมผลงานของศิลปินระดับใหญ่ๆ มาจัดแสดงเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซของไทยด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อเปิดพื้นที่ได้ไม่นานนัก วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้คุณโน้ตต้องขบคิดวิธีการไปต่อในฐานะแกลเลอริสต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ และในขณะที่มาตรการของรัฐทำให้ไม่สามารถเดินดูงานในพื้นที่กายภาพได้ คุณโน้ตก็ได้แรงบันดาลใจจากโลกออนไลน์อย่างน่าอัศจรรย์

การสร้างแกลเลอรี่ในโลกเสมือนจริง

“ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเห็นคลิปใน YouTube ผมมั่นใจมากว่าผมต้องมี ผมเชื่อว่ามาถูกทาง” 

คุณโน้ตเล่าถึงวิดีโอคลิปหนึ่งที่อธิบายถึงการสร้างแกลเลอรี่ที่สามารถเอา ‘ตัวเรา’ เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง และในอนาคต ผู้ใช้จะสื่อสาร คุยกันได้เหมือนที่เราแชตกันในเกม อาจมีการเลือกใส่เสื้อผ้า การซื้อไอเท็ม หรือมีบัตรผ่านเข้าสถานที่แต่ละแห่งในรูปแบบต่างๆ ลองจินตนาการว่า ถึงจะมีโควิด แต่เราก็มางานเปิดนิทรรศการศิลปะแบบสบายๆ ในมือถือกระป๋องเบียร์ เดินดูงานศิลปะอยู่ที่บ้าน กดลิงก์เพื่อเข้าไปสู่เว็บไซต์ของศิลปิน อ่าน Wall-Text แม้แต่จะซื้อหรือประมูลงานศิลปะก็ยังทำได้ และสำหรับเขา นั่นคือการทำลายกำแพงของโลกศิลปะในรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง 

“เราอาจยังไม่รู้เส้นทางของมันมากนัก แต่นับว่าเราเป็นคนแรกๆ ในไทยที่กล้าเดินเข้าไปในโลกใบนั้น” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตเล่าต่อว่าต้องขอบคุณแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง Clubhouse ที่กลายเป็นแหล่งความรู้นอกกระแสจากทั่วทุกมุมโลกสำหรับเขา โดยวันหนึ่งตัวเขาเองได้มีโอกาสอยู่ร่วมในห้องแชตที่กำลังพูดถึงข่าวดังในสหรัฐอเมริกา นับเป็นการกระชากหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะให้เปลี่ยนบทใหม่ อย่างการเผางานที่จับต้องได้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบของ NFT (Non-fungible Token) โดยผู้ครอบครองผลงาน Morons (2006) ของ Banksy ได้จุดไฟเผาผลงาน และอัดคลิปวิดีโอเผยแพร่ลงใน YouTube จุดประสงค์เพื่อให้งานออริจินัลที่จับต้องได้หายไป และนำผลงานชิ้นนี้ไปแขวนไว้ในเว็บไซต์ Opensea ในรูปแบบ NFT อีกด้วย

และนั่นคือครั้งแรกที่คุณโน้ตได้ยินคำว่า NFT

ศิลปะในฐานะทรัพย์สินดิจิทัล

เราขอให้คุณโน้ตอธิบายตลาดการวางขายงาน NFT ด้วยการเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่าย ซึ่งคุณโน้ตอธิบายอย่างกว้างๆ ให้เห็นภาพว่า “เว็บไซต์ตลาดขายงานศิลปะ NFT ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ปูเสื่อขายได้คือ Opensea ต่อมาตลาดที่เรียกว่าเป็นห้างประจำจังหวัด คือต้องได้รับเชิญ (Invite) ศิลปินคือ Foundation และตลาดขายงานไฮเอนด์ที่ต้องได้รับเลือกจากภัณฑารักษ์ คือ SuperRare” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตอธิบายว่าจุดเปลี่ยนของวงการนั้นมาจาก Blockchain ที่ทำให้งานดิจิทัลอาร์ตมีมูลค่า เพราะการซื้อขายต้นฉบับนั้นจะถูกส่งต่อโดยตรวจสอบที่มาที่ไป และยืนยันกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของได้ เรียกว่ามีความโปร่งใสและไม่สามาถทำสำเนาได้ ประกอบกับ Tokenization คือกระบวนการสร้างตัวแทนของทรัพย์สินต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยสร้าง Token เป็นตัวแทนของสิทธิหรือทรัพย์สิน อย่างงานศิลปะ Digital Artwork ก็แปลงเป็นโทเคนได้ 

NFT แปลตรงตัวว่าเป็นโทเคนในรูปแบบที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนแทนด้วยสิ่งอื่นได้ (Non-fungible Token) เหล่าแพลตฟอร์มตลาดการขายงานศิลปะอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น Opensea, Foundation และ SuperRare จะทำการ Tokenize งานศิลปะดิจิทัลบนระบบ Ethereum Blockchain โดยผู้ครอบครองโทเคน จะได้รับใบรับรองความเป็นเจ้าของในชิ้นงานนั้นๆ 

ส่วนสกุลเงินดิจิทัลที่นำมาซื้อผลงาน NFT นั้น จะถูกกำหนดโดยตลาดแต่ละแห่งด้วย (ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ Ethereum)    

“ในเชิง Business เอาจริงๆ ผมตอบไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องการเก็บสะสม ผมว่าใช่สำหรับยุคนี้” เขาเล่าถึงเส้นทางการขยับขยายสู่วงการศิลปะออนไลน์ด้วยความตื่นเต้น เริ่มจากทดลองเปิดงานนิทรรศการ 8 Bits จัดแสดงผลงานของนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย สาขาดิจิทัลอาร์ตส์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน โดยใช้แพลตฟอร์ม Cryptovoxels และอีกทั้งนิทรรศการ Love Distancing จัดแสดงผลงานของศิลปินนักเคลื่อนไหว วสันต์ สิทธิเขตต์ โดยการติดตั้งจอ LED ฉายภาพงานศิลปะจากในแกลเลอรี่ หันออกด้านนอกตัวอาคาร หวังให้ผู้ที่เดินขึ้นลงบันได BTS สถานีทองหล่อ มองเห็น แม้ว่าในช่วงเวลานั้น แกลเลอรี่จะเปิดให้เข้าชมตามปกติไม่ได้ แต่เมื่อเดินลงมาด้านล่าง ข้างหน้า Palette Artspace ก็จะพบกับ QR Code ที่ยกสมาร์ทโฟนกดเข้าไปชมนิทรรศการเต็มรูปแบบได้ทางออนไลน์ 

 “พอเราทำนิทรรศการออนไลน์ งานศิลปะถูกส่งตรงไปถึงสายตาคนทั่วโลก มีคนสนใจ มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พอเป็นข่าว ก็ยิ่งได้รับยอดเข้าชมมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นคนทั้งโลกที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้” คุณโน้ตเล่าให้ฟังถึงผลตอบรับของนิทรรศการล่าสุด คือ 2D Afterlife โดย แพน-จินห์นิภา นิวาศะบุตร นำเสนอภาพสีน้ำมันของตัวละครสมมติที่เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 50 ภาพ ผ่านแนวคิดปฏิสัมพันธ์กึ่งมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ โดยผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในการระลึกถึงความทรงจำที่มีต่อตัวละครสมมติเหล่านี้ได้ ด้วยการวางดอกไม้หรือสิ่งของต่างๆ บนหิ้งหน้ารูปเคารพ และไว้อาลัยแก่การจากไปของผู้วายชนม์ ที่แท้จริงแล้วไม่เคยมีชีวิตอยู่

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน
การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

 นิทรรศการนี้จัดขึ้นในพื้นที่ของแกลเลอรี่ขนานไปกับนิทรรศการออนไลน์ มียอดการเข้าชมทางออนไลน์มากกว่า 8,000 ครั้ง ไต่ระดับขึ้นมาเป็นนิทรรศการที่มีผู้เข้าชมสูงสุดในสัปดาห์แรกที่เปิดงาน ตัวเลขนี้ทำให้คุณโน้ตมองเห็นว่า Palette Artspace ยังคงเป็นเวทีสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในโลกออฟไลน์และในโลกออนไลน์

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัล-The Sandbox 

งานเหล่านั้นคือจุดเริ่มของ Virtual Exhibition ที่คุณโน้ตสนใจ แต่ไม่นานนักเขาเรียนรู้ว่าแพลตฟอร์ม Artsteps.com มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้องจัดแสดง ต้องรื้อลบผลงานเก่าออกหากต้องการจะจัดแสดงงานครั้งใหม่ ซึ่งไม่ตอบโจทย์การแสดงผลงานศิลปะของคุณโน้ต เขาไม่ต้องการจะลบนิทรรศการใดๆ ออกจากโลกเสมือนจริงแม้แต่งานเดียว 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“หลังจากที่เริ่มทำนิทรรศการออนไลน์บน Artsteps ผมเริ่มขยับไปซื้อที่ดินใน The Sandbox ผมอยากมีพื้นที่ของตัวเอง พอมาศึกษาดีๆ หลังจากที่ซื้อไปแล้วก็เพิ่งค้นเจอว่า กว่าเว็บไซต์จะเปิดใช้งานได้เต็มร้อยคือปีหน้า (ค.ศ. 2022) ผมเลยได้โอกาสซื้อที่ดินตอนราคายังไม่สูงมาก ล่าสุดได้ยินมาว่าราคาขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว ซึ่งพอถึงวันที่ใช้พื้นที่ได้จริงๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่า จะได้ทำแบบที่ฝันไว้รึเปล่า” 

คุณโน้ตหัวเราะเบาๆ ใต้หน้ากากอย่างอารมณ์ดี แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ไม่หวังผลกำไรปุบปับ เขาบอกเราว่าในโลกออนไลน์นี้ทุกคนล้วนเป็นมือใหม่ ความเป็นไปได้นั้นยังอีกมาก และเราทุกคนคงต้องศึกษาลองผิดลองถูกกันไปอีกสักพัก

เรื่องที่ต้องรู้และความโปร่งใสในตลาดค้างานศิลปะ

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิมของ Palette Artspace สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

เมื่อถามว่าเขามีอะไรจะบอกผู้สนใจเข้าวงการซื้อขายศิลปะออนไลน์บ้าง คุณโน้ตได้ให้คำแนะนำเรามากมาย อาทิ การซื้อขาย NFT นั้นมีทั้งการขายแบบเสนอราคาและการขายแบบประมูล ซึ่งการเสนอราคา ศิลปินสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความพอใจ แถมการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะถูกบันทึกเอาไว้ ทำให้ผู้ที่สนใจงานศิลปะชิ้นนั้นและต้องการซื้อ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของราคางาน ซึ่งเกิดขึ้นไม่ได้เลยในโลกศิลปะแห่งความเป็นจริง ที่การตั้งราคาซื้อขายชิ้นงานนั้นเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อนตามกลไกของวงการตลาดศิลปะ ดีลเลอร์และภัณฑารักษ์ ยากที่คนภายนอกจะรู้

ทว่าในตลาดออนไลน์ เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ของงานศิลปะแต่ละชิ้นจะถูกกำหนดโดยตัวศิลปินเอง ซึ่งเงื่อนไขที่ว่าอาจไม่เปิดเผย หากผู้ซื้อยังไม่กดชำระเงิน การซื้องานศิลปะ NFT จึงคล้ายกับการเสี่ยงดวง อาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์ปรากฏให้เห็นภายหลังการซื้อ เช่น ผู้ซื้ออาจได้รับผลงานชิ้นจริงไปด้วยหลังจากซื้อชิ้นงาน NFT 

นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ต้องทราบคือค่าแก๊ส (Gas Fee) ซึ่งจะถูกเรียกเก็บไปพร้อมๆ กับการซื้อขายผลงานศิลปะ คล้ายกับค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คุณโน้ตยกตัวอย่างว่า “งานศิลปะในรูปแบบ NFT บางชิ้น มีค่า Gas Fee สูงกว่าสองเท่าของราคางาน” ดังนั้น นอกเหนือจากรสนิยมในการสะสมงานแล้ว การซื้องานศิลปะ NFT จึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ให้แน่ใจว่าคุณรู้ว่าใครคือศิลปิน และเขามีทิศทางในการสร้างงานอย่างไร งานของเขาลอกใครมาหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

สิ่งที่ตามมาคือ ‘ห้องเก็บงาน’ พื้นที่ในโลกเสมือนจริงที่เปิดให้ใครก็ตามที่สนใจเข้ามาชมคอลเลกชันส่วนตัว หรือผลงานศิลปะ NFT ที่เราซื้อมาจากในตลาดดังกล่าว เราอาจสร้างเป็นช็อปเพื่อขายงานต่อ หรือจัดแสดงให้คนในโลกออนไลน์เข้ามาเที่ยวชม หรือสุดแล้วแต่ที่เราจะออกแบบ ภายใต้ข้อจำกัดของเทคโนโลยี ณ ขณะปัจจุบัน

The New Chapter of Digital Art 

ก่อนจากกัน เราถามคุณโน้ตถึงแนวคิดในอนาคตของวงการศิลปะ 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“การกระจายอำนาจจากจุดศูนย์กลาง (Decentralize) กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคสมัย ทุกคนเป็นผู้ส่งสาร เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ เช่นเดียวกับที่ทุกคนเป็นศิลปินได้ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง”  คุณโน้ตตอบ “ในแง่หนึ่ง ข้อดีของ NFT คือการที่คนในโลกศิลปะได้ติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนความรู้มากขึ้น ได้เข้าใจมุมมองและจุดที่ต้องการการสนับสนุนและเชื่อมต่อสู่โลกภายนอก ที่สำคัญ งานศิลปะในรูปแบบ NFT เหมือนเป็นบัตรเชิญที่ชวนให้โลกทั้งใบหันมามองเห็นฝีมือของศิลปินไทยมากขึ้น และตามหารากของศิลปะไทยมากขึ้นกว่าเดิม” 

ใครสนใจชมนิทรรศการล่าสุดของ Palette Artspace แวะไปได้ที่พื้นที่ทางกายภาพ ติดทางออก 3 BTS ทองหล่อ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 18.00 น. (นัดล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ : 06 1417 4000 ) หรือเข้าชมในโลกเสมือนที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม www.palettebkk.com

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load