21 กุมภาพันธ์ 2563
31 K

หากนึกถึงย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย เป็นศูนย์รวมของคนต่างเชื้อชาติ ทั้ง ไทย จีน และชาวมุสลิม ‘ถนนเจริญกรุง’ หรือ ‘นิวโร้ด’ ที่สร้างขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 4 คงปรากฏขึ้นบนความคิดของใครหลายคน ถนนสายแรกที่ตัดแบบตะวันตกของเมืองไทย อุดมไปด้วยความเรื่องราวและพหุวัฒธรรม เห็นได้จากการมีอยู่ของทั้งศาสนสถาน สถานทูต และร้านค้าต่างๆ จนพูดได้ว่าเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองไทยในอดีต

ปัจจุบันความคึกคักกลับฟื้นคืนเจริญกรุงอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ย่านเก่ากลายเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะอย่าง Bangkok Design Week แต่เสน่ห์ของเจริญกรุงไม่ใช่แค่แหล่งรวมผลงานของนักออกแบบ ความสร้างสรรค์และชีวิตชีวาเรียงรายอยู่ในร้านค้าเก่าแก่ รอให้เราเข้าไปสัมผัสตลอดทั้งปี 

The Cloud จึงรวบรวม 12 ร้านค้าบนถนนแห่งความทรงจำนี้มานำเสนอ เพื่อชวนให้ผู้อ่านได้ไปแวะเวียนอุดหนุน พร้อมเสพกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความสนุกของเจริญกรุง 

Eastern Antiques

เครื่องประดับลิมิเต็ดจากเศษกระเบื้องที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Eastern Antiques

จากร้านขายของเก่า สู่ร้านขายเครื่องประดับที่ทำจากเศษกระเบื้องและเศษถ้วยชามราคาเป็นมิตร ที่หน้าร้านดูหรูหราและมักปิดประตูอยู่เสมอ แต่แค่มายืนโบกมือที่ประตูสักนิด คุณจะได้รับการต้อนรับเปี่ยมมิตรภาพพร้อมความเพลิดเพลินแน่นอน ภายในร้านขายเครื่องประดับต่างๆ ตั้งแต่ไซส์ขนาดจิ๋ว ถึงขนาดใหญ่ เช่น ต่างหู จี้สร้อยคอขนาดเล็ก-ใหญ่ กำไล แหวน และคลิปหนีบไท ที่ทำมาจากเศษกระเบื้อง ทั้งกระเบื้องลายครามเก่าจากสมัยราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ชิง หากใครที่ชื่นชอบความร่วมสมัยพร้อมสีสันสดใส ทางร้านก็ยังมีเครื่องประดับที่ทำมาจากกระเบื้องยุคใหม่ให้เลือกเช่นกัน 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Eastern Antiques
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Eastern Antiques

เครื่องประดับแต่ละชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก เพราะที่ร้านนำเศษกระเบื้อง เศษถ้วยชามที่แตก เป็นรูปทรงแบบไหนก็คงรูปทรงเหล่านั้นไว้ หรือจะเป็นการที่ทางร้านหาช่างฝีมือดีถูกใจไม่ได้ จึงตัดสินใจยุติการผลิต และขายสินค้าเท่าที่มีตอนนี้เท่านั้น ในอดีตลูกค้าประจำของทางร้านเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันเป็นที่ชื่นชอบของทั้งนักท่องเที่ยวจีนและคนไทย นอกจากเครื่องประดับแล้ว ภายในร้านยังขายเครื่องไม้น่ารักๆ เช่น กบไม้ แมวไม้แกะสลัก ที่เลือกซื้อไปเป็นของตกแต่ง ของฝากได้อีกด้วย

1188 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เล้งแสตมป์ (2512)

ร้านขายแสตมป์และของสะสมคู่ไปรษณีย์กลางบางรัก

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, เล้งแสตมป์

‘ที่นี่จำหน่ายแสตมป์ทั่วโลก ที่นี่จำหน่ายอากรณ์แสตมป์’ คือแผ่นป้ายที่ติดอยู่ประตูหน้าร้าน ภายในร้านเต็มไปด้วยของเก่าแก่หนาตา เมื่อรวมกับป้ายแขวนแนะนำเจ้าของร้าน ‘นายโชติช่วง สัจจแพรวพันธ์ ขายของเก่า’ ก็อธิบายได้ดีว่าร้านนี้ทำกิจการเกี่ยวกับอะไร จากความรักในการสะสมแสตมป์ของคุณโชติช่วงหรือคุณเล้ง นำไปสู่การขายแสตมป์เป็นอาชีพเสริมยามค่ำคืน และกลายเป็นร้านขายแสตมป์แสนสวยที่เคียงคู่ไปรษณีย์กลางบางรักมานานกว่า 30 ปี 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, เล้งแสตมป์
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, เล้งแสตมป์

เล้งแสตมป์เป็นร้านขายของสะสมเก่าที่คนรุ่นเยาว์ยันคนรุ่นเก๋าต่างมาตามล่าสมบัติเก่าแก่ไว้สะสม มีทั้งเหรียญ ธนบัตร และแสตมป์ที่มีให้เลือกสะสมได้ทั่วโลก มีบริการธนาคารเงินฝากแสตมป์ พร้อมคำอธิบายแนะนำผ่านคนที่มีใจหลงรักในแสตมป์และของเก่า ซึ่งแตกต่างจากการซื้อผ่านโลกออนไลน์ ใครกำลังมองหาโปสต์การ์ดใบเก๋หรือซองจดหมายเก่าไว้เขียนส่งให้คนที่คุณรัก รับรองว่ามาที่นี่ จะได้สมบัติที่ตามหาแน่นอน

1152 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น.

ร้านอาหารมุสลิม

นานาอาหารมุสลิมคู่แยกบางรัก

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ร้านอาหารมุสลิม
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ร้านอาหารมุสลิม

ร้านอาหารมุสลิมอินเดียเก่าแก่ สีฟ้าเข้มสะดุดตาแห่งย่านเจริญกรุง ถึงร้านจะเปิดโล่งไม่มีแอร์ แต่ก็มีลมพัดเย็นสบายตลอด ปัจจุบันดำเนินกิจการโดย ป้าหนา-มาณี ภาคยวงค์ ที่มักจะนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้านคอยเก็บเงินลูกค้า ป้าหนาเป็นบุตรสาวของ ‘ฮัจยีดิน’ หรือ ฮัจยีไมดิน ภาคยวงศ์ ผู้บุกเบิกร้านอาหารมุสลิมนี้จนยืนยงคู่แยกบางรักมากว่า 70 ปี 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ร้านอาหารมุสลิม
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ร้านอาหารมุสลิม

ถึงจะเป็นร้านอาหารมุสลิมแต่กลุ่มลูกค้าไม่ได้มีแค่เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ลูกค้าไทย จีน ฝรั่ง นักท่องเที่ยว รวมถึงนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก ก็แวะกันมาทานอยู่เสมอ อาหารของทางร้านมีรสของเครื่องเทศที่ไม่เข้มข้นจนเกินไป โดยมีเมนูยอดนิยม เช่น ข้าวหมกแพะ แกงแพะ แพะทอด ซุปหางวัว แกงมัสมั่น โรตี มะตะบะ รวมถึงผัดสมองวัว ซึ่งเป็นของหาทานยากอีกด้วย 

1354 – 1356 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.30 น. หยุดวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน

แต้เล่าจิ้นเส็ง

โรงงานทำขนมมงคลสูตรดั้งเดิมแห่งตลาดน้อย

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, แต้เล่าจิ้นเส็ง
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, แต้เล่าจิ้นเส็ง

ความอร่อยดั้งเดิมของเบเกอรี่แบบจีนจากซัวเถาสู่บางกอก ‘แต้เล่าจิ้นเส็ง’ คือร้านในตำนานอายุกว่า 100 ปีที่ขึ้นชื่อในเรื่องขนมเปี๊ยะหลากหลายรสชาติรวมถึงขนมมงคลอื่นๆ ส่วนเมนูเด็ดที่ห้ามพลาด คือขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนไข่และไส้เค็มเห็ดหอม จากสาขาแรกที่ถนนเยาวราช เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว แต้เล่าจิ้นเส็งได้ขยับขยายสาขาและมาเปิดโรงงานริมถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อยแห่งนี้

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, แต้เล่าจิ้นเส็ง
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, แต้เล่าจิ้นเส็ง

เมื่อมีโอกาสมาเยือนสาขานี้ทั้งที เฮียเสริม ทายาทรุ่นปัจจุบันของร้านได้พาพวกเราเยี่ยมชมภายในโรงงาน ด้านหลังของร้านยังคงบรรยากาศเก่าแก่ มีเตาอบที่นำเข้าจากประเทศเยอรมนี เตาคั่ว เครื่องมือเก่าแก่แต่ก็ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตขนมออกมาได้เป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างไหว้พระจันทร์หรือเชงเม้ง คนงานที่นี่อยู่ทำขนมกันจนถึงตี 3 เลยทีเดียว โดยขนมจากที่นี่จะถูกส่งต่อไปยังสาขาหลักที่เยาวราช ร้านค้าตามต่างจังหวัด รวมไปถึงโรงแรมในกรุงเทพฯ แต่ถ้าอยากจะลิ้มลองแบบเพิ่งเสร็จจากเตาในโรงงานสดๆ ร้อนๆ แถมราคาย่อมเยา ต้องมาที่สาขาเจริญกรุง ตลาดน้อยแห่งนี้เลย

Siam Bronze Factory

สารพัดผลิตภัณฑ์จากบรอนซ์

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Siam Bronze Factory

จากร้านแลกเปลี่ยนเงินตราย่านเจริญกรุง สู่ร้านขายบรอนซ์ของครอบครัวสมุทรโคจร ตระกูลมุสลิมเก่าแก่ที่ต้องการหาลู่ทางใหม่ในการทำธุรกิจ จากคำแนะนำของลูกค้าชาวอเมริกันที่ต้องการซื้อของที่ระลึกและใช้งานได้ สยามบรอนซ์แฟกตอรี่ จึงถือกำเนิดขึ้นและเปิดกิจการมาร่วม 60 ปี โดยไม่เคยผ่านการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ร้านแม้แต่ครั้งเดียว

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Siam Bronze Factory
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Siam Bronze Factory
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, Siam Bronze Factory

บรอนซ์คือการผสมผสานกันระหว่าง ดีบุก ทองแดง และตะกั่ว ที่ทางร้านนำมาผลิตและออกแบบเป็นของใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องครัว เชิงเทียน หรือตะกร้าที่สานจากบรอนซ์ หากใครที่กำลังมองหาเครื่องครัว หรูหราน่าใช้ จะซื้อปริมาณมากน้อย ทางร้านก็มีสินค้าพร้อมขายอยู่เสมอ แต่หากใครต้องการลวดลายพิเศษก็ให้ทางร้านจัดทำใหม่ได้ แม้แต่โรงแรมโอเรียนเต็ลก็เคยมาสั่งเครื่องครัวเครื่องใช้จากที่นี่ เครื่องบรอนซ์เหล่านี้ผลิตด้วยกรรมวิธีโบราณ ปริมาณไม่มาก ซึ่งผลิตในบ้านของช่างฝีมือแต่ละหลัง ถือเป็นการสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่น ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

1250 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น.

ฮงฮวด ไอศครีมกะทิ

ไอศครีมกะทิแบบโบราณ ร้ายขายของหวานยอดฮิตอายุ 70 ปี

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ฮงฮวด ไอศครีมกะทิ

ตั้งแต่ประเทศไทยได้รู้จักน้ำแข็งและก่อตั้งโรงงานน้ำแข็งขึ้น ของหวานจากน้ำแข็งก็ได้รับความนิยมแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในเมนูของหวานยอดฮิตสมัยโบราณคือไอศครีมกะทิใส่เยลลี่ ร้านไอศครีมที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตส่งต่อมาถึงปัจจุบัน คือร้านฮงฮวด ไอศครีมกะทิ แห่งซอยเจริญกรุง 43 ที่มีอายุกว่า 70 ปี สืบทอดกิจการต่อมาถึงคุณประวิทย์ จันทร์ทร ทายาทรุ่นที่ 4 ของร้าน 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ฮงฮวด ไอศครีมกะทิ
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ฮงฮวด ไอศครีมกะทิ

ร้านฮงฮวดรุ่นแรกเริ่มต้นจากรถเข็นสามล้อเล็กๆ และขายไอศครีมเพียง 2 รส มีกะทิเป็นรสหลัก และอีกรสที่จะสลับเปลี่ยนไปมาระหว่าง กาแฟ วานิลลา และช็อกโกแลต ต่อมาได้ขยับเข้ามาในตึกแถว ตอนนี้ทางร้านมีรสไอศครีมให้ลิ้มลองกันถึง 4 รส เอกลักษณ์พิเศษของที่นี่คือทำไอศครีมเองทุกรส และไม่ใส่สารเคมีให้ไอศครีมแข็งตัว อย่างรสกะทิก็เป็นกะทิอย่างดี รับมะพร้าวมาใส่เครื่องคั้น คั้นกันเองสดๆ ไม่มีอะไรผสม แม้ในปัจจุบันกระบวนการผลิตจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย แต่ความเข้มข้นของรสชาติกะทิยังเหมือนเดิม เมื่อทานคู่กับเครื่องเคียงอย่างเยลลี่ ข้าวโพด และถั่ว เข้ากันได้ดีทีเดียว

1105 เจริญกรุง 43 เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์

House of Gems

ศูนย์รวมหินโบราณในบรรยากาศพิพิธภัณฑ์

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, House of Gems

ร้านขายหินอายุ 50 กว่าปีที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ภายในร้านรายล้อมไปด้วยฟอสซิล ซากดึกดำบรรพ์ ทั้งอึโคศุภราช อึไดโนเสาร์ และสะเก็ดดาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาด NASA ต้องบินมาดูงานถึงที่ House of Gems จากกิจการครอบครัวเจียระไนพลอยขายสู่ความชอบสะสมหินของ คุณบุญมั่น ปุญญถิโร ผู้สืบทอดกิจการที่เปลี่ยนจากร้านขายพลอยเป็นร้านค้าหิน 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, House of Gems
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, House of Gems

“ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรารักของเราก็เหมือนเราสะสมไปในตัว” คุณอร่ามศรี ปุญญถิโร คู่ชีวิตของคุณบุญมั่นกล่าวถึงที่มาของร้านเล็กๆ ที่มีหินแทบทุกชนิดจากหลายทวีป เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าผู้สนใจในเรื่องธรณีวิทยา นอกจากนี้คุณอร่ามศรียังทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ประจำร้านคอยมอบความรู้ด้านวิชาการเรื่องหิน ที่นำไปทำเป็นเครื่องประดับได้ ให้ความรู้เกี่ยวกับแร่ธาตุพิษ หรือแม้แต่ผู้ที่มีความสนใจในพลังหินก็มาเลือกซื้อและรับคำแนะนำได้ รับรองว่านอกจากหินสวยงามแล้วคุณจะได้ความรู้กลับไปอย่างแน่นอน

1218 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : เปิดวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 10:00 – 17:30 น. ปิดวันอาทิตย์

นิวเฮงกี่

ร้านอาหารจีนสูตรกวางตุ้งที่ปรับตัวให้ทันสมัยอยู่เสมอ

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, นิวเฮงกี่

‘เฮงกี่’ แปลว่ากิจการที่เจริญรุ่งเรือง เป็นชื่อของร้านอาหารจีนกวางตุ้งคู่ย่านเจริญกรุงเมื่อ 60 กว่าปีก่อนมีจุดเริ่มต้นมาจากตึกแถวเล็กๆ ริเริ่มกิจการโดยอากงของ เฮียเอก-วีรเอก ฤชุตระกูล เมื่อก่อนถ้าพูดถึงร้านนี้ คนส่วนใหญ่ก็คงจะนึกถึงเมนูขึ้นชื่ออย่างขนมจีบและบะหมี่ แต่ในปัจจุบัน ทางร้านปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายตามยุคสมัยมากขึ้น เช่น บะหมี่เนื้อเต้าซี่ไข่ดาว เมนูเด็ดจากอาซ้อแห่งนิวเฮงกี่ ที่เห็นว่าคนเบื่อบะหมี่หมูแดงทั่วไปแล้ว จึงนำเนื้อสันนอกมาหมักกับเครื่องเทศ ควบคู่ไปกับบะหมี่สูตรดั้งเดิมของร้าน รวมถึงเมนูรวมมิตรจานร้อน ที่มีการเปลี่ยนจากซอสเต้าเจี้ยวเป็นซอสบาร์บีคิวเพื่อความร่วมสมัย

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, นิวเฮงกี่

แอบกระซิบความลับจากทางร้านที่ปกติจะรู้กันแค่ลูกค้าประจำเท่านั้น หากใครกำลังหาโอกาสพิเศษ พาครอบครัวมาทานอาหาร ขอแนะนำอาหารจีนแบบเหลาจากร้านเฮงกี่ ทำโดยฝีมือป๊าของเฮียเอก โดยป๊าจะไปตลาดเพื่อเลือกวัตถุดิบชั้นดีที่สุดมาปรุงเป็นอาหาร 8 เมนู หากใครสนใจก็จองโต๊ะได้ในราคา 12,000 บาทต่อโต๊ะ ชุดนี้ทานได้ประมาณ 8 – 10 คน

29 เจริญกรุง 39 เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

สรรพกีฬาบริการ

ร้านขายอุปกรณ์กีฬาเก่าแก่ของชาวเจริญกรุง

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ

ร้านขายอุปกรณ์กีฬาร้านเดียวในย่านเจริญกรุงอายุกว่า 50 ปีที่ตกทอดมาสู่คุณธงชัย เหงี่ยมสุวรรณ ทายาทรุ่น 2 ภายในร้านขายอุปกรณ์กีฬาทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตะกร้อ มวย ฟุตบอล ปิงปอง ทั้งบรรดาเกมกระดานสุดคลาสสิกอย่าง หมากรุก บิงโก และหมากฮอส โดยมีลูกค้าประจำเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ใหญ่ รวมถึงบุคคลทั่วไป  

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ

นอกจากนี้ยังเป็นร้านขายอุปกรณ์กีฬาที่สาวกแบดมินตันห้ามพลาดและบอกต่อกันอยู่เสมอ เพราะที่ร้านใช้เครื่องมือขึ้นสายระบบไฮดรอริก ต้องใช้คนบรรจงขึ้นเอ็นแต่ละเส้นอย่างตั้งใจ ส่วนลูกค้าก็เลือกไม้ได้ตามความถนัด ตามความชอบ และตามความต้องการได้เลย

1054 เจริญกรุง 28 เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

 เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน หยุดทุกวันอาทิตย์ที่ 2 และ 3 ของเดือน

ห้างขายยาโอเรียลแตล

ร้านขายยาเก่าแก่อยู่คู่ถนนสายแรก

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ

บรรยากาศและป้ายร้านยาดูเหมือนไม่ได้เดินไปตามกาลเวลา ประหนึ่งหยุดทุกอย่างไว้ที่ยุค 50 ห้างขายยาโอเรียลแตลเป็นร้านขายยาที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งในย่านนี้ เปิดบริการมากว่า 65 ปี ซึ่งในตอนนี้ตกทอดมาถึงหลานชายรุ่นที่ 2 ซึ่งก็คือ นพดล ฟองประเสริฐ โดยในรุ่นแรกคุณลุงกับคุณป้าเป็นเภสัชกรเปิดกิจการในรูปแบบแพทย์แผนไทยและแผนตะวันตก ซึ่งต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน จำหน่ายยาและวัสดุการแพทย์มาจนถึงปัจจุบัน

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ

ที่มาของชื่อโอเรียลแตลนี้ ทางร้านไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโรงแรมหรู แต่มาจากที่ตั้งของร้านที่อยู่ข้างตรอกโอเรียลเต็ล จึงเป็นที่มาของชื่อนี้ และด้วยความที่เป็นร้านขายยาที่อยู่รายล้อมไปด้วยโรงแรมชั้นนำมากมาย ทำให้มีทั้งลูกค้าชาวต่างชาติและชาวไทยเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

1286 เจริญกรุง 40 เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.00 – 21.00 น.

ซินตูอาภรณ์

ร้านตัดสูทแห่งแรกในย่านเจริญกรุง

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ

ร้านสูทสำหรับผู้ชายร้านแรกในย่านเจริญกรุง ตั้งอยู่คู่ถนนสายแรกของเมืองไทยและยืนหยัดไม่ย้ายไปไหนกว่า 80 ปี จากการเริ่มต้นตัดสูทให้กับทหารอเมริกันสู่ร้านสูทขวัญใจชาวไทยและชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวจากโรงแรมโอเรียนเต็ลจะต้องแวะเวียนมาใช้บริการที่นี่เสมอ ราคาตัดสูทเริ่มต้นที่ 10,000 บาท ด้วยการบริการที่เอาใจใส่ลูกค้าทุกกระเบียดนิ้ว 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, สรรพกีฬาบริการ

กิตติ สินพัฒนานนท์ ทายาทรุ่นที่ 2 และบรรดาช่างเก่าแก่ประจำร้านจะออกแบบ วัดตัวให้สูทเหมาะสมกับบุคลิกรูปร่างของผู้สวมใส่มากที่สุด ทางร้านจึงไม่มีสูทสำเร็จรูปวางขาย แต่มีบริการรับแก้สูท ทั้งสูทจากทางร้าน สูทราคาแพงที่ลูกค้าซื้อมาจากที่อื่น หรือสูทจากรุ่นพ่อสู่สูทของลูก ซินตูอาภรณ์ล้วนได้รับความไว้วางใจให้ดูแลชุดสำคัญของครอบครัวมายาวนาน 

นอกจากนี้ภายในร้านยังมีผ้าตัดสูทให้เลือกแบบละลานตา หากผ้าตัดสูทในร้านยังไม่ถูกใจ ทางร้านก็ยังมีแคตตาล็อกผ้าจากฮ่องกงไว้ให้เลือกเพิ่มเติม พร้อมบริการสั่งผ้าจากต่างประเทศให้อีกด้วย เรียกได้ว่าลูกค้าเก่าไม่เคยหาย ลูกค้าใหม่ไม่เคยขาด 

1296 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 07:00 – 20:00

ไทยชูว์

ร้านรองเท้าหนังยอดนิยมของนักเรียนกางเกงน้ำเงินย่านบางรัก

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ไทยชูว์

ร้านรองเท้าหนังคู่เด็กอัสสัมชัญ บางรัก กว่า 70 ปี และเป็นที่นิยมของผู้ชายวัยทำงานที่กำลังหารองเท้าหนังดีๆ ราคาย่อมเยาสักคู่ ผ่านประสบการณ์ทำเครื่องหนังมายาวนานกับ วิโรจน์ รังสรรค์ เจ้าของกิจการไทยชูว์รุ่นสุดท้ายที่ดูแลกิจการมาด้วยความรักและมากประสบการณ์ รองเท้าหนังทุกคู่ที่ทำมานั้น ทำด้วยแรงกายที่มีและแรงใจที่เต็มเปี่ยม พร้อมช่างฝีมือมากประสบการณ์ที่ยืนหยัดเป็นเพื่อนแท้กับรองเท้าหนังไทยชูว์มาเนิ่นนาน 

12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ไทยชูว์
12 ร้านเก่าแก่น่าช้อปปิ้งบนถนนเจริญกรุง ถนนแบบตะวันตกเส้นแรกของบางกอก, ไทยชูว์

คุณวิโรจน์เล่าให้ฟังว่า จุดเด่นของรองเท้าหนังไทยชูว์ คือเป็นต้นกำเนิดรองเท้าหนังแบบหัวคว้าน ที่เกิดจากช่างตัดหนังที่เมาระหว่างทำงานจนตัดหนังพลาด ด้วยความเสียดายคุณวิโรจน์จึงนำหนังส่วนที่ตัดพลาดมาเย็บเป็นรองเท้า พอวางขายกลับเป็นที่ถูกใจของวัยรุ่นและคนทั่วไป จนต้องพัฒนารองเท้าหัวคว้านออกมาอีกหลายรุ่น นอกจากขายรองเท้าหนังแล้ว ทางร้านยังรับซ่อมรองเท้าหนังอีกด้วย 

1360 เจริญกรุง 42 เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์ ช่วงเปิดเทอม เวลา 07.00 – 18.00 น.

: วันจันทร์-ศุกร์ ช่วงปิดเทอม เวลา 12.00 – 18.00 น.

: วันเสาร์ และวันหยุดชดเชย วันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงปิดเทอม เวลา 07.00 – 18.00 น.

: ปิดทุกวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

รัชชานนท์ วงศ์อภิชาติ

ชอบถ่ายรูปและสเก็ตช์ตึก ชีวิตวนเวียนอยู่ในเอเชียตะวันออก ไปคาเฟ่ทุกสุดสัปดาห์ รักน้องหมา มีเพจท่องเที่ยวที่นานๆ จะอัปเดตชื่อ Nonfinite_

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load