16 กุมภาพันธ์ 2565
5 K

สับปะรดกระป๋อง วันหมดอายุ กับการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน กลับการกลายเป็นสิ่งผสมกลมกลืนเข้ากันได้อย่างมีเหตุมีผล การก้าวข้ามจุดจบของสิ่งหนึ่ง การตั้งเวลานับถอยหลังเพื่อเริ่มต้นใหม่ เหมือนกับเปิดสับปะรดกระป๋องที่สดใหม่กว่า

อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง
อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง

“เมื่อไรกันที่ทุกอย่างเริ่มมีวันหมดอายุของมัน ปลากระป๋องหมดอายุ ซอสเนื้อกระป๋องหมดอายุ แม้แต่พลาสติกแรปห่ออาหารก็หมดอายุ ฉันเริ่มจะสงสัยว่ามีอะไรในโลกนี้ที่ไม่เป็นเช่นนั้น” 

ประโยคเด็ดจากภาพยนตร์ใน ค.ศ. 1994 ที่ไม่มีวันหมดอายุของผู้กำกับรุ่นเก๋า หว่องกาไว (Wong Kar-wai) และ ผู้กำกับภาพ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ (Christopher Doyle)

Chungking Express ภาพยนตร์ลูกผสมโรแมนติก-ดราม่า บอกเล่าเรื่องราวของชาวเมืองฮ่องกงในช่วงต้นยุค 90 ได้อย่างตรงไปตรงมา การค้นหาตัวตน การเรียนรู้ที่จะรัก และอำลาความทุกข์จากความรัก ในขณะที่ฮ่องกงนั้นกำลังนับถอยหลังในการส่งคืนอำนาจการปกครองจากอังกฤษกลับสู่จีนแผ่นดินใหญ่ใน ค.ศ. 1997 

อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง

ฮ่องกงเป็นเมืองที่เปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา อัตลักษณ์ของเมืองถูกทำให้เด่นชัดขึ้นอย่างมากภายใต้อาณานิคมของอังกฤษ มีการผสมผสนานวัฒนธรรมประเพณี ภาษากวางตุ้งและภาษาอังกฤษ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและร่วมสมัย รถเข็นอาหารข้างทางและเครือข่ายร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ความรวดเร็วในการใช้ชีวิต เมืองใหญ่ที่มีทั้งความวุ่นวายและความเงียบเหงาในเวลาเดียวกัน

ตัวตนและอุปนิสัยของฮ่องกงถูกถ่ายทอดออกมาใน Chungking Express ได้อย่างกลมกล่อม รายละเอียดของการถ่ายทำ การตัดต่อ และฉากในภาพยนตร์ ถ่ายทอดกลิ่นความแออัดคับแคบของสถานที่ ห้วงเวลาและความเร็วของเมือง ตัวละครถูกสื่อสารผ่านการเคลื่อนไหวของมุมกล้อง แม้ตัวคุณจะหยุดนิ่ง แต่สิ่งรอบ ๆ ตัวคุณก็ยังเคลื่อนที่ต่อไป เช่นเดียวกันในขณะที่คุณกำลังเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณกลับหยุดนิ่ง และแม้แต่เพลงประกอบของหนังก็สื่อสารถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้ แม้ว่าจะไม่มีบทพูดใด ๆ

องค์ประกอบเหล่านี้หรือเปล่าที่เหล่าแฟน ๆ มักเรียกมันว่า ‘ความหว่อง’ เอกลักษณ์ของภาพยนตร์ของหว่องกาไว ที่อยู่ในองค์ประกอบของภาพ ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่แฝงไปด้วยพื้นที่ว่างรอให้ผู้ชมนำเรื่องราวของตัวเองเข้าไปใส่

อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง
อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง

เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้มักถูกมองว่าแยกออกจากกันเป็น 2 ตอน เรื่องราวการมูฟออนจากความรักที่จบลงของตำรวจหมายเลข 223 รับบทโดย ทาเกชิ คาเนชิโระ (Takeshi Kaneshiro) ผู้ตั้งเวลาหมดอายุ 30 วันให้กับความรักของเขา หลังจากที่ถูกแฟนบอกเลิกใน April Fools’ Day ทำให้เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น ในแต่ละวันเขาจะซื้อสับปะรดกระป๋องที่จะหมดอายุในวันที่ 1 พฤษภาคม ประหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวันครบกำหนด

 และเรื่องของตำรวจหมายเลข 663 รับบทโดย Tony Leung (หรือ เหลียงเฉาเหว่ย) เขาถูกแฟนสาวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่อาศัยอยู่ด้วยกันบอกเลิก ข้าวของเครื่องใช้และสิ่งต่าง ๆ ให้ห้องพักทำให้เขาหวนนึกถึงห้วงเวลาความสุขในอดีต จนไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ 

โดยตัวละครทั้งสองนั้นมักไปกินอาหารที่ ‘Midnight Express’ ร้านเคบับสแน็กบาร์ยามดึก หลังจากเลิกเวรในวันและช่วงเวลาที่ต่างกัน ทำให้ผู้ชมไม่พบตำรวจทั้งสองคนนี้เข้าฉากร่วมกันเลยในภาพยนตร์ 

หากมองอีกมุมหนึ่ง มันอาจเป็นสัจธรรมของโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นได้ ผู้คนมากมายตามท้องถนนที่ไม่ได้รู้จักกัน ต่างเดินสวนกันไปมาในแต่ละวัน แม้ว่าอาจจะอยู่ใกล้กันที่สุดเพียง 0.01 เซนติเมตร แต่ละคนก็ต่างมีเรื่องราวของตนเองที่กำลังดำเนินไป โดยที่คนอื่น ๆ นั้นไม่ได้รับรู้ถึงมันเลย 

เมื่อมองในภาพรวมของตัวละครอื่น ๆ แล้ว เราจะพบว่าสถาปัตยกรรมในหนังได้สร้างจุดนัดพบให้ตัวละคร สถานที่ ตึก และอาคาร ทำหน้าที่นำพาตัวละครจากตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ให้มาพบกัน ในบริบทที่ต่างกันออกไป โดยไม่จำเป็นต้องมีบทพูดใด ๆ

01
ต่ออายุ

Chungking Express เป็นภาพยนตร์ที่เฉลิมฉลองเสน่ห์ของเมืองฮ่องกงทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งด้านดีและด้านมืด 

จุงกิง แมนชั่น (Chungking Mansion) เป็นฉากเปิดของภาพยนตร์ และเป็นสถานที่พบกันครั้งแรกของตำรวจ 223 ที่กำลังไล่จับผู้ต้องสงสัยกับผู้หญิงลึกลับที่ใส่วิกผมสีทอง เธอคือเอเยนต์ค้ายาเสพติดที่กำลังวางแผนลักลอบขนส่ง เธอสวมแว่นตาดำและใส่เสื้อกันฝนตลอดเวลา เพื่อที่จะได้ไม่สนใจว่าวันนี้จะแดดออกหรือฝนตก

อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง

Chungking Mansion ตั้งอยู่ในย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ฝั่งเกาลูน และยังเป็นย่านที่หว่องกาไว เติบโตมาในวัยเด็กอีกด้วย สร้างขึ้น ค.ศ 1961 เป็นอาคารคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่สูง 17 ชั้น เกิดการประกอบเข้าด้วยกันของบล็อกตึกทั้ง 5 (ตึก A ไปถึงตึก E) 2 ชั้นแรกเป็นฐานของตัวอาคารที่เชื่อมตึกทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยทะลุไปมาได้ แต่ละช่วงตึกมีลิฟต์ 2 ตัว ตัวหนึ่งให้บริการชั้นเลขคู่ อีกตัวหนึ่งให้บริการชั้นเลขคี่ และตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไป การขึ้นไปยังชั้นบนจะถูกจำกัดอยู่ในแต่ละช่วงตึกนั้น ๆ

  ทุกวันนี้ตัวอาคารได้รับการปรับปรุงอยู่อย่างต่อเนื่อง ตัวแมนชั่นทุกวันนี้ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้า เกสต์เฮาส์ โรงแรมราคาถูก ไนต์คลับ และห้องพักส่วนตัวขนาดเล็ก เมื่อมองจากรูปด้านของตัวอาคาร เราพบป้ายชื่อโรงแรมจำนวนมาก บ่งบอกถึงการแบ่งประโยชน์ใช้สอยตามระดับชั้นของอาคาร ซึ่งในหนึ่งช่วงตึกอาจจะมีโรงแรมหรือเกสต์เฮ้าส์มากกว่า 3 – 4 แห่งก็เป็นได้ 

การประกอบกันของฐานอาคารขนาดใหญ่ ย่อมทำให้พื้นที่ในตัวอาคารมืดและอึมครึม เพราะแสงธรรมชาติส่องเข้าไปไม่ถึงในปีที่หนังเข้าฉายนั้น อาคารแห่งนี้เป็นที่รู้กันของคนท้องที่ถึงความหลากหลายของเชื้อชาติ ผู้อพยพผิดกฎหมาย อาชญากรรม การค้าประเวณี และปัญหายาเสพติด เรียกได้ว่าเป็นย่านที่ถูกมองในแง่ลบ เป็นภาพที่ไม่สวยงามของเมือง 

อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง
อิทธิพล #ความหว่อง ใน Chungking Express ของหว่องกาไว ที่ต่ออายุอาคารเก่าในฮ่องกง

ในอีกด้านหนึ่งผู้อยู่อาศัยต่างมาจากพื้นเพทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ร้านค้าและแผงขายอาหารหลากหลายสัญชาติที่เรียงรายต่อกันไปจากช่วงตึกหนึ่งไปอีกช่วงตึกหนึ่ง เหมือนเขาวงกตที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป ก็นำมาซึ่งเอกลักษณ์ในความหลากหลาย ความเป็นสากลของเมืองฮ่องกง สถาพแวดล้อมทางกายภาพที่วุ่นวาย ผู้คนที่เดินสวนกันแบบไหล่ชนไหล่ เสน่ห์ของชีวิตประจำวันจากช่วงต้นยุค 90 ที่ถูกบันทึกไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้

สถาปัตยกรรมและสภาพสังคมของคนย่านจิมซาจุ่ย ที่เปลี่ยนแปลงหลังการเกิดขึ้นของ Chungking Express โดยหว่องกาไว

แน่นอนว่าการตีแผ่ด้านสีเทาและปัญหาของสภาพสังคมออกมาอย่างไปตรงมา อาจเป็นการจุดชนวนปัญหากับภาครัฐซึ่งอาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี แต่ในทางกลับกัน หลังจากที่ Chungking Express ออกฉาย และคว้ารางวัลภาพยนตร์มากมายในเวลาต่อมา มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายร้อยตัวในอาคาร ครอบคลุมพื้นที่สาธารณะของอาคารร้อยละ 90 ส่งผลให้อาชญากรรมลดลง และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว นักเดินทางแบ็กแพ็กเกอร์ที่เข้ามาพักในตัวอาคาร กล่าวคือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ต่ออายุให้กับแมนชั่นแห่งนี้

02
หยุดเวลา

สภาพแวดล้อมในเมืองใหญ่ที่ไม่หยุดนิ่ง อาจทำให้รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กนิดเดียว ชีวิตและงานประจำวันที่ดำเนินต่อไปข้างหน้า ณ ขณะกำลังเสียศูนย์จากความรักครั้งเก่า เวลาหลังเลิกงานเพียงน้อยนิดในห้องพักสี่เหลี่ยมขนาดเล็กของแต่ละวัน ก็ไม่มากพอที่จะใช้มันระบายความในใจ เพื่อค้นหาตัวตนใหม่ของตัวเอง เรื่องราวของตำรวจไร้ชื่อหมายเลข 663 ที่มักพูดระบายความเหงากับข้าวของเครื่องใช้ในงอพาร์ตเมนต์ของเขา สิ่งของเหล่านั้นเป็นสัญญะของความทรงจำ กลิ่นของสบู่ก้อน ผ้าเช็ดตัว ตุ๊กตาตัวเล็กตัวใหญ่ เสื้อผ้าที่ถูกทิ้งไว้ เขาหยุดเวลาด้วยการคงสภาพเดิมของมันไว้ เพื่อต้อนรับการกลับมาของคนรัก

สถาปัตยกรรมและสภาพสังคมของคนย่านจิมซาจุ่ย ที่เปลี่ยนแปลงหลังการเกิดขึ้นของ Chungking Express โดยหว่องกาไว

ฉากอพาร์ตเมนต์ของตำรวจเบอร์ 663 นั้น อยู่ใกล้กับบันไดเลื่อนกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก จากห้องพักจะมองผู้คนอยู่บนบันไดเลื่อนได้ เช่นเดียวกัน เมื่ออยู่ตรงบันไดเลื่อนก็มองเห็นห้องพัก ซึ่งเฟย์มักแอบมองไปที่ห้องของตำรวจเมื่อเธอเดินผ่านที่นั้น ระยะห่างทางกายภาพระหว่างห้องพักกับตัวบันไดเลื่อน อาจเปรียบได้กับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ที่มองเห็นกัน แต่ยังมีที่ว่างของกันและกันอยู่ 

ตัวบันไดสร้างทางเท้ายกระดับทอดยาวผ่านถนนหลายเส้น เชื่อมระหว่างย่าน Central กับพื้นที่ย่าน Mid-level ของเกาะฮ่องกง สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1993 เป็นปีเดียวที่หว่องกาไวกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกใช้แลนด์มาร์กแห่งนี้ในการถ่ายทำ 

ความพิเศษหรือเรียกว่าเป็นเสน่ห์ของเมืองฮ่องกง คือความแตกต่างของระดับพื้น อาจเรียกได้ว่า ‘เมืองที่ไม่มีพื้น’ ด้วยภูมิศาสตร์ของเมืองที่เป็นภูเขา โครงสร้างทางเดินเท้ายกระดับที่เชื่อมต่อกับชั้นต่าง ๆ ของตึกและอาคารที่โยงใยเชื่อมต่อกันไปหมด อย่างบันไดเลื่อนแห่งนี้เป็นต้น โครงสร้างเชื่อมต่อเหล่านี้ได้สร้างนิยามใหม่ให้ระดับพื้นของตึกอาคาร ชั้นที่สูงที่สุดของตัวอาคารจากถนนด้านหนึ่ง อาจกลายเป็นล็อบบี้ชั้นแรกของตัวอาคารที่เราจะต้องกดลิฟต์ลง เพื่อลงไปชั้นล่างของตัวอาคาร

สถาปัตยกรรมและสภาพสังคมของคนย่านจิมซาจุ่ย ที่เปลี่ยนแปลงหลังการเกิดขึ้นของ Chungking Express โดยหว่องกาไว
สถาปัตยกรรมและสภาพสังคมของคนย่านจิมซาจุ่ย ที่เปลี่ยนแปลงหลังการเกิดขึ้นของ Chungking Express โดยหว่องกาไว
สถาปัตยกรรมและสภาพสังคมของคนย่านจิมซาจุ่ย ที่เปลี่ยนแปลงหลังการเกิดขึ้นของ Chungking Express โดยหว่องกาไว

เฟย์ หว่อง (Faye Wong) หญิงสาวพนักงานจากร้านฟาสต์ฟู้ด Midnight Express ร้านประจำที่เขามักแวะไป เธอเป็นผู้ที่ลักลอบเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตำรวจผู้นี้อย่างช้า ๆ ผ่านการทำความสะอาด ปัดฝุ่น และเปลี่ยนแปลงสิ่งของเครื่องใช้ในห้อง แม้แต่สีของผ้าปูที่นอน รองเท้าแตะ และผ้าทำความสะอาดก็ถูกเปลี่ยน 

เป็นไปได้หรือไม่ที่สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดี ถูกสุขลักษณะ และการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเก่า ๆ นั้นช่วยบรรเทาจิตใจคนได้ การออกจากกิจวัตรประจำวันเดิม ๆ ค่อย ๆ รักษาแผลใจ และทำให้บรรยากาศในชีวิตของตำรวจผู้นี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ถ้าสับปะรดกระป๋องเปรียบเหมือนกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซากจำเจ แต่ละกระป๋องต่างเหมือนกันไปหมด วันหมดอายุคือการเลิกรา การสิ้นสุดความสัมพันธ์ การทิ้งสับปะรดกระป๋องหมดอายุ ก็อาจเหมือนกับการมูฟออนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ Chungking Express ถ่ายทอดเรื่องราวช่วงเวลาแห่งการก้าวผ่านความทุกข์และความเหงา การตั้งวันหมดอายุเพื่อเริ่มต้นนับถอยหลังไปสู่หนทางใหม่ที่มีความหวัง เปรียบเทียบกับในปัจจุบัน ยุคของการหาคู่ออนไลน์ที่วันหมดอายุของคุณอาจมีเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่คุณจะถูกปัดซ้าย หมดอายุก่อนจะถูกโยนทิ้งไป

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเหมือนแคปซูลกาลเวลาที่ถ่ายทอดบริบทของเมือง สภาพสังคม ความวิตกกังวลและความหวังของชาวฮ่องกง ก่อนการคืนอำนาจการปกครอง ความ Nostalgia ของยุคสมัยที่สอดแทรกอยู่ในฉากและบทพูดของภาพยนตร์ เหมือนประโยคที่ตำรวจ 223 ได้กล่าวไว้ว่า 

“หากความทรงจำสามารถบรรจุอยู่ในกระป๋องอาหารสำเร็จรูปได้ ฉันหวังว่ามันจะไม่มีวันหมดอายุ ถ้าจะต้องมีวันหมดอายุ ฉันหวังว่ามันจะยาวนานนับ 10,000 ปี” (ตำรวจเบอร์ 223, 1994)

  เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่มีโอกาสเคยเดินไปฮ่องกง จะยังคงเก็บความทรงจำดี ๆ เหล่านั้นไว้ และในอนาคตเมื่อผู้อ่านมีโอกาสเดินทางไปฮ่องกงอีกครั้ง ก็ขอฝากเปิดกระป๋องเพื่อเช็กกลิ่นอายความเป็นฮ่องกงที่เราต่างจำได้นั้น ว่ายังคงเหมือนเดิมอยู่หรือไม่

Citation and Image References: 

Wong, Kar-wai. (Director). (1994). Chungking Express [Film]. Jet Tone Production

Abdel-Ghani, Taher. (2016). Hong Kong through Chungking Express (1994): A City-Film Review. 10.13140/RG.2.2.36145.20320.

Wong Kar Wai and Christopher Doyle Interview on BBC Moving Pictures (Youtube)

Chungking Mansion

Archdaily: Cities Without Ground

www.timeout.com

Mealenscene.wordpress.com

Writer

Avatar

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

Set Design

ทฤษฎีสถาปัตยกรรมในภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องสังคม ความเชื่อ และยุคสมัย

วรรณกรรมเรื่อง ไซอิ๋ว เป็นที่รู้จักกันดีผ่านหนังสือ ภาพยนตร์ ซีรีส์ ไปจนถึงการ์ตูนแอนิเมชัน เรื่องราวของพระถังซัมจั๋งและลูกศิษย์ทั้งสาม ตือโป๊ยก่าย อดีตแม่ทัพบนสวรรค์ เจ้าของวลี “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” ซัวเจ๋ง เทวดาตกสวรรค์ที่กลายเป็นปีศาจปลากลับใจ และซุนหงอคง ลิงที่เกิดจากก้อนหินซึ่งได้รับไอฟ้าดินมาเป็นเวลาพัน ๆ ปี ได้ร่วมกันออกเดินทางไปยังชมพูทวีป (อินเดีย) เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกฉบับออริจินอลกลับสู่แผ่นดินจีน ระหว่างเดินทางทั้งคณะต้องผ่าฟันอุปสรรค การขัดขวางของเหล่ามารปีศาจ และก้าวผ่านเคราะห์กรรมน้อยใหญ่ก่อนจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

ดังที่ท่าน เขมานันทะ ศิลปินแห่งแห่งชาติ ตีความไว้ในหนังสือ เดินทางไกลกับไซอิ๋ว จาก พ.ศ. 2531 ใจความว่า “การเดินทางแสวงบุญของคณะพระถังซัมจั๋งในวรรณกรรมนั้น เปรียบเหมือนการเดินทางภายในจิตใจของผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อมุ่งสู่การหลุดพ้น (นิพพาน) ที่จะต้องพร้อมไปด้วยศีล สมาธิ และปัญญา เปรียบเปรยถึงนิสัยของลูกศิษย์ทั้งสามที่ค่อย ๆ ถูกขัดเกลาผ่านการผจญอุปสรรคจากเหล่าปีศาจ”

ความนิยมของนวนิยายเรื่องนี้การันตีได้จากจำนวนภาพยนตร์และซีรีส์ที่ผลิตออกมาหลากหลายเวอร์ชัน รับบทโดยนักแสดงมากหน้าหลายตา ตั้งแต่ปี 1957 จนถึงปัจจุบัน ถ้าพูดถึงเวอร์ชันที่ตราตรึงในดวงใจของเหล่าเด็กยุค 1990 ที่ต้องนั่งรถกระป๋องซูบารุออกไปเช่าม้วนวีดีโอกลับมาดูแล้วล่ะก็ หนีไม่พ้นฉบับในปี 1996 – 1998 ไซอิ๋ว ศึกเทพอสูรสะท้านฟ้า ภาค 1 และ 2 ของค่าย TVB ฮ่องกง ที่มี เจียง หัว รับบทพระถังซัมจั๋ง และ จาง เหว่ยเจี้ยน รับบทซุนหงอคง

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

อิทธิฤทธิ์ของหงอคงนั้นสะท้านไปทั้ง 3 โลก จากนรกภูมิ วังบาดาล พื้นพิภพ ไปจนถึงสรวงสวรรค์ ความคลาสสิกของฉากนรกสวรรค์ที่จินตนาการขึ้นในละคร องค์ประกอบของฉากที่ถ่ายทอดสภาพแวดล้อมตามชุดความเชื่อพุทธนิกายมหายาน เผยให้เห็นการผนวกเข้าด้วยกันของศิลปวัฒนธรรมของชาวจีนและพุทธศาสนาที่แผ่ขยายเข้ามา จากอุปกรณ์ประกอบฉาก แสงไฟ พรรณไม้ เมฆหมอกควัน สถาปัตยกรรม ไปจนถึงเครื่องแต่งกายของเหล่าทวยเทพนางฟ้า เค้าโครงในภาพวาดพุทธจิตรกรรมจีนถูกนำมาใช้ถ่ายทอดสภาพแวดล้อมของอาณาจักรสวรรค์และนรก

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

ต้นกำเนิดนวนิยาย ไซอิ๋ว หรือ ซีโหยวจี้ (西遊記) ในภาษาจีนกลาง แปลเป็นภาษาไทยว่า ‘บันทึกการเดินทางสู่ตะวันตก’ ประพันธ์ขึ้นประมาณปี 1590 โดย อู๋ เฉิงเอิน

ผู้เขียนหยิบยกเรื่องราวของบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ ปรากฏอยู่ในพงศาวดารจีนช่วง พ.ศ. 1143 – 1207 ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างปลายราชวงศ์สุยกับต้นราชวงศ์ถัง นั่นก็คือการเดินทางไปอินเดียอันเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาของ สมณะเสวียนจั้ง หรือพระถังซัมจั๋งตามเส้นทางสายไหม (Silk Road) เส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนอารยธรรมระหว่างโลกตะวันตก-ตะวันออก

ช่วงเวลาที่พระถังซัมจั๋งเดินทางไปอินเดีย เป็นช่วงที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมากในจีน แต่พุทธศาสนาในอินเดียกลับกำลังอิ่มตัวและเสื่อมถอยลง 

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน
ถ้ำหลงเหมินในเมืองลั่วหยาง

สิ่งปลูกสร้างทางศาสนาบ่งบอกถึงความเลื่อมใสของชาวเมือง และความยิ่งใหญ่ของศาสนาพุทธในยุคสมัยหนึ่ง และเส้นทางสายไหม เส้นทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อผู้คนทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกันก็เป็นมากกว่าเส้นทางการค้า ตลอดเส้นทางยังคงหลงเหลือโบราณสถานหลายแห่ง เช่น ‘ถ้ำหลงเหมิน’ ในเมืองลั่วหยาง ศาสนสถานเก่าแก่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระเสวียนจั้ง เป็นถ้ำพระที่ฝังตัวเข้าไปในภูเขาเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร มีห้องปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ มากมาย โถงสูงมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และเหล่าประติมากรรมหินแกะสลักประดิษฐานกระจายตัวอยู่ตลอดแนวหน้าผา

รวมระยะเวลาเดินทาง 17 ปี จากเมืองฉางอาน (ซีอานในปัจจุบัน) เมืองหลวงในอดีตของจีน สู่นาลันทามหาวิหาร ประเทศอินเดีย ภิกษุเสวียนจั้งนั้นหมายมุ่งจะศึกษาและอัญเชิญพระคัมภีร์ฉบับภาษาสันสกฤตกลับมาแปลเป็นภาษาจีน เพื่อเผยแผ่หลักธรรมคำสอนตามแบบฉบับดั้งเดิมต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อลดปัญหาความแตกแยกและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายระหว่างคณะเหนือและใต้ อันเนื่องมาจากการตีความหลักธรรมที่มองต่างกัน 

ในช่วงเวลาหนึ่ง พระไตรปิฎกที่อันเชิญมานั้นถูกเก็บรักษาไว้ในเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ในวัดต้าฉือเอิน เมืองซีอาน เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมที่ไต่ระดับไป 7 ชั้น พระถังซัมจั๋งอุทิศตนในการแปลพระคัมภีร์ตลอดชีวิตของท่าน ซึ่งพระคัมภีร์เหล่านั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้พุทธศาสนาเผยแผ่ออกไปกว้างไกลขึ้น

สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน
อารามต้าฉือเอิน (大慈恩寺) และเจดีย์ห่านป่าใหญ่
สวรรค์ นรก บาดาล การออกแบบฉากในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996 ที่สะท้อนความเชื่อพุทธศาสนาแบบจีน

แม้ว่าสิ่งที่เหมือนกันระหว่างการเดินทางตามประวัติศาสตร์จริงของพระถังซัมจั๋งกับตามตำนานในวรรณกรรม ไซอิ๋ว มีเพียงการเดินทางไปอินเดีย นอกเหนือจากนั้นคือสิ่งที่ผู้เขียนแต่งเติมขึ้น แต่ในละครก็มีสถานที่จริงบางแห่งปรากฏอยู่ สถานที่แรกคือ เขาฮัวกั่วซาน (花 果 山) ในมณฑลเจียงซู ถ้ำม่านน้ำเขาผลไม้ บ้านเกิดของซุนหงอคงและบริวารวานรลูกหลานของเขา 

ฉากในละครเผยให้เห็นถึงความอุดสมบูรณ์ของป่าไม้ พืชพรรณ และผลไม้ป่านานาชนิดในระบบนิเวศที่ไม่มีมนุษย์อยู่ ฝูงลิงและเห้งเจียอาศัยอยู่ในถ้ำหลังม่านน้ำตก หากลองคิดดู การใช้น้ำตกเป็นประตูก็ช่วยอำพรางตัวจากภัยอันตรายได้ กิจกรรมแต่ละวันภายในถ้ำเน้นไปที่การกินและเล่น จนกระทั่งหงอคงในวัยเด็กตัดสินใจออกทะเลไป เพื่อตามหายาอายุวัฒนะที่จะทำให้เขาอยู่ยงคงกระพัน

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996
โห่วเยี่ยนซาน (火焰山) ภูเขาเปลวเพลิง

‘โห่วเยี่ยนซาน’ (火焰山) ภูเขาเปลวเพลิงแห่งเมืองถูหลู่ฟาน ในเขตปกครองตนเองซินเจียง คือสถานที่ที่ปรากฏทั้งในซีรีส์และในบันทึกการเดินทางของพระถังซัมจั๋ง ภูเขาทะเลทรายสีแดงเพลิง ในฤดูร้อนอาจมีอุณภูมิสูงถึง 40 – 89 องศาเซลเซียส ด้วยลักษณะกายภาพของร่องหินและดินของของภูเขาที่มีหน้าตาคล้ายเปลวเพลิงขนาดใหญ่กำลังแผดเผาอยู่กลางทะเลทรายร้อนระอุ ซากโครงกระดูกบนพื้นทรายเป็นคำเตือนถึงความอันตรายของสถานที่นี้จากผู้ที่เดินทางมาก่อนหน้า 

หากยังจำได้ ฉากภูเขาเปลวเพลิงแห่งนี้ คือหนึ่งในฉากที่เมื่อคณะพระถังเดินมาถึง มีไฟลุกโชนออกมาจากปล่องภูเขาจนร่างกายมนุษย์ไม่มีทางรับไหว ซุนหงอคงจึงรีบออกไปตามหาพัดวิเศษขององค์หญิงพัดเหล็ก พี่น้องร่วมสาบานมาดับไฟ เพื่อให้คณะแสวงบุญเดินทางต่อไปได้ 

เนื่องจากเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ ปัจจุบันที่นี้จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับแฟนละครที่อยากมาสัมผัสความร้อนระอุ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเศษเสี้ยวความยากลำบากของการเดินทางข้ามทวีปในสมัยนั้น หรือจะมาเยือนเพียงเพื่อถ่ายรูปกับประติมากรรมรูปปั้นคณะเดินทางก็ได้

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996
ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996

นอกเหนือจากสถานที่จริงในการถ่ายทำแล้ว เมื่อวิเคราะห์บริบทของการถ่ายทำเมื่อช่วงทศวรรษที่ 90 การสร้างภูมิประเทศในจินตนาการของยมโลก วังบาดาล และสรวงสวรรค์ ถือเป็นต้นฉบับหนึ่งของวงการในการถ่ายทอดสภาพแวดล้อมตามกรอบวัฒนธรรมความเชื่อพุทธ-จีน ราวกับเทพเจ้าในภาพวาดจิตรกรรมนั้นออกมาเคลื่อนไหวเลยก็ว่าได้ ฉากเหล่านั้นถูกสร้างอย่างตรงไปตรงมา โดยอ้างอิงความหมายเชิงสัญลักษณ์ของวัตถุตามความเชื่อทางพุทธศาสนา

ใน ไซอิ๋ว ครั้งหนึ่งเมื่อพญาวานรซุนหงอคงยังขนานนามตนว่าเป็น ‘ฉีเทียนต้าเซิ่ง’ แปลว่า มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้า และบุกไปอาละวาดในยมโลก ทำลายบัญชีมรณะเพื่อยุติการเวียนว่ายตายเกิด เขาได้ไปป่วนวังบาดาลของเจ้าสมุทรตงไห่ รีดไถเสาค้ำทะเลไปเป็นกระบองวิเศษคู่กาย และแน่นอนว่าเขาได้ขึ้นไปป่วนสรวงสวรรค์ในโถงบัญชาการของเง็กเซียนฮ่องเต้ จนในท้ายที่สุดก็ถูกพระยูไลใช้ฝ่ามือสะกดไว้ใต้ภูเขา 500 ปี

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996

ฉากห้องโถงในยมบาลนั้นมืดมนและน่ากลัว นรกเป็นที่ขังดวงวิญญาณก่อนจะกลับไปเวียนว่ายตายเกิดการใช้หนามแหลมจากเขางอกเขาย้อยภายใน แสดงให้เห็นถึงความทรมานและการชดใช้กรรม สัญลักษณ์ของวงล้อชีวิตที่เก็บบัญชีมรณะ การข้ามสะพาน และการดื่มน้ำชาลืมอดีตชาติ สร้างขึ้นเพื่อสื่อสารถึงหลักการเวียนว่ายตายเกิด และในท้ายที่สุด ไซอิ๋ว ก็ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของจิตใจที่แสวงหาความสงบจากความว่างเปล่านั่นเอง 

ต่อมาฉากของวังบาดาล โลกใต้ทะเลแบ่งได้อย่างมีเอกลักษณ์ มีทั้งความมืดของทะเลลึก ความสว่าง หลากสีสันสดใสของปะการัง และสิ่งมีชีวิตในน้ำต่าง ๆ ในเวลาเดียวกัน โลกใต้ทะเลปกครองด้วยพี่น้องพญามังกรเจ้าสมุทรทั้งสี่ ซึ่งปกปักษ์รักษามหาสมุทรทั้ง 4 ทิศตามความเชื่อของชาวจีน

ส่วนฉากสรวงสวรรค์ แสดงถึงพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม เมฆและหมอกควันสีขาวที่ลอยไปมา ตัดกับฉากของพระราชวัง ซึ่งฐานตกแต่งด้วยสีทองและสีแดง โดยมีหลังคาหยกสีเขียว 

การออกแบบฉากยังรวมถึงการใช้รูปปั้นและประติมากรรมขนาดใหญ่ แสดงถึงสิ่งมีชีวิตบนท้องฟ้าต่าง ๆ การตกแต่งด้วยลวดลายเชิงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทพปกรณัมและศาสนาของจีน อย่างต้นไม้มงคลทั้งดอกบัว มังกร ต้นโสมพันปี เป็นต้น

ส่องเส้นทางสู่ชมพูทวีปของพระถังซัมจั๋งในชีวิตจริง กับการออกแบบฉากในไซอิ๋วฉบับอมตะที่เด็กยุค 90 จดจำได้ดีในซีรีส์ไซอิ๋ว 1996

แน่นอนว่าสวรรค์ในจินตนาการของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ตามความเชื่อทางศาสนาที่หลากหลาย องค์ประกอบและวัตถุที่จินตนาการผ่านความเชื่อเป็นปัจเจก การเชื่อมต่อเชิงสัญลักษณ์ เครื่องประดับตกแต่งในพุทธศาสนา และสถาปัตยกรรมในฉากของ ไซอิ๋ว เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหมายเชิงพื้นที่ในจินตนาการของผู้ศรัทธา กล่าวคือ รั้วลายดอกบัวหรือเสาลายมังกรเองก็มีเรื่องราวของพุทธชาดกมากมายที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์เหล่านั้น สิ่งที่แฝงในวัตถุศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น ช่วยสร้างพื้นที่ในการสื่อสารระหว่างโลกกายภาพกับโลกผ่านความเชื่อ

เช่นเดียวกับเมื่อวันตรุษจีนมาถึง ประเพณีที่ลูกหลานชาวจีนปฏิบัติกันโดยทั่วไปคือ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้า รถยนต์ บ้านกระดาษ และสิ่งของต่าง ๆ เพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษและบุคคลที่ตนรักผู้ล่วงลับ เพื่อให้พวกเขานำไปในชีวิตหลังความตาย ไม่ว่าดวงวิญญาณจะไปอยู่โลกภูมิใด

กระดาษเงิน-กระดาษทอง กลายเป็นวัตถุเชิงลัญลักษณ์ที่เชื่อมต่อความคิดถึงของดวงจิตแม้จะอยู่เหนือโลกทางกายภาพ ในขณะที่เราดูกระดาษเหล่านั้นกำลังมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน เรากลับค่อย ๆ รู้สึกโล่งใจที่ได้รู้ว่าบรรพบุรุษและบุคคลอันเป็นที่รักของเราจะอยู่กับเราตลอดไปด้วยจิตวิญญาณ คอยช่วยนำทางเราในช่วงเวลานี้ของทุกปี

ข้อมูลอ้างอิงและที่มาภาพประกอบ
  • Lo, Lun-seung director. Journey to the West I & II “西游记”, Lau, Sze-yu, Producer. TVB (Television Broadcasts Limited). , 1996-1998
  • เขมานันทะ. (2531). เดินทางไกลกับไซอิ๋ว (วิเคราะห์ปริศนาธรรมจากมหากาพย์ ไซอิ๋ว). กรุงเทพ: กองทุนวุฒิธรรม เพื่อการศึกษาและการปฏิบัติธรรม.
  • พื้นที่ชีวิต : ตามรอยพระถังซัมจั๋งบนเส้นทางสายไหม ตอน เส้นทางแห่งความหมาย
  • ตำนานเรื่องไซอิ๋ว เปรียบเทียบกับสภาพภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ในยุคถังไท่จง
  • www.silpa-mag.com/history/article_39055
  • themindcircle.com

Writer

Avatar

วีรสุ แซ่แต้

เนิร์ดสถาปนิกสัญชาติไทยที่จบการศึกษาและทำงานอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลงใหลในสถาปัตยกรรมและแสวงหาความหมายของสถาปัตยกรรมที่มีจิตวิญญาณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load