ในวันอากาศดี อุณหภูมิหลักเลขสอง ลมพัดเอื่อยๆ พอให้เย็นสดชื่น เรามีนัดเยี่ยมบ้าน แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์ เจ้าของ Nakornsang studio ช่างไม้ผู้เปลี่ยนความหลงใหลเป็นงานอดิเรก และจริงจังขึ้นขนาดที่กล่าวลางานประจำ มาทำบ้านเป็นสตูดิโอทำงานไม้เต็มตัว

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

“กินข้าวมาหรือยังครับ มีกับข้าวนะ หรือถ้าจะเอาจานช้อนก็ได้ เดี๋ยวผมไปหยิบให้”

ชายเจ้าของบ้านเอ่ยทักทายเราด้วย ท่าทีสบายๆ ดวงหน้าแจ่มใส ก่อนรีบไปหยิบน้ำใบเตยมาต้อนรับ

ไม่นาน-เด็กหญิงในชุดลายดอกสีเหลืองสวยตัดเย็บโดยฝีมือแม่ ก็รีบวิ่งตามออกมาชวนเราเข้าบ้านไปดูภาพที่เธอวาดระบายสีไว้ เจ้าบ้านตัวน้อยพาเราเดินดุ่มไปดูมุมโปรดหลังผนังสีขาวเนียน ซึ่งติดม้วนกระดาษให้เธอสนุกกับจินตนาการไร้ขอบเขต (และถ้าจะลามออกนอกแผ่นกระดาษคุณพ่อบอกว่ายินดี)

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

ระหว่างก้าวเท้า เรากวาดสายตาสำรวจรอบๆ ภายในพื้นที่ขนาดอบอุ่นสำหรับ 3 คน จัดวางเครื่องเรือนอย่างเป็นระเบียบ แต่ละชิ้นล้วนเป็นของที่แอ็คทำขึ้น ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ โคมไฟ บันได ฉากกั้น เอาเป็นว่าเห็นไม้ตรงไหน ฝีมือเขาทั้งหมด ส่วนของแต่งบ้านมีเพียงหิน ใบไม้ ต้นไม้ สร้างสรรค์ความงามโดยธรรมชาติและกาลเวลา

ที่น่ารักจนเผลอยิ้มกว้าง คือพวกงานศิลปะที่เห็นเป็นฝีมือน้อง ลินิน นครสังข์ ลูกสาว และ หนึ่ง-ชนานัน กุลจันทร์ ภรรยา ซึ่งเขานำไปออกแบบ ครอปตัด จัดวางใหม่ แล้วนำมาใส่กรอบประดับบ้าน

เมื่อจิตกรน้อยเผลอ เราได้จังหวะแอบย่องมาคุยกับแอ็ค ถึงเรื่องราวธรรมดาเป็นพิเศษที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้

พบว่านี่คือชีวิตและความสุขแสนเรียบง่ายจากมุมที่มองเห็นได้ไม่ไกลตัว

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

ช่างไม้

แอ็คเติบโตในบ้านหลังเดิมของครอบครัว เขาเป็นอดีตกราฟิกดีไซน์เนอร์ ผู้จดจ้องทำงาน Motion Graphic หน้าคอมฯ ทั้งที่ทำงานและบ้านนับ 10 ปี นั่นเป็นเหตุผลมากพอให้นักออกแบบเริ่มคิดถึงเส้นทางอื่นในชีวิต

จากคนที่ไม่เคยจับงานไม้ ไม่เคยคิดถึงภาพที่ตัวเองจะกลายมาเป็นช่างไม้ เมื่อได้เห็นงานของ จอร์จ นากาชิม่า (George Nakashima) และ เจมส์ ครีนอฟ (James Krenov) ก็ตรึงใจจนสลัดไม่ออก

“งานเขาเป็นทั้งของใช้ ทั้งเครื่องเรือน เป็นงานศิลปะด้วย และยังเก็บเซนส์ของธรรมชาติไว้สูงมากซึ่งเชื่อมโยงกับมนุษย์ได้โดยตรง มันกระตุกใจมนุษย์ได้ไว ตอนนั้นแค่เห็นงานภาพแบนๆ ในจอคอมฯ เรารู้สึกว่าอยากอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น แต่พอเข้าไปดูราคาแล้ว เก้าอี้ตัวละสามแสนกว่า เราก็คิด แก่แล้วจะมีปัญญาซื้อไหม รอซื้อตอนนั้นไม่ไหว วัยนี้ก็ซื้อไม่ไหว อาจจะได้เก้าอี้ตัวเดียวไม่ได้บ้าน มีทางเดียวคือสร้างขึ้นมาเอง” เขาเริ่มต้นเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

ประจวบเหมาะกับบ้านรุ่นพี่กำลังรีโนเวตบ้าน เขาได้โอกาสไปพบปะช่างไม้ผู้มาพร้อมเครื่องมือน้อยชิ้น และวิธีการซอยไม้เป็นชิ้นเล็กๆ ประกอบขึ้นโครงอย่างรวดเร็วด้วยตะปูลมและปิดทับด้วยวีเนียร์

“พอเราเห็นทั้งกระบวนการก็รู้สึกว่า เฮ้ย จังหวะมันเร็วไปหน่อย ของที่มันต้องอยู่กับชีวิตคนไปช่วงเวลาหนึ่ง เนี้ยบไม่เนี้ยบนี่อีกเรื่องนะ ตอนนั้นโชคดีที่เพื่อนแนะนำให้รู้จัก อาจารย์พิษณุ นำศิริโยธิน เลยโทรไปคุยกับแก แกก็สัมภาษณ์เล็กๆ บังเอิญจุดเริ่มต้นที่ชอบผลงานของคนเดียวกัน แล้วทัศนคติตรงกัน เขาเลยรับสอน แบบเรียนตัวต่อตัว

“ประตูชีวิตอีกบานหนึ่งเปิดเลยครับ เราได้เข้าใจวิธีการทำงานไม้จริงๆ ใช้สิ่วคมๆ เฉือนไม้ เกิดร่องรอยความประณีต เอาเดือยเข้าเสียบในร่องแล้วประสานกาว วิธีการขึ้นฟอร์มเฟอร์นิเจอร์เป็นวิธีเดียวกับที่ธรรมชาติใช้สร้างฟอร์มต้นไม้ มันคือเสี้ยนจำนวนมหาศาลประสานกับยางไม้ขึ้นรูปเป็นลำต้น กาวก็คือยางไม้สังเคราะห์ แล้วก่อนทำงานก็เอาเครื่องมือมาวาง เอามาลับคม เครื่องมือก็ดูแลอย่างดี เราได้เห็นสิ่ว ได้เห็นกบ เหล็กเงาๆ สวยๆ น่าใช้

“จบคอร์สแรก ได้เก้าอี้มาหนึ่งชิ้น ตอนนี้เก้าปีแล้ว ยังใช้อยู่ วางในห้องนอนตรงโต๊ะคอมฯ มันเกิดความภูมิใจ มีคุณค่า แล้วเรารู้สึกว่าจังหวะในการสร้างของที่จะอยู่กับคนไปช่วงเวลาใหญ่ๆ มันควรประมาณนี้แหละ เลยโอเค ตั้งเข็มทิศให้ตัวเองว่าฉันจะเป็นช่างไม้”

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
ใช้ม่านแทนประตู โดยเจ้าตัวขอเอาไม้ที่มีใส่แทนโครงเดิมของร้าน

ช่างทำเอง

หลังได้รู้จักศาสตร์งานไม้ลึกเข้า จากช่างฝึกหัดใช้เวลาว่างหลังเลิกงานซ้อมมือไปเรื่อยๆ ด้วยจุดหมายใหญ่ในใจตอนนั้นคือ ทำเครื่องเรือนไว้ใช้งานและตกแต่งบ้านในบรรยากาศที่อยากอยู่-อยู่ๆ ภาพก็ใหญ่ขึ้น

“พอทำใช้จนมีทักษะแล้ว ก็อยากให้มันเป็นการอยู่ทำกินด้วยเลย ตอนนั้นตั้งธงไว้สิบปี แต่ว่าพอดีข้างในมันเรียกร้องแล้ว (หัวเราะ) เพราะช่วง COVID-19 เรารู้สึกว่ามันอาจเป็นสัญญาณบางอย่าง การเปลี่ยนผ่านที่คนทั่วโลกเขาเริ่มใหม่กัน และเรามองรอบๆ ตัวว่าบางคนเงื่อนไขยากกว่าเราอีก เราเตรียมตัวมาประมาณหนึ่งแล้วก็ขอติดบ่วงนี้ไปด้วย รู้สึกว่าเรามีเวลามากพอ ไม่ต้องเป็นการทำงานเงินร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนตอนทำงานประจำ กำไรมันจะมาในรูปแบบอื่น รูปแบบของการเจอผู้คน สถานที่ที่เราไป หรือการที่เราได้คุยกันอย่างนี้ รวมถึงเราเห็นพี่ๆ บางคนเป็นต้นแบบการใช้ชีวิต การเลี้ยงลูก หรือครูบาอาจารย์ เราไปเก็บเรื่องพวกนั้นมาเป็นข้อมูลเส้นทางที่เราจะเติบโต”

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

จากวันแรกที่จับงานไม้ เขาใช้พื้นที่หลังบ้านเดิม ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นบ้านและโชว์รูม เป็นที่ทำงานชั่วคราวราว 3 ปี ทุกวันต้องยกประตูเก่ามาตั้งเป็นโต๊ะ ต้องย้ายเครื่องมือ ต้องเก็บของ ความไม่สะดวกหลายด้าน ทำให้แอ็ควางแผนว่าต้องมีที่ทำงานเป็นของตัวเอง สวนรกๆ ข้างบ้าน (ซึ่งเจ้าตัวกระซิบบอกแทบเรียกว่าสวนไม่ได้) เลยได้รับหน้าที่เป็นสตูโอขนาดย่อมตั้งแต่นั้น

“ออกแบบง่ายๆ ด้วยการเก็บแนวโมกข์ไว้ มีส่วนทึบด้านชิดกำแพงไว้ทำงานใช้สมาธิ เป็นโซนที่เราได้อยู่กับตัวเอง เก็บเครื่องมือ เก็บไม้ เลยให้กันลม กันฝนหน่อย เพราะถ้าจะทึบหมด ต้องเสียแนวโมกข์ไปครึ่งหนึ่ง ส่วนข้างนอกเป็นที่โล่งเราก็เอาไว้ทำงานหนักๆ ที่ฝุ่นเยอะ และวางระบบจัดการไว้”

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

เมื่อมีสตูดิโอทำงานและชิ้นงานจำนวนหนึ่งแล้ว โจทย์ถัดไป แอ็คอยากมีโชว์รูมเล่าผลงานด้วยบรรยากาศด้วย

“เราว่าการเล่าเป็นชิ้นก็ได้ภาพหนึ่ง แต่การเล่าเป็นบรรยากาศรวมก็ได้อีกภาพหนึ่ง มีกลิ่นอายของการเข้าไปในสถานที่จริง เลยตั้งใจว่าอยากมีห้องเล็กๆ เป็นโชว์รูมที่มองทะลุถึงกันจากสตูดิโอ จากเป็นแค่แพลน พอรู้ว่ามีลินิน เลยต้องทำแล้ว ทำไปทำมา ขออยู่ด้วยเลย พื้นที่มันเหมาะพอดีกับครอบครัวเล็กๆ

“ด้วยความที่เป็นส่วนหลังบ้านของบ้านอายุสามสิบปี ต้องลงเสาเข็มใหม่ โครงก็ง่ายๆ ทางเดินถูกบังคับให้เข้าทางริมรั้ว ที่นี่เคยน้ำท่วม เลยต้องยกสูง เป็นสเต็ปในการเข้าบ้านชั้นหนึ่ง เข้าไปแล้วเป็นโถงก่อน เราจัดวางของแบบอยู่อาศัยจริง ด้านหลังเป็นห้องน้ำ ครัว และพื้นที่เย็บผ้าของหนึ่ง ส่วนชั้นลอยเป็นห้องนอน

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
แสงแดดเข้าจากช่องเปิด ส่องเติมมิติให้เส้นบันได ทำหน้าที่คล้ายสปอร์ตไลท์ให้พื้นและชิ้นเฟอร์นิเจอร์ดูโดดเด่น

“ส่วนหน้าต่าง ถ้าเราวางในระนาบปกติ จะเห็นบ้านฝั่งตรงข้าม แล้วเราไปควบคุมสีหลังคาหรือหน้าต่างเขาไม่ได้ เลยเลือกวางหลบ อย่างหน้าต่างใต้ที่นั่งก่อนขึ้นโถง มองออกไปเห็นกำแพงเก่า เห็นต้นไม้ และกลายเป็นช่องแสง ซึ่งข้อดีของช่องแสงคือมันกลายเป็นองค์ประกอบอีกชิ้นที่เคลื่อนไหวให้ตลอด เติมแสงและเงาให้ข้าวของต่างๆ ในบ้าน ฤดูเปลี่ยน มันก็เปลี่ยนฝั่ง เปลี่ยนข้าง” เขาค่อยๆ อธิบายแต่ละมุมของบ้านขนาด 55 ตารางเมตรอย่างใจเย็น

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
ยกพื้นให้สูงขึ้นอีกสเต็ปเพื่อแยกโซนทางเข้าบ้านกับพื้นที่โถงอย่างเป็นสัดส่วน
Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

จากที่แอ็คเกริ่นว่าโชว์รูมหลังนี้ไม่ได้คิดเผื่อการมีลูกไว้แต่แรก เราจึงถามเขาว่าบ้านที่มีเด็กต้องเตรียมการมากไหม ข้อกังวลมีอะไร เพราะดูจากบันไดไร้ราวกันตก มีเพียงไม้ไซส์จิ๋วติดไว้ตรงลูกนอนแทนเส้นนำสายตาก็เท่านั้น

“มันยืดหยุ่นได้” คุณพ่อน้องลินินตอบทันที

“เราต้องดูลักษณะเขาครับ อย่างบันได เราขึ้นป่าขึ้นเขาแล้วเห็นทางชาวเขาโหดกว่าเราอีก ลูกเขายังโอเค เรารู้ว่ามนุษย์สอนกันได้ เราต้องสอนให้ลูกระแวดระวัง เราเองก็ต้องระวังและดูแลเป็นพิเศษหน่อย ช่วงลินินเล็กๆ ก็มีกั้นตรงห้องข้างบนก่อนลงมา แล้วเขารู้ตัวว่าถ้าพ่อแม่ไม่อยู่ขึ้นไปได้แค่สองขั้นนะ ส่วนอื่นๆ เราดูจากลักษณะนิสัยเขา เช่น กระบะทรายหน้าบ้านมีไว้ให้เล่น ตกแต่งดีๆ ก็เป็นสวนข้างบ้านด้วย ซึ่งทรายมันดีกับเด็กเล็กในการจัดการอารมณ์ หรืออย่างที่วาดรูประบายสี เราติดกระดาษกั้นระหว่างผนัง แต่ถ้าเขียนเลยไปผนังก็โอเคไม่เป็นไร พ่อชอบ

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
ติดรางไม้สำหรับม้วนกระดาษ เมื่อวาดเต็มแล้ว ตัดเก็บไว้ได้เรื่อยๆ

“อยู่แบบนี้ เราจัดการบรรยากาศในการเติบโตให้เขาได้ เด็กที่โตในบ้านที่ข้าวของพ่อทำเองทุกอย่าง ปล่อยไปตามธรรมชาติ สนับสนุนการเล่นและเรียนรู้ผ่านการขยับกล้ามเนื้อ ก็หวังว่าจะดี อีกเรื่องหนึ่งที่เราพยายามปลูกฝังหรือทำให้เขาเห็น คือนิสัยรักการอ่าน บ้านเลยแวดล้อมด้วยหนังสือ เราอยากให้เขามีสิ่งนี้ติดตัวไว้ ต่อไปถ้าโตขึ้น เขาอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ไปเลือกเอา หรือจะมาทำแบบพ่อก็แล้วแต่ แต่ระวังนิ้วหน่อย” แอ็คเล่าพลางขำๆ ก่อนบอกอีกว่า ลินินมักวิ่งมาเล่นในสตูดิโอ บางวันก็เข้าไปเอาชอล์กมาวาดรูป

ช่างเรียบง่าย

ด้วยเป็นคนใส่ใจในดีเทลเล็กๆ ซึ่งเห็นได้จากชิ้นงานของเขา หากสังเกตอย่างละเอียดจะพบว่า บ้างขอเฉือนมุมให้เอียงหน่อยจนแทบมองไม่ออก บ้างขอเข้าเดือยให้เกินมาอีกนิด บ้างขอวางให้ไม่ต่อกันตรงสักทีเดียว หรือบางชิ้นก็ปล่อยให้เว้าแหว่ง ไม่สมบูรณ์ ตามแต่ไม้ที่ได้มา เขาว่าจุดเล็กจุดน้อยเหล่านี้ ทำให้เครื่องเรือนสวยขึ้นอย่างประหลาด ซึ่งเขาชอบมาก เราพยักตามหน้าหงึกๆ เพราะก็ชอบด้วย

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

ไม่ใช่เฉพาะโต๊ะ ตู้ เก้าอี้ โคมไฟ ฉากกั้น ราวกันตก มือจับ ฯลฯ ที่ใช้ศิลปะการออกแบบ

บ้านหลังนี้ยังปล่อยให้ความงามตามธรรมชาติทำหน้าที่อย่างขันแข็งด้วยศิลปะการจัดวาง ทั้งต้นไม้ที่เหี่ยวแห้งตามจังหวะเวลา งานศิลปะฝีมือลูกสาวและภรรยา ก้อนหินที่ยืนพลิกยืนเล็งหันมุมวางมุมประดับเป็นชั่วโมง รวมถึงหินที่เรียงเป็นวงบนพื้น

“การใช้ชีวิตก็เป็นงานศิลปะ ในวิถีชีวิตแบบเอเชียทุกอย่างคือศิลปะ การกินข้าว การจิบชา ถ้วยชาม อุปกรณ์ เราไปแยกอย่างๆ ไม่ได้ มันเป็นเรื่องเดียวกัน เราเองมองว่าบ้านคือเฟรมเปล่าๆ ของทุกชิ้นที่เอาไปวางในบ้าน คือการจัดวางบนกรอบศิลปะทั้งหมด แยกกันไม่ออกเหมือนกัน

“เราเข้มงวดแค่ในการเลือกตำแหน่งและการจัดวาง ขออย่าขยับ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่ออกมาจากคนในบ้านเราจริงๆ เราแค่หยิบหรือแค่มองว่าอันนี้งาม จังหวะมันได้ เช่น ใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นของรอบตัวที่หาง่าย ราคาถูก หรือแวะร้านหินสักหน่อย แล้วใช้ความตั้งใจเพ่งพินิจในการจัดวางจริงๆ มันเลยกลายเป็นของที่ เฮ้ย อย่าไปขยับนะ”

“เห็นความรกแล้วอึดอัด เห็นอะไรผิดเพี้ยน อยู่ไม่ถูกที่ไม่ได้เลย แต่ว่าไม่ได้เป็นคนที่เข้มงวดแบบแก้วตรงนี้อย่าขยับ หรือคุณอยู่บ้าน ห้ามวางข้าวของเกะกะ ไม่ใช่ ถ้าคุณวางเกะกะ แปลว่าที่เก็บของไม่พอ เดี๋ยวทำตู้ให้อีก รกหรอ เดี๋ยวทำที่ปิดให้อีก เราไม่ได้แข่งกับคนอยู่ แต่เราให้บ้านรับใช้คนอยู่” เขาหัวเราะ หลังนับว่าตัวเองย้ำคำว่าอย่าขยับ 3 ครั้งถ้วน

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

การมองเห็นความงามในความเรียบง่ายและเนื้อแท้ของสิ่งต่างๆ แอ็คได้มาจากการทำงานไม้

“จริงๆ เรามีประเด็นเรื่องความเรียบง่ายตลอด ว่าเรียบแล้วข้างในมีอะไรอีก ข้อดีของความเรียบง่ายในฐานะคนทำไม้ หรือคนที่อยู่กับไม้ คือมันเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติได้เล่าเรื่อง แทนที่จะมีแต่ตัวฉัน ความคิดฉัน พออยู่กับเขาแล้วได้ตระหนักว่าโลกไม่ได้มีแค่เรา มีพื้นที่ของเขาด้วย ในโลกที่แข่งกันเรื่องความแปลก ความสดใหม่ เรารู้ว่าถ้าเปิดหน้าไม้มาเจอเรื่องใหม่แน่ๆ เลยหยิบเรื่องโครงสร้างที่เป็นมรดกส่งต่อกันมาหลายชั่วรุ่นและเรื่องความประณีตมาเล่าในรูปแบบของชิ้นงานร่วมสมัย สื่อสารกับคนรุ่นนี้ แล้วก็มองถึงคนรุ่นต่อไปด้วย เราคิดว่าจะบันทึกภูมิปัญญาเหล่านี้ไว้ในรูปแบบของงานเครื่องเรือน

“เราเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติเล่าเรื่อง ไม้มีอายุไขห้าสิบปี ร้อยปี ห้าร้อยปี เขาเป็นบันทึกของการเจริญเติบโต มีร่องรอย บาดแผลต่างๆ มีป่วย มีตายเหมือนคน ส่วนไม้ที่ถูกตัดมาแล้ว เขาจากชีวิตในรูปแบบยืนต้นมาอยู่ในมือเรา หน้าที่ของเราคือจะเล่าเรื่องเขาต่อยังไง จะวางชีวิตใหม่ของเขาในรูปแบบไหน และถ้าสิ่งเหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ บางทีอายุเขาไปได้อีกไกล เครื่องเรือนไม้บางชิ้นอายุพันปีก็มี

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

“ไม้ที่เราได้มา ไม่ได้จัดการร้อยเปอร์เซ็นต์ ปล่อยให้เขามีคาแรกเตอร์เดิม ไปโรงไม้ก็จะเลือกไม้ที่คนอื่นไม่เอาเพราะมีตำหนิ แต่จริงๆ เป็นกระพี้ไม้ อย่างไม้ที่เป็นเส้นที่ขาวน้ำตาลตัดกัน เห็นแล้วขนลุกเลย บางคนจะบอกว่ามันไม่เป็นสีเดียวกัน แต่เรามองว่าไม่สม่ำเสมอก็คือความงาม บางแผ่นมีรู ก็ปล่อยไปแบบนั้น ตั้งใจไว้ตรงกลางเลยด้วยซ้ำ

“ส่วนข้อดีของความเรียบง่ายในมุมมองของบ้าน คือทำให้บ้านเป็นเขตแห่งการพักผ่อน ถ้าเราเหนื่อยๆ แล้วเปิดประตูบ้านมา เจอชิ้นงานที่ต้องตีความ เหมือนสมองถูกบังคับให้ทำงานต่อ กลับกัน ถ้าเรามองก้อนหิน มองต้นไม้ เขาเป็นเหมือนสุนทรียะที่ไม่ได้เรียกร้องความหมาย แต่อยู่ร่วมแล้วรู้สึกเบาหน่อย เป็นเส้นอิสระที่ไม่ได้ต้องการความหมายอะไร ในแง่การพักผ่อนนะ”

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
นำเศษไม้มาทำพื้นลายก้างปลา และบันไดที่กลายเป็นม้านั่งขณะวาดภาพได้

ช่างโชคดี

“บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยในความรู้สึกว่าฉันจะลงรากไปได้ พอรู้สึกว่าเป็นบริเวณของเรา เราก็อยากลงมือลงแรงดูแลรักษา บ้านที่ได้รับการดูแลรักษา ก็จะมาดูแลรักษาเราอีกทีหนึ่ง เป็นความสัมพันธ์ของคนกับพื้นที่” ช่างไม้เล่าต่อ

แม้จะบอกว่าบ้านคือพื้นที่แห่งการพักผ่อน การทำงานที่บ้านของแอ็คกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าแยกงานกับชีวิตส่วนตัวไม่ออก นั่นเพราะเขาคิดจะลงรากกับสิ่งนี้เช่นกัน

“เราโตมาในระบบ เรียนเป็นเวลา เลิกเป็นเวลา และเราทำงานประจำมาก่อน ชุดความคิดพวกนี้มันติดตัว กินข้าวเช้าเสร็จ ไปเข้างาน กลางวันไปกินข้าว แต่ดีตรงแทนที่จะไปกินข้าวกับคนอื่น เราได้กินข้าวกับครอบครัว กับลูกสาว ตอนเย็นเลิกงานเราก็ไม่ต้องขับรถกลับบ้าน จูงมือลูกสาวออกไปเดินเล่น มันเร็ว ทุกอย่างกระชับขึ้น กลางคืนพอลูกเข้านอน เราก็มีเวลาส่วนตัว ดูนู่นดูนี่ อ่านงานคนที่สนใจ แล้วพลังงานมันไม่ได้ใช้เกิน เรายังอยากมาตื่นมาทำกิจวัตรนี้ในวันถัดๆ ไป

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

“เรารู้สึกว่าไม่ใช่งาน เป็นโหมดอื่นได้ และมีเนื้องานอื่นที่ต้องทำ ไม่ได้อยู่ในสตูดิโอตลอดเวลา ที่เพิ่งเสร็จไปคือส่วนของเว็บไซต์ บางวันเราก็ถ่ายรูปของ เราเชื่อว่างานคราฟต์ งานฝีมือ ฝึกให้เราช่างสังเกต แรกเริ่มคือสังเกตความคิดตัวเอง พอหลุดความคิดไป ก็สังเกตร่างกายเราที่เคลื่อนไหวสัมพันธ์กับเครื่องมือ แล้วก็สังเกตตัววัสดุ อะไรที่มาจากธรรมชาติเขามีเรื่องของเขา เราจะกลายเป็นผู้ฟังมากขึ้น ฟังไม้ ฟังรูปแบบที่ขึ้นฟอร์มมา แล้วโอเค ผมจะถ่ายทอดตรงนี้ให้นะครับ จะไม่ตัดให้เสีย

“เราใช้ชีวิตช้าลงด้วยเมื่อเทียบกับตอนเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกอย่างพุ่งมาเร็วมาก อันนี้ยูทูบ อันนี้เปลี่ยนเพลง ธรรมชาติของการอยู่หน้าคอมฯ มันจะพุ่งมา ไปซ้ายไปขวา เฮ้ย เดี๋ยวอ่านบทความนี้ก่อน แต่อันนี้บังคับให้เราสะกดอยู่กับเรื่องตรงหน้า ซึ่งถ้าคิดเรื่องอื่นเดี๋ยวนิ้วขาดนะเว้ย (หัวเราะ) ก็เอาแง่มุมเรื่องนี้มามองในเรื่องอื่นด้วย”

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

ถ้าให้วัดจากจุดเริ่มต้นไปถึงภาพใหญ่ในชีวิตที่วางไว้ แอ็คบอกว่าตอนนี้ระยะทางอยู่ในช่วงกลางๆ

“เรื่องทักษะเราอยู่กับมันมาช่วงเวลาใหญ่ๆ ของชีวิต ผลิตงานได้ในผลลัพธ์ที่รู้สึกว่าโอเคกับมันแล้ว ตอนนี้ก็เป็นส่วนของการเล่าเรื่องที่เรามี ซึ่งเป็นแผนใหญ่ ไกลๆ ส่วนใกล้ๆ กำลังจะทำงานนิทรรศการเล่าเรื่องจากการได้ไปดูผืนป่าต้นทางของวัสดุที่ใช้ ได้ฟังเรื่องราวความเชื่อจากชาวปกาเกอะญอ และได้เห็นความผูกพันของคนกับผืนป่า กำลังตกตะกอนอยู่

“ระหว่างนี้ก็ไม่ได้ไปแข่งว่าต้องถึงแล้วนะ การทำงานแบบนี้ ระยะเวลาที่ตั้งต้นไว้ ยิ่งต้องเผื่อมากกว่างานอื่นๆ เช่น สิบปีคุณอาจจะแค่เข้าใจงานที่คุณทำ แต่ถ้าคุณจะเก่งเลย อาจต้องยี่สิบปี หรือจะยิ่งกว่านั้นก็สามสิบปี ชีวิตที่เราเลือกเดินเส้นทางนี้ก็ไม่เร่งแล้วแหละ คล้ายๆ การปลูกต้นไม้ที่ไม่ได้ไปเร่งดอกออกผล มีให้เก็บเกี่ยวก็เก็บ ถึงช่วงวัยหนึ่ง เราอาจมีเกสรบ้าง แต่ต้องรดน้ำพรวนดินอยู่ตลอด

“หลังการเรียนรู้วิธี ทฤษฎี ชุดความคิดบางอย่างของคนที่ไปเจอ สอนเราว่าการลองผิดลองถูก คือการทำงานนั่นแหละ ถ้าจะผิดเยอะ เรามองว่าเป็นเรื่องปกติ ต้องมองให้อึดกว่างานด้านอื่น เช่น ทำธุรกิจคุณผิดปีแรก ปีสองคุณต้องได้ คุณผิดปีสอง ปีสามคุณต้องได้ หรือถ้าคุณผิดปีสาม ปีสี่คุณต้องเปลี่ยนไหม 

“แต่อย่างงานไม้งานฝีมือ คุณผิดสี่ปีห้าปี เจ็ดปี เก้าปี คุณก็ยังต้องอยู่กับมันและต้องเรียนรู้ ปรับมัน เช่นเรื่องสัดส่วนกับการเข้าไม้ ประมาณเซ็นครึ่งสองเซ็นจะรับน้ำหนักได้ประมาณนี้ หรือถ้าจะให้ยาวเท่านี้เราต้องเพิ่มเป็นสามเซ็น เรามี Data Base ในตัวเอง ผ่านการทดลองทำสม่ำเสมอ

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

“ด้วยความเป็นช่าง ทำผิดแล้วก็แก้ตรงนั้นได้เลย ไม่ใช่ผิดแล้วทิ้ง ทำใหม่ และได้ชุดความจำมาเพิ่มว่าอันนี้ผิดนะ ช่วงที่ทำใช้งานเอง ซื้อไม้ใหม่จากบางโรงไม้ที่ไม่ผ่านการอบ หน้าหนาวก็เปิดคล่องดีนี่หว่า ทำไมหน้าฝนเปิดไม่ออก ขนาดอยู่บ้านเรายังหงุดหงิดเลย แล้วถ้าไปอยู่บ้านลูกค้าแล้วเปิดไม่ออก เขาไม่ใช่ช่าง เขาแก้ไขไม่ได้ ถึงแม้เราอธิบายล่วงหน้าก็เถอะว่าไม้มีชีวิตอยู่นะ มันยังยืดหดหายใจ แต่ว่าจะดีกว่าถ้าเราลดความเสี่ยงเรื่องพวกนั้นแต่แรก

“อยากให้คนที่ได้รับของไปรู้สึกอยากส่งต่อ หรือเสียแล้วอยากซ่อมแซมแทนการทิ้ง รับรู้ว่ามีคนทุ่มเททำของชิ้นนี้ ภูมิใจในคุณค่าของมัน เพราะว่าไม้ นอกจากตัดมาใช้แล้ว ต้นที่ถูกตัดก็เหมือนสละพื้นที่ให้ต้นอื่นได้โตต่อ

“ไม้มัน Shape ชีวิตเรา เราคงไม่ได้เจอเรื่องพวกนี้ถ้านั่งอยู่หน้าคอมฯ ตลอด” เขาหยุดเล่า เราปล่อยให้ความเงียบพาคนตรงหน้าย้อนกลับไปขมวดความคิด คล้ายทบทวนชีวิตตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันนี้ที่ยังออกสตาร์ทไปได้เพียงครึ่งทาง

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’
บันไดขึ้นบ้านที่ด้านล่างใช้เก็บซ่อนรองเท้าอย่างเป็นระเบียบ

เราไม่อาจคาดเดาได้ว่าภาพใหญ่ที่เขาว่าไว้จะเป็นเช่นไรต่อ เพราะตอนนี้งานไม้พาเขาเดินไกลขึ้น-ไกลขึ้นกว่าการได้อาศัยอยู่ในบรรยากาศที่ตั้งใจไว้ทีแรก

แต่เชื่อว่าจะเป็นก้าวย่างที่มั่นคง แน่วแน่ด้วยแพสชันซึ่งคือแรงขับเคลื่อนชั้นยอด

น้องลินินเดินมาพร้อมแก้วนมในมือที่ดื่มเติมพลังจนหมดเกลี้ยง

เพราะใจทนต่อสายตาเว้าวอนไม่ไหว จึงถึงเวลาที่เราจะจบบทสนทนา และกลับไปวาดภาพกับเธอต่อแล้ว

Nakornsang studio สตูดิโอและบ้านทำมือไซส์อบอุ่นของช่างไม้ ‘แอ็ค-ชานนท์ นครสังข์’

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

เบื้องหน้า คือ อาคารสีขาวกลางสวนหลังโออ่าราวกับอยู่อิตาลี

เบื้องหลัง คือ แม่น้ำนครชัยศรียามเย็นที่แดดลามไล้กระทบผิวน้ำ ทอแสงสีทองระยับ

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

เรานัดพบ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space สตูดิโอให้เช่าซึ่งร่วมทำกับหุ้นส่วนชีวิต กานดา สายทุ้ม และบ้านตากอากาศที่ในอนาคตมีแพลนย้ายมาอยู่ถาวร

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

ระยะเวลาเกือบชั่วโมง เราว่าไม่มากพอให้รู้สึกหน่ายการขับรถมาบ้านหลังนี้บ่อยๆ -แทบทุกวัน ยิ่งบรรยากาศดีเป็นใจเช่นนี้ 

ดับเครื่องจอดรถเพียงครู่เดียว เราเดินทะลุผ่านสวนสวย สระว่ายน้ำกลางแจ้ง เห็นต้นไม้ที่หรั่งเลือกมาลงเองกับมือ เข้าสู่ภายในบ้านแสนโปร่งโล่งรับแสงธรรมชาติทุกช่วงเวลา มีห้องที่จัดไว้สำหรับถ่ายภาพซึ่งกลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยในบางวัน ส่วนบริเวณชั้น 3 มีห้องทำงานของเขาและกานดา ชั้นถัดไปเป็นห้องนอนพักผ่อนที่เหมือนได้เข้าพักในโรงแรมหลายดาว

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

ทั้งหลัง หรั่งเลือกของมาตกแต่งภายในด้วยตัวเองทั้งหมด น้อยและมากเป็นมุมๆ อย่างลงตัว ที่เซอร์ไพรส์สุดๆ คือ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของที่เขามีอยู่แล้ว ขนมาจากบ้านเก่า หรือไม่ก็เป็นของมือสอง อย่างโซฟาที่เขานำไปตัดเย็บหุ้มผ้าใหม่จนสวยเก๋ เหมือนกับหลุดมาจากคู่สีในนิตยสาร Pop Art!

มากกว่าดีไซน์เฉียบคม จึงหรูหราที่สเปซและวิธีคิด

นี่มันบ้านในฝันชัดๆ

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

CASA PAPA

Casa ในภาษาอิตาลีแปลว่าบ้าน ส่วน Papa ก็คือพ่อ

ย้อนไปก่อนกลายเป็นคฤหาสน์หลังงาม ที่ดินผืนนี้เป็นของคุณพ่อกานดา เคยเป็นสวนมะม่วงและมะพร้าว มีอาคารเดิมซึ่งเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานไปกับแม่น้ำนครชัยศรี มีศาลาริมน้ำ ซึ่งทิ้งร้างไว้ราว 30 ปี ตอนแรกที่ซื้อคุณพ่อหมายใจจะทำโรงแรม ก่อนทั้งคู่เสนอทำเป็นสตูดิโอให้เช่าถ่ายภาพ-จัดเลี้ยง และเมื่อท่านไฟเขียว พวกเขาจึงลงมือวาดแปลนในหัว

แววตาช่างภาพของหรั่ง บอกว่าต้องทำให้ที่นี่สว่าง โปร่ง โล่ง เน้นแสงธรรมชาติที่เข้ามาได้อย่างรอบด้าน หน้าที่ปั้นให้ออกมาเป็นภาพจริงก็ส่งต่อไปยังสถาปนิกอย่าง เอกภพ สุขสุดไพศาล

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

บ้านหลังคาจั่ว 4 ชั้น สีสะอาด รายล้อมด้วยฟาซาดทรงโค้งแทนผนังทึบซึ่งเรียงล้อเชื่อมจรดฝ้าเพดาน และเสาภายในอาคารให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน แบ่งแต่ละห้องด้วยการตกแต่ง หน้าต่าง Arch หลายรูปทรง พร้อมปูพื้นด้วยกระเบื้องหลากสไตล์ เพื่อให้อารมณ์ที่แตกต่าง กระเบื้องบางห้องเป็นสีนวลตา บางห้องเป็นลายไม้เและหินอ่อน ส่วนที่น่ารักอย่างคือ มีชื่อเรียกเพื่อรำลึกถึงคุณพ่อทุกห้อง เช่น Coconut, Red Rose ต้นไม้-ดอกไม้ที่ท่านชอบ Martini, Vanilla เครื่องดื่ม-ไอศกรีมรสโปรด

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

เดินสำรวจจากชั้นล่าง จะเห็นว่าเขากรุกระจกบานเฟี้ยมและเปิดออกจนสุดเพื่อให้ลมไหลผ่านโดยสะดวก เรื่องแสงต้องยอมรับว่าเด็ดขาด สวยขึ้นกล้องทุกมุม

CASA PAPA.Home&Space บ้านตากอากาศริมน้ำของ หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพผู้ติดบ้าน

ขึ้นมายังชั้น 2 – 3 เว้นทางเดินรอบระเบียง ค่อยกรุกระจกใสกั้นห้องติดผ้าม่านสีอ่อนพริ้วไสว เพื่อแบ่งตามการใช้สอย มีทั้งห้องทำงานของกานดา ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือของหรั่ง ห้องรับแขก แพนทรี่เล็กๆ พร้อมบันไดวนสู่ห้องนอนตากอากาศบนชั้น 4 ที่เบื้องหน้าเห็นวิวสองฝั่งสะพานรวมเมฆได้ทั้งยามเช้าจรดค่ำคืน

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

ด้วยความเป็นบ้านริมน้ำ เขาเลยมีคายัคลำเล็กๆ จอดเทียบท่าไว้ใช้งาน หรือวันไหนแดดลมดี มีเพื่อนมาเยี่ยม ก็จะชวนให้เรียกเรือหางยาว พาล่องลำน้ำชิมวิถีชีวิตชุมชน

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บ้านคือตัวคน รสนิยม และงานศิลปะ

แรกเห็น คนอาจมองเห็นความหรูหราก่อนสิ่งอื่นใด ด้วยเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจ แต่สิ่งที่กานดาและหรั่งตั้งใจทำไว้ และคิดจะทำเพิ่มหลังย้ายมาอยู่อย่างถาวรคือ ให้ที่นี่ง่ายต่อการอยู่ และทุกอย่างจะล้วนมาจากชีวิตของทั้งสอง ความงามอื่นใดที่คนมอง จึงคล้ายเป็นรสนิยมซึ่งเขาว่ามาจากประสบการณ์อันเพิ่มขึ้นของวัยแต่ละคน

“มันกลั่นกรองมาจากตัวเอง เราไม่ได้มองบ้านแบบนี้สวย แล้วสร้างตามหรือแต่งตามอะไร ที่นี่เป็นธุรกิจบ้านกานดา คุณพ่อบอกให้เขาดูแล พอเรามาอยู่ปุ๊บ มันก็เป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ตอนนี้อายุสี่สิบกว่าแล้ว ผ่านอะไรมาเยอะ แต่ยังยึดความเรียบง่าย การอยู่ดี สุดท้ายต่อให้มันดูอลังการ ดูดีๆ ก็ยังมีความอยู่ง่าย”

หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space

หรั่งเล่าว่าเขามีบ้านอยู่แล้ว 3 หลังที่แต่ละหลังเติบโตและปรับตัวไปพร้อมกัน จากทาวน์เฮาส์หลังแรกที่อยู่ตัวคนเดียวแบบดิบๆ ไม่แบ่งห้อง ไม่มีเตียงนอน บางวันก็ผูกเปลนอนบ้าง ไปซื้อเต็นท์มากางบ้าง หุงข้าวหน้าบ้านก็มี เมื่อทำงานมีเงินเก็บมากพอ หลังที่สองก็ตามมา หลังนี้เขาว่าแม่มักเดินทางมาเยี่ยม มาอยู่ด้วย เลยต้องแคร์ครอบครัว มีฟังก์ชันห้องหับอย่างที่ควรจะเป็น แต่ต้นไม้แสนร่มรื่นและการนอนกับพื้นก็ยังแยกกันไม่ขาด ส่วนหลังที่สาม เป็นบ้านหลังแต่งงานที่คุณพ่อกานดาสร้างไว้ จากอยู่ง่ายๆ ก็เรียบร้อยและเนี้ยบขึ้น

“บ้านก็เหมือนงานศิลปะ พวกรสนิยมหนีไม่พ้น โกหกไม่ได้ นี่ในมุมมองของเรานะ เพราะคนมีหลายแบบ บางคนมองบ้านเป็นเรื่องสำเร็จรูป ความหรูหรา ความเพียบพร้อม ต้องสบาย แต่เรามองความเป็นตัวตนมากกว่า ซึ่งก็ต้องมีปรับตัวนะ ทุกวันนี้กลายเป็นคนหาฝุ่น แบบลูบเลยอะ บางทีเลอะจุดเดียว หรืออะไรวางไว้แล้วมันขยับก็เห็นเลย” เขาขยายความติดตลก

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บ้า(น)ทำเอง

หากนับความโชคดีที่ตัวตนของหรั่ง ไม่เป็นขั้วตรงข้ามสำหรับการอยู่ร่วมกับใครสักคน คงเป็นของสมนาคุณชีวิตที่น่าอิจฉา

“มันเป็นความโชคดีของเราด้วยที่กานดาเป็นคนง่ายๆ ง่ายมาก ก่อนหน้านั้นเขาก็เป็นตัวเขานะ เขาปรับตัวเข้ากับเราได้ พอเขามองว่า เออ ดีที่เราชอบแต่งบ้าน ให้เราจัดการไปเลย และเขาก็เชื่อมั่นในรสนิยมของเรา เราว่ามันเป็นเรื่องรู้ใจกันด้วย บางเรื่องเราก็ปล่อยให้กานดาจัดการไปเลยดีกว่า อย่างเรื่องทำงาน กานดาเป็นคนคุยกับลูกค้าเองหมด

“ส่วนที่ CASA PAPA เขามองว่าผู้ชายทำดีกว่าเพราะคล่องกว่า บางห้องก็จะออกแบบให้เขาเข้าใจ ไม่ใช่ตามใจฉัน ที่สำคัญหนึ่งคือความสะอาด สองฟังก์ชัน เราเอาข้อดีของกานดาคือฟังก์ชันมาปรับตัว บวกกับพอทำบ้านไปเรื่อยๆ สุดท้ายจะรู้ว่าฟังก์ชันจำเป็นนะในการอยู่จริง เลยเอาเข้ามาประยุกต์กับวิถีที่ไม่ยึดติดกับการตกแต่ง ซึ่งพอเป็นห้องกานดาก็ทำให้เหมาะกับการใช้สอย มีโซนทำงาน มีมุมเก็บของที่ชัดเจน”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

ตัดอาคารสีขาวด้วยสีสันจัดจ้านของแต่ละห้อง ตกแต่งด้วยโซฟาดีไซน์สนุกซึ่งเป็นของมือสอง หรั่งนำไปหุ้มผ้าใหม่หลากหลายเท็กซ์เจอร์และจับคู่สีขั้วตรงข้าม เพิ่มลูกเล่น เขาว่าทำเช่นนี้ราคาย่อมเยากว่าเป็นไหนๆ บางตัวได้มาคู่ละพันบาทเท่านั้น 

นอกจากโซฟา เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เกือบทุกชิ้นก็เป็นของเก่าจากหลากหลายแหล่ง ทั้งร้านมือสองจากญี่ปุ่น จากเชียงใหม่ จากอินสตาแกรมเป็นส่วนใหญ่ เห็นอะไรที่ชอบ ที่ถูกใจ หรือแก้ไขอะไรได้ก็จะซื้อไว้

“ตอนหลังเรารู้สึกว่าการรียูส (Reuse) มันก็โอเค สนุกดีนะ ได้หาของเก่าๆ มาทำใหม่ ซ่อมแซมใหม่ จริงๆ ไม่ยึดติดกับสไตล์เลย ต่อให้แพงแล้วดีไซน์สวย เราพอใจกับสิ่งที่เห็นและสิ่งที่สัมผัสมากกว่า ไม่ได้ไปซีเรียสว่าชอบชิ้นนี้มาก ต้องได้ และไม่ได้มีความคิดว่าแบบบ้านนี้สวยจัง เราต้องมีบ้านแบบนี้ คือเรายังเดินร้านของเก่า แล้วพอฟลุ๊กเจอก็แบบ เออ โชคดีเว้ย”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บ้านที่ทำให้อยู่ติดบ้านแต่ไม่ยึดติด

แม้มีสถานะเป็นธุรกิจมากกว่า 3 ปี เพราะข้อแรกตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น แต่ที่ CASA PAPA มีความเป็นบ้านมากขึ้นทุกวัน คือการได้มาใช้ชีวิตอย่างที่อยาก 

“เราบอกกับกานดาว่า ถ้ามาอยู่ด้วยกันก็เต็มที่เลย บ้านนี้เอาให้สุดไปเลย หมายความว่า สวย ทำธุรกิจได้ มีร้านกาแฟ มีเพื่อนมาพัก คิดถึงขั้นถ้าไม่มีลูก จะทำเป็นบ้านพักคนชราด้วยซ้ำ

“บ้านเป็นชีวิตเราไปเลย เราคือสายรักบ้าน ถึงขั้นไม่อยากไปไหนเลยจริงๆ แต่ว่าไม่ได้ยึดติดขนาดนั้น เช่น หนึ่งปีอาจจะไปเที่ยวเมืองนอก เหมือนไปเปิดหูเปิดตา เปิดโลก แบบประเทศกูไม่มีแบบนี้เว้ย

“รู้สึกว่าอยู่บ้านก็มีความสุขดีเหมือนกัน ดูนู่น ดูนี่ แต่งบ้าน มีสมาธิอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ปลูกผักกินเอง ทำอาหาร ไล่ๆ เป็นเลเวล ยิ่งตอนนี้เราสี่สิบหกใช่ไหม ไปห้าหกสิบก็คง โอ้โห! หนักเข้าไปใหญ่ แก่แล้วไปกินดื่มอยู่ข้างนอกเราก็คงไม่ทำ บ้านมันก็เลยเป็นคำตอบสุดท้ายนะ”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

นอกจากทุกเช้าหลังตื่นนอนที่หรั่งจะลุกขึ้นมาง่วนกับกิจกรรมในบ้าน เขายังหมั่นจัดบ้านใหม่เสมอ

“มนุษย์เวลาอยู่ซ้ำๆ จะมีพลังของการยึดติด เช่น บางคนย้ายที่นอนไม่หลับ เราห้องไหนกูก็หลับ หรือบางคนต้องอยู่มุมนี้เท่านั้น มันทำให้คนคนนั้นยึดติด บางคนของฉันอยู่มุมนี้ห้ามขยับ เราคือย้ายไปเรื่อยเลย แล้วได้ประโยชน์อีกเรื่องคือความสะอาด พอเราย้ายออก มีฝุ่นก็เช็ด หรือได้เห็นหนังสือที่สามปีลืมไปแล้วว่ามี เสื้อตัวนี้อยู่นี่เหรอ อะไรอย่างนี้ สนุกเหมือนกันนะ บางทีกานดาขึ้นมา อ้าวเฮ้ย! ย้ายไปไหน เราก็จัดใหม่เรียบร้อยหมดแล้ว”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

ณ ตอนนี้ หรั่งรู้สึกว่าการมีบ้านที่สะอาดปลอดโปร่ง เห็นแสง มีลม ทำให้จิตใจสบาย เขาย้ำว่าบ้านเรียบโล่งหรือความมินิมอลใดๆ มีแก่นคือวิธีคิด 

“เมื่อก่อนมีของสะสม แต่มันก็ไม่สำคัญ ถ้าเราไม่ได้ใช้มัน กลายเป็นไม่ยึดติดแล้ว ทุกคนมีของที่ชินกับมันอยู่แล้วแหละ มันคือวิถีชีวิตของเรา ยิ่งบางคนที่บ้าของ บ้าแต่งบ้านมากๆ เก็บทุกอย่าง เอาเข้าจริงคือ โอ้โห ฝุ่น ซึ่งเราเคยผ่านยุคนั้นมา มีช่วงหนึ่งซื้อแหลก หลังๆ น้องผู้ช่วยมึงจะเอาอะไรก็เอาไป กลับบ้านช่วยเอาเก้าอี้ไปด้วย เช้ามากูแจกอีกแล้ว หนังสือก็ให้คนนู้นคนนี้ ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำอะไร เหมือนเราต้องมานั่งเฝ้าของเก่าอยู่ทุกวัน แล้วก็ยึดติดไปกับมันทั้งชีวิต”

นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

“พอของเยอะมันก็เครียด เพราะเราอยู่กับของรกๆ ห้องทึบๆ ไม่ได้ แล้วเราได้ไปบ้านศิลปินฝรั่งเศสที่ย้ายมาอยู่ไทยกับภรรยาชาวญี่ปุ่น เขาอายุหกเจ็ดสิบแล้วนะ เช่าคอนโดฯ แถวสุขุมวิททั้งชั้นแบบหรูมากเลย ทำเป็นกระจกโล่งโปร่ง เขาเอารูปตอนอยู่ปารีสให้ดู ดีเทลทุกอย่างจัดเต็ม แต่อยู่นี่เขาทิ้งทุกอย่างหมด ไม่เอาของสะสมมาเลย ขนมาแค่ผลงานของเขา เก้าอี้ก็ซื้อไม่กี่ตัวแล้วคลุมผ้าติดงานศิลปะ กลางบ้านมีเคาน์เตอร์ทำอาหาร เขาบอกว่าโลกของความเรียบง่าย ความมินิมอลที่แท้จริงคือศาสนา เราก็เชื่อในเรื่องหลักธรรมะด้วย พวกมินิมอล เซน มันไม่ใช่กระแสอย่างเดียว จริงๆ การแต่งบ้าน เลยมาจากจิตใจคนนั่นแหละ”

หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

บทสนทนาออกรสชาติพาเราไหลไปเรื่องอื่นอยู่พักใหญ่ๆ ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบน้ำเต็มแก่ ช่างภาพผู้ยอมรับอย่างหมดจดว่าติดบ้านเงียบลงสักครู่ ราวกับใช้ความคิดทบทวนบางอย่าง ก่อนทำลายความเงียบนั้นด้วยน้ำเสียงขำๆ ปนจริงจัง

“ถ้าพูดกันตรงๆ ตอนนี้เราแทบจะทิ้งดิ่งแล้ว อยากอยู่แต่บ้าน บางทีอยากปลูกผัก กวาดบ้านถูบ้าน แทบไม่อยากทำงานทำการ เฮ้ย! เกินไปไหมเนี่ย ต้องปลุกตัวเองว่า ‘ใจเย็นมึง ทำงานหน่อยนะ’(หัวเราะ)”

หรั่ง-สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ที่ CASA PAPA.Home&Space
นั่งตากลมชมอาทิตย์ตกริมแม่น้ำนครชัยศรี คุยเรื่องแต่งบ้านแบบที่อยากอยู่กับช่างภาพแฟชั่น ที่ทำสตูดิโอให้เป็นบ้าน

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี(กับเธอ)

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load