จังหวัดจันทบุรีเลื่องลือเรื่องเสื่อจันทบูร ผลไม้ สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ส่วนอัญมณีก็มีชื่อเสียงโด่งดังไกลไปทั่วโลก สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่และประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่มีน้อยคนนัก (รวมถึงฉันด้วย) ที่จะบรรจุสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับอัญมณีไว้ในโปรแกรมยามไปเยือนเมืองจันท์ 

จนกระทั่งนิ้วโป้งของฉันเลื่อนมาเจอกิจกรรมหนึ่งในคอลัมน์ Staff Picks ของ The Cloud 

‘ล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจในแบบของคุณ กับ คนค้าพลอย’ 

เป็นกิจกรรมที่ทำให้ฉันต้องหยุดนิ้วโป้ง (Thumb-Stopping) เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม เมื่ออ่านกติกาการสมัครเข้าร่วมเสร็จก็ส่งเหตุผลที่อยากร่วมทริปถึงผู้จัดทันที และผลการคัดเลือกก็ทำให้ฉันได้มาแบ่งปันประสบการณ์การร่วมทริปนี้ ขอเชิญทุกท่านสวมแว่นตาคู่ใหม่ แล้วร่วมออกสำรวจเมืองจันท์ในมุมมองใหม่ๆ ไปพร้อมกัน

ออกเดินทางสู่เมืองจันท์พร้อมเพื่อนแปลกหน้า

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

เวลา 13.00 น. รถตู้เคลื่อนตัวออกจากจุดนัดหมายพร้อมผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่ล้วนเพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรก โดยมีคุณต่าย ผู้ช่วยนักวิจัยของสถาบันอาศรมศิลป์ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลคณะนักท่องเที่ยวในทริปนี้ ตลอดการเดินทางบรรยากาศเต็มไปด้วยการหลับใหลของผู้ร่วมทาง (เก็บแรงเอาไว้เดินเล่นตลาดน้ำพุเย็นนี้กันแหละ ดูออก) 

ท่องราตรีที่ตลาดน้ำพุ แหล่งรวมของกินบานเช่ด (เยอะมาก)

“สวัสดีชั้นชื่อนัท เป็นไกด์และนักเล่าเรื่องชุมชน เย็นนี้ชั้นจะพาแกไปตลาดน้ำพุ” คุณนัทหรือไกด์หมีทักทายด้วยน้ำเสียงคนจันท์ เขาหลีกหนีความเร่งรีบจากเมืองกรุงกลับมาใช้ชีวิตแบบสูดลมหายใจเข้า-ออก อย่างเต็มปอดที่มาตุภูมิ 

“ชื่อตลาดน้ำพุ มีที่มาจากตลาดนี้มีน้ำพุ ไม่มีอะไรมาก” ลูกทัวร์หัวเราะดังลั่น หลังจากไกด์หมีแนะนำตลาด ไกด์ให้คนขับวนรถรอบตลาดน้ำพุ 1 รอบเพื่อแนะนำร้านที่น่าสนใจ ก่อนปล่อยให้ลูกทัวร์เดินหาอะไรกินตามอัธยาศัย

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

“ปลาแผ่นป้าแดงร้านนี้เด็ด หมูเค็มนายเส่ยห้ามพลาด นี่ๆ เห็นร้านนี้ที่คนมุงเยอะๆ มั้ย ราดหน้าร้านนี้อร่อยแถมคนขายยังหน้าตาคล้ายนักร้องวงลาบานูนด้วย ข้าวเหนียวสังขยาร้านนี้เลิศ ข้าวต้มสมบูรณ์นี่ก็อย่าพลาด” 

ทั้งหมดเป็นเพียงร้านเด็ดบางส่วนที่ฉันจำได้จากการแนะนำรัวๆ ของไกด์หมีบนรถตู้ 

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

ตลาดน้ำพุเป็นตลาดเก่าแก่ของเมืองจันท์ มีวงเวียนน้ำพุสะดุดตา บรรยากาศยามเย็นของตลาดน้ำพุเต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของกินบานเช่ด (เยอะมาก) จำนวนผู้คนถือว่าไม่แน่นจนเกินไป ยังมีพื้นที่ให้ฉันเดินชิลล์ๆ พร้อมพูดคุยเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทางแปลกหน้า ก่อนจะเลื่อนสถานะมาเป็นเพื่อนใหม่

เหมืองพลอยลุงสำราญ ที่มาแล้วคุณจะได้รับความสำราญกลับไป

“โอเลี้ยงอยู่ไหน” เสียงตะโกนดังลั่นประโยคแรกจากลุงขจรที่ต้องการส่งสารถึงไกด์หมี ซึ่งบ่งบอกถึงความสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีของทั้งสองคน เรียกรอยยิ้มให้กับชาวคณะเป็นอย่างดี

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

เหมืองพลอยของ สำราญ รัตนเกียรติ และ ขจร กิจนาวา เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้และอนุรักษ์ที่แรกของจันทบุรี และคุณลุงทั้งสองท่านนี้มีประสบการณ์การขุดพลอยมากว่า 40 ปี การทำเหมืองในตอนนี้จึงเป็นการทำเหมืองรอบที่ 3 (ช่วงเก็บตกพลอย) พลอยที่ได้ส่วนใหญ่ตอนนี้จะเป็นพลอยสตาร์ (Star Sapphire)

การทำเหมืองพลอยที่นี่เป็นการทำเหมืองแบบใหม่ เป็นการใช้รถแบคโฮขุดดินมากองไว้ แล้วค่อยๆ ฉีดน้ำให้ไหลลงมาในอุปกรณ์คัดแต่ง หรือ แย็ก จากนั้นอาศัยความชำนาญในการคัดแยกดินและพลอยออกจากกัน

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก
เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

“ที่เห็นลุงแกโยนทิ้งไม่ใช่พลอยนะ เป็นก้อนหินก้อนกรวด” ไกด์หมีรีบอธิบาย สงสัยสังเกตเห็นสายตาของฉันมองตามสิ่งที่ลุงโยนอย่างไม่คลาดสายตา เลยกลัวว่าฉันจะกระโจนลงไปเก็บสิ่งที่ลุงโยนลงไป เลยต้องรีบบอกก่อน 

เมื่อคุณลุงสำราญและคุณลุงขจรขุดพบพลอยจากเหมืองเป็นที่เรียบร้อย ก็จะมีคนมารับซื้อพลอยที่หน้าเหมืองเพื่อนำไปขายต่อ บ้างก็นำไปเผาเพื่อปรับปรุงคุณภาพพลอย บ้างก็นำไปเจียระไนเพื่อจะจำหน่ายต่อไป

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

“ทำไมลุงไม่เผาพลอยเองหรือเจียระไนเองคะ” หนึ่งในคำถามจากคณะทัวร์

“ผมทำไม่เป็น” ลุงขจรตอบทันที บางคนอาจจะคิดว่าลุงแกพูดกวน แต่จริงๆ แล้วคนจันท์ในวงการนี้เลือกทำเฉพาะสิ่งที่ตนถนัด ไม่ทำอะไรควบรวมทั้งกระบวนการ แต่ละคนจึงมีความชำนาญที่ไม่เหมือนกัน

คำเตือน หากท่านมาเที่ยวเหมืองแห่งนี้

อย่าใส่เสื้อผ้า รองเท้าสีขาวหรือสีอ่อน ไม่เช่นนั้นท่านจะได้รับสีธรรมชาติจากโคลนกลับไปแทน

บ่อพลอยเหล็กเพชร บ่อพลอยที่เลือกที่จะหยุดขุดเพื่อไปต่อ

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

ยอมรับว่าฉันได้ยินชื่อบ่อนี้แล้วเกิดคำถามในใจทันทีว่า สถานที่นี้เป็นบ่อพลอย หรือบ่อเหล็ก หรือบ่อเพชร สรุปเป็นบ่อพลอย มีนามว่า เหล็กเพชร เป็นนามสกุลของ สุคนธ์ เหล็กเพชร คุณแม่ของ กุ๊ก-สราวุธ พึ่งตระกูล ทายาทรุ่น 4 ที่ยังรักษาวิธีขุดเหมืองพลอยแบบดั้งเดิมคือ ใช้อุปกรณ์แบบเดิมและใช้แรงงานคนขุดชั้นดินลงไป 

คุณกุ๊กต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการขุดพลอยที่มีมากว่า 100 ปีของตระกูล ซึ่งความรู้เหล่านี้ไม่มีบันทึกหรือสอนเป็นตำรา ล้วนเกิดจากประสบการณ์ที่สะสมมา จนหล่อหลอมเป็นภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การรักษาต่อไป

“ถ้าผมขุดเอง ไม่กี่เดือนก็ขุดครบแล้วครับ แต่ผมเลือกหยุดเพื่อเก็บรักษาให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัส” คุณกุ๊กเลือกจะหยุดขุดพลอยด้วยตนเอง แต่เพิ่มมูลค่าบ่อพลอยด้วยการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ นั่นคือ เปิดบ่อพลอยเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีจุดจัดแสดงอุปกรณ์ขุดพลอย และให้นักท่องเที่ยวลงมือขุด-ร่อนพลอยด้วยตนเอง

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก
เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

ได้รับคัดเลือกให้มาร่วมทริปทั้งที ฉันและเพื่อนใหม่ร่วมทริป (เลื่อนสถานะจากคนแปลกหน้ามาเป็นเพื่อนใหม่เรียบร้อย) อีก 3 คน จึงอาสาลงไปขุดพลอยด้วยท่าทางกระตือรือร้นสุดๆ ทางบ่อพลอยฯ จะมีเสื้อผ้าและห้องอาบน้ำไว้บริการ ความรู้สึกตอนลงไปอยู่ในบ่อพลอยคือ เย็น สงบ เพราะมีน้ำใสๆ ไหลออกมาจากตาน้ำตลอดเวลา ขุดไปขุดมาน้ำเริ่มเพิ่มระดับ ต้องดูดน้ำออกถึงจะขุดต่อได้ ขุดไปไม่กี่นาทีบอกเลยว่า “เหนื่อย” พอขุดได้คนละ 2 ถังก็นำทั้งคนขุดและถังขึ้นจากบ่อแล้วไปต่อที่จุดร่อนแร่ เพื่อใช้สายตาอันเฉียบคมแยกพลอยออกจากหิน (แน่นอน ฉันหาพลอยไม่เจอ)

ระหว่างที่นักขุดจำเป็นทั้ง 4 ท่านกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ในเหมืองก็ระดมกำลังพลแยกพลอยออกจากหิน เพื่อให้เราทั้ง 4 คนได้นำพลอยที่ขุดเองกับมือไปเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน ครั้งหนึ่งที่บ่อพลอยเหล็กเพชร

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

“พลอยจะเลือกเจ้าของ” เป็นประโยคยอดฮิตที่ยังใช้ได้ในปัจจุบัน และใช้ได้ดีในการตัดสินให้พลอยแก่คนที่ลงไปขุด วันนี้ขุด 4 คน คุณกุ๊กจึงคว่ำกล่องพลอยทั้ง 4 กล่อง แล้วเข้าสู่กระบวนการอันคลาสสิก 

“โอน้อยออก ใครออกก่อนได้เลือกพลอยก่อน” เรียกว่าลุ้นทั้งคนขุดและกองเชียร์ที่มาด้วยเลยค่ะ

เดินเล่นย้อนอดีตที่ชุมชนริมน้ำจันทบูร

ชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นย่านการค้าในภาคตะวันออกและชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดของจันทบุรี 

บริเวณต้นซอยเป็นที่อยู่ของเจ้านาย กลางซอยเป็นที่อยู่ของคหบดี และท้ายซอยเป็นที่อยู่ของคนญวน ปัจจุบันคือตลาดพลอย (ส่วนท้ายซอย) มีช่างเจียระไนและช่างฝังพลอยอาศัยอยู่ในชุมชนนี้ด้วย

จุดหมายแรกที่แวะคือ บ้านหลวงราชไมตรี เพื่อทานมื้อเที่ยงพร้อมฟังประวัติของบ้านและชุมชนแห่งนี้ 

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก
เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

หลวงราชไมตรี เดิมมีนามว่า ปูม ปุณศรี เป็นชาวบ้านที่ทำการค้าด้วยความขยันหมั่นเพียร เป็นพ่อค้าพลอย และเป็นบุคคลแรกที่นำต้นยางพารามาปลูกที่จันทบุรี ด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้ทำประโยชน์ไว้กับแผ่นดิน ทำให้ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศจากรัชกาลที่ 6 เป็น ‘หลวงราชไมตรี’ ภายในบริเวณบ้านเปิดเป็นที่พักสไตล์ Boutique Hotel และจัดพิพิธภัณฑ์ แสดงเอกสารหลักฐานและจดหมายบันทึกเล่าเรื่องเกี่ยวกับการค้าพลอยอายุกว่า 110 ปีของท่าน

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

มื้อเที่ยงของคณะเราเป็นก๋วยเตี๋ยวเลียงหมู รสชาติแปลกลิ้นแต่กลมกล่อมสุดๆ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่ม แต่ถ้าอยากปรุง ต้องปรุงด้วยพริกตำและน้ำตาลอ้อย ถึงจะทำให้รสชาติไม่เพี้ยน เส้นก๋วยเตี๋ยวทำจากเส้นจันท์ รสชาติน้ำซุปออกหวานตามสไตล์คนจันท์ มีน้ำมะปี๊ด (ส้มจี๊ด) เย็นๆ ดื่มแก้ร้อน ตบท้ายด้วยสละเนินวงร้อยแก้ว ความเปรี้ยวของสละตัดกับความหวานของน้ำเชื่อมอย่างลงตัว ทานมื้อเที่ยงไป ฟังคำบรรยายเกี่ยวกับเมนูที่เรากำลังตักเข้าปากไป เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ฉันอิ่มทั้งกายอิ่มทั้งใจ หลังจากเสร็จกิจกรรมที่บ้านหลวงราชไมตรี คณะเราเดินเท้ามุ่งหน้าไปท้ายซอยเพื่อไปตลาดพลอย ระหว่างทางก็แวะอุดหนุนสินค้าชุมชนที่แต่ละบ้านจะนำออกมาขาย เช่น ฟองน้ำหู้ทอด ขนมไข่กรอบ ยาดมสมุนไพรที่ทำกันสดๆ ขวดต่อขวด และยาหม่องน้ำ การันตีความหอมเพราะหอมทะลุหน้ากากอนามัยจริงๆ

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

จุดหมายที่สองคือ ตลาดพลอย เปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เป็นแหล่งรับซื้อ-ขายพลอยจากทั่วโลก เราได้ บิว-รัญชน แสนนาม มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว เธอประกอบอาชีพเสริมเป็นเด็กเดินพลอย เดินตามคุณพ่อมาขายพลอยที่ตลาดแห่งนี้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา จนตอนนี้กำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัย สะสมประสบการณ์เกือบ 10 ปี

“ที่เห็นนั่งเฉยๆ กันตามโต๊ะ นั่นคือคนซื้อพลอยนะคะ” เด็กเดินพลอยอธิบายเสียงฉะฉาน

“ส่วนคนขายจะเดินขายตามโต๊ะ คนขายต้องการพลอยอะไรเขาก็จะติดป้ายบอก” 

ถ้าคนซื้อสนใจพลอยที่เด็กเดินพลอยนำมาเสนอขาย แล้วต้องการต่อรองราคา คนซื้อก็จะเอากระดาษทิชชู่ห่อซองพลอยนั้นติดสก็อตเทปแล้วทำเครื่องหมายบนห่อ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนพลอยในห่อ ให้เด็กเดินพลอยนำพลอยห่อนั้นกลับไปถามเจ้าของพลอยว่าขายราคาที่คนซื้อเสนอมาได้ไหม หากตกลงซื้อขายกันก็จะออกบิล

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

เรียนรู้กระบวนการแปรรูปพลอยที่ร้าน Expert Gems 

คณะเรานั่งดูวิดีโอที่กำลังนำเสนอการเจียระไนพลอยในรูปแบบต่างๆ ด้วยความตื่นตากับความระยิบระยับของพลอยที่เจียระไนแล้ว มี ดร.ธงศักดิ์ จินตการ ผู้นำด้านธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับแห่งเมืองจันท์ เล่าให้ฟังถึงประวัติความเป็นมาและการต่อสู้ชีวิต จนกระทั่งเปิดกิจการ Expert Gems เพื่อค้าส่งพลอยเจียระไนชื่อดังในจันทบุรี

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

“ใจรัก มีความรู้ อดทน” เป็นสูตรที่ทำให้ ดร.ธงศักดิ์ ประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ เมื่อมีความรู้ เราจะชำนาญในสิ่งที่ทำ ตรงกับคำพูดของลุงขจรที่ว่า ต่างคนต่างมีความรู้เฉพาะด้านของตน แต่ละคนจึงมีความชำนาญไม่เหมือนกัน

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก
เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

ภายในร้าน Expert Gems เราได้ชมขั้นตอนการคัดพลอยก้อน โดยแยกพลอยก้อนที่ต้องการนำไปเผาเพื่อปรับปรุงคุณภาพ โดยเฉพาะสีของพลอยให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สิ่งนี้ถือเป็นสูตรลับเฉพาะบ้านใครบ้านมัน ชาวจันทบุรีมีชื่อเสียงมากในเรื่องการเผาพลอยระดับโลก การโกลนพลอย เป็นการออกแบบรูปร่างพลอยและตำแหน่งสี (ตั้งน้ำ) การแต่งพลอย เป็นการขึ้นรูปพลอยให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการอย่างละเอียด การเจียระไนพลอย เป็นการเจียระไนเหลี่ยมและมุมรวมถึงการขัดเงาของพลอย เพื่อสร้างการหักเหของแสงทำให้เกิดเป็นประกายระยิบระยับจากตัวพลอย

World Sapphire Gallery พิพิธภัณฑ์พลอยไพลิน

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

พิพิธภัณฑ์พลอยไพลิน นอกจากเป็นแหล่งรวมพลอยไพลินทั้งที่ยังไม่ได้เจียระไนและเจียระไนแล้วจากทั่วโลก ยังเปรียบเสมือนสมุดบันทึกการเดินทางแสวงหาโชคของพ่อค้าพลอยชาวจันทบุรีจากทั่วทุกมุมโลก โดยมี เมธี จึงสงวนสิทธิ์ เป็นตัวแทนของพ่อค้าพลอยเมืองจันท์ที่มาเล่าเรื่องราวการผจญภัยขุดพลอยจากทั่วโลกกว่า 50 ปี

“ผมเห็นพลอยประเภทนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศนั้น เลยนำกลับมาเผา ปรากฏว่าเผาออกมาสวยมาก และขายดีมากในประเทศไทย” หนึ่งในเรื่องราวการค้าพลอยของคุณเมธีที่แสดงถึงการเป็นผู้มองเห็นโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ 

หากอยากเห็นไพลินที่ไม่ได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพใดๆ (สวยตามธรรมชาติ) ที่สวยที่สุด มาชมได้ที่นี่ค่ะ

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

กิจกรรมสรุปการเรียนรู้จากทริปนี้

คณะเราเดินทางกลับมาที่ Blue Rabbit โรงแรมที่พักค้างคืนกันเมื่อคืน เพื่อรุปกิจกรรมการเดินทางตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของพลอยจันท์ มี อาจารย์นราทิป อ่ำเที่ยงตรง เป็นวิทยากรรับเชิญและร่วมแบ่งปันความเห็นในมุมต่างๆ เพื่อให้ผู้จัดนำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ก่อนจะทานมื้อเย็นและเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างสวัสดิภาพ

‘อัญมณี’ หมายถึง วัตถุธรรมชาติสวยงามที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับ มีทั้งเป็นสารอินทรีย์ (ได้มาจากสิ่งมีชีวิต) และสารอนินทรีย์ (ได้มาจากแร่) โดยแบ่งตามสถาบัน Gemological Institute of America หรือ GIA เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือเพชรและพลอย นอกจากนี้อัญมณียังสื่อความหมายถึง สิ่งที่มีคุณค่า สิ่งที่หายาก 

สิ่งที่ฉันได้รับจากการเข้าร่วมเพื่อทดลอง ‘ทริปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจในแบบของคุณ กับ คนค้าพลอย’ ในครั้งนี้ ฉันค้นพบอัญมณีที่มีค่า นั่นคือ การค้นหาความชำนาญของตนเอง 

ถ้าเราสนใจหรือมีความรู้ในด้านใด ควรจะโฟกัสและพัฒนาจนเกิดเป็นจุดแข็งของตนเอง ทุกสถานที่ที่ฉันไปเยือนในทริปนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศธุรกิจพลอย แต่มีความชำนาญที่แตกต่างกัน และพวกเขาก็นำความชำนาญนั้นมาต่อยอดเป็น Core Business ของธุรกิจตัวเองจนถึงปัจจุบัน ทำให้ฉันกลับมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า 

“อะไรคือสิ่งที่ฉันสนใจและทำมันได้ดี” ขอขอบคุณผู้จัดกิจกรรม ‘ล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์’ ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการวิจัยการยกระดับนวัตกรรมทางการท่องเที่ยว จังหวัดจันทบุรี สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ของสถาบันอาศรมศิลป์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธิป ศรีสกุลไชยรัก เป็นหัวหน้าโครงการ ที่ให้ฉันได้มีโอกาสเป็นนักท่องเที่ยวทดลอง ได้รับมิตรภาพใหม่ๆ ทั้งจากคณะผู้จัดชาวจันทบุรี และเพื่อนใหม่ชาวกรุง ทำให้มุมมองในการท่องเที่ยวฤดูร้อนในปีนี้ของฉันเปลี่ยนไป

เที่ยวจันทบุรีฤดูร้อน เข้าเหมืองไปล่าขุมทรัพย์พลอยจันท์และคุยกับพ่อค้าอัญมณีแห่งภาคตะวันออก

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ณสิตา ราชาดี

งานหลักคือพนักงานเอกชน งานรื่นรมย์คือ (อยากเป็น) นักเขียน

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

“เดือนที่แล้วมีดาราไทยมานะ ให้ผมนำเที่ยว เนี่ยเดี๋ยวเดือนหน้าก็จะมีดาราไทยมาอีก” 

จันตาเอ่ยถึงดาราหญิงชายชื่อดังของไทย ลูกค้าหมาด ๆ ของเขาเมื่อเดือนก่อน มือก็บังคับพวงมาลัยรถตู้พาเราออกจากท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต (Wattay International Airport) มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์อีกฟากหนึ่งของเมือง

ตั้งแต่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เปิดประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศก็ทยอยเดินทางเที่ยวไม่ขาดสาย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยบ้านใกล้เรือนเคียง เศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ซบเซาของลาว (เช่นเดียวกันกับไทย) ก็ค่อย ๆ กระเตื้องขึ้น ดูจากแววตาและน้ำเสียงของจันตาก็พอจะบอกได้ 

ก่อนโควิด จันตาเป็นผู้นำทัวร์ของบริษัทท่องเที่ยวสำหรับชาวยุโรป บางครั้งก็ลงมือเป็นไกด์เอง ทั้งยังขยายธุรกิจเป็นเจ้าของรถบัสขนาดใหญ่ 3 คัน ถือเป็นผู้มีประสบการณ์คนหนึ่งในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวลาว แต่ก็อย่างที่รู้กัน โควิด-19 ซัดทุกอย่างเสียราพณาสูร

จากรถบัสสู่รถตู้ คือ ชีวิตในวันนี้ของจันตา รถตู้ของเขาคันใหญ่ ตกแต่งใหม่เอี่ยมทั้งคัน สำหรับพานักท่องเที่ยวทัศนาจรในลาว แม้ธุรกิจจะลดขนาดลง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชน บวกด้วยความเป็นมืออาชีพในสายงาน 

จากสนามบินวัตไตถึงสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์ใช้เวลาประมาณ 40 นาที แนะนำว่าให้เผื่อเวลาเดินทางไว้สักหน่อย จันตาบอกว่ามีนักท่องเที่ยวตกรถไฟมาหลายคนแล้ว บางคนเที่ยวบินดีเลย์ บางคนเจอรถติด แต่บางคนก็ชิลล์ไปหน่อย ประมาณว่าแวะกินข้าวเคล้าเบียร์นานเกินไป

“นี่ครับตั๋วรถไฟ เก็บไว้ให้ดี ห้ามหายเลยนะครับ เพราะว่าพอถึงปลายทาง เจ้าหน้าที่เขาจะขอตรวจอีกครั้ง ถ้าไม่มีเขาไม่ให้ออกจากสถานี ต้องซื้อตั๋วใหม่อย่างเดียว” จันตากำชับและยื่นตั๋วหรือปี้ในภาษาลาวให้เราเมื่อถึงสถานีรถไฟ

อาคารสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใหญ่โตอลังการ สมศักดิ์ศรีกันดีกับขบวนรถไฟลาว-จีน ใหม่เอี่ยมป้ายแดง เชื่อมต่อระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์กับจีนตอนใต้ ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนธันวาคม 2564 ความจริงแล้วทางรถไฟสายนี้ยาวนับพันกิโลเมตร แต่ส่วนที่อยู่ในเขต สปป.ลาว นั้นยาว 414 กิโลเมตร เชื่อมสองชาติที่ด่านบ่อหาน ประเทศจีน เข้าสู่ลาวที่เมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา และวิ่งผ่านเมืองท่องเที่ยว เช่น หลวงพระบาง วังเวียง และสิ้นสุดที่เวียงจันทน์

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม

ทริปนี้เริ่มขึ้นก็เพราะรถไฟสายใหม่นี้แหละ หลังจากลาวเปิดประเทศให้ท่องเที่ยวอีกครั้ง ภาพรถไฟหน้าตาล้ำสมัย และภาพนักเดินทางนั่งสบายในตู้โดยสารโอ่โถงก็เริ่มมีออกมายั่วใจมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมวิ่งผ่านเมืองมรดกโลกอย่างหลวงพระบาง ที่แต่ก่อนหากเดินทางโดยรถยนต์ต้องใช้เวลาร่วม 6 – 7 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นรถไฟขบวนใหม่ที่วิ่งด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาจึงหดสั้นเหลือเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที ดีขนาดนี้แล้วจะรออะไร อ๋อ รอซื้อตั๋วไง!

ตั๋วรถไฟสายใหม่นี้ต้องฟาดฟันแย่งกันซื้อ และเราจะนั่งจิ้มซื้อแบบออนไลน์ก็ไม่ได้ ตอนนี้เขายังไม่มีบริการในส่วนนั้น ถ้าคุณไม่มีเพื่อนคนลาวไปต่อคิวซื้อให้ ก็เหลือทางเดียวคือให้บริษัทนำเที่ยวจัดการเหมือนที่เราพึ่งพาจันตานี่แหละ และขณะนี้ความต้องการตั๋วพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ระบบการจัดการต่าง ๆ ยังไม่เสถียรนัก มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ดูความอลหม่านการซื้อตั๋วและประกาศอัปเดตต่าง ๆ เกี่ยวกับรถไฟลาว-จีน ได้ที่นี่

สนนราคาค่าตั๋วเวียงจันทน์-หลวงพระบาง ที่นั่งชั้น 1 อยู่ที่ 313,000 กีบ คิดเป็นเงินไทยก็ 700 กว่าบาท ส่วนที่นั่งชั้น 2 ราคาอยู่ที่ 198,000 กีบ หรือเกือบ 500 บาท (ค่าเงินไว้คำนวณคร่าว ๆ คือ 450 กีบ เท่ากับ 1 บาท หรือจำในใจง่าย ๆ 10,000 กีบ เท่ากับประมาณ 20 บาท) อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วผ่านบริษัทท่องเที่ยวต้องจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 50,000 กีบต่อตั๋ว เป็นค่ายืนต่อแถวที่แว่วว่าบางทีต้องยืนรอขาแข็งกว่า 2 ชั่วโมงกว่าจะได้มา แล้ว 1 คน ซื้อตั๋วได้มากสุด 3 ที่นั่งเท่านั้น

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม

รถไฟเคลื่อนตัวออกจากเวียงจันทน์ตรงตามเวลาเป๊ะ ตู้โดยสารสะอาดโอ่โถง เก้าอี้ตัวใหญ่ เบาะหนานุ่ม เสียงประกาศในรถที่ดังเรื่อย ๆ บอกว่าผู้โดยสารต้องใส่ผ้าอัดปากหรือหน้ากากตลอดการเดินทาง นอกจากเสียงประกาศนี้และเสียงประกาศว่าเรากำลังอยู่ในขบวนรถไฟลาว-จีน EMU ซึ่งย่อมาจาก Electric Multiple Unit เราก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นอีก เพราะรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามันเงียบเรียบลื่นดีจริง

ถามว่าตู้โดยสารชั้น 1 และชั้น 2 ต่างกันอย่างไร ต้องบอกว่าต่างกันที่จำนวนที่นั่ง แน่นอนว่าชั้น 1 ก็หลวม ๆ กว่า เก้าอี้เป็นแบบคู่ แบ่ง 2 ฟากซ้ายขวา ในขณะที่ชั้น 2 ฟากหนึ่งเป็นเก้าอี้แถว 3 คน อีกฟากเป็นเก้าอี้คู่ แต่ละตู้มีห้องน้ำบริการ หน้าตาเหมือนห้องน้ำบนเครื่องบิน สะอาดสะอ้านดี ส่วนใครที่ห่วงใยเรื่องอาหารการกิน (เช่นเรา) ก็จงแวะซื้อหรือกินมาให้เรียบร้อยก่อน เพราะที่สถานีและบนรถไฟไม่มีอาหารขาย มีเฉพาะเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นตู้โดยสารเบอร์อะไรต้องคอยฟังเขาประกาศบอก

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
วิวนอกหน้าต่าง

1 ชั่วโมงจากเวียงจันทน์ ขบวนรถก็เข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟวังเวียง อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ตลอดการเดินทางเราใช้เวลาเงียบ ๆ ละเลียดวิวนอกหน้าต่างที่พาดผ่านเทือกเขาสูง ทางรถไฟยกระดับเผยภาพงาม ทั้งสีเขียวของทุ่งนาและภูผาสูงใหญ่ คนชอบถ่ายรูปคงจะถ่ายสนุกแบบไม่ต้องกลัวแบตเตอรี่หมด เพราะทุกที่นั่งเขามีที่ชาร์จโทรศัพท์พร้อม และอีกราว 1 ชั่วโมงต่อมาเราก็มาถึงหลวงพระบาง

หลวงพระบางที่คิดถึง

หลวงพระบางต้อนรับเราด้วยคลื่นความร้อนปนความชื้นในอากาศ จินตนาการถึงแก้วน้ำเย็นที่วางทิ้งในห้องร้อนอ้าว เหงื่อที่ผุดพรายข้างแก้วเป็นอย่างไร เหงื่อบนร่างกายเราก็ประมาณนั้น ไม่เป็นไร คนเราต้องปรับตัวให้เข้ากับโลก ไม่ใช่ให้โลกปรับตัวเข้ากับเรา ว่าแล้วก็ลากกระเป๋าไปหารถเข้าเมือง นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมีรถโรงแรมหรือรถส่วนตัวมารอรับ สำหรับคนที่ไม่มีใครมารับก็มีทางเลือกทั้งแท็กซี่แบบเหมา หรือรถตู้นั่งแชร์กับคนอื่น แน่นอน เราเลือกหนทางที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและดีกับงบประมาณ (แต่ดีกับตัวเองหรือเปล่า ไม่แน่ใจ) นั่นคือรถตู้ที่ละ 35,000 กีบ หรือประมาณ 85 บาท นั่งหวานเย็นกันไป แวะส่งเพื่อนร่วมทางไปเรื่อย ๆ ซึ่งยังไง ๆ ทุกคนก็ลงในเมืองใกล้ ๆ กันนั่นแหละ

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
สถานีหลวงพระบาง

หลวงพระบางเป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลายคนมามากกว่า 1 ครั้ง บางคนบอกว่าเมืองน้อยนี้มีเสน่ห์หนักหนา ทั้งบ้านเรือนอาคารโคโลเนียล ลูกผสมระหว่างศิลปะพื้นถิ่นกับเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส วัดวาอารามงดงาม ธรรมชาติทั้งน้ำโขงน้ำคานขนาบพื้นที่ อาหารการกินก็บริบูรณ์​ งามสงบในร่มเงาของวัฒนธรรมอันหลากหลาย แต่เมื่อโควิด-19 มาเยือน ทำเราสงสัยเสียจริง ๆ ว่า เมืองที่พึ่งพิงการท่องเที่ยวเป็นหลักจะผันเปลี่ยนไปมากเพียงใด

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม

แล้วเราก็ได้เห็นถนนศรีสว่างวงศ์​ (Sisavangvong) เส้นหลักกลางเมือง แล่นผ่านอาคารโคโลเนียลสองฟากฝั่ง ยาวไปถึงหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบางและทางขึ้นพระธาตุพูสี ในอดีตเคยครึกครื้นเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ บัดนี้กว่าครึ่งปิดประตูเงียบ ความงามของอาคารโบราณยังคงอยู่ แต่โรคระบาดได้พรากชีวิตชีวาของผู้คนและธุรกิจท่องเที่ยวส่วนหนึ่งไปอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ร้านที่ยังอยู่ได้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของตึกเอง ไม่ต้องเสียค่าเช่าให้ใคร ส่วนที่ปิดไว้ก็มักมีป้ายแขวนบอกให้เช่าแทบทั้งสิ้น

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม

แม้สีสันของการเป็นเมืองท่องเที่ยวจะจางลงไปบ้าง แต่จิตวิญญาณแท้จริงของหลวงพระบางที่แฝงฝังในพุทธสถาน อาหารการกิน ชีวิตของผู้คน และมหานทีอย่างลำโขง ยังอยู่ครบถ้วน จุดท่องเที่ยวสำคัญของหลวงพระบางที่อาจจะเคยไปแล้วก็ยังมีเสน่ห์ให้อยากไปอีก โดยเฉพาะในวันที่เพื่อนร่วมโลกต่างต้องการกำลังใจจากกัน

3 วันคืออย่างน้อยที่สุดที่คุณจะใช้เวลาเที่ยวหลวงพระบาง แต่ถ้าคุณไม่รีบ 5 วันคือจำนวนวันที่คุณจะเอื่อยไปได้เรื่อย ๆ ในเมืองน้อยนี้ จุดหมายเอื่อย ๆ แห่งแรกที่เราไปคือ ‘วัดเชียงทอง’ ไม่ได้คิดถึงแค่ความงามของสิมหรืออุโบสถที่ถือเป็นศิลปะล้านช้างสกุลช่างหลวงพระบางเท่านั้น แต่คิดถึงบันไดสีขาวสูงชันหน้าวัดที่ลาดลงสู่ริมโขงด้วย สายน้ำ แมกไม้ และสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านกาลเวลา เป็นส่วนผสมที่อลังการใจเสมอ

นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
วัดเชียงทอง
นั่งรถไฟลาว-จีน ไปสะบายดีหลวงพระบาง เพราะอยากรู้ว่า หลวงพระบาง เธอยังสบายดีอยู่ไหม
งานประดับกระจกหอไหว้สีกุหลาบ

วัดเชียงทองคือพุทธสถานเก่าแก่ประจำเมืองที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างและล้านนา เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ.​ 2101 – 2103 สิ่งโดดเด่นและต้องไปชมให้ได้คือสิมหลังคาซ้อน 3 ตับ ดัดเส้นสายโค้งอ่อนและแอ่นแผ่ลงเกือบจรดพื้น เป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ทำให้สิมแห่งนี้ต่างจากที่ไหน ๆ ด้านหลังสิมตกแต่งด้วยงานประดับกระจก เป็นลวดลายต้นทองเต็มผนังงามน่าทึ่ง เยื้องมาด้านหลังของสิมคือหอไหว้สีกุหลาบ ผนังด้านนอกเคลือบสีชมพูอ่อนหวาน ความโดดเด่นอยู่ที่งานประดับกระจกชิ้นเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนแปะเรียงเป็นลวดลาย เล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านที่แฝงคติสอนใจ

จากวัดเชียงทอง เรามุ่งไปอีกสองสถานที่สำคัญ หนึ่งคือ ‘พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง’ ซึ่งอดีตคือพระราชวังหลวงของเจ้ามหาชีวิตแห่งราชอาณาจักรลาว และสองคือ ‘พระธาตุพูสี’ ซึ่งทางขึ้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์

อดีตพระราชวังหลวงไม่ใหญ่โตโอฬารมากมาย แต่อะไรบางอย่างทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศขรึมขลังเข้มข้น อาจจะเพราะตั้งแต่ทางเดินยาวที่ทอดสู่ตัววัง ซึ่งถูกขนาบด้วยแนวต้นตาลสูงใหญ่เรียงเป็นระเบียบ ไปจนถึงตัวอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูง ปลูกสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมระหว่างฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมกับศิลปะล้านช้าง ตัวอาคารเรียบนิ่ง ไม่มีการประดับประดาอะไรจนพราวตา เว้นแต่เพียงตราสัญลักษณ์รูปช้างสามเศียรที่ประดับบนหน้าบันของพระราชวังหลวง

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง

ผู้สร้างพระราชวังนี้คือ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ในระหว่าง ค.ศ. 1904 – 1909 อนุสาวรีย์ของพระองค์ประดิษฐานตระหง่านสูงอยู่กลางแจ้งใกล้บริเวณที่ซื้อปี้หรือบัตรเข้าชม เมื่อซื้อบัตรแล้วสิ่งที่ต้องทำลำดับต่อมาคือฝากข้าวของในตู้ล็อกเกอร์ จะทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ด้วยก็ได้ เพราะภายในพิพิธภัณฑ์ห้ามถ่ายรูป

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง

แม้พิพิธภัณฑ์ไม่ใหญ่โต แต่หากใครเป็นคอประวัติศาสตร์ ก็อาจใช้เวลาละเลียดอดีตของลาวในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบกษัตริย์ไปเป็นระบอบสังคมนิยมได้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง บัลลังก์ที่เตรียมไว้สำหรับใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาที่ไม่เคยถูกใช้ เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในขึ้นเสียก่อน เครื่องราชูปโภค ของส่วนพระองค์ของพระราชวงศ์ พระพุทธรูป ตลอดจนภาพเขียนวิถีชีวิตคนหลวงพระบาง โดยฝีมือศิลปินชาวฝรั่งเศส จัดแสดงอยู่ในห้องต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่ยังจำลองบรรยากาศของห้องในอดีตไว้ เช่น ท้องพระโรง ห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทม ห้องรับรองแขก

ก่อนออกจากเขตพระราชวัง แวะกราบ ‘พระบาง’ ที่หอพระบางซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าใกล้ประตูใหญ่ทางเข้าพระราชวัง พระบางเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูงประมาณ 1.14 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองลาวนับตั้งแต่พระเจ้าฟ้างุ้ม กษัตริย์แห่งล้านช้างทรงอัญเชิญมาจากเขมรในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ตามตำนานบอกไว้ว่า พระบางสร้างขึ้นที่อินเดีย ทำจากทองคำบริสุทธิ์ ประดิษฐานอยู่ที่ลังกา เขมร จนกระทั่งพระเจ้าฟ้างุ้มมีพระราชประสงค์จะเผยแผ่พุทธศาสนาให้มั่นคงในราชอาณาจักร จึงทูลขอพระบางจากพระเจ้าแผ่นดินเขมรให้มาประดิษฐาน ณ เมืองเชียงทอง (หรือหลวงพระบางในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางเกิดเหตุอัศจรรย์หลายประการ ทำให้พระบางประดิษฐานอยู่ที่เวียงจันทน์นานกว่า 100 ปี กว่าจะได้มาประดิษฐานที่หลวงพระบางในที่สุด

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
หอพระบางและตลาดมืด

ถนนหน้าพิพิธภัณฑ์ถือเป็นถนนเส้นหลักของเมือง พอแดดร่มลมตก พ่อค้าแม่ขายก็จะกางเต็นท์เตรียมตลาดมืดซึ่งหมายถึงตลาดกลางคืน จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกจากหลวงพระบาง ตลอดจนงานหัตถกรรมชนเผ่า มีทั้งเครื่องเงิน ผ้าพื้นเมือง งานศิลปะ ไปจนถึงเสื้อผ้าแฟชั่นของจิปาถะต่าง ๆ เป็นสีสันเล็ก ๆ สำหรับราตรีที่ค่อนข้างเงียบสงบของหลวงพระบาง แต่ก่อนฟ้าจะมืดและก่อนตลาดมืดจะเปิดทำการ ยังมีอีกหนึ่งจุดหมายที่ท้าทายข้อเข่ารอทุกคนอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์

328 คือจำนวนขั้นบันไดที่ต้องปีนไต่ขึ้นไปสักการะพระธาตุจอมสีสีทองสุกปลั่งบนยอดเขาพูสี แม้ต้นจำปาลาวและดวงดอกของมันที่ขึ้นเรียงขนาบสองข้างทางจะดูสวยโรแมนติกเพียงใด ก็ไม่อาจบดบังความจริงที่ว่าเรากำลังเดินขึ้นบันไดคดเคี้ยวเชิดขึ้นที่สูง เหนื่อยต้องมี เหงื่อต้องมา เป็นของธรรมดาที่ต้องเตือนว่าก็ไม่ใช่ทุกคนจะไหว โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาสุขภาพ รวมถึงคนที่เพิ่งกินข้าวมาอิ่ม ๆ แต่ถ้าคุณไหวก็ขอให้ไปต่อ เพราะวิวหลวงพระบางมุมสูงนั้นควรค่าแก่การทอดสายตามองจริง ๆ

บนยอดพูสีเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยมของหลวงพระบาง วิวสองฟากฝั่งพระธาตุก็ต่างกัน ด้านหนึ่งจะมองเห็นตัวเมืองหลวงพระบางอยู่ในโอบกอดของลำโขงสีน้ำตาลอ่อน ส่วนอีกฝั่งจะเห็นตัวเมืองอยู่ในอ้อมแขนของแม่น้ำคานสีเขียว แต่สิ่งที่เหมือนกันคือสภาพอาคารบ้านเรือนของหลวงพระบางที่ผสมผสานศิลปะตะวันตกและพื้นถิ่นเข้าด้วยกัน หลังคาจั่วปูกระเบื้องสีธรรมชาติ สอดแทรกท่ามกลางต้นไม้สลับสล้าง ไกลออกไปคือปราการขุนเขาที่โอบล้อมเมืองนี้ไว้ เป็นภาพสะอาดตาอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาจากเมืองที่มีแต่ตึกสูง

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
วิวฝั่งแม่น้ำโขง
นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
วิวฝั่งแม่น้ำคาน

ทางเลือกในการชมพระอาทิตย์ตกไม่ได้มีแต่ที่พูสีเท่านั้น หากถามชาวหลวงพระบางที่ยืนโต๋เต๋อยู่ริมโขง ร้อยทั้งร้อยจะตอบแกมเชิญชวนว่า “ล่องเรือน้ำโขงชมพระอาทิตย์ตกก็ได้” จากนั้นเขาจะกุลีกุจอร่ายโปรแกรมทัวร์ที่ฟังดูก็น่าสนใจ เช่น ล่องเรือ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะเที่ยวบ้านจันเหนือ เมืองจอมเพ็ด อีกฝั่งหนึ่งของลำโขง บ้านจันเหนือโด่งดังเรื่องหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่คนในหมู่บ้านทำสืบทอดกันมานับร้อยปี ถามว่าแล้วเราซื้อทัวร์เขามั้ย ตอบเลยว่าซื้อ!

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
หมู่บ้านหัตถกรรมจันเหนือ

หยิบเงิน 400,000 กีบ จ่ายไปสำหรับล่องเรือ 2 ชั่วโมง คิดเป็นเงินไทยก็หย่อน 1,000 ไปไม่กี่บาท พอเห็นเรือก็ร้องอู้หู เรือสวยสะอาด ด้านในมีเก้าอี้เดี่ยวเรียง 2 แถว ด้านหน้าใกล้คนขับเรือเป็นเบาะยาว ปูผ้าขาวโรยดอกไม้ต้อนรับ ใครใคร่นั่งตรงไหนก็นั่งตามสบาย ล่องเรือไปเรื่อย ๆ ชมธรรมชาติสองข้างทางที่เขียวชอุ่ม จากในเรือก็มองเห็นเขาพูสีและองค์พระธาตุเจดีย์สีทองอยู่ลิบ ๆ แอบมองคนขับเรือหน้าละอ่อนผู้ทำหน้าที่ขมีขมัน สอบถามได้ความว่าเขานั้นดีใจเหลือหลายที่เห็นนักท่องเที่ยวกลับมา ตอนโควิดปิดเมือง เขาไร้งานไร้เงิน ต้องไปทำงานก่อสร้างบ้าง งานรับจ้างอื่น ๆ บ้าง ตอนนี้ได้กลับมาขับเรืออีกครั้งรู้สึกสุขหัวใจ

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง

ทริปหลวงพระบางคราวนี้ ถามว่าพาตัวเองไปเที่ยวอะไรแปลกใหม่ที่ไม่เคยไปมาก่อนหรือไม่ ก็เห็นจะต้องตอบว่าไม่ แต่จะให้บอกว่าทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีอะไรว้าว ก็พูดอย่างนั้นไม่ได้อีกเหมือนกัน อย่างน้อย ๆ ก็มีรถไฟหนึ่งอย่างที่ใหม่ถอดด้าม และเอาเข้าจริง การได้ออกเดินทางอีกครั้งและมาเยี่ยมเยือนจุดหมายที่คิดถึง มาเห็นว่าเพื่อนร่วมทุกข์จากโรคระบาดในบ้านเมืองอื่นเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง มันมีความหมายกับหัวจิตหัวใจที่แห้งผากได้มากกว่าการอัปเดตเทรนด์ใหม่ ร้านดัง และความ Unseen ใด ๆ เป็นไหน ๆ

เราละเลียดเวลา 5 วันที่หลวงพระบางอย่างเต็มอิ่ม เดินทุกตรอกออกทุกซอย แวะห้องสมุด ร้านกาแฟ เบเกอรี่ เจ้าที่ยังยืนยงฝ่าโควิดมาได้ เราได้รู้ว่าขนมอบที่ร้าน Joma ยังอร่อยเหมือนเดิม ได้รู้ว่าตำหมากหุ่ง ไส้อั่ว เบียร์ลาว เคล้าวิวโขง ยังไงก็จะเป็นมื้อที่ดีงามเสมอ ได้รู้ว่าค่ำคืนเมื่อฝนโปรยสายบาง ค็อกเทลเบา ๆ ที่โต๊ะหน้าอาคารโคโลเนียลแสนสวยมันโรแมนติกเพียงใด และจะยิ่งโรแมนติกหนักถ้ามีไคแผ่นหรือสาหร่ายน้ำจืดตำรับหลวงพระบางแท้ เสิร์ฟพร้อมเครื่องจิ้มอย่างแจ่วบองมาแกล้มด้วย

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
ร้านอ้ายหนูน้อย

บางบ่ายขณะแดดกำลังร้อนร้าย ก็พลันได้เจอจุดหมายเหนือความคาดหมาย ร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ทำสิ่งยิ่งใหญ่ ‘อ้ายหนูน้อย (Big Brother Mouse)’ ร้านหนังสือที่ทำหนังสือ ขายหนังสือ เพื่อเอาเงินมาพิมพ์หนังสือ 2 ภาษาลาว-อังกฤษ และแจกเด็ก ๆ ที่เข้าถึงการอ่านยาก โดยใช้นักท่องเที่ยวเป็นผู้กระจายหนังสือ ที่นี่เขาจะจัดชุดหนังสือที่เหมาะกับเด็กเมืองและเด็กในพื้นที่ห่างไกลไว้เรียบร้อย ที่นักท่องเที่ยวต้องทำก็คือบริจาคเงินตามราคาชุดหนังสือที่ตัวเองเลือก แล้วก็หิ้วหนังสือชุดนั้นติดตัวไปด้วย ทำหน้าที่เป็นไปรษณีย์ที่มีชีวิตและอบอุ่นที่สุด อยากรู้รายละเอียดเพิ่ม ตามไปดูได้ที่ www.bigbrothermouse.com

อีกทั้งในบางเช้าเราก็ได้ตื่นมารอตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อจะพบกับความอ่อนหวานของเอื้อยแม่ค้าที่กุลีกุจอเอาผ้ามาพาดไหล่ ส่งกระติ๊บข้าวเหนียวและถาดขนมให้ พาไปนั่งเก้าอี้รอพระบิณฑบาต และตอนสุดท้ายแจ้งราคาชุดใส่บาตรทั้งหมดที่ 100,000 กีบ หรือเกือบ ๆ 250 บาท ที่ทำเราเกือบตกเก้าอี้ และต้องจำไว้ในใจว่าก่อนจะรับของจากใครให้ถามราคาเขาก่อนนน (ฮ่า ๆๆ) แต่ก็นั่นแหละนะ ขึ้นชื่อว่าการเดินทาง มันต้องค้นหา เรียนรู้ ผิดพลาด ขำก๊ากเป็นบางเวลา และโกรธาเป็นบางที เพื่อที่ในที่สุดมันจะกลายเป็นความทรงจำให้เราได้นึกถึงอย่างเช่นในตอนนี้

นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง
นั่งรถไฟความเร็วสูงไปสะบายดีหลวงพระบาง เยี่ยมเมืองเก่าที่แสนคิดถึง และหลงเสน่ห์เมืองลาวอีกครั้ง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

แพร ปุโรทกานนท์

นักเขียนอิสระที่ทำงานประจำ อยากรู้อยากเห็นประวัติศาสตร์ สนใจศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนเรื่องอาหารการกิน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load