ยายนิล-นิลวรรณ ภิญโญ หญิงวัย 83 ที่มีบทบาทเป็นแม่ ยาย และนักธุรกิจ (ยังสาว) 

แชมป์ เอ็นซมิงเกอร์ (Champ Ensminger) เป็นหลานยายนิล ที่ลุกขึ้นมาเป็นผู้กำกับสารคดี YAI NIN บอกเล่าชีวิตของคุณยายที่บริหารกิจการ ‘แหนมภิญโญ’ ของครอบครัวเป็นเวลากว่า 50 ปี จนส่งลูกไปใช้ชีวิตที่สหรัฐฯ

ใช่-ยายนิลยังคงดำเนินธุรกิจแหนมหมูอยู่ไม่ห่างมือ

ใช่-ยายนิลยังเป็นแม่ที่ดูแลลูกหลานอยู่ไม่ห่างตัว

และ ใช่-ยายนิลยังคงเป็นคุณยายที่น่ารักเสมอและตลอดไป

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

เพียง 13 นาที หลานชายก็พาเราไปทำความรู้จักยายนิล ผ่านการแวะเข้าร้านเสริมสวย เดินตลาดที่คนเชียงใหม่รู้จักกันดี ชมโรงงานแหนมหมูที่ขายดิบขายดี แถมมุมน่ารักเรียกรอยยิ้มของการพูดอังกฤษคำ คำเมืองคำ

หัวใจหลักของสารคดีขนาดสั้นเรื่องนี้ คือการแทรกความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ยายกับหลาน แม่กับลูก ที่มีอุปสรรคใหญ่เป็นระยะทางที่ห่างกันอีกฝั่งโลก ฉากชีวิตที่ปาดน้ำตาปีติเรายกให้ความแกร่งของผู้หญิงคนหนึ่งที่กลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ในวันที่เธอต้องสูญเสียคนรัก สุขปนเศร้านะ แต่รับรองว่าสุขเยอะกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ, YAI NIN, ยายนิล, ผู้กำกับไทย

สารคดี YAI NIN มีจุดเริ่มต้นจากการ Crowdfunding และได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมจากผู้ชมในต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวเอเชียน-อเมริกัน จนถูกรับเลือกให้ฉายใน Spokane International Film Festival, Florida Film Festival และคว้ารางวัล Grand Jury สาขา Best Documentary Short จาก Seattle Asian American Film Festival 

ชมตัวอย่างสุดอบอุ่น แล้วอ่านเรื่องราวที่อบอวลด้วยความผูกพันระหว่างยายกับหลาน เรารับรองว่าสารคดีที่แสดงโดยคุณยาย กำกับโดยหลานชาย จะทำให้คุณคิดถึง ‘คุณยาย’ และหญิงแกร่งประจำบ้านอย่างแน่นอน

เล่าความทรงจำเกี่ยวกับเชียงใหม่ของคุณให้ฟังหน่อย

ช่วงวันหยุด พวกเราจะกลับเชียงใหม่ไปเยี่ยมคุณยายปีละสองสามครั้งครับ ส่วนใหญ่เป็นช่วงคริสต์มาส ส่วนคุณตาผมจำท่านได้แม่น แม้ท่านจะเสียตั้งแต่ผมเรียนมัธยมปลาย ที่เชียงใหม่เรามีญาติเยอะมากครับ ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับโรงงานของคุณยายและบ้านที่อยู่บนโรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมใช้เวลาร่วมกันกับญาติๆ

จะว่าไป ในประเทศไทยผมเคยไปมาแล้วหลายจังหวัด แต่เชียงใหม่เป็นจังหวัดเดียวที่ผมเรียกว่า ‘บ้าน

จากเด็กคนนั้นมาสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์ได้ยังไง

ตอนเป็นเด็กผมว่าการถ่ายทำวิดีโอมันง่ายมาก ผมเคยใช้กล้องถ่ายวิดีโอทำโปรเจกต์วิชาภาษาอังกฤษและประวัติศาสตร์ ช่วงนั้นผมสนใจการตัดต่อวิดีโอด้วย คนส่วนใหญ่ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ทำวิดีโอเพื่อความสนุกกันนะ มีบ้างทีทำเพื่อบอกเล่าเรื่องราวบางอย่าง แต่ก็ทำเอาสนุกตามประสาเด็ก ผมเลยสนใจสิ่งนี้มาตลอด และการที่ผมเป็นคนเอเชีย ซึ่งเป็นส่วนน้อยมากในโรงเรียน ทำให้ผมไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่ เวลาส่วนใหญ่เลยหมดไปการอยู่บ้านนอนดูหนัง ผมดูหนังเยอะมาก คุณยายท่านก็ชอบหนังแอคชัน ยิ่งหนังแอคชันยุค 90 นี่ชอบมาก

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

มีผู้กำกับในดวงใจไหม

ผู้กำกับในดวงใจหรอ (นิ่งคิด) 

ฮิโระ มุราอิ (Hiro Murai) ครับ เขาเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอเชื้อสายญี่ปุ่น-อเมริกัน เคยร่วมงานกับ ดอนัลด์ โกลเวอร์ (Donald Glover) ที่เป็นนักดนตรี ในซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Atlanta ผมชอบวิธีทำงานในฐานะผู้กำกับของเขา เคยอ่านบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง เขาบอกว่า เวลาถ่ายทำเขาจะเป็นกันเองและใจดีกับเพื่อนร่วมงาน รวมถึงนักแสดงที่เขาทำงานด้วย 

ไม่แน่ใจว่าคุณเคยได้ยินมาบ้างหรือเปล่าว่าผู้กำกับชาวอเมริกันค่อนข้างโหด ทำงานด้วยยาก แต่การทำงานของฮิโระมันเป็นการย้ำเตือนและเป็นแบบอย่างให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ ส่วนตัวผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องมีสไตล์การกำกับที่เข้มงวดขนาดนั้น การที่คุณเป็นคนน่ารักและมีน้ำใจก็ทำให้งานออกมาดีได้เหมือนกัน

หลังเรียนจบสาขาเกี่ยวกับภาพยนตร์ คุณวาดฝันชีวิตตัวเองไว้แบบไหน

ความฝันของผมคือการออกจากเมืองเล็กอย่างสโปเคน (Spokane) ผมชอบการอยู่ในเมืองใหญ่มากกว่า ซีแอตเทิลเป็นเมืองที่ดีนะ สภาพแวดล้อมดี มีความหลากลาย แต่อุตสาหกรรมหนังในซีแอตเทิลยังต้องต่อสู้ดิ้นรน มันไม่ค่อยได้รับความนิยมเหมือนอุตสาหกรรมหนังในแอลเอหรือนิวยอร์ก ยิ่งตอนเรียนปริญญาตรี ผมรู้สึกท้อแท้มาก เพราะไม่ค่อยมีงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ให้ทำมากเท่าไหร่

ตอนเรียนผมเป็นประธานชมรมภาพยนตร์ด้วยนะ เป็นการรวมตัวกันของคนที่ชอบทำหนังสั้นส่งประกวด ทำให้มากที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้ ทำเอาสนุกมากกว่า เพราะผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าหลังเรียนจบจะเป็นยังไง

ว่าแต่คุณเคยคุ้นหู เว็บไซต์ Vimeo บ้างหรือเปล่า

เคยสิ

ตอนนั้น Vimeo เปิดรับนักศึกษาฝึกงานพอดี ผมเลยส่งวิดีโอสมัครเข้าไป ปรากฏว่าเขารับผมกับคนอื่นอีกสองคนที่ย้ายมาจากเมืองอื่นเหมือนกัน พวกเราต้องย้ายมาอยู่นิวยอร์ก มันเปิดหูเปิดตาและเปิดโลกผมมาก เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่จะเข้าถึงเส้นทางสายภาพยนตร์ เพราะซีแอตเทิลเล็กเกินไปสำหรับอุตสาหกรรมนี้ แต่นิวยอร์กกว้างขวางกว่ามาก

ผมทำงานที่ Vimeo ปี 2011 ตอนยังเป็นเว็บน้องใหม่อยู่ มีคนทำงานประมาณสี่สิบคน รุ่นราวคราวเดียวกับผมและทุกคนรักหนังมาก มันเป็นช่วงเวลาที่ผมตื่นเต้นที่สุดที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีม จากคนที่เคยท้อแท้กับวงการหนังในซีแอตเทิล พอผมมานิวยอร์ก มันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมอยากจะทำมันกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ ผมว่าผมมาถูกทาง

แล้วสารคดี YAI NIN ที่เล่าเรื่องราวของคุณยายตัวเองมาตอนไหน

ครอบครัวที่สโปเคนมีคุณแม่ คุณลุงและคุณป้าของผม อาศัยอยู่เมืองเดียวกัน ทุกคนทำงานในร้านอาหารซึ่งก็เหมือนครอบครัวเอเชียน-อเมริกันส่วนใหญ่เขาทำกัน สร้างเนื้อสร้างตัวจากร้านอาหาร แล้วเพื่อนเมกันของผมเขาพูดบ่อยมากว่า น่าสนใจนะ การที่ญาติของผมทำร้านอาหารแล้วก็อาศัยอยู่บนนั้นเลย ดูเป็นวิถีชีวิตของคนเอเชียที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ซึ่งมันค่อนข้างแปลกสำหรับเขา เพราะเขามีบ้าน ก็นอนที่บ้าน ผมก็ฟังนะ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

จนกระทั่งช่วงหลังที่คุณยายติดต่อกับครอบครัวเยอะขึ้น เหมือนคุณยายเป็นคนเชื่อมพวกเราทุกคนเข้าด้วยกัน ความจริงแล้วกิจการครอบครัวเราก็รุ่งเรืองเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็ในเชียงใหม่ เพราะไส้แหนมและไส้หมูยอเป็นสินค้าที่ขายดีมากในหลายพื้นที่ อย่างแม่สอดที่ติดชายแดนพม่า ส่วนคนเชียงใหม่จะรู้จัก ‘แหนมภิญโญ’ อย่างดีเลย ผมก็เพิ่งมารู้เรื่องราวพวกนี้ก็ตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันยิ่งทำให้ผมภูมิใจในตัวคุณยายเข้าไปอีก โดยเฉพาะตอนที่ผมกลับมาเชียงใหม่แล้วได้ใช้เวลาอยู่กับคุณยาย เอาเข้าจริงคุณยายเป็นคนตลกมาก มันเหมือนกับว่าคุณมีคุณยายที่รักมากคนหนึ่ง แล้วเขาส่งพลังงานที่ดีกลับมาหาเราเสมอ

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในฐานะคนไทย-อเมริกันสำหรับผมคือ คุณยายเป็นคนเดียวในครอบครัวเราที่ยังมีความเป็นไทยแท้ ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะรักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ โดยเฉพาะตอนที่คุณตาเสีย ผมยังเด็กมาก มีแต่คุณยายเพียงคนเดียวที่ยังทำและสานต่อกิจการของครอบครัว คุณยายเลยไม่มีเวลามาเยี่ยมเราที่อเมริกาบ่อยนัก หนังเรื่องนี้เลยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัวเราเอาไว้

สารคดีเรื่องนี้เลยเริ่มจากการทำเพื่อรื้อฟื้นความทรงจำของครอบครัวไว้

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยลงเรียนวิชาภาษาพื้นเมือง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมความทรงจำ ภาษาและวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวของชาวอเมริกันพื้นเมืองผ่านหนัง พอดแคสต์ และการบันทึกเสียง แล้วชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกาในหลายพื้นที่ ภาษาที่เขาใช้กันกำลังจะหายไป เพราะคนเก่าคนแก่ก็เริ่มล้มหายตายจาก วิชานี้เลยกระตุ้นให้คนสูงวัยมาบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยกัน คนอเมริกันพื้นเมืองสมัยก่อนก็ไม่ค่อยจดบันทึกนะ บอกกันปากต่อปาก ทำให้วัฒนธรรมพื้นถิ่นกำลังจะหายสาบสูญ แม้ว่าผมจะไม่ใช่ชาวอเมริกันพื้นเมือง แต่ผมถูกกระตุ้นมาตลอดในฐานะผู้อพยพ ผมพยายามจดจำความเป็นไทยให้ได้มากที่สุด ถึงผมจะพูดภาษาไทยไม่ได้ก็ตาม

การเรียนวิชานั้นเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากทำหนังเกี่ยวกับคุณยาย เพราะคุณยายไม่ได้พูดแค่ภาษาไทยอย่างเดียว คุณยายพูดคำเมืองด้วย คำเมืองมันสำคัญมากเลยนะ แล้วผมก็ชอบมากเวลาครอบครัวเรามีบทสนทนากันเป็นคำเมือง น่ารักมาก

แล้วคุณพูดคำเมืองได้ไหม

อู้บ่ได้ (หัวเราะ)

ตอนเล่าไอเดียว่าจะชวนคุณยายมาเล่นหนัง ท่านว่ายังไงบ้าง

คุณยายบอกว่ามันตลก แต่ก็ดีนะ ทำเลย มันยิ่งดีเข้าไปใหญ่ที่แม่ของผมสนับสนุนโปรเจกต์นี้เต็มที่ เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นบทสนทนาที่ผมฟังไม่ค่อยออก ผมอยากจะทำหนังก็จริง แต่ประสบการณ์และความทรงจำระหว่างทางก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้น คุณแม่กับคุณยายคงไม่ได้คุยกันมากขนาดนี้

ช่วงเตรียมตัวก่อนถ่ายทำ เราสัมภาษณ์คุณยาย มันมีบางท็อปปิกที่ผมไม่แน่ใจว่าจะทำให้มันเซนซิทีฟได้มากน้อยขนาดไหน อย่างในหนังก็เล่าเรื่องตอนที่คุณตาเสียแบบสั้นมาก เพื่อบอกว่าคุณยายผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง ผมไม่อยากทำให้หนังมันเศร้าเสียด้วยสิ เลยโฟกัสไปที่ความแกร่งของคุณยายในตอนที่อายุเท่านั้น ที่ต้องดูแลทั้งกิจการครอบครัว เลี้ยงลูก และหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ก็ยังต้องดูแลตัวเองด้วย ตอนทำผมเลยหวังว่าคุณยายจะสนุกไปด้วยกันกับเรา 

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

วันเปิดกล้องเป็นยังไง

ครั้งแรกของการถ่ายทำ คุณยายตื่นเต้นมาก จะเป็นดาราหน้ากล้อง และคุณยายเป็น Location Scout ที่ดีมาก เพราะนอกจากโรงงานแหนม เราต้องหาสถานที่อื่นเพื่อถ่ายทำด้วย อย่างวัด ตลาด คุณยายก็ช่วยติดต่อให้เสร็จสรรพ ผมว่าคุณยายคงตื่นเต้นกับการทำโปรเจกต์นี้ ซึ่งเป็นปกติของครอบครัวเราอยู่แล้ว ไม่ว่าใครทำอะไรก็มักจะช่วยเหลือกัน

ตอนคุณยายเห็นหนังฉบับไฟนอล คุณยายบอกกับผมว่า “Hmm it’s good. It’s okay.” 

มีเรื่องอะไรที่คุณเพิ่งรู้เกี่ยวกับคุณยายบ้างไหม

ผมเพิ่งรู้ว่าคุณยายเล่นละครวิทยุด้วย ช่วงยุค 40 50 เคยไปพากย์เสียงที่สถานีวิทยุ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ เพราะก่อนถ่ายทำเรามีการสัมภาษณ์ล่วงหน้า เพื่อจะมั่นใจได้ว่าตอนถ่ายจริงเราจะไม่เสียเวลา บางทีเจ้าตัวเขาไม่รู้จะตอบยังไง ผมกับคุณแม่เลยทำงานด้วยกันเยอะมาก พอจะรู้ว่าคุณยายมีความพร้อมและตอบคำถามได้อย่างฉะฉาน

ผู้หญิงแกร่งอย่างยายนิลเป็นคุณยายแบบไหนในสายตาคุณ

ตอนเป็นเด็กคุณยายมาหาเราบ่อย เป็นเหมือนพี่เลี้ยงเลยครับ คอยดูแลพวกเรา พอโตมาหน่อยคุณยายก็จะเข้มงวดขึ้น ยิ่งตอนผมเป็นวัยรุ่นเข้มงวดหนักกว่าเดิมอีก หรือบางครั้งเรามาหาคุณยายได้สองสามสัปดาห์ก็ต้องกลับ ซึ่งมันเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เพราะผมอยากเล่ามันออกมาในหนังเรื่องนี้ด้วย ว่าการไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้ๆ ทำให้คุณยายเลี้ยงดูคนงานเหมือนกับลูกกับหลานของตัวเอง มันเป็นวิธีในแบบของคุณยายน่ะ ถึงแม้จะดุบ้างก็ตาม 

(คุณแม่ของแชมป์เสริมในสายว่า “ยายนิลเป็นหญิงแกร่ง ไม่เป็นแม่บ้านเลย Business Woman อย่างเดียว ยายนิลรักโรงงานแหนมมาก สมัยตอนเป็นสาว แต่งตัวเก่ง ชอบใส่เสื้อลายดอก รองเท้าส้นตึกหนาเป็นคืบ ชีเปรี้ยวมาก”)

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ
Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

แล้วคุณเป็นหลานชายแบบไหน

ไฮเปอร์ครับ (หัวเราะ) มีครั้งหนึ่งผมไป Disneyland แล้วแม่หลงกับผม เพราะผมมัวแต่เล่นเครื่องเล่นแฟนตาซี การที่ผมเป็นไฮเปอร์ เป็นคนสนุกอยู่ตลอด มันทำให้ผมมีไอเดียที่ดีในการต่อยอดเป็นศิลปินและคนทำหนัง ผมว่ามันช่วยมากเลยนะ ความผูกพันในครอบครัวและการเลี้ยงดูทำให้ผมเป็นคนมีเหตุผลและถ่อมตนมากขึ้น

ข้อดีของการทำสารคดีจาก Crowdfunding คืออะไร

ผมเจอแพลตฟอร์มที่ชื่อ Seed and Spark ซึ่งเน้นระดมทุนเกี่ยวกับหนังสั้นและหนังอิสระเป็นหลัก ผมเคยทำงานกับหลายองค์กรในซีแอตเทิลที่สนับสนุนโปรเจกต์ใน Seed and Spark อยู่บ่อยๆ และแพลตฟอร์มนี้ยังช่วยสนับสนุนมากพอๆ กับการสร้างคอมมูนิตี้คนที่เกี่ยวกับโปรเจกต์ที่คุณกำลังทำอยู่

ผมว่ามันไม่ใช่แค่การระดมเงินทุนเพื่อทำอะไรบางอย่าง แต่มันเป็นการรักษาคนที่สนใจเรื่องเดียวกันเอาไว้ คุณสามารถประกาศให้พวกเขารู้ว่า หนังจะฉายในเทศกาลไหนบ้าง ฉายออนไลน์ตอนไหน มันเป็นประสบการณ์การใช้ Crowdfunding ที่ดีเลย เอาเข้าจริงการระดมทุนมันหนื่อยกว่าที่ผมคิดเอาไว้อีก มีสิ่งที่ผมต้องทำและดูแลอยู่เยอะมาก การระดมทุนทำหนังเรื่องนี้ผมถือว่าประสบความสำเร็จนะ ผมขอบคุณมากที่พวกเราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากเพื่อนและครอบครัว

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

ความยากของการถ่ายทอดชีวิตคนคนหนึ่งผ่านสารคดีความยาว 13 นาที คืออะไร

ไอเดียหลักไม่ใช่การเล่าทั้งชีวิตของคุณยาย แต่เป็นการเล่าหนึ่งวันของคุณยาย เพื่อชวนคนดูมารู้จักและลองสัมผัสประสบการณ์ เหมือนผมและครอบครัวที่ต้องเดินทางจากอเมริกาเพื่อไปเยี่ยมคุณยายและโรงงานทำแหนม

เราจะรู้จักยายนิลภายในเวลา 13 นาที ใช่ไหม 

ผมหวังว่าอย่างนั้น เขาจะได้เห็นคุณยายในหลายมุม โชคดีมากที่คุณยายกำลังสร้างบ้านพักตากอากาศนอกเมืองเชียงใหม่พอดี แต่ดันตลกตรงที่คุณยายพยายามเตรียมสถานที่ให้พร้อมเพื่อถ่ายหนัง ปลูกต้นไม้เพิ่ม แต่งสวนรอบบ้าน ทำเหมือนถ่ายหนังสเกลใหญ่เลย ความประทับใจที่ผมสัมผัสได้จากคุณยายคือความสงบ ผมว่าวิธีที่ดีที่สุดในการเล่าเรื่องของคนคนหนึ่งภายในระยะเวลาอันสั้น คือการสังเกตว่าคนคนนั้นมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขายังไง 

ผมเลือกสถานที่ถ่ายทำหลายที่วัด ตลาด เพื่อดูว่าคุณยายตอบสนองต่อสถานที่เหล่านั้นยังไงบ้าง ผมแค่อยากจะปิดฉากด้วยภาพของคุณยายในมุมสงบ เพื่อสะท้อนตัวตนของคุณยายออกมาผ่านงานที่ทำมาทั้งชีวิต 

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ
Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

การอยู่ในครอบครัวที่คนหลายวัยสนิทชิดเชื้อกัน มันทำให้คุณโตมาเป็นคนแบบไหน

ผมเอียงมาทางความเป็นไทยแน่นอนครับ ไม่ค่อนไปทางฝรั่งเศสเท่าไหร่ด้วย เพราะผมมีความใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์ไทย แต่ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับกรุงเทพฯ นะ (ยิ้ม) เชียงใหม่มีคุณค่ากับผมมาก พื้นเพผมมาจากตรงนั้น วัฒนธรรมก็ยังเป็นวัฒนธรรมพื้นถิ่น เป็นเมืองที่ไม่ได้วิ่งตามสมัยมากนัก ผมว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างตัวตนผมขึ้นมา 

พอผมกลายมาเป็นคนทำหนัง ความเป็นไทยมันเข้าไปอยู่ในทุกอย่างเลยถ้าเทียบกับคนอื่นในอุตสาหกรรมนี้ ในหัวผมมันย้ำเตือนอยู่ตลอดเวลา เรามีอะไรมากกว่าที่เขาเห็นและเรามีแนวทางที่แตกต่างในแบบของเราเอง ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรเหมือนกัน

แบบ ‘ใส่ใจ’ มากกว่าเหรอ

ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ การที่เราไม่ได้เป็น ‘ฝรั่ง’ หรือคนขาวในอเมริกา มันคือข้อได้เปรียบในแง่หนึ่ง มันทำให้เราเห็นอกเห็นใจคนที่เป็น ‘คนนอก’ ไม่ว่าในออฟฟิศหรือกองถ่าย คุณจะกลายเป็นคนที่เข้าใจคนอื่นและรู้ว่าควรจะใจดีกับใคร ตอนนี้มีการพูดถึงความเป็นเอเชียน-อเมริกัน และแอฟริกัน-อเมริกัน ในอุตสาหกรรมหนังมากขึ้น ผมว่ามันไม่ใช่แค่ใครทำเงินได้เยอะกว่าหรือใครใหญ่กว่าใคร แต่มันคือทัศนคติที่เรามีต่อชีวิตคนคนหนึ่ง เราแคร์ ‘เสียง’ ที่ไม่มีใครได้ยินนั้นมากน้อยแค่ไหน 

ผมว่านั่นคือสิ่งที่ผมเป็นและมันคือสิ่งที่อุตสาหกรรมหนังในอเมริกาต้องการ 

สิ่งที่คุณอยากส่งต่อให้คนดูผ่านสารคดีเรื่องนี้คืออะไร

ผมว่าหนังกำลังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ทางไกล (Long-distance Relationships) ระหว่างคุณยายกับลูกหลาน ตอนนี้พวกเราก็เหมือนเป็นคนอเมริกันกันหมดแล้ว เรามีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันยังไม่พอ ตัวเราก็ยังห่างไกลกันด้วย แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดกับคุณยายจะเรียกคุณยายว่า ‘แม่’ หมดเลยนะ มันเป็นความสัมพันธ์ที่วัฒนธรรมแบบคนตะวันตกไม่มีทางเข้าใจ 

ผมเติบโตมาท่ามกลางผู้หญิงในครอบครัว ผมมีน้องสาวหนึ่งคน แล้วก็ญาติที่เป็นผู้หญิงอีกเยอะมาก บทสนทนาของคนอเมริกันส่วนใหญ่เขาจะพูดถึงความเท่าเทียมทางเพศ แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป เพราะผมโตมากับครอบครัวหญิงแกร่ง โดยเฉพาะคุณยาย มันเลยทำให้ผมคิดว่าการที่ผู้หญิงกลายมาเป็นผู้นำ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับครอบครัวเรา ผมอยากใส่กรอบแนวคิดแบบนี้ลงไปในหนังด้วย ซึ่งมีเรื่องราวของหญิงแกร่งที่เป็นผู้นำครอบครัวเป็นตัวชูโรง

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ

สิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการทำหนังเรื่องนี้ล่ะ

ผมว่าคุณยายมีทัศนคติที่ดีในการจะพาโรงงานแหนมไปให้ไกลที่สุดเพื่อชีวิตของพวกเรา คุณยายทำมันอย่างไม่ต้องคิดเสียดายทีหลัง หนังเรื่องนี้มันก็จะสุขปนเศร้าหน่อย เพราะคุณยายวุ่นกับธุรกิจจนไม่มีเวลามาหาพวกเรา แต่ผมเข้าใจนะ เข้าใจว่าคุณยายอยากบริหารธุรกิจให้ออกมาดี เพราะสิ่งที่คุณยายทำ มันทำให้ผมได้อยู่ที่นี่ ได้อยู่ที่อเมริกา ได้เรียนหนังสือ ผมนับถือคุณยายจากใจจริง

และผมอยากเสริมว่า ในประเทศไทย Strong Women มันสำคัญพอๆ กับ Men in Power ผมไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งนั้นออกมาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ผมหวังว่าหนังเรื่องนี้ได้พูดแทนใจผมไปหมดแล้ว

จากไอเดียเล็กๆ ที่อยากจะเล่าเรื่องคุณยาย ตอนนี้สารคดีไปฉายในเทศกาลหนังหลายเทศกาลแล้ว

ผมคิดว่าถ้าคุณลงแรงกับอะไรมากพอ โลกก็จะตอบแทนคุณกลับมา ผมแค่อยากเล่าเรื่องครอบครัวและมันก็ฝากคำถามเอาไว้ให้ผู้ชม อย่างน้อยก็กับเพื่อนอเมริกันของผม ว่าเขามองคุณยายและคุณป้าของพวกเขายังไงผ่านการมอง YAI NIN

ผมว่าการที่ทุกคนเชื่อมโยงหนังเรื่องนี้เข้ากับตัวเองได้ มันดีมาก คนไทยบางส่วนที่ได้ดูก็บอกกับผมว่า “ขอบคุณที่ทำหนังเรื่องนี้ออกมา” มันทำให้เขาคิดถึงบ้านเกิดของตัวเองและความผูกพันที่เขามีต่อคนในครอบครัว เขารู้สึกว่าหนังกำลังพูดกับเขาอยู่ มันเป็นหนังเรียบๆ เรื่องหนึ่งนะ ไม่มีอะไรมาก แค่เตือนให้คนกลับไปคิดว่า ใครคือคนที่คอยดูแลพวกเขามาตลอดชีวิต เท่าที่รู้คนดูก็ค่อนข้างประทับใจ (ยิ้ม)

ถ้าเราอยากดูสารคดีเรื่องนี้ต้องทำยังไงบ่้าง

ตอนนี้หนังอยู่ในเทศกาลหนัง ความจริงเราได้ฉายในงานแค่สองงานเองครับ นอกนั้นฉายออนไลน์หมดเลย อีกหนึ่งเดือนหรือสองเดือนข้างหน้า หนังจะไปฉายที่บาหลี แล้วก็มีเทศกาลหนังอเมริกันอีกสองสามงาน ผมว่าจะส่งหนังไปฉายที่กรุงเทพฯ ด้วย ผมยังคิดอยู่ว่าหนังสั้นมันควรจะถูกเผยแพร่ในรูปแบบไหนบ้าง พอดีผมมีเพื่อนที่เจอกันจากเทศกาลหนัง เขาส่งหนังตัวเองไป Amazon บ้าง Netflix บ้าง แต่ก็ไม่ได้กำไรอะไรมากหรอกครับ หนังสั้นทำเงินค่อนข้างยาก (ยิ้ม)

Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ
Champ Ensminger ผกก. สารคดีชีวิตยายแท้ๆ ที่ขายแหนมในเชียงใหม่จนได้รางวัลในเทศกาลหนังสหรัฐฯ, YAI NIN, ยายนิล, ผู้กำกับไทย

คำถามสุดท้าย ทำไมเราต้องดูหนังเรื่องนี้

ผมว่าคำถามนี้น่าสนใจนะ จะว่าไปก็ตอบยากเหมือนกัน ผมมองไม่ค่อยออกว่าผู้ชมชาวไทยจะคิดยังไงกับหนังต่างประเทศ ไม่มั่นใจว่าเขาจะเปิดใจให้กับหนังที่เล่าเรื่องคนไทยที่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน เพราะมันเป็นเรื่องของคุณยายและความผูกพันกับประเทศไทย ซึ่งต่างจากหนังที่คนไทยส่วนใหญ่เขาดูกัน 

จากการอยู่เชียงใหม่มาสองปี ทำให้ผมรู้ว่าคนไทยไม่ค่อยเสพหนังที่ลึกและอาร์ตเท่าไหร่ แต่จะชอบดูหนังแอคชันอย่าง Fast and Furious มากกว่า หรือไม่ก็โรแมนติก-คอมเมดี้ไปเลย ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเชื่อว่าผู้ชมจะสนุกไปกับหนังของผมได้ เพราะคุณยายจะทำให้ผู้ชมหวนคิดถึงผู้หญิงในชีวิตของเขา คุณป้า คุณแม่ คุณยาย ว่าเรายังมีพวกเขาอยู่ตรงนั้น


ติดตามเรื่องราวของยายนิลได้ที่

Website: www.yainindoc.com

Facebook : YAI NIN

Instagram : YAI NIN

ขอขอบคุณ

Production photos : Jeetrapon Kaicome

Film stills : Liam Morgan

Portraits : Jayna Milan

Poster : Dohee Kwon

Writers

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

เราจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ภาพของเด็กหญิงวัย 7 ขวบคนหนึ่งปรากฏขึ้น เธอนั่งอยู่หน้ากล้อง พร้อมแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงหวานใสและกังวานในรายการ ‘The Trainer ปั้นฝันสนั่นเวที ปี 5’ 

ต่อหน้าคณะกรรมการดีกรีนักร้อง-นักแสดงแห่งวงการบันเทิงไทย แววตาของเด็กน้อยผู้มาตามหาความฝันหลายคนปะปนไปด้วยความประหม่า แต่ไม่ใช่สำหรับ อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ ที่เข้าประกวด The Trainer เป็นเวทีแรก วันนั้นเธอโชว์พลังเสียงไปทั้งหมด 3 เพลง ทั้งยังเปลี่ยนชุดบนเวทีและออกท่าเต้นอย่างไม่เขินอาย จนได้ใจกรรมการและคนในห้องอัดไปครอง 

สำหรับใครหลายคน นั่นคือการเปิดตัวเข้าวงการที่น่าจดจำของอ๊ะอาย แต่เด็กสาวคนนี้ยังไม่หยุดความฝันไว้เพียงเท่านั้น ชื่อของเธอถูกพูดถึงมากขึ้นจากรายการ ‘We Kid Thailand เด็กร้องก้องโลก’ หลังขับร้องเพลง ความในใจ ของ สุเทพ วงศ์กำแหง ด้วยเสียงหวานละมุนตามสไตล์ของตัวเองในวัย 11 ปี ก่อนที่ปลาย พ.ศ. 2563 เธอจะทำตามความฝันขั้นแรกได้สำเร็จ โดยการเป็น 1 ใน 7 ไอดอลวงเกิร์ลกรุ๊ป ‘4EVE’ ในฐานะน้องเล็กสุดของวง

หลังจากหวนรำลึกถึงประวัติของอ๊ะอายไปพอประมาณ คนที่เรานึกถึงก็ก้าวผ่านประตูหมุนสีชมพูของร้าน The Cassette Coffee Bar เข้ามาด้วยท่าทางสดใส

เราชวนอ๊ะอายพูดคุยถึงตัวตนที่น้อยคนจะรู้ พร้อมแบ่งปันแรงบันดาลใจ และวิธีแบ่งเวลาชีวิตระหว่างการเรียน ร้อง เล่น เต้น นอน ฝัน รวมถึงภารกิจอีกล้านแปดที่ไอดอลวัย 16 ปีคนนี้ทำอยู่ทุกวันตลอดเวลาเกือบ 10 ปีในวงการ โดยชีวิตไม่พังและยังบาลานซ์อยู่

เรียน ร้อง เล่น ฝัน ชีวิตที่ทำมาทุกอย่างของ 'อ๊ะอาย กรณิศ' ไอดอลน้องเล็กวง 4EVE
เรียน ร้อง เล่น ฝัน ชีวิตที่ทำมาทุกอย่างของ 'อ๊ะอาย กรณิศ' ไอดอลน้องเล็กวง 4EVE

01
Aheye is on duty

ได้ยินว่าตารางงานของคุณแน่นมาก เดือนล่าสุดต้องทำงานกี่วัน และทำงานอะไรบ้าง

โห! ช่วงนี้มีเตรียมงานของวง 4EVE เตรียมเพลงใหม่ แล้วก็งานละคร ตอนนี้หนูมีกองละครอยู่ 4 กอง ถ้าเปิดตารางงานมาดูก็จะเจอชื่อเรียงกันเลยเป็น อ๊ะอาย อ๊ะอาย อ๊ะอาย ยาวไป 7 วัน (หัวเราะ) แต่กองเขาก็ไม่ได้เอาเวลาของเราไปทุกวันหรอกค่ะ เขาล็อกไว้ก่อน เราอาจจะไม่ได้พักทั้งวัน แต่ก็มีช่วงเวลาว่างระหว่างงาน แค่ได้เล่นโทรศัพท์ก็เหมือนได้พักแล้ว ส่วนวันนี้ไม่มีงานค่ะ หนูไปนวดมา เพราะเพิ่งเรียนพายเรือไปใช้ถ่ายละคร ตอนนี้ถ่ายละครเยอะที่สุด

คุณอยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เป็นทั้งนักร้อง นักแสดง เคยเดินแบบ และพากย์เสียง ทำไมถึงทำงานมากมายและหลากหลายขนาดนี้

เราไม่รู้เลยจริง ๆ ค่ะ พอมีโอกาสเข้ามาเราก็ทำ อย่างเดินแบบ คุณแม่เป็นคนพาไป เพราะวันนั้นว่างพอดี เลยลองพาไปสมัครดู แต่เราก็สนุก แอบติดใจอยู่นะ เพราะอยู่ดี ๆ ก็ได้ไปเดินเฉิดฉายให้คนอื่นมอง

จากงานทั้งหมดที่ทำมา คุณชอบงานไหนมากที่สุด

ยากเลยค่ะ อันดับหนึ่งคงจะเป็นเกิร์ลกรุ๊ปก่อน สองคือนักแสดงละครเวที สามคือนักแสดงทั่วไป การแสดงทั้งสองอย่างมันคนละแนวกัน ถึงทักษะที่ใช้จะคล้ายกันบ้าง อย่างเรื่องการโปรเจกต์เสียง แต่ถ้าเป็นละครเวที เราได้ทำทั้งร้องและแสดงไปพร้อมกัน 

มีละครเวทีเรื่องไหนที่คุณอยากจะลองเล่นสักครั้งไหม

รักจับใจ เดอะโรแมนติกมิวสิคัล ที่ พี่บี้ (สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) เล่นคู่กับ พี่หนูนา (หนึ่งธิดา โสภณ) เราเป็นแฟนคลับพี่หนูนา ก็เลยอยากลองเล่นเรื่องเดียวกับเขาค่ะ ชอบมานานแล้วตั้งแต่เพลง แค่หลับตา บ้านเราฟังเพลงวนอยู่แค่ 2 คน ไม่พี่หนูนาก็พี่บี้

เรียน ร้อง เล่น ฝัน ชีวิตที่ทำมาทุกอย่างของ 'อ๊ะอาย กรณิศ' ไอดอลน้องเล็กวง 4EVE

พูดถึงการทำงานในวงการตลอดเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา อะไรทำให้คุณมีงานเข้ามาไม่ขาด ศิลปินหลายคนยังไม่มีงานเข้าต่อเนื่องขนาดนี้

คงเป็นเพราะผู้ใหญ่ให้โอกาส พอเราไปงานหนึ่งก็ได้ทำความรู้จักกับผู้ใหญ่ เขามีคอนเนกชันส่งเราไปต่อเรื่อย ๆ ก็เลยได้วนเวียนอยู่ในวงการตลอดมา

จำได้ว่าครั้งแรกคือตอนไปประกวดรายการ The Voice kids Thailand แล้วคุณแม่ก็พาไปประกวดเดินแบบ เจ้าของห้องเสื้อเขาเลยชวนไปออดิชันละครเวที สี่แผ่นดิน ต่อ ซึ่งลูกของเขาเล่นเมื่อปีที่แล้ว พอเขาเห็นว่าเราเองก็ร้องเพลงได้จึงแนะนำ แต่อย่าง 4EVE ตอนนั้นคือเราสนใจเรื่องการเต้นและชอบไอดอลเกาหลีเลยลองไปสมัครดู เพราะเห็นว่าเป็นช่อง Workpoint ซึ่งเราเคยร่วมงานกับเขามาแล้วในรายการ We Kid Thailand 

หลังจากได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวง 4EVE ความเป็นน้องเล็กของทีมมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

ดีตรงที่พี่ ๆ คอยดูแลตลอดเวลา เขาจะเอ็นดูเราว่าเป็นน้องเล็กตลอดกาลและตลอดไป บางทีซื้อของกินมารวม ๆ กัน ก็จะชวนเรามากเป็นพิเศษ กินอีกสิ กินอีกไหม แต่ข้อเสียคือ มีข้อจำกัดบางอย่างที่พี่ ๆ ทำได้แล้ว แต่เรายังทำไม่ได้ เช่น เข้าไปรายการครั้งแรก พี่ที่มีประสบการณ์ เขาจะมีเวลาในการซ้อมเต้นมาก่อนหน้านี้ แต่เราเพิ่งเข้ามา เรายังเด็ก ก็ต้องพัฒนาการเต้นให้เท่ากับพี่เขาให้ได้ ซึ่งสกิลล์ที่ยากที่สุดสำหรับเราคือการเต้น ไม่ถนัดเลย วงเรามีกัน 7 คน ยังถือเป็นจำนวนที่น้อยอยู่ พอต้องยืนเต้นรวมกัน มันจะต้องสามัคคีกันให้ได้ ต้องกลมกลืน

ตอนซ้อมรวมก็ยาก กลัวว่าจะเข้ากับพี่ ๆ ไม่ได้ แต่พอสุดท้ายได้ซ้อมด้วยกันเรื่อย ๆ ตอนนี้หนึ่งปีครึ่งแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไรต้องกังวล พวกเราเชื่อมโยงกันด้วยกระแสจิตค่ะ (หัวเราะ) มันมีจริง ๆ ที่บางทีเราก็ทำท่าเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ฟังดูสนุกมาก แต่ถ้าตอนนั้นคุณไม่ได้สมัครรายการ 4EVE คุณจะกำลังทำอะไรอยู่

คงจะไล่ออดิชันตามค่ายเพลง เพราะช่วงนั้นเราอินกับเกาหลีมาก ตอนนี้อินกับวง NCT และ ENHYPEN แต่วงแรกที่ทำให้เราอยากเป็นศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปคือ BLACKPINK ตอนแรกค่าย YG เคยติดต่อให้มาลองร่วมงานออดิชันที่จัดขึ้นในประเทศไทยดู เพราะช่วงนั้นมีโควิด-19 แล้ว ตอนที่เขาติดต่อมา เราไม่ได้รู้จัก K-POP เลย แต่เรารู้สึกตื่นเต้นและเห็นความแปลกใหม่เลยลองไปศึกษาดู กลายเป็นชื่นชอบ BLACKPINK ก่อนวงแรก

เวลาในวงการของคุณผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว อะไรคือความสุขที่สุดที่คุณได้รับ

การเห็นคนดูมีความสุข ล่าสุดคือขึ้นเวทีไปแล้วเห็นคนมารอเราเยอะมาก ยกตัวอย่าง วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นงานเปิดตัววง ATLAS พวกเราขึ้นไปโชว์เป็นแขกรับเชิญ มีคนมาเชียร์และตะโกน 4EVE กันใหญ่ ด้วยความที่เราเปิดตัวมาในช่วงโควิด-19 เราจึงได้เจอคนดูไม่บ่อย แต่รอบนั้นคนดูเยอะมากจนเราตกใจ รู้สึกภูมิใจมาก

แล้วอะไรคือสิ่งที่คุณไม่ชอบที่สุดในชีวิตการทำงาน

เราไม่ชอบตอนที่ต้องเลือกงานใดงานหนึ่ง สมมติว่าเป็นงานที่ติดกัน มันรู้สึกเหมือนเราต้องทิ้งโอกาสใดโอกาสหนึ่งไป สำหรับเราโอกาสเป็นสิ่งสำคัญจึงอยากคว้าไว้ แต่ช่วงนี้เกิดขึ้นบ่อยเลยค่ะ (หัวเราะ) จริง ๆ มีหลายงานที่เลือกลำบาก ตั้งแต่ก่อนที่เข้ามาเป็น 4EVE มีค่ายเพลงติดต่อมาพร้อมกัน นั่นคือการเลือกครั้งใหญ่ แต่ก็ทำให้เราได้มายืนตรงนี้

คุณเจอคนในวงการบันเทิงมามากมาย มีใครที่คุณแอบ ‘ดูเทคนิค จดจำ และนำไปใช้’ บ้างไหม

คนแรกคือพี่หนูนาอีกแล้ว พี่เขาน่ารักมาก ร้องเพลงดี เล่นละครเวทีและแสดงได้ด้วย เป็นคนแรกที่เราจดจำและนำไปใช้ ยกตัวอย่าง ตอนเล่นละครเวที พี่หนูนาจะมีความนิ่ง แต่สื่อสารออกมาได้ด้วยสายตาและการมอง ตอนนั้นเลยได้รู้ว่า การสื่อสารแบบนิ่ง ๆ ก็กินใจคนดูได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ก็มี จีซอง วง NCT ด้วยความที่เราเป็น NCTzen เลยตามไปดูประวัติเขาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็ยิ่งชอบเข้าไปอีก เพราะเขาทำงานตั้งแต่ยังเด็กเหมือนกับเรา เขาเคยพูดในไลฟ์ประมาณว่า เขาเองก็ไม่ได้มีเพื่อนในโรงเรียนเยอะนัก ส่วนมากจะเป็นเพื่อนในวงการ เรารู้สึกว่า เหมือนเราเลย! เราไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนเหมือนกัน เขาเก่งนะที่ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ บางวันที่เราท้อ พอคิดว่าเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน

เรียน ร้อง เล่น ฝัน ชีวิตที่ทำมาทุกอย่างของ 'อ๊ะอาย กรณิศ' ไอดอลน้องเล็กวง 4EVE

02
Possible life balance

เห็นคุณมีงานเยอะขนาดนี้ หลายคนอยากจะรู้ว่าคุณบาลานซ์ชีวิตการเรียนและการทำงานอย่างไร

ตอนนี้เรียนออนไลน์เลยยังโชคดีค่ะ เพราะถ้าเรียนออนไซต์อาจจะต้องลาเลย แต่ถ้าเป็นออนไลน์ เราพกไอแพดไปออกกองได้ อย่างช่วงก่อนที่จะมีโควิด-19 เราเรียนในโรงเรียนโดยที่ต้องจัดตารางงานให้อยู่วันเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงเย็นเป็นต้นไปให้เรียนจบวันก่อน

เราพยายามทำให้การเรียนกับการทำงานไปด้วยกันให้ได้ ก็เหนื่อยอยู่นะคะ แต่มันเป็นสิ่งที่เราอยากทำเลยต้องทำให้ได้ ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่เคยโดดงานไปเรียน และไม่เคยโดดเรียนไปทำงานเหมือนกันค่ะ เพราะก่อนจะโดดคือลามาแล้วเรียบร้อย (หัวเราะ)

คุณเอาเวลาช่วงไหนทำการบ้าน ไหนจะอ่านหนังสือสอบอีก

ถ้าเป็นช่วงที่เล่นละครเวที เราก็เอาหนังสือยัดใส่กระเป๋าไปนั่งอ่านระหว่างรอเข้าซีนเลย ใช้เวลาให้คุ้ม ระหว่างบทกับหนังสือที่อ่าน เราก็พยายามจะไม่สับสนกับมัน ถือว่าเวิร์กนะคะ จำได้อยู่ ถึงผลการเรียนที่ออกมาจะไม่ได้สูงเลิศเลอเหมือนคนอื่น แต่มันอยู่ในจุดที่พอใจและเรียนต่อได้

มีวิชาที่ชอบเป็นพิเศษไหม

จริง ๆ ชอบวิชาภาษาไทย ชอบแต่งกลอน แต่พอขึ้นมัธยมปลายมาก็รู้สึกว่ายากแล้ว เลยเปลี่ยนไปชอบดนตรีแทน มันยากด้วยตัววรรณคดีที่เพิ่มขึ้นมา ชื่อจำยากจนรู้สึกว่าอะไรกันคะเนี่ย แต่ถึงจะชอบก็ไม่ได้อยากเป็นครูภาษาไทยนะคะ คิดว่าไม่น่ารอด

สนทนาค้นหาตัวตนกับ ‘อ๊ะอาย กรณิศ’ และชีวิตที่เก็บไว้ทั้งการงาน-การเรียน เพราะมีหลายอย่างที่อยากทำ

อะไรคือสิ่งที่คุณชอบทำเพื่อพักผ่อนยามว่าง

เราชอบฟังเพลง จะหาเพลงใหม่ฟังตลอด ไปถามคนอื่นด้วยว่ามีเพลงอะไรแนะนำไหม แล้วก็เปิดฟังไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ

นอกจากบาลานซ์ชีวิตการเรียนและการทำงาน คุณบาลานซ์ชีวิตวัยรุ่นทั้งเรื่องเพื่อนและเรื่องเที่ยวอย่างไร

ถ้าเรื่องเพื่อน เราไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ อยู่ในวงการก็มีเพื่อนได้ แถมคิดว่าวงการทำให้เรามีเพื่อนเพิ่มขึ้นด้วย มีคนอยากเข้าหาเรามากขึ้น แต่ที่สนิทที่สุดก็คือ 4EVE เพราะเราใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอด ไปเที่ยว ทำงาน ถ่ายรายการ ซ้อมเต้น อยู่กับพี่ ๆ 4EVE มากกว่าคนในบ้านอีก เจอทุกวัน แต่ก็มีที่ตรงกันข้ามบ้างที่คนไม่กล้าเข้าหาเรา ส่วนเวลาไปโรงเรียนเพื่อนก็ไม่ได้กรี๊ดกร๊าดเราแบบจริงจัง จะออกแนวแซวมากกว่าว่า 4EVE มาโรงเรียนด้วย 

สำหรับเรา การได้อยู่กับเพื่อนมันดีมาก และน่าจะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เรานอนดึกที่สุด เพราะเราจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด

ส่วนเรื่องเที่ยว เราก็อาศัยเที่ยวตามกองเอาค่ะ สมมติกองไปถ่ายที่ภูเก็ต เราก็ไปเที่ยวภูเก็ตพร้อมทำงานไปด้วย หรือเวลาไปเที่ยวคาเฟ่เหมือนวัยรุ่นทั่วไปเราก็มีนะคะ แต่ว่าค่อนข้างน้อยเลย พี่ ๆ ในวงก็บอกว่าเดี๋ยวจะเลี้ยงข้าวนะ แต่เราเองต้องไปหาเวลาว่างก่อน เราก็บอกได้ค่ะพี่

ถ้าต้องนัดเพื่อนมาเที่ยว คุณชอบนัดเจอเพื่อนที่ไหน

สยามนี่แหละค่ะ เพราะเป็นที่ที่ใครหลายคนมา ไม่ได้กลัวว่าแฟนคลับหรือใครจะเจอเราเดินอยู่ ถ้าเขาอยากเข้ามาทักก็ทักได้เลย ยินดีมาก ๆ ที่เข้ามาทักทายกัน

ถ้าเป็นต่างจังหวัด ตอนนี้อยากจะไปเที่ยวที่ไหนที่สุด

ชลบุรีค่ะ หนูชอบไปทะเลมากกว่าภูเขา ตอนนี้อยากไปสัมผัสหาดทราย

ตอนนี้คุณอาจจะยังไม่มีเวลาไปพักผ่อนบนหาดทราย รู้สึกเครียดกับชีวิตที่ตารางงานจัดเต็มตลอดบ้างไหม

ไม่เครียดเลยค่ะ เราอยู่กับมันได้

สนทนาค้นหาตัวตนกับ ‘อ๊ะอาย กรณิศ’ และชีวิตที่เก็บไว้ทั้งการงาน-การเรียน เพราะมีหลายอย่างที่อยากทำ
สนทนาค้นหาตัวตนกับ ‘อ๊ะอาย กรณิศ’ และชีวิตที่เก็บไว้ทั้งการงาน-การเรียน เพราะมีหลายอย่างที่อยากทำ

03
Insight Aheye

ถ้าพูดถึงตัวตนของคุณ อะไรคือความแตกต่างระหว่างคุณตัวจริง กับคุณที่เห็นเวลาสัมภาษณ์ในสื่อ

ถ้ากำลังให้สัมภาษณ์แล้วอยู่กับวง แฟนคลับหลายคนจะบอกว่าเราค่อนข้างคีพลุค ดูนิ่งเวลาออกหน้ากล้อง พูดน้อย เรียบร้อย พูดไม่ทันพี่ ๆ แต่พอมาอยู่ในไลฟ์คนเดียว เราจะคุยได้คล่องเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตัวจริงพูดคนเดียวเก่งนะ คิดว่าน่าจะเป็นความต่าง

การมีชื่อเสียงน่าจะทำให้คนรู้จักและอยากเข้ามาจีบคุณเยอะ เล่าเรื่องการจีบที่แปลกที่สุดให้ฟังหน่อย

คิดว่าเข้ามาจีบไม่มีนะคะ ส่วนมากเขาจะเข้ามาเป็นเพื่อน ถ้าจะแปลกคือ อยู่ดี ๆ มาเล่นบทเบียว ๆ แบบหมาป่าเดียวดายกับลูกแกะน้อยกับเรา สรุปเราก็งง เขาก็งง (หัวเราะ) แต่จริง ๆ แค่มาทักทายก็ประทับใจแล้วค่ะ

คุณน่าจะมีแฟนคลับที่ติดตามมาตั้งแต่เพิ่งเข้าวงการ มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษกับพวกเขาบ้างไหม

มีค่ะ มีคนทำกล่องดนตรีใส่เพลงให้ พอเปิดกล่องมาก็เจอรูปเรา ส่วนอีกคนให้สมุดเล่มเล็กที่ด้านในมีภาพโพราลอยด์ท้องฟ้าของทุก ๆ วันตลอด 1 เดือน ของทั้งหมดที่แฟนคลับให้หนูเก็บไว้ในห้องนอนเลยทุกชิ้น ถ้าเป็นกระดาษที่เขียนมาให้เรา เราก็จะมีแฟ้มเก็บเอาไว้ นี่คือจดหมายจากทุกคน

แฟนคลับหลายคนติดตามมาจาก We Kid ลากยาวมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน บางคนก็เพิ่งรู้จักจากวง 4EVE อายุเยอะที่สุดก็ประมาณ 60 ได้ค่ะ คุณยายมากับหลาน หลานบอกว่าคุณยายชอบเรามากเลย หลังจบรายการ We Kid เรากับเพื่อน ๆ ไปทำคอนเสิร์ตการกุศลกัน และก็ได้เจอคุณยายครั้งแรกที่นั่น 

เวลาคุณเสิร์ช Google เกี่ยวกับตัวเอง คุณเจออะไรบ้าง

เราก็จะพิมพ์ไปเลยว่า อ๊ะอาย กรณิศ แล้วเลื่อนดู ส่วนมากจะเป็นสกู๊ปข่าว อ๊ะอายเปิดตัวละครเรื่องใหม่ ก็เข้าไปอ่านเรื่อย ๆ

ย้อนกลับไปช่วงที่คุณเป็นไวรัลจากเพลง ความในใจ รายการ We Kid คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นคลิปตัวเองกระจายอยู่ในทุกสื่อ และนั่นคือการค้นพบว่าตัวเองมีชื่อเสียงแล้วหรือเปล่า

โห! ความรู้สึกแรกคือ ทำไมเราเจอคลิปตัวเองอีกแล้ว เราไม่ได้คิดว่ามันไวรัล ด้วยความที่เป็นเด็กอายุแค่ 11 ขวบ เราไม่รู้ว่าตอนนั้นมันดังมากขนาดไหน แต่ยังไม่รู้สึกว่าเรามีชื่อเสียงแล้วนะคะ เราแค่คิดว่าถ้าไปโรงเรียนเพื่อนน่าจะเห็นแล้วทักแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริง เพื่อนไม่ทักค่ะ (หัวเราะ) คนที่เห็นน่าจะเป็นพ่อแม่เพื่อนมากกว่า

สนทนาค้นหาตัวตนกับ ‘อ๊ะอาย กรณิศ’ และชีวิตที่เก็บไว้ทั้งการงาน-การเรียน เพราะมีหลายอย่างที่อยากทำ

ในรายการ The Trainer ถ้าคุณได้เป็นเมนเทอร์ของตัวเองในวัย 7 ขวบ คุณจะบอกกับเด็กคนนั้นว่าอย่างไร

หนูแซ่บมากลูก หนูใส่เสื้อคลุมสีดำ เปลี่ยนชุดกลางเวที เต้นไก่กา แต่ก็พยายามต่อไปนะ หนูแซ่บแล้ว แค่ต้องยิ้มเยอะ ๆ เพราะหนูร้องเพลงหน้านิ่งมาก ตอนนั้นก็ถูกบอกให้ยิ้ม แต่บางทีเราก็ทำหน้าบึ้ง นึกได้ก็ยิ้มใหม่ แล้วก็นิ่ง แล้วก็ยิ้มอยู่แบบนั้น

ยังจำความฝันตอนอายุ 7 ขวบได้ไหม ตอนนี้คุณอยู่ในจุดที่ฝันไว้แล้วหรือยัง

ความฝันในตอนนั้นคืออยากร้องเพลงเฉย ๆ เลยค่ะ ยืนอยู่บนเวทีร้องเพลงให้ทุกคนฟัง เท่านั้นเลย ตอนนี้ก็อยู่ในจุดที่ฝันไว้แล้ว แต่ฝันของเราไม่ได้หยุดแค่นั้น ถ้าต่อยอดจากความฝันในการร้องเพลงทุกวัน เพราะอยากเป็นนักร้อง ตอนนี้เราอยากเป็นนักร้อง ร้องเพลง ยืนอยู่บนเวที และทำให้คนดูมีความสุขเพิ่มขึ้น ถ้าเป้าหมายสูงสุดในตอนนี้ก็คืออยากไปแสดงต่างประเทศ

ปัจจุบันคุณมีงานเข้ามาเยอะมากและคุณแม่เป็นคนช่วยจัดตารางงานให้หลายอย่าง ถ้าคุณแม่ลาพักร้อนสักหนึ่งอาทิตย์ ชีวิตของคุณจะเป็นอย่างไรบ้าง

ปกติจะเราจะอยู่กับครอบครัวเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ คุณแม่ก็ไปกองละครด้วยกัน พักกองก็จะเจอคุณแม่ ถ้าคุณแม่ลาพักร้อน แล้วสมมติว่าไม่มีงาน หนูก็คงจะนอนดูอนิเมะอยู่ห้อง เพราะปกติจะเปิดดูช่วงกินข้าว เรื่องที่ชอบ เช่น My Hero Academia, Shaman King หรือไม่ก็ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba ส่วนมากจะเป็นญี่ปุ่น ถ้าเป็นของฝรั่งจะดูไม่ค่อยจบ 

ส่วนมังงะไม่ค่อยมีเวลาอ่านเลย พอดูอนิเมะแล้วก็จะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงทั้งอาทิตย์ ไหน ๆ ก็ไม่มีงานทั้งที แต่ถ้ามีงานเข้ามาใหม่ เราต้องรีบบอกพี่เออาร์ทางวงก่อน ไม่ใช่อะไรนะคะ ให้พี่เขาจองรถตู้ให้ เพราะไม่มีใครไปรับไปส่ง (หัวเราะ)

ต่อจากนี้อีก 10 ปีข้างหน้า คุณมองเห็นตัวเองอยู่ในจุดไหน

ปีนี้หนูจะอายุ 17 ปี อีก 10 ปี ก็อายุ 27 หนูอยากให้ตัวเองยังชอบร้องเพลงอยู่แบบนี้ไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเก่งขึ้นกว่าตอนนี้ ที่บอกแบบนั้นเพราะตอนนี้งานละครเข้ามาเยอะมาก แอบกลัวว่าจะลืมว่าเราเคยร้องเพลงได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ เราแค่อยากทำอะไรได้หลายอย่าง อ้อ! และหนูก็หวังว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะแต่งเพลงเป็นแล้ว หนูอยากลองแต่งเพลงให้ทุกคนฟังแล้วรู้สึกทัชหัวใจบ้าง

พอเราอยู่วง 4EVE เราจะเจอโปรดิวเซอร์เก่ง ๆ เขาจะส่งเดโมมาให้เราฟัง เรารู้สึกว่าอันแรกที่ส่งมามันก็ดีแล้ว แต่ทำไมพอเขาแก้มาอีกแล้วมันดีขึ้นเรื่อย ๆ เราชอบความที่หนึ่งเพลงมันไปได้ไกลและหลากหลาย เราเลยอยากลองแต่งเพลงให้ได้เองบ้าง เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกถึงคนฟังและเราเองก็ได้ร้องเพลงของเรา

สนทนาค้นหาตัวตนกับ ‘อ๊ะอาย กรณิศ’ และชีวิตที่เก็บไว้ทั้งการงาน-การเรียน เพราะมีหลายอย่างที่อยากทำ

ขอบคุณสถานที่

ร้าน The Cassette Coffee Bar 

สยามสแควร์ ซอย 3 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

เปิดทุกวัน 10.00 – 20.00 น.

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load