ตอนที่ 1

เมื่อเรามีลูก เราจะมีเรดาร์ในการตรวจค้นสิ่งที่เหมาะกับเด็ก เป็นมิตรกับครอบครัว มากเป็นพิเศษ

และอีกหนึ่งเมืองที่เรดาร์ของเราไปตรวจจับมาได้ คือฟุกุโอกะ หนึ่งในจังหวัดของเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

ฟุกุโอกะเป็นเมืองที่เรียกว่ามีครบทุกสิ่งให้เลือกสรร ทั้งของกิน วัฒนธรรม กาแฟ ธรรมชาติ ศิลปะ สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะรถไฟค่ะ

สถานีฮากาตะ นับเป็นสถานีใหญ่ใจกลางฟุกุโอกะ เป็นต้นทางของรถไฟท่องเที่ยวหลายสาย หนึ่งในรถไฟสายที่เรดาร์ของแม่ตรวจจับมาแล้วว่าโดนใจทั้งครอบครัวชัวร์ คือรถไฟสายบ๊อกๆ Aso Boy! นั่นเอง

ตุ๊กตา พนิดา

ชื่นใจนั้นคุ้นเคยผ่านตากับ Aso Boy! มานานตั้งแต่ยังพูดไม่เป็นคำ เพราะหนังสือ ทางรถไฟสายดาวตก ของลุงก้อง (ทรงกลด บางยี่ขัน) ที่วางอยู่หัวเตียงนอนของแม่ เวลาเห็นแม่อ่านก็ชอบมาขอมีส่วนร่วม แถมยังชอบเปิดหน้านั้นหน้านี้ดูรูปสวยๆ ในเล่มอีกด้วย (ในนั้นยังมีรถไฟอีกหลายขบวนที่จะทยอยพากันจูงมือมาในตอนถัดไปค่ะ)

Aso Boy! คือหนึ่งในรถไฟท่องเที่ยวของภูมิภาคคิวชู ที่เกิดจากการออกแบบของ คุณเอจิ มิโตะโอกะ (Eiji Mitooka) ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่พัฒนาการรถไฟของภูมิภาคนี้ให้กลับมาคึกคักและดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ Aso Boy! ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อชักจูงเหล่าครอบครัวที่มีสมาชิกตัวจิ๋วๆ

ชื่่นใจ

รถไฟขบวนนี้ออกเดินทางจากสถานี Miyaji-Kumamoto และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทันที่เราไปถึงชานชาลา Aso Boy! ก็จอดเทียบท่าอยู่แล้ว ชื่นใจในวันนั้นยังอายุแค่ขวบกว่าๆ อาการดี๊ด๊ายังไม่ค่อยออก เอาแต่เดินวนรอบรถไฟดูหมาที่ด้านนอก เราค่อยๆ ถามเธอ ‘นี่ไงรถไฟหมา จำได้ไหมๆ’ จนเข้าไปในรถไฟนั่นล่ะ ความตื่นเต้นจึงมาเต็ม

ชื่นใจ

ขึ้นไปบนรถไฟแล้วก็เดินสำรวจรถไฟด้วยกัน เบาะที่นั่งและพนักพิงทำไว้ 2 ขนาด คือสำหรับผู้ใหญ่และเด็กนั่งคู่กัน ที่ฝั่งเบาะเด็ก ก็มีที่รองวางเท้าเสริมไว้ให้ด้วย แต่ละเสาหรือราวจับจะหุ้มไว้ด้วยนวมกันกระแทก เผื่อว่ารถไฟวิ่งโคลงเคลง เด็กๆ ที่ระดับความสูงพอดีชนเข้า ก็จะไม่เจ็บตัวจนเลือดตกยางออก

คาเฟ่ คาเฟ่ พ่อลูก ชื่นใจ

ในนี้เขาแบ่งที่นั่งเป็นโซนๆ มีโซนที่นั่งปกติที่เบาะหุ้มด้วยผ้าสีสดใส มีโซนคาเฟ่ให้เลือกซื้อเบียร์เด็ก คือน้ำไซเดอร์ที่ให้เด็กๆ แอ๊บเอาว่าเป็นเบียร์ อารมณ์แบบพวกคุณพ่อพอนั่งพักได้ที่ก็จะจิบเบียร์พอสบายใจ, โซนสนามเด็กเล่นที่แม้แต่เราไม่ใช่เด็กยังกรี๊ด ว่าจะออกแบบมารู้ใจและเอาใจเด็กๆ กันขนาดไหน มีบ่อบอลไม้ที่เป็นเป้าหมายหลักของชื่นใจเลย เพราะในหนังสือมีรูปบ่อบอลไม้นี้ ชื่นใจก็จะเปิดพินิจดูเป็นประจำ มีมุมหนังสือ มุมศิลปะให้เด็กๆ วาดรูปเล่นได้ ส่วนด้านหน้าขบวนเป็นโซนชมวิว ที่เราจะได้เห็นธรรมชาติไปตลอดทาง

รถไฟการ์ตูน รถไฟ

นอกจากนั้น ในขบวนรถไฟเจ้าหมา Kuro ที่หน้าตาและท่าทางขี้เล่นนี้ ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยที่แสนจะน่ารัก อย่างผ้าม่านลายหมาน้อยในอิริยาบถต่างๆ มีตราปั๊มที่ระลึกถึง Aso Boy ให้เราประทับไว้ในสมุดส่วนตัว มีเปลเด็กเล็กๆ สำหรับเบบี้ที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะฝากยืนฝากนอนได้สักแป๊บ เผื่ออยากไปเดินถ่ายรูปเล่น

ชื่นใจ ชื่นใจ บ่อบอล มุมหนังสือ

ในรถไฟชื่นใจยืนพื้นอยู่ที่บ่อบอล เล่นเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง คอยมองเด็กคนอื่นๆ รอบตัวบ้างว่าเขาเล่นกันยังไง มีเด็กหลากหลายอายุและความสนใจ บางคนมีพี่ๆ พนักงานคนสวยคอยสอนพับกระดาษ บางคนหลบมุมไปนั่งเปิดหนังสือดูที่เก้าอี้ตัวน้อย บางคนนั่งกินข้าวกล่องมองวิวไปกับคุณยาย

ช่วงเวลาจาก Miyaji-Kumamoto รถไฟขบวนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เมื่อถึงสถานีปลายทาง ชื่นใจอาวรณ์และต้องทำใจอยู่นานกว่าจะบ๊ายบายเจ้า Kuro กันได้ เมื่อรถไฟเคลื่อนขบวนออกจากชานชาลา สิ่งที่เราอยากให้มันเหลืออยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของชื่นใจ คือความประทับใจในวันนี้ เพราะเมื่อถึงวันข้างหน้า มันคงจะกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าระหว่างเรา

หนังสือ

ตรัย ภูมิรัตน พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล ชื่นใจ

Writer & Photographer

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล

เริ่มต้นงานแรกหลังเรียนจบและงานเดียวจนถึงปัจจุบันคืองานในวงการสิ่งพิมพ์ รักงานบรรณาธิการและงานเขียน ตอนนี้มีอาชีพเป็นคุณแม่และภรรยาที่ทำงานที่รักไปด้วย อ่อนไหวง่ายและภูมิต้านทานต่ำเมื่อเจอกับเรื่องราวกระจุกกระจิก และคอยหาเวลาว่างเพื่อเก็บมาเป็นซีรีส์กุ๊กกิ๊ก ไกด์ อยู่เสมอ

เรื่องชื่นใจ

บันทึกการเลี้ยงเด็กหญิงชื่นใจ โดยแม่ตุ๊กตา

ภาพในหัวเมื่อนึกถึงโอกินาวะคือน้ำทะเล หาดทราย อะควาเรียม ดอกชบา และสับปะรด ตอนวางแผนว่าจะไปโอกินาวะก็คิดว่าจะทำอะไรบ้างดีนะ นอกจากไปกินอาหารสไตล์โอกินาวะ ไอศครีม Blue Seal และแวะทักทายฉลามวาฬใน Okinawa Churaumi Aquarium แล้ว จะมีอะไรอีกล่ะที่น่าสนใจสำหรับเด็กๆ อย่างชื่นใจ

เมื่อเราลงมือหาข้อมูลก็พบความเซอร์ไพร์สยิ่งใหญ่ นั่นคือที่โอกินาวะมีสนามเด็กเล่นมากมายอยู่ทั่วเกาะ ถ้าเป็นแค่สนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นมาตั้งๆ ไว้ ก็คงเท่านั้น ไม่น่าตื่นเต้นอะไร แต่สนามเด็กเล่นที่นี่เขาเล่นกันจริงจัง สร้างกันอย่างสร้างสรรค์ และออกแบบมาเพื่อการเล่นของเด็กๆ โดยเฉพาะ เขาให้พื้นที่แต่ละแห่งใหญ่มากพอที่เด็กๆ จะวิ่งกันจนหัวเปียก ใช้สมองคิดวางแผนการลอด ไต่ มุด กันจนคิ้วขมวด และใช้กล้ามเนื้อกันจนกล้ามจะขึ้น (แม่เวอร์ให้เห็นภาพขยายมากขึ้นนิดหนึ่งค่ะ :p) 

ในทริปนี้เรามีโอกาสแวะเวียนไปเล่นกัน 3 สนาม จากทั้งหมดที่นับไม่ถ้วน และนี่คือหนึ่งเหตุผลใหญ่ที่ทำให้เราอยากพาชื่นใจกลับไปโอกินาวะอีกหลายๆ ครั้งค่ะ

Egg of Life (Inochi no Tamago) / Peace Memorial Park Children’s Playground

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย
3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

สวนสันติภาพแห่งเมืองโอกินาวะอยู่ทางใต้ของเขต Itoman มีสนามเด็กเล่นที่ให้ใจเด็กๆ ในการเล่น ตามคอนเซปต์ที่ว่า “Playground to Nurture the Heart through Adventures.” คือให้เด็กๆ ได้เติบโตผ่านหัวใจแห่งการผจญภัยโดยแท้

สวนแห่งนี้สร้างด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ไข่’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการก่อกำเนิดและการเริ่มต้นชีวิต โดยแบ่งเป็น 5 โซน ดึงเอาบรรยากาศของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนร่วม เช่น โซนท้องฟ้า โซนท้องทะเล ฯลฯ มีที่ให้ลอด ปีน มุด กระโดด ลื่นแบ่งเป็นสนามสำหรับเด็กเล็ก 0 – 3 ขวบ เด็กโต 3 – 6 และ 6 – 12 ปี

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

แค่มองเห็นไกลๆ เมืองสนามเด็กเล่นแห่งแดนใต้นี้ ก็เรียกให้หัวใจของชื่นใจร่ำร้องอยากออกไปผจญภัย แม้ฝนจะตกก็ไม่อาจทัดทานได้

Kids Adventure Land at Ocean Expo Park

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

สนามเด็กเล่นใน Ocean Expo Park อยู่ที่เดียวกับอะควาเรียมยอดฮิตแห่งโอกินาวะเลย เป็น Net Playground ที่ทำเลียนแบบท้องทะเล ปีนขึ้น ปีนลง เหมือนโต้คลื่น ช่างคิดมาก! 

ที่นี่ยังนับเป็น Net Playground ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย เป็นแบบเอาต์ดอร์ แบ่งการเล่นเป็น 4 โซน ท้าทายให้เด็กๆ ปีนป่ายตาข่ายที่ผูกมัดกันเหมือนคลื่นในท้องทะเล ต้องปีนทั้งในแนบราบ แนวสูง เกาะเกี่ยวทำมือทำเท้าให้เหนียวเพื่อพิชิตแต่ละโซนให้ได้ ซึ่งเขาก็แบ่งความยากง่ายไปตามอายุเด็กๆ ค่ะ 

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

เขารักษาความปลอดภัยค่อนข้างแน่นหนา ในวันที่ฝนตกหรือหลังฝนตกที่พื้นสนามกับตาข่ายยังไม่แห้งก็จะปิดทำการ จนเด็กๆ ได้แต่มองตามตาปริบๆ 

พาเด็กๆ ไปดูวาฬใน Okinawa Churaumi Aquarium แล้ว ก็อย่าลืมพามาปีนป่ายที่สนามเด็กเล่นตรงนี้ด้วยนะ 

The Dragons Playground / Onoyama Park

ถ้าขับรถเที่ยวผ่านไปผ่านมาในเขตเมือง Naha จะเห็นสนามเด็กเล่นที่มีเจ้ามังกรยืนตระหง่านยิ้มแย้มทักทายเด็กๆ อยู่ไม่ไกลค่ะ เพราะสนามเด็กเล่นแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองเลย 

3 สนามเด็กเล่นแห่งโอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

เจ้ามังกรชวนเด็กๆ ลื่นไถล สนุกไปกับการปีนป่าย เครื่องเล่นสีสันสดใส แค่เด็กๆ เห็นไกลๆ ก็ต้องวิ่งจู๊ด ไปตามแรงดึงดูดของเจ้ามังกรที่คอยท้าทายเด็กๆ ด้วยสไลเดอร์ยาวๆ และเส้นทางเชือกแคบๆ ให้เด็กๆ ไต่ข้ามระหว่างหอคอยหนึ่งไปยังอีกหอคอยหนึ่ง 

3 สนามเด็กเล่นแห่งโอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย
3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

สังเกตได้ว่าเครื่องเล่นตามสนามเด็กเล่นในโอกินาวะนิยมการผูกเชือกให้เด็กๆ เกาะเกี่ยวเพื่อปีนป่ายมากเป็นพิเศษ นับเป็นหนึ่งในวัสดุที่เราจะเห็นอยู่ในสนามเด็กเล่นเกือบทุกแห่งเลยก็ว่าได้ค่ะ

ชื่นใจ ภูมิรัตน

ข้อควรตระเตรียมและปฏิบัติเมื่อจะไปสนามเด็กเล่นในโอกินาวะ

  1. เตรียมชุดไว้เปลี่ยนหลังเล่นเสร็จ เพราะที่โอกินาวะสภาพอากาศค่อนข้างปรวนแปร เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก หลังฝนตกพอเด็กๆ เห็นเครื่องเล่นมันก็คันไม้คันมือ ถึงตัวเครื่องเล่นยังไม่แห้งดี แต่ชุดที่ใส่เล่นก็จะช่วยเช็ดซับน้ำไปโดยปริยาย พกชุดเอาไว้ สบายใจคุณแม่ค่ะ
  2. เราจะเห็นป้ายเตือนต่างๆ ในสนามเด็กเล่นหลายๆ แห่ง อย่าลืมสอดส่องมองดูแล้วศึกษากฎระเบียบของเขาก่อนและเคารพกฎกติกา เขาจะเน้นว่าไม่ให้กระโดดบนเครื่องเล่นหรือกระโดดลงมาจากเครื่องเล่น เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ เอง
  3. แม้ลูกของเราจะดูแลตัวเองได้แล้ว ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่เล่นตามลำพังหรือละสายตาไปจากเด็กๆ นะคะ
  4. ถ้าใส่แจ็กเกต หรือมีแอ็กเซสซอรีอื่นๆ อย่างผ้าพันคอ ถุงมือ ก็ให้เด็กๆ ถอดออกก่อนจะขึ้นไปเล่น
  5. หลีกเลี่ยงการเล่นเครื่องเล่นที่เปียก เพราะจะลื่น อันตราย อาจได้รับบาดเจ็บจนหมดสนุกกันพอดี

Writer & Photographer

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล

เริ่มต้นงานแรกหลังเรียนจบและงานเดียวจนถึงปัจจุบันคืองานในวงการสิ่งพิมพ์ รักงานบรรณาธิการและงานเขียน ตอนนี้มีอาชีพเป็นคุณแม่และภรรยาที่ทำงานที่รักไปด้วย อ่อนไหวง่ายและภูมิต้านทานต่ำเมื่อเจอกับเรื่องราวกระจุกกระจิก และคอยหาเวลาว่างเพื่อเก็บมาเป็นซีรีส์กุ๊กกิ๊ก ไกด์ อยู่เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load