มีคนเคยบอกว่า หากอยากรู้จักตัวตนของใครให้ลองดูที่เพลย์ลิสต์โปรดของเขา

เช่นเดียวกับที่เราอยากรู้จักกัปตันทีมของเราวันนี้

เพลย์ลิสต์ของ คุณกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง JOOX และ Sanook! นั้นประกอบไปด้วยแนวเพลงจังหวะและทำนองแบบไหน จึงสะท้อนแนวคิดในการสร้างสรรค์ JOOX และแพลตฟอร์มอื่นๆ ให้ประสบความสำเร็จแบบนี้

“เพลงแจ๊สหรือเปล่าคะ” เราถาม

“EDM ครับ” กัปตันทีมของเราตอบ

และเผื่อมีใครแถวนี้อยากรู้จักตัวตนผู้เขียนก็ขอแบ่งปันเพลย์ลิสต์ ‘ฮิปสเตอร์อกหัก’ นี้ พร้อมยื่นหูฟังให้

I – Hey JOOX

“ทำไม JOOX จึงประสบความสำเร็จ”

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ใครๆ มักจะถามคุณกฤตธี ทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานของ JOOX

นอกจากการทำความเข้าใจตลาด เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนไทยจาก DNA ที่มีมาตั้งแต่เป็นเว็บไซต์ Sanook! ทำให้ JOOX มีเพลย์ลิสต์ที่ตอบทุกความต้องการของทุกคนแล้ว ความเชี่ยวชาญของทีมงานและแผนธุรกิจที่ไปไกลกว่าการทำรายได้ทางเดียวทำให้ JOOX เป็นที่น่าจับตา เพราะไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมการฟังเพลงขนานใหญ่ของคนไทย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นคืนคุณค่างานสร้างสรรค์ในบ้านเราอีกด้วย

จากความเคยชินที่การฟังเพลงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลค่า โจทย์ของ JOOX คือ ทำอย่างไรให้คนฟังเพลงรู้สึกเห็นคุณค่าและรับรู้ว่ามีคนมากมายเกี่ยวข้องในหลากหลายกระบวนการกว่าจะออกมาเป็นบทเพลงสักเพลงหนึ่ง และทำอย่างไรให้คนฟังยอมจ่ายเงินซื้อเพลงด้วยความเต็มใจเหมือนเมื่อครั้งสมัยก่อนจะมีอินเทอร์เน็ต คุณกฤตธีบอกว่าเขามีความหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยปลูกฝังพฤติกรรมการฟังเพลงอย่างรู้สึกถึงคุณค่า และส่งเสริมให้เกิดรายได้ในอุตสาหกรรมเพลงอย่างแท้จริง ซึ่งหากวิธีการนี้ได้ผลก็อาจจะช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาในศิลปะแขนงอื่นๆ ต่อไป

“เราศึกษาตลาดการฟังเพลงแล้วพบความจริงที่เรารู้กันว่าเราคนไทยนิยมฟังเพลงอย่างไม่ถูกลิขสิทธิ์มาตลอดช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เราชินกับการหาดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต JOOX มีแผนธุรกิจที่เรียกว่า freemium คือการฟังเพลงฟรี โดย JOOX จะสมทบเงินแก่ค่ายเพลงและศิลปินด้วยวิธีการหารายได้จากโฆษณา ซึ่งคุณผู้ฟังสามารถเปลี่ยนมาเป็น premium ได้เพียงจ่ายเงินรับสิทธิ์เป็น VIP

“บุคลากรกว่า 200 คนของเรา ทุกคนเข้าใจตลาดความเป็นไทยจาก Sanook! รู้ว่าเขียนเนื้อหาแบบไหนทำให้คนที่อยู่บุรีรัมย์เขาอ่านเนื้อหาจากเว็บเรา หรือทำเพลย์ลิสต์อย่างไรให้คนอยู่ร้อยเอ็ดเลือกฟัง”

นอกจากนี้ยังมีอีกเบื้องหลังการทำงานหลักๆ ที่ควรได้รับความดีความชอบ ได้แก่ การใช้งานอย่างง่าย หรือ user friendly จากการออกแบบและพัฒนาของทีมวิศวกรคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้การค้นหาเพลง เล่นเพลง และสร้างอัลบั้มเพลย์ลิสต์ส่วนตัวเป็นจุดแข็งในแผนธุรกิจของ JOOX

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

#ใครเป็นคนคิด Theme Playlists

จุดเด่นที่ใครๆ ก็รัก JOOX คือ ธีมเพลย์ลิสต์ ไม่ว่าจะเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนา เราจะพบธีมเพลย์ลิสต์กวนๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่าใครเป็นคนคิดธีมแต่ละธีมขึ้นมานะ มันช่างน่ากดฟังตามไปเสียทั้งหมด

“บทสวดมนต์เรายังมีเลยนะ” คุณกฤตธีรีบเล่า

ช่างรู้จักและเข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนไทย ถูกจริตและรสนิยมคนทุกเพศทุกวัยทุกความต้องการ

เช่นเดียวกับเพลย์ลิสต์ของช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ที่ช่างภาพสาวของเราเล่าคุณงามความดีให้ฟังว่า ปกติเธอ พ่อและแม่จะฟังเพลงกันคนละแนว ตามจังหวะทำนองและเนื้อร้องโดนใจที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทำให้ต่างคนต่างฟังเพลงในพื้นที่ส่วนตัว จนเมื่อช่วงเทศกาลกลับบ้าน JOOX นำเสนอเพลย์ลิสต์ที่ชื่อว่า ‘สงกรานต์รวมญาติ’ ที่เปิดฟังได้ทั้งบ้าน เพราะมีตั้งแต่เพลง โอ๊ย โอ๊ย ของพี่แจ้ ไปจนถึงเพลง ประตูใจ ของวงสาวสาวสาว ทำให้รวมแหล่งกำเนิดเสียงไว้ในจุดเดียวของบ้าน จะเปิดดังแค่ไหนก็กลบเสียงร้องประสานของคนทั้งบ้านไม่ได้จริงๆ

“เรื่องเหล่านี้ต้องใช้ความเข้าใจว่าสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจอยู่คืออะไร ซึ่งตรงนี้เราจะทำไม่ได้เลยถ้าเราไม่มีทีมงานที่ทำ Sanook! มาก่อน” แม้คุณกฤตธีจะยกเครดิตให้แก่ทีมงานผู้คิดค้นธีมสนุกๆ แต่เราก็อดชื่นชมวิสัยทัศน์สนุกๆ ของผู้บริหารคนนี้ไม่ได้ เพราะหากเขาไม่เห็นชอบยินยอมให้ทีมงานปล่อยของอย่างเต็มที่ พวกเราคนฟังทั้งหลายก็คงไม่มีตีมเพลย์ลิสต์โดนใจไว้ฟังยามสร้างอารมณ์เหงาๆ ฮิปสเตอร์ๆ ยามบ่ายเป็นแน่

JOOX

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

งานและความสำเร็จของ JOOX ไม่ใช่เนื้องานทั้งหมดของกัปตันทีมคนนี้

ตามตำแหน่งแล้วคุณกฤตธี มโนลีหกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและบริการด้านเนื้อหา หรือ content platforms and service สร้างพื้นที่เผยแพร่เนื้อหาในออนไลน์ทั้งพื้นที่สำหรับอ่าน ฟังและดู ผ่านบริการของ Sanook!, NoozUP, JOOX, VOOV, Tencent Games และ Topspace

ที่น่าสนใจคือเส้นทางการทำงานที่ผ่านมาของเขา แม้ดูคล้ายสูตรสำเร็จของคนที่สนใจเทคโนโลยีและพาตัวเองไปพบโอกาสการทำงานสนุกๆ กับบริษัทชั้นนำทั่วโลก แต่เรื่องราวจริงๆ ไม่ได้โรแมนติกแบบนี้

เราถามคุณกฤตธีในช่วงท้ายของบทความถึงจุดเปลี่ยนและเรื่องระหว่างทางของการค้นหาตัวตน ความชอบความหลงใหล ความชัดเจน และความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ ซึ่งเขามักใช้นำพาตัวเองไปพบโอกาสที่ดีเสมอจากกรอบความคิดและการตั้งคำถามเพื่อหาตัวตน และเช่นเคย คุณจะขอเลื่อนลงไปอ่านก่อนก็ได้

จากการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จาก Brown University และปริญญาโทบริหารธุรกิจด้านการตลาด การเงิน และกลยุทธ์ จาก Kellogg School of Management ทำงานใน CGI บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกา จากนั้นเริ่มต้นทำงานในเอเชียที่แรกด้วยตำแหน่งที่ปรึกษาในหน่วยงานดูแลด้านกลยุทธ์ของบริษัทและสายงานธุรกิจต่างๆ ของบริษัทซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะเรียนรู้งานในสายงานอินเทอร์เน็ต ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก บริษัท Expedia ที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นบริษัทผู้บุกเบิกธุรกิจ e-commerce การจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมออนไลน์ (Online Travel Agency หรือ OTA) แล้วมาร่วมงานกับเทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) ใน พ.ศ. 2553

จากประสบการณ์ทำงานในบรรทัดบนๆ ทำให้เราสงสัยว่าตัวตนของเขาหลงรักอะไรในธุรกิจเทคโนโลยี

“ผมชอบที่มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่จำเจ ไม่ต้องรับมือกับปัญหาแบบเดิมทุกวัน” คุณกฤตธีเล่าให้ฟังว่าเขาหลงรักงานนี้เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด อย่างการสร้างแพลตฟอร์ม JOOX ที่คุณกฤตธีและทีมงานต้องศึกษากระบวนการทำงานเพลงว่าศิลปินทำเพลงอย่างไร บทบาทหน้าที่ของค่ายเพลงคืออะไร ลิขสิทธิ์ในการฟังเพลงเป็นอย่างไร

“เราต้องเข้าไปศึกษาข้อมูลเหล่านั้นให้มากขึ้น ไม่ได้ดูแลอยู่แต่ฝั่งเทคโนโลยีอย่างที่เคย แต่ต้องทำความเข้าใจธุรกิจเพลง เข้าใจปัญหาความยุ่งยาก เข้าใจคนใช้งานว่าต้องการอะไร ผมมองว่าการที่เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้เรามีสิทธิ์ที่จะสร้างสรรค์ มีสิทธิ์ที่จะทดลอง ซึ่งหากเป็นธุรกิจอื่นๆ คงทดลองสิ่งที่อยากทำทั้งหมดไปเรื่อยๆ แบบเราไม่ได้ เป็นเสน่ห์ของบริษัทเทคโนโลยีที่สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันได้”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

หนึ่งในความท้าทายสำคัญก็คือการเปลี่ยนจาก sanook.com บริษัทเว็บไซต์ที่อยู่คู่ประเทศไทยมา 19 ปี มาเป็น Tencent (Thailand) ที่มีสินค้าและบริการใหม่ๆ เช่น JOOX และอื่นๆ

“ด้วยหน้าที่เราต้องเรียนรู้ธุรกิจใหม่ๆ แล้ว ตามหาบุคลากร เปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรมองค์กรที่มีอยู่เดิม ทำอย่างไรให้สามารถผลิตบริการใหม่ๆ มาแข่งขันในตลาด ต่อยอดความเป็น Sanook! ด้วยบริการอื่นๆ JOOX VOOV Topspace WeChat ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นมาตามความพร้อมของพวกเราและโอกาสที่พอดี ซึ่งในธุรกิจเทคโนโลยีเรามองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสทั้งหมด”

จากความสำเร็จของ JOOX ในปีที่ผ่านมาทำให้บรรยากาศในองค์กรเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เราถาม

“มีชีวิตชีวาขึ้นมานะ JOOX กับ Sanook! คนละทีมกัน การมาของทีม JOOX ทำให้ทีมงานเดิมที่อยู่มาก่อนได้เห็นสิ่งใหม่ๆ แม้ว่าจะเป็นคนละธุรกิจกันแต่ว่าภายในบริษัทเองก็ได้เรียนรู้วิธีการทำงานธุรกิจเพลงว่าเป็นอย่างไร นอกจาก JOOX เราก็มี VOOV เป็น live streaming เรามีกลุ่มคนที่ทำ content ที่มีประสบการณ์จัดรายการ ปัจจุบันเรามีชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานมากขึ้นเพิ่มความหลากหลายทั้งมุมมองและแง่คิดใหม่ๆ”

เช่นเดียวกับภาพฝันขององค์กรที่คุณกฤตธีอยากให้เป็น ที่ทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในองค์กรใกล้เคียงกับภาพที่คิดฝันไว้ไม่น้อยเพราะมีคนจากหลากหลายวงการมาร่วมงาน เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดใหม่ๆ อย่างเปิดเผย มีการทำงานเป็นทีมและร่วมงานกันอย่างสนุกสมชื่อเว็บไซต์ของบริษัท

และเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญในองค์กร คุณกฤตธีเล่าว่าส่วนใหญ่จะระดมทีมเพื่อพูดคุยร่วมกันว่าแต่ละคนคิดเห็นอย่างไร

“ผมอ่านเจอมาว่าระดับการตัดสินใจมี 2 แบบคือ big decision และ small decision โดย big decision คือการตัดสินใจแล้วจบที่ตรงนั้นไม่เปลี่ยน โดยต้องผ่านการเห็นชอบของผู้มีส่วนร่วมทุกคน ซึ่งวิธีการตัดสินใจนี้จะเกิดการลงมือทำที่เร็วมาก ในขณะที่ small decision เป็นการตัดสินใจที่ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องเห็นด้วย และเมื่อตัดสินใจไปแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการได้อยู่เรื่อยๆ ถามว่าแล้วมันดีอย่างไร ซึ่งสำหรับบริษัทเทคโนโลยี การใช้ small decision ช่วยให้ตัดสินใจทำได้เร็ว เห็นผลเร็วและสามารถแก้ไขวิธีการได้ทันทีเมื่อผิดพลาดแต่จะทำได้ในบางอุตสาหกรรม”

เราถามถึงหนังสือเล่มที่อ่านล่าสุด คุณกฤตธีก็ไม่ลังเลที่จะแนะนำให้เราฟังเกี่ยวกับ The Power of Habit เขียนโดย Charles Duhigg (ชาร์ลส ดูฮิกก์) หนังสือพูดถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมใดๆ หนึ่งพฤติกรรมจะส่งผลต่อพฤติกรรมอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนพฤติกรรมการตัดสินใจ เมื่อเราตัดสินใจเร็วจะส่งผลให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้นศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ ทำให้การลงมือทำตามต้องเร็วขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมคนทั้งองค์กรเพราะทีมงานจะรับรู้ตรงกันว่าต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลการตัดสินใจและปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างรวดเร็ว

“ในวันที่ผมตัดสินใจเล่นโยคะทุกวันพุธ จากที่วันจันทร์-ศุกร์ ผมมักจะทานข้าวนอกบ้านหลังเลิกงาน พอเล่นโยคะวันพุธ ผมก็จะออกจากที่ทำงานภายใน 6 โมงเย็นเพื่อไปถึงสตูดิโอโยคะตอน 1 ทุ่ม มื้อเย็นวันถัดไปก็ทำให้ไม่อยากทานข้าวนอกบ้าน ทำให้เราเปลี่ยนเวลาการประชุมจากตอนเย็นมาเป็นช่วงเวลากลางวัน ทำให้เรากลับบ้านได้เร็วขึ้น ไม่กินข้าวนอกบ้าน ตัดแอลกอฮอล์ออกไป ทำให้ชีวิตสุขภาพดีขึ้น น้ำหนักก็ลดลง นี่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมซึ่งผมได้จากการอ่านหนังสือ คุณเปลี่ยนแค่ 1 พฤติกรรมแล้วคุณจะเปลี่ยนอะไรก็ได้ ปรับใช้ทั้งกับตัวเองและองค์กร

“การเล่นโยคะทำให้น้ำหนักผมลดลง 10 กิโลกรัม ทำให้กลับบ้านเร็วขึ้น ชีวิตดีขึ้น”

เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)

จากชีวิตที่ผ่านมาทั้งการเรียนและประสบการณ์ทำงานที่คล้ายสูตรสำเร็จในฝัน คุณกฤตธีเล่าให้เราฟังว่าใจความสำคัญของเส้นทางทั้งหมดนี้ อยู่ที่การกลับไปนั่งคิดว่าจริงๆ แล้วเราต้องการที่จะทำอะไร

“ก่อนหน้านี้เราทำงานตามสายที่เรียนโดยไม่ได้คิดถามตัวเองว่าเราต้องการจะทำอะไรกันแน่ จนกระทั่งช่วงใกล้เรียนจบปริญญาโทที่ต้องหางาน ผลักดันให้เราคิดกับตัวเองว่าอะไรคือทักษะที่เรามี ทักษะที่เราต้องการพัฒนาคืออะไร เราอยากจะทำงานในส่วนงานแบบไหน เราอยากใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน ซึ่งความจริงเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราควรคิดตั้งแต่แรกก่อนตัดสินใจเรียนต่อ

“จากวันนั้น เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ทำให้รู้ว่าตัวเองต้องการจะทำอะไร เราจึงพาตัวเองไปสู่สิ่งนั้น ซึ่งแค่คิดถึงความต้องการอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องมีแผนการ มีเส้นทางและขั้นตอนที่จะพาตัวเองไปสู่จุดหมายนั้น แน่นอนเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะไปจุดไหน

“คนเรามักจะมีคำว่า ‘แต่ว่า…’ กับความฝันของตัวเองเสมอ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ฮ่องกงมีทีมงานประมาณ 10 คน มาที่นี่ผมต้องบริหารคน 200 กว่าคน ถ้าผมคิดว่าทำไม่ได้เพราะเยอะเกินไปและไม่เคยทำมาก่อน ผมก็คงทำไม่ได้ แต่ถ้าเรามองมันเป็นโอกาสในการเรียนรู้มันก็ทำได้

“สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ลองทำในสิ่งที่คุณชอบ และอาสาที่จะทำงานเยอะๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้มากๆ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ รู้จักถ่อมตัวให้คิดว่าตัวเองยังไม่รู้อะไร ขณะเดียวกันก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเองว่าเราสามารถทำได้”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

II – 10 Questions Answered by MD, Tencent (Thailand), a.k.a. JOOX Sanook WeChat

  1. หนังสือที่คุณอ่านเล่มล่าสุด : The Power of Habit เขียนโดย Charles Duhigg (ชาร์ลส ดูฮิกก์)
  2. คุณไปแข่งรายการแฟนพันธุ์แท้ตอนไหนได้บ้าง : บาสเกตบอล NBA
  3. สไตล์การบริหารงานของคุณ : ผมค่อนข้างฟังความคิดเห็นของทีมงานก่อนตัดสินใจ แต่หากเป็นเรื่องที่ต้องการการตัดสินใจจากผม ผมก็ตัดสินใจได้ให้ได้เลย ตัดสินใจเร็วมาก
  4. ชอบขั้นตอนไหนในการทำงานมากที่สุด : ขั้นตอนที่ได้ลงมือทำงานร่วมกับทีม ช่วงนี้ต้องเพลย์ลิสต์เรื่องนี้ไหมนะ หากเรากำลังเจอปัญหานี้ควรแก้ไขอย่างไร หรือมีแผนการตลาดส่วนไหนที่ต้องปรับแก้ไขด่วน
  5. ให้เลือกระหว่างเป็นการคนทำงานที่ ‘เป็นที่รัก’ หรือ ‘เป็นที่น่านับถือ’ : เป็นที่นับถือ 100% เพราะว่าถ้าต้องการให้คนมารัก เราก็อาจจะเลือกตัดสินใจในสิ่งที่ดีต่อคนคนนั้น ซึ่งไม่ดีต่อองค์กรที่สุด แต่ความนับถือนี้อาจจะทำให้คนมารักเราก็ได้
  6. สิ่งที่แตกต่างชัดเจนในการทำงานเมื่ออายุ 25 ปีกับปัจจุบัน : ตอนอายุ 25 มีออฟฟิศในการทำงาน ปัจจุบันไม่มีห้องทำงานแต่เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกับพนักงานแบบ open environment
  7. ลักษณะของคนประเภทไหนที่คุณอยากทำงานด้วยที่สุด : คนที่เปิดรับฟังและให้ความคิดเห็น ตรงไปตรงมา ยืดหยุ่น อยู่กับสิ่งที่ไม่แน่นอนได้
  8. เรื่องล่าสุดที่คุณได้เรียนรู้ : วิธีการเล่น Rubik’s cube ตอนนี้กำลังเรียนจาก YouTube ยากมากตอนนี้ยังทำได้เพียง 3 ด้าน
  9. กิจกรรมนอกเวลางานที่ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็จะหาเวลาไปทำให้ได้คือ : โยคะ
  10. ชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย : ชมรมวาดภาพของมหาวิทยาลัย

III – COMPANY VISIT

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

โต๊ะทำงานคุณกฤตธี

“เป็นพื้นที่ทำงานแบบ open environment สร้างความใกล้ชิดในการทำงาน” ( ‘บางวันที่พนักงานคุยกันเสียงดังแล้วเราเหลือบมองไปที่โต๊ะ MD จะเห็นคุณกฤตธีแอบยิ้มอยู่’ พนักงานท่านหนึ่งกล่าว)

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

ห้องประชุมที่เดิมเป็นห้องทำงานของคุณกฤตธี

“ก่อนหน้านี้มีห้องทำงานแต่นั่งแล้วเงียบเหงามากเลยตัดสินใจยกห้องนี้เป็นห้องประชุมส่วนกลาง แล้วย้ายโต๊ะทำงานออกมานั่งร่วมกับพนักงาน”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

โซน Canteen

“เรามีป๊อปคอร์นให้กินทุกบ่าย 3 โมง ใช้น้ำมันมะกอกด้วยนะเพื่อสุขภาพเลย นอกจากขนมนมเนยไม่อั้นแล้ว ที่นี่เราเลี้ยงอาหารกลางวันทุกวันพุธด้วย”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

โซน Hang Out

“เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม มีคลาสโยคะทุกวันพฤหัสบดี และมีปาร์ตี้ TGIF ทุกวันศุกร์”

ความเข้าใจเขามาใส่ใจเรา จุดแข็งที่ทำให้ JOOX เป็นมิวสิกสตรีมมิ่งอันดับหนึ่งของอาเซียน

ห้องสตูดิโอประจำออฟฟิศ

“เป็นสถานที่สำหรับผลิตรายการบันเทิงหลากหลายของ Sanook! และยังเป็นที่ที่ศิลปินนับร้อยมาเยือน

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

“Happy Birthday to You~” ทันทีที่สิ้นเสียงเนื้อเพลงอวยพรท่อนสุดท้าย นักร้องประสานเสียงก็แย่งกันจับจองชิ้นเค้กเสี้ยวที่ติดจมูกมิกกี้เมาส์หรือตาขวาของโดราเอมอน

“วันเกิดปีนี้เค้กสวยกว่าปกติ” เราแอบชื่นชมรสนิยมของผู้มอบในใจ  

“คุกกี้กล่องใหญ่ที่ลูกค้าส่งมาให้ เราขอจองกล่องเหล็กหลังกินหมดแล้วได้ไหม” ใครสักคนรีบเอ่ยคำร้องกลางโต๊ะมื้อกลางวัน

S&P ในความทรงจำของเราเป็นแบบนี้ และเชื่อว่าทุกคนคงไม่ต่าง

สิ่งที่น่าสนใจคือ S&P มีวิธีคิดและบริหารจัดการธุรกิจอย่างไร ในเมื่อสินค้ามีตั้งแต่เค้กกล้วยหอมราคาหลักสิบ ไปถึงผัดไทยกุ้งแม่น้ำราคาหลักร้อย หรือเค้กวันเกิดสั่งได้ตามใจคุณราคาหลักพันขึ้นไปก็มี และเป็นร้านที่มีสาขาอยู่ตั้งแต่ในสถานีรถไฟฟ้า โรงพยาบาล ไปจนถึงห้างหรูเปิดใหม่ ซึ่งนอกจากจะไม่สร้างความสับสนแก่แบรนด์แล้ว ยังเป็นจุดแข็งที่ทำให้ S&P เป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ของไทยอีกด้วย

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

The Cloud มีนัดหมายพิเศษกับ คุณวิทูร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายปฏิบัติการและบุคคล บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ในบ่ายวันทำงานสบายๆ เพื่อพูดคุยหนักๆ อย่างบทบาทกัปตันทีมของร้านอาหารครอบครัวที่ทุกคนคิดถึง ไปจนถึงเรื่องเบาๆ อย่างเบื้องหลังกล่องเหล็กคุกกี้และเค้กที่สวยทั้งรูปและจูบก็อร่อย

ตลอดการสนทนาตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนฟ้าเปลี่ยนสี คุณวิทูรพูดถึงคำว่าร้านอาหารของครอบครัว บ่อยยิ่งกว่าตัวเลขยอดขายหรือวิธีขยายสาขาเสียอีก นั่นยิ่งทำให้เราไม่แปลกใจว่านอกจากปลากระพงทอดน้ำปลา บัวลอยเผือก และกาแฟ BlueCup อะไรทำให้ S&P กลายเป็นร้านในดวงใจของทุกคนทุกวัย

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

ผู้บริหาร S&P อย่างคุณวิทูรทำเบเกอรี่เมนูไหนเป็นบ้าง

ผมไม่ค่อยทำเบเกอรี่เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นภรรยาที่ทำเพราะเขาดูแลส่วน R&D ของบริษัท ส่วนเราเป็นแผนกชิม ซึ่งเบเกอรี่ต้องชั่งตวงเยอะ ผมจึงเป็นคนชอบทำอาหารมากกว่าเพราะว่าเรากะๆ เอาได้ ถ้าเป็นเมนูอาหารที่ทุกคนในครอบครัวต้องทำได้คือ ข้าวไก่อบ พวกเราเรียกกันเองว่าเป็นเมนูเอาตัวรอดเมื่อต้องแยกย้ายกันไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ

เหมือนสูตรลับของครอบครัว?

ใช่ๆ คุณแม่ทำอาหารเก่ง ท่านก็จะสอนเมนูจำเป็น

อะไรคือสูตรลับหรือเรื่องราวเบื้องหลังที่คุณพอเปิดเผยได้

เคล็ดลับอยู่ที่การทอดไก่ แม้มีชื่อเรียกว่าไก่อบแต่ไม่ได้เกิดจากการอบไก่นะ หลังจากนำไก่ไปหมักจนได้ที่ แล้วทอดจนหอมหนังไก่เกรียม จากนั้นนำไปตุ๋นในน้ำหมัก หลักๆ คือการเลือกสรรวัตถุดิบที่ดี ซึ่งแม่จะบอกเสมอว่าต้องทอดให้หอมพอดี

วิทูร ศิลาอ่อน, S&Pวิทูร ศิลาอ่อน, S&P

อะไรคือข้อดีของการเป็นผู้บริหารบริษัทเบเกอรี่ที่เป็นนักร้องค่ายเบเกอรี่ฯ มาก่อน

3 สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือครอบครัว เพลง และอาหาร ซึ่งกับการร้องเพลง เราแค่อยากสนุกกับมัน

คุณร้องเพลงเพื่ออะไร

เพื่อความสุข เราชอบฟังเพลงที่เพราะ โชว์พลังเสียงเก่งๆ เช่นเพลงของนักร้องผิวสี และการร้องเพลงทำให้เรามีอารมณ์ศิลปิน ซึ่งต้องเข้าใจว่าคนเราขับเคลื่อนกันด้วยอารมณ์นะ บางเรื่องไม่ได้เป็นเรื่องเหตุหรือเรื่องผลทั้ง 100%

เป็นข้อดีที่คุณคิดว่าผู้บริหารควรมี?

กว่า 18 ปีที่เราเข้ามามีส่วนร่วมกับ S&P ในวันที่บริษัทใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โจทย์ที่ขับเคลื่อนให้เราสนุกกับงาน คือ การทำร้านนี้ให้โดนใจครอบครัว ทั้งบรรยากาศ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเราไม่ต้องการให้ S&P เป็นธุรกิจร้านอาหารทั่วๆ ไป แต่อยากให้ S&P เป็น Family Restaurant เป็นร้านอาหารในใจของทุกคนในครอบครัวแบบร้านแรกที่เรามี

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เค้กและคุกกี้เป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของขวัญในช่วงเทศกาล

ก่อนจะมาเป็นร้านอาหารและเบเกอรี่อย่างวันนี้ S&P เราเริ่มจากการเป็นร้านอาหารและไอศครีมมาก่อน ซึ่งจุดเริ่มต้นของเค้กและคุกกี้ S&P มาจากวันหนึ่งที่เราประกาศรับพ่อครัวทำพิซซ่าแต่ดันได้พ่อครัวขนมปังที่ทำขนมเค้กได้ด้วยมา เราจึงเริ่มมีเค้กขายกันตั้งแต่วันนั้น

ซึ่ง S&P เป็นร้านเบเกอรี่เจ้าแรกที่ทำเค้กรูปตัวการ์ตูน

ยุคนั้นร้านเบเกอรี่นิยมทำเค้กรูปดอกไม้ ซึ่งเราอยากทำให้แตกต่างจากตลาด เราจึงใช้แม่พิมพ์ลายตัวการ์ตูนจากต่างประเทศ ตกแต่งหน้าเค้กด้วยเทคนิคจิ้มครีมเป็นจุดเล็กๆ จนกลายเป็นรูปสามมิติซึ่งยังใช้เทคนิคนี้อยู่ถึงปัจจุบัน

วิทูร ศิลาอ่อน, S&Pวิทูร ศิลาอ่อน, S&P

อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ S&P ขายเค้กได้ 3 ล้านก้อนต่อปี

เป็นความตั้งใจแรกของเราที่จะทำเค้กให้เด็กๆ ซึ่งเป็นคนสำคัญของครอบครัวมีความสุข ตรงกับความเชื่อของแบรนด์ S&P ที่เป็นร้านของครอบครัว และนอกจากอาหารที่ใส่ใจในรสชาติและคุณภาพ ที่นี่มีสินค้าที่เหมาะแก่การมอบให้กันในวันเกิดและโอกาสพิเศษอื่นๆ ซึ่งจุดที่ S&P แตกต่างจากร้านทั่วไปคือเรามีเค้กพร้อมเสมอหากคุณต้องการ และเรายังรู้อีกว่าเค้กที่ทุกคนต้องการคือเค้กที่บาลานซ์ระหว่างความสุขตอนได้รับและความสุขตอนได้กิน ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เค้กเราขายดีขึ้นเรื่อยๆ

คนมักจะจดจำคุกกี้ของ S&P จากกล่องคุกกี้ที่สวยน่าสะสม อะไรคือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังความสวยงามของกล่องคุกกี้เหล่านั้น

S&P เป็นธุรกิจครอบครัวของครอบครัวที่ชอบกิน ทั้งแม่และน้าๆ พวกท่านไปเรียนและใช้ชีวิตในต่างประเทศ ได้เห็นอะไรมากมาย มีทั้งประสบการณ์และรสนิยมเพราะผ่านการชิมอาหาร และเห็นตัวอย่างกล่องคุกกี้จากต่างประเทศมาเยอะมาก ในวันที่ S&P เริ่มต้นทำคุกกี้ นั่นก็คือช่วงที่ร้านเริ่มขยายสาขา

แรกๆ เราก็เหมือนร้านอื่นใส่คุกกี้ในถุงพลาสติกและจีบถุงติดโบว์สวยงาม ซึ่งเค้กอาจจะแสดงความสวยงามในตัวเองได้ แต่คุกกี้ทำไม่ได้ เราจึงคิดถึงการมีบรรจุภัณฑ์ที่หน้าตาดีตั้งใจให้คนนำไปใช้ต่อ ซึ่งบางคนก็ถึงขั้นเก็บสะสมจริงจัง และเพราะ S&P มีลูกค้าหลายกลุ่ม ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ เมื่อคิดถึงผู้รับสารเราจึงออกแบบให้กล่องคุกกี้มีหลากหลายขนาดและลวดลาย โดยปีนี้มาในธีมคณะละครสัตว์

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

โจทย์ของการบริหารงาน S&P ในแบบของคุณคืออะไร

เราตั้งใจจะเป็นร้านโปรดของชุมชนไม่ว่าเราจะอยู่ตรงไหน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ S&P ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราอยากดูแลคนที่หลากหลายอายุ ฐานะ และความต้องการ เราจึงก็ต้องออกแบบวิธีตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างไปตามพื้นที่สาขาที่ตั้ง

ยังไง

ง่ายๆ คือ เราอยู่ในสถานีน้ำมันทำอย่างไรเราถึงจะเป็นร้านโปรดในสถานีเติมน้ำมัน หรือแม้แต่ร้านสาขาที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ เพราะฉะนั้น บรรยากาศจากการตกแต่ง เพลง อุณหภูมิ แสง และความรู้สึกจากสินค้าและบริการ เช่น ร้านใต้อาคารสำนักงานที่กลุ่มลูกค้าคือ พนักงานออฟฟิศที่ใช้บริการมื้อกลางวัน ดังนั้น การบริการต้องเร็วๆ ร้านในโรงพยาบาลที่กลุ่มลูกค้าคือผู้สูงอายุ บริการก็ต้องนอบน้อม เข้าใจ และดูแลลึกซึ้ง เราไม่ได้บอกว่าเราทำได้ทั้ง 100% แต่เราอยากให้รู้ว่าตระหนักถึงทุกความต้องการและเรากำลังจัดระบบระเบียบให้เกิดขึ้นจริงให้มากที่สุด

อย่างร้านสาขาที่เรานั่งคุยกันอยู่อาจจะดูหรูเพราะตั้งอยู่ย่านทองหล่อ เรามีความจำเป็นที่ต้องสร้างบรรยากาศให้คนในละแวกเข้าถึงได้

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

นั่นแปลว่าประสบการณ์ที่ได้รับจากสาขาในตำแหน่งที่ตั้งต่างกัน ต่างกัน?

ยกตัวอย่างคนที่มาใช้บริการอาจจะเป็นคนเดียวกัน แต่อยู่ในตำแหน่งและเหตุการณ์ไม่เหมือนกัน เช่น บ้านอาจจะอยู่ทองหล่อ ทำงานในออฟฟิศย่านเพลินจิตซึ่งมีเวลาพักกลางวันจำกัด เขาก็ได้รับประสบการณ์ที่แตกต่างกัน สำคัญคือ เราต้องเข้าใจความต้องการของแต่ละกลุ่ม สถานการณ์จริงที่ลูกค้าเจอ และประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่งถ้าเราทำได้ เราก็จะกลายเป็นร้านโปรดในที่สุด

จะง่ายกว่ามั้ยถ้าทำร้านให้มีมาตรฐานเดียวกันไปเลยทุกสาขา

ง่ายกว่าอยู่แล้ว ที่ผ่านมา S&P เรามีหลักการทำงาน 4 ข้อที่เป็นเอกลักษณ์ของ S&P ได้แก่ บริการเรียบร้อย มีแต่ของอร่อย สถานที่สะอาด และบรรยากาศดี แต่ที่เราต้องออกแบบใหม่ให้ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม เพราะเราเป็นร้านที่ให้บริการครอบครัวในทุกจังหวะของชีวิต ตั้งแต่เกิดจนขึ้นสวรรค์ หมายความว่า เกิด ก็คือฉลองเค้กวันเกิด และขึ้นสวรรค์ ก็มี Snack Box บริการญาติโยม

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

คุณเป็นผู้บริหารที่ชอบการเซอร์ไพรส์มั้ย

ไม่ได้ชอบหรือไม่ชอบ เรารู้ว่าชีวิตมีเรื่องเซอร์ไพรส์ เราเพียงต้องทำใจและรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่เราไม่อยากให้มีหรอกเพราะส่วนใหญ่เซอร์ไพรส์มักเป็นเรื่องไม่ค่อยดี

แล้วคุณรับมือกับเรื่องเซอร์ไพรส์ยังไง

เริ่มจากหาทางเยียวยาคนหรือฝ่ายที่รับผลกระทบจากเรื่องนั้นเยอะที่สุดก่อน 

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

อะไรคือสิ่งที่คุณสนใจในธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ผมสนใจกระแสของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อนคนเราเลือกกินของที่อร่อยก่อน แต่ในยุคนี้ที่คนสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น คนเลือกกินมากขึ้น นั่นคือก็ยังคงชอบกินขนมอยู่นะ แต่แทนที่จะกินทั้ง 5 วัน จะเหลือเพียง 2 วัน

แล้ว S&P รับมือกับเรื่องนี้ยังไง

เราให้ความสำคัญกับการเลือกสรรวัตถุดิบเพราะเราเป็นครอบครัวที่รักการกินของดี และอยากให้คนอื่นได้กินดีด้วย เราก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทำและเชื่อว่ามันดีจริงๆ จึงพยายามหาสิ่งที่ขึ้นและไปกับกระแสของโลก เช่น เพื่อสุขภาพ ออร์แกนิก และการคิดถึงความยั่งยืนในธุรกิจ

ที่ผ่านมาเราปรับลดน้ำตาลในเมนูอาหารและเบเกอรี่ให้ลดลงอยู่เรื่อยๆ โดยไม่ได้สื่อสารตรงๆ ว่า S&P ลดน้ำตาลนะ ซึ่งแรงขับสำคัญที่ทำเรื่องนี้คือตัวเรา เพราะนอกจากคนในครอบครัว ตัวเราเองก็กินด้วย บอกได้เลยว่าผมกิน S&P เยอะกว่าคนทั่วไป 10 เท่า เพราะฉะนั้น ถ้าอาหารที่ทำไม่ดีต่อสุขภาพคุณจะเห็นผลลัพธ์จากผมก่อน

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

ถ้ามีตำราบริหารธุรกิจฉบับคุณวิทูร ศิลาอ่อน เนื้อหาส่วนใหญ่ของหนังสือจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

เรื่องลูกค้า แต่ลูกค้าในที่นี้คือครอบครัวเรา

ผมคิดแบบนี้ตลอดว่าเราคือลูกค้าของตัวเราเอง ผมใช้บริการเยอะสุด มาที่ร้านบ่อยสุด ที่บอกว่าการเข้าใจลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะครั้งหนึ่งผมเคยทำงานกับ P&G ทำให้เราเข้าใจแบรนด์ว่าในการสร้างแบรนด์คุณต้องมีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่าง ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสแบรนด์ ผมพูดเสมอว่า แบรนด์ไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย แต่อยู่ในความรู้สึกและความเชื่อของคน ซึ่งก็ต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าเรากำลังทำแบรนด์นี้เพื่อใคร อย่างแบรนด์ S&P ทำเพื่อครอบครัว นั่นคือเราจะทำแบรนด์อย่างไรให้เข้าไปอยู่ในใจคนทั้งครอบครัว

วิทูร ศิลาอ่อน, S&P

12 Questions Answered by President of S&P

  1. สิ่งแรกที่คุณมักจะทำเมื่อมาถึงร้าน S&P : สั่งกาแฟ Bluecup
  2. จงเลือกระหว่าง “อร่อยแต่ไม่น่ากิน” กับ “น่ากินแต่ไม่อร่อย” : เลือกอร่อย
  3. เมนูของ S&P ที่คุณชอบที่สุด : ข้าวไรซ์เบอร์รี่กะเพราเนื้อนิวซีแลนด์ ไข่ดาวกรอบ พร้อมน้ำปลาพริก
  4. เพลงที่ร้องประจำเมื่อถูกเชิญให้ร้องเปิดเวทีงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัท : เพลงเนิ่นนาน เป็นเพลงที่แต่งให้ภรรยา
  5. ของขวัญที่สร้างความอิ่มเอมใจ : ผมไม่ค่อยได้รับของขวัญนะ สำหรับผมการใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัวทุกวันเป็นของขวัญในชีวิตแล้ว
  6. ของไม่มีราคาที่เป็นของขวัญที่คุณอยากส่งมอบให้คนที่รักคืออะไร : เวลา
  7. นอกจาก “S&P ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย” S&P ชื่อนี้มีแต่… : S&P ชื่อนี้มีแต่ความผูกพัน
  8. คำพูดที่มักจะพูดกับพนักงานเสมอ : “สู้ๆ” เราชอบให้กำลังใจพนักงาน อย่างสถานการณ์ปัจจุบันที่การแข่งขันสูง ทำยอดขายไม่ง่าย เราก็ได้แต่ให้กำลังใจพวกเขา
  9. คุณไปแข่งรายการแฟนพันธุ์แท้ตอนไหนได้บ้าง : World Cuisine ผมชอบกิน ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมพอจะมั่นใจไปสู้เขาได้ก็เรื่องนี้แหละ
  10. เราจะบังเอิญพบคุณที่ไหนในบ่ายวันอาทิตย์ : สนามกอล์ฟ ผมเพิ่งกลับมาเล่นช่วง 2 ปีหลังนี่เอง เมื่อก่อนเราใจร้อนและกอล์ฟเป็นเกมกีฬาที่ใจร้อนไม่ได้ ต้องนิ่ง ต้องมีสมาธิ เราก็รู้ว่าเราอาจจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หรือไม่ก็มีแรงน้อยลงเลยไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อน
  11. หากคุณต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์แก่เด็กจบใหม่ 10 วินาที คุณจะกล่าวว่า… : จงทำในสิ่งที่รัก
  12. หากมหาวิทยาลัยเชิญคุณไปเป็นอาจารย์พิเศษ วิชาที่คุณจะสอนคือ : วิชาร้องเพลง

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load