18 มิถุนายน 2565
16 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 พฤศจิกายน 2565
2 K

“เดือนนี้ไปเที่ยวกรุงเทพฯ กับเราไหม” 

ประโยคคำถามสั้น ๆ ที่เราอยากให้ทุกท่านสะกิดชวนคนข้างกาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ให้ร่วมกันคว้ากระเป๋า สะพายกล้อง และตบเท้าออกจากบ้าน มาสร้างความทรงจำร่วมกันกับกรุงเทพมหานคร ในเทศกาล Colorful Bangkok 2022 ฤดูหนาวนี้มีนิทรรศการมากมายที่ตระเตรียมไว้ให้ทุกท่านได้มาเชยชม ทั้งการจัดแสดงภาพศิลปะจากศิลปินมากฝีมือ การแสดงแสงสีสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการแสดงดนตรีรวมถึงละครเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ ฉะนั้น ไม่ว่าจะฉายเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือยกพวกพ้องมาเสพงานศิลป์ ชมแสงสี หรือดื่มด่ำกับเสียงดนตรีก็ดี เดือน 11 นี้กรุงเทพมหานครจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลากสีสัน ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยแน่นอน

คอลัมน์ Take Me Out ขอส่งมอบเช็กลิสต์ที่มัดรวมกว่า 20 นิทรรศการศิลปะ แสงสี และดนตรีจากทั่วทุกสารทิศของกรุงเทพมหานคร ประจำเดือนพฤศจิกายน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ 

ถ้าพร้อมแล้ว ก็คว้าแขนคนข้าง ๆ ออกเดินทางไปพร้อมกันเลย!

หมวดที่ 1 
นิทรรศการศิลปะ

01 
Mind and Body: An Abstract Conversation

นิทรรศการงานศิลป์เชิงนามธรรม ชวนขบคิดเรื่องกายและจิตของ 6 ศิลปินหญิง 

กายและจิต เป็นสองสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างยากที่จะแยกขาด 

หากพลังใจมา แรงกายย่อมเกิด แต่ถ้าใจไม่สู้ ร่างกายก็คงต้องยอมยกธงขาวไปตามระเบียบ

ประเดิมกิจกรรมแรกด้วยนิทรรศการ Mind and Body: An Abstract Conversation ที่ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) มาเป็นภัณฑารักษ์

ภาพ : MOCA Bangkok

งานนี้เหมาะกับผู้ที่อยากสงบจิต สงบใจ แนะนำให้จูงมือกันไปสำรวจและทบทวนเบื้องลึกของจิตใจที่สัมพันธ์กับการกระทำทางกาย ผ่านการเดินชมงานศิลปะเชิงนามธรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะการจัดวาง จากฝีไม้ลายมือ 6 ศิลปินหญิง ได้แก่ อัจจิมา เจริญจิตร, อลิสา ฉุนเชื้อ, กวิตา วัฒนะชยังกูร, ชนิดา อรุณรังษี, เต็มใจ ชลศิริ และ ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ ที่เรียนรู้กระบวนการฝึกจิตให้นิ่ง ด้วยการโฟกัสกับการวาดรูปแทนการจมจ่อมอยู่กับอาการปวดกระดูกของตน จนเกิดไอเดียในการนำโครงกระดูกและหัวกะโหลกมาเป็นองค์ประกอบในภาพวาด

ภาพ : MOCA Bangkok

เรารับรองว่านอกจากคุณจะได้เสพงานศิลป์เพื่อสร้างความสุนทรีย์จากนิทรรศการนี้แล้ว คุณจะตกตะกอนความคิดจนรู้เท่าทันจิต เข้าใจตนเอง รวมถึงเข้าใจผู้อื่นอย่างแท้จริงด้วย 

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 – 19.30 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ART Space by MOCA BANGKOK โรงแรมโฟร์ซีซันส์ 300/1 ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

02
BRUTAL CLUB A Solo Exhibition by Karms

นิทรรศการภาพวาดสีน้ำมัน คาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

หนึ่งในศิลปินมาแรงไม่แพ้ใคร ก้าม-ธรรมธัช สายทอง หรือ KARMS มาพร้อมกับนิทรรศการ BRUTAL CLUB ภาพวาดสีน้ำมันชุดใหม่ แต่คงความเอกลักษณ์โดดเด่นไว้เช่นเคย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘อิสระในกรงขัง’ แสดงให้เห็นจิตใจของมนุษย์อีกด้านหนึ่งที่ยากแท้หยั่งถึง รอคอยการปลดปล่อยสู่โลกภายนอก แต่โลกภายนอกที่คิดว่าอิสระอาจเป็นเพียงกรงขังอีกใบที่ขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง โดยเขาเปิดเผยอีกแง่มุมของจิตใจผ่านคาแรกเตอร์ภูตผีตัวจ้อยสุดน่ารัก แฝงด้วยความประหลาดพิลึกชวนฉงน ที่ดึงดูดพวกเราเดินเข้าไปชมงานในห้องจัดแสดงมืด ๆ อันลึกลับ

หากอยากมาตื่นเต้นไปกับมุมมืดของจิตใจมนุษย์ที่ถูกบดบัง และชมภาพวาดจิตรกรรมดั้งเดิมผสานองค์ประกอบศิลป์ของแสง สี และเงา อันเป็นเอกลักษณ์จากศิลปินคนนี้ มาพบกันได้ในนิทรรศการ เพราะภูตผีน้อยทุกตัวรอคอยให้คุณเปิดประตูและเข้าไปเยี่ยมชมอยู่ในห้วงแห่งความลึกลับ

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

03
ที่ชอบที่ชอบ : Do what you like | Love what you do

นิทรรศการศิลปะนานาเทคนิค จากเหล่าศิลปินอิสระที่จัดนิทรรศการทำในสิ่งที่ชอบ

หากพูดถึงนิทรรศการศิลปะ คงเต็มไปด้วยศิลปินที่พร้อมนำเสนอผลงานของตัวเองออกมาด้วยความจริงจังและตึงเครียด แต่ไม่ใช่สำหรับนิทรรศการ ‘ที่ชอบที่ชอบ’ นำทีมโดย สันติ แต้พานิช และผองเพื่อน ที่นิยามตนว่าเป็นเพียงคนชอบทำงานศิลปะ นำเสนอผลงานออกมาในแบบที่ตนชอบ โดยมีคอนเซ็ปต์งานว่า “ทำในสิ่งที่ชอบ ชอบในสิ่งที่ทำ” บอกเลยว่างานที่จัดแสดงก็สมกับชื่อนิทรรศการ

ภายในงานรวบรวมความชอบศิลปะของศิลปินแต่ละคนจากหลากหลายแขนงและเทคนิค มีผลงานตั้งแต่ภาพถ่ายยันภาพวาด ทุกคนที่มาชมงานจะพบกับความชอบของ สันติ แต้พานิช, แคลร์ ปัจฉิมมานนท์, อุษา มานิตานนท์, พนอจิต, มนุษย์ถั่ว, คณธร ทับวิไล และ โต๊ด โกสุมพิสัย ผ่านทางนิทรรศการนี้ เรียกได้ว่าถูกใจคนชื่นชอบงานศิลป์แน่นอน

ศิลปินทุกคนยังยืนยันคำเดิมว่า แค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านั้น พวกเขาหวังแค่เพียงผู้คนที่มาพบเห็นจะรู้สึกชอบมันไปด้วยไม่มากก็น้อย

จัดแสดงถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : 6060 Art Space 27 ซอยประดิพัทธ์ 21 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1890 1554

04 
Wherever Belong It Whenever Comfort

นิทรรศการปุยเมฆแห่งความสบายใจ ให้ผู้ชมมาปล่อยใจคิดถึงสถานที่ที่รักอย่างอิสระ 

ทุกคนมีสถานที่ในใจที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นความสบายใจเสมอ ไม่ว่าก้อนความทรงจำนั้นจะเกิดขึ้นในวัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ก็ตาม นี่คือนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของ Petchsh หรือ เพชร-สิระ หอมจันทร์ ศิลปินผู้ถ่ายทอดก้อนความคิดที่มีต่อสถานที่ต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพปุยเมฆขาวล่องลอยเหนือบรรยากาศของวันวาน เพชรเน้นสำรวจก้อนความถวิลหาอดีตในด้านบวก ถ่ายทอดออกมาทั้งอดีตที่เกิดขึ้นจริงและอดีตในจินตนาการ เธอชักชวนให้พกภาพถ่ายสถานที่ในใจมาด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ Interactive กับประติมากรรมเชิงจัดวางที่จะได้พรินต์ภาพนิ่งติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นที่ระลึก

มานั่งปล่อยใจล่องลอยดั่งปุยเมฆไปพร้อม ๆ กันในนิทรรศการ Wherever Belong It Whenever Comfort พื้นที่ที่ให้เราตกอยู่ในห้วงความคิดที่มีต่อสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะเคยเกิดขึ้นจริงหรือเป็นเพียงความฝันก็ตาม เพื่อให้สารสุขในสมองออกมาทำงาน ให้จิตใจเกิดความเบาสบาย และปลายทางเพื่อให้ผู้ชมได้รับสภาวะ ‘ตัวเบา’ ดั่งปุยเมฆเมื่อออกจากสถานที่แห่งนี้ 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 07.30 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Palette Artspace ชั้น 4 เลขที่ 1057 ซอยสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 06 4587 6788

05
India My Love (อินเดียมายเลิฟ) 

นิทรรศการภาพถ่ายสตรีทธรรมดาแต่เหนือจริงของมือกีต้าร์วงทีโบน

ธรรมดาแต่น่าพิศวงอาจเป็นคำจำกัดความที่พอจะอธิบายนิทรรศการชุดภาพถ่ายสตรีท ‘อินเดียมายเลิฟ’ ของ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ มือกีต้าร์วงทีโบนได้ กอล์ฟเอาชนะความกลัวอินเดียของเขาด้วยการเก็บภาพฝูงชน ความสับสนอลหม่าน และสิ่งที่พบเจอข้างทาง จนประกอบร่างออกมาเป็นนิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรก

เขาหันมาสนใจการถ่ายภาพสตรีทอย่างจริงจัง เพราะมองว่าการถ่ายภาพประเภทนี้ใช้ทักษะคล้ายคลึงกับการด้นสดตอนเล่นกีตาร์ ต้องลื่นไหล เป็นอิสระ และกลืนไปกับสิ่งรอบข้าง นี่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาคว้ากล้องและออกเดินทางไปยังอินเดีย การบันทึกภาพผ่านเลนส์ในครั้งนี้ทำให้กอล์ฟตกหลุมรักประเทศนี้เข้าอย่างจัง 

หนึ่งในภาพจำของนิทรรศการนี้คือ ภาพเศียรของพระศิวะลอยปริ่มน้ำ โดยมีมือหญิงสาวเล็บสีเขียวจับราวด้านหน้าเอาไว้ คล้ายกับพยุงตัวไม่ให้จมน้ำ ยิ่งมองยิ่งชวนฉงน แลดูเหนือจริง แต่ก็ชวนตั้งคำถามว่า ผู้ถ่ายกำลังพยายามสื่อสารอะไร เราอาจได้เห็นอินเดียมาหลากหลายรูปแบบ แต่รับรองว่าอินเดียในมุมมองของกอล์ฟนั้น สะท้อนความจริงและความแตกต่างได้อย่างน่าพิศวง

จัดแสดงถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : Kathmandu Photo Gallery เลขที่ 87 ถนนปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2234 6700 หรือ 08 5199 4050

06 
Yesterday I was, Tomorrow I will be 

นิทรรศการเดี่ยวครั้งสุดท้ายของ Pomme Chan ตอกย้ำแนวคิดความสำเร็จต้องใช้เวลา

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ความสำเร็จก็เช่นกัน

ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบสินค้าผู้เลื่องชื่อและคว่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะมากว่า 2 ทศวรรษ เธอเป็นคนหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่า ‘Good things take time’ เพราะสิ่งดี ๆ ย่อมใช้เวลาในการสร้างให้มันเกิดขึ้น

ภาพ : River City Bangkok

นิทรรศการ Yesterday I was, Tomorrow I will be จึงเปรียบเสมือน Lifetime Exhibition ขนาดย่อมที่รวบรวมผลงานกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงไว้ ณ ที่เดียว แอบกระซิบว่ามีตั้งแต่ผลงานที่เธอวาดเป็นชิ้นแรก รวมถึงผลงานที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนด้วย เช่น ผลงาน Tiger รูปปั้นเสือหน้าตาน่ารักประดับลวดลายด้วยดอกไม้ตามตัว สะท้อนให้เห็นตัวตนของเธอในแง่มุมที่คนทั่วไปอาจไม่เคยคิดถึง ว่าเธอเป็นนั้นเป็นคนใจดีคนหนึ่ง ขัดกลับภาพลักษณ์ที่บางคนอาจมองว่าเธอดูน่าเกรงขามและเข้าถึงยาก

ภาพ : River City Bangkok

ความน่าสนใจของนิทรรศการนี้อยู่ที่การเล่าเส้นทางอาชีพของ Pomme Chan โดยไล่เรียงเป็นไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่เธอเริ่มตะหวัดปากกาหมึกดำเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน วันที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความงดงามให้แก่ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ มีโอกาสได้ร่วมงานกับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก จนประสบความสำเร็จถึงขนาดเปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเป็นของตัวเอง

ภาพ : River City Bangkok

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ Pomme Chan จะจัดแสดงผลงานในฐานะนักวาดแล้ว เพราะหลังจากนี้เธอจะหันไปสวมหมวกนักธุรกิจเต็มตัว

จัดแสดงถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : River City Bangkok 23 ซอยเจริญกรุง 24 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2237 0077

07
Bangkok Art Biennale 2022 (BAB)

เทศกาลศิลปะจากศิลปินนานาชาติในหลากโลเคชันทั่วกรุงเทพฯ

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาในธีม ‘โกลาหล : สงบสุข’ (CHAOS : CALM) สะท้อนความโกลาหลทางสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ ขณะเดียวกันการปรับตัวเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงอยู่ต่อไป โดยครั้งนี้กรุงเทพมหานครจับมือกับแม่ทัพใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ส่งท้ายโควิดด้วยการจัดนิทรรศการแสดงศิลปะนานาชนิดกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินกว่า 73 ชีวิต เพื่อสะท้อนมุมมองของศิลปินในยุคหลังวิกฤตโรคระบาด

ไปดูงานศิลปะจัดวางของปรมจารย์ แอนโทนี กอร์มลีย์ (Antony Gromley) จัดแสดง ณ วัดโพธิ์ สะท้อนให้เห็นความสนใจที่เขามีต่อศาสนาพุทธและเชน โดยงานชิ้นแรก ‘Connect’ จะเชื่อมโยงระหว่างที่ว่าง แสงสว่าง เข้ากับโครงร่างของมนุษย์ และชิ้นที่สอง ‘Contain’ แสดงถึงร่างกายที่สำนึกรู้

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคืองาน ‘The Standard’ ของ น้ำอุ่น-พิชชาภา หวังประเสริฐกุล กล่องสี่เหลี่ยมใสขนาดพอดีตัวที่มีเธอนั่งอยู่ข้างในพร้อมใช้ชีวิตและอิริยาบถทั่วไปในชีวิตประจำวัน งานนี้สะท้อนใจใครหลายคนให้เห็นภาพชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่ถูกกดขี่จากระบอบสังคมทุนนิยม ซึ่งบอกให้เราพอใจกับความอัตคัด แลดูอึดอัด สิ้นหวัง ราวกับติดคุกกระจกที่มองไม่เห็น แต่จะผลักออกก็ไม่ได้ 

ทีเด็ดสุดท้ายที่เราอยากให้ไปเยี่ยมชมคือ งานศิลปะเสมือนจริง (Virtual Art) ของ Uninspired by Current Events ที่เน้นรังสรรค์งาน จิกกัด เสียดสีสังคมปัจจุบันสมชื่อด้วยธีมเหนือจริง

ภาพของเขาติดตาอย่างน่าพิศวง เหมือนคำถามปลายเปิดที่ติดอยู่ในห้วงความคิดให้เราตีความว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ในเทศกาลใหญ่อย่าง BAB แน่นอนว่า Uninspired by Current Events ไม่ได้มีแค่ภาพมาจัดแสดง แต่ยังนำเสนอเกมที่มีวัตถุหลักเป็นอนุสาวรีย์สำคัญ ๆ ในประเทศไทยให้ผู้ชมเข้าไปลองเล่น ซึ่งในตัวเกมยังไม่วายชวนผู้ชมตั้งคำถามเกี่ยวกับขั้วอำนาจทางการเมืองไทยด้วย

ศิลปิน แอนโทนี กอร์มลีย์

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 08.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) 

2 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 3057 7100

ศิลปิน พิชชาภา หวังประเสริฐกุล และ Uninspired by Current Events 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 10.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 8-9

939 ถนนพระรามที่ 1 แขวง วังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630

08
I TOMATO YOU

นิทรรศการที่พกความแสบซ่าและความน่ารักมากองไว้เต็มอก

         Tomato Girls คือชื่อคาแรกเตอร์ของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มแดง 2 ลูก บนภาพวาดสีสันสดใสของ สิรินาฏ สายประสาท หรือที่รู้จักกันในชื่อ S I R I ศิลปินเจ้าของนิทรรศการเดี่ยว I TOMATO YOU ที่กำลังจัดแสดงอยู่ ณ ไอคอนสยามในเวลานี้       

ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ S I R I กำลังฝึกฝนการวาดภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้ามองลูกแฝดทั้งสองค่อย ๆ เติบโต วันนั้น ขณะสองแฝดกำลังวิ่งซุกซนอย่างสนุกสนาน เธอก็สังเกตเห็นสีแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศแต้มอยู่บนแก้มทั้งสองข้างของเด็กทั้งสองคน จึงอดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพความสดใสที่เต็มล้นไปด้วยบริสุทธิ์เอาไว้ นั่นคือจุดเริ่มต้นคาแรกเตอร์สุดน่ารักบนงานวาดที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

ความโดดเด่นของภาพวาดที่ S I R I ถ่ายทอด คือเรื่องราวน่ารักของเด็กหญิงมะเขือเทศแก้มสุกปลั่งในสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านลายเส้นซุกซน เข้าถึงง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งปรัชญาแนวคิดการเทียบเคียงของสิ่งรอบตัวเอาไว้ให้ชวนค้นหาคำตอบ

การวาดรูปสร้างความสุขได้ไม่ต่างจากการที่ได้เลี้ยงดูลูกแฝดทั้งสอง รูปภาพของเธอจึงเต็มไปด้วยความรักและสีสันสดใส ทำให้ผู้พบเห็นมองแล้วเบิกบานไปทั้งหัวใจจนต้องเผลอยิ้มออกมา

นั่นเองคือหัวใจหลักของผลงานจากศิลปินนาม S I R I 

จัดแสดงถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.00 – 21.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

09
Old Wound (แผลเก่า)

นิทรรศการภาพจิตกรรมที่ยืมต้นแบบมาจากหน้าปกสื่อสิ่งพิมพ์

‘แผลเก่า’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ความรักของขวัญกับเรียม แต่ยังสะท้อนถึง ‘แผลเรื้อรัง’ ในสังคมไทยที่กินเวลายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง ทหาร และภาพลักษณ์ของพระราชวังในอดีต นิทรรศการเดี่ยวโดย ประทีป สุธาทองไทย ศิลปินผู้รักการตั้งคำถาม ได้จัดแสดงผลงานกว่า 25 ชิ้น โดยครั้งนี้ประทีปจัดวางตัวเองเป็น ‘สื่อ’ ในร่างจิตรกร

เขารังสรรค์ผลงานแบบหนึ่งต่อหนึ่งจากหน้าปกของสื่อสิ่งพิมพ์ไทยหลากยุคสมัย อาทิ หนังสือพิมพ์ ประชาชาติ นวนิยาย แผลเก่า หนังสือ ละครการเมือง และ อนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสะท้อนอิทธิพลของสื่อในการสร้างภาพจำในแต่ละยุคสมัย งานจิตรกรรมชุดนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดอย่างตรงไปตรงมาโดยไร้ซึ่งอคติและอารมณ์ร่วม เพื่อให้ดวงตาของผู้ชมได้ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวแปร’ ในการตีความด้วยบริบทของสังคมในปัจจุบัน มาช่วยกันสำรวจวิธีการจัดวางตัวอักษรและภาพว่าประทีปจะซ่อนบทสนทนาทางสังคมอะไรไว้ในงานชุดนี้บ้าง 

จัดแสดงถึงวันที่ 21 มกราคม 2566 เวลา 10.00 – 18.00 น. (เข้าชมฟรี)

(เปิดวันอังคาร-เสาร์ ปิดทุกวันอาทิตย์-จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สถานที่ : SAC Gallery ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 39 ถนนสุขุมวิท ใกล้กับ Raveevan Suite, 39 Boulevard (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 8237 และ 0 2258 5580 ต่อ 401

10
The Art of Banksy: “Without Limits” 

นิทรรศการเสียดสีสังคมของศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษจัดแสดงที่ไทยครั้งแรก

เชื่อว่าต้องเคยผ่านตากันมาบ้างกับผลงานของ Banksy ศิลปินสตรีทอาร์ตนิรนามสัญชาติอังกฤษ อย่าง Girl with Ballon ภาพเด็กผู้หญิงทำท่าไขว่คว้าหรือปล่อยลูกโป่งล่องลอยไปในอากาศ หรือ Rage, The Flower Thrower ภาพชายขว้างระเบิดช่อดอกไม้ เขาขับเคลื่อนสังคมผ่านเนื้อหาที่กระตุ้นให้ฉุกคิดถึงการเมือง เสียดสีสังคมและทุนนิยมอย่างเจ็บแสบ ทว่าสอดแทรกความขบขันอยู่ในที

ฤกษ์งามยามดี ประเทศไทยจัดงานนิทรรศการ The Art of Banksy: Without Limits เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากตระเวนทัวร์มาแล้ว 18 เมืองทั่วโลก มีผู้ชมไม่ต่ำกว่าล้านคน

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นภัณฑารักษ์จัดงาน ด้วยความตั้งใจให้งานนี้เป็นเหมือนสถานที่รวบรวมชิ้นงานของ Banksy ที่กระจัดกระจายอยู่ตามท้องถนน ให้คนทั่วไปเข้าชมได้โดยไม่ต้องตีตั๋วไปไกลถึงต่างประเทศ นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานหลากหลายรูปแบบไว้กว่า 150 ชิ้น โดยมีผลงานจริง 32 ชิ้น รวมถึงผลงานที่ทำซ้ำขึ้นมาด้วยเทคนิค Stencil หรือการฉลุลาย

ไฮไลต์ของงานที่พลาดไม่ได้ คือ ผลงานชิ้นยักษ์ใหญ่ อย่างการจำลอง Dismaland สวนสนุกสุดหดหู่ และ Infinity Room ห้องกระจกที่พาเราไปท่องโลกของ Banksy อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เพราะเป้าหมายของนิทรรศการคือความต้องการสร้าง Total Experience ที่ดีให้แก่ผู้เข้าชม มากกว่าการแปะป้ายว่างานไหนเป็นงานออริจินัลหรืองานทำซ้ำ เราจึงอยากเชิญชวนเพื่อนนักอ่านมาร่วมทำความเข้าใจและขบคิดถึงสาระสำคัญที่แฝงไว้ในงานศิลป์ของ Banksy ด้วยกัน

จัดแสดงถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 (ปิดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : บัตรราคาใบละ 250 บาท

สถานที่ : MOCA BANGKOK ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2016 5666

หมวดที่ 2
การละครและดนตรี

01
โขน ตอน ‘สะกดทัพ’

ยกขบวนชมการต่อสู้สุดตระการตาของหนุมานและไมยราพ

นอกจากงานศิลปะร่วมสมัยที่เล่ามาข้างต้น Colorful Bangkok ยังชวนทุกคนออกมาสร้างความสุขในวันหยุดด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และผู้ที่สนใจศิลปวัฒนธรรมต้องไม่พลาดการแสดงโขน ตอน ‘สะกดทัพ’ โดย มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพราะเต็มไปด้วยแสง สี เสียง สุดแสนตระการตา พร้อมกับโชว์สุดพิเศษที่มีความโดดเด่น 5 จุดใหญ่ 

จุดที่ 1 นี่เป็นครั้งแรกที่มีการฟื้นฟูเพลงหน้าพาทย์ดำเนินพราหมณ์ที่ใช้กับตัวโขนไมยราพ ซึ่งมีความเป็นมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หาได้ยากในปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย เป็นที่ปรึกษาอาวุโส และมีกระบวนท่ารำที่ไม่ค่อยปรากฏที่ไหน แต่มีแสดงโชว์ในงานนี้

จุดที่ 2 เตรียมพบกับความอลังการและศิลปะความงามฉบับไทยกับการแต่งองค์ทรงเครื่องของไมยราพตามบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 1 แถมออกแบบเครื่องแต่งกายขึ้นมาใหม่กว่า 100 ชุด

จุดที่ 3 คือความสนุกสนานเร้าใจจาก ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงและเขียนบท ที่ใส่การผจญภัยของยอดทหารวานรที่ต้องฝ่าฟัน และความมันอีกหลาย ๆ ด่านเอาไว้ในเนื้อเรื่อง รับประกันความสุดเหวี่ยง ถึงขั้นต้องใช้นักแสดงบทหนุมานถึง 7 คนในการแสดงแต่ละรอบ

จุดที่ 4 ความอลังการของฉากและเทคนิคกลไกสุดน่าทึ่ง สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ

และความพิเศษจุดที่ 5 คือความสามารถของนักแสดงโขนรุ่นเยาว์ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใช้เด็กประถมศึกษา 7 คน อายุตั้งแต่ 9 ปี ซึ่งฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อรับบท มัจฉานุ ลูกชายของหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา เป็นความพิเศษสุดที่ใช้พลังของนักแสดงตัวจิ๋วในการโชว์ครั้งนี้ด้วย

จัดแสดงถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง

ค่าเข้าชม : นักเรียน 180 บาท บุคคลทั่วไป 1,800 / 1,500 / 1,000 / 800 / 600 บาท

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หอประชุมใหญ่ 14 ถนนเทียมร่วมมิตร กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2262 3456

02
เทศกาลละครกรุงเทพ 2565 (Bangkok Theatre Festival 2022)

เทศกาลศิลปะการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ฉลองครบรอบความสำเร็จ 2 ทศวรรษ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลละครกรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนเป็นประจำทุกปี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และโรงละครทั่วกรุง

ก่อนอื่นขอเล่าประวัติย่อให้ฟังสักนิดว่า เทศกาลละครเวทีกรุงเทพมีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในไทย และเป็นศูนย์กลางสำหรับคนที่มีใจรักละครเวที อีกทั้งเป็นพื้นที่สนับสนุนกิจกรรมละครเวที โดยให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ได้เฉิดฉาย ก่อให้เกิดการสร้างและส่งต่อวัฒนธรรมการชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทย จนถึงตอนนี้เทศกาลละครกรุงเทพเดินทางมาถึงปีที่ 20 อย่างเป็นทางการ จึงขอเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยการแสดงหลากหลายประเภทในธีม Reimagine ให้ผู้ชมได้เลือกสรรมากกว่า 30 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นละครใบ้ ละครพูด ละครเพลง นาฏศิลป์ร่วมสมัย ฯลฯ พร้อมทั้งเวิร์กชอป เสวนา และกิจกรรมน่าสนใจอีกมากมาย

ไหน ๆ แล้ว ขอหย่อนรายชื่อการแสดงไว้กระตุ้นความสนใจกันสักหน่อย อาทิ ละครพูด เรื่อง ๔ แผ่นดินs (The Last Ten Years) โดยคณะละครอนัตตา ว่าด้วยเรื่องการออกเดินทางในช่วงสิบปีสุดท้ายที่เหลืออยู่ของมาดามเพ็ชช์ บางกอกเกี้ยนที่มีชีวิตอยู่มาถึง 4 ยุค และการเต้นร่วมสมัย ORGANIZED CHAOS โดย LORDFAI ที่สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการเชื่อมโยงและการพึ่งพาอาศัยอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกสิ่งมีชีวิต

ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวไหน อยากชวนมาร่วมชมว่าแต่ละคณะการแสดงเขาจะมีวิธีตีความและถ่ายทอดเรื่องราวในแง่มุมใหม่ ๆ ยังไงกันบ้าง ส่วนใครที่จะพาเพื่อนต่างชาติไปชมด้วยก็ได้ เพราะการแสดงหลายเรื่องมีคำบรรยายเป็นภาษาไทยให้พร้อมสรรพ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาตามตารางการจัดแสดง

ค่าเข้าชม ราคาแตกต่างกันไปสำหรับการแสดงแต่ละเรื่อง

สถานที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถนนพระรามที่ ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2214 6630-8

03 
Zimerman Plays Beethoven Piano concerto No.4 

การแสดงเปียโนคอนแชร์โต โดยนักเปียโนเลื่องชื่อ Krystian Zimerman

นานาความสนุกและงานรื่นเริงที่ขาดดนตรีและเสียงเพลงก็เหมือนหาดทรายไร้ปราสาท กระดาษขาวไร้สีสัน ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บทประพันธ์คลาสสิกผลงานชิ้นเอกของ Beethoven คีตกวีข้ามกาลเวลากำลังจะถูกหยิบขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง โดย Krystian Zimerman นักเปียโนเลื่องชื่อชาวโปแลนด์ 

ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ยามนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม เป็นเวลาที่ม่านการแสดงเปิดขึ้น บทบรรเลง Orchestral variations on themes of Chopin โดย Anže Rozman ถูกหยิบยกมาทำหน้าที่พาผู้ฟังล่องลอยสู่จักรวาลดนตรีและจินตนาการไร้ขอบเขต เดินทางเชื่อมไปยังดินแดนอันงดงามในบทเพลง Piano Concerto No.4 in G major, Op. 58 ผลงานชิ้นเอกจากคีตกวีข้ามกาลเวลา Ludwig van Beethoven บรรเลงโดย Krystian Zimerman ร่วมกับวง RBSO ก่อนทิ้งท้ายการแสดงปิดม่านด้วยบทบรรเลง Symphony No. 4 in E minor, Op. 98 

ยกนิ้วขึ้นมานับ ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Krystian Zimerman ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตที่ไทยในงาน Zimerman Plays Brahs ทั้งด้วยรางวัลการันตีความสามารถและการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านท่วงทำนอง ซึ่งสะกดผู้ชมให้ดำดิ่งลงไปในจินตนาการและธารอารมณ์ ทำให้ในตอนนั้นบัตรเข้าชมการแสดงของเขาจำหน่ายจนหมดก่อนถึงวันจัดแสดงเสียอีก

งานจัดแสดงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 20.00 น. 

ราคาเข้าชม : 1,000 – 3,200 บาท (ส่วนลดพิเศษ 50% สำหรับนักเรียนและผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)

สถานที่ : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 14 ถนนร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (แผนที่)  

โทรศัพท์ : 0 2255 6617-18, 0 2255 9191-2 

หมวดที่ 3 
การแสดงแสงสี

01
ICONSIAM Bangkok Illumination 2022

การประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่ริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา

5! 4! 3! 2! 1!

นับถอยหลังเตรียมโบกมือส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในอีก 1 เดือนกว่า ๆ และยิ่งช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามามากเท่าไหร่ กรุงเทพมหานครเมืองใหญ่ก็ค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยแสงเรืองรองจากไฟประดับประดามากมายเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณริมโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม ที่ในตอนนี้กำลังส่องแสงพร่างพราวระยิบระยับจากไฟในงาน ICONSIAM Bangkok Illumination 2022 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ งดงาม ตระการตา จนต้องไปชมให้ได้สักครั้ง

         ตระการตาที่หนึ่ง เป็นการแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแสดงนี้จัดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำพรางพราวเกี่ยวกระหวัดล้อกับแสงไฟและเสียงเพลงสะกดคนดู 

ตระการตาที่สอง อยู่สูงขึ้นไป 7 ชั้นในไอคอนสยาม ณ งาน  INFINITY FOREST By SOFTlab งานจัดแสดงศิลปะแท่งไฟ เมื่อแสงกระทบลงบนผิวน้ำยิ่งทำให้ที่แห่งนี้งดงามมากยิ่งขึ้น 

         ตระการตาที่สาม เป็นไฮไลต์ของงาน คือต้นคริสต์มาสความสูง 20 เมตร ได้รับแรงบันดาลใจจากพิธีบายศรีสู่ขวัญ เปรียบเสมือนเป็นการเรียกขวัญของผู้มาชมไฟให้กลับมาอยู่กับตัว หลังผ่านความยากลำบากมาตลอดปี ในปีนี้กลับมาในคอนเซ็ปต์ SMART SOLAR CHRISTMAS LIGHT เลือกใช้วัสดุตกแต่งหลักเป็นวัสดุรีไซเคิล ไฟประดับตลอดทั้งงานเองก็ใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นระบบ Solar Cell Hybrid ที่แม้พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว ไฟทุกดวงก็ยังคงสว่างไสวเช่นเดิม

ความตระการตายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอีกหลายจุดกำลังรอคอยการค้นพบ แอบกระซิบว่าที่ชั้นสองและชั้นเจ็ดยังมีงานจัดแสดงไฟที่สวยมาก ๆ อยู่ด้วย

งานนี้รับรองว่าเต็มอิ่มแบบสุด ๆ 

งานจัดแสดงถึงวันที่ 5 มกราคม 2566 (เข้าชมฟรี)

ชมการแสดงน้ำพุได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.00 น. 

วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.30 น. และ 20.00 น.

สถานที่ : ไอคอนสยาม 299 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2495 7080

02 
Vijit Chaophraya Thailand 

งานแสดงแสงสีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังเผชิญโควิดมาร่วมปี การท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง เศรษฐกิจก็ซบเซา 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างบรรยากาศความสนุกสนาน สาดสีสันให้กับเมืองกรุงยามค่ำคืน ผ่านการแสดงแสงสีและศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้เข้าร่วมการประชุม APEC อีกทั้งสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารรายย่อย 

โดยจัดแสดงตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 6 จุดหลัก ดังนี้ 

จุดที่ 1 สะพานพระราม 8 : ชมแสงสีจากการย้อมสีไฟสะพานและการฉายแสงเลเซอร์ 

จุดที่ 2 ป้อมวิไชยประสิทธิ์ : ชมวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำผ่าน Projection Mapping 

จุดที่ 3 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : ชมการแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ นำเสนอประเพณีไทยอันเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำ และมีการแสดงหนังใหญ่ร่วมด้วย

จุดที่ 4 สะพานพระพุทธยอดฟ้า : ชมการแสดงแสงไฟสุดตระการตา เคล้าเสียงสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและเสียงดนตรีท้องถิ่น

จุดที่ 5 River City Bangkok : ชมการแสดง Projection Mapping ที่ถ่ายทอด Soft Power ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นไทยผ่าน 5F (Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival)

จุดที่ 6 ICONSIAM : ชมการประดับประดาแสงไฟที่ใช้พลังงานสะอาด และ The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงน้ำพุเต้นระบำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิธีการรับชมแสงสีที่ดีที่สุด แนะนำให้ล่องเรือตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อแวะชมความสวยงามในแต่ละสถานที่ พร้อมอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติก

งานจัดแสดงถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 เวลาขึ้นอยู่กับรอบการแสดง (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 4
ย่านและเมือง

01
บางกอกบานฉ่ำ

เทศกาลศิลปะชุมชนทั่วเมืองกรุงตลอดเดือนพฤศจิกายน

กรุงเทพมหานครในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมกำลังจะถูกย้อมไปด้วยความสนุกสนานทั่วกรุง ในงาน ‘บางกอกบานฉ่ำ’ เทศกาลศิลปะชุมชนสร้างสรรค์ที่ยกขบวนความสนุกสนานด้วยการนำ ศิลปะ ร้านค้า และเวิร์กชอป มาไว้ให้ ชม ช้อป และเรียนรู้ ในงานเดียว 

ความสนุกที่ 1 : บางมดสดชื่น ณ เซฟติสท์ฟาร์ม (SAFETist Farm) มาในคอนเซ็ปต์ เดิน เล่น เต้น ช้อป รอบธรรมชาติ ยกเอากิจกรรมในท้องถิ่นมาให้ร่วมสนุก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Movie Night ฉายหนังริมคลองที่ต้องตาลุกวาว เพราะเขาคัดสรรภาพยนตร์มาดีมากจริง ๆ   

ความสนุกที่ 2 : ชวน Fin in ชุมชนวัดหงส์รัตนาราม ชมคอนเสิร์ตโฟล์กซองของเยาวชน ตะลอนชิมอาหารไทยพุทธ มุสลิม เพนต์หน้า สตรีทอาร์ตชุมชน ต่อด้วยการแสดงเชิดมังกรกระบองไฟ        

ความสนุกที่ 3 : เวิร์กชอปอบรมมัคคุเทศก์น้อย ทริปพาเพื่อนเที่ยวตลาดพลู ถ่ายทอดความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในย่าน (รีบหน่อยนะ เพราะงานนี้จำกัด 20 คนเท่านั้น)  

ความสนุกที่ 4 : บางขุนเทียนบานสะพรั่ง พบกับการเปลี่ยนห้องสมุดให้เป็นแกลเลอรี่ชุมชน Art in the Library and the Garden และดนตรีในสวน รับรองสารพันความเพลิดเพลิน

ความสนุกที่ 5 : ส่งท้ายด้วยงานสามแพร่ง Facestreet เปลี่ยนถนนเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ทุกคนแปลงร่างเป็นเด็ก ณ แพร่งสรรพศาสตร์ สนุกกับเวทีสรรค์สร้างที่รวมการแสดงเอาไว้มากมาย ณ แพร่งภูธร เที่ยวชมซุ้มสร้างสรรค์ Local Art จากพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วประเทศ ณ แพร่งนรา งานนี้เรียกว่ายกขบวนความสนุกครั้งยิ่งใหญ่ นอกจากจะสะพรั่งด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนาน ยังเป็นการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นด้วย

กิจกรรมจัดถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2565 (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : เซฟติสฟาร์ม (แผนที่) วัดหงส์รัตนาราม (แผนที่) วัดอินทราราม (แผนที่) ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้เขตบางขุนเทียน (แผนที่) แพร่งนรา แพร่งภูธร แพร่งสรรพศาสตร์ (แผนที่) 

02
Unfolding Bangkok, Hidden Temples (ส่อง 3 วัดลับย่านฝั่งธน) 

ส่องทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ตะลุย 3 วัดลับย่านตลาดพลู

อยู่ฝั่งธนฯ ใครว่าที่เที่ยวน้อย โครงการ Unfolding Bangkok ชวนสำรวจวัดลับย่านตลาดพลูในทริป ‘จาริกแสวงบุญ’ ที่วัดอินทาราม วัดจันทาราม และวัดราชคฤห์ หรือ วัดบางยี่เรือนอก กลาง และใน เดินก็ได้ ปั่นก็ดี แนะนำให้มาช่วง 5 – 6 โมงเย็น เพื่อชมพระอาทิตย์ตกไปพร้อมกับการแสดงท้องถิ่นและแสงสี การตะลุย 3 วัดลับก็เหมือนได้ร่วมเหตุการณ์สำคัญในศาสนาพุทธด้วยตนเอง

เส้นทางเริ่มจากการเยี่ยมชมวิหารรายประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางถวายพระเพลิง และพระนอนปางสีหไสยา ณ วัดอินทาราม ในแต่ละวิหารจะมีการจัดแสดงแสงสีดิจิทัล (Projection Mapping) ที่ผสมผสานพระพุทธศาสนาเข้ากับศิลปะร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงท้องถิ่นที่หาชมยาก อาทิ ‘กระตั้วออกฉาก’ และ ‘หุ่นกระบอกจีน’ ให้ชมตามรอบเวลา 

ต่อด้วยเดินลัดเลาะไปตามตลาดสดริมแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเก่า) เพื่อสำรวจวิถีชุมชนใกล้วัด แวะชมพระอาทิตย์ตกที่มุมลับริมน้ำที่รับรองว่าสวยสุด ๆ สำรวจศิลปกรรมจีนบนหน้าบันของวัดจันทาราม และตบท้ายด้วยการเดินขึ้นเขามอ ณ วัดราชคฤห์ เขาจำลองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์ เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาทและชมการจัดแสดงแสงสีที่ส่องสว่างลงบนเขามอ (Architectural Lighting)

จัดกิจกรรมถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 (เข้าชมฟรี)

จัดแสดง Projection Mapping เวลา 16.00 – 21.00 น. ภายในวิหารราย 3 หลังของวัดอินทาราม

จัดแสดง Architectural Lighting เวลา 18.00 – 21.00 น. วันอินทาราม-วัดจันทาราม-วัดราชคฤห์

สถานที่ : วัดอินทารามวรวิหาร ถนนเทอดไท แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (แผนที่

โทรศัพท์ : 0 2105 7400

03
WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่ 

ย่ำเท้าชมเมือง 5 เส้นทาง สนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดิน วิ่ง Learning ชม

Next station คลองเตย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สุขุมวิท อโศก

เหตุที่ต้องเกริ่นไว้ด้วยชื่อสถานีรถไฟฟ้า ก็ด้วยว่าปลายเดือนนี้ที่สวนเบญจกิติกำลังจะมีงานเทศกาลขนาดใหญ่อย่างงาน ‘WOW Festival 2022 อัศจรรย์เมืองน่าอยู่’ โดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมจับมือกับอมรินทร์กรุ๊ป และอีก 4 องค์กรพันธมิตร จัดกิจกรรมเชื่อมคนเข้าสู่เมือง เชื่อมเมืองสู่ประชาชน เพราะเรื่องของเมืองคือเรื่องของทุกคน

Architecture Tour หรือ WOW Walk Tour เป็นกิจกรรมย่ำเท้าชมเมืองมุมใหม่ ร่วมทำความเข้าใจเมือง สำรวจอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาชุมชนบนเส้นทาง 5 สาย เริ่มตั้งแต่สวนเบญจกิติ สถานีสามยอด เขตพระนคร สถาบันอาศรมศิลป์ สิ้นสุดลงที่สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

มี Walk แล้วก็ต้องมี Run เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม กับงานวิ่งที่เป็นของทุกคนในงาน WOW for All ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถเข็นหรือผู้พิการก็มาร่วมวิ่งด้วยกันได้

หลังจากเดิน-วิ่งเสร็จ เราขอชวนมาแวะ Exhibition Thai 2030 : SPACE – TECH for Future CITY ร่วมหาคำตอบว่ากรุงเทพฯ และประเทศไทยจะพัฒนาอย่างไรในอีก 8 – 10 ปีข้างหน้า

ภายในงานยังมีกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ Photo Contest กิจกรรมประกวดถ่ายภาพเพื่อค้นหามุมมองใหม่ ๆ ของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในสายตาช่างภาพ FORESIGHT for WELLBEING CITY ร่วมพูดคุยหาไอเดียสร้างสรรค์เมืองที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น และ WOW Award Wonder of Well being งานมอบรางวัลด้านการพัฒนาเมือง เพื่อให้กำลังใจและเผยแพร่ผลงานของผู้ที่ช่วยพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น ทั้งภาคเอกชน รัฐบาล และประชาชน

งานจะจัดขึ้นวันที่ 23 ถึง 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น.

เข้าชมฟรี (สำหรับกิจกรรม Architecture tour ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง)

สถานที่ : สวนเบญจกิติ ถนนรัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

หมวดที่ 5
ตลาดนัด

01
Five Senses Weekend Market

ตลาดงานคราฟต์ พื้นที่ของร้านค้า ศิลปะ และผู้คนที่เชื่อมเข้าหากัน

ปลายปีวนกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งเทศกาลกิน เที่ยว ดื่ม ช้อป พร้อมกลับมาพบปะกับผู้คนดังเดิม ปลายปีนี้จะไม่มีคำว่าเบื่อหรือเหงา เพราะเรามีสถานที่เที่ยวใจกลางเมืองย่านบรรทัดทองมาฝาก

Five Senses Weekend Market คือการร่วมมือระหว่าง MESA 312 และ GalileOasis จัดตลาดงานคราฟต์ของกลุ่มคนรักงานดีไซน์ขึ้นมา มีพื้นที่ร้านค้า ศิลปะ ผู้คน ที่รวมเป็นหนึ่ง และเป็นคอมมูนิตี้สำหรับศิลปินรุ่นเยาว์จนถึงเหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลายได้มาร่วมสร้างสรรค์ความสนุกไปด้วยกัน

งานนี้เดินเล่นชิลล์ ๆ ช้อปเพลิน ๆ ชิมของอร่อย ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของงานศิลปะ เวิร์กชอป อาหาร ดนตรี และร้านค้า มีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน งานกราฟิก สิ่งพิมพ์ ไปยันงานฝีมือ แถมอบอวลไปด้วยความสดชื่นจากไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ เตรียมพบกับป่าโอเอซิสใจกลางเมืองและความสนุกภายในงาน Five Senses Weekend Market ได้เลย

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : GalileOasis 323 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 06 1386 9898

02
Gift Fun Fun 3 เทศกาลของขวัญประเทศไทย

ตลาดนัดสินค้า ศิลปะ เวิร์กชอป ดนตรี และตลาดศิลปิน

โอกาสพิเศษในช่วงเวลาพิเศษปลายปีแบบนี้ จะพลาด Gift Fun Fun เทศกาลของขวัญประเทศไทย ไปได้อย่างไร โดย Yindeeclub (ยินดีคลับ) ร่วมกับ Better City หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชวนทุกคนมาชิม ช้อป ชิลล์ พร้อมเสิร์ฟความสุขและดนตรีใหม่ ๆ มากมาย

บรรยากาศของ Gift Fun Fun เต็มไปด้วยวงดนตรีที่ทำเพลงเอง ขายเพลงเอง เพื่อสนับสนุนและเป็นพื้นที่ในการแสดง รวมความมันและความเพลิดเพลินอย่างเต็มเปี่ยม จากศิลปินที่อัดแน่นทั้งเสาร์-อาทิตย์ หรือจะเป็นเวิร์กชอป งานศิลปะ ก็จัดหนักจัดเต็มไม่ยั้งความสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์ตัวน้อยเจ้าของแบรนด์ Keziah ที่โด่งดังระดับโลก และเวิร์กชอปทำตุ๊กตาหุ่นมือจากสวนครูองุ่น 

Gift Fun Fun ยังสนับสนุนงานน้อง ๆ จากมูลนิธิ Five For All ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ และส่งกำลังใจให้ผู้ปกครองเพื่อสร้างความเข้าใจกับน้อง ๆ ได้มากขึ้น 

งานจะจัดขึ้นวันที่ 26 – 27 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.00 – 20.00 น. (เข้าชมฟรี)

สถานที่ : ลานกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2029 9428

เรื่อง : กชพรรณ ก่อสุวรรณวงศ์, เกษมณี ชาติมนตรี, ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์, ณัฐกฤตา เจริญสุข

Writer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load