ไปทัวร์ดูบ้านแมวมาค่ะ

เอ… แต่จริงๆ จะเรียกบ้านก็ไม่ถูกนัก ต้องเรียก ‘ระเบียงแมว’ น่าจะตรงกว่า

คืออะไรอ่า

ภาษาปะกิตเขาเรียก Catio (Cat+Patio) เป็นส่วนต่อเติมจากระเบียงบ้าน คิดค้นโดยบรรดาทาสแมว สำหรับเป็นบริเวณตากอากาศ ให้คุณๆ ท่านๆ บรรดาเหมียวออกไปนั่งๆ นอนๆ กินลมชมวิวกันค่ะ

ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข
ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข
ภาพ : www.thecattopia.com

What ?!?

นี่เป็นคำพูดแรกที่หลุดจากปากอุ้ม หลังจากเห็นโบรชัวร์ Portland Catio Tour ครั้งที่ 9 (คือทัวร์เป็นปีที่ 9 นะฮะ ไม่ใช่อุ้มเห็นโบรชัวร์ติดกัน 9 หน)

พอดีไปซื้ออาหารแมวที่ร้านแถวบ้าน ตอนจ่ายเงินแล้วหยิบโบรชัวร์ทัวร์ระเบียงแมวนี่ขึ้นมาดู คุณแคชเชียร์ผมสีเขียวรอยสักเต็มแขนยิ้มทะลุหน้ากาก แล้วบอกว่าชี (เอ๊ะหรือเด) ตื่นเต้นมาก เพราะปีนี้จะได้ไปทัวร์กับเขาเป็นครั้งแรก อุ้มยังงงๆ ไม่หายว่านี่มันคืออะไรฟะ เกิดมาไม่เคยได้ยิน แล้วมีมาเป็นปีที่ 9! คือโคตรจะพอร์ตแลนด์เลย เรื่องอะไรแบบนี้นี่ไม่เป็นสองรองใครจริงจริ๊ง

อุ้มเอาโบรชัวร์กลับมาบ้าน แล้วนั่งจ้องหน้า 2 แมวที่เพิ่งไปเอามาเลี้ยงเมื่อต้นปี ตอนมาใหม่ๆ เป็นลูกแมวเหมียวตัวน้อยๆ ก็หงิมๆ น่าเอ็นดู๊ อยู่มาจะปี ตอนนี้พวกฮีกลายเป็นเจ้าของบ้านไปแล้วเรียบร้อย

ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข

คืออุ้มนี่นะคะ ตั้งแต่เป็นเด็กจนโตมาก็เลี้ยงแต่หมา เรียกตัวเองว่าเป็น Dog Person จนอายุ 46 ตั้งใจมุ่งมั่นว่าสักวันจะต้องมีหมาชิบะ แต่อยู่ดีๆ ก็มีพ่อลูกสอง (ชื่อสมคิด) มาโค่นล้มโครงการชิบะอินุซะอย่างนั้น อะ แมวก็แมว ก็เลยไปรับเลี้ยงลูกแมวตัวผู้ 2 ตัวพี่น้องมาจาก Shelter (คือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่รับแมวจรจัดมาจัดการฉีดวัคซีน ทำหมัน แล้วหาบ้านให้) อุ้มเห็นตัวดำๆ วิ่งแวบไปแวบมาเลยตั้งชื่อว่า Ninja สมคิดเดินมาแล้วบอกว่าอีกตัวชื่อ Noodle แล้วกัน เรียกแล้วตลกดี บ้านเราก็เลยมีนูเดิ้ลกับนินจามาแต่นั้น

ถึงอุ้มจะไม่เคยเลี้ยงแมวมาก่อน แต่ใครที่รู้ก็คงจะพอบอกได้ว่าใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนอุ้มก็ตกเป็นทาส เฮ้ย เลี้ยงแมวทำไมมันง่ายอย่างงี้! ไม่ต้องพาไปเดิน ไม่กระโดดใส่ ไม่เห่าด้วย แถมถ้าจะไปเที่ยวไหนแค่วันสองวัน ทิ้งอาหารไว้ก็อยู่กันได้เองอีก น้ำก็ไม่ต้องอาบ อยากเล่นก็มา ไม่อยากเล่นก็โดดหนีไป แต่วันไหนรักหน่อยก็มีมานวดให้ด้วย! ยอมมั้ยแบบนี้ ยอมสิ (แต่อย่าเพิ่งมาเรียกว่าเป็น Cat Lady นะ ขอเวลาอีกแป๊บ)

ระเบียงแมว เทรนด์ฮิตที่ทาสแมวพอร์ตแลนด์นิยมต่อเติม ให้เจ้านายอยู่บ้านอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

ทีนี้ใครจะเลี้ยงแมว คำถามสำคัญก็คือ จะให้เป็นแมวอยู่ในบ้าน (Indoor) หรือออกไปนอกบ้าน (Outdoor) ได้ด้วย แม่สามีซึ่งเลี้ยงแมวมาทั้งชีวิต แนะนำว่าให้แมวอยู่แต่ในบ้านเถอะ ปลอดภัยและดีกว่าเยอะ ทั้งต่อแมวและต่อเจ้าของ อุ้มลองไปหาข้อมูลดูก็พบว่าจริงตามนั้นค่ะ 

แมวที่อยู่แต่ในบ้านอายุเฉลี่ยประมาณ 10 – 15 ปี ในขณะที่แมวออกนอกบ้านอายุเฉลี่ยประมาณ 2 – 5 ปีเท่านั้นเอง เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่างๆ อย่างเช่น ถูกรถชน ถูกสัตว์อื่นหรือแมวด้วยกันเองกัด ไปกินสารพิษ ต้นไม้มีพิษ ไปติดพยาธิ เห็บ หมัด โรคร้ายต่างๆ โดนคนขโมย หรือโดนคนทำร้าย แม้แต่กรณีเพื่อนบ้านโมโหเอายาเบื่อให้กินก็เคยได้ยินมาแล้ว เวลาอุ้มเดินไปตามถนนหนทางที่นี่นะคะ มีป้ายแมวหายติดให้เห็นเป็นประจำ เพื่อนที่มีแมวปล่อยให้อยู่นอกบ้าน ก็คอยมาเล่าว่าบางวันไม่ได้นอนกันทั้งคืน เพราะแมวไม่กลับ หรือกลับมาในสภาพโดนกัดยับเยิน คุณพ่ออุ้มเองก็แมวหายไป 2 ตัว

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

อีกเรื่องที่ไม่ใช่เป็นภัยกับแมว แต่เป็นแมวเองนี่ล่ะที่ไปกัดไปทำร้ายสัตว์อื่นจนน่าเป็นห่วง เชื่อไหมคะว่าแมวที่อยู่นอกบ้าน ถือเป็นภัยร้ายแรงอย่างยิ่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตในโลก ที่ผ่านมา นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานถึง 63 ชนิดสูญพันธุ์จากโลกนี้ไปแล้วเพราะแมว สถิติยังยืนยันว่าในอเมริกาและแคนาดา แมวนอกบ้านและแมวจรจัดถือเป็นภัยอันดับหนึ่งต่อนก แมวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่านเหล่านี้ ฆ่านกไปเป็นจำนวนมากถึง 2,400 ล้านตัวต่อปี! ฟังแล้วน่าตกใจมากเลยใช่มั้ยคะ อุ้มว่าในเมืองไทยก็อาจจะเป็นตัวเลขที่สูงมากเหมือนกัน

ทีนี้มีคนเถียงว่า แหม แมวมันมีสัญชาตญาณชอบออกไปข้างนอก ขังไว้ในบ้านไม่ได้ออกกำลังกาย เดี๋ยวก็อ้วน เดี๋ยวก็เบื่อตายกันพอดี

อุ้มเห็นแมวที่บ้านก็วิ่งคึกกันทั้งวัน ไม่เล่นกันเองก็เล่นกับเรา ของเล่นทีแรกไปหามาซะเยอะแยะ เอาเข้าจริงมันก็เล่นอะไรง่ายๆ นะคะ บางทีกล่องกระดาษนี่ปีนเข้าปีนออกเล่นอยู่ได้ทั้งวัน ให้กินอาหารที่คุณภาพดี (อุ้มให้กิน Raw Food ผสมกับอาหารเม็ดวันละ 2 มื้อ เดี๋ยวถ้าโตกว่านี้จะเปลี่ยนเป็นอาหารสำหรับ Indoor Cat โดยเฉพาะ) ไม่มากเกินไป แล้วก็มีเปลติดหน้าต่าง (Window Perch) กับแท่นสูงๆ ให้มันขึ้นไปนอนดูอะไรต่อมิอะไรหน้าบ้าน ก็เห็นมีความสุขกันดี รูปร่างปราดเปรียว มองจากข้างบนยังมีเอวชัดเจน เพราะฉะนั้นเรื่องอ้วน เรื่องเบื่อนี่ อุ้มว่าเจ้าของอาจจะคิดไปเอง

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

ส่วนเรื่องที่ว่าแมวอยู่แต่ในบ้านจะลับเล็บ ทำลายข้าวของและอึฉี่ไปทั่ว อันนี้อุ้มค่อนข้างเข้าใจเรื่องลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์ เพราะมันเป็นสัญชาตญาณของเขา เห็นอะไรที่มีพื้นผิวสากๆ เป็นไม่ได้ นูเดิ้ลกับนินจานี่ก็เป็น แต่พอไปหา Scratching Post หรือเสาให้เขาเอาไว้ตะกุย กับที่ลับเล็บแบบเป็นกล่องๆ วางไว้ตามที่ต่างๆ ก็ช่วยได้อยู่นะคะ เวลาเริ่มจะไปตะกุยโซฟา ก็รีบดุแล้วจับมาวางบนที่ลับเล็บแทน ก็แก้ไปได้อีกบ้าง อุ้มไปเห็นเทปเหนียวๆ 2 ด้าน เอามาแปะไว้ตามที่ที่แมวชอบตะกุย ก็ได้ผลดีมากเลยค่ะ คือจะบอกว่า มีหลายวิธีมากที่จะป้องกันหรือแก้ไขเรื่องนี้

ส่วนเรื่องอึฉี่ อุ้มไม่เคยมีปัญหาเลยนะคะ เพราะแมวนี่ฝึกให้ฉี่ใน Litter Box หรือกระบะฉี่ง่ายมากเลย ตั้งแต่เอานูเดิ้ลกับนินจามาที่บ้านตอนเป็นแมวเล็กๆ พอจับวางที่หน้ากระบะ เขาก็เดินเข้าไปฉี่ ไปอึกันเอง ไม่เคยมีอุบัติเหตุให้ต้องทำความสะอาดบ้านเลย เรื่องที่อุ้มได้ยินมาแล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง ก็คือถ้าคอยทำความสะอาดกระบะอยู่เสมอ แมวก็จะไม่ไปฉี่ที่อื่น คือใครจะชอบเข้าห้องน้ำสกปรกๆ จริงไหมคะ อะนี่ก็เลยต้องตักขี้แมววันละสองสามหนต่อไป

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

ฟังดูแล้ว การเลี้ยงแมวให้อยู่แต่ในบ้านนี่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แล้วทำไมต้องมาพูดกันถึงเรื่องระเบียงแมว

ก็เพราะยังมีคนที่ปล่อยให้แมวออกไปนอกบ้านอยู่น่ะสิคะ หรือมีคนที่มี Outdoor Cat แล้วอยากปรับนิสัยเปลี่ยนพฤติกรรมให้มันกลับมาอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน โดยไม่ทำร้ายจิตใจกันมากเกินไป รวมถึงคนที่เลี้ยงแมวอยู่แต่ในบ้าน แล้วอยากยกระดับคุณภาพชีวิตแมว ให้ได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมนก ชมไม้ โดยที่ยังปลอดภัย และไม่ไปรบกวนทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย

ก่อนจะเล่าถึง Catio อุ้มอยากเล่าถึงองค์กรที่เป็นต้นคิดเรื่องนี้ก่อนสักหน่อยค่ะ

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข

องค์กรสัญชาติพอร์ตแลนด์แห่งนี้ มีชื่อว่า Feral Cat Coalition of Oregon ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1995 (เกือบ 30 ปีที่แล้ว) โดยสัตวแพทย์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งสังเกตว่าประชากรแมวจรจัดในพอร์ตแลนด์มีเยอะมากจนน่าเป็นห่วง และวิธีการเดิมๆ อย่างจับไปฆ่า นอกจากจะทารุณแล้วยังไม่ได้ผล เพราะพอจับแมวไป แมวชุดใหม่ก็จะเข้ามาอยู่ ออกลูกออกหลาน เพิ่มปริมาณกันต่อไปไม่รู้จบ

คุณสัตวแพทย์แสนประเสริฐกลุ่มนี้เลยคิดกันว่า แทนที่จะจับไปฆ่า ควรจะจับแมวพวกนี้มาทำหมัน ขลิบหูเป็นเครื่องหมาย แล้วเอากลับไปปล่อยที่เดิม (Trap-Neuter-Return) แรกเริ่มก็ไปใช้พื้นที่ตามคลินิกที่ปิดวันอาทิตย์ แล้วก็ค่อยๆ ทำกันไป วันหนึ่งได้ 10 – 20 ตัว แต่พอคนเริ่มบอกกันปากต่อปาก เงินบริจาคเงินสนับสนุนก็หลั่งไหลกันเข้ามา พร้อมๆ กับแมวจรจัดที่มีคนคอยให้อาหาร และไม่อยากให้ถูกจับไปคร่าชีวิต

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.feralcats.com

ถึงเวลานี้ FCCO มีตึกเป็นของตัวเอง และทำหมันแมวจรจัดไปแล้วมากกว่า 100,000 ตัว! และประชากรแมวที่เคยเห็นรวมตัวกันเป็นกองทัพลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ แถมยังเข้าทางกับผู้คนในพอร์ตแลนด์ซึ่งรักสิ่งแวดล้อม รักสัตว์ ไม่นิ่งดูดาย และเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาอย่างฉลาดและยั่งยืน เพราะการทำหมันมีค่าใช้จ่ายแค่ประมาณตัวละ 40 เหรียญฯ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายของการจับไปฆ่านั้นสูงถึงเกือบร้อยเหรียญฯ ต่อตัว คือเป็นการทำบาปที่แพงด้วย เฟลด้วย จะทำไปทำไม

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.catssafeathome.org

ทีนี้ปัญหาที่ยังเหลืออยู่ก็คือ ยังมีแมวบ้านออกมาเพ่นพ่านตามท้องถนนอยู่ดี เหล่าคุณหมอเลยคิดต่อ ว่าจะทำยังไงให้คนหันมาสนใจเรื่องนี้ คำตอบที่ได้คือโครงการ Cats Safe at Home พร้อมกับไอเดียใหม่ถอดด้าม เรื่องทำพื้นที่ (จริงๆ ก็คือกรงขนาดใหญ่) ให้แมวได้อยู่ในบริเวณบ้าน แต่ยังรู้สึกเหมือนอยู่ ‘ข้างนอก’ แล้วเรียกนวัตกรรมนี้ว่า Catio จากนั้นก็ส่งเสริมให้คนสร้าง ในเว็บไซต์ มีแบบ DIY ให้ทำเอง มีลิสต์ของบริษัทก่อสร้าง มีตอบคำถามที่คนอยากรู้ และที่สนุกที่สุด ก็คือมี Catio Tour นี่ล่ะค่ะ

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.catssafeathome.org

อุ้มดูแผนที่ของทัวร์ปีนี้แล้วก็ตัดสินใจเลือกทัวร์แบบออนไลน์ จะได้ไม่ต้องขับรถไปทั่วเมือง สนุกดีค่ะ ได้เห็นระเบียงแมวหลายๆ แบบ ได้ฟังเจ้าของมาเล่าว่าเลือกสถานที่ยังไง สร้างยังไง มีอะไรที่เป็นข้อผิดพลาดหรือข้อดี อุ้มว่าหลักๆ เลยก็คือต้องคิดให้ได้ก่อนว่าจะเอาระเบียงแมวนี้ไปไว้ตรงไหนของบ้าน แล้วจะให้มันเข้าออกยังไง จากนั้นค่อยคิดต่อว่าจะสร้างให้หน้าตาเป็นแบบไหน มีรายละเอียดอะไรบ้าง

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.thecattopia.com

ที่อุ้มดูมานี่มีตั้งแต่แบบสร้างง่ายๆ เจ้าของทำกันเองราคาไม่กี่ร้อยเหรียญฯ ไปจนถึงเรียกผู้รับเหมามาสร้าง มีทางเดินมุงหลังคาไปรอบสวนหลังบ้าน วัสดุอย่างดี ตีราคาออกมาเป็นแสนๆ บาท (อุ้มได้ยินว่าตอนนี้ที่แคลิฟอร์เนียเริ่มฮิตมาก Catio บางแบบนี่ปาเข้าไปล้านกว่าบาท! จะบ้าเหรอ! สร้างให้แมวเนี่ยนะ)

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : catiospaces.com

เจ้าของบ้านที่มี Catio พูดตรงกันว่า ตั้งแต่มีระเบียงแมวมา แมวของเขาดูมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แรกๆ อาจจะงงๆ ว่าคืออะไร แต่พอได้รู้ว่าออกมานั่ง มานอนเล่นได้ แมวแทบทุกตัวก็ออกมาอยู่ใน Catio ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน บางตัวชอบแม้กระทั่งไปนั่งตากฝน! ยิ่งมีชั้นสูงๆ ให้นอนตากแดดนอนดูนกนี่ยิ่งถูกใจคุณเหมียว เจ้าของบ้านบางคนทำแบบไม่ได้ติดถาวร ถ้าต้องย้ายบ้านก็ถอดออกไปประกอบที่บ้านใหม่ได้ หรือบางคนกลับบอกว่า พอมี Catio อยู่หลังบ้าน ทำให้มูลค่าบ้านของเขาเพิ่มขึ้นอีก เพราะเจ้าของใหม่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงก็ได้ใช้เลย ไม่ต้องเสียเวลาสร้างเอง

อุ้มเองก็ยังเล็งอยู่ว่าถ้าจะสร้างระเบียงแมวจริงๆ จะเอาไปไว้ตรงไหน ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คงเป็นระเบียงหลังบ้าน ยังลองนึกเล่นๆ นะคะ ว่าใครมีตึกแถวมีทาวน์เฮาส์นี่ ตรงระเบียงคงเหมาะที่สุด หรือใครพื้นที่ไม่เยอะ อุ้มชอบแบบที่ยื่นออกมาจากหน้าต่าง ดูสร้างง่ายและไม่เปลืองที่ดี

ภาพ : catiospaces.com
เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.thecattopia.com

ตอนนี้ทัวร์ออนไลน์ ก็ยังเข้าไปสมัครได้อยู่นะคะ มีค่าใช้จ่ายแค่ 15 เหรียญฯ เอง ทัวร์ของปีที่แล้วก็มี หรือจะไปซื้อไกด์บุ๊ก ของปีก่อนๆ ก็มีรูปและเรื่องให้อ่าน เล่มละ 5 เหรียญฯ คุ้มมากเลย

เรื่องระเบียงแมวนี่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากๆ เลยนะคะ แม้แต่ในพอร์ตแลนด์เอง อุ้มเล่าให้ใครฟังว่ากำลังเขียนเรื่อง Catio ทุกคนถามหมดเลยว่าคืออะไร อุ้มเอามาเล่าให้ชาว The Cloud ฟังก่อนใคร เพราะเชื่อว่านี่เป็นสังคมของคนรักแมว (และหมาด้วย) น่าจะเก็ตเรื่องนี้และสร้างตามกันได้ไม่ยาก แอบรู้สึกด้วยว่าเดี๋ยวต้องมีสายคราฟต์ทำ Catio สวยๆ ออกมาให้เห็นในไอจีแน่ๆ

ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูวิดีโอสัมภาษณ์เจ้าของ Catio บางส่วนได้ฟรีที่ YouTube Channel ของ Cats Safe at Home ถ้าอยากลองสร้างระเบียงแมวแบบง่ายๆ มีวิดีโอสอนเยอะแยะเลยค่ะ ลองดูตัวอย่างที่นี่ก็ได้ค่ะ

 เถลไถลเล่าโน่นเล่านี่ไปทั่ว แต่สุดท้ายก็อยากสรุปว่า เก็บแมวที่รักไว้บ้าน ปลอดภัยและดีกว่า แล้วถ้าอยากยกระดับ คุณ-ภาพ-ชี-วิต ให้แมวที่รัก ก็มาสร้างระเบียงแมวกันค่ะ เมี้ยว!

เยี่ยมชม Catio บริเวณตากอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่ทำให้แมวได้พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ภาพ : www.oregonlive.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

เมื่อวันก่อนเห็นคุณป้าอายุ 60 กว่า ๆ 4 คนตีกันอยู่ค่ะ

อุ้มไปยืนดูด้วยความตื่นเต้น เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

แบบตีกันผัวะ ๆ เลยค่ะ ไม่มีใครยอมใคร

อุ้มดูสักพักแอบอาย เลยเดินหนีมาดูห่าง ๆ แต่สุดท้ายอดใจไม่ไหว พอป้าทำท่าจะเลิก เลยไปขอร่วมวงตีกับคุณป้าแกด้วย!

คุณป้าคนหนึ่งดูเป็นหัวหน้าสุด บอกเอา ๆ มาเล้ย เคยตีมาก่อนหรือเปล่า พออุ้มส่ายหน้า ป้าเลยยื่นไม้มา บอกไม่ต้องคิดมาก ลองเลย ไม่ยาก ว่าแล้วป้าก็ยกพวกอีก 2 คนมาตีด้วย

อุ้มยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ถามไปว่า “เอ่อ คุณป้าเล่นอะไรกันอยู่คะ” ป้าบอกเนี่ยเหรอ มันเรียก ‘Pickleball’ อุ้มเลยอ๋อ ได้ยินชื่อมาตั้งนานแล้ว ของจริงเป็นแบบนี้นี่เอง!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

อ้าวตายจริง ตกใจกันหมดเลยสิเนี่ย (หัวเราะ) ไม่ได้ไปดูคนยกพวกตีกันหรอกค่า แค่พาลูกไปสนามเด็กเล่น แล้วเห็นคุณป้า 4 คนเล่นกีฬาอะไรกันอยู่สักอย่าง หน้าตาก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ระหว่างเทนนิส แบดมินตัน และปิงปอง ก็เลยเกิดความสงสัย (ปนเผือก) ขึ้นมา ว่านี่มันคือกีฬาอะไรกันนะ ไม่เคยเห็นมาก่อนเล้ย

ทีนี้อารามคนอยู่ไม่สุข ก็เลยต้องไปขอเล่นสิคะ เพราะทั้งปิงปองและแบดมินตันนี่คือกีฬาโปรดของอุ้มอยู่แล้วตั้งแต่อยู่เมืองไทย ส่วนเทนนิสเล่นไม่ค่อยได้เพราะปวดข้อศอก แต่กีฬาคุณป้า ๆ นี่ดูช้าและไม่รุนแรงต่อข้อแขน แล้วก็ดูเล่นง่ายดีนะ ลูกบอลก็เป็นพลาสติกมีรู ๆ ตกลงคอร์ตแล้วดังแป้ก ๆ แอบเพี้ยนดีด้วยอะ ชอบ!

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com

ลองเล่นไปแป๊บหนึ่ง มันสนุกดีล่ะค่ะ! คือพอมีพื้นเล่นแบดฯ เล่นปิงปองอยู่บ้างก็ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะคอร์ตมันขนาดเท่าคอร์ตแบดฯ แต่เน็ตเตี้ยเหมือนเทนนิส แล้วพอลูกบอลเป็นพลาสติก มันก็เลยไม่พุ่งเร็วเท่าไหร่ ไม่ต้องวิ่งพรวดพราด เล่นแล้วสวยสมวัย (ทอง) แต่ได้เหงื่อนิด ๆ

กำลังเริ่มสนุกอยู่ดี ๆ ป้าเก็บเน็ตกลับบ้านกันหมดค้า (เขาจะกลับอยู่แล้ว เราน่ะไปขอเล่น จำได้ไหม) ทางนี้ก็เลยต้องรีบกลับบ้านมาหาข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าอุปกรณ์หาซื้อที่ไหน แล้วมีคอร์ตอยู่ตำบลอะไร จะได้ไปเล่นอีก

ก็เลยพบว่า มันเป็นกีฬาใหม่มาแรงและกำลังฮอต เติบโตเร็วที่สุดในอเมริกาเชียวนะ เน็ต ลูกบอลอะไรก็สั่งได้ทาง Amazon หรือเว็บอุปกรณ์กีฬาทั่ว ๆ ไป แต่ที่เด็ดสุดคือ มีไม้ 2 ยี่ห้อสวยมากจะเป็นลม! ยี่ห้อแรกชื่อว่า Recess ส่วนยี่ห้อที่ 2 ชื่อว่า Nettie มีความเรโทรบวกเอาศิลปินมาออกแบบ ทำไมทำกันแบบนี้! วิปัสสนามานานก็ช่วยไม่ได้ อยากได้หนอ แต่แพงหนอ สมคิดจะซื้อให้ไหมหนอ คิดวน ๆ ไปก่อนนะโยม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.recesspickleball.com
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : playnettie.com

แต่ว่าจะวกวนคลิกดูแต่ไม้ก็ใช่ที่ เพราะเกิดสงสัยขึ้นมาว่ากีฬานี้มันคืออะไร ใครเป็นคนคิด ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเพิ่งฮิต ข่าวว่ามันมีต้นกำเนิดแถว ๆ Pacific Northwest บ้านเฮานี่เองจริงหรือเปล่า

สรุปว่าจริงค่ะ นี่คือกีฬาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1965 นี้เอง ที่เกาะ Bainbridge วอชิงตัน ห่างจากซีแอตเทิลแบบนั่งเรือเฟอร์รี่ไปสักครึ่งชั่วโมงนิด ๆ บ้านอุ้มยังเคยนั่งไปเลยค่ะ เป็นเกาะเงียบ ๆ น่ารักดี มีคนเก่าคนแก่และศิลปินนักเขียนจากซีแอตเทิลไปสร้างบ้านตากอากาศและบ้านอยู่อาศัยกันแยะ อารมณ์เหมือนหัวหินสมัยยังไม่พลุกพล่าน

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ภาพ : www.facebook.com/livingonbainbridge

ทีนี้มีสองสามครอบครัวที่วงการกีฬาต้องจารึกไว้ค่ะ บ้านหนึ่งของ Joe Pritchard อีกบ้านของ Bill Bell และอีกบ้านของ Barney McCallum ทั้งสามเป็นเพื่อนบ้านกันและรวมตัวสังสรรค์กันอยู่เสมอในช่วงวันหยุด อยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายของโจ ชื่อ Frank ที่ตอนนั้นอายุ 13 ปี เกิดเบื่อขึ้นมาเพราะว่าฝนตก ไม่มีอะไรจะทำ บ่นหมุ ๆ หมิ ๆ เป็นหมีกินผึ้ง จนโจรำคาญ ก็เลยไปค้นห้องเก็บของจะหาอะไรให้ทำ เจอไม้ปิงปองกับลูกเบสบอลพลาสติก (ที่เรียกว่า Wiffle Ball) ก็เลยเอาออกมาชวนลูกชายออกไปเล่นกัน เพราะมีคอร์ตแบดมินตันเก่าอยู่หลังบ้านพอดี

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
คอร์ต Pickleball แห่งแรกของโลก
ภาพ : usapickleball.org

ทีแรกมีแค่โจกับลูกชายและบิลจากอีกบ้านหนึ่ง ก็ไม่รู้จะเล่นกันยังไง เพราะอุปกรณ์ที่มีมันไม่เข้ากันสักอย่าง เลยต้องคิดกติกาขึ้นมาใหม่ เน็ตแบดฯ ตี ๆ ไปแล้วไม่ค่อยเวิร์กเพราะสูงไป ก็เลยต้องลดลงมาให้เตี้ยติดพื้น แล้วความสูงมาตรฐานที่ตอนนี้กำหนดอยู่ที่ 36 นิ้วก็ไม่ใช่เพราะอะไรที่ไหน แต่เป็นเพราะเน็ตมันหย่อนอยู่เรื่อย โจเลยใช้วิธีก่อนจะเล่น เอาตัวเองนี่แหละเดินไล่ไปให้เน็ตสูงเสมอเอว ซึ่งคือ 36 นิ้ว! (ขำเนอะ เหมือนไทยมีหน่วยวัดเป็นวา เป็นคืบ เป็นศอก แต่อันนี้เป็นเอว)

ทีนี้เล่น ๆ กันไปชักเริ่มสนุก กลายเป็นพวกพ่อ ๆ 3 บ้านนี่ล่ะเล่นกันใหญ่ แต่ไม้ปิงปองท่าจะเอาไม่อยู่เพราะเล็กไป ตีแล้วเดี๋ยวก็สึกพังหมด บาร์นีย์มีเวิร์กชอปทำงานไม้อยู่ เลยร่างแบบในกระดาษเป็นรูปไม้สำหรับตีพร้อมมือจับเป็นทรงง่าย ๆ แล้วก็ไปเลื่อยไม้อัดออกมาตามแบบเอาไปเล่นกัน หน้าตาบ้าน ๆ แต่เทียบกับไม้ปิงปองก็ถือว่าดีถม

อุ้ม สิริยากร ชวนเล่น Pickleball แบดมินตัน+ปิงปอง+เทนนิส กีฬาแปลกที่กำลังฮิตในอเมริกา
ไม้รุ่นแรก (ซ้ายสุด)
ภาพ : www.pickleballchannel.com

นัยว่ากติกากับอุปกรณ์ที่อิมโพรไวซ์กันขึ้นมาใช้ได้อยู่ไม่น้อย เกมหลังบ้านของโจเลยมีสมาชิกบ้านโน้นบ้านนี้มาเล่นกันอยู่ไม่ขาด จนถึงขนาดหมดฤดูร้อนต้องกลับมาอยู่ซีแอตเทิล สมาชิก Pickleball ก็ยังพากีฬาใหม่นี้ตามขึ้นฝั่งมาด้วย

เริ่มแรกเล่นกันที่ถนนหน้าบ้านของบาร์นีย์ เพราะความกว้างถนนราว 20 ฟุตเสมอด้วยคอร์ตแบดฯ (ภาพพี่ยิมกับน้องโด่งตีแบดอยู่หน้าบ้านลอยมาเลย) ทีนี้เพื่อนบ้านมาเห็นเข้าก็สนใจ จนถึงขนาดไปสร้างคอร์ตไว้หลังบ้านเพื่อตีกันจริงจัง

ความดังของ Pickleball มาขจรขจายเอาตอนที่โจไปลงสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ของรัฐวอชิงตันนี่แหละค่ะ เพราะเวลาไปหาเสียงที่ไหน โจก็จะเอา Pickleball ไปชวนคนเล่นด้วย แล้วหนึ่งในคนที่ได้เล่น ดั๊นเป็นเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ The New York Times เอาละพ่อ จะดังไปใหญ่ไปโตกันก็คราวนี้เอง

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
บทความเรื่อง Pickleball ในหนังสือพิมพ์ The New York Times
ภาพ : www.pickleballchannel.com

เขาส่งนักข่าวมาสัมภาษณ์บาร์นีย์ลงในหนังสือพิมพ์ คนอ่านแล้วก็อยากเล่น ถามกันเข้ามาว่าอุปกรณ์จะหาซื้อได้ที่ไหน บาร์นีย์ตอบไปว่าสั่งมาก็ได้ เดี๋ยวจัดเน็ต ไม้ 4 อัน กับลูกบอล 4 ลูก ส่งให้ในราคา 29.50 เหรียญฯ โอ้โห ยอดสั่งเข้ามาถล่มทลายเลยค่ะ จนบาร์นีย์ โจ และบิลต้องตั้งบริษัท Pickle-ball Inc. ขึ้นมาเพื่อสั่งวัตถุดิบและรับเงิน คือเล่นกันอยู่ดี ๆ หลังบ้าน กลายเป็นธุรกิจขึ้นมาซะงั้น พนักงานคนแรกของบริษัทก็ไม่ใช่ใครที่ไหน David ลูกชายของบาร์นีย์นั่นเอง ครัวเรือนมาก

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
กล่องอุปกรณ์ Pickleball รุ่นแรก
ภาพ : www.nwfdailynews.com

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ พวกเขาเลยออกแบบกล่องใส่ซะสวย แล้วก็เริ่มเดินสายโปรโมตการเล่น Pickleball ตามโรงเรียนในรัฐวอชิงตัน ออริกอน ไอดาโฮ เรื่อยไปจนถึงงานมหกรรมพละครั้งใหญ่ในมิสซูรี มีการปรับปรุงกติกาและเขียนเป็น Rule Book ออกมาจริงจัง คอร์ตก็กำหนดให้มีขนาดมาตรฐาน เริ่มมีการตั้งสมาคม USA Pickleball รวมทั้งมีการแข่งขันชิงแชมป์ใหญ่โตระดับประเทศหลายรายการ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.ppatour.com

ไม้ตี Pickleball เอง (เรียกว่า Paddle นะคะ ไม่ใช่ Racket) ถึงแม้หน้าตาจะยังเหมือนกับที่บาร์นีย์วาดใส่กระดาษเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ไม้ที่เป็น Composite และมี Nomex Honeycomb Core แบบที่คนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพิ่งมาเกิดขึ้นเมื่อราว ๆ ปี 1984 นี่เองค่ะ เหตุเพราะคนเล่นคนหนึ่งที่ชื่อ Arlen Paranto บังเอิญเป็นวิศวกรของบริษัทเครื่องบินโบอิ้งด้วย (แหม คนเล่น Pickleball นี่จอมยุทธ์ทั้งนั้นเลยวุ้ย) เขาคิดว่าน่าจะมีไม้ที่เบากว่าเดิม ก็เลยไปซื้อวัสดุเหลือ ๆ จากทำภายในเครื่องบินโบอิ้งมาดัดแปลงทำเป็นไม้ขาย แล้วตั้งชื่อว่า PROLITE กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของไม้ตีรุ่นต่อ ๆ มาทั้งหมด

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ไม้รุ่น PROLITE
ภาพ : pickleballhalloffame.blogspot.com

ก็ถึงว่า ตอนหยิบไม้ขึ้นมาทีแรกยังคิดอยู่เลยว่ามันเหมือนอะไรน้า อ้อ เหมือนผนังเครื่องบินนี่เอง (หัวเราะ)

อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าตกลงไอ้เจ้ากีฬาแตงกวาดองนี่มันเล่นยังไง อุ้มดูไปหลายคลิป คิดว่าดูจากคลิปนี้อธิบายได้เข้าใจง่ายสุดค่ะ

คืออาจจะยังงง ๆ นิดหน่อยนะคะ แต่พอเล่นไปแล้วก็เข้าใจเอง ข่าวดีก็คือในเมืองไทยมีสนาม Pickleball แล้วนะคะ ตั้งหลายที่แน่ะ กรุงเทพฯ ก็มี เชียงใหม่ก็มี ได้ยินว่ามีแข่งที่หัวหินกับภูเก็ตด้วย มีสมาคมไทยพิคเคิลบอลอีกต่างหาก เข้าไปดูในเพจจะได้รู้ว่ามีสนามเปิดใหม่ มีแข่งที่ไหนให้ตามไปดูได้บ้าง รับรองค่ะว่าจากนี้จะได้ยินเรื่อง Pickleball มากขึ้นเยอะแน่ ๆ เพราะที่อเมริกาเอง ตอนนี้มาแรงมากจริง ๆ ค่ะ มีแต่คนพูดถึง ยังแอบคิดเลยว่าที่ไหนมีคอร์ตแบดฯ อยู่แล้ว ก็แค่ลดเน็ตลงมาก็เป็นสนาม Pickleball ได้แล้วเนี่ย

อุ้มไปอ่านประวัติศาสตร์ของกีฬาอย่างเทนนิส แบดมินตันหรือปิงปองมา พบว่าต้นกำเนิดมันก็คล้าย ๆ กันแบบนี้แหละค่ะ คือหาอะไรเล่นกันเองก่อน ตีด้วยมือก็ยังมี ใช้ลูกเป็นไม้ เป็นไม้คอร์กที่ปิดขวดไวน์บ้างอะไรบ้าง แล้วถึงค่อย ๆ พัฒนามาเป็นลูกสักหลาด ลูกพลาสติก มีกฎกติกาที่พัฒนาตบแต่งกันมาเรื่อย ๆ

แต่เรื่องคือ กีฬาพวกนั้นมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วเป็นร้อยเป็นพันปี แต่ Pickleball เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงอายุคนเดียวนี่เอง อุ้มเลยว่ามันน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นเกมหลังบ้านกลายเป็นกีฬาระดับโลก ได้ฟังบาร์นีย์เล่าถึงไม้ที่เขาตัดเองหน้าตาสุดจะบ้าน ผ่านไปไม่กี่ปี มีไม้ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Wilson หรือ HEAD ที่ทำออกมาขาย ใช้เทคโนโลยีสุดจะล้ำ ถึงตอนนี้ทั้งโจและบาร์นีย์จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ได้ทันเห็นความมาไกลของ Pickleball ที่พวกเขาคิดกันขึ้นมาเล่น ๆ น่าภูมิใจแทนจริง ๆ เลย

อ้อ เกือบลืมเล่าว่าทำไมกีฬานี้ถึงมีชื่อตลก ๆ ว่า Pickleball อันนี้ยืนยันจากปากคำของแฟรงก์ ลูกชายโจที่อยู่ในเหตุการณ์เลยค่ะ เขาบอกว่าแม่ของเขา (Joan Pritchard) เป็นแฟนเหนียวแน่นของกีฬาแข่งเรือพาย เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่โอไฮโอบ้านเกิด มีทีมแข่งเรือที่เก่งอันดับต้น ๆ ของประเทศ พอแต่งงานกับโจแล้วย้ายมาอยู่ซีแอตเทิล ก็พบว่ามหาวิทยาลัยวอชิงตันมีทีมแข่งเรือที่เก่งเหมือนกัน และมีการแข่งเรือทุกปี

โจแอนชอบไปดูการแข่งเรือประจำปีนี้มาก แต่ปกติเขาก็จะเลือกฝีพายตัวท็อป ๆ มาแข่งกัน ฝีพายมือรอง ๆ ที่ว่างอยู่ ก็เลยไปพายแข่งกันเองในอีกการแข่งขันหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีรางวี่รางวัลอะไร แค่แข่งกันเล่น ๆ ในหมู่คนที่เหลือ ๆ การแข่งนี้มีชื่อว่า Pickle Boat ค่ะ

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.presstelegram.com

พอมีการถกเถียงกันระหว่างบ้าน Pritchard กับบ้าน Bell ว่าตกลงจะตั้งชื่อเกมที่เล่นกันอยู่นี้ว่าอะไรดี โจแอนเลยโพล่งออกมาว่า “Pickle Ball!” เพราะเอาอุปกรณ์และกติกาจากกีฬาโน้นนี้มารวม ๆ กัน มั่ว ๆ ขำ ๆ แต่สนุกดี อารมณ์มันเหมือน Pickle Boat เลย ชื่อนี้ถูกใจทุกคน ก็เลยเรียกกันมาแต่นั้น ภายหลังถึงมาเปลี่ยนเป็น Pickleball แบบเขียนติดกันไปเลย

ในอินเทอร์เน็ตมีอีกทฤษฎีเรื่องชื่อ ว่ามาจากหมาของครอบครัวชื่อ Pickles ที่ชอบมากระโดดไล่งับลูกบอล แต่ไล่ไปในความเป็นจริงแล้ว หมาพิคเคิลนี่เพิ่งมาถูกเก็บได้เมื่อปี 1968 ซึ่งเป็น 3 ปีหลังจากโจแอนตั้งชื่อเกมไว้แล้วเมื่อปี 1965 (คือจริง ๆ แล้วตั้งชื่อหมาตามกีฬาต่างหาก)

แต่เหตุที่ทุกวันนี้เสิร์ชเว็บไหนก็ยังเล่าว่าตั้งชื่อตามหมา เพราะโจเองนั่นแหละที่เป็นคนไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทีแรกเขาเล่าเรื่องจริงว่าโจแอนได้ชื่อมาจากไหน แต่จู่ ๆ ก็พูดเล่น ๆ ว่า เอ๊ะ หรือจะบอกว่าตั้งชื่อตามหมาดี ปรากฏว่านักข่าวชอบทฤษฎีหลังมากกว่า เพราะตลกและจำง่ายดี โจและบาร์นีย์ก็เลยตัดสินใจเล่าแบบนี้มาตั้งแต่นั้น

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.thestar.com

เอาเป็นว่านี่คือกีฬาใหม่ล่าสุดที่โตเร็วที่สุดในอเมริกา อุ้มไปเล่นมาแล้วสนุกดี วันนี้เลยจะมาชวนให้คนหาไม้มาตีกัน เพราะตีแบบนี้มีประโยชน์กว่าไปตีกันในสภาฯ เนอะ (อ้าวทำไมจบงี้ล่ะตัว)

อุ้ม สิริยากร แนะนำ Pickleball กีฬาใหม่ลูกผสมระหว่างแบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส ที่กำลังดังในอเมริกามาจนถึงไทย
ภาพ : www.recesspickleball.com

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load