ในช่วงหลายปีมานี้ หลายธุรกิจเล็กใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในขณะที่เซ็นทรัลพัฒนาได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาโดยตลอด และนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานและพัฒนาทุก ๆ โครงการเรื่อยมา

“เราอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้คน ชุมชน และสังคมที่เราอยู่” คุณโอ-ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและโครงการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บอกทันทีที่บทสนทนาเริ่มต้น ทำให้รู้ว่าการปรับแบรนด์ดิ้งขององค์กร บนแนวคิด Imagining better futures for all ไม่ได้แค่เพียงเปลี่ยน Identity ใหม่ให้สะดุดตาและเข้าถึงท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น แต่ตอกย้ำหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยตลอด 40 ปี นับแต่วันแรกที่ คุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ตั้งใจจะทำศูนย์การค้าที่ดีที่สุดในประเทศไทยเพื่อคนไทย

“ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และคนไทยทุกคน คือสิ่งสำคัญมาตั้งแต่วันแรก” และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานหรือริเริ่มโครงการใหม่ทุกครั้ง เพราะเชื่อว่าคุณภาพชีวิต คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนา หากผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น ชุมชนจะดีขึ้น เมืองจะดีขึ้น และประเทศก็จะดีขึ้น

PURPOSE

ย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีก่อน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาโครงการแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย คือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของรูปแบบศูนย์การค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

เวลาล่วงเลยไป 40 ปี นอกจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่อยู่ในใจคนไทยแล้ว เซ็นทรัลพัฒนายังขยายเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีศูนย์การค้าเป็นธุรกิจหลัก 37 แห่ง รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัย 22 แห่ง โรงแรม 2 แห่ง และออฟฟิศชั้นนำอีก 10 แห่ง

“บริษัทเรายึดมั่นและดำเนินการในเจตนารมณ์ที่ชัดเจนและแน่วแน่มาโดยตลอด ที่จะทำให้มาตรฐานคุณภาพชีวิตให้คนและชุมชน รวมทั้งสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น เพราะสองเรื่องนี้แยกออกจากกันไม่ได้”

คุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับเซ็นทรัลพัฒนา คือ การสร้างสถานที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าและความสัมพันธ์ ให้ผู้คนได้มาพักผ่อน พบปะกัน รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งระดับโลกและระดับท้องถิ่นให้เติบโตร่วมกัน สร้างอาชีพและรายได้ ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด จ้างตำแหน่งงานที่ทำงานใกล้บ้านและชุมชนของตัวเองได้

คุณโอเล่าต่อว่า บริษัทเติบโตขึ้นทุกวัน มีธุรกิจในเครือเกิดขึ้นใหม่มากมาย มีพนักงาน ผู้ประกอบการ และร้านค้าอีกนับไม่ถ้วน แต่ยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิมที่ชัดเจน ด้วยเป้าหมายที่สร้างอิมแพคให้กับประเทศมากขึ้น โดยสื่อสารผ่านแคมเปญแบรนด์ดิ้งให้นักลงทุน คู่ค้า พนักงาน และลูกค้า เห็นภาพใหญ่ภาพเดียวกัน และใช้โอกาสครบรอบ 40 ปีปรับเปลี่ยน Brand Identity ของบริษัท คือ เซ็นทรัลพัฒนา รวมถึงโลโก้ของแต่ละสาขาด้วย

IDENTITY

“ผมภูมิใจที่เราตั้งใจทำสิ่งนี้มาตลอด 40 ปี”

ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่องค์กรไม่ว่าใหญ่หรือเล็กหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป และเซ็นทรัลพัฒนาเองก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาเนิ่นนาน

“ผมว่าทุกคนสามารถมีบทบาทได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหญ่หรือเล็ก บางคนมีส่วนร่วมได้ แต่ถ้าคุณเป็นองค์กรใหญ่ ก็ควรจะสร้างอิมแพคได้มากและนาน”

Imagining better futures for all คือแนวคิดของเซ็นทรัลพัฒนาในวันนี้

อนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน คือการได้ส่งต่อโอกาสให้กับคน สร้างสถานที่ดี ๆ ให้ชุมชน ที่จะส่งผลต่อคุณภาพการใช้ของทุกชีวิตในสังคม

FOR EVERYONE

นับแต่วันแรก เซ็นทรัลพัฒนา พัฒนาพื้นที่และประสบการณ์ที่สร้างความสุขให้กับทุกความสัมพันธ์ที่มีความหมาย​และมีคุณค่า​ พร้อมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิต ทำงาน พบปะ เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์​แห่งความสุขร่วมกัน

“โดยการพัฒนาศูนย์การค้าของเรา เรามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการ​ของลูกค้าทุกแห่ง สามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้คนที่หลากหลาย ​รวมไปถึงการผสมผสานส่วนผสมอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ท้องถิ่น และร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาไปพร้อมกับชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น”

หากยกตัวเลขให้เห็นภาพมากขึ้น เซ็นทรัลพัฒนามีส่วนช่วยสร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจและสร้างการจ้างงานมากกว่า 150,000 ตำแหน่ง รวมถึงการให้พื้นที่ศูนย์การค้า เปิดตลาดเพื่อช่วยเหลือผู้คนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การทำโซน Hug Thai ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากภูมิภาคต่าง ๆ และตลาดจริงใจของโครงการเซ็นทรัลทำ (Central Tham) ซึ่งอยู่ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล เริ่มต้นจากการช่วยเกษตรกรขายผัก ผลไม้ ส่วนหนึ่งขายในท้องถิ่น อีกส่วนกระจายไปทั่วประเทศโดยเซ็นทรัลฟู้ดรีเทล และมีช่องทางการขายที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาหลายแห่งทั่วประเทศ

ภายในองค์กรยังให้ความสำคัญกับคุณค่าทางสากล ทั้งเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ความเท่าเทียม และความแตกต่าง ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเซ็นทรัลพัฒนามีพนักงานหลากหลาย ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศหรือความบกพร่องทางร่างกาย และที่ผ่านมาก็มีผู้บริหารระดับสูงหลายท่านเป็นผู้หญิง เช่นเดียวกับ คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ ซีอีโอหญิงคนปัจจุบัน

เรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เซ็นทรัลพัฒนาให้ความสำคัญ เหมือนที่คุณโอบอกว่า “คนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน เราจะเป็นแบรนด์ที่ดีได้ ก็ต่อเมื่อเราใส่ใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม”

เซ็นทรัลพัฒนาตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นองค์กร Mixed-use Developer รายแรกที่เข้าสู่ Net Zero Carbon Emission ให้ได้ภายในปี 2050 โดยมีแผนงานโร้ดแม็ปลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษจากธุรกิจสุทธิเป็นศูนย์ ในธุรกิจศูนย์การค้า ที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ผ่านการลดการใช้พลังงานให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ลดการใช้ CFC และสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดหรือ Clean Energy  ให้ได้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งภายในและภายนอกโครงการให้ได้ถึง 1 ล้านต้นโดยเร็วอีกด้วย

LOGOS

หลังจากเปลี่ยนแบรนด์ให้เป็น CPN เมื่อหลายปีก่อน เซ็นทรัลพัฒนาเลือกที่จะกลับมาใช้ชื่อเต็มเป็น Central Pattana อีกครั้ง เพราะคำว่า ‘พัฒนา’ คือดีเอ็นเอที่แท้จริงของธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังนำเลขไทยมาใช้เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของภาษา แสดงถึง Local Spirit ได้ดี

ถ้าก่อนหน้านี้ผู้อ่านได้เห็นข่าวเปิดตัวโลโก้ใหม่ของทุกทั่วประเทศ และเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่เคยต่อท้ายด้วยคำว่า ‘พลาซา’ หรือ ‘เฟสติวัล’ ให้เป็นชื่อเรียกตามที่คนในชุมชนเรียกกัน อย่างเซ็นทรัลเชียงใหม่ เซ็นทรัล อุบล หรือเซ็นทรัล นครศรี

การรีแบรนด์เซ็นทรัลพัฒนาที่ตั้งใจเข้าถึงชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอนาคตที่ดีขึ้น

“เพราะเราเชื่อเรื่อง Customer Champions เรายกให้ลูกค้าเป็นหัวใจในการทำงาน ในการพัฒนาโครงการอะไรก็ตาม เราจะเริ่มต้นที่ลูกค้าเสมอ

“แม้แต่โลโก้ของแต่ละสาขา ก็มาจากแนวคิดที่แสดงอัตลักษณ์และความภูมิใจของท้องถิ่น นำมาผสมกับความเรียบและโมเดิร์น เราอยากให้คนท้องที่ภูมิใจกับเมืองของเขา”

โฉมใหม่ของโลโก้นี้เป็นฝีมือระดับอินเตอร์และเป็น Exclusive Collaboration ระหว่างเซ็นทรัลพัฒนา และ North สตูดิโอออกแบบจากสหราชอาณาจักร โกลบอลเอเจนซี่ระดับโลก นำทีมโดย Jeremy Coysten ผู้ทำงานกับเซ็นทรัลพัฒนามากว่าสิบปีแล้ว

แนวคิดในการออกแบบคือ Central + Location เป็นการทำให้ Central เข้าไปผสมผสานในทุก ๆ ท้องถิ่น ด้วยแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และประวัติศาสตร์อันยาวนานของแต่ละท้องถิ่น มาร้อยเรียงเป็นโลโก้ใหม่ อาทิ

เซ็นทรัล อยุธยา ใช้รูปทรงของเจดีย์มาวาดลวดลาย

เซ็นทรัล เชียงใหม่ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัล เชียงราย นำภูมิทัศน์ของไร่นา เส้นโค้งของไร่ชาบนภูเขาทางภาคเหนือมาเป็นแรงบันดาลใจ

การตีความลวดลายของเครื่องปั้นดินเผาและอักษรโบราณให้ออกมาเป็นโลโก้ของสาขาภาคอีสาน อย่างเซ็นทรัล อุดร และเซ็นทรัล ขอนแก่น

หรือสาขาล่าสุดเซ็นทรัล จันทบุรี ที่ออกแบบจากอัตลักษณ์อันโดดเด่นของจันทบุรี ชุมชนริมน้ำจันทบูร และลวดลายของเสื่อกกจันทบูร เป็นต้น

การรีแบรนด์ในวาระครบรอบ 40 ปีเซ็นทรัลพัฒนา ด้วยเป้าหมายเพื่อเข้าถึงชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างอนาคตที่ดีขึ้น

เจเรมี่เล่าว่า ความท้าทายของโครงการนี้คือการแตกแขนงแบรนดิ้งจากเดิมที่มีแค่ ‘พลาซา’ และ ‘เฟสติวัล’ ไปเป็นมากกว่า 30 แบรนด์ โดยแต่ละสาขาต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง ในเวลาเดียวกันก็ต้องเป็นหนึ่งเดียวกับสาขาอื่น ๆ ด้วย

Imagining better futures for all

หลายธุรกิจรีแบรนด์เพื่อตอบรับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ขณะที่แนวคิดของเซ็นทรัลพัฒนามีความตั้งใจอยู่แล้วว่า for All นั้นหมายถึง จะไม่ทิ้งคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง

จากการวิจัยพบว่าแบรนด์ที่มีเจตจำนงและคาแรกเตอร์ชัดเจนจะเติบโตขึ้น 2 เท่า และ 90 เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มมิลเลนเนียลมีแนวโน้มจะเลือกบริโภคธุรกิจที่มีบรรษัทภิบาลที่ดี มองธุรกิจมากกว่าผลกำไร แต่ต้องการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมโลก

“เรายังทำเพื่อทุก Stakeholder พอเป็นองค์กรใหญ่ก็มีผู้เกี่ยวข้องเยอะ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้เช่า ผู้ประกอบการ พนักงาน แล้วอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องมีนักลงทุนด้วย ดังนั้น Sense of Purpose ของเรายังเป็นสำหรับคนทุกกลุ่ม แต่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับจุดยืนของธุรกิจต่าง ๆ มาก จุดยืนขององค์กรคืออะไร ตรงกับจุดยืนของเขาไหม เวลาเขาเลือกองค์กรที่จะเข้าไปทำงาน ก็จะมีความคิดความอ่านที่ลึกขึ้น

“แต่ไม่ใช่แค่คนที่จะเข้ามาร่วมงานกับเราและอยากสร้างอิมแพคให้กับสังคม เราหวังว่าลูกค้า ผู้เช่า เขาจะเห็นความตั้งใจ เข้าใจ และอยากเข้ามามีส่วนร่วมเช่นกัน โดยหวังว่าจะทำให้ Loyalty ที่เหนียวแน่น เป็น Ecosystem ครบถ้วนยิ่งขึ้น”

ในขวบปีที่ 40 เซ็นทรัลพัฒนายังคงตั้งใจสร้างอิมแพคครั้งใหญ่ และมีแผนขยายไปในอีก 30 จังหวัดทั่วประเทศ แต่สังคมอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงได้ด้วยมือของใครคนใดคนหนึ่ง เหมือนที่คุณโอทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “สุดท้าย เราต้อง ‘ร่วมแรง ร่วมใจ’ สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจไปด้วยกันกับทุกคน”

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

พระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เปี่ยมไปด้วยความหมายทุกขั้นตอน ในงานถ่ายทอดสดทั่วโลก เราต่างได้เห็นว่าเหนือหีบพระบรมศพกษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร ประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่บอกเล่าความนัยพิเศษ

ธงรอยัล สแตนดาร์ด กับเครื่องราชกกุธภัณฑ์สหราชอาณาจักร 3 ชิ้น คือ พระมหามงกุฎอิมพีเรียล สเตต (The Imperial State Crown) พระลูกโลก (The Orb) และพระคทา (The Sceptre) บ่งบอกสถานะความเป็นกษัตริย์

การ์ดสีขาวลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 “In loving and devoted memory, Charles R.” บ่งบอกความเชื่อมโยงระหว่างประมุขผู้ล่วงลับ กับประมุขพระองค์ถัดไปผู้เป็นพระราชโอรส

แล้วพวงหรีดดอกไม้ที่ชูช่อสดสวยอยู่ใต้การ์ดสื่อถึงอะไร วัฒนธรรมดอกไม้ในราชสำนักวินด์เซอร์เป็นอย่างไรกัน ลองมาทำความรู้จักกันเสียหน่อย

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Peter Byrne – PA IMAGES//GETTY IMAGES

ดอกไม้ช่อสุดท้ายบนหีบนี้ออกแบบตามพระราชประสงค์ของคิงชาร์ลส์ คือใช้ดอกไม้และใบพฤกษาจากพระราชวังบักกิงแฮม กับพระตำหนักแคลเรนซ์ ในลอนดอน และพระตำหนักไฮโกรฟ มณฑลกลอสเตอร์เชียร์ เป็นที่รู้กันดีว่าคิงชาร์ลส์ทรงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาแต่ไหนแต่ไร และโปรดการจัดสวนตั้งแต่ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ดังนั้นช่อดอกไม้สดนี้จึงได้รับการออกแบบให้ย่อยสลายได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่อดอกไม้ประกอบด้วยดอกเมอร์เทิล (Myrtle) โรสแมรี่ และกิ่งโอ๊ก

เมอร์เทิลเป็นดอกไม้สีขาวที่อยู่ในช่อดอกไม้เจ้าสาวราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี 1858 ในพระราชพิธีสมรสของเจ้าหญิงวิกตอเรีย พระราชธิดาองค์โตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และพระราชพิธีสมรสของเจ้าหญิงพระองค์อื่น ๆ ดอกเมอร์เทิลกลายเป็นธรรมเนียมของราชสำนักที่เจ้าหญิงและสะใภ้หลวงจะทรงถือ เพื่อสื่อถึงความรัก ความหวัง โชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความสุขในชีวิตคู่ ในพระราชพิธีสมรสของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ และเจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทั้งแคเธอรีน มิดเดิลตัน และเมแกน มาร์เคิล ล้วนถือช่อดอกไม้ที่มีดอกเมอร์เทิลจากตำหนักออสบอร์น อดีตที่ประทับของราชวงศ์อังกฤษ

เมอร์เทิลที่ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพนี้ ตัดมาจากต้นเมอร์เทิลที่เติบโตจากกิ่งเมอร์เทิลในช่อดอกไม้งานพระราชพิธีสมรสของควีนเอลิซาเบธ กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ในปี 1947 การใช้ดอกไม้ชนิดนี้จึงสื่อถึงความผูกพันต่อพระราชสวามีผู้ล่วงลับในปีที่แล้ว 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Forest & Kim Starr
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Jane6592

ส่วนโรสแมรี่ พันธุ์ไม้ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยุคอียิปต์และกรีก-โรมันโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของการจดจำตามธรรมเนียมยุโรป ในงานอนุสรณ์สงครามหรืองานศพ ผู้ไว้อาลัยจะโยนโรสแมรี่ลงไปในหลุมศพ บทละครของเชกสเปียร์หลายเรื่องก็ใช้โรสแมรี่ในงานพิธีศพหรือกล่าวถึงผู้เสียชีวิต

“There’s rosemary, that’s for remembrance. Pray you, love, remember.”

โอฟีเลีย นางเอกแห่ง Hamlet เอ่ยถึงพ่อของเธอ 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Snowmanradio

ถัดมาคือกิ่งโอ๊กอังกฤษ สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งทนทาน ความอดทน และภูมิปัญญา โอ๊กเป็นไม้ท้องถิ่นขนาดยักษ์ที่สูงใหญ่ พบได้ทั่วประเทศ และมีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ไม้เนื้อแข็งทนทานชนิดที่ว่าฟ้าฝ่ายังยืนต้นอยู่ได้ ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่สร้างบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงต่อเรือ โอ๊กเป็นไม้สำคัญทั้งในประวัติศาสตร์และตำนานของอังกฤษ และได้รับสมญานามว่าเป็น The Wooden Walls of Old England 

นอกจากนี้ หรีดดอกไม้นี้ยังประกอบด้วยดอกเพลาร์โกเนียม กุหลาบ ไฮเดรนเยีย ซีดัม ดาเลีย และสกาบิโอซา ซึ่งล้วนมาจากสวนของราชสำนัก

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Christopher Furlong //GETTY IMAGES

ส่วนหรีดบนหีบพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในงานพระราชพิธีก่อนหน้าที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ประกอบด้วยกุหลาบขาว ดาเลียขาว ประดับด้วยกิ่งสนจากพระราชวังบัลมอรัล พิตโตสปอรัม ลาเวนเดอร์ และโรสแมรี่จากพระราชวังวินด์เซอร์ 

ดอกไม้ขาวเป็นที่นิยมในงานศพ กุหลาบและดาเลียขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความสงบ และกุหลาบขาวก็มักอยู่ในช่อดอกไม้ของเจ้าสาวด้วยเช่นกัน ช่อดอกไม้ในพระราชพิธีพิเษกสมรสของควีนวิกตอเรียมีกุหลาบขาว ซึ่งสื่อถึงความผุดผ่อง ความไร้เดียงสา และความซื่อสัตย์ต่อกัน

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : Alkis Konstantinidis //GETTY IMAGES

นอกจากนี้ยังมีพวงดอกไม้บนหีบพระบรมศพ เมื่อเคลื่อนย้ายพระบรมศพจากพระราชวังบัลมอรัลไปที่พระราชวังฮอลีรูด ประกอบด้วยดอกดาเลีย ดอกฟล็อกซ์ ดอกฮีเธอร์สีขาว กิ่งสน และดอกสวีทพี ซึ่งสวีทพีใช้ประดับหีบพระบรมศพเจ้าชายฟิลลิปเช่นกัน พืชพรรณเหล่านี้นำมาจากบัลมอรัล 

ฮีเธอร์สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีของชาวสกอตแลนด์ หายากกว่าฮีเธอร์สีม่วง มีหลายตำนานที่เกี่ยวข้องกับเจ้าดอกไม้มงคลนี้ ตำนานหนึ่งที่จับใจคนที่สุด คือโศกนาฏกรรมของคู่รักชื่อมัลวิน่ากับออสการ์ ซึ่งกำลังจะแต่งงานกัน แต่ออสการ์เสียชีวิตในการสู้รบก่อนวันแต่งงาน ผู้นำข่าวร้ายมาแจ้งแก่ว่าที่เจ้าสาว ด้วยการนำกิ่งฮีเธอร์สีม่วงมามอบให้เธอ เพื่อสื่อถึงความรักของออสการ์อันเป็นนิรันดร์ เมื่อน้ำตาของมัลวิน่าหยดลงบนกลีบดอกไม้ ฮีเธอร์สีม่วงก็แปรเปลี่ยนเป็นสีขาว 

แม้จะเศร้าโศกมาก แต่มัลวิน่าไม่ได้อยากให้ใครต้องพบความเจ็บปวดเช่นเธออีก จึงอธิษฐานให้ฮีเธอร์สีขาวนำโชคดีมาสู่ผู้พบเห็น จึงกลายเป็นธรรมเนียมว่าช่อดอกไม้เจ้าสาวมักมีฮีเธอร์สีขาว เพื่อสื่อถึงสิริมงคลแห่งชีวิตคู่ 

ส่วนสวีทพี ดอกไม้งามแสนหอมแห่งเดือนเมษายน เป็นสัญลักษณ์ของความสุข การบอกลา การขอบคุณ ความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นที่นิยมในอังกฤษตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 และเป็นดอกไม้ประจำยุคเอ็ดวาร์เดียน มักใช้จัดตกแต่งในพิธีวิวาห์หรืองานเลี้ยงอาหารค่ำ มีสมญานามว่า Queen of Annuals คำว่า สวีทพี ยังเป็นคำใช้เรียกคนรัก เด็ก หรือสัตว์น่ารัก ๆ ด้วยความเอ็นดู 

นอกจากความอ่อนหวานของภาษาดอกไม้ สิ่งที่น่าประทับใจคือการนำพรรณพฤกษาจากสวนในเขตพระราชฐานมาใช้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โปรดธรรมชาติและการจัดสวน พระราชโอรสของพระองค์ก็เช่นกัน การใช้ดอกไม้จากที่ประทับต่าง ๆ ในการอำลาครั้งสุดท้าย จึงสื่อความหมายที่กินใจมาก

แถมท้ายอีกเล็กน้อยเรื่อง Royal Garden สวนอังกฤษของราชวงศ์วินด์เซอร์ลือชื่อเรื่องความงาม มีหนังสือออกมาหลายเล่ม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม หรือใช้จัดกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ และผลผลิตจากสวนก็เคยนำมาสร้างโปรดักต์หลายครั้ง 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.royalcollectionshop.co.uk

ช่วงโควิดที่ผ่านมา พระราชวังบักกิงแฮมก็ผลิต Buckingham Palace Dry Gin ออกมาจำหน่าย ผู้เขียนจำได้ว่าเป็นข่าวฮือฮาและจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วจนต้องสั่งจอง ด้วยคำโฆษณาว่าใช้วัตถุดิบ 12 ชนิด เช่น เลมอน เวอร์บีนา ฮอว์ธอร์น ใบมัลเบอร์รี่ ที่เก็บมาจากสวนในพระราชวังบักกิงแฮมอันกว้างใหญ่ไพศาลถึง 16 เฮกเตอร์ เป็นบ้านของนก 30 สายพันธุ์ และดอกไม้ป่ามากกว่า 250 ชนิด

หลังจากนั้นเลยมีผลิตภัณฑ์อีกตัวตามมา คือ Buckingham Palace Sloe Gin คือใส่ลูกสโล หน้าตาคล้าย ๆ บลูเบอร์รีลงไปหมักใน Buckingham Palace Dry Gin ให้ได้รสชาติผลไม้ จินจะออกสีแดง ๆ 

ถ้าไม่ใช่สายดื่ม ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งดอกฮีเธอร์พระราชวังฮอลีรูด พระราชฐานในสกอตแลนด์ แต่เว็บไซต์บอกว่าน้ำผึ้งเก็บมาจากสวนรอบ ๆ พระราชวังบัลมอรัล ซึ่งเต็มไปด้วยดอกฮีเธอร์ อันนี้ก็แปลกใจว่าทำไมตั้งชื่อที่หนึ่ง แต่เก็บน้ำผึ้งมาจากอีกที่ แต่ทั้งสองพระราชวังอยู่ในสกอตแลนด์เหมือนกัน ทั้งสามผลิตภัณฑ์สั่งจองได้ที่ royalcollectionshop.co.uk แต่ไม่มีบริการส่งถึงเมืองไทยนะ 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.royalcollectionshop.co.uk

ปี 2022 นี้ คิงชาร์ลส์ก็เพิ่งออกโปรดักต์ร่วมกับแบรนด์น้ำหอม Penhaligon หมาด ๆ เป็นน้ำหอม ‘Highgrove Bouquet’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนพระตำหนักไฮโกรฟในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของคิงชาร์ลส์มาตลอดหลายสิบปี น้ำหอมประกอบด้วยกลิ่นดอกเจอเรเนียม ลาเวนเดอร์ ไฮยาซินธ์ ซิลเวอร์ไลม์ มิโมซา ทูเบอโรส ซีดาร์ รากไอริส และมัสก์ ซึ่งเน้นเรื่องแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการขายเข้ามูลนิธิการกุศลของคิงชาร์ลส์ด้วย 

ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ช่อดอกไม้เหนือหีบพระบรมศพ เหล้าจิน น้ำผึ้ง น้ำหอม ผลผลิตจากสวนพระราชฐานราชวงศ์อังกฤษ
ภาพ : www.penhaligons.com/uk/en/highgrove-bouquet

ในการผลัดเปลี่ยนรัชสมัยของสหราชอาณาจักร เราอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ต่าง ๆ เกี่ยวกับสวนในวัง ประเทศแห่งการจัดสวนนี้ดูจะมีอะไรให้ติดตามอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก

www.theguardian.com/uk-news/2022/sep/19/a-handwritten-note-a-crown-and-a-wreath-items-on-queens-coffin-and-what-they-signify

www.townandcountrymag.com/society/tradition/a41277503/flowers-queen-elizabeths-coffin-meaning/

inews.co.uk/news/wreath-queen-coffin-what-mean-symbolism-funeral-flower-display-explained-1865652

www.theluxurytravelgroup.com/blog/drink-like-the-queen-with-the-first-official-buckingham-palace-gin

www.delicious.com.au/drinks/spirits-cocktails/article/queen-launches-sloe-gin-made-buckingham-palace-botanicals/zc28kuoh

en.wikipedia.org/wiki/Rosemary 

tree2mydoor.com/pages/information-trees-celtic-tree-calendar-oak-tree-symbolism

www.historic-uk.com/CultureUK/The-English-Oak/ 

darachcroft.com/news/the-symbolism-of-white-heather-in-scotland

kathleenkarlsen.com/sweet-pea-flower-meaning 

www.royalcollectionshop.co.uk/ 

www.penhaligons.com/uk/en/highgrove-bouquet 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load