เวลาอ่านเคสงานออกแบบเพื่อสังคม หนึ่งในรูปแบบเคสที่จับใจฉันเป็นพิเศษคือ งานออกแบบที่ช่วยเหลือ ใส่ใจผู้คนบางกลุ่มให้พวกเขาไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

‘Community Dental Services’ คือหนึ่งในนั้น นี่คือคลินิกที่ออกแบบมาสำหรับคนที่กลัวหรือไปหาหมอฟันได้ยากโดยเฉพาะ ตั้งแต่ผู้คนที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ มีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรง คนไร้บ้าน จนถึงผู้ใหญ่และเด็กที่มี Dental Phobia อย่างรุนแรง

ภายใต้หน้าตาภายนอกที่อาจดูไม่ต่างจากคลินิกทำฟันทั่วไป แน่นอนว่า Community Dental Services หรือ CDS มีบางอย่างที่ต่างออกไป เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากซึ่งเป็นเรื่องสำคัญให้ผู้คนอย่างทั่วถึง

ลองมาเปิดประตูคลินิก แล้วเข้าไปสัมผัสโลกการทำฟันแบบพิเศษของที่นี่กันค่ะ

CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้

คลินิกที่ตั้งใจให้การทำฟันเป็นเรื่อง Positive และ Inclusive

CDS คือกิจการเพื่อสังคมที่ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2011 โดย Spin Out ออกมาจาก National Health Service (NHS) หรือระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ 

CDS ทำหน้าที่รักษาฟันและส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากให้ชาวอังกฤษ แต่การรับคนไข้ของที่นี่จะเป็นแบบต้องถูกส่งตัวต่อมาหรือ Referral Only เท่านั้น เพราะคลินิกนี้รับดูแลคนไข้กลุ่มพิเศษ ตั้งแต่เด็ก ๆ ที่มีภาวะออทิสซึม คนไร้บ้าน ผู้พิการ ไปจนถึงคนที่กลัวหมอฟันอย่างรุนแรง

คนไข้เหล่านี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และนั่นทำให้คลินิกทำฟันที่ภายนอกดูธรรมดานั้นมีภายในที่ออกแบบต่างไป

ที่นี่ลบภาพหมอฟันดุ ๆ ไปจนหมด ใครที่กลัวหมอฟันจะได้เจอกับเจ้าหน้าที่และทันตแพทย์ที่ใจดี ค่อย ๆ อธิบายถึงกระบวนการทำฟันในแต่ละครั้ง และสื่อสารภาษามือได้ถ้าจำเป็น นอกจากนั้น บางสาขายังมีสัตว์บำบัดหรือ Pet Therapy เพื่อช่วยให้คนไข้สบายใจมากยิ่งขึ้น

CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้
CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้

“เมื่อเรามั่นใจว่าสัตว์บำบัดเป็นเรื่องเหมาะสม เบซิลและฉันจะเข้าไปและพบพวกเขาเพื่อเริ่มสร้างสายสัมพันธ์ และพาพวกเขาผ่านพ้นกระบวนการรักษา” ผู้ที่คอยพาเจ้าหมาเบซิลแสนน่ารักเข้ามาดูแลคนไข้กล่าว

ขณะที่ในส่วนของคนไข้ที่มาหาหมอฟันได้ลำบาก เช่น ผู้พิการวีลแชร์ CDS ก็มีอุปกรณ์ที่ทำให้พวกเขานั่งรถเข็นเข้ามา และเอนตัวลงพร้อมทำฟันได้เลยโดยไม่ต้องโยกย้ายจากรถเข็น 

นอกจากนั้น CDS ยังมีคลินิกหมอฟันแบบเคลื่อนที่เพื่อเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ตั้งแต่คนไร้บ้านไปจนถึงเด็ก ๆ ที่มีความต้องการพิเศษ 

และในสถานการณ์ที่ทำให้การหาหมอฟันยากขึ้นไปอีกอย่างโควิด-19  คลินิกนี้ก็จัดการรับมือตั้งแต่ให้คำปรึกษาแบบออนไลน์ ร่วมเป็นเครือข่ายของ Urgent Dental Care Network ซึ่งดูแลเคสที่แนะนำทางโทรศัพท์หรือวิดีโอไม่ได้ รวมถึงออกไปแจกชุดดูแลฟันให้กับคนไร้บ้าน ซึ่งปกติเป็นกลุ่มเปราะบางอยู่แล้ว และยิ่งเปราะบางขึ้นอีกเมื่อเผชิญโควิด

เพราะดูแลใส่ใจผู้คนอย่างทั่วถึง คนไข้ที่เดินเข้าคลินิกในเครือข่าย CDS จึงรู้สึกสบายใจ และผ่านพ้นช่วงเวลาทำฟันได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไป

แต่ความพิเศษของคลินิกหมอฟันแห่งนี้ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะคำว่า Inclusive นั้นไม่ได้อยู่แค่คนไข้ แต่ยังไปถึงพนักงานและชุมชนด้วย

แนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบาก

ธุรกิจที่คิดถึงชุมชนและพนักงาน 

CDS เป็นคลินิกที่มีสถานะเป็นกิจการเพื่อสังคมในรูปแบบของ Community Interest Company หรือ CIC ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อให้ประโยชน์กับชุมชนมากกว่าผู้ถือหุ้นเอกชน คลินิกหมอฟันแห่งนี้จึงเกิดขึ้นและขับเคลื่อนเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง

นอกจากนั้น คลินิกนี้ยังมีพนักงานร่วมเป็นเจ้าของแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยพนักงานประจำทุกคนจะได้รับหุ้นมูลค่า 1 ยูโรเมื่อทำงานครบ 1 ปี และได้ถือหุ้นนี้ไปจนกว่าพวกเขาจะลาออก 

บุคลากรของ CDS จึงไม่ใช่แค่ลูกจ้าง แต่คือเจ้าของร่วมขององค์กรที่พวกเขาทำงาน เป็นเจ้าของร่วมที่ได้มีสิทธิ์มีเสียง เช่น มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกคนขึ้นมาเป็นบอร์ดของบริษัท 

CDS เชื่อว่า บริษัทที่มีรูปแบบร่วมเป็นเจ้าของนี้ มีแนวโน้มที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ มีการแข่งขัน มีผลกำไร และยั่งยืนกว่า 

หรืออาจพูดได้ว่า เมื่อให้ใจคนทำงานก็น่าจะได้ใจพวกเขากลับมาเช่นกัน 

แนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบาก
CDS คลินิกทำฟันที่ช่วยให้การหาหมอฟันไม่ใช่เรื่องaแนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบากสยองขวัญและทุกคนเข้าถึงได้

คลินิกพิเศษที่ยังส่งต่อความพิเศษต่อไป

ไม่ว่าจะในช่วงเวลาปกติหรือช่วงเวลาท้าทายอย่างเมื่อต้องพบเจอโควิด คลินิกทำฟันที่เป็นเจ้าของรางวัล Health and Social Care Enterprise of the Year จาก UK Social Enterprise Award 2017 ก็ยังคงเติบโตต่อไป

ปัจจุบัน CDS ให้บริการอยู่ใน 9 เทศมณฑล (County) ของอังกฤษ โดยในช่วง ค.ศ. 2020 – 2021 ที่ผ่านมา มีการจ้างงานพนักงานไป 488 คน ขณะที่ตัวกิจการก็มีผลประกอบการถึง 28 ล้านยูโร ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นถึง  54 เปอร์เซ็นต์

และแน่นอนว่าการเติบโตต่อไปเช่นนี้ ก็ย่อมหมายถึงการขยายศักยภาพในการให้บริการผู้คน เพื่อให้พวกเขามีสุขภาพฟันที่ดี ไปพร้อมการได้ประสบการณ์การรักษาที่ดีด้วย 

“ฉันมีนัดทำฟันเมื่อวานและแค่อยากจะบอกว่าขอบคุณ หมอฟันและผู้ช่วยของเขามหัศจรรย์มาก พวกเขาทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย และอธิบายทุกอย่างซึ่งทำให้ฉันผ่อนคลาย…” คนไข้คนหนึ่งเล่าถึงการทำฟันกับ CDS เอาไว้ 

เป็นรีวิวคลินิกหมอฟันที่อาจพบได้ไม่บ่อย และเพราะอย่างนั้นจึงชวนให้อบอุ่นใจจริง ๆ 

แนวคิด Community Dental Services คลินิกทำฟันของอังกฤษที่ออกแบบมาสำหรับคนกลัวหมอฟันและคนไปหาหมอฟันลำบาก

ข้อมูลอ้างอิง 

communitydentalservices.co.uk/

www.socialenterprise.org.uk

www.gov.uk

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของเราก้าวหน้าไปมาก และหนึ่งในคุณประโยชน์ของมันคือช่วยยกระดับชีวิตของผู้พิการให้ดีขึ้น 

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้เราจะเห็นกลุ่มผู้พิการอย่างคนตาบอดเล่นโซเชียลมีเดีย รับข่าวสารได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป

แต่ในอดีต ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ในประเทศทันสมัยอย่างญี่ปุ่น เคยมียุคหนึ่งที่แม้แต่วิทยุก็ยังไม่แพร่หลาย ผู้บกพร่องทางการมองเห็นในวันนั้นแทบจะถูกตัดขาดออกจากสังคม ไม่อาจรับรู้ข่าวสารที่สำคัญต่อชีวิต

ในวันนั้นเอง ที่งานออกแบบชิ้นหนึ่งถือกำเนิดขึ้นค่ะ

‘Braille Mainichi’ คือชื่อของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของญี่ปุ่นซึ่งมีหน้าตาต่างจากหนังสือพิมพ์ทั่วไป เพราะได้รับการออกแบบให้บอกเล่าข่าวสารด้วยอักษรเบรลล์ล้วน ๆ เพื่อเชื่อมผู้บกพร่องทางการมองเห็นกับสังคม

ด้านล่างนี้คือเรื่องราวของหนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์หนึ่งเดียวของญี่ปุ่น ที่เดินทางมายาวนานถึงปีที่ 100 แล้ว

Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์ญี่ปุ่น สื่อการอ่านของคนตาบอดมาตลอด 100 ปี

หนังสือพิมพ์จากคนตาบอด เพื่อคนตาบอด

ก่อนหน้าที่ Braille Mainichi ก็ถือกำเนิดขึ้น กลุ่มผู้บกพร่องทางการมองเห็นในญี่ปุ่นเข้าถึงข่าวสารที่จำเป็นต่อชีวิตได้อย่างยากเย็น วิทยุยังไม่แพร่หลาย คนอ่านอักษรเบรลล์ออกก็ยังมีน้อย 

ทางเดียวที่พวกเขาจะรู้ความเป็นไปของสังคมได้คือ การมีคนตาดีช่วยอ่านหนังสือพิมพ์แบบออกเสียงให้ฟัง

แต่ระหว่างนั้นเอง เด็กชายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อ Nakamura Kyotaro ก็ลืมตาดูโลก เขาตาบอดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แต่มีโอกาสเรียนหนังสือและกลายเป็นคนตาบอดคนแรกของญี่ปุ่นที่ได้ไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ 

ที่ประเทศนั้น Nakamura ได้เห็นสวัสดิการสำหรับคนตาบอด หลังจากนั้น เขาก็ฝันอยากทำบางอย่างที่สำคัญให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นในบ้านเกิด 

เขาอยากจัดทำหนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์ 

Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์ญี่ปุ่น สื่อการอ่านของคนตาบอดมาตลอด 100 ปี
Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์ญี่ปุ่น สื่อการอ่านของคนตาบอดมาตลอด 100 ปี

ไม่ยากเกินคาดเดา เมื่อไอเดียนี้ไปถึงหนังสือพิมพ์อย่าง Mainichi มันก็ได้รับการคัดค้านจากทั้งในและนอกองค์กร ญี่ปุ่นในตอนนั้นยังไม่ได้มีสวัสดิการที่ดีสำหรับคนตาบอด และอย่างที่บอกคือมีคนอ่านอักษรเบรลล์ได้น้อย ผู้คนต่างมองว่าหนังสือพิมพ์ที่ Nakamura อยากทำสร้างเม็ดเงินให้บริษัทไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เช่นนั้น ก็มีคนสำคัญคนหนึ่งที่มองโลกต่างออกไปและยื่นมือมา

“นี่เป็นไอเดียที่ดี เรามาทำสิ่งนี้กันเถอะ ไม่สำคัญหรอกว่าจะกำไรหรือขาดทุน” Hikoichi Motoyama ประธานของ Osaka Mainichi Shimbun ในเวลานั้นกล่าว

ด้วยเหตุนี้ Braille Mainichi จึงได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก โดยมี Nakamura Kyotaro เป็นบรรณาธิการคนแรก

หนังสือพิมพ์ที่เป็นสะพานสู่สังคม

 Braille Mainichi ฉบับแรกได้รับการตีพิมพ์ในปี 1922 (ปีไทโชที่ 11)

ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ Mainichi Shimbun เวอร์ชันอักษรเบรลล์ แต่รวบรวม เรียบเรียง และตีพิมพ์ข่าวในหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น เช่น สวัสดิการ การศึกษา และวัฒนธรรม 

Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์ญี่ปุ่น สื่อการอ่านของคนตาบอดมาตลอด 100 ปี

ในแง่หนึ่ง คนตาบอดได้รับความรู้ ความกล้าหาญ และความสบายใจที่จะอยู่ในสังคมในฐานะพลเมืองอิสระคนหนึ่ง และในอีกแง่หนึ่ง สังคมที่เคยเพิกเฉยคนตาบอดก็ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น – บทบรรณาธิการของ Nakamura เขียนไว้เช่นนั้น

แล้วจากวันแรก Braille Manichi ก็เริ่มต้นการเดินทางที่ยิ่งใหญ่และยาวนาน โดยมาพบปะผู้อ่านเป็นรายสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ แม้แต่ในช่วงเวลาเลวร้ายอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และในสถานการณ์ภัยพิบัติมากมายของยุค Heisei (1989 – 2019) อีกทั้งเป็นที่รู้จักกว้างขวาง ระดับที่ เฮเลน เคลเลอร์ (Helen keller) เคยแวะเวียนมาเยี่ยมโรงพิมพ์

Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์หนึ่งเดียวของญี่ปุ่น เชื่อมผู้บกพร่องการมองเห็นกับสังคมมา 1 ศตวรรษ

ไม่ใช่แค่ทำให้งานออกแบบชิ้นนี้เกิดขึ้น Nakamura และทีมงานยังออกแบบกิจกรรมอื่นขึ้นมารายรอบเพื่อทำให้อักษรเบรลล์แพร่หลาย เช่น สัมมนาและการพิมพ์ตำราอักษรเบรลล์ส่งให้โรงเรียนคนตาบอด 

ไม่หมดเท่านั้น Braille Mainichi ได้ลงมือขับเคลื่อนให้ความสามารถ และความสำเร็จของผู้บกพร่องทางการมองเห็นเป็นที่ประจักษ์ เช่น ในปี 1928 หนังสือพิมพ์ก่อตั้งการประกวดสุนทรพจน์ระดับชาติสำหรับนักเรียนจากโรงเรียนสอนคนตาบอด และในปี 1964 ได้ก่อตั้งรางวัลวัฒนธรรม Braille Mainichi สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จในด้านวัฒนธรรม การศึกษา และงานเพื่อสังคม

ตลอด 1 ศตวรรษ หนังสือพิมพ์เล็ก ๆ เล่มนี้จึงไม่ใช่แค่หนังสือพิมพ์ 

แต่คือสะพานที่ช่วยให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นและสังคมเดินมาพบกัน

หนังสือพิมพ์อายุร้อยปีที่ยังไม่หยุดเดิน

 ในปี 2020 Braille Mainichi ได้รับ Silver Award จากเวที International Design Awards ที่สนับสนุนโดย International Association for Universal Design (IAUD)

คณะกรรมการชื่นชมหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ในฐานะหลักฐานของคำมั่นสัญญาที่ยาวนานหลายสิบปีกับสังคมผู้บกพร่องทางการมองเห็นของญี่ปุ่น 

แม้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นอาจพึ่งพาหนังสือพิมพ์กระดาษน้อยลง Braille Mainichi ที่ตีพิมพ์มาแล้วมากกว่า 5,000 ฉบับก็ยังคงเดินทางต่อไป โดยปัจจุบันได้มีการเพิ่มรูปแบบที่ตอบรับกับยุคสมัย เช่น หนังสือเสียงและหนังสือพิมพ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 

Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์หนึ่งเดียวของญี่ปุ่น เชื่อมผู้บกพร่องการมองเห็นกับสังคมมา 1 ศตวรรษ
Braille Mainichi หนังสือพิมพ์อักษรเบรลล์หนึ่งเดียวของญี่ปุ่น เชื่อมผู้บกพร่องการมองเห็นกับสังคมมา 1 ศตวรรษ

ที่ออฟฟิศของ Braille Mainichi บรรณาธิการและเหล่ากองบรรณาธิการยังคงตั้งอกตั้งใจคัดสรรข่าวสารสำคัญเพื่อส่งถึงผู้บกพร่องทางการมองเห็นทุกสัปดาห์ 

จากปี 1922 สู่ปี 2022 และยังคงไม่หยุดเดิน 

ข้อมูลอ้างอิง :

mainichi.jp/english/articles/20201218/p2a/00m/0na/016000c

www.mainichi.co.jp/co-act/tenji.html

mainichi.jp/english/articles/20170511/p2a/00m/0na/006000c?fbclid=IwAR32PGA_DaEIEEMX68Xf4aio6oul9t9LC2k1_dh_1G0InNlySxXW9vXd11I

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load