The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แม้สถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็นใจให้เราออกเดินทาง แต่ The Cloud Craft Box กล่องนี้จะพาประสบการณ์ดื่มชาอุ่นๆ จากยอดดอยเชียงรายส่งตรงถึงบ้านคุณ 

The Cloud และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปภัมถ์ จัดทำกล่องชารุ่นพิเศษที่บรรจุความพิถีพิถันและความห่วงใยจากภูเขา โดยคัดสรรชาและผลิตภัณฑ์ทำมือจากชุมชนต่างๆ ในพื้นที่เหนือสุดแดนสยาม มาบรรจุใน Chiang Rai Tea Box ให้คนรักชาและงานคราฟต์ละเมียดละไมได้อุดหนุนของดีท้องถิ่น เสมือนได้เดินทางไปซื้อจากภาคเหนือด้วยตนเอง 

แง้มกล่องชามาดูกันว่าภายในกล่องมีอะไรบ้าง

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา

หนึ่ง

ด้วยภูมิประเทศภูเขาเขียวชอุ่มและภูมิอากาศเย็นบริสุทธิ์ของอำเภอแม่ฟ้าหลวง การปลูกชาที่นี่จึงงอกงามเติบโตดี เราคัดเลือกชาอินทรีย์อู่หลงก้านอ่อนและชาคาโมมายล์หอมกรุ่นจากร้านสวนชาดอยตุง ซึ่งผลิตชาขายทั้งในและต่างประเทศ และส่งชาให้โรงแรมดอยตุง ลอดจ์ โดยเฉพาะ มาบรรจุซอง Sachet ให้ฉีกซองชงดื่มได้อย่างสะดวกสบาย 

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา
Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา

สอง

จะดื่มชาอร่อยทั้งที ภาชนะก็ต้องงามคู่กัน เราขอเสนอถ้วยชาเซรามิกสีขาว เติมความเก๋ด้วยการขูดลายรอบๆ พร้อมหูจับถนัดมือ ออกแบบและสร้างสรรค์โดยช่างฝีมือดอยตุง ซึ่งพัฒนาทักษะด้วยการเรียนรู้จากศิลปินเซรามิกเมืองคาซะมะ ประเทศญี่ปุ่น

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา
Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา

สาม

เพิ่มความสุนทรีย์ไปอีกขั้น ด้วยแผ่นรองแก้วปักมือจากกลุ่มสตรีหมู่บ้านห้วยส้าน จากโครงการร้อยใจรักษ์ ดำเนินการโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งฝึกอาชีพให้สตรีชนเผ่าในหมู่บ้านต่างๆ มีรายได้เสริมนอกเหนือจากการเกษตร ด้วยการผลิตสินค้าผ้าให้ดอยตุงและสร้างพื้นที่ท่องเที่ยวในชุมชน

ปกติผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์จะตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตนเอง เช่น กลุ่มลีซูเชี่ยวชาญการตัดเย็บกระเป๋าผ้าได้เนี้ยบกริบ ส่วนกลุ่มอาข่ามีลายปักกากบาทเฉพาะตัวที่ปักตกแต่งด้านหลังและตามแขนเสื้อ พวกเธอนำลวดลายดั้งเดิมมาประยุกต์ปักมือลงบนแผ่นรองแก้ว ให้ความสดใสนี้เข้าไปอยู่ในของใช้ในชีวิตประจำวัน

ภายในกล่องจะมีแผ่นรองแก้ว 2 แผ่น สีขาวครีม 1 แผ่น และสีดำ 1 แผ่น คละสุ่มลวดลายจากทั้งหมด 6 แบบ รับรองว่าเปิดกล่องมา สวยน่ารักทุกลายจริงๆ 

Chiang Rai Tea Box เสิร์ฟรสชาติและงานคราฟต์จากเชียงราย ในกล่องชาสุดพิเศษจากภูเขา
กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม
กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม

สี่

ปิดท้ายด้วยกล่องกระดาษสาจากดอยตุง ซึ่งเคยได้รับรางวัล Demark Award 2020 ด้าน Packaging Design ด้วยจุดเด่นด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คราวนี้ช่างฝีมือดอยตุงออกแบบกล่องกระดาษสาใหม่ให้โดยเฉพาะ ใช้เทคนิคกระดาษสาไทยและญี่ปุ่นสร้างกล่องกระดาษทำมือที่หนาทนทาน เนื้อฝากล่องตกแต่งด้วยเศษผ้าและเศษด้ายที่เหลือจากการผลิตเสื้อผ้าของดอยตุง ทุกกล่องไม่ซ้ำกันซักลายเดียว 

เพราะกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน จึงผลิตได้วันละราวๆ 20 กล่องเท่านั้น โดยกล่องกระดาษสานี้นำไปใช้ใส่ข้าวของต่อได้ เมื่อทิ้งก็ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติด้วย

กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม
กล่องของขวัญ Limited Edition ที่มีเพียง 150 ชุด บรรจุ ชา ผลิตภัณฑ์จากภูเขา และความตั้งใจของคนเชียงรายไว้เต็มเปี่ยม

หมายเหตุ : Chiang Rai Tea Box ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 กล่องเท่านั้นนะ

รายละเอียดสินค้า

สินค้า : Chiang Rai Tea Box 

ประกอบด้วย ชาอินทรีย์อู่หลงก้านอ่อนและชาคาโมมายล์ แบบ Sachet อย่างละ 5 ซอง รวมทั้งหมด 10 ซอง จากสวนชาดอยตุง ถ้วยเซรามิกสีขาวจากดอยตุง 1 ถ้วย และแผ่นรองแก้วปักลวดลายอาข่าคละลาย 2 แผ่น บรรจุในกล่องกระดาษสาทำมือจากดอยตุง 

ราคา : 1,000 บาท (ยังไม่รวมค่าจัดส่ง 150 บาท)

สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ The Cloud Store

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Made in The Cloud

สินค้าสร้างสรรค์ผลิตโดย The Cloud

เมื่อ 4 เดือนเวียนมาบรรจบ ก็ถึงเวลาที่ The Cloud Coffee Club เล่มใหม่จะได้อวดโฉมต่อสายตาผู้อ่าน

ฉบับแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2564 นิตยสารเรื่องกาแฟของเรานำเสนอเรื่องราวของ ‘Thai Coffee People’ ไปแล้ว เราตั้งใจว่าจะหยิบเอาเรื่องราวในวงการกาแฟมาเล่าให้หลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด ธีมหลักใน The Cloud Coffee Club แต่ละฉบับจึงหมุนเวียนเปลี่ยนไปเสมอ

และในฉบับที่ 2 ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม 2565 นี้ The Cloud Coffee Club กลับมาอีกครั้งภายใต้ธีม ‘Coffee Fermentation’ แปลเป็นไทยได้ว่า ‘การหมักกาแฟ’ อันเป็นขั้นตอนสำคัญในการเนรมิตรสและกลิ่นกาแฟในแก้วของคุณให้หอมอร่อยนั่นเอง

จั่วหัวเรื่องมาอย่างนี้แล้ว ขอเล่าตัวอย่างเนื้อหาแต่ละคอลัมน์ให้ชาวกาแฟลองจิบ ดังนี้

1. Coffee Table

คอลัมน์หลักของ The Cloud Coffee Club ซึ่งให้น้ำหนักไปที่โปรเซสเซอร์กาแฟ ในเล่มนี้เราได้คัดสรรบรรดาผู้ทำกาแฟที่สนใจในศาสตร์และศิลป์ของการหมักเมล็ดกาแฟโดยเฉพาะ เช่น ช่างเปา-ธนกฤต เปลา อดีตช่างผู้ผันตัวมาเป็นนักแปรรูปกาแฟสมัครเล่น ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการหมักกาแฟ ลองผิดลองถูกจนกระทั่งกาแฟสูตรพิเศษของเขาได้รับการยอมรับจากร้านกาแฟชั้นนำหลายแห่ง

2. Coffee People

เชิญชวนคุณมารู้จักกับคนกาแฟรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง นุ่น-ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในสมาคมกาแฟพิเศษไทยมานานปี บวกกับความสามารถและแพสชันมากล้น จะพาวงการกาแฟพิเศษไปในทิศทางใด อ่านได้จากบทสัมภาษณ์เธอคนนี้

3. Coffee World

ตาม ชไมพร เจริญทั้งสมบัติ นักเรียนทุนปริญญาโทไต้หวัน ไปรู้จักกับวงการกาแฟไต้หวันที่กำลังก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างว่องไว บทความนี้จะช่วยสลายความข้องใจว่า เหตุใดเกาะไต้หวันที่ต้องประสบภัยพิบัติร้ายแรงอย่างไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหวแบบผูกปี อีกทั้งผู้คนส่วนมากยังนิยมดื่มชาเป็นหลัก จึงทะยานขึ้นมาเป็นแชมป์โลกกาแฟสาขาต่าง ๆ ได้มากมายในยุคนี้

4. Specialty People

คอลัมน์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในฉบับที่ 2 นี้ขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเรียนรู้ศาสตร์การหมักกาแฟจาก R. Miguel Meza หรือ มิเกล โปรเซสเซอร์ระดับโลกผู้ครองรางวัลรองชนะเลิศ World’s Barista Champion 2011 และผู้ก่อตั้ง Paradise Coffee Roasters ที่มลรัฐมินนิโซตาและฮาวาย เชื่อเหลือเกินว่าบทสัมภาษณ์อันเปี่ยมด้วยมุมมองและข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อกาแฟไทย จะช่วยให้คอกาแฟสัญชาติไทยได้รับความรู้และแรงบันดาลใจเต็มอิ่ม พร้อมจะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ กับกาแฟที่ตนเองหมักอย่างแน่นอน

5. Coffee Bag     

ชวนลุ้นเป็นประจำทุกเล่มกับ ‘Coffee Bag’ ซึ่งเลือกเฟ้นเมล็ดกาแฟจากโปรเซสเซอร์คนเก่งในเล่มมาเล่าเรื่อง พร้อมทั้งสุ่มแจกตัวอย่างเมล็ดกาแฟแก่ผู้ต้องการเป็นเจ้าของ The Cloud Coffee Club ทุกท่าน ในฉบับนี้เราคัดเลือกกาแฟมา 5 ชนิด (แต่มี 6 รูปแบบ) ทั้งหมดผ่านกระบวนการ Fermentation ในรูปแบบที่แตกต่างกันตามความถนัดและวิถีของนักแปรรูปแต่ละท่าน ประกอบไปด้วย

  • Pana Coffee กาแฟสูตรพิเศษของดอยเมฆ จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการหมักด้วยน้ำหมักชีวภาพจาก Microbe หรือจุลินทรีย์จากต้นกาแฟ
  • Coffee Go Green ส่งตรงจากห้องแล็บในจังหวัดลำปาง มี 2 โพรเซส ได้แก่ Yeast Process และ Coffee Vino Process ซึ่งผู้อ่านอาจได้รับการสุ่มแจกกาแฟชนิดใดชนิดหนึ่งจากสองชนิดนี้
  • Indoi Coffee ผลผลิตจากดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องผ่านการหมักด้วย Sparkling Natural ซึ่งมีทั้งสารอาหาร ยีสต์ และน้ำ เป็นเวลารวมกันถึง 10 วัน
  • Le Tor Gold กาแฟที่โพรเซสโดยการปอกเปลือกเมล็ด ขัดเมือกให้แห้ง ก่อนใส่ถุงตาข่ายแขวนในแม่น้ำที่ไหลผ่านบ้านเกิดของผู้แปรรูป ให้น้ำค่อย ๆ ชะเมือกเป็นเวลานานถึง 16 ชั่งโมงจึงนำมาตาก
  • Sirinya Coffee กาแฟสายพันธุ์แม่สรวยที่ได้รับแรงบันดาลใจด้านกรรมวิธีการหมักจากไวน์ ‘Amarone’ ของอิตาลีที่มีรสชาติเข้มข้น ผ่านการหมักแบบไม่โดนอากาศ และตากแบบ Profile Drying

อ้อ! แล้ว The Cloud Coffee Club ฉบับนี้ไม่ได้ออกมาแค่นิตยสารกับเมล็ดกาแฟนะ แต่ยังมีกิจกรรมสุดเจ๋งที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนที่มีการหมักกาแฟอยู่ในหัวใจไปเข้าร่วมกันด้วย นั่นก็คือ The Cloud Coffee Club : Coffee Fermentation 101 เวิร์กชอปที่จะนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านไปเปิดโลกการหมักกาแฟที่ได้รับทั้งความรู้และความสนุกกันอย่างจุใจ

รายละเอียดสินค้า

ชื่อนิตยสาร : The Cloud Coffee Club

ฉบับที่ : 2 Fermentation

วันวางแผง : พฤษภาคม 2565

ขนาด : 17 x 24 เซนติเมตร

จำนวนหน้า : 128 หน้า

เมล็ดกาแฟ : ขนาด 60 กรัม จำนวน 5 ซอง

ราคา : 1,600 บาท

*เริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. 65 เป็นต้นไป

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load