ถ้าให้นับจำนวนร้านกาแฟเฉพาะในเชียงใหม่ เราน่าจะเข้าๆ ออกๆ วันละหลายร้านตลอดทั้งปีได้โดยไม่ซ้ำกัน แต่ละร้านมีแนวทางกาแฟ มีการเลือกใช้เมล็ดกาแฟ ที่แตกต่างกันไป บ้างใช้เมล็ดกาแฟนำเข้าจากแหล่งปลูกในต่างประเทศ ในขณะที่อีกหลายร้านใช้เมล็ดกาแฟในประเทศไทย

เหนือขึ้นไปจากตัวเมืองเชียงใหม่ที่บ้านหนองล่ม คือที่มาของต้นกาแฟซึ่งก่อให้เกิดเรื่องราวการปลูกกาแฟเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2517 ด้วยพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9

ที่บ้านหนองล่มเราได้เจอกับคุณลุงพะโย่ คุณลุงเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นคุณลุงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเป็นผู้รับเสด็จในหลวง ได้พาพระองค์เสด็จไปดูต้นกาแฟที่ขึ้นอยู่เพียง 2 – 3 ต้น ในหลวงทรงมีรับสั่งให้ใส่ปุ๋ย ดูแลรักษาต้นกาแฟ และนำไปวิจัยต่อ ท่านรับสั่งว่า กาแฟสามารถปลูกได้ที่นี่ แม้ในยุคนั้นจะยังไม่มีใครรู้จักกันเท่าไรนัก อีกทั้งบนดอยยังเต็มไปด้วยการปลูกฝิ่น

จากกาแฟต้นแรกในวันนั้น ถึงวันนี้ได้แผ่ขยายไปเป็นพันเป็นหมื่นต้น นำรายได้มหาศาลมาสู่ชาวเขา รวมถึงคืนธรรมชาติให้กับยอดดอย อีกทั้งยังเป็นการเริ่มต้นเรื่องราวของกาแฟในประเทศไทยอีกด้วย

หลายครั้งที่พวกเราได้มาเที่ยวเชียงใหม่ เรามีประสบการณ์และภาพของเชียงใหม่ในสถานที่ต่างๆ สวนสัตว์, สวนพฤกษศาสตร์, พิพิธภัณฑ์แมลง, วัดอุโมงค์ หรือแม้แต่เชียงใหม่ในมุมไลฟ์สไตล์อย่างร้านอาหารพื้นเมือง ร้านขนม คาเฟ่ ฯลฯ

ในครั้งนี้ เรามาเชียงใหม่เพื่อได้เรียนรู้วิชาปลูกรักษ์ หนึ่งในวิชาจากโครงการ วิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ที่ทาง ททท. ได้จัดทำขึ้น โดยเลือกโครงการในพระราชดำริมาถ่ายทอดทั้งหมด 9 โครงการ จากทั้งหมดกว่า 4,000 โครงการที่ในหลวงได้ทรงริเริ่ม การมาที่โครงการหลวง ดอยอินทนนท์ ทำให้เรายิ่งเห็นว่า พระองค์คือผู้ที่ลงมือทำทุกๆ อย่างอย่างจริงจัง การเดินทางมายังถิ่นทุรกันดารด้วยพระองค์เองเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าในแต่ละพื้นที่สามารถทำอะไรได้ สามารถส่งเสริมด้านไหนได้มากขึ้นไปอีก และทำวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาต่อให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านในท้องที่ พระองค์ไม่ได้พระราชทานเงินให้ชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่พระองค์พระราชทานเมล็ดพันธ์ุเพื่อให้ชาวบ้าน ชาวเขา ได้นำไปปลูก มีผลผลิตและก่อรายได้ที่ยั่งยืน

ปัจจุบัน โครงการหลวงมีผลผลิตทั้งกาแฟพันธ์ุอาราบิก้า, พืชผักเมืองหนาว, ดอกไม้นานาชนิด ฯลฯ โดยชาวบ้านเป็นผู้ลงมือลงแรงปลูก และโครงการหลวงคอยช่วยดูแลเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดี มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ยามค่ำคืนไม่ต้องการแอร์แต่อย่างใด อากาศเย็นบริสุทธิ์หายใจสะดวก มีร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูการมาปรุง มีสนามเด็กเล่นเป็นสวนดอกไม้ ที่ให้ชื่นใจในวัย 4 ขวบ ผู้หลงใหลในดอกไม้ ได้ร่าเริงเมื่อเห็นสีชมพู สีแดง สีเหลืองจากธรรมชาติ

การเรียนรู้จากหนังสือ จากนิทาน หรือจากคำบอกเล่า เป็นการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กๆ ได้เกิดจินตนาการ ได้คิดตาม ได้วาดฝัน และการได้พาเด็กๆ มาสู่สถานที่จริง คือการได้นำสิ่งต่างๆ ผ่านสายตาแล้วเก็บไว้ในหัวใจ เมื่อถามว่าชื่นใจจำอะไรได้เมื่อนึกถึงดอยอินทนนท์ รายชื่อดอกไม้ชนิดต่างๆ จะผ่านออกมา เล่าให้เราฟังด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คล้ายกับว่ามันเป็นหนึ่งในความทรงจำแสนหวานของเด็กหญิงตัวน้อย

ถ้าไม่ใช่เพราะพระมหากรุณาธิคุณและแรงผลักดันอย่างใหญ่หลวงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ยอดดอยในเชียงใหม่อาจจะเป็นเพียงภูเขาที่ให้เรามองผ่านไกลๆ ไร้ซึ่งเรื่องราวความประทับใจ และปราศจากการเรียนรู้ แต่เพราะการทรงงานอย่างหนักของพระองค์ท่าน ทำให้พวกเราทุกคน ตลอดจนไปถึงเด็กๆ ของเรา ได้มีพื้นที่สีเขียว มีพืชผลจากธรรมชาติ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ และทำให้เราเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่ยากที่สุด ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง ขอเพียงเรามีความตั้งใจและเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นจริง

Writer & Photographer

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล

เริ่มต้นงานแรกหลังเรียนจบและงานเดียวจนถึงปัจจุบันคืองานในวงการสิ่งพิมพ์ รักงานบรรณาธิการและงานเขียน ตอนนี้มีอาชีพเป็นคุณแม่และภรรยาที่ทำงานที่รักไปด้วย อ่อนไหวง่ายและภูมิต้านทานต่ำเมื่อเจอกับเรื่องราวกระจุกกระจิก และคอยหาเวลาว่างเพื่อเก็บมาเป็นซีรีส์กุ๊กกิ๊ก ไกด์ อยู่เสมอ

เรื่องชื่นใจ

บันทึกการเลี้ยงเด็กหญิงชื่นใจ โดยแม่ตุ๊กตา

ภาพในหัวเมื่อนึกถึงโอกินาวะคือน้ำทะเล หาดทราย อะควาเรียม ดอกชบา และสับปะรด ตอนวางแผนว่าจะไปโอกินาวะก็คิดว่าจะทำอะไรบ้างดีนะ นอกจากไปกินอาหารสไตล์โอกินาวะ ไอศครีม Blue Seal และแวะทักทายฉลามวาฬใน Okinawa Churaumi Aquarium แล้ว จะมีอะไรอีกล่ะที่น่าสนใจสำหรับเด็กๆ อย่างชื่นใจ

เมื่อเราลงมือหาข้อมูลก็พบความเซอร์ไพร์สยิ่งใหญ่ นั่นคือที่โอกินาวะมีสนามเด็กเล่นมากมายอยู่ทั่วเกาะ ถ้าเป็นแค่สนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นมาตั้งๆ ไว้ ก็คงเท่านั้น ไม่น่าตื่นเต้นอะไร แต่สนามเด็กเล่นที่นี่เขาเล่นกันจริงจัง สร้างกันอย่างสร้างสรรค์ และออกแบบมาเพื่อการเล่นของเด็กๆ โดยเฉพาะ เขาให้พื้นที่แต่ละแห่งใหญ่มากพอที่เด็กๆ จะวิ่งกันจนหัวเปียก ใช้สมองคิดวางแผนการลอด ไต่ มุด กันจนคิ้วขมวด และใช้กล้ามเนื้อกันจนกล้ามจะขึ้น (แม่เวอร์ให้เห็นภาพขยายมากขึ้นนิดหนึ่งค่ะ :p) 

ในทริปนี้เรามีโอกาสแวะเวียนไปเล่นกัน 3 สนาม จากทั้งหมดที่นับไม่ถ้วน และนี่คือหนึ่งเหตุผลใหญ่ที่ทำให้เราอยากพาชื่นใจกลับไปโอกินาวะอีกหลายๆ ครั้งค่ะ

Egg of Life (Inochi no Tamago) / Peace Memorial Park Children’s Playground

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย
3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

สวนสันติภาพแห่งเมืองโอกินาวะอยู่ทางใต้ของเขต Itoman มีสนามเด็กเล่นที่ให้ใจเด็กๆ ในการเล่น ตามคอนเซปต์ที่ว่า “Playground to Nurture the Heart through Adventures.” คือให้เด็กๆ ได้เติบโตผ่านหัวใจแห่งการผจญภัยโดยแท้

สวนแห่งนี้สร้างด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ไข่’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการก่อกำเนิดและการเริ่มต้นชีวิต โดยแบ่งเป็น 5 โซน ดึงเอาบรรยากาศของธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนร่วม เช่น โซนท้องฟ้า โซนท้องทะเล ฯลฯ มีที่ให้ลอด ปีน มุด กระโดด ลื่นแบ่งเป็นสนามสำหรับเด็กเล็ก 0 – 3 ขวบ เด็กโต 3 – 6 และ 6 – 12 ปี

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

แค่มองเห็นไกลๆ เมืองสนามเด็กเล่นแห่งแดนใต้นี้ ก็เรียกให้หัวใจของชื่นใจร่ำร้องอยากออกไปผจญภัย แม้ฝนจะตกก็ไม่อาจทัดทานได้

Kids Adventure Land at Ocean Expo Park

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

สนามเด็กเล่นใน Ocean Expo Park อยู่ที่เดียวกับอะควาเรียมยอดฮิตแห่งโอกินาวะเลย เป็น Net Playground ที่ทำเลียนแบบท้องทะเล ปีนขึ้น ปีนลง เหมือนโต้คลื่น ช่างคิดมาก! 

ที่นี่ยังนับเป็น Net Playground ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย เป็นแบบเอาต์ดอร์ แบ่งการเล่นเป็น 4 โซน ท้าทายให้เด็กๆ ปีนป่ายตาข่ายที่ผูกมัดกันเหมือนคลื่นในท้องทะเล ต้องปีนทั้งในแนบราบ แนวสูง เกาะเกี่ยวทำมือทำเท้าให้เหนียวเพื่อพิชิตแต่ละโซนให้ได้ ซึ่งเขาก็แบ่งความยากง่ายไปตามอายุเด็กๆ ค่ะ 

3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

เขารักษาความปลอดภัยค่อนข้างแน่นหนา ในวันที่ฝนตกหรือหลังฝนตกที่พื้นสนามกับตาข่ายยังไม่แห้งก็จะปิดทำการ จนเด็กๆ ได้แต่มองตามตาปริบๆ 

พาเด็กๆ ไปดูวาฬใน Okinawa Churaumi Aquarium แล้ว ก็อย่าลืมพามาปีนป่ายที่สนามเด็กเล่นตรงนี้ด้วยนะ 

The Dragons Playground / Onoyama Park

ถ้าขับรถเที่ยวผ่านไปผ่านมาในเขตเมือง Naha จะเห็นสนามเด็กเล่นที่มีเจ้ามังกรยืนตระหง่านยิ้มแย้มทักทายเด็กๆ อยู่ไม่ไกลค่ะ เพราะสนามเด็กเล่นแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองเลย 

3 สนามเด็กเล่นแห่งโอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

เจ้ามังกรชวนเด็กๆ ลื่นไถล สนุกไปกับการปีนป่าย เครื่องเล่นสีสันสดใส แค่เด็กๆ เห็นไกลๆ ก็ต้องวิ่งจู๊ด ไปตามแรงดึงดูดของเจ้ามังกรที่คอยท้าทายเด็กๆ ด้วยสไลเดอร์ยาวๆ และเส้นทางเชือกแคบๆ ให้เด็กๆ ไต่ข้ามระหว่างหอคอยหนึ่งไปยังอีกหอคอยหนึ่ง 

3 สนามเด็กเล่นแห่งโอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย
3 สนามเด็กเล่นแห่ง โอกินาวะ ญี่ปุ่น ดินแดนสนามเด็กเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เติบโตผ่านการผจญภัย

สังเกตได้ว่าเครื่องเล่นตามสนามเด็กเล่นในโอกินาวะนิยมการผูกเชือกให้เด็กๆ เกาะเกี่ยวเพื่อปีนป่ายมากเป็นพิเศษ นับเป็นหนึ่งในวัสดุที่เราจะเห็นอยู่ในสนามเด็กเล่นเกือบทุกแห่งเลยก็ว่าได้ค่ะ

ชื่นใจ ภูมิรัตน

ข้อควรตระเตรียมและปฏิบัติเมื่อจะไปสนามเด็กเล่นในโอกินาวะ

  1. เตรียมชุดไว้เปลี่ยนหลังเล่นเสร็จ เพราะที่โอกินาวะสภาพอากาศค่อนข้างปรวนแปร เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก หลังฝนตกพอเด็กๆ เห็นเครื่องเล่นมันก็คันไม้คันมือ ถึงตัวเครื่องเล่นยังไม่แห้งดี แต่ชุดที่ใส่เล่นก็จะช่วยเช็ดซับน้ำไปโดยปริยาย พกชุดเอาไว้ สบายใจคุณแม่ค่ะ
  2. เราจะเห็นป้ายเตือนต่างๆ ในสนามเด็กเล่นหลายๆ แห่ง อย่าลืมสอดส่องมองดูแล้วศึกษากฎระเบียบของเขาก่อนและเคารพกฎกติกา เขาจะเน้นว่าไม่ให้กระโดดบนเครื่องเล่นหรือกระโดดลงมาจากเครื่องเล่น เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ เอง
  3. แม้ลูกของเราจะดูแลตัวเองได้แล้ว ก็ไม่ควรปล่อยให้อยู่เล่นตามลำพังหรือละสายตาไปจากเด็กๆ นะคะ
  4. ถ้าใส่แจ็กเกต หรือมีแอ็กเซสซอรีอื่นๆ อย่างผ้าพันคอ ถุงมือ ก็ให้เด็กๆ ถอดออกก่อนจะขึ้นไปเล่น
  5. หลีกเลี่ยงการเล่นเครื่องเล่นที่เปียก เพราะจะลื่น อันตราย อาจได้รับบาดเจ็บจนหมดสนุกกันพอดี

Writer & Photographer

พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล

เริ่มต้นงานแรกหลังเรียนจบและงานเดียวจนถึงปัจจุบันคืองานในวงการสิ่งพิมพ์ รักงานบรรณาธิการและงานเขียน ตอนนี้มีอาชีพเป็นคุณแม่และภรรยาที่ทำงานที่รักไปด้วย อ่อนไหวง่ายและภูมิต้านทานต่ำเมื่อเจอกับเรื่องราวกระจุกกระจิก และคอยหาเวลาว่างเพื่อเก็บมาเป็นซีรีส์กุ๊กกิ๊ก ไกด์ อยู่เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load