มีคนเคยบอกว่า หากอยากรู้จักตัวตนของใครให้ลองดูที่เพลย์ลิสต์โปรดของเขา

เช่นเดียวกับที่เราอยากรู้จักกัปตันทีมของเราวันนี้

เพลย์ลิสต์ของ คุณกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง JOOX และ Sanook! นั้นประกอบไปด้วยแนวเพลงจังหวะและทำนองแบบไหน จึงสะท้อนแนวคิดในการสร้างสรรค์ JOOX และแพลตฟอร์มอื่นๆ ให้ประสบความสำเร็จแบบนี้

“เพลงแจ๊สหรือเปล่าคะ” เราถาม

“EDM ครับ” กัปตันทีมของเราตอบ

และเผื่อมีใครแถวนี้อยากรู้จักตัวตนผู้เขียนก็ขอแบ่งปันเพลย์ลิสต์ ‘ฮิปสเตอร์อกหัก’ นี้ พร้อมยื่นหูฟังให้

I – Hey JOOX

“ทำไม JOOX จึงประสบความสำเร็จ”

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ใครๆ มักจะถามคุณกฤตธี ทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานของ JOOX

นอกจากการทำความเข้าใจตลาด เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนไทยจาก DNA ที่มีมาตั้งแต่เป็นเว็บไซต์ Sanook! ทำให้ JOOX มีเพลย์ลิสต์ที่ตอบทุกความต้องการของทุกคนแล้ว ความเชี่ยวชาญของทีมงานและแผนธุรกิจที่ไปไกลกว่าการทำรายได้ทางเดียวทำให้ JOOX เป็นที่น่าจับตา เพราะไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงขนานใหญ่ของคนไทย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นคืนคุณค่างานสร้างสรรค์ในบ้านเราอีกด้วย

จากความเคยชินที่การฟังเพลงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลค่า โจทย์ของ JOOX คือ ทำอย่างไรให้คนฟังเพลงรู้สึกเห็นคุณค่าและรับรู้ว่ามีคนมากมายเกี่ยวข้องในหลากหลายกระบวนการกว่าจะออกมาเป็นบทเพลงสักเพลงหนึ่ง และทำอย่างไรให้คนฟังยอมจ่ายเงินซื้อเพลงด้วยความเต็มใจเหมือนเมื่อครั้งสมัยก่อนจะมีอินเทอร์เน็ต คุณกฤตธีบอกว่าเขามีความหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมการฟังเพลงอย่างรู้สึกถึงคุณค่า และส่งเสริมให้เกิดรายได้ในอุตสาหกรรมเพลงอย่างแท้จริง ซึ่งหากวิธีการนี้ได้ผลก็อาจจะช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาในศิลปะแขนงอื่นๆ ต่อไป

“เราศึกษาตลาดการฟังเพลงแล้วพบความจริงที่เรารู้กันว่าเราคนไทยนิยมฟังเพลงอย่างไม่ถูกลิขสิทธิ์มาตลอดช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เราชินกับการหาดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต JOOX มีแผนธุรกิจที่เรียกว่า freemium คือการฟังเพลงฟรี โดย JOOX จะสมทบเงินแก่ค่ายเพลงและศิลปินด้วยวิธีการหารายได้จากโฆษณา ซึ่งคุณผู้ฟังสามารถเปลี่ยนมาเป็น premium ได้เพียงจ่ายเงินรับสิทธิ์เป็น VIP

“บุคลากรกว่า 200 คนของเรา ทุกคนเข้าใจตลาดความเป็นไทยจาก Sanook! รู้ว่าเขียนเนื้อหาแบบไหนทำให้คนที่อยู่บุรีรัมย์เขาอ่านเนื้อหาจากเว็บเรา หรือทำเพลย์ลิสต์อย่างไรให้คนอยู่ร้อยเอ็ดเลือกฟัง”

นอกจากนี้ยังมีอีกเบื้องหลังการทำงานหลักๆ ที่ควรได้รับความดีความชอบ ได้แก่ การใช้งานอย่างง่าย หรือ user friendly จากการออกแบบและพัฒนาของทีมวิศวกรคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้การค้นหาเพลง เล่นเพลง และสร้างอัลบั้มเพลย์ลิสต์ส่วนตัวเป็นจุดแข็งในแผนธุรกิจของ JOOX

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

#ใครเป็นคนคิด Theme Playlists

จุดเด่นที่ใครๆ ก็รัก JOOX คือ ธีมเพลย์ลิสต์ ไม่ว่าจะเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนา เราจะพบธีมเพลย์ลิสต์กวนๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นคนคิดธีมแต่ละธีมขึ้นมานะ มันช่างน่ากดฟังตามไปเสียทั้งหมด

“บทสวดมนต์เรายังมีเลยนะ” คุณกฤตธีรีบเล่า

ช่างรู้จักและเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนไทย ถูกจริตและรสนิยมคนทุกเพศทุกวัยทุกความต้องการ

เช่นเดียวกับเพลย์ลิสต์ของช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ที่ช่างภาพสาวของเราเล่าคุณงามความดีให้ฟังว่า ปกติเธอ พ่อและแม่จะฟังเพลงกันคนละแนว ตามจังหวะทำนองและเนื้อร้องโดนใจที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้ต่างคนต่างฟังเพลงในพื้นที่ส่วนตัว จนเมื่อช่วงเทศกาลกลับบ้าน JOOX นำเสนอเพลย์ลิสต์ที่ชื่อว่า ‘สงกรานต์รวมญาติ’ ที่เปิดฟังได้ทั้งบ้าน เพราะมีตั้งแต่เพลง โอ๊ย โอ๊ย ของพี่แจ้ ไปจนถึงเพลง ประตูใจ ของวงสาวสาวสาว ทำให้รวมแหล่งกำเนิดเสียงไว้ในจุดเดียวของบ้าน จะเปิดดังแค่ไหนก็กลบเสียงร้องประสานของคนทั้งบ้านไม่ได้จริงๆ

“เรื่องเหล่านี้ต้องใช้ความเข้าใจว่าสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจอยู่คืออะไร ซึ่งตรงนี้เราจะทำไม่ได้เลยถ้าเราไม่มีทีมงานที่ทำ Sanook! มาก่อน” แม้คุณกฤตธีจะยกเครดิตให้แก่ทีมงานผู้คิดค้นธีมสนุกๆ แต่เราก็อดชื่นชมวิสัยทัศน์สนุกๆ ของผู้บริหารคนนี้ไม่ได้ เพราะหากเขาไม่เห็นชอบยินยอมให้ทีมงานปล่อยของอย่างเต็มที่ พวกเราคนฟังทั้งหลายก็คงไม่มีตีมเพลย์ลิสต์โดนใจไว้ฟังยามสร้างอารมณ์เหงาๆ ฮิปสเตอร์ๆ ยามบ่ายเป็นแน่

JOOX

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

งานและความสำเร็จของ JOOX ไม่ใช่เนื้องานทั้งหมดของกัปตันทีมคนนี้

ตามตำแหน่งแล้วคุณกฤตธี มโนลีหกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและบริการด้านเนื้อหา หรือ content platforms and service สร้างพื้นที่เผยแพร่เนื้อหาในออนไลน์ทั้งพื้นที่สำหรับอ่าน ฟังและดู ผ่านบริการของ Sanook!, NoozUP, JOOX, VOOV, Tencent Games และ Topspace

ที่น่าสนใจคือเส้นทางการทำงานที่ผ่านมาของเขา แม้ดูคล้ายสูตรสำเร็จของคนที่สนใจเทคโนโลยีและพาตัวเองไปพบโอกาสการทำงานสนุกๆ กับบริษัทชั้นนำทั่วโลก แต่เรื่องราวจริงๆ ไม่ได้โรแมนติกแบบนี้

เราถามคุณกฤตธีในช่วงท้ายของบทความถึงจุดเปลี่ยนและเรื่องระหว่างทางของการค้นหาตัวตน ความชอบความหลงใหล ความชัดเจน และความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ ซึ่งเขามักใช้นำพาตัวเองไปพบโอกาสที่ดีเสมอจากกรอบความคิดและการตั้งคำถามเพื่อหาตัวตน และเช่นเคย คุณจะขอเลื่อนลงไปอ่านก่อนก็ได้

จากการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จาก Brown University และปริญญาโทบริหารธุรกิจด้านการตลาด การเงิน และกลยุทธ์ จาก Kellogg School of Management ทำงานใน CGI บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกา จากนั้นเริ่มต้นทำงานในเอเชียที่แรกด้วยตำแหน่งที่ปรึกษาในหน่วยงานดูแลด้านกลยุทธ์ของบริษัทและสายงานธุรกิจต่างๆ ของบริษัทซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะเรียนรู้งานในสายงานอินเทอร์เน็ต ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก บริษัท Expedia ที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นบริษัทผู้บุกเบิกธุรกิจ e-commerce การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมออนไลน์ (Online Travel Agency หรือ OTA) แล้วมาร่วมงานกับเทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) ใน พ.ศ. 2553

จากประสบการณ์ทำงานในบรรทัดบนๆ ทำให้เราสงสัยว่าตัวตนของเขาหลงรักอะไรในธุรกิจเทคโนโลยี

“ผมชอบที่มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่จำเจ ไม่ต้องรับมือกับปัญหาแบบเดิมทุกวัน” คุณกฤตธีเล่าให้ฟังว่าเขาหลงรักงานนี้เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด อย่างการสร้างแพลตฟอร์ม JOOX ที่คุณกฤตธีและทีมงานต้องศึกษากระบวนการทำงานเพลงว่าศิลปินทำเพลงอย่างไร บทบาทหน้าที่ของค่ายเพลงคืออะไร ลิขสิทธิ์ในการฟังเพลงเป็นอย่างไร

“เราต้องเข้าไปศึกษาข้อมูลเหล่านั้นให้มากขึ้น ไม่ได้ดูแลอยู่แต่ฝั่งเทคโนโลยีอย่างที่เคย แต่ต้องทำความเข้าใจธุรกิจเพลง เข้าใจปัญหาความยุ่งยาก เข้าใจคนใช้งานว่าต้องการอะไร ผมมองว่าการที่เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้เรามีสิทธิ์ที่จะสร้างสรรค์ มีสิทธิ์ที่จะทดลอง ซึ่งหากเป็นธุรกิจอื่นๆ คงทดลองสิ่งที่อยากทำทั้งหมดไปเรื่อยๆ แบบเราไม่ได้ เป็นเสน่ห์ของบริษัทเทคโนโลยีที่สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันได้”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

หนึ่งในความท้าทายสำคัญก็คือการเปลี่ยนจาก sanook.com บริษัทเว็บไซต์ที่อยู่คู่ประเทศไทยมา 19 ปี มาเป็น Tencent (Thailand) ที่มีสินค้าและบริการใหม่ๆ เช่น JOOX และอื่นๆ

“ด้วยหน้าที่เราต้องเรียนรู้ธุรกิจใหม่ๆ แล้ว ตามหาบุคลากร เปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรมองค์กรที่มีอยู่เดิม ทำอย่างไรให้สามารถผลิตบริการใหม่ๆ มาแข่งขันในตลาด ต่อยอดความเป็น Sanook! ด้วยบริการอื่นๆ JOOX VOOV Topspace WeChat ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นมาตามความพร้อมของพวกเราและโอกาสที่พอดี ซึ่งในธุรกิจเทคโนโลยีเรามองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสทั้งหมด”

จากความสำเร็จของ JOOX ในปีที่ผ่านมาทำให้บรรยากาศในองค์กรเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เราถาม

“มีชีวิตชีวาขึ้นมานะ JOOX กับ Sanook! คนละทีมกัน การมาของทีม JOOX ทำให้ทีมงานเดิมที่อยู่มาก่อนได้เห็นสิ่งใหม่ๆ แม้ว่าจะเป็นคนละธุรกิจกันแต่ว่าภายในบริษัทเองก็ได้เรียนรู้วิธีการทำงานธุรกิจเพลงว่าเป็นอย่างไร นอกจาก JOOX เราก็มี VOOV เป็น live streaming เรามีกลุ่มคนที่ทำ content ที่มีประสบการณ์จัดรายการ ปัจจุบันเรามีชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานมากขึ้นเพิ่มความหลากหลายทั้งมุมมองและแง่คิดใหม่ๆ”

เช่นเดียวกับภาพฝันขององค์กรที่คุณกฤตธีอยากให้เป็น ที่ทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรใกล้เคียงกับภาพที่คิดฝันไว้ไม่น้อยเพราะมีคนจากหลากหลายวงการมาร่วมงาน เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดใหม่ๆ อย่างเปิดเผย มีการทำงานเป็นทีมและร่วมงานกันอย่างสนุกสมชื่อเว็บไซต์ของบริษัท

และเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญในองค์กร คุณกฤตธีเล่าว่าส่วนใหญ่จะระดมทีมเพื่อพูดคุยร่วมกันว่าแต่ละคนคิดเห็นอย่างไร

“ผมอ่านเจอมาว่าระดับการตัดสินใจมี 2 แบบคือ big decision และ small decision โดย big decision คือการตัดสินใจแล้วจบที่ตรงนั้นไม่เปลี่ยน โดยต้องผ่านการเห็นชอบของผู้มีส่วนร่วมทุกคน ซึ่งวิธีการตัดสินใจนี้จะเกิดการลงมือทำที่เร็วมาก ในขณะที่ small decision เป็นการตัดสินใจที่ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องเห็นด้วย และเมื่อตัดสินใจไปแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการได้อยู่เรื่อยๆ ถามว่าแล้วมันดีอย่างไร ซึ่งสำหรับบริษัทเทคโนโลยี การใช้ small decision ช่วยให้ตัดสินใจทำได้เร็ว เห็นผลเร็วและสามารถแก้ไขวิธีการได้ทันทีเมื่อผิดพลาดแต่จะทำได้ในบางอุตสาหกรรม”

เราถามถึงหนังสือเล่มที่อ่านล่าสุด คุณกฤตธีก็ไม่ลังเลที่จะแนะนำให้เราฟังเกี่ยวกับ The Power of Habit เขียนโดย Charles Duhigg (ชาร์ลส ดูฮิกก์) หนังสือพูดถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมใดๆ หนึ่งพฤติกรรมจะส่งผลต่อพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนพฤติกรรมการตัดสินใจ เมื่อเราตัดสินใจเร็วจะส่งผลให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ ทำให้การลงมือทำตามต้องเร็วขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมคนทั้งองค์กรเพราะทีมงานจะรับรู้ตรงกันว่าต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลการตัดสินใจและปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างรวดเร็ว

“ในวันที่ผมตัดสินใจเล่นโยคะทุกวันพุธ จากที่วันจันทร์-ศุกร์ ผมมักจะทานข้าวนอกบ้านหลังเลิกงาน พอเล่นโยคะวันพุธ ผมก็จะออกจากที่ทำงานภายใน 6 โมงเย็นเพื่อไปถึงสตูดิโอโยคะตอน 1 ทุ่ม มื้อเย็นวันถัดไปก็ทำให้ไม่อยากทานข้าวนอกบ้าน ทำให้เราเปลี่ยนเวลาการประชุมจากตอนเย็นมาเป็นช่วงเวลากลางวัน ทำให้เรากลับบ้านได้เร็วขึ้น ไม่กินข้าวนอกบ้าน ตัดแอลกอฮอล์ออกไป ทำให้ชีวิตสุขภาพดีขึ้น น้ำหนักก็ลดลง นี่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งผมได้จากการอ่านหนังสือ คุณเปลี่ยนแค่ 1 พฤติกรรมแล้วคุณจะเปลี่ยนอะไรก็ได้ ปรับใช้ทั้งกับตัวเองและองค์กร

“การเล่นโยคะทำให้น้ำหนักผมลดลง 10 กิโลกรัม ทำให้กลับบ้านเร็วขึ้น ชีวิตดีขึ้น”

เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)

จากชีวิตที่ผ่านมาทั้งการเรียนและประสบการณ์ทำงานที่คล้ายสูตรสำเร็จในฝัน คุณกฤตธีเล่าให้เราฟังว่าใจความสำคัญของเส้นทางทั้งหมดนี้ อยู่ที่การกลับไปนั่งคิดว่าจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทำอะไร

“ก่อนหน้านี้เราทำงานตามสายที่เรียนโดยไม่ได้คิดถามตัวเองว่าเราต้องการจะทำอะไรกันแน่ จนกระทั่งช่วงใกล้เรียนจบปริญญาโทที่ต้องหางาน ผลักดันให้เราคิดกับตัวเองว่าอะไรคือทักษะที่เรามี ทักษะที่เราต้องการพัฒนาคืออะไร เราอยากจะทำงานในส่วนงานแบบไหน เราอยากใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน ซึ่งความจริงเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราควรคิดตั้งแต่แรกก่อนตัดสินใจเรียนต่อ

“จากวันนั้น เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ทำให้รู้ว่าตัวเองต้องการจะทำอะไร เราจึงพาตัวเองไปสู่สิ่งนั้น ซึ่งแค่คิดถึงความต้องการอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องมีแผนการ มีเส้นทางและขั้นตอนที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมายนั้น แน่นอนเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะไปจุดไหน

“คนเรามักจะมีคำว่า ‘แต่ว่า…’ กับความฝันของตัวเองเสมอ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ฮ่องกงมีทีมงานประมาณ 10 คน มาที่นี่ผมต้องบริหารคน 200 กว่าคน ถ้าผมคิดว่าทำไม่ได้เพราะเยอะเกินไปและไม่เคยทำมาก่อน ผมก็คงทำไม่ได้ แต่ถ้าเรามองมันเป็นโอกาสในการเรียนรู้มันก็ทำได้

“สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ลองทำในสิ่งที่คุณชอบ และอาสาที่จะทำงานเยอะๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้มากๆ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ รู้จักถ่อมตัวให้คิดว่าตัวเองยังไม่รู้อะไร ขณะเดียวกันก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเองว่าเราสามารถทำได้”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

II – 10 Questions Answered by MD, Tencent (Thailand), a.k.a. JOOX Sanook WeChat

  1. หนังสือที่คุณอ่านเล่มล่าสุด : The Power of Habit เขียนโดย Charles Duhigg (ชาร์ลส ดูฮิกก์)
  2. คุณไปแข่งรายการแฟนพันธุ์แท้ตอนไหนได้บ้าง : บาสเกตบอล NBA
  3. สไตล์การบริหารงานของคุณ : ผมค่อนข้างฟังความคิดเห็นของทีมงานก่อนตัดสินใจ แต่หากเป็นเรื่องที่ต้องการการตัดสินใจจากผม ผมก็ตัดสินใจได้ให้ได้เลย ตัดสินใจเร็วมาก
  4. ชอบขั้นตอนไหนในการทำงานมากที่สุด : ขั้นตอนที่ได้ลงมือทำงานร่วมกับทีม ช่วงนี้ต้องเพลย์ลิสต์เรื่องนี้ไหมนะ หากเรากำลังเจอปัญหานี้ควรแก้ไขอย่างไร หรือมีแผนการตลาดส่วนไหนที่ต้องปรับแก้ไขด่วน
  5. ให้เลือกระหว่างเป็นการคนทำงานที่ ‘เป็นที่รัก’ หรือ ‘เป็นที่น่านับถือ’ : เป็นที่นับถือ 100% เพราะว่าถ้าต้องการให้คนมารัก เราก็อาจจะเลือกตัดสินใจในสิ่งที่ดีต่อคนคนนั้น ซึ่งไม่ดีต่อองค์กรที่สุด แต่ความนับถือนี้อาจจะทำให้คนมารักเราก็ได้
  6. สิ่งที่แตกต่างชัดเจนในการทำงานเมื่ออายุ 25 ปีกับปัจจุบัน : ตอนอายุ 25 มีออฟฟิศในการทำงาน ปัจจุบันไม่มีห้องทำงานแต่เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกับพนักงานแบบ open environment
  7. ลักษณะของคนประเภทไหนที่คุณอยากทำงานด้วยที่สุด : คนที่เปิดรับฟังและให้ความคิดเห็น ตรงไปตรงมา ยืดหยุ่น อยู่กับสิ่งที่ไม่แน่นอนได้
  8. เรื่องล่าสุดที่คุณได้เรียนรู้ : วิธีการเล่น Rubik’s cube ตอนนี้กำลังเรียนจาก YouTube ยากมากตอนนี้ยังทำได้เพียง 3 ด้าน
  9. กิจกรรมนอกเวลางานที่ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็จะหาเวลาไปทำให้ได้คือ : โยคะ
  10. ชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย : ชมรมวาดภาพของมหาวิทยาลัย

III – COMPANY VISIT

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

โต๊ะทำงานคุณกฤตธี

“เป็นพื้นที่ทำงานแบบ open environment สร้างความใกล้ชิดในการทำงาน” ( ‘บางวันที่พนักงานคุยกันเสียงดังแล้วเราเหลือบมองไปที่โต๊ะ MD จะเห็นคุณกฤตธีแอบยิ้มอยู่’ พนักงานท่านหนึ่งกล่าว)

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

ห้องประชุมที่เดิมเป็นห้องทำงานของคุณกฤตธี

“ก่อนหน้านี้มีห้องทำงานแต่นั่งแล้วเงียบเหงามากเลยตัดสินใจยกห้องนี้เป็นห้องประชุมส่วนกลาง แล้วย้ายโต๊ะทำงานออกมานั่งร่วมกับพนักงาน”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

โซน Canteen

“เรามีป๊อปคอร์นให้กินทุกบ่าย 3 โมง ใช้น้ำมันมะกอกด้วยนะเพื่อสุขภาพเลย นอกจากขนมนมเนยไม่อั้นแล้ว ที่นี่เราเลี้ยงอาหารกลางวันทุกวันพุธด้วย”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

โซน Hang Out

“เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม มีคลาสโยคะทุกวันพฤหัสบดี และมีปาร์ตี้ TGIF ทุกวันศุกร์”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

ห้องสตูดิโอประจำออฟฟิศ

“เป็นสถานที่สำหรับผลิตรายการบันเทิงหลากหลายของ Sanook! และยังเป็นที่ที่ศิลปินนับร้อยมาเยือน

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

ภาพตรงหน้าจากห้องรับรองชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใหญ่ บริษัทพลังงานแห่งชาติ คือภาพมุมสูงของสวนรถไฟ ยาวสุดลูกหูลูกตาไปถึงสวนจตุจักร มีตึกสูงน้อยใหญ่เป็นฉากหลัง

วันนั้นเรามีนัดกับกัปตันทีมของบริษัทพลังงานแห่งชาติ ขอโทษที่เราชอบชื่อนี้มากกว่าชื่อทางการ ไม่ใช่เพราะชาตินิยม แต่ด้วยภารกิจแบกรับความคาดหวังของคนหลายฝ่าย เราคิดว่าชื่อนี้น่าจะเหมาะสมกว่า

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราเริ่มต้นพูดคุยกับ คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นอกจากวิสัยทัศน์ในการทำงานที่เห็นเชิงประจักษ์ ยังมีแนวคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความยั่งยืน ผ่านทั้งกิจกรรมส่งเสริมสังคมและโครงการใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อเกื้อกูลให้สังคมและธุรกิจเรียนรู้ไปด้วยกัน

คุณเทวินทร์ไม่ค่อยได้เล่าเรื่องเบื้องหลังการทำงานสนุกๆ เหล่านี้ให้ใครฟังบ่อยนัก อย่างเช่นผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุด หน้าที่เล็กๆ ที่คิดถึงเมื่อดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร สิ่งที่มักจะทำเสมอเมื่อเข้าปั๊มน้ำมัน ปตท. หนังเรื่องโปรด การไปบวชที่อินเดีย และแหล่งพลังงานในการทำงานของเขา

อย่ารอช้า มาสำรวจแหล่งพลังงานของกัปตันทีมคนนี้ด้วยกัน

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท., หมอ,

How I Manage

คุณเทวินทร์เคยให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้ ปตท. เป็นเหมือนนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ทุกคนรักและช่วยเชียร์เต็มที่

นี่คือวิธีการที่ทำให้คนไทยรักและเชียร์ ปตท. 101 ฉบับกัปตันทีมของเรา

คุณเทวินทร์ชวนเราตั้งคำถามที่คนไทยมักสงสัยและสับสน ปตท. ทำหน้าที่เพื่อคนไทยหรือเพื่อหากำไรกันแน่ ผลประกอบการที่ดีเยี่ยมในเวทีโลก สะท้อนหรือสวนทางกับการมีความรับผิดชอบต่อสังคม จากนั้นก็วิเคราะห์โจทย์ให้เราฟังว่า “เราต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เราจะรักษาสมดุลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร หรือจะให้น้ำหนักไปกับด้านใดด้านหนึ่ง และเราเป็นองค์กรที่ดีที่คนไทยควรจะภูมิใจหรือเปล่า”

ปตท. เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีภารกิจหลัก คือดูแลความมั่นคงทางพลังงาน และภารกิจรอง คือสนับสนุนนโยบายภาครัฐเรื่องความสามารถในการแข่งขัน อีกด้านก็เป็นบริษัทมหาชนที่ทำธุรกิจ จำเป็นต้องมีผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อการลงทุน

หากนี่เป็นเกมฟุตบอล สิ่งหนึ่งที่คุณเทวินทร์สัมผัสได้ถึงความรู้สึกภูมิใจของพนักงานที่ได้เล่นให้กับทีม ปตท. คือทุกคนเข้าใจภารกิจสำคัญ ดูแลความมั่นคงทางพลังงาน ไม่เคยทำให้ประเทศขาดแคลนพลังงาน แต่คนทั่วไปมักมองว่า ปตท. เป็นบริษัทใหญ่มาก กำไรเยอะ เลยทำให้ ปตท. ดูไม่ค่อยน่าเชียร์

“คนมักจะลืมว่า ปตท. กำลังแข่งกับบริษัทพลังงานระดับโลกที่ใหญ่กว่า ปตท. เกือบ 20 เท่า พอคนไทยไม่เชียร์ ก็เหมือนนักฟุตบอลที่ทุ่มเทฝึกซ้อมและลงเล่นอย่างตั้งใจ แต่แฟนๆ ไม่สนใจ ฝีมือน่ะมี แต่กำลังใจหมดแล้ว เราก็คงสู้เขาไม่ไหว”

วิธีที่กัปตันทีมคนนี้ใช้บริหารจัดการลูกทีม แบ่งง่ายๆ ได้ 5 ข้อ

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท.

วิธีการเล่นของกัปตันทีม

หน้าที่ของผู้บริหาร ปตท. คือนำนโยบายจากกรรมการและรัฐบาลมาแปลงเป็นยุทธศาสตร์ แล้วมอบหมายผู้เล่นในตำแหน่งต่างๆ สร้างแผนงานที่ทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันว่าทีมเราต้องการจะทำอะไร คุณเทวินทร์อธิบายสไตล์การเป็นกัปตันทีมในแบบของตัวเองว่า คล้ายผู้จัดการทีมมากกว่านักเตะในสนาม

“การทำธุรกิจก็เหมือนการเล่นกีฬา บ่อยครั้งที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางแผนไว้ เพราะคู่ต่อสู้เขาก็มีแผนของเขา ยิ่งปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป กฎกติกาการเล่นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ตราบใดที่ทีมเข้าใจจุดประสงค์และความท้าทาย นักกีฬาจะมีลีลาการเล่นอย่างไรเราต้องปล่อยเขา สิ่งที่สำคัญคือ ผมจะไม่บอกว่าใครควรทำอะไร แต่ถามเขาว่า คุณจะให้ผมช่วยอะไร”

วิธีเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

ในช่วงที่คุณเทวินทร์เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันโลกลดลงพอดี เราอยากรู้ว่าวิกฤตนั้นสร้างความท้าทายให้กับคุณเทวินทร์มากแค่ไหน แทนที่จะได้คำตอบเป็นตัวเลขและกราฟ คุณเทวินทร์ตอบคำถามนี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายและความคิดเชิงบวกว่าอาจจะเป็นโชคดีก็ได้

“การลดลงของราคาน้ำมันโลกส่งกระทบผลประกอบการของ ปตท. จริง แต่ดีกับผู้บริโภค เมื่อราคาพลังงานถูกลง ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความกดดันที่จะกระทบบริษัท เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงาน ถ้าเราเป็นประเทศส่งออกผมจะเหนื่อยกว่านี้ เพราะรายได้ที่หายไปคือรายได้ของประเทศ”

แล้วมันก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรที่สุด เพราะเป็นภาวะที่ทุกคนรับรู้ร่วมกันว่านี่คือความท้าทาย ผมใช้จังหวะนั้นกระตุ้นบริษัทในกลุ่ม ปตท. ทั้งหมดให้ปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพจริงจัง”

วิธีรับฟังความคิดเห็น

โลกทุกวันนี้ซับซ้อนขึ้น ทำให้ไม่มีใครรู้ทุกเรื่องและไม่มีใครตัดสินใจถูกทุกอย่าง คุณเทวินทร์บอกว่า ต่อให้คิดรอบคอบที่สุดแล้วก็ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมาย เราจึงต้องรับฟังความเห็น แต่ก็ใช่ว่าจะใช้เวลาฟังความเห็นจนไม่เหลือเวลาทำงาน เพราะเรื่องที่ผ่านการรายงานและหารือมาแล้วก็ตัดสินใจได้เลยเพื่อลดเวลาและขั้นตอน หากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่มีข้อมูลและเหตุผลสนับสนุนก็พร้อมจะใช้เวลาฟังความคิดเห็น

“ฝ่ายงานที่คุ้นเคยที่ผมเคยทำงานในส่วนนั้นมาก่อนเป็นผู้บริหาร ผมจะซักถามเขาเยอะหน่อย บางทีก็ต้องยับยั้งใจตัวเองว่านั่นหน้าที่เขานะ” คุณเทวินทร์เสริมว่าผู้บริหารที่ดีควรทำหน้าที่เป็นโค้ช ทั้งรับฟังความเห็นและเสนอคำแนะนำกับเรื่องที่มีประสบการณ์ ทั้งคอยถามไถ่และให้ข้อคิด

ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่มีท่าทีปิดกั้นจนผู้ร่วมงานไม่กล้าคิด

วิธีดูแลพนักงานกว่า 5,000 คน

“ในการบริหารธุรกิจไม่มีอะไรยากเท่าการบริหารคน” คุณเทวินทร์นิ่งคิดถึงตัวเลขพนักงานในคำถาม ก่อนยอมรับกับเราว่า ไม่มีทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งสามารถนำไปปรับใช้และทำให้ทุกคนพอใจ

“เมื่อไม่มีสิ่งถูกผิดตายตัว คุณก็แค่ต้องมีจิตใจที่เปิดเผยและเป็นธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินใจ บางครั้งก็ต้องเปิดใจ” ในจำนวนกว่า 5,000 คน มีฝ่ายงานเกี่ยวข้องมากมาย การจะดูแลพนักงานให้ทั่วถึงได้ คุณเทวินทร์แนะนำว่าผู้บริหารต้องปล่อยและไว้วางใจทีมงานทุกคน

“เหมือนตอนที่เราเป็นพนักงานเด็กๆ หากหัวหน้าไม่ปล่อยให้เราคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง เราก็คงไม่เติบโต เวลาทำอะไรคงรู้สึกว่าเดี๋ยวก็มีคนมาคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา” ในตำแหน่งที่นั่งไม่ห่างจากวงสนทนา เราได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆ ตามด้วยท่าพยักหน้าเห็นด้วยจากกลุ่มผู้ติดตาม 

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท.

วิธีเจรจาโน้มน้าวเมื่อต้องนำเสนอโครงการ

ทุกครั้งที่ ปตท. จะนำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการ รัฐบาล และผู้ถือหุ้น ทีมงานที่เกี่ยวข้องจะหารือเหตุผลและทิศทางก่อนเสมอ ก่อนจะสวมหมวกเสมือนเป็นบอร์ดและรัฐบาลเพื่อคิดว่าหากเป็นฝ่ายที่มีอำนาจตัดสินใจเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบจะมีความรู้สึกกับเรื่องนั้นๆ อย่างไร จะตั้งคำถามและเป็นห่วงกับเรื่องอะไรบ้าง กระบวนการคิดนี้จะช่วยให้วิธีเจรจาต่อรองที่เหมาะสม

“หลักๆ คือใช้กรอบความคิดเรื่อง Stakeholder Management หรือการเข้าใจความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อเรา ว่าเขาต้องการอะไร เพราะฉะนั้น ไม่ว่ากับโครงการอะไร เราต้องมีคำตอบในใจว่าเขาคาดหวังจากโปรเจกต์นี้อย่างไร หากสิ่งนั้นสวนทางกัน ก็ต้องคิดใหม่ว่าสิ่งนี้เป็นคำตอบของเรื่องทั้งหมดหรือเปล่า”

ตลอดที่ฟังหลักการทำงานของคุณเทวินทร์ เราเห็นวิธีการคิดที่แสนเรียบง่ายแต่เป็นระบบ นำไปใช้ได้จริงในทุกส่วนงานที่นอกเหนือจากการบริหาร กับเรื่องการนำเสนอขอความรักความเห็นใจใครก็ตามในชีวิตจริง Stakeholder Management ก็เป็นกรอบความคิดตั้งต้นให้เราได้

Surprising Lesson

บทเรียนจากเด็กฝึกงานในปั๊มน้ำมัน

รู้ไหมว่า ผู้บริหารของ ปตท. คนปัจจุบันเคยเป็นเด็กฝึกงานในปั๊มน้ำมันมาก่อน

แม้ประสบการณ์เด็กฝึกงานปั๊มน้ำมันในวัย 14 ปี นั้นจะไม่ใช่เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ของเขา แต่สร้างความประทับใจในใจของตัวเอง จนอยากให้ลูกๆ และเยาวชนได้ลองทำงานแบบนี้บ้าง เพื่อจะไม่ลอยตัวในความสะดวกสบายและเกรงกลัวกับความลำบากอื่นๆ ในชีวิต

บทเรียนที่ปั๊มน้ำมันสอนเด็กชายเทวินทร์ในวัย 14 ปีคือ การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และเข้าใจความคิดของคนที่ทำงานในแต่ละหน้าที่

ก่อนจะมาถึงสมัยเรียนปริญญาโท คุณเทวินทร์มีโอกาสทำงานในสถานีเติมน้ำมันอีกครั้งที่สหรัฐอเมริกา ในตำแหน่งแคชเชียร์เก็บเงินและดูแลความเรียบร้อย เป็นงานที่ไม่ยุ่งยากเพราะทุกอย่างเป็นระบบอัตโนมัติ

“อันตรายอยู่เหมือนกันนะ แต่เขาให้เราอยู่ในกล่องที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างดี หากมีเหตุด่วนเหตุร้ายให้แจ้งตำรวจ” น่าเสียดายที่ไม่มีเรื่องเล่าระทึกขวัญจากคุณเทวินทร์ อย่างการบุกปล้นปั๊มน้ำมันเหมือนในภาพยนตร์แอ็กชั่น แต่นั่นก็ทำให้เรารู้สึกถึงความหลงใหลในน้ำมันที่ค่อยๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตตั้งแต่วันที่เป็นเด็กเติมน้ำมันในปั๊มเล็กๆ ที่ประเทศไทย ไปจนถึงการทำงานในตำแหน่งสูงสุดของบริษัทพลังงานแห่งชาติบริษัทนี้

ความหลงใหลในการสำรวจและผลิตน้ำมัน ความหลงใหลในการขายน้ำมัน

งานแรกๆ ของคุณเทวินทร์ใน ปตท. คือเป็นวิศวกรในบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์และตรวจสอบพร้อมแก้ปัญหาที่แท่นเจาะกลางทะเล

“เป็นงานที่สนุกมาก โดยเฉพาะทุกครั้งที่ออกไปกลางทะเล มันเงียบและอากาศดี รู้สึกเป็นอิสระที่ไม่ต้องอยู่ในห้องทำงานตลอดเวลา” คุณเทวินทร์พาเราย้อนไปคิดถึงลมทะเลในช่วงทำงานใหม่ๆ และในวันที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากพนักงานปฏิบัติการมาเป็นผู้บริหาร งานที่คุณเทวินทร์บอกว่าคิดถึงที่สุดก็คือ งานเทคนิคหรืองานปฏิบัติการที่ต้องคิดแก้ไขปัญหาด้วยวิชาการซึ่งต่างจากงานบริหาร

ผลงานที่ภูมิใจที่สุดในการทำงานกับกลุ่ม ปตท. คือประสบการณ์เป็นหัวหน้าทีมเจรจาเพื่อขอซื้อกิจการจากบริษัทต่างประเทศ ในสมัยที่เป็นผู้ช่วยอยู่ที่ ปตท.สผ. ในวัย 35 ปี

“ที่จำได้ดีคือความรู้สึกในกระบวนสุดท้ายของการเจรจา เป็นบรรยากาศที่ดีมาก ภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญ”

ก่อนที่เราพาคุณตัดภาพกลับมายังปัจจุบัน แล้วเอ่ยปากถามคุณเทวินทร์ถึงสิ่งที่มักจะทำทุกครั้งเมื่อเข้าไปในสถานีเติมน้ำมัน ปตท. ซึ่งหากคุณบังเอิญพบเขาที่นั่น คุณจะเห็นว่าเขากำลังสังเกตขั้นตอนการบริการว่าครบถ้วนเป็นไปตามมาตรฐานไหม จากนั้นเดินไปดูห้องน้ำว่าเรียบร้อยดีหรือเปล่า และเขาอาจจะเดินไปดูร้านประชารัฐสุขใจว่ามีคนเยอะไหม สำรวจถังขยะโครงการแยกขยะ แล้วเดินไปที่ร้านกาแฟ

ความรู้สึกกับการทำงานร่วมกับคนอายุ 20

นอกจากความรู้สึกประหลาดใจในประสาทสัมผัสรอบด้านของเด็กรุ่นใหม่ คุณเทวินทร์รู้สึกชื่นชมที่คนรุ่นใหม่เป็นคนกล้าคิด กล้าลอง ตื่นตัว และทำอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

“หากจะเอาความแข็งแรงและพรสวรรค์ของคนรุ่นใหม่ผนวกกับความทุ่มเทตั้งใจและความมีอุดมการณ์แบบคนรุ่นเก่า เราจะได้มนุษย์พิเศษที่เป็นความหวังชาติในอนาคต” คุณเทวินทร์กล่าว

แต่ไม่ต้องถึงกับรอความหวังจากโลกอนาคตหรอก เพราะหากจะมีเกณฑ์มาตรฐานใดขีดวัดว่าคนรุ่นใหม่คือคนที่ทันโลกทันเหตุการณ์ สำหรับเรา กัปตันทีมคนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนนั้นได้ หากคุณไม่เชื่อ เราขอให้ลองค้นหาเพจเฟซบุ๊กชื่อ Tevin at PTT

การสร้างความรู้สึกที่ดีร่วมกัน

ก่อนถึงวันนัดพบคุณเทวินทร์ เราประหลาดใจที่พบกับเพจเฟซบุ๊ก Tevin at PTT แฟนเพจของคุณเทวินทร์โดยบังเอิญ

ภายใต้ตารางการทำงานที่แน่นขนัด คุณเทวินทร์เลือกแบ่งปันช่วงเวลา 5 ทุ่ม – ตี 1 มาบอกเล่าเรื่องราวของคนไทยที่ชนะรางวัลระดับโลก นักกีฬาในรายการแข่งขันที่ไม่มีการถ่ายทอดสดในช่องทางหลัก หรือการแข่งขันทางวิชาการของเด็กนักเรียนหัวกะทิ ไปจนถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ในต่างประเทศที่ส่งผลต่อพวกเรา ซึ่งไม่มีการวิเคราะห์แบบนี้ในสื่อทั่วไป

คุณเทวินทร์เล่าเหตุผลง่ายๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราทุกคนต่างยอมรับและถือความไม่ปกติของสังคมจนกลายเป็นหนึ่งในความปกติ อย่างการที่เรามองเห็นแต่เรื่องแย่ๆ กล่าวโทษสิ่งต่างๆ กันไปมา จนลืมมองสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เขาจึงเชิญชวนให้มาร่วมกันเชียร์ ส่งพลังใจให้กับคนไทยที่ออกไปสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ (Pride of Thailand) ผ่านช่องทางออนไลน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวมนี้

เพราะอยากให้คนไทยภาคภูมิใจในคนไทยด้วยกันเอง และเป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจ

“เชียร์คนที่ทำในสิ่งที่ดีเพื่อให้เขามีกำลังใจ เราก็เกิดความรู้สึกที่ดีร่วมกัน” คุณเทวินทร์กล่าวทิ้งท้าย สิ่งนี้อาจจะไม่ได้สร้างความปรองดองในความหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดอุณหภูมิร้อนๆ ที่จ้องจะจับผิดและต่อว่ากันและกัน

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท.

PTT Guide to Good Business

ที่ผ่านมา ปตท. รับทราบผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ เพียงแต่การทำงานที่แยกส่วนอย่างชัดเจนของฝ่ายดูแลธุรกิจก็ทำเรื่องธุรกิจ และฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม

แล้วจะมีแนวทางใดที่องค์กรขนาดใหญ่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ยืนยาวกว่าที่เคย

ก่อนอื่น เราขออธิบายความหมายของ CSR และ SE โดยย่อดังนี้

แนวคิดของความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ หรือ CSR ดูจะเป็นดาราที่มีชื่อเสียงที่สุดในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากองค์กรสำคัญในโลกประกาศให้สิ่งนี้เป็นแนวทางสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ แต่ดูเหมือนว่าบ่อยครั้ง CSR ที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ดีอย่างที่หลายฝ่ายตั้งใจ มากไปกว่าการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร นั่นเพราะกิจกรรมเพื่อสังคม กิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคม หรือเพื่อสังคมในชื่ออื่นๆ นั้นทำได้ง่าย ง่ายมาก ไปจนถึงง่ายมากๆ จนหลายครั้งฉาบฉวย แต่ไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการของผู้รับผลกระทบ (จนองค์กรต้องมารับผิดชอบ) จริงๆ

ในขณะที่ วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ถือกำเนิดไม่นานมานี้ โมเดลใหม่ของโลกที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศโลกที่สามอย่างบังกลาเทศ ก่อนจะเป็นที่ยอมรับในระดับโลก เพราะพิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้จริงในประเทศอังกฤษ ดินแดนที่ถือกำเนิดทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ (และทุนนิยม)

SE เป็นกิจการที่ดำเนินงานอย่างธุรกิจ สำคัญที่สุด คือกิจการนั้นมีจุดเริ่มต้นจากโจทย์ที่ต้องการแก้ไขเรื่องบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการหากิจกรรมให้แม่ที่เกษียณอายุอยู่บ้านเฉยๆ แก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างแก้ปัญหาคนไร้บ้านและปัญหาเรื่องการศึกษา ข้อสำคัญถัดมาคือ ต้องมีแผนธุรกิจชัดเจน มีสินค้าและบริการที่เป็นรูปธรรมให้หน่วยกิจการสามารถดำเนินต่อไปได้จริงๆ จนบรรลุการแก้ไขปัญหาพร้อมๆ กับสามารถอยู่รอดได้ด้วยผลประกอบการ

โจทย์ในการแก้ไขปัญหา แผนธุรกิจ และการดำเนินตามแผน เพื่อให้กิจการดำเนินได้ ทำให้ SE แตกต่างจาก CSR ที่มีโจทย์การแก้ไขปัญหาและแก้ไขปัญหาด้วยความถนัดขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นในรูปของตัวเงิน เทคโนโลยี หรือองค์ความรู้จากบุคลากรในองค์กร

จึงเป็นคำตอบว่าทำไมวันนี้ ปตท. จึงสนใจ SE มากกว่าที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบเดิม

สิ่งที่น่าสนใจคือคือ ปตท. นิยามและเรียกคำว่า SE ในแบบของตัวเองว่า ‘ธุรกิจเกื้อกูลสังคม’ เพราะรู้ว่า เมื่อไม่สามารถดำรงอยู่เพื่อสังคมได้อย่างเต็มตัวด้วยปัจจัยต่างๆ การดำรงอยู่อย่างเกื้อกูลก็เป็นทางที่เหมาะสม

ธุรกิจเกื้อกูลสังคมของ ปตท. ไม่ใช่การเปลี่ยนรูปกิจการ แต่เป็นการริเริ่มโครงการเล็กๆ ขึ้นใหม่ แล้วพัฒนาให้เป็นหน่วยธุรกิจที่อยู่รอดและแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน

ปตท. ทำได้เป็นอย่างไร และทำไมธุรกิจเกื้อกูลจึงเป็นคำตอบ

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท.

1. เปลี่ยนจากความช่วยล้นให้เป็นความช่วยเหลือ

คุณเทวินทร์มองว่าการช่วยสังคมในเชิงกิจกรรมที่ ปตท. ทำอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ดีและควรทำ เพียงแต่ควรกระจายความช่วยเหลือให้กว้าง ขณะเดียวกันการให้เพียงอย่างเดียวสร้างค่านิยมการรอรับไม่ได้ทำให้ผู้รับแข็งแรงขึ้น

ขั้นแรก ปตท. เปลี่ยนกิจกรรมเพื่อสังคมที่แก้ปัญหาเป็นเรื่องๆ ในแต่ละพื้นที่ ให้เป็นกิจกรรมทางสังคมแบบ Create Shared Value (CSV) ซึ่งมีเงื่อนไขว่าชุมชนจะต้องแข็งแรงขึ้นและเลี้ยงตัวเองได้

2. ค้นหาปัญหาที่แท้จริง เริ่มอย่างธุรกิจและสร้างการมีส่วนร่วม

โดยธรรมชาติของคนที่ทำธุรกิจ ซึ่งจะคิดเชิงธุรกิจเป็นหลักว่าทำอย่างไรให้มีผลประกอบการและอัตราการเติบโตที่ดี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคิดแผนธุรกิจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและแก้ปัญหาสังคม เพราะ ปตท. ไม่คุ้นเคยหรือคิดถึงการชวนภาคสังคมมามีส่วนร่วมในธุรกิจมาก่อน

จึงเป็นที่มาของทีมงานเล็กๆ ใน ปตท. ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานด้านสังคมและมีความรู้เชิงธุรกิจมาร่วมทำงานวิเคราะห์โจทย์จากปัญหาที่ ปตท. สร้างผลกระทบ ก่อนจะศึกษาปัญหาและทำความเข้าใจที่จริงจังมากกว่าเดิมเพื่อให้ได้โจทย์ในการทำงาน ทั้งหาจุดเชื่อมโยงของธุรกิจที่เชื่อมโยงกับสังคมจนเกิดความคิดที่ต่างไปจากเดิม

3. เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ดี

คุณเทวินทร์ยกตัวอย่างธุรกิจกาแฟ ซึ่งมีโจทย์ว่า นอกจากลูกค้าแล้ว ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมจะเข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจได้อย่างไร เช่น การเชื่อมโยงไปยังเกษตรกรและสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟ สร้างตลาดรับซื้อ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ เพิ่มคุณภาพ เพิ่มมูลค่าเมล็ดกาแฟและสร้างคุณภาพชีวิต

4. สำคัญที่การเชี่อมโยงและเข้าถึง

เหตุผลที่ไม่มีองค์กรขนาดใหญ่ประสบความสำเร็จในการทำงานร่วมกับสังคม ปัจจัยแรกคือ การเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจขนาดเล็กที่สร้างความคุ้นเคยทำให้เข้าถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ง่ายกว่า ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่ทำไม่ได้เพราะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงที่กว้างขวางกว่า

“ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่จึงห่างไกลจากความรู้สึกนี้ รวมถึงระบบภายในที่รองรับการทำธุรกิจขนาดใหญ่มากกว่าจะทำเรื่องเล็กๆ ที่ไม่ส่งผลต่อผลประกอบการ” คุณเทวินทร์กล่าว เพราะมองเห็นปัญหานี้มาโดยตลอด

เมื่อความสนใจและความเข้าใจแตกต่างกัน จึงนำไปสู่ประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน

5. ถ่ายทอดแนวคิดนี้ให้อยู่ในคนที่ทำธุรกิจทุกคน

แม้จะอยู่ในระยะเริ่มต้น ปตท. มีความตั้งใจให้ทุกธุรกิจในกลุ่มมีธุรกิจเกื้อกูลสังคม โดยการนำของทีมงานเชี่ยวชาญเฉพาะเพื่อรวบรวมองค์ความรู้และขยายแนวคิดนี้ออกไป โดยให้อยู่ในแนวทางของการทำธุรกิจ

และแม้ในบางกิจการของกลุ่ม ปตท. จะยังนึกไม่ออก ซึ่งอาจใช้เทคโนโลยีที่มีในกิจการไปช่วยชาวบ้านและชุมชน คุณเทวินทร์จึงหมั่นถามกลับไปถึงทีมบริหารของบริษัทในกลุ่ม ปตท. เสมอ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นแค่กิจกรรมหรือเป็นธุรกิจเกื้อกูลสังคมแล้ว เพราะสิ่งนั้นต้องไปด้วยกันทั้งธุรกิจและชุมชน รู้ร้อนหนาวไปด้วยกัน เจอผลกระทบก็ร่วมแก้ไข ไม่เกิดกำไรก็ได้แต่กิจการต้องเลี้ยงตัวเองได้

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท.

10 Questions Answered by President and CEO, PTT

  1. สิ่งแรกที่คุณทำเมื่อถึงโต๊ะทำงาน: จริงๆ ถ้าเป็นเรื่องงานผมเตรียมตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว เวลาทำงานของผมจึงไม่ได้เริ่มต้นที่โต๊ะทำงาน แต่เริ่มต้นตั้งแต่อยู่ในรถ บางที่ลายมือผมจะดูไม่ได้เลยเพราะต้องเซ็นเอกสารบนรถ
  2. แหล่งพลังงานของคุณ: ผมชอบดูหนังซ้ำๆ พวก X-Men เมื่อคืนก็เพิ่งดู Mission: Impossible ซ้ำอีกรอบ ข้อดีของหนังแอ็กชั่นคือดูแล้วไม่ต้องคิดมาก สามารถเซ็นงานระหว่างดูหนังไปได้ด้วย
  3. หนังสือเล่มล่าสุดที่คุณอ่าน: Are You a Tiger, a Cat or a Dinosaur? ของ Prof. Stephane Garelli เกี่ยวกับขีดความสามารถในการแข่งขันและความเป็นผู้นำขององค์กร
  4. ทริปการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตคุณ: ทริปไปบวชที่อินเดียเมื่อ 7 – 8 ปีที่แล้ว เริ่มต้นบวชที่พุทธคยา เดินทางไปสังเวชนียสถานแล้วสึกที่เมืองสาวัตถี การบวชครั้งนั้นทำให้เรามั่นใจในสิ่งที่เคยคิด ทั้งเรื่องพระธรรมคำสอนและเข้าใจความเป็นไปของชีวิต
  5. กิจกรรมนอกเวลางานที่ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็จะหาเวลาไปทำให้ได้คือ: ต้องหาเวลาไปกินข้าวกับคุณแม่และครอบครัว
  6. นอกจากเรื่องพลังงาน คุณยังมีความสนใจอื่นๆ: สนใจเรื่องความสามารถในการแข่งขัน
  7. ชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย: เป็นประธานชมรมวิชาการ สมัยเรียนปี 4 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่จุฬาฯ
  8. Hidden Place ที่ ปตท. : ชั้นดาดฟ้าของตึก ปตท.สผ. อากาศร้อนไปหน่อยแต่สวยดี เหมาะกับการนั่งประชุม
  9. ความสนใจของคุณตอนอายุ 25 และ 35 : ตอน 25 นอกจากงานและเทนนิสแล้ว เพิ่งแต่งงานมีลูกคนแรก เลยสนใจเรื่องลูก ส่วนตอน 35 กำลังขึ้นเป็นผู้บริหาร ตอนนั้นสนใจเรื่องการลงทุนต่างประเทศ
  10. คุณไปแข่งรายการ แฟนพันธุ์แท้ ตอนไหนได้บ้าง: นิยายกำลังภายใน

บทสนทนาและภารกิจการสร้างความภูมิใจให้ทีมไทย กับกัปตันทีม ปตท.

Save

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load