โชค บูลกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย เป็นผู้บริหารที่ปรากฏตัวอยู่ในสื่อและเป็นที่พูดถึงตลอดเวลาในฐานะผู้นำพาฟาร์มโชคชัยจากวิกฤตหนี้มหาศาลสู่ต้นแบบฟาร์มวัวที่ประสบความสำเร็จ

เคยได้รับการแต่งตั้งจากราชินีราเนียแห่งประเทศจอร์แดนให้เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้นำสายพันธุ์ใหม่ของโลก จากเวที World Economics Forum เมื่อปี 2549

เป็นอาจารย์พิเศษและวิทยากรของงานสัมมนาในหัวข้อการสร้างผู้นำและการบริหารจัดการองค์กรมามากมาย ไปจนถึงเส้นทางการศึกษาในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารธุรกิจการเกษตรอุตสาหกรรม จากสหรัฐอเมริกา ยิ่งทำให้ชื่อของเขาเป็นที่น่าจับตา

The Cloud มีนัดกับ คุณโชค บูลกุล ที่ฟาร์มโชคชัย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

โชค บูลกุล CEO อดีตศิลปินอินดี้ผู้นำวิธีคิดแบบศิลปินมาใช้บริหาร 'ฟาร์มโชคชัย'

แรกเริ่มเดิมทีเราตั้งใจพูดคุยกับคุณโชคถึงวิธีคิดเบื้องหลังการบริหารธุรกิจที่หลากหลายในเครือ แต่เมื่อมาเห็นระบบระเบียบในฟาร์มและโรงงาน เราจำเป็นต้องเปลี่ยนคำถามที่เตรียมมาเกือบทั้งหมด

“งานของฟาร์มโชคชัยมีตั้งแต่เรื่องเมล็ดพันธุ์หญ้าไปจนถึงนักท่องเที่ยว มีระบบไม่รู้กี่ระบบที่ต้องปรับให้เข้าหากัน” นี่เป็นเหตุผลให้บทสนทนาระหว่างเราในวันนี้ไม่มีแค่เรื่องการจัดการธุรกิจเกษตร ไม่มีเรื่องผลประกอบการระดับร้อยล้าน พันล้าน ที่สำคัญ เราไม่อาจมองฟาร์มโชคชัยเป็นแค่ฟาร์มวัวหรือแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกต่อไป

เป็นเรื่องสนุกเมื่อได้รู้ว่าคุณโชคเคยทำเพลงอินดี้จริงจัง และเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินค่ายเบเกอรี่มิวสิคยุคแรกมาก่อน ไม่แปลกใจที่วิธีคิดทำธุรกิจของเขาจะต่างจากผู้บริหารทั่วไปที่เราพบเจอ

มาฟังวิธีคิดเรื่องแพลตฟอร์มการบริหารงานที่คุณโชคปลูกปั้นกว่า 5 ปี เพื่อทำให้ฟาร์มโชคชัยเติบโตและไม่เจอกับปัญหาธุรกิจอย่างที่เคย จากคุณโชคพร้อมกัน

โชค บูลกุล CEO อดีตศิลปินอินดี้ผู้นำวิธีคิดแบบศิลปินมาใช้บริหาร 'ฟาร์มโชคชัย'
โชค บูลกุล CEO อดีตศิลปินอินดี้ผู้นำวิธีคิดแบบศิลปินมาใช้บริหาร 'ฟาร์มโชคชัย'

จุดเปลี่ยนจากศิลปินเพลงอินดี้มาเป็นผู้บริหารฟาร์มโชคชัย

สิบกว่าปีที่แล้ว ก่อนที่สื่อจะให้ความสนใจผมในบทบาทผู้บริหาร ผมเคยเป็นศิลปินทำงานเพลงมาก่อน สมัยที่เรียนอยู่สหรัฐอเมริกาช่วงปี 2534 เคยทำเพลงบันทึกใส่เทปคาสเซตต์จำนวน 300 ม้วน ขายเฉพาะเด็กที่เรียนอยู่ในบอสตัน เป็นอัลบั้มที่ชาวเบเกอรี่มิวสิคยุคแรกซึ่งเรียนอยู่ Berklee College of Music ต้องเคยได้ฟัง จากนั้นมาเป็นศิลปินในสังกัดเกคโค มิวสิค (Gecco Music) มีผลงานเพลงในปี 2539 ก่อนมาทำเพลงกับ SONY MUSIC อีก 2 อัลบั้มในเวลาต่อมา พร้อมๆ กับทำงานที่ฟาร์มโชคชัย ถ้าใครยังมีเทปชุดแรกสมัยบอสตันเก็บไว้ถือว่าสุดยอดมาก

ผมทำเพลงจนถึงจุดที่เราทำทุกอย่างด้วยตัวเราเองหมดแล้ว แต่เมื่อมาทำธุรกิจเราอยากท้าทายตัวเองด้วยเอาวิธีคิดแบบตอนที่เป็นศิลปินมาใช้กับงานบริหารบ้าง อันที่จริงเป็นเพราะพลังงานและความคิดสร้างสรรค์ของผมย้ายไปหาสิ่งที่ท้าทายกว่า

เปรียบเทียบการบริหารธุรกิจกับทีมฟุตบอล คุณเป็นใครในสนาม ผู้จัดการ โค้ช หรือกัปตันทีม

คนส่วนใหญ่คิดว่าทีมที่เก่งเกิดจากผู้เล่นที่เก่งกาจทำประตูได้ดี ผมมักจะบอกเสมอว่า มากไปกว่าความเก่งของผู้เล่นคือโค้ช ซึ่งมีส่วนสำคัญมากๆ กับชัยชนะของทีม

คำพูดที่โค้ชใช้กับทีมที่กำลังจะแพ้ ไม่ใช่คำปลอบใจที่สวยงามแต่เป็นการเลือกใช้คำที่ทำให้ทีมลุกขึ้นมาสู้ต่อ เมื่อกลับมาที่ครึ่งหลังของเกมเราจะเห็นฟอร์มการเล่นของทั้งทีมเปลี่ยนไป นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมแมนซิตี้ชนะลิเวอร์พูลทั้งๆ ที่ลิเวอร์พูลเป็นตัวเต็งมาตลอด

นี่แหละคือเหตุผลของการมีอยู่ของโค้ชที่เก่ง เป็นทั้งกลยุทธ์การวางตัวผู้เล่นในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การใช้คำพูดบางคำที่ทำให้คนเปลี่ยนไป ทำให้เขารู้สึกว่าเขาควรจะเล่นได้ดีกว่านี้ ยากที่จะบอกว่าเขาทำได้ยังไง ทั้งหมดคือความเข้าใจและทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่ของโค้ช

คุณเป็นโค้ชที่จะพูดกับลูกทีมที่กำลังจะแพ้ว่าอย่างไร

แล้วแต่สถานการณ์ การแพ้ไม่ได้มีเหตุผลเดียวเราคงต้องมาดูกันว่าเหตุผลที่ไม่ชนะคืออะไร บางทีแพ้เพราะกองหลังไม่ชอบหน้ากัน ต่างคนต่างไม่มีใครอยากเล่นเป็นทีม อาจจะแพ้เพราะเราวางตัวบุคคลผิด คนนี้น่าจะเป็นปีกซ้ายแต่ดันไปอยู่กองกลาง หลากหลายเหตุผลเหลือเกินหน้าที่ของโค้ชคือคิดให้ออก คนนี้ถ้าเล่นกับลิเวอร์พูลควรอยู่กองกลางแต่ถ้าเล่นกับทีมอื่นอาจจะต้องอยู่ปีกซ้าย เพราะทีมนั้นมีผู้เล่นอีกคนที่แรงกว่า เป็นต้น ไม่มีอะไรตายตัวเลยกับการเป็นโค้ช

ถ้าพูดถึงมาตรฐานการเล่นกับงานในระบบโรงงาน ซึ่งทุกอย่างกำหนดและประเมินตามกำลังของเครื่องจักร แตกต่างกับงานของกลุ่มฟาร์มโชคชัย องค์กรเรามีความเป็นศิลป์เพราะมีตั้งแต่เรื่องเมล็ดพันธุ์หญ้าไปจนถึงนักท่องเที่ยว มีระบบไม่รู้กี่ระบบที่ต้องจูนเข้าหากัน ทำให้เชื่อมโยงกันเป็นภาพเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่าย

โชค บูลกุล, ฟาร์มโชคชัย
โชค บูลกุล, ฟาร์มโชคชัย

คุณจะจัดสรรให้ธุรกิจใดในกลุ่มฟาร์มโชคชัยเป็นผู้เล่นตำแหน่งไหน

เราไม่ได้มองอย่างนั้นเลย สิ่งที่บอกได้เลยคือโมเดลที่เคยคิดมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนี้

เพราะอะไร

ในสายพานการผลิต หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่มีปัญหาการส่งต่อจะสะดุดทันที เพราะฉะนั้น ทุกขั้นตอนต้องเป็นระบบเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสายพานลำเลียง และสิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่ผูกมัดเราอยู่

ผมทำธุรกิจมา 27 ปี ผมใช้เงินสดอย่างเดียว หมายความว่าเมื่อธุรกิจเกิดปัญหา ผมจะใช้เงินไปประคับประคองทุกคนไม่ได้ แต่ต้องเกลี่ยผลประโยชน์ทุกครั้งไป

อะไรคือข้อดี-ข้อเสียของการทำธุรกิจแบบเดิมที่คุณเคยเชื่อ

ข้อดีคือ บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจแบบนี้ต่อไปได้ โดยไม่สร้างหนี้ ขณะที่ข้อเสียคือ เหนื่อยมากที่ต้องควบคุมดูแลตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน รวมถึงการทำให้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายเดียวกันทั้งๆ ที่อยู่กันต่างธุรกิจ

เป็นเหตุผลที่วันนี้คุณลุกขึ้นมาพูดเรื่องแพลตฟอร์มของการบริหารองค์กร?

4 – 5 ปีที่ผ่านมาผมใช้เวลากับเรื่องนี้เยอะมาก เพราะผมคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้ฟาร์มโชคชัยอยู่ไปได้อีก 50 – 60 ปี เราไม่ได้อยากจะเข้าไปพัฒนาเฉพาะตัวธุรกิจ แต่เราอยากพัฒนาระบบบริหารจัดการเผื่อวันครั้งหน้าที่บริษัทเติบโตโดยไม่มีผม

การออกแบบวิธีการจัดการบริหารในองค์กร เป็นสิ่งที่ท้าทายเรามาก เพราะฟาร์มโชคชัยมีความหลากหลายมากเหลือเกิน ตั้งแต่ปศุสัตว์ วิจัย โรงงานผลิต สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร มีบริษัทให้คำปรึกษา มีอสังหาริมทรัพย์ ในองค์กรเดียวกัน ไม่เสมอไปที่ทุกคนจะต้องมองเหมือนกัน แต่นั่นก็เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ว่าใครทำอะไร เพื่ออะไร

ถ้าไม่มีแพลตฟอร์มหรือระบบปฏิบัติการที่ใช้บริหารองค์กรรวม เราก็ยังจะคุยกันไม่รู้เรื่อง บางหน่วยดูแลธุรกิจขนาดเท่านี้ แต่อีกหน่วยดูแค่นั้น การบอกว่า 1 คุณไม่รู้หรอกว่าคือ 1 บาท หรือ 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งค่าที่ได้แตกต่างกันมาก แพลตฟอร์มทำให้รู้ว่าถ้าบอกว่า 1 แปลว่า 1 เหรียญฯ เป็นเรื่องที่ยากที่สุด เพราะในมิติธุรกิจมีคน มีค่าใช้จ่าย มีค่าเสื่อม เงินลงทุน กำไร กว่าจะกำกับดูแลทุกอย่างได้ระนาบนี้ หากย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น

โชค บูลกุล, ฟาร์มโชคชัย
โชค บูลกุล, ฟาร์มโชคชัย

ผลลัพธ์ของแพลตฟอร์มที่คุณกำลังทำอยู่คืออะไร

ผลลัพธ์ของระบบที่ดีคือประสิทธิภาพในทุกมิติของธุรกิจ ประสิทธิภาพในการทำรายได้ ประสิทธิภาพของคน ประสิทธิภาพของการทวนสอบว่าบริษัทยังร่วมสมัยใหม่ ประสิทธิภาพในการออกแบบการเงิน ทุกอย่างเลยมาจากคนที่เป็น Chief Architect ในการออกแบบระบบ

คำว่าประสิทธิภาพในนิยามของคุณคืออะไร

เวลาเราเห็นข่าวการจัดลำดับมหาเศรษฐีในบ้านเรา คำถามแรกที่คนมักจะถามคือ เขารวยเท่าไหร่ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าความร่ำรวยนั้นหักลบหนี้สินมหาศาลแล้วเหลือสิ่งที่เป็นมูลค่าแท้จริงเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้ของชาวบ้านทั่วไปอาจไม่แตกต่างกัน แต่คนในสังคมเราสนใจเรื่องนี้กันน้อย สังคมจึงเต็มไปด้วยค่านิยมที่บอกว่า ถ้ามีมากแปลว่าคุณประสบความสำเร็จ

ตัวอย่างของความมีประสิทธิภาพในฟาร์มโชคชัย

ทุกอย่างทุกอณูเลย 5 ปีที่ผ่านมาของผมคือเรื่องพวกนี้ทั้งหมด เช่นในโลกของนมไม่ได้มีแค่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยๆ กับแผนการตลาดดีๆ แต่มีอะไรที่ลึกไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโรงงาน นมใช้ตัวไหนไปผลิตเป็นสินค้าชนิดไหนต่อ ซึ่งเราใช้ทุกส่วนจนไม่เหลือของทิ้งเสีย

เรายังมีโรงงานทำชีสที่ร่วมกับพาร์ตเนอร์จากญี่ปุ่น เป็นบริษัททำชีสแฮนด์เมดอันดับหนึ่งของประเทศ โดยเขาบอกว่าชีสของเขาจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่ได้น้ำนมของวัวฮอกไกโด จนเขามาพบน้ำนมของวัวจากฟาร์มโชคชัย เขาจึงเข้ามาร่วมลงทุน นอกจากชีสยังมีสินค้าอีกมากมายที่เรานำไปต่อยอดซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างพัฒนาสินค้าและยังคงเป็นความลับอยู่ แต่รับรองว่าคุณจะยังไม่เคยเห็นสินค้าประเภทนี้จากที่ไหนมาก่อน

ส่วนเรื่องการทำทัวร์ในฟาร์ม เราก็มีโจทย์ว่าต้องทำให้ลึกกว่าการพาเด็กและครอบครัวมาดูม้าจับม้า แต่ต้องส่งต่อหัวใจ ปลูกฝังเขาเรื่องความเมตตาที่มีต่อสัตว์ โดยพนักงานประจำส่วนต่างๆ ของฟาร์มจะเป็นผู้ถ่ายทอด เป็นการบริหารจัดการซอฟต์แวร์บุคลากรที่ใครอาจจะมองข้ามไป แต่เราเชื่อเสมอว่าสคริปต์ใดๆ ก็เขียนขึ้นมาไม่ได้หากพนักงานไม่ได้รู้สึกผูกพันและเมตตาต่อสัตว์ที่ดูแลจริงๆ ซึ่งเด็กๆ และผู้ปกครองที่มาเที่ยวฟาร์มจะสัมผัสได้ผ่านการเห็นความเป็นอยู่ของสัตว์ในฟาร์มจริงๆ

ความยากของการรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัวคืออะไร

โดยทั่วไปของการทำธุรกิจต้องมีเป้าหมายว่าทำเพื่ออะไร รวมถึงมีแผนจัดการต้นทุนและรายได้ยังไง รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ แต่ธุรกิจครอบครัวเราไม่ได้เริ่มต้นอย่างนั้น คุณพ่ออยากเป็นคาวบอย ท่านคิดแค่ว่าจงซื้อวัว จงซื้อม้า จงมีที่ จงมีนั่นมีนี่ตามมา

นานวันสิ่งเหล่านี้กลายเป็นภาระ คุณแม่ผู้ซึ่งไม่ได้อยากทำ แต่เมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ท่านจึงเป็นคนวางแผนการจัดการและช่วยแก้ปัญหาเรื่อยมา จนมาถึงรุ่นของเราที่สังเกตและซึมซับว่าการมีอยู่ของธุรกิจที่คุณพ่อสร้างขึ้นเหล่านั้นดีอย่างไร และวิธีบริหารจัดการแก้ปัญหาที่มีของคุณแม่นั้นดีอย่างไร ส่งผลให้เราคิดถึงสิ่งที่ทั้งสร้างสรรค์แตกต่างแต่ต้องมีแผนการชัดเจนไม่ทำให้สิ่งนั้นเป็นปัญหาในระยะยาว

การออกแบบแพลตฟอร์มบริหารของ โชค บูลกุล นักบริหารที่เปลี่ยนให้ 'ฟาร์มโชคชัย' เป็นมากกว่าฟารมวัวที่ประสบความสำเร็จ
การออกแบบแพลตฟอร์มบริหารของ โชค บูลกุล นักบริหารที่เปลี่ยนให้ 'ฟาร์มโชคชัย' เป็นมากกว่าฟารมวัวที่ประสบความสำเร็จ

เป้าหมายสูงสุดของคุณคืออะไร

ผมไม่ใช่คนทำธุรกิจที่คิดถึงความมั่งคั่งและชื่อเสียง เพราะเคยไปถึงจุดนั้นแล้วก็พบว่าชีวิตไม่มีอะไร ในขณะที่หลายคนอาจจะเลือกเส้นทางอื่น เช่นไปเป็นนักการเมืองหรือทำให้ตัวเองรวยขึ้น โจทย์ในชีวิตของผมคือ การมองเห็นบางอย่างที่เราอยากเปลี่ยน การมองหาปัญหา หาสิ่งที่เราอยากแก้ อยากสร้างสรรค์ออกมา

สัดส่วนของการทำงานและบทบาทของคุณในปัจจุบัน

40 เปอร์เซ็นต์อยู่กับธุรกิจของเรา และอีก 60 เปอร์เซ็นต์อยู่กับองค์กรภายนอก เช่นไปเป็นกรรมการอิสระของหน่วยงานอื่นๆ มากขึ้นเพราะรู้สึกท้าทาย ในบ้านเราเองผมพูดอะไรทุกคนก็ต้องเชื่อตาม เพราะผมเป็นนาย แต่เมื่อไปอยู่ที่อื่นกลับไม่เป็นเช่นนั้น ผมได้ทำงานกับคนเก่งๆ ของประเทศ ซึ่งพวกเขาไม่จำเป็นต้องเชื่อผม ถ้าผมไม่มีความสามารถหรือได้รับการยอมรับ นี่แหละคือสิ่งที่ท้าทาย เป็นไลฟ์สไตล์ที่ผมเลือกแล้ว เราสนุกกับความท้าทายนั้น

คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ชอบทำงานกับนักวิชาการยุคเก่า แต่สำหรับผมการโน้มน้าวให้เขาเห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิดและทำเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก หนึ่งในบทบาทที่ได้รับคือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับโจทย์ให้ปฏิรูประบบมหาวิทยาลัย การทำงานร่วมกับนักวิชาการรุ่นใหญ่ มอบโอกาสให้ผมพิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มบริหารที่คิดขึ้นมาสามารถไปประยุกต์ใช้กับระบบต่างๆ อย่างเช่นมหา’ลัยได้

การออกแบบแพลตฟอร์มบริหารของ โชค บูลกุล นักบริหารที่เปลี่ยนให้ 'ฟาร์มโชคชัย' เป็นมากกว่าฟารมวัวที่ประสบความสำเร็จ
การออกแบบแพลตฟอร์มบริหารของ โชค บูลกุล นักบริหารที่เปลี่ยนให้ 'ฟาร์มโชคชัย' เป็นมากกว่าฟารมวัวที่ประสบความสำเร็จ

ทุกวันนี้คุณเติมพลังให้ตัวเองอย่างไรบ้าง

นี่คือไลฟ์สไตล์ผม ผมมีความสุขที่ได้ทำ ผมมองว่าสิ่งที่ทำคือประติมากรรมของผม มันไม่ใช่งาน เราเป็นประติมากร ทุกวันของเราคือเราจะทำให้สวยขึ้นในแบบของเรา

ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานมักสนใจแต่ถ่ายทอดเรื่องที่เขาอยากเล่าโดยไม่แคร์ว่าจะสื่อสารกับผู้ชมอย่างไรหรือเปล่า

ผมไม่ใช่ศิลปินจ๋า ผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นคนแบบนั้น ผมแค่คิดอย่างศิลปินบนเงื่อนไขที่ว่ามาสเตอร์พีซของผมคนต้องชื่นชมด้วย ไม่เช่นนั้นผมคงอยู่ไม่ได้

เรื่องโชคดีที่สุดในชีวิตของโชค บูลกุล

การที่เราเป็นเราอย่างวันนี้ เรามีมุมที่ริเริ่มเป็นนักสร้างสรรค์แบบคุณพ่อ แต่ไม่ไปสุดทางอย่างท่าน ขณะเดียวกันเราก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในกรอบเป็นนักบัญชีอย่างคุณแม่ที่ทุกอย่างต้องถูกต้องที่สุด เราอยู่ตรงกลางพอดี ไม่รู้ว่าคนอื่นมองเรายังไงนะ แต่เรามองตัวเราและคิดว่าเรื่องนี้ของเราที่เป็นเรื่องโชคดีที่สุด

การออกแบบแพลตฟอร์มบริหารของ โชค บูลกุล นักบริหารที่เปลี่ยนให้ 'ฟาร์มโชคชัย' เป็นมากกว่าฟารมวัวที่ประสบความสำเร็จ
ภาพ : มณีนุช บุญเรือง

8 Questions Answered by CEO of Farm Chokchai Group

  1. มุมที่ชอบที่สุดในฟาร์มโชคชัย : พื้นที่ส่วนป่า ผมกำลังคิดจะสร้างบ้านเล็กๆ ที่เป็นห้องกระจกทั้งหมดซ่อนตัวในป่านั้นไว้เป็นที่วิปัสสนา
  2. ทริปการเดินทางที่เปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาล : ทริปนิวซีแลนด์เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมาเราไม่เคยเข้าใจการสะสมของคุณพ่อเลย จนไปเจอพิพิธภัณฑ์หนึ่งซึ่งสะสมของทุกอย่างมากกว่าที่คุณพ่อมี 20 – 30 เท่า ทำให้เราเชื่อว่ามีคนแบบนี้อยู่จริงในโลกที่เก็บทุกอย่างและเห็นทุกอย่างมีคุณค่า มีส่วนที่เก็บสะสมรถดับเพลิงด้วยนะ
  3. ความสามารถพิเศษลับๆ ของคุณ : ถึงอย่างนั้นผมก็ได้ดีเอ็นเอนักสะสมจากคุณพ่อ เป็นเรื่องสิบกว่าปีที่แล้ว ผมสะสมวัตถุมงคลที่มีประวัติศาสตร์เป็นร้อยๆ ปี ผมเขียนรวมเป็นหนังสือ ซึ่งทำเป็นหนังสือแจกในงานศพของตัวเอง ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้อยู่ในศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร แผนกหนังสืออนุสรณ์ผู้วายชนม์ เป็นหนังสือวัตถุมงคลเล่มแรกที่ได้รับรางวัลพระราชทานในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2556
  4. ชมรมสมัยมหาวิทยาลัย : ผมเรียนสายวิทย์ก็จริงแต่มีปัญหากับการเรียนมาก ผมท่องตำราไม่ได้ ผมมองทุกอย่างเป็นภาพ สิ่งที่ผมทำคือ ผมเดินไปคุยกับคณบดีจนเขายอมให้ผมเป็นนักเรียนคนเดียวที่เรียนแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นในโรงเรียน มันเริ่มจากการเอาตัวรอด แต่ทำให้ผมเข้าใจพลังของการถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้ฟังเข้าใจตาม เรียงลำดับเรื่องยังไง ใช้คำแบบไหน เป็นไหวพริบส่วนตัว
  5. คำที่มักจะพูดกับลูกน้องเสมอ : ถ้าคุณทำงานสำเร็จได้ด้วยตัวคุณเองคนเดียว คุณทำผิดแน่นอน
  6. เนื้อความส่วนใหญ่ในจดหมายที่คุณเขียนถึงตัวเองในอดีต : ผมชอบคุยกับตัวเองเรื่องวัตถุประสงค์ของการมีชีวิตอยู่
  7. หากต้องขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ 10 วินาทีแก่เด็กจบใหม่ คุณจะบอกพวกเขาว่า… : เหตุผลที่เกิดมาก็เพื่อเตรียมตัวไปจากโลกอย่างมีคุณค่าและมีความหมายที่สุด
  8. ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่คุณชอบกินมากที่สุดคืออะไร : ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อยู่ระหว่างช่วง R&D แต่ผมชอบกินมากๆ กินได้วันละหลายๆ ชิ้นเลย

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

การทำงานกับหลายจังหวัดทำให้ The Cloud สังเกตเห็นความจริงข้อหนึ่ง แต่ละจังหวัดมักมีคนขับเคลื่อนด้านต่าง ๆ หรือที่เราเรียกกันเองในกองบรรณาธิการว่า ‘พ่อเมือง-แม่เมือง’ โดยมากเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กลับมาพัฒนาอำเภอบ้านเกิดให้ดีและสนุก เป็นบุคคลที่รู้จักและรักในจังหวัดเป็นชีวิตจิตใจ 

การมาขอนแก่นครั้งนี้ก็เหมือนกัน พิเศษขึ้นตรงที่ขอนแก่นไม่ได้มีแค่คนกลุ่มที่ว่า แต่ยังมีการรวมตัวของนักธุรกิจ ไม่ใช่แค่ 1 หรือ 2 แต่มากถึง 20 บริษัท เกิดเป็นบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด ที่ร่วมลงทุนพัฒนาจังหวัดโดยเริ่มจากการคมนาคมรถไฟฟ้ารางเบา จนเป็นต้นแบบ ‘ขอนแก่นโมเดล’ ที่ภาคเอกชนและท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง

หนึ่งใน 20 รายชื่อนั้นคือ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ภายใต้การบริหารของ คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ทายาทรุ่นสองคนสุดท้องที่เข้ามารับช่วงกิจการครอบครัวที่เริ่มจากโรงสีของอากง ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกของป๊า ก่อนต่อยอดมาให้บริการออกแบบ ผลิต ประกอบ ติดตั้งระบบวิศวกรรมตัวถัง พัฒนานวัตกรรมอีกมากมาย จนครองตลาดรถลำเลียงอาหารขึ้นเครื่องบินในทวีปเอเชีย และอยู่คู่เมืองขอนแก่นมานานกว่า 50 ปี

ในบรรดาพี่น้อง 11 คน เขาคือคนที่เลือกสานต่อโรงงานแห่งนี้

นอกจากฝีมือการบริหารที่เก่งกาจ วิสัยทัศน์ที่เฉียบขาด และสไตล์การทำงานแบบลงมือทำ ชีวิตของคุณสุรเดชยังมันสุด ๆ ไม่ต่างจากออฟฟิศส่วนตัวของเขา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของครอบครัวที่ลูกสาวทั้งสี่เติบโตมา 

ด้านหนึ่งเป็นครัวทำอาหารที่มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมสรรพ ตรงกลางเป็นโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ส่วนด้านหลังมีอุปกรณ์เครื่องมือช่างแขวนไว้มากมาย ถ้าไม่อยู่ในบ้านต้องเข้าใจผิดว่าเป็นโรงรถ เขาทำเฟอร์นิเจอร์เองเกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่ดัดแปลงจากอะไหล่รถอย่างโต๊ะจากล้อแม็ก หรือโคมไฟจากพวงมาลัยที่มีก้านไฟเลี้ยวเป็นสวิตช์เปิดปิด

ถ้าให้เล่าประวัติสั้น ๆ คุณสุรเดชย้ายโรงเรียน 7 ครั้ง แล้วจึงไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น เข้าบริหาร ช ทวี ก่อนวิกฤต พ.ศ. 2540 ถึงพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ จนเจอกับวิกฤตอีกครั้งใน พ.ศ. 2563 

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เขาหันกลับมาพิจารณาธุรกิจที่มี พร้อมเตรียมตัวถูกแทรกแซงในอนาคตด้วยการเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น Nasdaq ที่สหรัฐอเมริกา วางแผนปรับเปลี่ยนบริษัทให้เป็น Tech Company ที่สนใจ 3 เรื่อง คือ การออกโทเคน KGO การทำ NFT (Non-Fungible Token) และ Metaverse พัฒนาพนักงานให้โตเท่าทันความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็มุ่งพัฒนาเมืองขอนแก่นที่เขารักไปด้วย

ชั้นสองของออฟฟิศทำเป็นเหมืองขุดบิตคอยน์ ด้านข้างเป็นแปลงองุ่นที่ให้พนักงานช่วยกันปลูก และภาพขอนแก่นในหัวของเขา ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นแค่ฝัน

ส่วนเรื่องยาว ๆ จะเป็นอย่างไร ถ้าคุณได้อ่านคำพูดเขาเองน่าจะสนุกกว่า… แถมมันกว่าด้วย

คุณเป็นผู้บริหารที่ทำแชนแนลท่องเที่ยว

ใช่ (หัวเราะ) ผมมียูทูบชื่อ ‘ถนัดจริง กินเที่ยว’ คนดูคิดว่าผมมีทีมถ่ายทำเยอะ นึกว่าไปทีเป็นกองถ่าย แต่จริง ๆ แล้วทำอยู่คนเดียวนะ ทุกครั้งที่มีเวลาจะทำคอนเทนต์บนช่องนี้ อย่างเราชอบรถก็ไปแข่งรถ ขับโกคาร์ตขึ้นภูกระดึง ทำโน่นทำนี่ อีกเรื่องคือความรู้เกี่ยวกับเมืองขอนแก่น เล่าแผนพัฒนาจังหวัดไปเลย 16 ปี 

ผมจบจากญี่ปุ่น เลยมีคอนเทนต์แปลทวิตเตอร์คนญี่ปุ่นที่บอกว่ามาจากโลกอนาคตในปี 2058 น่าจะเป็นเหมือน AI ที่วันนี้ของญี่ปุ่นล้ำหน้าไปมาก คนบอกว่าต้องเอาข้อมูลให้ AI เยอะ ๆ พอมีข้อมูลเยอะ แต่ไม่มีคำถาม ก็ไม่รู้ว่ารู้เรื่องไหน เลยต้องใส่คำถามของมนุษย์เข้าไป จะได้รู้ว่ามันมีข้อมูลอะไรบ้าง คำตอบแต่ละเรื่องก็ใช้ได้นะ

หรือเรื่องโดรนผมก็ชอบ วิดีโอจากโดรนเราก็ถ่ายเอง ลูก ๆ ก็ไป

ลูก ๆ ก็ชอบเที่ยวเหมือนกันเหรอ

ลูกสาวผมก็ชอบ ไปเยอรมนี ไปฝรั่งเศส ก็พกโดรนตัวเล็ก วิดีโอแรก ๆ ไปมัลดีฟส์กับลูก แล้วผมมีลูกสาว 4 คน เขาก็จะ ‘ป๊ามุมนี้ ๆ’ ‘มุมนี้ต้องถ่ายแบบนี้’ เราก็ต้องขึ้นโดรนล็อกไว้ แล้วถือ Go Pro วิ่งตามลูก บางอันลูกก็ถ่ายให้ (หัวเราะ)

ออฟฟิศนี้เลยเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์รวบรวมสิ่งที่คุณชอบ

มันเป็นเหมือน Experiment ที่เราอยากทำอะไรก็ได้ อยากเอาจักรยานมาซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำส่วนที่เป็นห้องช็อปเอาไว้ จริง ๆ ตรงกลางนี่ต้องเป็นโต๊ะช็อป แล้วห้องทำงานผมอยู่ชั้นบน แต่มีอาจารย์มาดูฮวงจุ้ยออฟฟิศเขาให้เปลี่ยน เขาบอกดูแล้วให้เอาโต๊ะทำงานมาอยู่ตรงนี้ ตรงนี้ดี ตอนนี้ห้องเดิมข้างบนเลยกลายเป็นที่สำหรับเครื่องขุดบิตคอยน์ที่กำลังทดลองอยู่

คุณสนใจเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี และเครื่องยนต์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่

เราชอบเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก ผมเรียนจบปริญญาตรีตอนปี 1992 จบจากญี่ปุ่น กลับมาก็ชวนพี่สาวกู้เงินธนาคารทำ Search Engine สมัยนั้นมีน้อย มีแค่ AltaVista ส่วน Google ยังเป็นวุ้นอยู่เลย 

ไปถึงธนาคาร เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ธนาคารไทยจะปล่อยกู้เฉพาะสิ่งที่จับต้องได้ มีที่ดินค้ำประกัน เพราะฉะนั้นในปี 1992 เรื่องเทคฯ มันไกลเกินไปมาก ก็ต้องล้มเลิก

เลยเลือกทำธุรกิจโรงงานของที่บ้าน ซึ่งต่างจากพี่น้องคนอื่น

เราเรียนจบวิศวกรรมยานยนต์ สนใจเรื่องนี้อยู่แล้วก็เลยเลือกโรงงานนี่แหละ แล้วค่อย ๆ นำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใส่ ทำให้โรงงานเรามีสินค้าแปลกใหม่ออกมาเยอะแยะไปหมด พอวิกฤตต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2540) ก็เจอปัญหาที่ต้องแก้มาเรื่อย ๆ 

12 ปีจากวิกฤตนั้น เราพาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น จนมาเจอโรคโควิด-19 ทำให้รู้ว่า นวัตกรรมต่าง ๆ ที่เราวิจัยพัฒนามากำลังเปลี่ยนไปแล้ว

กลายเป็นว่าในปี 1992 เราอยากทำอะไร เราทำไม่ได้ เพราะขาดฟังก์ชันอยู่หลายอย่าง เช่น เรื่องเงินที่เราหาทุนไม่ได้

แต่วันนี้คุณทำได้

ปีนี้เราอยากทำหลายเรื่อง

2 ปีก่อน เราตัดสินใจระดมทุนในรูปแบบ SPAC (Special Purpose Acquisition Companies) เพราะกองทุนเมืองนอกพร้อมที่จะลงทุนกับนวัตกรรมใหม่ ๆ เราต้องการพาบริษัทนี้ข้ามจากการเป็นบริษัทธรรมดาไปเป็นบริษัทเทค เพราะโควิด-19 บังคับเลยว่าของที่เรามีถูกทุบทิ้งหมด ของที่ขายดีเมื่อวาน วันนี้สายการบินเขาไม่บินกันแล้ว ก็ขายไม่ได้ เงินไม่มี 

โมเดลธุรกิจที่เราวางแผนไว้ตอนนี้เลยมี 2 ส่วน หนึ่งคือของเก่าที่ทำอยู่แล้ว เช่น เราเป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีมาใส่ในรถบัส หรือเรื่อง Bus Operation เราก็ทำ เรื่องยานพาหนะทางทหารก็ทำมานาน มีโครงการใหญ่ ๆ เข้ามาต่อเนื่องเรื่อย ๆ รถลำเลียงอาหารขึ้นเครื่องบิน (Ground Support Equipment : GSE) เราขายทั้งโลก และตอนนี้สายการบินก็ค่อย ๆ กลับมาให้บริการแล้ว ศูนย์ซ่อมรถที่เรามีทั่วประเทศก็น่าจะยังไม่โดน Disrupt เร็ว ๆ นี้ เราเลยเก็บไว้

มาส่วนที่เรากำลังเดินไป อย่างแรกคือรถ EV ที่เรากำลังทำกันอยู่ อีกตัวที่เพิ่งเซ็นสัญญาไปคือตัวราง Light Rail Transit ซึ่งผมว่าเราเข้าใจเทคโนโลยีดีพอสมควร ยังมีทำเรื่อง Blockchain ทำเรื่อง Smart City ให้ขอนแก่น นอกจากนี้ก็มีเรื่องบิตคอยน์ Fintech รถไฟฟ้าไร้คนขับ (Autonomous Car) และ Metaverse

นักลงทุนในประเทศไม่เข้าใจทิศทางที่คุณกำลังเดินไปเหรอ ถึงต้องไประดมทุนในต่างประเทศ

ภาษาวัยรุ่นเขาเรียกว่าอะไรล่ะ ใจไม่กล้าเหรอ

ใจไม่ถึง?

ใช่ ๆ ใจไม่ถึง คือหยอดกับเด็กไม่พอยังเอาเปรียบเด็กอีก ลองคิดดูว่ามีเด็กรุ่นใหม่ หัวคิดดี ๆ แต่ไม่มีเงิน พอไปหาแหล่งเงินทุนก็หมดกำลังใจ ก่อนเราจะไประดมทุนผ่าน SPAC อธิบายให้ใครฟังในบ้านเรา ไม่มีใครเอาเลย เขาไม่เห็นภาพ จนวันที่เราไปซื้อบริษัท AROGO และควบรวมกับ EON Reality Inc. เพื่อทำธุรกิจ Metaverse ด้านการศึกษา ตอนนี้มีมูลค่ารวมราว ๆ 655 ล้านเหรียญฯ

คนก็ตกใจ มันมีแบบนี้ด้วยเหรอวะ เอาเงินไป 4 – 5 ล้านเหรียญฯ แล้วก็ทำกองทุนมูลค่าร้อยล้านเหรียญ แล้วก็ไปควบรวมกับอีกบริษัทหนึ่งจนมีค่าถึง 655 ล้านเหรียญฯ 

คนไทยจะปิดหู เป็นไปไม่ได้หรอก ประเทศนี้เหมือนกับ Monkey see, Monkey believe อย่างเราทำเรื่องพัฒนาเมืองขอนแก่นหรืออะไรบ้า ๆ วันแรกก็ไม่มีใครเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้นะ 

แล้วจะทำให้คนเชื่อได้ยังไง

พูดไปเขาอาจจะฟังแค่ 50 – 50 สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้เห็น อย่างเรื่องเมื่อกี้ก็ต้องทำให้ดูเลยว่าบริษัทมันซื้อได้จริงนะโว้ย ซื้อแล้วเดี๋ยว 9 เดือนมันเสร็จแล้วโว้ย แม่งบันทึกกำไรได้แล้วโว้ย แล้วก็กลับไปอย่างที่บอก เราถูกทุบทิ้ง แต่เรามีทางออก เราคิดตั้งนานแล้วว่าจะไปที่ใหม่ 

สิ่งที่ยากที่สุดในการบริหาร ช ทวี คืออะไร

คือเรื่องคนมั้ง โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องแสดงให้เขาเห็นทางข้างหน้าเหมือนกับเรา 

สมมติเราบอกว่าจะไปเชียงใหม่ บางคนเขาไม่เคยไปเชียงใหม่ ความท้าทายคือเราพูดให้เขาเห็นภาพเชียงใหม่ได้ไหม การสื่อสารพวกนี้จึงสำคัญ เราต้องคุยกับคน คุยกับพนักงานทั้งหลายที่จะมาช่วยระดมสมองกันว่าจะทำยังไงดี 

อีกเรื่องคือความไว้ใจ (Trust) และความเชื่อ (Believe) ที่ต้องสร้าง ขณะที่ทำให้คนในเชื่อ ก็ต้องทำให้คนนอกเชื่อด้วย 

ฟังดูเหมือนเลือกเดินทางยากมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ แต่ไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้ง

ตั้งแต่ตอนเรียนจบปี 1992 เรารู้ตัวว่าอยากทำอะไร แต่ไม่มีทุน เปรียบเทียบเหมือนกับอยากไปเชียงใหม่ แต่เครื่องมือไม่ครบ มันมีดินแดนเชียงใหม่ที่อยากไป ถ้าไปก็ไปได้ แต่เราไปไม่ได้เพราะไม่มีเงินเติมน้ำมัน ไม่มีใครให้เงินเติม และถ้าถีบจักรยานที่มีอยู่ก็คงไม่ถึงแน่ 

ผ่านมา 20 กว่าปี เราพบแหล่งให้ยืมเงินเติมน้ำมันใหม่ ใหญ่เบ้อเริ่ม เพราะฉะนั้นรอบนี้ไม่ต้องไปแค่เชียงใหม่แล้ว ไปดาวอังคารเลย เรามีทั้งประสบการณ์ มีโครงสร้าง มีทีมที่จะทำให้เราไปถึงตรงนั้นได้ และเมื่อไหร่ที่เราไปอยู่ตรงนั้นจะไม่มีใครตามทันแล้ว

ตั้งแต่ปี 1992 จนถึงตอนนี้ เราไม่เคยลืมสิ่งที่อยากทำ ก่อนหน้านี้อยากทำเทคฉิบหาย แต่พอจะเอาจริงไม่กล้าว่ะ บริษัทก็ยังต้องรันอยู่ ทำไปทำมาเป็นได้แค่งานอดิเรก 

คุณมีเป้าหมายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำยังไงให้พนักงานเดินไปพร้อมกันได้

เราให้ทุกคนค่อย ๆ ทำไปด้วยกัน พนักงานของเราเริ่มอบรม Upskill และ Reskill มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทุกคนมีกระเป๋าตังค์วอลเล็ต ทุกคนรู้เรื่อง Token เข้าใจเรื่อง Digital Currency หรือการ Stake เหรียญ สิ่งสำคัญคือ เราต้องสอนให้เขาเข้าใจในทางที่เราจะไป

หนึ่ง เราให้แต่ละแผนกขุดบิตคอยน์ เอาเครื่องที่เร็วที่สุดขุด สอง เราให้ทุกคนทำเรื่องพลังงานทดแทน และสาม เราให้เขาทำเกษตร 

เรามีที่ดินพันไร่ พันไร่ของเราจะทำการเกษตร แต่เป็นการเกษตรประณีตซึ่งแบ่งเป็น 3 ธุรกิจ เริ่มจากโซลาร์เซลล์ เราทำได้เกือบร้อยเมกะวัตต์ในพื้นที่พันไร่นี้ ร้อยเมกะวัตต์เอาไปทำอะไรได้บ้าง ถ้าเราไม่รู้ก็คงรอภาครัฐ ขายไฟได้เงินนิด ๆ หน่อย ๆ แต่เรามีเหมืองบิตคอยน์ไปด้วย ซึ่งใช้ไฟเยอะมาก พอผลิตไฟได้เองเราก็เอามาใช้ตรงนี้ มีไฟเท่าไหร่เราเอาหมด ส่วนเหมืองเราก็ไม่ได้ทำขึ้นมาให้ได้เหรียญ แต่ทำให้วันหนึ่งมีคนมา Take over เหมืองเราอีกที แล้วทีมงานเราก็ต้องมีความรู้เรื่องพืชด้วย เพราะเราเห็นว่าจากนี้ไปความมั่นคงทางอาหารคือการเกษตร มันอาจพัฒนาไปเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวได้ ซึ่งพืชที่เราเริ่มลองปลูกแล้วคือ องุ่น 

ทำไมต้ององุ่น

พนักงานก็ถามว่าเถ้าแก่จะให้เลี้ยงต้นองุ่นไปทำไมวะ (หัวเราะ) ข้าง ๆ ออฟฟิศผมมีต้นองุ่นเต็มไปหมด ต้นเล็ก ๆ ที่แต่ละคนช่วยรับผิดชอบ ผมบอกเสมอว่า ‘มึงอย่าทำตายนะ!’ 

ที่ให้ปลูกองุ่นเพราะเป็นพืชที่ดูแลยากมาก ๆ คนปลูกต้องอ่าน ต้องศึกษา ต้องวิเคราะห์ และเอาใจใส่มันสุด ๆ เลี้ยงให้รอดก่อน ถ้าปลูกองุ่นได้ พืชอื่นแม่งโคตรง่ายเลย

องค์ประกอบเหล่านี้จะพาบริษัทไปสู่อนาคตได้อีกไกลพอสมควร ทั้งยังเชื่อมกับเรื่อง Metaverse ที่เราทำอยู่ พอเอามารวมกันทั้งสามส่วน ทุกคนเห็นภาพชัดเจน แล้วแต่ละส่วนก็เป็นธรุกิจได้ อนาคตเราไม่ต้องแข่งกับใคร ไม่มีใครมาตามเรา ธุรกิจของเราเลยครบจบในระบบนิเวศตัวเอง เพราะสิ่งที่ยากในประเทศนี้คือการพึ่งพาภาครัฐ

ซึ่งเป็นข้อจำกัดของหลาย ๆ ธุรกิจ

ถูกต้อง ภาครัฐของไทยคือ ภาคที่บอกจะส่งเสริม แต่ส่งเสริมแบบมีข้อจำกัด 

เราทำธุรกิจมาเยอะ เราคุยกับคนเยอะ คุยกับกระทรวงต่าง ๆ พอเป็นระดับนั้น คนที่ไปคุยก็ต้องเป็นเถ้าแก่ ไม่ก็ซีอีโอ มองกลับมา ถ้าให้ลูกน้องหรือลูกเราไปคุยกับรัฐมนตรีจะได้เรื่องไหม เพราะของแบบนี้มันเป็นศิลปะ มันต้องเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่มี และแทบจะสอนกันไม่ได้เลย

เรามองแบบนี้ ถ้าวันหนึ่งไม่เหลือคนคุยกับภาครัฐแล้ว บริษัทเราก็ต้องปิด แล้วกระบวนการที่ต้องไปคุยเหล่านั้นมันถูกต้องแต่แรกหรือเปล่า เพราะฉะนั้น เราหันมาทำธุรกิจที่ยั่งยืนที่เราอยู่ได้ด้วยตัวเราเองดีกว่าไหม เป็นแผนการระยะยาวที่คิดรอบนี้แล้วอีก 40 ปีค่อยมาคิดใหม่ 

บริษัทเราซื้อเหรียญคริปโตเก็บไว้ทุกเดือน ครึ่งหนึ่งบิตคอยน์ ครึ่งหนึ่งอีเธอเรียม เก็บไปเรื่อย ๆ ในอัตราที่จะไม่เป็นภาระของบริษัท ขณะที่อีก 4 ปีข้างหน้าคนจะเริ่มรู้งี้ซื้อไว้ดีกว่า รู้งี้ไม่น่าทำคีย์หายเลย ไอ้ ‘รู้งี้’ มันจะมาในอีก 3 – 4 ปีถัดไป

ชีวิตคุณมีอะไรที่ ‘รู้งี้’ บ้างไหม

มี (นิ่งคิด) 

เฮ้ย ไม่มีว่ะ เราอยากทำอะไรก็ได้ทำทุกอย่างเลย หลายอย่างได้ลองแล้วพลาดจนเลิก ผมโชคดีที่เป็นลูกคนเล็กในพี่น้อง 11 คน แล้วที่บ้าน พ่อแม่ก็เอาใจลูกชายคนสุดท้าย เป็นคนที่ได้ไปเรียนเมืองนอก แต่กว่าจะได้ไปย้ายโรงเรียนมา 7 ที่

หลักสูตร 15 ปีรวมอนุบาล คุณย้ายโรงเรียน 7 ครั้งเลยเหรอ

เขาไม่ค่อยให้ผมเรียน (หัวเราะ) ตั้งแต่อนุบาลที่มีให้นอนกลางวัน แล้วก็ร้อนฉิบหาย อาบน้ำเสร็จให้เรานอน อยู่ดี ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงมานอนข้าง ๆ ผมไม่ไหว บอกแม่ไม่เรียนแล้ว ออก!

จากนั้นก็ไปเรียนโรงเรียนอนุบาลพระกุมารเยซูขอนแก่น เรียนได้ 2 ปี มีคนบอกว่าถ้าอยากเป็นข้าราชการ ให้ไปเข้าวชิราวุธวิทยาลัย แต่โดนซ้ำชั้น เพราะผมทำข้อสอบไม่ได้ มันเป็นเรื่องกวางที่มองเงาในน้ำแล้วคิดว่าตัวเองสวยมาก พอเสือมาก็วิ่งหนีจนเขาไปพันกับเถาวัลย์ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สิ่งสวยงามอาจเป็นภัยกับตัวเรา ไอ้เราเป็นเด็กอีสาน เขาให้เขียน ‘กวาง’ เราไปเขียน ‘กวง’ กวงตัวหนึ่ง เลยโดนซ้ำชั้น อยู่ได้ 2 ปี แล้วแอบขึ้นรถหนีกลับขอนแก่นเลย (หัวเราะ)

ตอนนั้นอยู่ ป. อะไร

ป.2 เองมั้ง สมัยนั้น พ่อผมต้องไปรับรถ HINO กลับขอนแก่น แล้วทุกวันผมต้องเดินไปบ้านญาติที่เจริญผล เพื่อขึ้นรถไปโรงเรียนกับเขา วันนั้นระหว่างทางเจอรถป๊าที่กำลังจะกลับขอนแก่นพอดี เลยแอบขึ้นรถซ่อนอยู่ข้างหลัง พอถึงสระบุรีคิดว่าเขาคงไม่เลี้ยวรถกลับไปส่งแล้วเลยเคาะกระจก ป๊าตกใจ มึงมาได้ไง กูนึกว่ามึงอยู่โรงเรียน (หัวเราะ)

พอออกจากวชิรวุธก็กลับมาโดนซ้ำชั้นที่โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาขอนแก่น แล้วก็อีก 2 โรงเรียน จนโตหน่อยอยากเตะบอล โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเขาเตะบอลกัน เลยขอพ่อแม่ไปสอบ เขาบอกว่าจะเข้าสวนกุหลาบฯ ต้องเรียนพิเศษ ผมก็เรียน ง่ายมาก สอบได้แน่ ทีนี้พอถึงตอนสัมภาษณ์ มีคนเอากระดาษมาให้ใบหนึ่ง บอกให้ไปห้องนี้ ตอนแรกก็นึกว่าทุกคนได้เหมือนกัน แต่กลายเป็นว่าคนอื่นสุ่มหยิบกระดาษเอง หยิบได้เบอร์ไหน ไปห้องนั้น เราก็งงว่าทำไมเขาหยิบกันเองหมดเลย

แล้วทำยังไง

ไม่ได้! เราต้องเหมือนคนอื่น เลยทิ้งใบที่เขาให้มาแล้วไปหยิบใหม่ เดินเข้าไปสัมภาษณ์เสร็จก็ตกสัมภาษณ์เลย เพราะเสือกไม่ไปห้องนั้น ผมเลยไม่ชอบเรื่องเส้นสายแต่เด็ก สิ่งที่ทำกับขอนแก่นคือเราต้องการ Disrupt บางอย่าง ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความโปร่งใส ด้วยพลังที่พวกเรามี

สุดท้ายพ่อบอกว่า ‘มึงอยากเตะบอลมากใช่ไหม’ มีที่หนึ่งมีสนามบอลเยอะ ก็พาไปเรียนที่อัสสัมชัญศรีราชา แต่มีเรื่องจนไม่ได้เรียนต่อ เลยกลับมาจบ ม.ปลาย ที่ขอนแก่น 

แต่ล่าสุดเขาก็เรียกไปรับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนะ ครูบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เขาลืมกันหมดแล้ว (หัวเราะ)

การเป็นคนคิดต่างในยุคนั้นเป็นยังไง

บางทีคนเขาจะคิดว่าเราเป็นพวกต่อต้าน

ผมชอบเด็กสมัยนี้ ลูกผมมาถามว่า ‘ป๊า ขอไปประท้วงกับเขาได้ไหม’ ผมบอก ไปเลยลูก แต่ระวังตัวดี ๆ ไม่ต้องลงถนน ให้อยู่ตรงสกายวอร์ก แต่ถ้าจะลงไปให้อยู่บนเวทีนะ อย่าอยู่บนถนน

เราเห็นประวัติศาสตร์การเมืองมาหมดแล้ว ตอนเหตุการณ์เดือนตุลา พ่อผมพาไป นักศึกษาบอกเราชนะแล้ว เชิญพี่ ๆ ไปเลือกตั้ง ปรากฏนักการเมืองที่รับช่วงต่อก็ไปแย่อีก บางงานที่ผมทำเลยเขียนเองทำเอง ส่งโครงการไปให้รัฐบาล เขาถามว่าเอาใครมาทำ เอาเรานี่แหละ หรือจังหวัดถามว่าแล้วตำแหน่งนี้ใครนั่ง 

เราเอง

คนก็สงสัยว่าทำไมทำเองชงเอง เรามองว่าถ้าขึ้นไปแล้วแย่ เราลงเอง ดีกว่าที่เอาใครขึ้นไปทำแล้วคุมไม่ได้ คนที่มีอำนาจในมือแล้วเปลี่ยนไปก็เห็นมาเยอะแล้ว นั่นคือปัญหาของประเทศนี้

ลองคิดดูว่าเด็ก ๆ ที่ประท้วง สมมติได้ค่าขนมเดือนละหมื่นกว่าบาท ถ้าพ่อแม่รวย ๆ ให้เดือนละ 3 หมื่น แต่อยู่ดี ๆ ไปเจอกระเป๋าใบหนึ่งมีเงิน 17 ล้าน มันคนละเรื่องเลยนะ 

ประเทศนี้มีปัญหาทั้งระบบ เอาคนดีมาปกครองก็อยู่ไม่ไหว ผมเกลียดเรื่องแบบนี้เลยเป็นคนมีอะไรต้องทำเอง และไม่เคยไปขอใคร ถ้าจะขอก็ขอเพื่อจังหวัด ธุรกิจที่พยายามทำเลยต้องไปของมันเองได้ ไม่ต้องยุ่งกับการเมือง

ถ้ามีคนเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นไหม

เป็นไปก็ไม่มีประโยชน์ วันหนึ่งที่ประชาชนกับราชการเชื่อมต่อกันโดยตรงได้ก็ไม่ต้องมีตัวแทน เพราะตัวแทนที่ส่งไปสุดท้ายก็บิดเบี้ยว ไม่ทำตามที่ประชาชนต้องการ ถ้าวันหนึ่งที่ประชาชนออกเสียงเองได้ บางตำแหน่งหรือบางหน่วยงานอาจไม่มีบทบาทอีกต่อไป จริงอยู่ที่ระดับนิติบัญญัติต้องมี ข้าราชการทำงานต้องมี แต่ระดับบริหารอาจไม่จำเป็นแล้ว ในขอนแก่นน่าจะอีก 4 ปีถึงได้เห็นสิ่งนี้

ผูกพันอะไรกับขอนแก่นถึงทุ่มเท่กับการพัฒนาเมืองขนาดนี้

ไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม ผมแม่งจะอยากกลับขอนแก่น 

กลับขอนแก่นดีกว่า สนุกกว่า เราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก เราขี่จักรยาน เราเดินเที่ยว บางอย่างที่เคยเห็นแต่เด็ก ถ้าออกแรงหน่อยแล้วทำให้มันดี ให้มันสวยขึ้น จะดีไหม พอมันดีขึ้น ทั้งเมืองและคนก็ดีขึ้นไปด้วย

เราเป็นพ่อค้า พ่อค้าต้องการลูกค้า ถ้าช่วยให้คนที่เงินน้อยรวยขึ้นอีก ให้เขาพ้นเส้นความยากจน ลูกค้าก็เยอะขึ้น 

การบริหารประเทศนี้วันนี้เป็นแบบเลี้ยงไข้ เหมือนกลัวเขารวย อย่ารวย แล้วก็อย่าตาย ฝรั่งบอกทำธุรกิจแล้วต้องคืนสังคม เกิดเป็นโครงการ CSR (Corporate Social Responsibility) แบบที่ถ่ายรูปก็ถือว่าทำแล้ว แต่วันนี้สิ่งที่เรากำลังทำคือตรงกันข้าม เรารวมธุรกิจในขอนแก่น 20 เจ้า เกิดเป็นกลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมือง ทำ CSR ขนาดใหญ่เพื่อสร้างเศรษฐกิจในจังหวัด แล้วเดี๋ยวธุรกิจของพวกเราจะดีขึ้นเอง

มันคือการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่การแจกเงินเหมือนที่เห็นบ่อย ๆ 

มันคือการแจกโอกาสให้คนตัวเล็ก ๆ มากกว่า เวลาข้าราชการไปแจกเงิน ชาวบ้านที่ได้รับอาจรู้สึกยกย่องเขา แต่ถามว่าเงินนั้นเงินใคร ก็เงินภาษีของพวกเราเอง พอเป็นโอกาส เขาจะภูมิใจในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้เขายืนบนขาของตัวเองได้

การที่เอกชนลุกขึ้นมาทำเรื่องการพัฒนาเมืองและสังคม มีข้อดี-ข้อเสียต่างจากรัฐทำอย่างไร

เรามีความคล่องตัวมากกว่า ถ้ารัฐบาลทำก็จะเป็นขั้นตอนแบบหนึ่ง แต่ละหน่วยงานเริ่มเขียนภารกิจว่าจะทำอะไร เพราะอย่างนั้นมันจึงไม่มีการบูรณาการ เนื่องจากระเบียบเขียนเอาไว้หมดแล้ว 1 -10 ทำแค่นี้ปลอดภัย ถ้าทำขาดโดน ทำเกินก็โดน ส่วนประชาชนจะเป็นยังไงช่างมัน

สิ่งที่เราทำอยู่คือการบูรณาการโดยมีเป้าหมาย คือ แก้จน ลดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น ภารกิจเราเลยมีหลากหลาย เป็นคนละแบบกับภาครัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราทิ้งข้าราชการนะ

อย่างขอนแก่น สมมติหน่วยงานหนึ่งบอกจะทำ 1 – 10 เราก็ติดต่อไปส่วนกลางที่กรุงเทพฯ บอกกระทรวงให้ไปบอกหน่วยงานนี้หน่อยว่า ให้ทำเรื่อง 11 กับ 12 ด้วย พอหน่วยงานนั้นเห็นกระดาษ 11, 12 ก็เห็นว่าดี ถ้าอย่างนั้นก็ไปช่วยเอกชนด้วยเลย

ขอนแก่นอยากเป็นแบบเมืองไหน

ผมว่าจริง ๆ แล้วไม่มี เราเคยไปดูพอร์ตแลนด์ แต่ก็ไม่ใช่ ขอนแก่นเลยเป็นโมเดลที่เราพยายามทำให้แมตช์กับประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีปัญหา เราจึงทำให้ยั่งยืนและเกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐส่วนกลาง ภาครัฐ และภาคเอกชน 

ในขอนแก่นมีโอกาสอะไรที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นบ้าง

เยอะแยะเลย เราไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ขอนแก่นเป็นเมืองแห่งโอกาส โอกาสที่ว่าอาจจะหมายถึงการทำธุรกิจ ทำการค้า หรือย้ายออฟฟิศมาอยู่ที่ดีกันดีกว่า

เรามีศูนย์วิจัย มี Infrastructure ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านดิจิทัล ด้านคมนาคมขนส่ง เรามี Sea, Land, Air ครบ มีท่าเรือบกที่เชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบัง สนามบินของเราก็อันดับต้น ๆ โรงพยาบาลก็ดี จะแพงถูกมีหมด 

ต่อไปมนุษย์จะเริ่มตัดสินใจเรื่องความครบความพร้อม เพราะฉะนั้นแต่ละเมืองจะต้องรู้ว่าตัวเอง Need อะไร Want อะไร ไม่ใช่จังหวัดข้าง ๆ มี เราอยากได้บ้าง ถามกลับว่าจะเอาไปทำไม ไม่รู้เหมือนกันแต่อยากได้ นั่นคือเมืองที่ไม่คิด แต่เมืองนี้คิด 

คุณวาดภาพขอนแก่นไว้สวยงาม เคยมีคนบอกไหมว่าสิ่งที่คิดอาจเป็นได้แค่ฝัน

มี (หัวเราะ) ผมเคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคนหนึ่ง พอพูดจบ เขาอุทานเลยว่า ‘ฝัน’ แต่ผมโคตรชอบคำนี้เลย มนุษย์แม่งต้องมีฝัน แล้วก็ตั้งใจทำฝันนั้น ทำไปทำมาผ่านมา 6 ปี ขอนแก่นเริ่มเข้าใกล้สิ่งที่เราฝันไว้ วันนี้ก็ยังคิดว่ามันจะเป็นไปได้อยู่

Questions answered by CEO of Cho Thavee Plc.

01 ร้านอาหารที่กินบ่อยที่สุดในขอนแก่น…

ไข่กระทะมินเทียน อาหารญี่ปุ่นก็ Hayashi ถ้าอิตาเลียนจะเป็น Pomodoro 

02 ร้านกาแฟเจ้าประจำ…

Trinity Cafe’ กับ Cafe de’ Forest

03 นวัตกรรมที่เจ๋งที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา…

Blockchain

04 โปรเจกต์พัฒนาเมืองที่ท้าทายที่สุด…

ระบบรางที่ขอนแก่น

05 เรื่องที่ได้เรียนรู้ล่าสุด…

องุ่นปลูกยาก!

06 หนังสือที่อยากแนะนำต่อ…

เศรษฐศาสตร์ความจน อ่านแล้วทำให้เห็นเลยว่าวิธีแก้จนของโลกนี้แม่งผิดมา 20 – 30 ปี สิ่งที่เราทำกับขอนแก่นตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าถูกหรือผิด พออ่านเล่มนี้เลยรู้ว่า มาถูกทางแล้ว

07 ถ้าได้เขียนหนังสือจะเขียนเรื่อง…

เรื่องขอนแก่นโมเดล

08 แนวทางการทำธุรกิจที่เรียนรู้จากป๊า…

ป๊าบอกว่า หิวยังไงก็ต้องอมไม้จิ้มฟันไว้ให้คนคิดว่า เรากินข้าวมาแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้กิน แปลว่าเราต้องถ่อมตัวและมุ่งทำสิ่งที่ตั้งใจไปเรื่อย ๆ

09 รถที่ ช ทวี อยากผลิตแต่ยังไม่ได้ผลิต…

กำลังจะทำ Autonomous ไร้คนขับ กำลังจะทดลองขับแล้วด้วย 

10 คุณเป็นพ่อที่…

ตามใจลูกหมดเลย แล้วก็ค่อย ๆ สอน สอนได้ถึง ป.5 ป.6 สอนแบบตามใจ ก่อนนอนจะเล่านิทานให้ลูกฟัง แต่นิทานไม่ใช่หนูน้อยหมวกแดง นิทานคือเรื่องของอนาคตของเรา เราเล่าฝันให้ลูกฟัง แล้วมันก็เข้าไปอยู่ในตัวลูกเราหมด เพราะฉะนั้น โครงสร้างของลูกถูกต้องแล้ว ส่วนการตัดสินใจก็แล้วแต่บุญแต่กรรม แล้ววันหนึ่งเรื่องที่เคยฟังจะสะกิดใจเขา บางทีเขาจำได้เป็นฉาก เรายังงง ๆ ว่านี่โม้ถึงตอนไหนแล้ววะ ลูกมันจำได้ (หัวเราะ)

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load