ไปทัวร์ดูบ้านแมวมาค่ะ

เอ… แต่จริงๆ จะเรียกบ้านก็ไม่ถูกนัก ต้องเรียก ‘ระเบียงแมว’ น่าจะตรงกว่า

คืออะไรอ่า

ภาษาปะกิตเขาเรียก Catio (Cat+Patio) เป็นส่วนต่อเติมจากระเบียงบ้าน คิดค้นโดยบรรดาทาสแมว สำหรับเป็นบริเวณตากอากาศ ให้คุณๆ ท่านๆ บรรดาเหมียวออกไปนั่งๆ นอนๆ กินลมชมวิวกันค่ะ

ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข
ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข
ภาพ : www.thecattopia.com

What ?!?

นี่เป็นคำพูดแรกที่หลุดจากปากอุ้ม หลังจากเห็นโบรชัวร์ Portland Catio Tour ครั้งที่ 9 (คือทัวร์เป็นปีที่ 9 นะฮะ ไม่ใช่อุ้มเห็นโบรชัวร์ติดกัน 9 หน)

พอดีไปซื้ออาหารแมวที่ร้านแถวบ้าน ตอนจ่ายเงินแล้วหยิบโบรชัวร์ทัวร์ระเบียงแมวนี่ขึ้นมาดู คุณแคชเชียร์ผมสีเขียวรอยสักเต็มแขนยิ้มทะลุหน้ากาก แล้วบอกว่าชี (เอ๊ะหรือเด) ตื่นเต้นมาก เพราะปีนี้จะได้ไปทัวร์กับเขาเป็นครั้งแรก อุ้มยังงงๆ ไม่หายว่านี่มันคืออะไรฟะ เกิดมาไม่เคยได้ยิน แล้วมีมาเป็นปีที่ 9! คือโคตรจะพอร์ตแลนด์เลย เรื่องอะไรแบบนี้นี่ไม่เป็นสองรองใครจริงจริ๊ง

อุ้มเอาโบรชัวร์กลับมาบ้าน แล้วนั่งจ้องหน้า 2 แมวที่เพิ่งไปเอามาเลี้ยงเมื่อต้นปี ตอนมาใหม่ๆ เป็นลูกแมวเหมียวตัวน้อยๆ ก็หงิมๆ น่าเอ็นดู๊ อยู่มาจะปี ตอนนี้พวกฮีกลายเป็นเจ้าของบ้านไปแล้วเรียบร้อย

ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข

คืออุ้มนี่นะคะ ตั้งแต่เป็นเด็กจนโตมาก็เลี้ยงแต่หมา เรียกตัวเองว่าเป็น Dog Person จนอายุ 46 ตั้งใจมุ่งมั่นว่าสักวันจะต้องมีหมาชิบะ แต่อยู่ดีๆ ก็มีพ่อลูกสอง (ชื่อสมคิด) มาโค่นล้มโครงการชิบะอินุซะอย่างนั้น อะ แมวก็แมว ก็เลยไปรับเลี้ยงลูกแมวตัวผู้ 2 ตัวพี่น้องมาจาก Shelter (คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่รับแมวจรจัดมาจัดการฉีดวัคซีน ทำหมัน แล้วหาบ้านให้) อุ้มเห็นตัวดำๆ วิ่งแวบไปแวบมาเลยตั้งชื่อว่า Ninja สมคิดเดินมาแล้วบอกว่าอีกตัวชื่อ Noodle แล้วกัน เรียกแล้วตลกดี บ้านเราก็เลยมีนูเดิ้ลกับนินจามาแต่นั้น

ถึงอุ้มจะไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน แต่ใครที่รู้ก็คงจะพอบอกได้ว่าใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนอุ้มก็ตกเป็นทาส เฮ้ย เลี้ยงแมวทำไมมันง่ายอย่างงี้! ไม่ต้องพาไปเดิน ไม่กระโดดใส่ ไม่เห่าด้วย แถมถ้าจะไปเที่ยวไหนแค่วันสองวัน ทิ้งอาหารไว้ก็อยู่กันได้เองอีก น้ำก็ไม่ต้องอาบ อยากเล่นก็มา ไม่อยากเล่นก็โดดหนีไป แต่วันไหนรักหน่อยก็มีมานวดให้ด้วย! ยอมมั้ยแบบนี้ ยอมสิ (แต่อย่าเพิ่งมาเรียกว่าเป็น Cat Lady นะ ขอเวลาอีกแป๊บ)

ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

ทีนี้ใครจะเลี้ยงแมว คำถามสำคัญก็คือ จะให้เป็นแมวอยู่ในบ้าน (Indoor) หรือออกไปนอกบ้าน (Outdoor) ได้ด้วย แม่สามีซึ่งเลี้ยงแมวมาทั้งชีวิต แนะนำว่าให้แมวอยู่แต่ในบ้านเถอะ ปลอดภัยและดีกว่าเยอะ ทั้งต่อแมวและต่อเจ้าของ อุ้มลองไปหาข้อมูลดูก็พบว่าจริงตามนั้นค่ะ 

แมวที่อยู่แต่ในบ้านอายุเฉลี่ยประมาณ 10 – 15 ปี ในขณะที่แมวออกนอกบ้านอายุเฉลี่ยประมาณ 2 – 5 ปีเท่านั้นเอง เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่างๆ อย่างเช่น ถูกรถชน ถูกสัตว์อื่นหรือแมวด้วยกันเองกัด ไปกินสารพิษ ต้นไม้มีพิษ ไปติดพยาธิ เห็บ หมัด โรคร้ายต่างๆ โดนคนขโมย หรือโดนคนทำร้าย แม้แต่กรณีเพื่อนบ้านโมโหเอายาเบื่อให้กินก็เคยได้ยินมาแล้ว เวลาอุ้มเดินไปตามถนนหนทางที่นี่นะคะ มีป้ายแมวหายติดให้เห็นเป็นประจำ เพื่อนที่มีแมวปล่อยให้อยู่นอกบ้าน ก็คอยมาเล่าว่าบางวันไม่ได้นอนกันทั้งคืน เพราะแมวไม่กลับ หรือกลับมาในสภาพโดนกัดยับเยิน คุณพ่ออุ้มเองก็แมวหายไป 2 ตัว

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

อีกเรื่องที่ไม่ใช่เป็นภัยกับแมว แต่เป็นแมวเองนี่ล่ะที่ไปกัดไปทำร้ายสัตว์อื่นจนน่าเป็นห่วง เชื่อไหมคะว่าแมวที่อยู่นอกบ้าน ถือเป็นภัยร้ายแรงอย่างยิ่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในโลก ที่ผ่านมา นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานถึง 63 ชนิดสูญพันธุ์จากโลกนี้ไปแล้วเพราะแมว สถิติยังยืนยันว่าในอเมริกาและแคนาดา แมวนอกบ้านและแมวจรจัดถือเป็นภัยอันดับหนึ่งต่อนก แมวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่านเหล่านี้ ฆ่านกไปเป็นจำนวนมากถึง 2,400 ล้านตัวต่อปี! ฟังแล้วน่าตกใจมากเลยใช่มั้ยคะ อุ้มว่าในเมืองไทยก็อาจจะเป็นตัวเลขที่สูงมากเหมือนกัน

ทีนี้มีคนเถียงว่า แหม แมวมันมีสัญชาตญาณชอบออกไปข้างนอก ขังไว้ในบ้านไม่ได้ออกกำลังกาย เดี๋ยวก็อ้วน เดี๋ยวก็เบื่อตายกันพอดี

อุ้มเห็นแมวที่บ้านก็วิ่งคึกกันทั้งวัน ไม่เล่นกันเองก็เล่นกับเรา ของเล่นทีแรกไปหามาซะเยอะแยะ เอาเข้าจริงมันก็เล่นอะไรง่ายๆ นะคะ บางทีกล่องกระดาษนี่ปีนเข้าปีนออกเล่นอยู่ได้ทั้งวัน ให้กินอาหารที่คุณภาพดี (อุ้มให้กิน Raw Food ผสมกับอาหารเม็ดวันละ 2 มื้อ เดี๋ยวถ้าโตกว่านี้จะเปลี่ยนเป็นอาหารสำหรับ Indoor Cat โดยเฉพาะ) ไม่มากเกินไป แล้วก็มีเปลติดหน้าต่าง (Window Perch) กับแท่นสูงๆ ให้มันขึ้นไปนอนดูอะไรต่อมิอะไรหน้าบ้าน ก็เห็นมีความสุขกันดี รูปร่างปราดเปรียว มองจากข้างบนยังมีเอวชัดเจน เพราะฉะนั้นเรื่องอ้วน เรื่องเบื่อนี่ อุ้มว่าเจ้าของอาจจะคิดไปเอง

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

ส่วนเรื่องที่ว่าแมวอยู่แต่ในบ้านจะลับเล็บ ทำลายข้าวของและอึฉี่ไปทั่ว อันนี้อุ้มค่อนข้างเข้าใจเรื่องลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์ เพราะมันเป็นสัญชาตญาณของเขา เห็นอะไรที่มีพื้นผิวสากๆ เป็นไม่ได้ นูเดิ้ลกับนินจานี่ก็เป็น แต่พอไปหา Scratching Post หรือเสาให้เขาเอาไว้ตะกุย กับที่ลับเล็บแบบเป็นกล่องๆ วางไว้ตามที่ต่างๆ ก็ช่วยได้อยู่นะคะ เวลาเริ่มจะไปตะกุยโซฟา ก็รีบดุแล้วจับมาวางบนที่ลับเล็บแทน ก็แก้ไปได้อีกบ้าง อุ้มไปเห็นเทปเหนียวๆ 2 ด้าน เอามาแปะไว้ตามที่ที่แมวชอบตะกุย ก็ได้ผลดีมากเลยค่ะ คือจะบอกว่า มีหลายวิธีมากที่จะป้องกันหรือแก้ไขเรื่องนี้

ส่วนเรื่องอึฉี่ อุ้มไม่เคยมีปัญหาเลยนะคะ เพราะแมวนี่ฝึกให้ฉี่ใน Litter Box หรือกระบะฉี่ง่ายมากเลย ตั้งแต่เอานูเดิ้ลกับนินจามาที่บ้านตอนเป็นแมวเล็กๆ พอจับวางที่หน้ากระบะ เขาก็เดินเข้าไปฉี่ ไปอึกันเอง ไม่เคยมีอุบัติเหตุให้ต้องทำความสะอาดบ้านเลย เรื่องที่อุ้มได้ยินมาแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ก็คือถ้าคอยทำความสะอาดกระบะอยู่เสมอ แมวก็จะไม่ไปฉี่ที่อื่น คือใครจะชอบเข้าห้องน้ำสกปรกๆ จริงไหมคะ อะนี่ก็เลยต้องตักขี้แมววันละสองสามหนต่อไป

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

ฟังดูแล้ว การเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้านนี่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แล้วทำไมต้องมาพูดกันถึงเรื่องระเบียงแมว

ก็เพราะยังมีคนที่ปล่อยให้แมวออกไปนอกบ้านอยู่น่ะสิคะ หรือมีคนที่มี Outdoor Cat แล้วอยากปรับนิสัยเปลี่ยนพฤติกรรมให้มันกลับมาอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน โดยไม่ทำร้ายจิตใจกันมากเกินไป รวมถึงคนที่เลี้ยงแมวอยู่แต่ในบ้าน แล้วอยากยกระดับคุณภาพชีวิตแมว ให้ได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมนก ชมไม้ โดยที่ยังปลอดภัย และไม่ไปรบกวนทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย

ก่อนจะเล่าถึง Catio อุ้มอยากเล่าถึงองค์กรที่เป็นต้นคิดเรื่องนี้ก่อนสักหน่อยค่ะ

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

องค์กรสัญชาติพอร์ตแลนด์แห่งนี้ มีชื่อว่า Feral Cat Coalition of Oregon ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1995 (เกือบ 30 ปีที่แล้ว) โดยสัตวแพทย์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งสังเกตว่าประชากรแมวจรจัดในพอร์ตแลนด์มีเยอะมากจนน่าเป็นห่วง และวิธีการเดิมๆ อย่างจับไปฆ่า นอกจากจะทารุณแล้วยังไม่ได้ผล เพราะพอจับแมวไป แมวชุดใหม่ก็จะเข้ามาอยู่ ออกลูกออกหลาน เพิ่มปริมาณกันต่อไปไม่รู้จบ

คุณสัตวแพทย์แสนประเสริฐกลุ่มนี้เลยคิดกันว่า แทนที่จะจับไปฆ่า ควรจะจับแมวพวกนี้มาทำหมัน ขลิบหูเป็นเครื่องหมาย แล้วเอากลับไปปล่อยที่เดิม (Trap-Neuter-Return) แรกเริ่มก็ไปใช้พื้นที่ตามคลินิกที่ปิดวันอาทิตย์ แล้วก็ค่อยๆ ทำกันไป วันหนึ่งได้ 10 – 20 ตัว แต่พอคนเริ่มบอกกันปากต่อปาก เงินบริจาคเงินสนับสนุนก็หลั่งไหลกันเข้ามา พร้อมๆ กับแมวจรจัดที่มีคนคอยให้อาหาร และไม่อยากให้ถูกจับไปคร่าชีวิต

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.feralcats.com

ถึงเวลานี้ FCCO มีตึกเป็นของตัวเอง และทำหมันแมวจรจัดไปแล้วมากกว่า 100,000 ตัว! และประชากรแมวที่เคยเห็นรวมตัวกันเป็นกองทัพลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ แถมยังเข้าทางกับผู้คนในพอร์ตแลนด์ซึ่งรักสิ่งแวดล้อม รักสัตว์ ไม่นิ่งดูดาย และเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาอย่างฉลาดและยั่งยืน เพราะการทำหมันมีค่าใช้จ่ายแค่ประมาณตัวละ 40 เหรียญฯ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายของการจับไปฆ่านั้นสูงถึงเกือบร้อยเหรียญฯ ต่อตัว คือเป็นการทำบาปที่แพงด้วย เฟลด้วย จะทำไปทำไม

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.catssafeathome.org

ทีนี้ปัญหาที่ยังเหลืออยู่ก็คือ ยังมีแมวบ้านออกมาเพ่นพ่านตามท้องถนนอยู่ดี เหล่าคุณหมอเลยคิดต่อ ว่าจะทำยังไงให้คนหันมาสนใจเรื่องนี้ คำตอบที่ได้คือโครงการ Cats Safe at Home พร้อมกับไอเดียใหม่ถอดด้าม เรื่องทำพื้นที่ (จริงๆ ก็คือกรงขนาดใหญ่) ให้แมวได้อยู่ในบริเวณบ้าน แต่ยังรู้สึกเหมือนอยู่ ‘ข้างนอก’ แล้วเรียกนวัตกรรมนี้ว่า Catio จากนั้นก็ส่งเสริมให้คนสร้าง ในเว็บไซต์ มีแบบ DIY ให้ทำเอง มีลิสต์ของบริษัทก่อสร้าง มีตอบคำถามที่คนอยากรู้ และที่สนุกที่สุด ก็คือมี Catio Tour นี่ล่ะค่ะ

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.catssafeathome.org

อุ้มดูแผนที่ของทัวร์ปีนี้แล้วก็ตัดสินใจเลือกทัวร์แบบออนไลน์ จะได้ไม่ต้องขับรถไปทั่วเมือง สนุกดีค่ะ ได้เห็นระเบียงแมวหลายๆ แบบ ได้ฟังเจ้าของมาเล่าว่าเลือกสถานที่ยังไง สร้างยังไง มีอะไรที่เป็นข้อผิดพลาดหรือข้อดี อุ้มว่าหลักๆ เลยก็คือต้องคิดให้ได้ก่อนว่าจะเอาระเบียงแมวนี้ไปไว้ตรงไหนของบ้าน แล้วจะให้มันเข้าออกยังไง จากนั้นค่อยคิดต่อว่าจะสร้างให้หน้าตาเป็นแบบไหน มีรายละเอียดอะไรบ้าง

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.thecattopia.com

ที่อุ้มดูมานี่มีตั้งแต่แบบสร้างง่ายๆ เจ้าของทำกันเองราคาไม่กี่ร้อยเหรียญฯ ไปจนถึงเรียกผู้รับเหมามาสร้าง มีทางเดินมุงหลังคาไปรอบสวนหลังบ้าน วัสดุอย่างดี ตีราคาออกมาเป็นแสนๆ บาท (อุ้มได้ยินว่าตอนนี้ที่แคลิฟอร์เนียเริ่มฮิตมาก Catio บางแบบนี่ปาเข้าไปล้านกว่าบาท! จะบ้าเหรอ! สร้างให้แมวเนี่ยนะ)

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : catiospaces.com

เจ้าของบ้านที่มี Catio พูดตรงกันว่า ตั้งแต่มีระเบียงแมวมา แมวของเขาดูมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แรกๆ อาจจะงงๆ ว่าคืออะไร แต่พอได้รู้ว่าออกมานั่ง มานอนเล่นได้ แมวแทบทุกตัวก็ออกมาอยู่ใน Catio ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน บางตัวชอบแม้กระทั่งไปนั่งตากฝน! ยิ่งมีชั้นสูงๆ ให้นอนตากแดดนอนดูนกนี่ยิ่งถูกใจคุณเหมียว เจ้าของบ้านบางคนทำแบบไม่ได้ติดถาวร ถ้าต้องย้ายบ้านก็ถอดออกไปประกอบที่บ้านใหม่ได้ หรือบางคนกลับบอกว่า พอมี Catio อยู่หลังบ้าน ทำให้มูลค่าบ้านของเขาเพิ่มขึ้นอีก เพราะเจ้าของใหม่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงก็ได้ใช้เลย ไม่ต้องเสียเวลาสร้างเอง

อุ้มเองก็ยังเล็งอยู่ว่าถ้าจะสร้างระเบียงแมวจริงๆ จะเอาไปไว้ตรงไหน ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คงเป็นระเบียงหลังบ้าน ยังลองนึกเล่นๆ นะคะ ว่าใครมีตึกแถวมีทาวน์เฮาส์นี่ ตรงระเบียงคงเหมาะที่สุด หรือใครพื้นที่ไม่เยอะ อุ้มชอบแบบที่ยื่นออกมาจากหน้าต่าง ดูสร้างง่ายและไม่เปลืองที่ดี

ภาพ : catiospaces.com
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.thecattopia.com

ตอนนี้ทัวร์ออนไลน์ ก็ยังเข้าไปสมัครได้อยู่นะคะ มีค่าใช้จ่ายแค่ 15 เหรียญฯ เอง ทัวร์ของปีที่แล้วก็มี หรือจะไปซื้อไกด์บุ๊ก ของปีก่อนๆ ก็มีรูปและเรื่องให้อ่าน เล่มละ 5 เหรียญฯ คุ้มมากเลย

เรื่องระเบียงแมวนี่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากๆ เลยนะคะ แม้แต่ในพอร์ตแลนด์เอง อุ้มเล่าให้ใครฟังว่ากำลังเขียนเรื่อง Catio ทุกคนถามหมดเลยว่าคืออะไร อุ้มเอามาเล่าให้ชาว The Cloud ฟังก่อนใคร เพราะเชื่อว่านี่เป็นสังคมของคนรักแมว (และหมาด้วย) น่าจะเก็ตเรื่องนี้และสร้างตามกันได้ไม่ยาก แอบรู้สึกด้วยว่าเดี๋ยวต้องมีสายคราฟต์ทำ Catio สวยๆ ออกมาให้เห็นในไอจีแน่ๆ

ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูวิดีโอสัมภาษณ์เจ้าของ Catio บางส่วนได้ฟรีที่ YouTube Channel ของ Cats Safe at Home ถ้าอยากลองสร้างระเบียงแมวแบบง่ายๆ มีวิดีโอสอนเยอะแยะเลยค่ะ ลองดูตัวอย่างที่นี่ก็ได้ค่ะ

 เถลไถลเล่าโน่นเล่านี่ไปทั่ว แต่สุดท้ายก็อยากสรุปว่า เก็บแมวที่รักไว้บ้าน ปลอดภัยและดีกว่า แล้วถ้าอยากยกระดับ คุณ-ภาพ-ชี-วิต ให้แมวที่รัก ก็มาสร้างระเบียงแมวกันค่ะ เมี้ยว!

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.oregonlive.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

สวัสดีปีใหม่ค่ะชาวเดอะคลาวด์ทุกคน!

รอดพ้นปีที่แล้วมาได้ก็ถือว่าควรค่าแก่การฉลอง ว่าไหมคะ เพราะมันเป็นปีแห่งการเอาตัวรอดโดยแท้! เรียนออนไลน์ ฉลองวันเกิดผ่านซูม ไปเยี่ยมปู่ย่าตายายแล้วแต่ได้โบกมืออยู่นอกกระจกหน้าต่าง ขึ้นเครื่องบินใส่หน้ากาก 2 ชั้น แยงจมูกตรวจโควิดกันจนนับหนไม่ถ้วน ฉีดวัคซีนเข็มแล้วเข็มเล่า เฝ้ารอข่าวว่าสายพันธุ์ใหม่มันจะชื่ออะไรกันนะ

แต่อย่างน้อยปีที่ผ่านมาก็ต้องมีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นบ้างแหละน่า เรื่องดีที่ผ่านมาของอุ้ม คืออยู่อเมริกามาครบ 10 ปี และมีงานทำในประเทศนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตค่ะ!

อยู่เมืองไทยมาเกือบ 4 ทศวรรษ ทำงานหนักทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมาจนหลังอาน กะว่าจะเออร์ลี่รีไทร์ ใช้ชีวิตวัยกลางคนสวย ๆ กับเขาสักหน่อย ดั๊นย้ายมาอยู่อเมริกา ชีวิตพลิกผันให้มีอันต้องกลายเป็นแม่ของลูกสาว 2 คน ทาสในเรือนเบี้ยสิคะทีนี้ ไม่ได้กินไม่ได้นอน ไม่ได้มีชีวิตของตัวเองมาร่วมสิบปี คือเล่นเป็นอีเย็น แล้วไม่มีเสียงสั่งคัทให้ออกจากซีนอารมณ์ซะที

แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ลูกก็ไปโรงเรียนกันหมด! อีเย็นผื่นขึ้นเลยสิทีนี้ จะทำอะไรดีให้ชีวิตไม่ว่างเปล่า (ไปทำเล็บสิเธอ หรือหัดอยู่เฉย ๆ มั่งก็ได้นะ)

แถวบ้านอุ้มมีร้านขายของเก๋ไก๋อยู่ร้านหนึ่งค่ะ ชื่อเจ้าของร้านเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มาก่อน แล้วก็ตัดสินใจมาทำเวิร์กชอป Letterpress ของตัวเอง กับเปิดร้านขายของจาก Makers ทั่วพอร์ตแลนด์และทั่วอเมริกา อุ้มนี่ก็เป็นลูกค้าสายแจ๋น คือเข้าไปซื้อของอยู่บ่อย ๆ ไปทีไรก็คุยฮิฮะโน้นนี้กับเจ้าของร้าน แล้วอยู่มาวันหนึ่ง เขาก็บ่นเปรย ๆ ว่าเนี่ยไอต้องเริ่มหาคนมาช่วยละ ทำอยู่คนเดียว 3 ปี อะดรีนาลินหลั่งจนจะหมดต่อมอยู่แล้วเนี่ย

อิฉันก็หูผึ่งสิคะ กำลังมิดไลฟ์ไครสิสอยู่เมื่อวาน เลยกะพริบตาปริ๊บ ๆๆๆ ถามกลับไปทันทีว่า “อยากจ้างไอไหมล่ะ” เจ้าของร้านอึ้งไปนิดหนึ่ง ด้วยว่าคงเปรยเฉย ๆ ไม่นึกว่าต้องรับผิดชอบชีวิตอินางนี่ขึ้นมาแบบนี้ ก็เลยตอบมาแบบกว้าง ๆ ว่า “ส่งอีเมลเรซูเม่มาแล้วกัน เดี๋ยวไอจะลองดูให้นะ” แหม… คงกะว่าถ้าปฏิเสธทางอีเมล จะได้ไม่ประดักประเดิดงิ

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

ไม่รู้จัก Super-overachiever อย่างตรูซะแล้ว! เดี๋ยวจะร่ายประวัติให้เฟี้ยวเลย ก็เรซูเม่เดี๊ยนมีที่ไหนกันเล้า! เรียนจบมาจะ 30 ปีแล้ว ไม่เคยไปสมัครงานที่ไหน ขนาดทรานสคริปต์ยังไม่เคยไปขอเลยค้าาา ก็เลยเล่าไป 3 ย่อหน้าถ้วนว่าเคยทำอะไรที่ไหนมามั่ง แล้วพอถึงวันสัมภาษณ์ ก็หอบหนังสือที่เคยทำไปให้เขาดูตั้งหนึ่ง เขาคุยด้วยอยู่สิบนาที แล้วก็บอกว่า ที่เล่ามานี่ไอแอบตกใจนิดหน่อย เพราะยูคุณสมบัติเกินตำแหน่งไปมากกกกกก แต่ถ้าอยากทำงานที่นี่ ก็ช่วยมาทำหน่อยเถอะจ้า มีเงื่อนไขว่า ช่วงทดลองงาน 3 เดือนแรก ค่าจ้างให้ได้แค่ขั้นต่ำ ชั่วโมงละ 16 เหรียญนะ โอเคไหม

คืออุ้มนี่ให้เท่าไหร่ก็เอาแหละ เพราะรู้อยู่แล้วว่าไปทำเพื่อประสบการณ์ ร้านเดินจากบ้านไป 7 นาทีถึง แล้วทำอาทิตย์ละแค่ 3 – 4 วัน ตอนลูกไปโรงเรียน ความรับผิดชอบก็ไม่เยอะ ไม่เหมือนสมัยเปิดบริษัทอยู่เมืองไทย ค่าใช้จ่ายและปัญหาท่วมหัว จะมีงานไหนเหมาะไปกว่านี้อีก

ก็เลยมีงานทำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วค่ะ

ถามว่าทำงานอะไร ตอบง่าย ๆ ก็คือไปขายของที่ร้านแหละค่ะ แต่ประสาให้ร้อยทำ 3 หมื่น นอกจากการดูแลลูกค้าราวญาติร่วมสายเลือด เช็ดถูดูแลสินค้าให้สวยหมดจด ดิฉันก็ไปช่วยเขาคิดสโลแกนร้าน หาวิธีสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย จัดดิสเพลย์ ค้นคว้าข้อมูลของ Makers ที่เขาคัดมาขาย นี่จะทำเวิร์กชอปเรียกลูกค้าให้เขาอี๊ก

ทั้งหมดนี้ ได้ค่าจ้างเดือนละประมาณพันกว่าเหรียญ หรือ 3 หมื่นกว่าบาท (สมัยอยู่ไทย มีคนเชิญไปสัมภาษณ์บนเวทีครึ่งชั่วโมงก็ได้เท่ากันนะ) คือไปเป็นบาริสต้าหรือเสิร์ฟอาหารยังรวยกว่านะ เพราะนั่นเขาได้ทิปด้วย หรือเอาจริง ๆ บางวันที่ต้องไปทำงานถึงเย็น เรียกคุณยายแนนนี่มาดูลูก ยังต้องจ่ายชั่วโมงละ 17 เหรียญ ขาดทุนมั้ยอะ!

ที่ทรมานไตอีกอย่าง ก็คือภาษีค่ะ ตอนอยู่ไทย รับเช็คมา อย่างมากก็ถูกหัก 3 หัก 5 เปอร์เซ็นต์ไรงี้ใช่มั้ยคะ อยู่นี่… โดนหักทั้งภาษีรัฐบาล ทั้งภาษีรัฐออรีกอน เงินเดือน 100 เหลือมาถึงมือเราแค่ 60 สรุปได้เงินเข้าบ้านชั่วโมงละ 10 เหรียญ ไปขายข้าวมันไก่ดีกว่ามั้ย!

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

แต่ที่ยังไปทำอยู่อย่างเบิกบาน ก็เพราะมันสนุกและมีอะไรให้ได้เรียนรู้เยอะเลยค่ะ ได้ลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยทาปากแดง (เสร็จแล้วใส่แมสก์ ทาเพื่อ…) ได้พูดคุยเจอคนทั้งดี๊ดีและแปลกเหลือหลาย เจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็น่ารัก ของที่ขายก็ดีเกิ้น ยิ่งรู้ข้อมูลรู้ที่มายิ่งรักเข้าไปใหญ่ อันตรายมากถึงมากที่สุด เพราะทุกวันนี้ยังแยกไม่ค่อยออกว่าไปทำงานหรือไปช้อปปิ้ง

เพราะสโลแกนการทำงานของอุ้มคือ แต่งตัวเยอะ รายได้น้อย ช้อปกระจาย จ่ายครึ่ง เก็บครึ่ง (ถึงเหรอ… สมคิดหันมาถาม)

เอาน่ะ ถึงเหลือเงินกลับบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ แต่มันมีสิ่งที่ไม่ได้วัดด้วยเงินแถมมาด้วย

อย่างแรกเลยคือรู้สึกดีกับตัวเองค่ะ เพราะคนที่เป็น Stay-at-home Parent มานาน ๆ ระดับเกือบสิบปีนี่นะคะ รับรองจะมีความรู้สึกคล้าย ๆ กันอย่างหนึ่ง คือให้กลับไปทำงานก็จะมีความกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะออกจากแวดวงมานาน ถูกคนอื่นทิ้งห่างไปไกลโข คอนเนกชันอะไรก็ไม่ค่อยจะมี จะให้ไปเริ่มต้นพิสูจน์ตัวเองใหม่ก็ไม่ได้มีพลังงานหรือความกระตือรือร้นขนาดนั้น การค่อย ๆ กลับมาทำงานที่ไม่ได้ยากมากแบบนี้ ก็ช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองว่า เออ เรานี่ก็ยังพอใช้ได้อยู่แฮะ

อย่างที่สองคือลูก ๆ ตื่นเต้น เพราะถึงแม้ชีวิตนี้จะพิชิตตุ๊กตามากี่ตัว หนังไปเทศกาลภาพยนตร์มากี่แห่ง ทำบริษัทมีลูกน้องมากี่สิบชีวิต แต่สำหรับลูก ๆ อุ้ม เกิดมาก็เห็นแม่อยู่บ้าน ถามว่าแม่ทำอาชีพอะไร ตอบไปเลยว่าทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน แต่เดี๋ยวนี้พอแม่ไป ‘ทำงาน’ ลูก ๆ ดิฉันก็เกิดภาพจำใหม่ ว่าแม่ออกไปทำงานนอกบ้านด้วยล่ะเธอ เพราะงานนอกบ้านมันทำแล้วได้เงินด้วยล่ะเธอ

ว่าแล้วแม่สาวน้อยที่บ้านอุ้มทั้งสองก็เกิดความคิดปฏิวัติ ว่าพวกนางจะทำงานบ้าง! เพราะตอนนี้แม่เริ่มคิดได้ว่าทำงานเหนื่อยนะเฟ้ย จะมาขอของเล่นกันง่าย ๆ นี่แม่ต้องทำงานตั้งหลายชั่วโมง พวกยูควรจะทำงานแลก พวกนางก็เลยคำนวณกันเองว่า ชุดทดลองวิทยาศาสตร์อันละ 19 เหรียญที่อยากได้ ช่วยแม่เก็บจาน เอาผ้าเข้าเครื่องโน้นนี้ ได้ทีละ 25 เซ็นต์ ต้องรวมพลังกันทำวันละกี่อย่าง แล้วกี่วันถึงจะได้ มีเดดไลน์ด้วยนะ! เดี๋ยว ๆ ก็วิ่งมาจะขอทำงานอีกละ เอ็นดูพวกนาง! นับว่าเป็นผลพลอยได้จากการทำงานของแม่ที่เผื่อแผ่มาถึงลูก ๆ ด้วย

อีกอย่างคือได้ใช้สมองส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อสัญชาตญาณเอาตัวรอดบ้าง คือการเป็นแม่คนนี่ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในโหมดดับไฟเป็นกอง ๆ นึกออกไหมคะ นั่งลงทำอะไร เดี๋ยวลูกก็ตีกัน จะคิดฝันทำธุรกิจใหม่ อะ ลูกป่วยต้องหยุดโรงเรียน งอแงเป็นอาทิตย์ไม่เป็นอันคิดทำอย่างอื่นอีก การแยกส่วนชีวิตออกไป ‘ทำงาน’ แบบนี้ก็เลยทำให้ได้พูดคุยกับมนุษย์ที่มีอายุเป็นเลข 2 หลักขึ้นไปบ้าง ได้ปลุกสมองส่วนศิลปิน ส่วนผู้บริหาร และส่วนป้าแย้ม (คือกลีบสมองที่แอคทีฟตอนเม้า หลายเดือนที่ผ่านมาสมองป้าแย้มแข็งแรงมาก 55)

และที่สำคัญคือได้ลดอัตตาตัวเองค่ะ จะมาคิดว่า แหม… ฉันเคยแต่นั่งอยู่หัวเรือ มีฝีพายคอยฮ้าไฮ้ แล้วทำไมนาทีนี้ต้องมาโดนจิกหัวสั่ง ทำไมต้องมาทำงานเช็ดถู เพื่อเงินแค่นี้ เจ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่เคยดุพิมพ์พิราขนาดนี้เลย (มาจากไหน) ชีวิตก็จะระกำลำบากโดยใช่เหตุ สิ่งที่ทำให้อุ้มมีความสุขกับการทำงานก็คือตัวงานเองนั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่แค่ไหน ถ้าใจเราจดจ่อเบิกบานกับสิ่งที่ทำ มันก็มีค่าได้ เช่น ติดสติกเกอร์ราคาสินค้า จะสักแต่ว่าติด ๆ ให้มันเสร็จไป หรือเขียนตัวเลขให้สวย หาตำแหน่งติดที่คิดว่าคนพลิกของขึ้นมาแล้วจะเห็นง่ายไม่กลับหัว แค่นี่ก็ต่างกันแล้วนะคะ

พูดแล้วก็เลยคิดได้ว่าอยากเลือกของในร้านที่อุ้มชอบ เอามาเล่าให้ฟังแล้วกันค่ะ จะได้เห็นภาพว่าตกลงเธอไปขายถั่วขายทองอะไรกันจ๊ะ อะ… ล้อมวงกันเข้ามา ลูกจ้างเอเชียนอเมริกันจะพาทัวร์

Gingiber

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

เลือกมาเป็นแบรนด์แรกเลย เพราะรู้สึกว่าเหมาะกับการสร้างแรงบันดาลใจรับปีใหม่ จินจิเบอร์ขายเครื่องเขียนและข้าวของที่มีข้อความดี ๆ อย่างเช่นสติกเกอร์นี้ที่อุ้มเพ่งทุกวัน (จนบัดนี้ยังไม่เห็นเลข) กับพวงกุญแจที่ความหมายดี๊ดีจนน้ำตาจะไหล อ๋อไม่ใช่อะไร คือเหวี่ยงไปกระแทกข้อนิ้วแล้วมันเจ็บมาก ของขายดีที่สุดของจินจิเบอร์คือผ้าเช็ดจานล่ะค่ะ แปลว่าเรามาอยู่บนโลกนี้เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน (แล้วทำไมตรูเช็ดจานอยู่คนเดียว สมคิดไปไหน!)

Adam J. Kurtz

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

คนนี้เป็นศิลปินที่อุ้มชอบมาก ฮีเก๊เกย์ จิกกัด ตลกร้ายกาจ แต่น่ารัก อ่านแล้วหัวเราะปรื้ดแต่ได้แรงบันดาลใจด้วย ไม่รู้ทำได้ไง เหมาะสำหรับคนทำงานที่กำลังคิดว่าโลกนี้มันโคตรห่วย เห็นงานของ Adam JK แล้วจะรู้สึกมีพวก จนต้องร้องออกมาว่า มรึงเข้าใจกรู อุ๊ยไม่ใช่ คุณเข้าใจดิฉัน คือไม่ต้องมาบอกกันว่าโลกสวย ห่วยก็บอกว่าห่วย แต่ยังไงมันก็ต้องมีดีอยู่บ้างแหละ ใช่หรือไม่ใช่!

Harlow

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต

นี่เป็นแบรนด์เพื่อนหญิงพลังหญิงแห่งพอร์ตแลนด์ที่อุ้มภูมิใจนำเสนอลูกค้ามาก เพราะนอกจากของเขาจะสวย เบา ใส่สบาย ราคาไม่แพงแล้ว เจ้าของยังมี Success Story ที่จะทำให้หลายคนเงยหน้าขึ้นมาจากกองน้ำตา แล้วบอกว่า “โห… เรื่องเรานี่ขี้ผง” ไม่เชื่อลองเข้าไปอ่านเรื่องของ Ruthie ดูก็ได้ค่ะ

Citizen Ruth

อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
อุ้ม สิริยากร พาทัวร​์ร้านเก๋ในพอร์ตแลนด์ ที่เธอทำงานเป็นพนักงานขายครั้งแรกในชีวิต
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

แบรนด์หัวรุนแรงและก๋ากั่นที่สุดในพอร์ตแลนด์ ขายแก้วกาแฟ สติกเกอร์ และแม็กเน็ตติดตู้เย็นพิมพ์ข้อความเสียดสีการเมืองและสังคมแบบแสบ ๆ ขำ ๆ สินค้าขายดีคือแก้วกาแฟ I Did My Fucking Best คือแบบกรูทำดีที่สุดแล้วววววววววจ้า กับสติกเกอร์คุณป้า Ruth Bader Ginsburg และเหล่าสาวๆ ผู้ทรงพลังทางการเมืองทั้งหลาย อ้อ… แก้วกาแฟเดวิดจาก Schitt’s Creek นี่ก็ฮิตสมกับช่วงแพนเดมิก ประชดไม่อยากเจอผู้คนมันเสียเลย

Karacotta Ceramics

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

อะ เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่ของแรง ๆ หันมาฟูมฟักจิตวิญญาณ ปัดเป่าพลังงานร้ายให้พ้นไปจากห้องหับกันดีกว่า ด้วย Smudging Bundle และชามเซรามิกสวยเข้ากันของแคราค็อตต้า คืออุ้มก็เพิ่งจะมารู้จักการ Smudging ที่นี่แหละค่ะ มันคือการเอาใบไม้แท่งไม้หอม อย่าง Sage และ Palo Santo มาเผาไฟให้เกิดควัน แล้วเดินพาควันนั้นให้อวลไปทั่วทุกซอกทุกมุมของบ้าน (บางตำราบอกว่าให้เดินวนตามเข็มนาฬิกา) ว่ากันว่าการทำแบบนี้จะไล่พลังงานร้ายออกไป ทำให้ที่ทางของเรามีความสะอาดบริสุทธิ์ คนที่อยู่อาศัยก็จะมีอารมณ์ดี มีความสุขขึ้น เหมาะสุด ๆ กับปีใหม่ และช่วงไหนที่มีโรคร้ายคุกคามมนุษยชาติ ทำให้ต้องกักตัวอยู่แต่กับบ้านหันไปไม่เจอใครก็เลยตีกันเอง (ช่วงนี้ไง)

 Three Little Figs

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

แค่ชื่อก็ฮา (เขาล้อนิทานเรื่อง Three Little Pigs ไง) แต่อย่าคิดว่าของที่ขายจะขำ ๆ นะคะ เพราะนี่คือแยมระดับตำนานที่กวนในหม้อทองแดงทีละจำนวนน้อย ๆ จากส่วนผสมที่สดและสุกงอมตามฤดูกาล คือไม่ใช่แยมรสบ้าน ๆ สตรอว์เบอร์รีสับปะรดสำหรับทาขนมปังทั่วไป แต่เป็นแยมรสซับซ้อนที่เหมาะจะเสิร์ฟกับชีสดี ๆ หรือช่วยยกระดับอาหารอย่างแฮมเบอร์เกอร์หรือฮอตด็อกให้หรูแพร่นขึ้นมา รสที่ขายดีตลอดกาลคือ French Onion Confit กับ Plum Fig and Cherry Mostada หรือตอนนี้มีรสใหม่ Watermelon Sriracha ที่เอาน้ำแตงโมมาเคี่ยวจนงวดกับซอสศรีราชา ฟังดูจะดีมั้ยนะ แต่แอบขายได้เรื่อย ๆ เชียว

Junebug and Darlin

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

งานฝีมือแบบมี Agenda คือคำจำกัดความของชุดปักครอสติชยี่ห้อ Junebug and Darlin เหมาะกับสายคราฟต์ที่ชอบความเสียดสีแบบขำ ๆ อุ้มลองทำไปหลายอันแล้ว คิดว่าเป็นไอเดียที่เข้าท่ามากทีเดียวค่ะ เปิดซองออกมามีอุปกรณ์ทุกอย่าง ลายส่วนใหญ่จะไม่ยากมาก คือคงรู้ว่าคนไม่มีเวลา และไม่ได้อยากพัฒนาฝีมือปักลายกระท่อมในชนบทอังกฤษจนเต็มหมอนอะไรแบบนั้น ชิ้นหนึ่งทำจริง ๆ ไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ อันเล็ก ๆ น่ารักดี อุ้มชอบอันที่เป็นลายราศีต่าง ๆ นี่กำลังทำให้ครบวันเกิดทุกคนในครอบครัว จะได้เอาไปติดคอนโดที่เมืองไทย

Orange Pippin Society 

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

เมล็ดพันธุ์ผักและดอกไม้ใส่กล่องน่ารัก สำหรับปลูกฝังความรักการทำสวนให้กับเด็ก ๆ แบ่งเป็นธีมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้กินได้ สวนจิ๋ว สวนยักษ์ สวนของนักสำรวจ แถมมีกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้มาทำสวนร่วมกัน แน่นอนว่าเจ้าของเป็นคุณแม่ของลูกตัวน้อย ๆ และเคยทำงานกับเจ้าแห่งวงการ Letterpress แห่งพอร์ตแลนด์อย่าง Egg Press กล่องและซองถึงได้น่ารักอย่างกับการ์ดทำมือ

Woolly Made

เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย
เมื่อ อุ้ม สิริยากร สมัครงานครั้งแรกในชีวิต เป็นพนักงานขายที่ขอปากแดง แต่งตัวเยอะ แต่รายได้น้อย แถมยังช้อปกระจาย

เครื่องหนังสุดเนี้ยบที่ฟอกด้วยสีย้อมจากพืช แปลว่ากระบวนการฟอกหนังดีต่อสิ่งแวดล้อม (อุ้มโตมาแถวปากน้ำ ใกล้ ๆ โรงงานฟอกหนัง ทุกวันนี้ยังจำกลิ่นที่ลอยมาจากโรงงานได้อยู่เลยค่ะว่ามันเหม็นขนาดไหน) และกระเป๋าสตางค์ใช้ไปแล้วจะเกิด Patina หรือความนิ่มและสีเข้มขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ แบบที่หนังฟอกโรงงานโดยทั่วไปให้ไม่ได้

เนื่องจากเจ้าของทั้งสองคนจบออกแบบผลิตภัณฑ์และเคยทำงานกับไนกี้มานาน ก็เลยพัฒนาวิธีการผลิตให้ใช้เลเซอร์ตัดหนัง และเจาะรูสำหรับเย็บมาเสร็จเรียบร้อย กระเป๋าสตางค์ทุกใบเลยมีความเนี้ยบ (มาก)

อีกเรื่องที่น่าตื่นเต้นก็คือ เขาพบวัสดุใหม่ที่ใช้แทนหนังแต่ไม่ใช่พลาสติก (กระเป๋าวีแกนส่วนใหญ่ใช้วัสดุที่มีส่วนผสมของพลาสติก ซึ่งอันตรายต่อช่างเวลาตัด และแน่นอนว่าเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม) คือใช้ส่วนผสมของใยมะพร้าวกับยาง ทนพอ ๆ กับหนัง และสวยดีด้วยค่ะ ที่ร้านอุ้มเริ่มเอามาขายแล้ว อาจจะยังขายไม่ดีเท่ากระเป๋าหนัง แต่อุ้มว่าน่าสนใจมากเลยค่ะ

จริง ๆ ยังมีของน่าสนใจอีกเยอะมาก เพราะทั้งร้านมีของร้อยกว่าแบรนด์ แต่เอาไปแค่ 9 ก่อนแล้วกันนะคะ จะได้ก้าวหน้ากันทั้งคนอ่านคนเขียน ใครกำลังคิดจะเริ่มงานใหม่ ลุยไปให้เต็มที่เลยค่ะ ส่วนใครที่มีงานดี ๆ ที่รักอยู่แล้ว ก็ขอให้ยิ่งดี ๆ ขึ้นไปอีก

ความสำเร็จเริ่มต้นจากความรักและการทำอะไรเล็ก ๆ ให้เต็มกำลัง

นี่ล่ะค่ะสิ่งที่ร้านทั้งร้านสอนอุ้มมา

สวัสดีปีใหม่อีกครั้งค่ะทุกคน!

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load