The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

วันเด็กไม่จำเป็นจะต้องเป็นของเด็กๆ เพียงกลุ่มเดียว ในเมื่อกรุงเทพฯ มีสถานที่ให้คนมามีความสุขได้ร่วมกันทุกวัย จะชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบศึกษา หรือชอบผจญภัย ก็มีให้เลือกทั้งนั้น มาสร้างความทรงจำดีๆ ของครอบครัวในสารพัด hidden place ทั่วมหานครกันดีกว่า

 

พบสัตว์แปลกที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา

หลายครอบครัวคงเคยพากันไปสวนสัตว์มาแล้ว เราเลยอยากเสนอการไปดู ‘สัตว์’ นอกสวนบ้าง นั่นคือที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ที่รวบรวมสัตว์สตัฟฟ์หลากชนิด รวมถึงโครงกระดูกและอวัยวะบางส่วน สัตว์ที่จัดแสดงมีทั้งที่ขนาดใหญ่เท่าตัวคน ไปจนถึงขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ แต่ละชนิดมีหลากหลายพันธุ์วางเรียงรายจนแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องรู้สึกว่าตัวเล็กเมื่อได้ชม

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างจากสวนสัตว์ตรงที่เราจะได้เห็นสัตว์ที่ไม่มีโอกาสเห็นตอนมันมีชีวิตอยู่ เช่นสัตว์สูญพันธุ์หรือสัตว์หายากบางชนิด อย่างตุ่นปากเป็ด ตะพาบม่านลาย และแมลงหน้าตาน่าพิศวงอีกมาก ที่จะทำให้เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจ และผู้ใหญ่ร้องว้าวไปพร้อมกัน

ที่อยู่: 254 ตึกชีววิทยา 1 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)
ติดต่อ: 02 218 5266

 

ย้อนเวลาหาอดีตที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ไทม์แมชชีนไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อเรามีพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะพาเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ไทย หลังจากปรับปรุงใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้สนุกกว่าเดิม ตอนนี้นิทรรศการประจำที่เปิดให้เข้าชมมี 4 ห้องหลักๆ คือ เครื่องดนตรี เครื่องแต่งกาย โลหะ และอาวุธ นอกจากนั้นก็มีตึกของพระปิ่นเกล้า และนิทรรศการหมุนเวียนที่พาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกับอินเดียในอดีตด้วยนะ

ถึงแม้จะดูเหมือนที่เที่ยวสำหรับผู้ใหญ่ แต่หลังจากปรับปรุงใหม่ ทางพิพิธภัณฑ์ก็พยายามใช้ลูกเล่นต่างๆ เข้ามาประกอบนิทรรศการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโมเดลกองทัพจิ๋วที่จัดแสดงให้เห็นกระบวนทัพสมัยก่อน หรือตำราพิชัยสงครามที่สแกนไว้ให้ไล่เปิดดูได้เต็มที่ ถ้าเด็กคนไหนชอบฟังเรื่องเล่าหรือตำนานไทย จะต้องถูกใจกับนิทรรศการเปิดใหม่เหล่านี้แน่นอน

ที่อยู่: ซอยหน้าพระธาตุ 4 แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)
ติดต่อ: 02 224 1333

 

อ่านหนังสือที่ห้องสมุดเด็กดรุณบรรณาลัย

จากบ้านไม้โบราณสมัยรัชกาลที่ 6 กลายเป็นห้องสมุดเด็กปฐมวัยแห่งแรกของไทย ‘ดรุณบรรณาลัย’ แปลว่าสถานที่อ่านหนังสือของเด็ก ภายในบรรจุหนังสือภาพจำนวนหลายพันเล่ม เด็กๆ จะหยิบไปอ่านที่มุมไหนก็ได้ ทั้งในและนอกอาคาร นอกจากนั้นยังมีมุมสำหรับทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับหนังสือหรือเรื่องราวในหนังสือ หรือต่อให้เด็กคนไหนยังไม่ปลื้มกับทั้งหมดนี้ ก็ต้องยอมใจอ่อนให้บันไดสายรุ้งในท้ายที่สุดเป็นแน่

สำหรับวันเด็กปีนี้ ในช่วงบ่ายทางห้องสมุดจะมีกิจกรรม ‘หนูน้อยไดโน ตะลุยโลกล้านปี’ ให้เข้าไปร่วมแจมได้ แต่อย่าลืมไปลงทะเบียนก่อนนะ

ที่อยู่: บ้านเลขที่ 1 ซอยเจริญกรุง 34 ซอยวัดม่วงแค ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น.
ติดต่อ: 02-630-5953 หรือดูรายละเอียดกิจกรรมพิเศษได้ที่
www.darunbannalai.in.th
www.facebook.com/darunbannalai

 

หัดขี่ม้าที่ Rodeo Horse Riding

คนกรุงไม่ต้องไปไกลถึงชายหาดหัวหินแล้ว เพราะที่ Rodeo Horse Riding ในเขตสายไหม จัดพื้นที่ให้สำหรับฝึกหัดขี่ม้าแบบครบวงจร โดยมีสอนทั้งสไตล์อังกฤษและสไตล์คาวบอยอย่างผู้รู้จริง ไม่ต้องมีความรู้อะไรใดๆ มาก่อนเลยก็เรียนได้ โดยจะเลือกทดลองเรียนแบบครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมงก็แล้วแต่สะดวก และถ้าใครติดใจ ก็ซื้อคอร์สรายเดือนหรือรายปีต่อได้เลย นอกจากนั้น ยังมีบริการพาขี่ม้าชมธรรมชาติ (ต่างจังหวัด) และบริการให้เช่าม้าเพื่อใช้นอกสถานที่ด้วยนะ

จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็คงมีความฝันอยากลองขี่ม้าเท่ๆ ดูสักครั้งในชีวิต นี่คือโอกาสที่จะได้ทำตามความฝันนั้นพร้อมกันทั้งครอบครัว

ที่อยู่: 42/36 อาคารโรดิโอ ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ต้องโทรจองรอบล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง)
ติดต่อ: 081-441-8644 หรือ www.facebook.com/rodeohorseriding

 

ฝึกเป็นนักผจญภัยที่ Club 11 กองพัน 11 รอ. 1

สำหรับครอบครัวที่ชอบความผาดโผนมากกว่าการขี่ม้า ก็มาเล่นสนุกกันเป็นหมู่คณะได้ที่สนามยุทธกีฬา ร.11 พัน 1 รอ. หรือ ‘Club 11’ ภายในกรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ของทหาร แต่กิจกรรมต่างๆ ก็เปิดให้คนนอกเข้ามาลองเล่นได้เต็มที่ ตั้งแต่เพนต์บอล บีบีกัน เรือคายัค รถ ATV จักรยานเสือภูเขา สรุปคือมีแทบทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวว่าอยากสนุกกันแบบไหน แอบเตือนก่อนว่าไม่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แต่ถ้าโตพอกำลังปีนป่าย งานนี้สนุกแน่นอน

ที่อยู่: กรมทหารราบที่ 11 ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-972-8857 และ 081-491-1989 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Club11bbgun สำหรับเพนต์บอล และบีบีกัน กับ Facebook | CLUB11BIKECLUB สำหรับรถ ATV และจักรยานเสือภูเขา

 

เรียนรู้โลกกว้างที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์

หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์บ้าง เราขอเสนอนิทรรศการเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้ ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ นิทรรศการที่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่บนชั้น 4 ของจัตุรัสจามจุรี (จามจุรีสแควร์) เต็มไปด้วยสีสันและลูกเล่นให้เด็กๆ ได้หยิบจับ ทดลองทำด้วยมือของตัวเอง เพื่อให้เข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น

จุดขายของจัตุรัสวิทยาศาสตร์คือ ‘ห้องทดลองวิทยาศาสตร์’ ที่จะเปลี่ยนหัวข้อการทดลองไปทุกวัน วันละ 3 รอบ โดยในวันเด็กจะเป็นการทดลองภายใต้หัวข้อ ‘นักวิทย์น้อยตามรอยพระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย’ ถ้าอยากรู้ว่าเขาทดลองอะไรกัน ก็ต้องแวะเข้าไปดู รับรองว่ายิ่งไปกันทั้งครอบครัวยิ่งสนุก

ที่อยู่: จัตุรัสจามจุรี ถ.พระรามที่ 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 02 160 5356 หรือที่ Facebook | NSMScienceSquare

 

กินข้าวดูหงส์ที่ The Garden of Dinsor Palace

หากพาลูกไปเที่ยวแถวสุขุมวิท แล้วอยากหาที่พักกินข้าวเที่ยงระหว่างวัน เราขอแนะนำให้ลองแวะไปที่ร้าน The Garden of Dinsor Palace พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นวังดินสอ วังเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร โดยมีที่นั่งให้เลือกทั้ง indoor และ outdoor รวมถึงอาหารก็มีทั้งอเมริกันและอิตาเลียน เหมาะสำหรับเด็กน้อย ให้เลือกได้ตามใจชอบ

ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังรื่นรมย์กับบรรยากาศสีเขียวชอุ่มและอาหารอร่อยๆ ก็ไม่ต้องกลัวเด็กน้อยจะเบื่อ เพราะพื้นที่ภายในร้านอาหารเหมาะกับการวิ่งเล่น ด้วยการจัดทางเดิน โต๊ะเก้าอี้ โซนต่างๆ ให้หลากหลายน่าสนใจ และที่สำคัญคือมีหงส์ขาวว่ายวนเวียนอยู่ในบ่อน้ำกลางลาน คอยเป็นเพื่อนไม่ให้น้องเหงาด้วย

ที่อยู่: ระหว่างซอยสุขุมวิท 59 และ 61 (ตรงกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยกับทองหล่อ) กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ:  08.00 – 23.00 น.
ติดต่อ: 02-714-2112 หรือที่ thegardenspalace.com (ถ้าจะให้ดี เราแนะนำให้จองก่อน)

 

เติมเต็มความฝันที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

หากพูดถึงกิจกรรมวันเด็ก คงพลาดที่แห่งนี้ไปไม่ได้ ไม่ว่าจะโตขึ้นมากแค่ไหน เมื่อมาเดินดูเครื่องบินลำใหญ่น้อยที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ความฝันในวัยเด็กที่อยากเหาะเหินในน่านฟ้าก็ย้อนกลับมาเสมอ ทั้งเครื่องบินยุคแรกที่ปีกเป็น 2 ชั้น เครื่องบินรบในช่วงสงครามโลกที่มีจุดสีแดง-ขาว-น้ำเงินตรงปีกและลำตัว รวมถึงชุดเครื่องแบบนักบิน ที่เวลาไปยืนดูหน้าตู้ก็จะรู้สึกหัวใจเต้นแรงทุกครั้ง

แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อกลับมาอีกครั้งตอนโต ก็อาจพบว่าเบื้องหลังของเครื่องบินลำโก้กับเครื่องแบบเก๋ไก๋ มีอะไรมากกว่าที่เคยวาดฝันถึง โดยเฉพาะที่มาที่ไปของเครื่องบินแต่ละลำ เป็นสถานที่ที่ทำให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจ ส่วนผู้ใหญ่ได้ความรู้ไปพร้อมกัน

ที่อยู่: 171 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 07.00 – 16.00 น. *เปิดเช้าเป็นพิเศษสำหรับวันเด็ก*
ติดต่อ: 0 2534 1854, 0 2534 1764

 

สัมผัสความเย็นของต้นไม้ที่ Little Tree Garden

ครอบครัวที่ชอบปลูกต้นไม้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รับรองว่าจะต้องรักที่แห่งนี้ เพราะ Little Tree เป็นร้านกาแฟที่สร้างโดยนักจัดสวน ภายในจึงไม่ได้มีแค่บริการของกิน แต่ยังมีโรงเรียนสอนศิลปะ และร้านขายอุปกรณ์จัดสวนอีกด้วย พ่อแม่สามารถพาลูกๆ เดินเลือกมุมที่อยากนั่งเล่น เลือกขนมหวานที่อยากกิน หรือจะเลือกของกระจุกกระจิกกลับไปตกแต่งบ้านและสวนก็ได้ แถมในวันที่ 21 มกราคมนี้ยังมีตลาด Little Tree Market ที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศเขียวชอุ่มด้วยอีกต่างหาก

ที่อยู่: ซอยเทศบาล 13 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 081-824-4119 และที่ littletreegarden.com และ Facebook | Littletreegarden

 

ปลดปล่อยจินตนาการที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

หากครอบครัวไหนชอบเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เราขอแนะนำสถานที่เงียบๆ เย็นสบายด้วยสายน้ำและสายลม แต่อบอุ่นด้วยความเป็นกันเองของผู้คน นั่นคือที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง หากจอดรถที่วัดคูหาสวรรค์แล้วเดินไปริมน้ำ จะมีทางสั้นๆ ด้านซ้ายเป็นคลองบางหลวง ด้านขวามีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และแม้แต่ที่อยู่อาศัย เมื่อเดินไปสุดทางจะพบบ้านไม้ขนาดสองชั้น แขวนป้าย ‘บ้านศิลปิน’ อยู่ด้านหน้า มีชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะ และชั้นล่างประกอบไปด้วยหลายส่วน ทั้งลานสำหรับแสดงหุ่นละครเล็ก มุมเพนต์สีหน้ากาก ร้านกาแฟ รวมถึงมีชานริมน้ำไว้ให้นั่งเล่น

กิจกรรมที่หลากหลายในพื้นที่ขนาดเล็กช่วยให้ลูกๆ หลานๆ สนุกได้อย่างไม่ต้องกลัวเบื่อ ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองจะร่วมสนุกกับลูก หรือจะเอนหลังคอยดูอยู่ห่างๆ หรือจะผลัดกันไปเดินดูสินค้าน่ารักกุ๊กกิ๊กที่วางขายก็ได้เช่นกัน

ที่อยู่: 315 วัดทองศาลางาม ซอยเพชรเกษม 28 ถนนเพชรเกษม แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น. (มีแสดงหุ่นละครเล็กตอน 14.00 น.)
ติดต่อ: 02-868-5279

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load