จะดีแค่ไหน หากอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและสิ่งทอที่มีสถิติว่าสร้าง Carbon Footprint มากที่สุด สามารถผลิตเสื้อผ้าที่ทุกกระบวนการไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อหมดอายุขัย เสื้อผ้าเหล่านี้จะหวนกลับคืนธรรมชาติ

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี

นวัตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว โดย ขจรศักต์ นาคปาน นักออกแบบสิ่งทอผู้คิดค้นไอเดียการเปลี่ยนดินเป็นผ้า (วิทยานิพนธ์ระดับปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการออกแบบ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร) มาพร้อมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวี ศิรินคราภรณ์ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ The Cloud ชวนทั้งสองคนมานั่งจับเข่าคุยท่ามกลางดินที่ถูกปั้นให้เป็นดาวในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ถึงจุดเริ่มต้น แนวคิด จนไปถึงความฝันสูงสุดในวงการแฟชั่น

01

หัวใจของสรรพสิ่ง 

“ทุกอย่างล้วนเป็นอิสระของธรรมชาติ” 

ประโยคเปิดบทสนทนาของขจรศักต์ อธิบายถึงความแตกต่างของผืนผ้าที่มีลวดลายแตกต่างกัน ผิวสัมผัสต่างกันตามระยะเวลาของการหมักดิน บางผืนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังหยิบจับแจ็กเก็ตหนังชั้นดี หรือบางผืนให้ความรู้สึกเบาบางเหมือนเสื้อคลุมกันฝน ทุกผิวสัมผัสที่กล่าวมาข้างต้นล้วนออกแบบจากธรรมชาติ จนเรียกได้ว่าผ้าแต่ละชิ้นเสื้อแต่ละผืนมีชิ้นเดียวบนโลก

ก่อนเป็นนวัตกรรมวัสดุสิ่งทอทดแทนจากการสังเคราะห์ดิน เพื่อสร้างเครื่องนุ่งห่มแห่งอนาคต ขจรศักต์ได้ศึกษาค้นคว้าทบทวนกว่า 2 ขวบปี จนคิดค้นนวัตรกรรมเหล่านี้ได้

  ด้วยการเริ่มต้นตั้งคำถามของดีไซเนอร์หนุ่มถึง ‘สีเสื้อผ้า’ ที่ส่งผลต่อผิวของมนุษย์ จนพบว่า ‘ดิน’ มีเซลล์เม็ดสีเมลานินใกล้เคียงกับสีผิวของมนุษย์ จนจำแนกได้ถึง 6 เฉดสีที่บ่งบอกอัตลักษณ์ของแต่ละชนชาติและทุกสีผิว ว่าทุกคนล้วนมีความงามในแบบของตัวเอง ดินจึงกลายเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์สิ่งทอ ซึ่งสนับสนุนการสร้างความมั่นใจในความงามทุกรูปแบบ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี
เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี
02

ดลบันดาลจิตใจ 

ที่ ATTA Gallery เราเดินทางมาเยือนนิทรรศการ ดิน.ดล.คน ที่ดินถูกปั้นจนกลายเป็นดาวเด่นของงานครั้งนี้

ขจรศักต์อธิบายถึงชื่อนิทรรศการว่า ดิน ความหมายตรงตัวคือทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำนวนมหาศาลซึ่งเป็นพระเอกในโปรเจกต์นี้ ส่วนคำว่า ดล มาจากคำว่าบันดลบันดาลจิตใจ และคำสุดท้าย คน เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติมากที่สุด เมื่อนำทั้ง 3 คำมารวมกัน จึงกลายเป็นการบันดลบันดาลจิตใจให้มนุษย์เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

“สถานการณ์ตอนนี้เราเจอทั้งโรค COVID-19 ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ เราควรหันกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับวัสดุที่ไม่ให้โทษกับโลกมากที่สุด” ขจรศักต์อธิบายแนวคิดเพิ่มเติม

ด้วยเล็งเห็นผลกระทบของอุตสาหกรรมเสื้อผ้า Fast Fashion ที่ผลิตมาเป็นจำนวนมาก ราคาถูก แต่กลับถูกทิ้งอย่างรวดเร็ว สสารที่ดูดาษดื่นและแสนจะธรรมดาจึงถูกเคี่ยวปั้นเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้า โดยใช้ระยะเวลาการสร้างเพียง 14 – 21 วัน แต่มีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่า 2 ปี และหากเบื่อเมื่อไหร่ ก็นำเสื้อผ้าเหล่านั้นคืนสู่วัฏจักรธรรมชาติได้

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี
เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี
03

ปั้นดินเป็นผ้า

14 วัน

นี่คือเวลาในการผลิต ‘ผ้า’ ที่มาจากดิน ระยะเวลาขึ้นอยู่กับภาชนะใส่ดินและขนาดของผ้าที่ต้องการ โดยกระบวนการผลิตเริ่มต้นจากดิน ไม่ว่าจะเป็นดินจากภูมิภาคไหน จังหวัดไหน ก็เปลี่ยนเป็นผ้าได้ทั้งสิ้น ขจรศักต์และสุภาวีพูดถึงกระบวนการผลิตที่ทุกขั้นตอนเป็นไปโดยธรรมชาติ ซึ่งเรียกว่านี่คือ เสื้อผ้าที่ธรรมชาติสรรสร้างและออกแบบมาอย่างสมบูรณ์

วิธีการสังเคราะห์ดินให้กลายเป็นเครื่องนุ่งห่ม แรกเริ่มให้นำดินใส่ในผ้ากรองแล้วต้มน้ำ เติมความหวานให้น้ำร้อนด้วยน้ำตาลจากธรรมชาติ จากนั้นนำดินและน้ำที่เติมความหวานมาแช่รวมกันประมาณ 40 – 60 นาที

เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้นำผ้ากรองบรรจุดินมาละลายตะกอนออก และใส่ส่วนผสมของสารเพาะเลี้ยงแบคทีเรียลงไป เช่น กรดอะซิติกและยีสต์ขนมปัง หลังจากนั้นคนทุกอย่างให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 14 – 21 วัน แล้วแต่ขนาดของภาชนะ เมื่อครบกำหนดนำดินที่กลายเป็นผ้าไปตากแดด

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี

“ยิ่งหมักนาน ยิ่งหนา” ขจรศักดต์กระซิบบอกกระบวนการผลิตที่ปล่อยให้ธรรมชาติและเวลาเป็นผู้ออกแบบ นอกจากนี้ ลวดลายที่ปรากฏในผืนผ้าที่แตกต่างกันออกไป ก็เป็นการรังสรรค์จากธรรมชาติอีกเช่นกัน

หลังการหมักก็จะเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาด โดยการนำน้ำบริสุทธิ์มาใส่ภาชนะแล้วผสมน้ำยาทำความสะอาด นำวัสดุสังเคราะห์จากดินมาทำความสะอาดด้วยมือเปล่า เพื่อขจัดตะกอนของดิน และนำมาล้างด้วยน้ำเปล่าบริสุทธิ์อีกครั้ง

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี

“ตอนตากก็ต้องอยู่กับธรรมชาติเท่านั้น หากไม่อยู่กับธรรมชาติก็จะเกิดผลทันที” ขจรศักต์อธิบายกระบวนการตาก หากนำเครื่องนุ่งห่มที่ผ่านการสังเคราะห์จากดินไปวางตากไว้บนพื้นไม้ จะได้ผ้าพื้นผิวเรียบ แต่หากนำผ้าสังเคราะห์จากดินไปวางตากบนเหล็กหรือโลหะ ผ้าก็จะมีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไป ถือว่าเอฟเฟกต์แต่ละครั้งเป็นการสร้างลวดลายให้กับเนื้อผ้า

เสื้อผ้าที่มาจากดินเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติความแข็งแรง ทั้งการประเมินจากสายตา รวมไปถึงการสัมผัส และยังเข้ารับการประเมินด้วยระบบมาตรฐานการทดสอบที่เรียกว่า JIS (Japanese Industrial Standards) จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อทดสอบคุณสมบัติของเนื้อผ้า

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี
เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี

 ผลการทดสอบปรากฏว่า เนื้อผ้าที่มาจากดินมีความคงทน ผิวสัมผัสแข็งแรง และสีที่ได้จากดินเมื่อผ่านการซักทำความสะอาดแล้วสีไม่ตกหรือซีดจาง มีความทนทานต่อเหงื่อและคราบไคล โดยมีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีการเติมแต่งสารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น และย่อยสลายได้ 100 เปอร์เซ็นต์

  “เสื้อผ้าที่จัดแสดงตอนนี้ก็มีอายุสองปีครึ่งแล้ว” ขจรศักต์อธิบายถึงอายุการใช้งานของเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  เสื้อผ้าที่มาจากดินแต่ละชิ้นทำความสะอาดโดยใช้ผงซักฟอกได้เหมือนเสื้อผ้าทั่วไป ส่วนอายุการใช้งานของเสื้อผ้านั้น ธรรมชาติก็จะเป็นผู้ตอบคำถามนี้อีกเช่นเดิม

  “อย่างที่เราเห็น พอผ่านระยะเวลามาวัสดุก็จะเริ่มกรอบคล้ายกระดาษมากขึ้น นี่คือเสียงที่ธรรมชาติบอกเราแล้วว่า ถึงเวลาที่เราต้องคืนมันกลับสู่ธรรมชาติ” ส่วนวิธีการทิ้งหรือกำจัดเสื้อผ้าที่มาจากดิน ทั้งสองให้ความเห็นว่า สามารถนำเสื้อผ้าเหล่านี้ฝังดินหรือเผา เพราะถือว่าคืนดินสู่ผืนดิน

04

ปั้นดินให้เป็นดาว

“อยากกระจายความรู้สู่ภูมิภาค เพื่อสร้างเสน่ห์ในแต่ละวัฒนธรรม” ขจรศักต์พูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อเราถามถึงเป้าหมายสูงสุดในโปรเจกต์นี้ พวกเขาต้องการนำนวัตกรรมการสังเคราะห์ดินให้เป็นเครื่องนุ่งห่ม เข้าสู่ภูมิภาคเพื่อสร้างจุดขาย เพิ่มรายให้กับประชาชนในแต่ละภูมิภาค พร้อมกับตั้งความหวังว่า จะเป็นไปได้ไหม หากเรานำดินมาสร้างเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะภูมิภาค และนี่คือเสน่ห์ของการออกแบบจากธรรมชาติ เพราะดินแต่ละที่จะมีสีแตกต่างกันออกไป แต่คุณภาพยังเหมือนเดิม

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี

 การรักสิ่งแวดล้อมโดยการสนับสนุน Sustainable Fashion หรือแฟชั่นแบบยั่งยืนยังไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ด้วยราคา แต่โปรเจกต์ ดิน.ดล.คน หวังให้คนเข้าถึงแฟชั่นยั่งยืนได้มากขึ้น และรักสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการรักตัวเอง รวมไปถึงแก้ปัญหาการเงินด้วย

 “ดินกระสอบละยี่สิบบาท น้ำตาลที่ใช้ในการผลิตแต่ละครั้งไม่เกินสองร้อยบาท” นี่คือต้นทุนในการสังเคราะห์เสื้อผ้าที่มาจากดินในแต่ละครั้ง โดยทั้งสองมีเป้าหมายอยากให้ผู้คนเล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม 

สิ่งแวดล้อมที่ดีเกิดขึ้นได้พร้อมกับการรักตัวเอง ทั้งเฉดสีเสื้อผ้าที่สะท้อนความงามในแบบตัวเอง การรักธรรมชาติโดยไม่ทำร้ายเงินในกระเป๋า และเสื้อผ้าเหล่านั้นก็สามารถหวนคืนบ้านเกิดโดยการย่อยสลายได้ 100 เปอร์เซ็นต์

“ทุกคนควรหันมาพึงตระหนักว่าธรรมชาติคือทุกสิ่งรอบตัวเรา และเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ก็คือธรรมชาติ” การสร้างหรือผลิตเสื้อผ้าในแต่ละครั้งสร้างมลพิษและทำลายธรรมชาติอย่างมาก ทั้งสองคนหวังว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอในอนาคตจะหันกลับมาให้คุณค่าต่อสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องนุ่งห่มที่เล็งเห็นกระบวนการผลิตทั้งหมด วัฏจักรของแฟชั่นควรคำนึงต่อสิ่งแวดล้อม   เพราะท้ายที่สุดแล้ว แม้กระทั่งคนสร้างสรรค์แฟชั่น ก็ต้องกลับคืนสู่ดิน

เปลี่ยนดินเป็นเสื้อผ้า นวัตกรรม Sustainable Fashion จากดีไซเนอร์ไทยที่ใส่ซ้ำได้ 2 ปี

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในย่านเขตสถานทูต (Diplomatic Enclave) กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ท่ามกลางกำแพงสูงและรั้วลวดหนาม ปรากฏกำแพงหนึ่งที่มีสีสันสดใสโดดเด่นสะดุดตา จนหลายคนยกมือถือเข้ามาถ่ายรูป ลวดลายนั้นคล้ายคลึงกับลวดลายบนรถบรรทุกที่วิ่งไปมาในปากีสถาน ที่เรียกว่า Truck Art แต่ก็มีลวดลายของไทยด้วย เบื้องหลังกำแพงคือ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด 

อะไรคือ Truck Art แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้

แบทเทิลแห่งสีสัน

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

จุดเริ่มของศิลปะบนรถบรรทุกเข้ามาในเอเชียใต้เมื่อมีการนำเข้ารถบรรทุก Bedford จากอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2463 Bedford เป็นบริษัทลูกของบริษัท GM ตอนแรกรถบรรทุกพวกนี้ไม่ได้ประดับประดาอะไรมากมายนัก จนเมื่อ พ.ศ. 2483 ที่มีการใช้รถบรรทุกขนส่งทางไกล บริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มเอาตราบริษัทติดที่รถบรรทุก เพื่อให้ผู้พบเห็นรู้ว่าเป็นของบริษัทอะไร และยังเป็นการโฆษณาไปในตัว 

คนขับรถตอนนั้นเห็นว่า ไหน ๆ จะพ่นสีโฆษณาบริษัทแล้ว ก็เลยขอแต่งแต้ม เติมนั่นเติมนี่นิดหน่อย มาถึงจุดที่เริ่มหยุดไม่อยู่ มีการแข่งขันกันแบบสนุก ๆ แฝงความจริงจังระหว่างคนขับว่า รถใครจะมีสีสันและการตกแต่งที่กิ๊บเก๋กว่ากัน จนกลายเป็นว่ารถบรรทุกทุกคันต้องมีการตกแต่งประดับประดาไม่มากก็น้อย แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะมากไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวเจอเจ้าที่จัดเต็ม ของเราจะดูดร็อปไป 

การตกแต่งนอกจากลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ แล้ว ยังมีการใช้ผ้า ใช้โซ่ห้อยเป็นสาย ติดกระดิ่งเล็ก ๆ กรุ๊งกริ๊ง ๆ อีกด้วย จุดที่ต้องทำให้โดดเด่นคือ ส่วนหัว ด้านหน้าของรถที่ยื่นสูงขึ้นไปหรือเรียกว่า มงกุฎ (Crown) กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ไปเยือนปากีสถาน โดยเฉพาะฝรั่งซึ่งอาจคุ้นกับแนวสีพาสเทล มาเจอการตกแต่งแบบแม่สีจัด ๆ ก็เกิดอาการตื่นตะลึง ถ่ายภาพไปโชว์เพื่อน ๆ จน Truck Art ปากีสถานเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก ในสมัยที่ทหารอเมริกันเข้าไปในอัฟกานิสถาน ก็เห็นรถพวกนี้สีสันสวยงามวิ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งมาแต่ไกล เลยเรียกว่า รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบรรทุกกรุ๊งกริ๊ง (Jingle Truck)

เรื่องราวผ่านลวดลาย

เพื่อเจาะลึกถึงศิลปะแขนงนี้ เราไปดูวิธีการทำ Truck Art ถึงอู่ในเมืองราวัลปินดี เขาบอกว่าวิธีการทำมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ลงรองพื้น จากนั้นก็ลงสีเป็นลวดลายต่าง ๆ ซึ่งคุณลุงคาลิดที่กำลังลงสีอยู่บนนั่งร้านสูงบอกว่า ทำมานาน 40 ปีแล้ว ถึงตอนนี้อายุ 70 แต่ลุงยังแข็งแรง ว่าแล้วก็โชว์พลังโดยการปีนลงมาอย่างคล่องแคล่ว ลุงบอกจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหว ดีใจที่คนต่างชาติชอบผลงานของคนปากีฯ ความปลื้มปีติของลุงฉายผ่านแววตามากประสบการณ์

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ลุงคาลิด

ลวดลายบนรถบรรทุกนี้น่าสนใจ มีตั้งแต่ลายอักษร พืช สัตว์ท้องถิ่น และสัตว์ในจินตนาการ เช่น นกยูง นกอินทรีย์ ม้าบิน ดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงไอดอลจากวงการบันเทิง ทั้งนักร้อง นักแสดงที่มีชื่อเสียง ตลอดจนนักการเมือง นักปราชญ์ กวี บางคนให้วาดรูปลูกตัวเองไว้บนรถด้วย ทำให้มีกำลังใจทำงาน เพราะรู้ว่าหยาดเหงื่อของเขานั้นทำเพื่อครอบครัว เราได้คุยกับคนขับรถบรรทุกจากเมืองเปชาวา เชื้อสายพัชตุน หรือที่ไทยเรียกว่า ปาทาน เขาบอกว่ารถบรรทุกมีรูปบ้านในชนบทของเขาด้วย “เวลาขับรถไปส่งสินค้าไกล ๆ หันมาดูรถ เห็นวิวบ้านเกิด จะได้หายคิดถึงบ้านไปได้บ้าง”

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

เมื่อลงสีแล้วก็จะส่งไปยังแผนกประดับเพิ่มเติม เพื่อติดแผ่นอะลูมิเนียมเพิ่มความเงางามโดดเด้ง สะท้อนแสงแดดระยิบระยับยามกลางวัน มองเห็นได้แต่ไกล หากต้องการแอดวานซ์ไปอีกก็จะส่งต่อไปยังแผนกติดไฟ ประดับไฟในจุดต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย ทำให้การตกแต่งใช้เวลาราว 1 – 2 เดือน หากทำแบบจัดเต็ม ค่าใช้จ่ายอาจจะเกือบ ๆ แสนบาทเลยทีเดียว 

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ถ้าใช้งานไปแล้วอยากตกแต่งเพิ่ม ก็มีร้านขายชุดแต่งเพิ่มเติม น้องที่ขายชุดแต่งบอกว่า ขายได้ดีมาก รวม ๆ แล้วค่าตกแต่งรถทั้งหมดอาจจะแพงว่าบ้านของคนขับรถเสียอีก แต่เขาถือว่าเป็นการลงทุนเชิงธุรกิจ เพราะลูกค้ามักจ้างรถบรรทุกที่ตกแต่งเยอะ มากกว่ารถที่ตกแต่งน้อย

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
ร้านขายชุดแต่งเพิ่ม

นอกจากประดับประดารถบรรทุกแล้ว บางรายยังตกแต่งรถบัสโดยสารด้วย เราโชคดีที่ได้ขับมาเจอรถบัสที่คนปากีสถานเรียกว่า รถบัสแคชเมียร์ เป็นรถบัสโดยสารขับไปตามภูเขาสูงชัน คันที่เราเจอตกแต่งอย่างสวยงาม จังหวะเขาจอดรับผู้โดยสาร เลยรีบลงไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน ขนาดคนปากีฯ เองยังบอกว่า คันนี้สวยมาก ไม่ค่อยได้เห็นวิ่งในเมือง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด
รถบัสแคชเมียร์

สะท้อนรากลึกวัฒนธรรม

งานศิลปะบนรถบรรทุกของชาวปากีสถานสะท้อนวัฒนธรรมหลายอย่างของชาวปากีสถาน ซึ่งบางทีคนไทยอาจจะไม่คิดมาก่อน เพราะบางทีเห็นหน้าเขาเข้ม ๆ ไว้หนวดไว้เครา เราก็จะเกรง ๆ แต่จากประสบการณ์ที่ได้พบปะพูดคุยกับคนปากีฯ เห็นได้เลยว่าเขาเป็นคนชัดเจน จริงใจ แค่ขอไปถ่ายรูปรถบรรทุก เขาก็ยิ้มรับ เชื้อเชิญอย่างเต็มที่ อย่างคนขับรถคนหนึ่ง เข้าไปขอถ่ายรูป เขาหันหลังกลับ คิดว่าวิ่งหนี ปรากฎว่าวิ่งไปที่รถแล้วโผล่หน้ามาตรงหน้าต่างยิ้มแป้น บอกให้ถ่ายมุมนี้ มุมเด็ดของผม แถมยังบอกว่า ดีใจที่รถเขาแต่งแค่เบสิก ๆ หน้าสด เรายังสนใจ (ขณะที่เราหันมองไปที่รถ มันเบสิกตรงไหนหว่า จัดเต็มขนาดนั้น) ทุกคนที่ได้พบนอกจากชวนคุยสนุกสนานแล้ว ยังชวนไปดื่มชาปากีอีกด้วย (Chai – ชาใส่นม โรยเครื่องเทศ หอมมัน อร่อยมาก)

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันบนรถบรรทุกเหล่านั้นยังสะท้อนถึงอุปนิสัยที่ร่าเริงของคนปากีฯ ซึ่งนอกจากคุยสนุกแล้ว ยังชอบเสียงเพลงที่เร้าใจและการเต้นรำ ผมเคยนั่งรถไปต่างจังหวัด เจอเขาทำถนน ต้องจอดรถรอนาน ขณะที่เราก็อาจจะร้อนใจตามประสา แต่กลับเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเปิดเพลง แล้วลงมาเต้นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา คนแถวนั้นได้ยินเสียงเพลงเร้าใจก็ออกมาร่วมด้วย จนถนนเปิด รถเคลื่อนได้ คนก็หัวเราะวิ่งขึ้นรถไปต่อ ทำให้คิดได้ว่าเวลาเจออุปสรรคที่นอกเหนือการควบคุม บางคนเลือกร้อนใจ แต่บางคนก็เลือกจะทำสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนั้น แล้วผ่านมันไปในเวลาที่เท่า ๆ กัน แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

สีสันของปากีสถานยังสะท้อนในอาหารการกินของคนพื้นเมืองที่มีสีสันและรสชาติจัดจ้านน่าทานจากเครื่องเทศต่าง ๆ ที่จัดเต็ม ตั้งแต่ข้าวบริยานี ไก่ย่างติกกา แกงต่าง ๆ อย่างเช่น Chicken Achari Handi จนไปถึงของหวานอย่าง Gajrela ซึ่งอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ ก็แตกต่างกันไป

การทูตผ่านศิลปะ Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถาน บนกำแพงสถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด

ศิลปะดั้งเดิมในกระแสดิจิทัล

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
ไซเยอร์ ข่าน

ไซเยอร์ ข่าน ศิลปินที่เราชวนให้มาวาดภาพศิลปะแนวรถบรรทุกบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด มาจากเมืองเปชาวา ห่างจากกรุงอิสลามาบัดไปเกือบ 200 กิโลเมตร เป็นศิลปินดาวรุ่งรุ่นใหม่ มีผลงานทั้งในและต่างประเทศ แต่โชคไม่ดีที่ธุรกิจของเขาซบเซาลงอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 เขาบอกว่างานทำสีรถบรรทุกหายไปแทบจะหมดสิ้น แต่เขาก็ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา หันมาลงสีสิ่งของเล็ก ๆ เช่น กาน้ำชา ถ้วย ถาด รองเท้า แล้วลงรูปในโซเชียล ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างดี 

สถานทูตเราก็เห็นข่าวนี้ จึงติดต่อให้เขามารับงาน เขาดีใจมากเพราะถือเป็นงานใหญ่ เขาบอกอย่างภูมิใจว่า งานนี้จะสร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก และเป็นเกียรติในฐานะศิลปินที่ได้เผยแพร่ศิลปะของปากีสถาน ทั้งยังมีส่วนเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไทยกับคนปากีสถาน และเราเองก็เชื่อว่า ชื่อเสียงของเขาจะได้รับการยอมรับในหมู่ชาวต่างประเทศและคณะทูตในกรุงอิสลามาบัด

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

ไซเยอร์เล่าว่า งานของเขาใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม โดยใช้พู่กันผสมสีเฉดต่าง ๆ และลงสีด้วยมือ ซึ่งเขาเรียนมาจากลุงตั้งแต่อยู่ ม.1 เทคนิคนี้เริ่มสูญหายไปจากการเข้ามาของศิลปะแบบดิจิทัล ที่ออกแบบลวดลายได้คมชัด ผลิตได้จำนวนมากในรูปแบบของสติกเกอร์แล้วเอาไปพ่นสี ทำให้ผลิตงานได้รวดเร็ว ลูกค้าไม่ต้องรอนาน รวมถึงราคาอาจถูกลง เขาจึงพยายามรักษาศิลปะแบบดั้งเดิมนี้ไว้ โดยพยายามฝึกลูกศิษย์อยู่หลายคน แต่งานศิลปะเหล่านี้ต้องใช้ความอดทนฝึกฝน รวมทั้งต้องอยู่กับกลิ่นสีและทินเนอร์ตลอดทั้งวัน เด็กรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่มาทำงานได้ไม่นานก็หายไป ตอนนี้เหลือเพียง 2 คน แต่ก็พยายามจะสานต่องานที่ทรงคุณค่านี้ต่อไป

เราคุยกันถึงลวดลายที่วาดบนกำแพง เป็นสิ่งของ สถานที่ ผู้คนทั้งไทยและปากีสถาน ซึ่งในปากีสถานมีสิ่งของที่ทั้งเราและเขาคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตุ๊ก ปิ่นโต เขามีเมืองตักศิลา ซึ่งทำครกเหมือนกับที่อ่างศิลาบ้านเราเลย แม้กระทั่งรถสิบล้อไทยในสมัยก่อน ลักษณะและการวาดลวดลายต่าง ๆ คล้ายกัน รวมไปถึงเรือกอและของทางใต้ ลวดลายสดใสก็คล้ายคลึงกับแนว Truck Art ของปากีสถาน

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อถึงเวลาต้องปรับปรุงทาสี เพราะสีเดิมเริ่มแสดงร่องรอยความเก่า ทั้งจากระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 10 ปี ลาย Truck Art บนกำแพงของสถานทูตไทยจึงเป็นคำตอบของพวกเราที่สถานทูต เพื่อเป็นการลดทอนความแข็งกร้าวของกำแพงลง แสดงถึงการน้อมรับศิลปะประเทศเจ้าภาพ สร้างความรู้สึกดีให้คนที่พบเห็น ลวดลายสดใสสะท้อนความเป็นมิตรร่าเริงของทั้งผู้คนทั้งสองประเทศ 

ภาพทิวทัศน์ของปากีสถานและไทยทำให้คนที่ผ่านไปมานึกถึงบ้าน รวมทั้งคนไทยที่ไปสถานทูต หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยเองที่นาน ๆ ได้กลับบ้านกันสักที กำแพงนี้เปรียบเป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่ยาวกว่า 220 ฟุต สำหรับศิลปินท้องถิ่นได้แสดงผลงาน เราดีใจที่เป็นส่วนเล็ก ๆ สนับสนุนการสืบสานศิลปะ Truck Art แนวดั้งเดิมของปากีสถานให้ได้รับการยอมรับต่อไป สถานทูตไทยอีกแห่งที่ได้ริเริ่มทำสิ่งนี้คือสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ที่ใช้ศิลปะโมเสกพื้นเมืองประดับประดาหน้าสถานทูตอย่างสวยงาม

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม
สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

เมื่อมีคนพูดต่อ ๆ กันไป ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ของปากีสถานก็ให้ความสนใจออกข่าวกันใหญ่โต คนผ่านไปมาก็มักจะหยุดถ่ายรูป มีคนปากีฯ บอกว่า ได้ยินผู้บริหารระดับสูงของปากีสถานคุยกันถึงกำแพงสถานทูตไทยอย่างชื่นชม และบอกว่าเป็นสิ่งที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ของสองประเทศได้ดี 

ไซเยอร์บอกว่า ตอนนี้เขาได้รับการติดต่อจากหลายที่ รวมทั้งสถานทูตหลายแห่ง เพราะมีคนเห็นผลงานของเขาบนกำแพงสถานเอกอัครราชทูตไทย ตอนนี้ไซเยอร์กำลังเดินทางไปนิวซีแลนด์เพื่อแสดงงานศิลปะของเขา เราก็หวังจะเห็นเขารวมทั้งศิลปินอื่น ๆ ประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อว่าศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจ ไร้ซึ่งพรมแดน เป็นภาษาที่ไม่ต้องเข้าใจหลักไวยากรณ์แบบภาษาเขียน แต่กลับทำให้รู้สึกได้ ทำให้ผู้คนต่างวัฒนธรรมสื่อสารกันได้ เป็นมิตรกันได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษยชาติที่อยู่ร่วมกันในโลกใบนี้

สถานทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด เอา Truck Art ของรถบรรทุกปากีสถานมาสื่อสารความสัมพันธ์บนกำแพง จนสถานทูตอื่นขอทำตาม

Writer & Photographer

จักรกฤดิ กระจายวงศ์

เป็นนักการทูต ลูกครู (ที่เชื่อว่า) งานการทูตไม่ได้เหมือนในละคร แต่เป็นงานที่ต้องออกไปร่วมทุกสุขกับคน เข้าถึงใจคน จึงจะเข้าใจเขา เข้าใจความต้องการเขา จึงทำงานได้ถูกต้อง ผมชอบการเดินทาง และถ่ายภาพ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load