28 พฤษภาคม 2561
12.00 K

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

นี่คือลูกนอต ผลไม้ลูกสีแดงเนื้อคล้ายมะเดื่อ เป็นที่มาของชื่อป่านอต ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มเดินก็เริ่มมีพืชผักชื่อใหม่เข้ามาให้รู้จักแล้ว

การเข้าป่าที่แม่ทาครั้งนี้ เป้าหมายหลักๆ คือการตาม เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ และ เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เข้าป่าไปดูว่า มีวัตถุดิบอะไรที่จะเอามาใช้ทำอาหารในดินเนอร์ ‘walk into the wild’ ที่ร้าน Blackitch ได้บ้าง

การพาเดินป่าคราวนี้มี พ่อพัฒน์ อภัยมูล ปราชญ์ชาวบ้านแม่ทาเป็นผู้เดินนำ พ่อพัฒน์เล่าว่า ป่าตรงนี้เป็นต้นน้ำ ชาวบ้านอยู่กับป่าผืนนี้มานาน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองและใช้เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร มาโดยตลอด จนช่วงหนึ่งภูเขาแถวนี้กลายเป็นเขาหัวโล้น ไม้ถูกตัดไปทำฟืนรถไฟ และตอนหลังนายทุนมาตัดไม้ไปขาย ทำให้ป่าและน้ำหายไปหมด ชาวบ้านจึงร่วมกันคิดที่จะฟื้นป่าต้นน้ำให้กลับมา

ป่าบริเวณนี้มีทั้งป่าที่ชาวบ้านจะไม่เข้าไปบุกรุก หรือเข้าไปเพื่อหาผลประโยชน์ แต่ป่าส่วนหนึ่งเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านเข้าไปหาพืชพรรณต่างๆ มากินได้ แต่ก็มีข้อตกลงกันว่าจะเก็บแบบพอดีๆ เพื่อไม่ให้ธรรมชาติเสียสมดุล ชาวบ้านแม่ทาอยู่กับธรรมชาติจนรู้จักวิธีการกินและเอาพืชพรรณต่างๆ มาใช้ประโยชน์ สั่งสมต่อๆ กันมาจนกลายเป็นภูมิปัญญา

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

พ่อพัฒน์พาเดินลงไปยังอ่างเก็บน้ำ มองไวๆ เห็นพืชสีเขียวปกคลุมดินเหมือนหญ้า แต่พ่อพัฒน์บอกว่านั่นคือผักขี้กบคลุมดินอยู่เต็มทุ่ง ใบอ่อนๆ ชาวบ้านเอาไปแกงกินกันได้

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ผักปลาบ

เดินไปไม่กี่ก้าว พ่อพัฒน์ก็เด็ดใบไม้ขึ้นมาแล้วบอกว่าเป็นต้นผักปลาบ เอาไปแกงแคได้ พ่อพัฒน์เอาใบผักปลาบมาขยี้ๆ บอกว่าถ้าขยี้แบบนี้มันจะเข้าพริกเข้าแกงได้ดี น่าเอาไปแกงส้มปลา หรืออย่างง่ายๆ ก็เอาไปนึ่ง จิ้มน้ำพริกกิน

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ผักกุ่ม

เมื่อถึงหน้าแล้ง ผักกุ่มจะออกก่อนเพื่อน ผักกุ่มเป็นพืชทนแล้ง พอยิ่งแล้งมันจะยิ่งขึ้นไว มีรสขมฝาดและมัน ชาวบ้านจะเอายอดไปตากแดดให้เหี่ยวแล้วดองด้วยน้ำ ดองสักสองสามวัน พอเริ่มเหลืองก็จะเอามายำกับข่า ใส่พริก ใส่หอม หรือถ้าดองต่อก็จะกลายเป็นผักดองเหมือนผักกาด เอาไปต้มแบบต้มผักกาดดองได้ พ่อพัฒน์แอบกระซิบว่าเดี๋ยวเข้าไปทำอาหารกันในป่า จะเอาไปลนไฟลดความขมของมัน เอาไว้จิ้มกับน้ำพริกกิน

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ผักกีมกุ้ง

ผักกีมกุ้งให้รสเปรี้ยว เวลาเข้าป่าก็จับกบ จับเขียดแกง เอาผักกีมกุ้งใส่เพื่อให้ได้รส แล้วใช้เป็นผักหลักในแกงไปด้วย

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

เชฟตามกับผักพ่อค้าตีเมีย

ผักที่เราตื่นเต้นที่เจอคือผักชื่อแปลกอย่าง พ่อค้าตีเมีย เป็นยอดอ่อนคล้ายผักกูด เรื่องเล่าสนุกๆ ที่เล่ากันว่าพ่อค้าไปขายของแล้วให้เมียอยู่บ้านทำแกงให้กิน พอกลับมากินแล้วผักเหมือนไม่สุก เลยโมโหไล่ตีเมีย เพราะเป็นผักแปลกที่ต้มนานแค่ไหนก็ยังกรอบเหมือนผักสด นิยมเอามาทำต้มหรือแกง

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ระหว่างทางยังมีผักอีกหลายอย่างที่ค่อยๆ เผยตัวเองออกมาจากใบไม้เขียวๆ ที่ละลานตาไปหมดในป่า ต้นกลอย ต้นบุก คูน ผักเยี่ยววัว ฯลฯ เรียกว่าจำทั้งสรรพคุณและวิธีกินกันแทบไม่ทัน

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

จุดหมายปลายทางของวันนี้คือ เราจะไปจับปลาเล็กปลาน้อยในลำธารไปทำหลามกับผักที่เก็บมากินกันกลางป่า กลุ่มหนึ่งเริ่มก่อไฟ ในขณะที่กลุ่มจับปลาก็กำลังกั้นกรวดเป็นเขื่อน แล้ววิดน้ำออกให้ตื้นจนเห็นปลา บางส่วนก็ช้อนเอาในแอ่ง ได้ปลาตัวเล็กมาบ้างจำนวนหนึ่ง เมื่อไฟติด ก็ตัดไผ่บ้องใหญ่มาทำเป็นกระบอกเพื่อเป็นภาชนะหลามบนกองไฟ

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ก่อนหน้านี้ทีมพ่อพัฒน์จับปลาดุกมาได้ 2 ตัวเลยเอามาใส่รวมกับผักและปลาตัวอื่นๆ ที่จับมาได้ ด้านหนึ่งก็ปอกหอม กระเทียม พริกที่พกติดมาด้วย ก่อนจะนำทุกอย่างรวมถึงผักที่เก็บมาใส่ลงไปในกระบอกที่ต้มน้ำสะอาดจากลำธารจนเดือดเรียบร้อยแล้ว ใส่ปลาลงไปเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนปรุงด้วยน้ำปลาร้าให้รสกลมกล่อมอีกนิด

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

อีกฝั่งหนึ่งก็กำลังตำพริกด้วยกระบอกไม้ไผ่ ก่อนจะเอาปลาเล็กที่จับได้ไปต้มให้สุกแล้วเอามาปรุงเป็นต้มยำรสนัวได้อีก 1 เมนู

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

พ่อพัฒน์ให้เตรียมเนื้อหมูขึ้นมาด้วย เผื่อว่าเราจะจับปลาอะไรไม่ได้เลยก็ยังมีหมูมาย่างกิน เหลาไม้ไผ่เสียบแล้วนั่งปิ้งกันในกองไฟ กลิ่นหมูย่างคละคลุ้งไปทั่ว

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

เมื่อได้เวลาจัดสำรับ เอาผักที่ได้ส่วนหนึ่งแยกไปลวกกินเป็นผักลวกไว้ด้วย อาหารมื้อนี้มีต้มปลาดุกกับผักพ่อค้าตีเมีย ผักปลาบ ต้มยำปลาเล็กจากลำธาร และหมูย่าง ก่อนแจกข้าวเหนียวคนละห่อ

พ่อพัฒน์จัดอาหารแต่ละอย่างเป็นชุดเล็กๆ แยกออกมาเพื่อให้เจ้าป่าเจ้าเขากินตามความเชื่อของชาวบ้านที่เคารพนับถือธรรมชาติ

ผักสดๆ จากธรรมชาติมันหวานดีจริง อาจเป็นเพราะถูกบรรยากาศการกินกลางป่า และความหิวหลังจากที่เดินเหนื่อยเข้ามา ทำให้อาหารง่ายๆ นั้นรสอร่อยขึ้น

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

พ่อพัฒน์บอกพวกเราก่อนกลับว่า ถ้าลูกหลานไม่รู้จักผักพวกนี้มันก็จะกลายเป็นวัชพืชหมด ใช้สารเคมีกำจัดทิ้ง แล้วในอนาคตอาหารก็จะลดเหลือน้อยลง

กิจกรรมที่เชฟตามและเชฟแบล็กมาเดินป่าก็เพื่อหาผักที่คนไม่รู้จักหรือมองข้ามไป เอากลับมาทำให้คนได้รู้จักและสนใจกว่าเดิม แม้ผักจะถูกเก็บมาในปริมาณที่ไม่มากมาย และเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ในแต่ละจาน แต่การเล่าเรื่องให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพืช ป่า และความมั่นคงทางอาหารให้คนได้รู้ก็เป็นสิ่งที่ดี และหากเป็นไปได้ ในอนาคตก็อยากจะชวนไปเดินป่าให้เห็นของจริงด้วยกันไปเลย

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ภาพจาก @pawjaip

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ภาพจาก @pawjaip

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

9 มิถุนายน 2565
685

The Cloud x British Council

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความหวังที่เป็นดอกผลจากผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป วันนี้เราขอพาทุกคนไปชมเบื้องหลังโปรเจกต์ต้นแบบที่เป็นความหวังในการจัดการขยะพลาสติกในชุมชนทั่วกรุงเทพฯ กันบ้าง

นางเลิ้งพลาสติกแบงค์เกิดจากไอเดียตั้งต้นของ จูเลี่ยน ฮวง กับ นก-สุนัดดา ฮวง 2 นักสร้างสรรค์จากกลุ่ม Weave Artisan Society ซึ่งเป็น Creative Hub ที่ทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ แต่อยากลองท้าทายกับการแก้ปัญหาในพื้นที่อื่นดูบ้าง จึงได้กระโดดเข้าร่วมโครงการ Social Innovation Hackathon 2020 ที่มี British Council (ร่วมกับ Urban Studies Lab และ FREC Bangkok) เป็นแม่งาน โดยมีชุมชนนางเลิ้งเป็นบริบทในการทำงาน จนได้รับเงินรางวัลและถูกผลักดันให้ลงมือทำจริง

Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง
Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง

แก่นของไอเดียนั้นเรียบง่าย และคิดมาจากปัญหาที่ทั้งคู่ได้เห็นจริงตอนลงพื้นที่เก็บข้อมูล กลไกคือการเชิญชวนให้ผู้คนเอาพลาสติกที่ใช้แล้วมาทิ้งรวมกันในสเตชันหรือพื้นที่ที่จัดเอาไว้ให้ และมีระบบสะสมแต้มเหมือนธนาคาร หากนำพลาสติกมาแลกครบจำนวนที่กำหนดไว้ ผู้ฝากจะได้รับน้ำยาล้างจานที่ผลิตโดยคนในพื้นที่เป็นสิ่งตอบแทน

การทำงานขับเคลื่อนชุมชนหรือสร้างนวัตกรรมทางสังคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนดีดนิ้ว โดยเฉพาะกับชุมชนที่มีความหลากหลายและซับซ้อนสูงอย่างชุมชนนางเลิ้ง ไม่ใช่ว่าใครกระโดดเข้ามาในพื้นที่นี้แล้วจะทำอะไรก็ได้ ทีมนักสร้างสรรค์ทีมนี้จะพาไอเดียให้เกิดขึ้นในพื้นที่จริงได้อย่างไร ไปฟังเรื่องเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ (และน้ำตานิด ๆ) ไปพร้อมกัน

ร่วมมือ

ห้องเรียนเล็ก ๆ บนชั้น 2 ของ Ford Resource & Engagement Centre ที่เราใช้เป็นสถานที่นัดสัมภาษณ์ แน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา นอกจากจูเลี่ยนกับนกแล้ว ยังมี แม่แดง-สุวัน แววพลอยงาม, นะโม-กรกมล แววพลอยงาม และ น้ำมนต์-นวรัตน์ แววพลอยงาม ซึ่งเป็นตัวแทนจาก อีเลิ้ง Creative Hub ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่นางเลิ้ง รวมถึงทีมงานจาก British Council อีกหลายท่าน 

Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง

การปรากฏตัวของคนในพื้นที่ให้คำใบ้กับเราว่า โปรเจกต์นางเลิ้งพลาสติกแบงค์นี้ทำงานตามปรัชญาของนวัตกรรมเชิงสังคมจริง ๆ นั่นคือการสร้างความร่วมมือกับคนในพื้นที่ ไม่ใช่แค่มาชี้นิ้วสั่งให้ใครเปลี่ยนแปลง

“นกกับจูเลี่ยน อยากเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการขอบคุณแม่แดง นะโม น้ำมนต์ และ ปาล์ม-ธารินี รัตนเสถียร ถ้าไม่มี 4 คนนี้ งานนี้ก็ทำไม่ได้” จูเลี่ยนเฉลยตั้งแต่ประโยคแรกว่า ตัวละครที่เป็นคนในพื้นที่นั้นมีความสำคัญกับทีมของเขาอย่างไร

“นางเลิ้งเป็นชุมชนที่มีความซับซ้อนหลายชั้น ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าไปรู้จักกับพวกเขาในเชิงลึก แม่แดงกับทีมอีเลิ้งช่วยเปิดประตูให้จูเลี่ยนเข้าไปเชื่อมโยงกับชุมชนได้ และทำให้ชุมชนเข้าใจจนมองเห็นคุณค่าของโปรเจกต์นี้

“เราไม่รู้เลยว่าคนในชุมชนจะใช้งานไอเดียที่เราออกแบบมาได้จริงหรือไม่” นกเล่าเสริมประเด็นความตั้งใจทำงานกับชุมชน “เราไม่ได้อยากให้ผลของระยะเวลา 6 เดือนที่ทำงานมา เป็นแค่ของประดับที่ไม่มีความหมายกับชุมชน อยากให้โปรเจกต์นี้จบไปโดยที่ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ต่อ”

ในทางกลับกัน ทีมอีเลิ้งซึ่งทำงานขับเคลื่อนสังคมในพื้นที่นางเลิ้งมานาน ได้รู้จักกับจูเลี่ยนและนกเป็นครั้งแรกในฐานะคู่แข่งในงาน Hackathon เมื่อจบโครงการแล้วจะแยกย้ายกันไปทำงานเลยก็ได้ แต่ทีมอีเลิ้งกลับยื่นมือเข้ามาประสานงาน หาคนทำงาน หาพื้นที่ทำงาน และเป็นผู้ผลิตน้ำยาล้างจานที่มอบให้ผู้ที่นำขยะพลาสติกมาฝากกับธนาคารขยะแห่งนี้

Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้คนพื้นที่อยากสร้างสะพานให้กับทีม Weave เข้ามาสู่พื้นที่ได้อย่างอุ่นใจ

“คือเขาเป็นคนไม่เยอะ” แม่แดงตอบอย่างเรียบง่าย “เห็นจูเลี่ยนและคุณนกแล้วชอบ เลยอยากช่วยเหลือ แตกต่างกับคนอื่นที่เข้ามาทำงานกับชุมชนแล้วออกคำสั่ง ชอบเอาเบี้ยเลี้ยงมาล่อเพื่อให้ความร่วมมือ แต่นกกับจูเลี่ยนมาแบบอ่อนน้อม”

เนื่องจากจูเลี่ยนและนกทำงานที่เชียงใหม่เป็นหลัก จะมีโอกาสได้เข้ามาที่นางเลิ้งเพียงเดือนละ 1 – 2 ครั้ง ตัวตนของทีมอีเลิ้งจึงช่วยให้โปรเจกต์นี้มีหลักยึด

“การมีพื้นที่ทำงานที่ชัดเจน จับต้องได้ ช่วยให้โปรเจกต์ดำเนินต่อไปได้” นกออกความเห็น “คนในชุมชนบอบช้ำจากโปรเจกต์ลักษณะนี้มาเยอะ มาชวนให้เขารักษาสิ่งแวดล้อมแล้วก็หายไป เหมือนเป็นแค่ Propaganda แต่เพราะมีพื้นที่ทำงานของอีเลิ้งเป็นสเตชันรับถุงพลาสติก ทำให้ชุมชนนึกออกว่าต้องมาที่ไหน หรือปักหมุดที่นี่ได้ถ้าต้องการจะรับความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม”

เรียกว่าการเคลียร์ด่านแรกของทีมคนนอกอย่างนกและจูเลี่ยนผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมีความร่วมมือจากคนพื้นที่นั่นเอง

ลงมือ

ทีมอเวนเจอร์สรวมตัวกันได้แล้ว ก็ได้เวลาลงมือทำงานจริง กับคนจริง และสถานการณ์จริง ปัญหาที่เจอก็จริงไม่แพ้กัน

เมื่อถามถึงความท้าทายที่เจอ จากมุมของคนในพื้นที่อย่างแม่แดงได้แชร์ให้เราฟังว่า ระบบนี่แหละที่ทำงานให้ขับเคลื่อนสังคมยากและท้าทาย

“บางครั้งการทำงานกับระบบแบบ Top-Down ก็ยึดในแบบแผนมากเกินไป จนไม่ได้ฟังเสียงชาวบ้านเลย” แม่แดงว่า “บางอย่างที่เราทำเรื่องขอไปก็ไม่ได้ทำ จนบางครั้งชาวบ้านก็มองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา” 

“ชาวบ้านจะคิดเสมอว่า ทำแล้วได้อะไร เขาไม่ได้คิดว่าทำเพื่อสิ่งแวดล้อมใด ๆ เขายังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมานั่งทำความสะอาดพลาสติกด้วย” แม่แดงเล่าต่อ “เราก็ใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อสื่อสาร ถ้าไปเดินมาชวนทำเวิร์กชอปเฉย ๆ เขาไม่สนใจ เหมือนชวนมานั่งตบมือกันเล่น ๆ แดงเลยชวนชาวบ้านมาทำอาหารกินกันเหมือนมาปาร์ตี้ เพื่อโชว์ผลงานที่ได้มาจากการนำพลาสติกมาแปรรูป เช่น กระเป๋า ให้ชาวบ้านรู้สึกจับต้องได้ ชาวบ้านก็เริ่มให้ความสนใจ และรู้สึกว่า เอ้อ อันนี้ทำได้จริง พลาสติกมันเยอะจริง ๆ ขวดบริจาคได้นะ อันนี้ในอนาคตเปลี่ยนเป็นกระเป๋าได้นะ”

Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง
Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง

“คอนเซ็ปต์การให้น้ำยาล้างจานเป็นรางวัลก็จูงใจได้ครับ” จูเลี่ยนว่า “ทุกคนอยากได้น้ำยาล้างจานจากน้ำหมักของแม่แดง นี่คือกลไกที่เราออกแบบจากการฟังเสียงของผู้ใช้ มันคือสิ่งที่เขาได้ใช้จริง ถ้าเอาถุงมา 1 ใบ ได้น้ำหมัก 1 ปั๊ม เอามา 30 ใบ ได้น้ำหมัก 1 ขวด 50 ถุงได้น้ำหมักแบบพรีเมียม”

แม้ชาวบ้านจะเริ่มให้ความร่วมมือ เอาขยะมาทิ้งในสเตชันของนางเลิ้งพลาสติกแบงค์แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างที่นำมาทิ้งจะนำไปแปรรูปได้ทั้งหมด เป็นอีกโจทย์ที่จูเลี่ยนและนกต้องหาทางจัดการต่อไป

Nang-Loeng Plastic Bank ส่งถุงเก่ามา-เติมน้ำยาใส่ขวดให้ โปรเจกต์ที่สำเร็จได้จากพลังพลเมือง

“ถังนี่เต็มทุกวันนะครับ” จูเลี่ยนเล่าอย่างดีอกดีใจ ที่อย่างน้อยคนในชุมชนเริ่มมองว่านี่คือจุดทิ้งขยะพลาสติกแล้ว “ร้านค้าในตลาดมีความหลากหลาย ของที่เขาเอามาทิ้งก็หลากหลายไปด้วย เราก็ต้องแยกตามสิ่งที่ต้องการจะเก็บ คือ ขวด ถุงพลาสติก ฝาขวดพลาสติก อย่างฝาขวดนี่เราส่งต่อให้ Precious Plastic ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่นางเลิ้งเหมือนกัน เราจัดการเองทั้งหมดไม่ได้เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก”

แถมขยะที่ได้ก็ไม่ใช่ว่าจะผ่านการทำความสะอาดมาแล้วเสมอไป ซึ่งการบอกให้ทุกคนล้างขยะก่อนทิ้งเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ท้าทายมาก แต่ในบริบทของโปรเจกต์นี้ พวกเขากลับเปลี่ยนมันให้กลายเป็นงานที่สร้างคุณค่าในตัวคน

“แดงคิดกับนะโมและน้ำมนต์ว่า จะให้ใครมาช่วยจูเลี่ยนเรื่องทำความสะอาด แยกถุงพลาสติกตามสี เก็บขึ้นชั้นดี” แม่แดงมองหน้ากับลูกสาวทั้งสองเชิงขอความเห็น “สุดท้ายเราก็ลองพาเด็กคนหนึ่งในชุมชนมาฝึกงาน ซึ่งตอนนั้นเขามีปัญหาทั้งเรื่องการเสพยาและกำลังตั้งครรภ์”

“เด็กต้องการรักษาตัวและต้องการมิตรที่ดีด้วย เขาพยายามเลิกยา พยายามตื่นเช้ามาช่วยงาน พอมีงานทำ ก็ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า มีตัวตนขึ้นมา จูเลี่ยนกับคุณนกก็ช่วยคุยกับเขา จนเขาดีขึ้น เด็ก ๆ คนอื่นเห็นก็เลยตามมาช่วยทำด้วย ฉะนั้น จูเลี่ยนเลยได้คนมาช่วยงานเพิ่มขึ้น และทุกวันนี้นะโมก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการดูแลสเตชัน” แม่แดงอธิบายเพิ่มเติม

คนทำงานก็มีแล้ว ขยะก็รวบรวมมาได้ แม้จะไม่สามารถตั้งสเตชันเก็บขยะได้ทั่วตลาดเพราะข้อกำหนดของพื้นที่ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการลงมือทำที่พวกเขาฝ่าฟันร่วมกันมา

เปลี่ยนมือ

จากไอเดีย Hackathon สู่การลงมือเปลี่ยนแปลงปัญหาพลาสติกร่วมกับชาวชุมชนนางเลิ้ง ที่ใช้ได้จริงเพราะพลังของพลเมือง
จากไอเดีย Hackathon สู่การลงมือเปลี่ยนแปลงปัญหาพลาสติกร่วมกับชาวชุมชนนางเลิ้ง ที่ใช้ได้จริงเพราะพลังของพลเมือง
จากไอเดีย Hackathon สู่การลงมือเปลี่ยนแปลงปัญหาพลาสติกร่วมกับชาวชุมชนนางเลิ้ง ที่ใช้ได้จริงเพราะพลังของพลเมือง

ขยะพลาสติกที่รวบรวมมาจากชุมชน ล้างจนสะอาด สุดท้ายก็จะเดินทางเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า (Upcycle) โดยทีมมีไอเดียสร้างสรรค์ตั้งแต่การสร้างผ้าใบกันสาดหลากสี เพื่อเติมชีวิตชีวาให้พื้นที่นางเลิ้ง จนกลายเป็นจุดถ่ายรูปสุดฮอตให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการผลิตเป็นสินค้าอย่างกระเป๋าหรือเครื่องประดับ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่นำไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมต่อไป ไม่ใช่แค่การเก็บขยะไปขายต่อเหมือนกับธนาคารขยะแบบเดิม ๆ

แนวคิดหลักคือกระบวนการแปรรูปต้องง่ายและจับต้องได้ จูเลี่ยนขยายความให้เราฟังว่า “ทุกอย่างที่ทำผ่านกระบวนการคิดมาแล้วว่าต้องทำได้ง่าย เพื่อให้คนอื่น ๆ ทำตามได้ กระทั่งการเชื่อมพลาสติกเข้าด้วยกัน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใหญ่ แค่เตารีดก็ทำได้ ในขณะที่โปรเจกต์อื่น ๆ อาจต้องใช้เครื่องมือหนัก เพื่อแปรรูปขยะเหล่านี้ ซึ่งต้องลงทุนสูง ไม่ได้แปลว่าเขาทำไม่ดี แต่การทำงานกับชุมชนและคนในชุมชน ที่เป็นเจ้าของเครื่องมือเหล่านั้นไม่ได้ เราก็ต้องทำให้มันง่ายที่สุด”

“นักออกแบบออกแบบอะไรก็ได้ แต่ความท้าทายคือจะตอบสนองการใช้งานของชุมชนไหม ชุมชนใช้งานได้ไหม เป็นเรื่องความคาดหวังกับความเป็นจริง” นกแบ่งปันประสบการณ์ “สุดท้ายแล้วผู้ออกแบบไม่ได้เป็นคนใช้ คนที่ใช้งานจริงคือคนในชุมชน เพราะฉะนั้น เราก็ต้องใช้เวลาคุยกันว่าชุมชนต้องการอะไร”

จากไอเดีย Hackathon สู่การลงมือเปลี่ยนแปลงปัญหาพลาสติกร่วมกับชาวชุมชนนางเลิ้ง ที่ใช้ได้จริงเพราะพลังของพลเมือง

ที่น่าสนใจคือ แนวคิดในการทำงานของทั้งทีม Weave และ อีเลิ้ง ที่มาจากต่างบริบทกัน กลับให้ความสำคัญกับสิ่งเดียวกัน คือการส่งต่อคุณค่า ไม่ใช่เพียงมูลค่า

“ถ้าเราย้อนกลับไปมองสิ่งที่ชุมชนต้องการจากโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่สินค้าที่จะขายเพื่อทำเงิน แต่เป็นกลไกจัดการขยะ” จูเลี่ยนกล่าว “ไอเดียมันชัดเจนเลยว่า เราจะทำสเตชันสำหรับรีไซเคิลพลาสติก ไม่ใช่แค่เพื่อทำกันสาดหรือทำผลิตภันฑ์ แต่ทำสิ่งที่ชุมชนต้องการจริง ๆ”

ส่วนทีมอีเลิ้งได้แชร์อีกมุมมองที่น่าสนใจจากฝั่งคนพื้นที่ว่า พวกเขาได้รับอะไรที่มากกว่าไอเดียขายของจากการทำโปรเจกต์นี้

“ตอนแรกที่ทำกันสาดกัน นึกว่าจะง่าย” นะโมเล่าติดตลก “แต่พอเข้าใจถึงวิธีการในการทำกันสาดขนาดใหญ่ ก็รู้สึกสนุกกับการที่ได้นำสิ่งที่เราลงมือทำ อย่างล้างพลาสติกเอง เย็บเอง เป็นผลสำเร็จออกมา เลยทำให้รู้สึกอยากทำโปรเจกต์นี้ต่อ”

“ในอนาคตถ้ามีศูนย์ที่ทำหน้าที่โดยตรง เราก็ทำได้เยอะขึ้น ชาวบ้านเริ่มคิดว่าสเตชันของอีเลิ้งเป็นศูนย์จัดการขยะแล้ว” แม่แดงเสริมต่อไป 

“การทำงานโปรเจกต์นี้ทำให้คนในชุมชนแยกถุงแบบต่าง ๆ ออกจากกันได้ ถุงแบบนี้เขารับบริจาคนะ ถุงแบบนี้ไม่รับนะ แถมต่อยอดไอเดียไปอีก เช่น ถุงมีลวดลายหรือมีตัวการ์ตูนอาจเอาไปทำอย่างอื่นต่อได้ ซึ่งมันคือการสร้างความรู้เรื่องการแยกขยะให้เขา จากสิ่งที่เป็นตัวเขาและเขาเข้าถึงได้จริง”

นอกจากการจัดการขยะพลาสติกแล้ว ฝั่งของอีเลิ้งเองก็มีโปรเจกต์ในแบบของตัวเองเพื่อจัดการกับขยะอินทรีย์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน น้ำมนต์ที่เป็นคนต้นคิดแชร์ให้เราฟังว่า เธอมีความคิดจะรับเอาขยะเศษอาหารมาหมักเป็นปุ๋ย และนำไปใช้ในสวน Urban Farming ของชุมชนที่กำลังอยู่ระหว่างทดลอง และได้รับการสนับสนุนจาก British Council เช่นกัน ซึ่งเท่ากับว่าจะเกิดกระบวนการจัดการขยะอย่างครบวงจร และนำไปสู่กระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน

เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่รวมพลเมืองที่ทรงพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ฟังแล้วมีความหวังขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม

“เราอยากมอบแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อนำไปต่อยอด โดยใช้โปรเจกต์เล็ก ๆ อย่างกันสาดริมทางเดิน หรือผลิตภัณฑ์ที่เราสอนเขาทำเป็นต้นแบบ เราอยากให้เขาคิดว่าฉันก็ทำแบบนี้ได้นะ ฉันก็อยากขายออนไลน์บ้าง หรือขยะไม่ใช่ขยะ แต่เป็นทรัพยากร”

“ท้ายที่สุดแล้วบทเรียนที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผมคือ การสร้างงานออกแบบเพื่อสังคมและการสร้างมิตรภาพชั่วชีวิต อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า เราทำอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีพันธมิตรในพื้นที่ และนางเลิ้งพลาสติกแบงค์นี้เป็นเพียงก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเองครับ” จูเลี่ยนสรุปส่งท้าย

จากไอเดีย Hackathon สู่การลงมือเปลี่ยนแปลงปัญหาพลาสติกร่วมกับชาวชุมชนนางเลิ้ง ที่ใช้ได้จริงเพราะพลังของพลเมือง

Writer

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load