ยายนิล-นิลวรรณ ภิญโญ หญิงวัย 83 ที่มีบทบาทเป็นแม่ ยาย และนักธุรกิจ (ยังสาว) 

แชมป์ เอ็นซมิงเกอร์ (Champ Ensminger) เป็นหลานยายนิล ที่ลุกขึ้นมาเป็นผู้กำกับสารคดี YAI NIN บอกเล่าชีวิตของคุณยายที่บริหารกิจการ ‘แหนมภิญโญ’ ของครอบครัวเป็นเวลากว่า 50 ปี จนส่งลูกไปใช้ชีวิตที่สหรัฐฯ

ใช่-ยายนิลยังคงดำเนินธุรกิจแหนมหมูอยู่ไม่ห่างมือ

ใช่-ยายนิลยังเป็นแม่ที่ดูแลลูกหลานอยู่ไม่ห่างตัว

และ ใช่-ยายนิลยังคงเป็นคุณยายที่น่ารักเสมอและตลอดไป

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

เพียง 13 นาที หลานชายก็พาเราไปทำความรู้จักยายนิล ผ่านการแวะเข้าร้านเสริมสวย เดินตลาดที่คนเชียงใหม่รู้จักกันดี ชมโรงงานแหนมหมูที่ขายดิบขายดี แถมมุมน่ารักเรียกรอยยิ้มของการพูดอังกฤษคำ คำเมืองคำ

หัวใจหลักของสารคดีขนาดสั้นเรื่องนี้ คือการแทรกความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ยายกับหลาน แม่กับลูก ที่มีอุปสรรคใหญ่เป็นระยะทางที่ห่างกันอีกฝั่งโลก ฉากชีวิตที่ปาดน้ำตาปีติเรายกให้ความแกร่งของผู้หญิงคนหนึ่งที่กลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ในวันที่เธอต้องสูญเสียคนรัก สุขปนเศร้านะ แต่รับรองว่าสุขเยอะกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ, YAI NIN, ยายนิล, ผู้กำกับไทย

สารคดี YAI NIN มีจุดเริ่มต้นจากการ Crowdfunding และได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมจากผู้ชมในต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวเอเชียน-อเมริกัน จนถูกรับเลือกให้ฉายใน Spokane International Film Festival, Florida Film Festival และคว้ารางวัล Grand Jury สาขา Best Documentary Short จาก Seattle Asian American Film Festival 

ชมตัวอย่างสุดอบอุ่น แล้วอ่านเรื่องราวที่อบอวลด้วยความผูกพันระหว่างยายกับหลาน เรารับรองว่าสารคดีที่แสดงโดยคุณยาย กำกับโดยหลานชาย จะทำให้คุณคิดถึง ‘คุณยาย’ และหญิงแกร่งประจำบ้านอย่างแน่นอน

เล่าความทรงจำเกี่ยวกับเชียงใหม่ของคุณให้ฟังหน่อย

ช่วงวันหยุด พวกเราจะกลับเชียงใหม่ไปเยี่ยมคุณยายปีละสองสามครั้งครับ ส่วนใหญ่เป็นช่วงคริสต์มาส ส่วนคุณตาผมจำท่านได้แม่น แม้ท่านจะเสียตั้งแต่ผมเรียนมัธยมปลาย ที่เชียงใหม่เรามีญาติเยอะมากครับ ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับโรงงานของคุณยายและบ้านที่อยู่บนโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมใช้เวลาร่วมกันกับญาติๆ

จะว่าไป ในประเทศไทยผมเคยไปมาแล้วหลายจังหวัด แต่เชียงใหม่เป็นจังหวัดเดียวที่ผมเรียกว่า ‘บ้าน

จากเด็กคนนั้นมาสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์ได้ยังไง

ตอนเป็นเด็กผมว่าการถ่ายทำวิดีโอมันง่ายมาก ผมเคยใช้กล้องถ่ายวิดีโอทำโปรเจกต์วิชาภาษาอังกฤษและประวัติศาสตร์ ช่วงนั้นผมสนใจการตัดต่อวิดีโอด้วย คนส่วนใหญ่ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ทำวิดีโอเพื่อความสนุกกันนะ มีบ้างทีทำเพื่อบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง แต่ก็ทำเอาสนุกตามประสาเด็ก ผมเลยสนใจสิ่งนี้มาตลอด และการที่ผมเป็นคนเอเชีย ซึ่งเป็นส่วนน้อยมากในโรงเรียน ทำให้ผมไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่ เวลาส่วนใหญ่เลยหมดไปการอยู่บ้านนอนดูหนัง ผมดูหนังเยอะมาก คุณยายท่านก็ชอบหนังแอคชัน ยิ่งหนังแอคชันยุค 90 นี่ชอบมาก

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

มีผู้กำกับในดวงใจไหม

ผู้กำกับในดวงใจหรอ (นิ่งคิด) 

ฮิโระ มุราอิ (Hiro Murai) ครับ เขาเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอเชื้อสายญี่ปุ่น-อเมริกัน เคยร่วมงานกับ ดอนัลด์ โกลเวอร์ (Donald Glover) ที่เป็นนักดนตรี ในซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Atlanta ผมชอบวิธีทำงานในฐานะผู้กำกับของเขา เคยอ่านบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง เขาบอกว่า เวลาถ่ายทำเขาจะเป็นกันเองและใจดีกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงนักแสดงที่เขาทำงานด้วย 

ไม่แน่ใจว่าคุณเคยได้ยินมาบ้างหรือเปล่าว่าผู้กำกับชาวอเมริกันค่อนข้างโหด ทำงานด้วยยาก แต่การทำงานของฮิโระมันเป็นการย้ำเตือนและเป็นแบบอย่างให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ ส่วนตัวผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องมีสไตล์การกำกับที่เข้มงวดขนาดนั้น การที่คุณเป็นคนน่ารักและมีน้ำใจก็ทำให้งานออกมาดีได้เหมือนกัน

หลังเรียนจบสาขาเกี่ยวกับภาพยนตร์ คุณวาดฝันชีวิตตัวเองไว้แบบไหน

ความฝันของผมคือการออกจากเมืองเล็กอย่างสโปเคน (Spokane) ผมชอบการอยู่ในเมืองใหญ่มากกว่า ซีแอตเทิลเป็นเมืองที่ดีนะ สภาพแวดล้อมดี มีความหลากลาย แต่อุตสาหกรรมหนังในซีแอตเทิลยังต้องต่อสู้ดิ้นรน มันไม่ค่อยได้รับความนิยมเหมือนอุตสาหกรรมหนังในแอลเอหรือนิวยอร์ก ยิ่งตอนเรียนปริญญาตรี ผมรู้สึกท้อแท้มาก เพราะไม่ค่อยมีงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ให้ทำมากเท่าไหร่

ตอนเรียนผมเป็นประธานชมรมภาพยนตร์ด้วยนะ เป็นการรวมตัวกันของคนที่ชอบทำหนังสั้นส่งประกวด ทำให้มากที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้ ทำเอาสนุกมากกว่า เพราะผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าหลังเรียนจบจะเป็นยังไง

ว่าแต่คุณเคยคุ้นหู เว็บไซต์ Vimeo บ้างหรือเปล่า

เคยสิ

ตอนนั้น Vimeo เปิดรับนักศึกษาฝึกงานพอดี ผมเลยส่งวิดีโอสมัครเข้าไป ปรากฏว่าเขารับผมกับคนอื่นอีกสองคนที่ย้ายมาจากเมืองอื่นเหมือนกัน พวกเราต้องย้ายมาอยู่นิวยอร์ก มันเปิดหูเปิดตาและเปิดโลกผมมาก เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่จะเข้าถึงเส้นทางสายภาพยนตร์ เพราะซีแอตเทิลเล็กเกินไปสำหรับอุตสาหกรรมนี้ แต่นิวยอร์กกว้างขวางกว่ามาก

ผมทำงานที่ Vimeo ปี 2011 ตอนยังเป็นเว็บน้องใหม่อยู่ มีคนทำงานประมาณสี่สิบคน รุ่นราวคราวเดียวกับผมและทุกคนรักหนังมาก มันเป็นช่วงเวลาที่ผมตื่นเต้นที่สุดที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีม จากคนที่เคยท้อแท้กับวงการหนังในซีแอตเทิล พอผมมานิวยอร์ก มันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมอยากจะทำมันกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ ผมว่าผมมาถูกทาง

แล้วสารคดี YAI NIN ที่เล่าเรื่องราวของคุณยายตัวเองมาตอนไหน

ครอบครัวที่สโปเคนมีคุณแม่ คุณลุงและคุณป้าของผม อาศัยอยู่เมืองเดียวกัน ทุกคนทำงานในร้านอาหารซึ่งก็เหมือนครอบครัวเอเชียน-อเมริกันส่วนใหญ่เขาทำกัน สร้างเนื้อสร้างตัวจากร้านอาหาร แล้วเพื่อนเมกันของผมเขาพูดบ่อยมากว่า น่าสนใจนะ การที่ญาติของผมทำร้านอาหารแล้วก็อาศัยอยู่บนนั้นเลย ดูเป็นวิถีชีวิตของคนเอเชียที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ซึ่งมันค่อนข้างแปลกสำหรับเขา เพราะเขามีบ้าน ก็นอนที่บ้าน ผมก็ฟังนะ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

จนกระทั่งช่วงหลังที่คุณยายติดต่อกับครอบครัวเยอะขึ้น เหมือนคุณยายเป็นคนเชื่อมพวกเราทุกคนเข้าด้วยกัน ความจริงแล้วกิจการครอบครัวเราก็รุ่งเรืองเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็ในเชียงใหม่ เพราะไส้แหนมและไส้หมูยอเป็นสินค้าที่ขายดีมากในหลายพื้นที่ อย่างแม่สอดที่ติดชายแดนพม่า ส่วนคนเชียงใหม่จะรู้จัก ‘แหนมภิญโญ’ อย่างดีเลย ผมก็เพิ่งมารู้เรื่องราวพวกนี้ก็ตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันยิ่งทำให้ผมภูมิใจในตัวคุณยายเข้าไปอีก โดยเฉพาะตอนที่ผมกลับมาเชียงใหม่แล้วได้ใช้เวลาอยู่กับคุณยาย เอาเข้าจริงคุณยายเป็นคนตลกมาก มันเหมือนกับว่าคุณมีคุณยายที่รักมากคนหนึ่ง แล้วเขาส่งพลังงานที่ดีกลับมาหาเราเสมอ

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในฐานะคนไทย-อเมริกันสำหรับผมคือ คุณยายเป็นคนเดียวในครอบครัวเราที่ยังมีความเป็นไทยแท้ ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ โดยเฉพาะตอนที่คุณตาเสีย ผมยังเด็กมาก มีแต่คุณยายเพียงคนเดียวที่ยังทำและสานต่อกิจการของครอบครัว คุณยายเลยไม่มีเวลามาเยี่ยมเราที่อเมริกาบ่อยนัก หนังเรื่องนี้เลยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัวเราเอาไว้

สารคดีเรื่องนี้เลยเริ่มจากการทำเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำของครอบครัวไว้

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยลงเรียนวิชาภาษาพื้นเมือง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมความทรงจำ ภาษาและวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวของชาวอเมริกันพื้นเมืองผ่านหนัง พอดแคสต์ และการบันทึกเสียง แล้วชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกาในหลายพื้นที่ ภาษาที่เขาใช้กันกำลังจะหายไป เพราะคนเก่าคนแก่ก็เริ่มล้มหายตายจาก วิชานี้เลยกระตุ้นให้คนสูงวัยมาบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยกัน คนอเมริกันพื้นเมืองสมัยก่อนก็ไม่ค่อยจดบันทึกนะ บอกกันปากต่อปาก ทำให้วัฒนธรรมพื้นถิ่นกำลังจะหายสาบสูญ แม้ว่าผมจะไม่ใช่ชาวอเมริกันพื้นเมือง แต่ผมถูกกระตุ้นมาตลอดในฐานะผู้อพยพ ผมพยายามจดจำความเป็นไทยให้ได้มากที่สุด ถึงผมจะพูดภาษาไทยไม่ได้ก็ตาม

การเรียนวิชานั้นเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากทำหนังเกี่ยวกับคุณยาย เพราะคุณยายไม่ได้พูดแค่ภาษาไทยอย่างเดียว คุณยายพูดคำเมืองด้วย คำเมืองมันสำคัญมากเลยนะ แล้วผมก็ชอบมากเวลาครอบครัวเรามีบทสนทนากันเป็นคำเมือง น่ารักมาก

แล้วคุณพูดคำเมืองได้ไหม

อู้บ่ได้ (หัวเราะ)

ตอนเล่าไอเดียว่าจะชวนคุณยายมาเล่นหนัง ท่านว่ายังไงบ้าง

คุณยายบอกว่ามันตลก แต่ก็ดีนะ ทำเลย มันยิ่งดีเข้าไปใหญ่ที่แม่ของผมสนับสนุนโปรเจกต์นี้เต็มที่ เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นบทสนทนาที่ผมฟังไม่ค่อยออก ผมอยากจะทำหนังก็จริง แต่ประสบการณ์และความทรงจำระหว่างทางก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้น คุณแม่กับคุณยายคงไม่ได้คุยกันมากขนาดนี้

ช่วงเตรียมตัวก่อนถ่ายทำ เราสัมภาษณ์คุณยาย มันมีบางท็อปปิกที่ผมไม่แน่ใจว่าจะทำให้มันเซนซิทีฟได้มากน้อยขนาดไหน อย่างในหนังก็เล่าเรื่องตอนที่คุณตาเสียแบบสั้นมาก เพื่อบอกว่าคุณยายผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง ผมไม่อยากทำให้หนังมันเศร้าเสียด้วยสิ เลยโฟกัสไปที่ความแกร่งของคุณยายในตอนที่อายุเท่านั้น ที่ต้องดูแลทั้งกิจการครอบครัว เลี้ยงลูก และหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ก็ยังต้องดูแลตัวเองด้วย ตอนทำผมเลยหวังว่าคุณยายจะสนุกไปด้วยกันกับเรา 

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

วันเปิดกล้องเป็นยังไง

ครั้งแรกของการถ่ายทำ คุณยายตื่นเต้นมาก จะเป็นดาราหน้ากล้อง และคุณยายเป็น Location Scout ที่ดีมาก เพราะนอกจากโรงงานแหนม เราต้องหาสถานที่อื่นเพื่อถ่ายทำด้วย อย่างวัด ตลาด คุณยายก็ช่วยติดต่อให้เสร็จสรรพ ผมว่าคุณยายคงตื่นเต้นกับการทำโปรเจกต์นี้ ซึ่งเป็นปกติของครอบครัวเราอยู่แล้ว ไม่ว่าใครทำอะไรก็มักจะช่วยเหลือกัน

ตอนคุณยายเห็นหนังฉบับไฟนอล คุณยายบอกกับผมว่า “Hmm it’s good. It’s okay.” 

มีเรื่องอะไรที่คุณเพิ่งรู้เกี่ยวกับคุณยายบ้างไหม

ผมเพิ่งรู้ว่าคุณยายเล่นละครวิทยุด้วย ช่วงยุค 40 50 เคยไปพากย์เสียงที่สถานีวิทยุ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ เพราะก่อนถ่ายทำเรามีการสัมภาษณ์ล่วงหน้า เพื่อจะมั่นใจได้ว่าตอนถ่ายจริงเราจะไม่เสียเวลา บางทีเจ้าตัวเขาไม่รู้จะตอบยังไง ผมกับคุณแม่เลยทำงานด้วยกันเยอะมาก พอจะรู้ว่าคุณยายมีความพร้อมและตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน

ผู้หญิงแกร่งอย่างยายนิลเป็นคุณยายแบบไหนในสายตาคุณ

ตอนเป็นเด็กคุณยายมาหาเราบ่อย เป็นเหมือนพี่เลี้ยงเลยครับ คอยดูแลพวกเรา พอโตมาหน่อยคุณยายก็จะเข้มงวดขึ้น ยิ่งตอนผมเป็นวัยรุ่นเข้มงวดหนักกว่าเดิมอีก หรือบางครั้งเรามาหาคุณยายได้สองสามสัปดาห์ก็ต้องกลับ ซึ่งมันเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เพราะผมอยากเล่ามันออกมาในหนังเรื่องนี้ด้วย ว่าการไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้ๆ ทำให้คุณยายเลี้ยงดูคนงานเหมือนกับลูกกับหลานของตัวเอง มันเป็นวิธีในแบบของคุณยายน่ะ ถึงแม้จะดุบ้างก็ตาม 

(คุณแม่ของแชมป์เสริมในสายว่า “ยายนิลเป็นหญิงแกร่ง ไม่เป็นแม่บ้านเลย Business Woman อย่างเดียว ยายนิลรักโรงงานแหนมมาก สมัยตอนเป็นสาว แต่งตัวเก่ง ชอบใส่เสื้อลายดอก รองเท้าส้นตึกหนาเป็นคืบ ชีเปรี้ยวมาก”)

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ
Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

แล้วคุณเป็นหลานชายแบบไหน

ไฮเปอร์ครับ (หัวเราะ) มีครั้งหนึ่งผมไป Disneyland แล้วแม่หลงกับผม เพราะผมมัวแต่เล่นเครื่องเล่นแฟนตาซี การที่ผมเป็นไฮเปอร์ เป็นคนสนุกอยู่ตลอด มันทำให้ผมมีไอเดียที่ดีในการต่อยอดเป็นศิลปินและคนทำหนัง ผมว่ามันช่วยมากเลยนะ ความผูกพันในครอบครัวและการเลี้ยงดูทำให้ผมเป็นคนมีเหตุผลและถ่อมตนมากขึ้น

ข้อดีของการทำสารคดีจาก Crowdfunding คืออะไร

ผมเจอแพลตฟอร์มที่ชื่อ Seed and Spark ซึ่งเน้นระดมทุนเกี่ยวกับหนังสั้นและหนังอิสระเป็นหลัก ผมเคยทำงานกับหลายองค์กรในซีแอตเทิลที่สนับสนุนโปรเจกต์ใน Seed and Spark อยู่บ่อยๆ และแพลตฟอร์มนี้ยังช่วยสนับสนุนมากพอๆ กับการสร้างคอมมูนิตี้คนที่เกี่ยวกับโปรเจกต์ที่คุณกำลังทำอยู่

ผมว่ามันไม่ใช่แค่การระดมเงินทุนเพื่อทำอะไรบางอย่าง แต่มันเป็นการรักษาคนที่สนใจเรื่องเดียวกันเอาไว้ คุณสามารถประกาศให้พวกเขารู้ว่า หนังจะฉายในเทศกาลไหนบ้าง ฉายออนไลน์ตอนไหน มันเป็นประสบการณ์การใช้ Crowdfunding ที่ดีเลย เอาเข้าจริงการระดมทุนมันหนื่อยกว่าที่ผมคิดเอาไว้อีก มีสิ่งที่ผมต้องทำและดูแลอยู่เยอะมาก การระดมทุนทำหนังเรื่องนี้ผมถือว่าประสบความสำเร็จนะ ผมขอบคุณมากที่พวกเราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากเพื่อนและครอบครัว

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

ความยากของการถ่ายทอดชีวิตคนคนหนึ่งผ่านสารคดีความยาว 13 นาที คืออะไร

ไอเดียหลักไม่ใช่การเล่าทั้งชีวิตของคุณยาย แต่เป็นการเล่าหนึ่งวันของคุณยาย เพื่อชวนคนดูมารู้จักและลองสัมผัสประสบการณ์ เหมือนผมและครอบครัวที่ต้องเดินทางจากอเมริกาเพื่อไปเยี่ยมคุณยายและโรงงานทำแหนม

เราจะรู้จักยายนิลภายในเวลา 13 นาที ใช่ไหม 

ผมหวังว่าอย่างนั้น เขาจะได้เห็นคุณยายในหลายมุม โชคดีมากที่คุณยายกำลังสร้างบ้านพักตากอากาศนอกเมืองเชียงใหม่พอดี แต่ดันตลกตรงที่คุณยายพยายามเตรียมสถานที่ให้พร้อมเพื่อถ่ายหนัง ปลูกต้นไม้เพิ่ม แต่งสวนรอบบ้าน ทำเหมือนถ่ายหนังสเกลใหญ่เลย ความประทับใจที่ผมสัมผัสได้จากคุณยายคือความสงบ ผมว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเล่าเรื่องของคนคนหนึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น คือการสังเกตว่าคนคนนั้นมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขายังไง 

ผมเลือกสถานที่ถ่ายทำหลายที่วัด ตลาด เพื่อดูว่าคุณยายตอบสนองต่อสถานที่เหล่านั้นยังไงบ้าง ผมแค่อยากจะปิดฉากด้วยภาพของคุณยายในมุมสงบ เพื่อสะท้อนตัวตนของคุณยายออกมาผ่านงานที่ทำมาทั้งชีวิต 

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ
Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

การอยู่ในครอบครัวที่คนหลายวัยสนิทชิดเชื้อกัน มันทำให้คุณโตมาเป็นคนแบบไหน

ผมเอียงมาทางความเป็นไทยแน่นอนครับ ไม่ค่อนไปทางฝรั่งเศสเท่าไหร่ด้วย เพราะผมมีความใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์ไทย แต่ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับกรุงเทพฯ นะ (ยิ้ม) เชียงใหม่มีคุณค่ากับผมมาก พื้นเพผมมาจากตรงนั้น วัฒนธรรมก็ยังเป็นวัฒนธรรมพื้นถิ่น เป็นเมืองที่ไม่ได้วิ่งตามสมัยมากนัก ผมว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างตัวตนผมขึ้นมา 

พอผมกลายมาเป็นคนทำหนัง ความเป็นไทยมันเข้าไปอยู่ในทุกอย่างเลยถ้าเทียบกับคนอื่นในอุตสาหกรรมนี้ ในหัวผมมันย้ำเตือนอยู่ตลอดเวลา เรามีอะไรมากกว่าที่เขาเห็นและเรามีแนวทางที่แตกต่างในแบบของเราเอง ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรเหมือนกัน

แบบ ‘ใส่ใจ’ มากกว่าเหรอ

ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ การที่เราไม่ได้เป็น ‘ฝรั่ง’ หรือคนขาวในอเมริกา มันคือข้อได้เปรียบในแง่หนึ่ง มันทำให้เราเห็นอกเห็นใจคนที่เป็น ‘คนนอก’ ไม่ว่าในออฟฟิศหรือกองถ่าย คุณจะกลายเป็นคนที่เข้าใจคนอื่นและรู้ว่าควรจะใจดีกับใคร ตอนนี้มีการพูดถึงความเป็นเอเชียน-อเมริกัน และแอฟริกัน-อเมริกัน ในอุตสาหกรรมหนังมากขึ้น ผมว่ามันไม่ใช่แค่ใครทำเงินได้เยอะกว่าหรือใครใหญ่กว่าใคร แต่มันคือทัศนคติที่เรามีต่อชีวิตคนคนหนึ่ง เราแคร์ ‘เสียง’ ที่ไม่มีใครได้ยินนั้นมากน้อยแค่ไหน 

ผมว่านั่นคือสิ่งที่ผมเป็นและมันคือสิ่งที่อุตสาหกรรมหนังในอเมริกาต้องการ 

สิ่งที่คุณอยากส่งต่อให้คนดูผ่านสารคดีเรื่องนี้คืออะไร

ผมว่าหนังกำลังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ทางไกล (Long-distance Relationships) ระหว่างคุณยายกับลูกหลาน ตอนนี้พวกเราก็เหมือนเป็นคนอเมริกันกันหมดแล้ว เรามีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันยังไม่พอ ตัวเราก็ยังห่างไกลกันด้วย แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดกับคุณยายจะเรียกคุณยายว่า ‘แม่’ หมดเลยนะ มันเป็นความสัมพันธ์ที่วัฒนธรรมแบบคนตะวันตกไม่มีทางเข้าใจ 

ผมเติบโตมาท่ามกลางผู้หญิงในครอบครัว ผมมีน้องสาวหนึ่งคน แล้วก็ญาติที่เป็นผู้หญิงอีกเยอะมาก บทสนทนาของคนอเมริกันส่วนใหญ่เขาจะพูดถึงความเท่าเทียมทางเพศ แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป เพราะผมโตมากับครอบครัวหญิงแกร่ง โดยเฉพาะคุณยาย มันเลยทำให้ผมคิดว่าการที่ผู้หญิงกลายมาเป็นผู้นำ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับครอบครัวเรา ผมอยากใส่กรอบแนวคิดแบบนี้ลงไปในหนังด้วย ซึ่งมีเรื่องราวของหญิงแกร่งที่เป็นผู้นำครอบครัวเป็นตัวชูโรง

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการทำหนังเรื่องนี้ล่ะ

ผมว่าคุณยายมีทัศนคติที่ดีในการจะพาโรงงานแหนมไปให้ไกลที่สุดเพื่อชีวิตของพวกเรา คุณยายทำมันอย่างไม่ต้องคิดเสียดายทีหลัง หนังเรื่องนี้มันก็จะสุขปนเศร้าหน่อย เพราะคุณยายวุ่นกับธุรกิจจนไม่มีเวลามาหาพวกเรา แต่ผมเข้าใจนะ เข้าใจว่าคุณยายอยากบริหารธุรกิจให้ออกมาดี เพราะสิ่งที่คุณยายทำ มันทำให้ผมได้อยู่ที่นี่ ได้อยู่ที่อเมริกา ได้เรียนหนังสือ ผมนับถือคุณยายจากใจจริง

และผมอยากเสริมว่า ในประเทศไทย Strong Women มันสำคัญพอๆ กับ Men in Power ผมไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งนั้นออกมาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ผมหวังว่าหนังเรื่องนี้ได้พูดแทนใจผมไปหมดแล้ว

จากไอเดียเล็กๆ ที่อยากจะเล่าเรื่องคุณยาย ตอนนี้สารคดีไปฉายในเทศกาลหนังหลายเทศกาลแล้ว

ผมคิดว่าถ้าคุณลงแรงกับอะไรมากพอ โลกก็จะตอบแทนคุณกลับมา ผมแค่อยากเล่าเรื่องครอบครัวและมันก็ฝากคำถามเอาไว้ให้ผู้ชม อย่างน้อยก็กับเพื่อนอเมริกันของผม ว่าเขามองคุณยายและคุณป้าของพวกเขายังไงผ่านการมอง YAI NIN

ผมว่าการที่ทุกคนเชื่อมโยงหนังเรื่องนี้เข้ากับตัวเองได้ มันดีมาก คนไทยบางส่วนที่ได้ดูก็บอกกับผมว่า “ขอบคุณที่ทำหนังเรื่องนี้ออกมา” มันทำให้เขาคิดถึงบ้านเกิดของตัวเองและความผูกพันที่เขามีต่อคนในครอบครัว เขารู้สึกว่าหนังกำลังพูดกับเขาอยู่ มันเป็นหนังเรียบๆ เรื่องหนึ่งนะ ไม่มีอะไรมาก แค่เตือนให้คนกลับไปคิดว่า ใครคือคนที่คอยดูแลพวกเขามาตลอดชีวิต เท่าที่รู้คนดูก็ค่อนข้างประทับใจ (ยิ้ม)

ถ้าเราอยากดูสารคดีเรื่องนี้ต้องทำยังไงบ่้าง

ตอนนี้หนังอยู่ในเทศกาลหนัง ความจริงเราได้ฉายในงานแค่สองงานเองครับ นอกนั้นฉายออนไลน์หมดเลย อีกหนึ่งเดือนหรือสองเดือนข้างหน้า หนังจะไปฉายที่บาหลี แล้วก็มีเทศกาลหนังอเมริกันอีกสองสามงาน ผมว่าจะส่งหนังไปฉายที่กรุงเทพฯ ด้วย ผมยังคิดอยู่ว่าหนังสั้นมันควรจะถูกเผยแพร่ในรูปแบบไหนบ้าง พอดีผมมีเพื่อนที่เจอกันจากเทศกาลหนัง เขาส่งหนังตัวเองไป Amazon บ้าง Netflix บ้าง แต่ก็ไม่ได้กำไรอะไรมากหรอกครับ หนังสั้นทำเงินค่อนข้างยาก (ยิ้ม)

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ
Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ, YAI NIN, ยายนิล, ผู้กำกับไทย

คำถามสุดท้าย ทำไมเราต้องดูหนังเรื่องนี้

ผมว่าคำถามนี้น่าสนใจนะ จะว่าไปก็ตอบยากเหมือนกัน ผมมองไม่ค่อยออกว่าผู้ชมชาวไทยจะคิดยังไงกับหนังต่างประเทศ ไม่มั่นใจว่าเขาจะเปิดใจให้กับหนังที่เล่าเรื่องคนไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน เพราะมันเป็นเรื่องของคุณยายและความผูกพันกับประเทศไทย ซึ่งต่างจากหนังที่คนไทยส่วนใหญ่เขาดูกัน 

จากการอยู่เชียงใหม่มาสองปี ทำให้ผมรู้ว่าคนไทยไม่ค่อยเสพหนังที่ลึกและอาร์ตเท่าไหร่ แต่จะชอบดูหนังแอคชันอย่าง Fast and Furious มากกว่า หรือไม่ก็โรแมนติก-คอมเมดี้ไปเลย ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเชื่อว่าผู้ชมจะสนุกไปกับหนังของผมได้ เพราะคุณยายจะทำให้ผู้ชมหวนคิดถึงผู้หญิงในชีวิตของเขา คุณป้า คุณแม่ คุณยาย ว่าเรายังมีพวกเขาอยู่ตรงนั้น


ติดตามเรื่องราวของยายนิลได้ที่

Website: www.yainindoc.com

Facebook : YAI NIN

Instagram : YAI NIN

ขอขอบคุณ

Production photos : Jeetrapon Kaicome

Film stills : Liam Morgan

Portraits : Jayna Milan

Poster : Dohee Kwon

Writers

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load