เมฆครึ้มเคลื่อนตัวลาลับ หอมดินและกลิ่นหญ้า บทสนทนานี้เริ่มต้นหลังฝนตก ฟ้าเป็นใจให้เราพูดคุยกับ วิน-ปภาวิน กังวาฬวัฒนา และ นก-ปรียารินท์ ตั้งพุทธิอนันท์ เจ้าบ้านมือใหม่แห่ง Casa Gana (คาซ่า กาน่า) ที่อยากให้ ‘บ้าน’ ของเขาทั้งคู่กลายเป็น ‘บ้านหลังที่ 2’ ของแขกทุกคนที่มาเยือน 

ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศ (เช่าเหมาหลัง) ท่ามกลางสีเขียวขจีของเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

“บ้านหลังนี้คือเป้าหมายในชีวิตของเรา มันเป็นบ้านในฝันของเรา” วินเปรยด้วยรอยยิ้ม 

ความฝันของวินเริ่มต้นตอนอายุ 25 ปี เธอเป็นพนักงานประจำที่โดนถามด้วยวลีฮิตว่า

‘คุณมองตัวเองในอีก 5 ปี ข้างหน้าอย่างไร’ – แน่นอน วินอยากเติบโตตามสายงานอาชีพ ที่สำคัญ เธออยากมีบ้านหลังแรกของตัวเองในวัย 30 และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้..

ตลอดระยะเวลา 5 ปี วินกับนกทำงานไปพร้อมกับเดินทางท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์และหาแรงบันดาลใจ วินมีสมุดบันทึกเรื่องราวสิ่งที่ชอบและข้าวของที่อยากให้มีในบ้านหลังแรก

เพราะครอบครัวของวินทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เธอจึงมีสายตากว้างไกล มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ในโปรเจกต์ Casa Gana บ้านหลังนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงบ้านหลังแรกของเธอ แต่ยังเป็นบ้านพักตากอากาศสำหรับเช่าเหมาหลัง และเป็นสถานที่จัดอีเวนต์อย่างงานแต่งงานด้วยเช่นกัน

แล้วทำไมทั้งคู่ถึงเลือกปักหลักโลเคชันที่เขาใหญ่ – เราถามวินกับนกด้วยความสงกะสัย

“เราชอบเที่ยวเขาใหญ่ ให้ความรู้สึก Holiday Home ขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลก็ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ตอนมาเห็นพื้นที่ตรงนี้เราถูกใจมาก ตรงตามเช็กลิสต์ทุกข้อที่เราต้องการ ที่สำคัญคือวิวหลังบ้านตรงกับทิศตะวันตกพอดี เราได้เห็นพระอาทิตย์ตกทุกวันเลยค่ะ” วินเล่าด้วยสีหน้ามีความสุข 

“อยู่ที่นี่มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียว มีทั้งพื้นที่ที่เป็นธรรมชาติและพื้นที่ที่ความเจริญเข้าถึง เราเลือกได้ว่าอยากจะสำรวจเขาใหญ่ในมุมมองไหน อีกอย่าง เรามองว่าเขาใหญ่เหมาะกับการเป็นที่ตั้งของบ้านหลังที่ 2 ซึ่ง Casa Gana ของเราก็ยินดีเป็นบ้านหลังที่ 2 ของทุกคนที่มาเยือนที่นี่” นกเสริม

ดอกไม้ ประตู แจกัน

บ้านสไตล์โมเดิร์นทว่าเหนือกาลเวลาแห่งนี้ ได้รับการรังสรรค์โดย TOUCH Architect สตูดิโอสถาปนิกที่วินเฟ้นหาและถูกจริตแนวคิด-ดีไซน์ บ้านหลังนี้ออกแบบให้เน้นความเป็นส่วนตัว หากมองจากถนนหน้าบ้านจะไม่เห็นกระจกแม้แต่บานเดียว เห็นเพียงผนังสีเทาหนาทึบที่ช่วยพรางสายตา ให้แขกเป็นตัวเองได้เต็มที่ กระโดดโลดเต้นหรือร้องรำทำเพลงกับเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือคนสนิทก็ย่อมได้

อีกฝั่งของบ้านเปิดรับธรรมชาติสีเขียว มีภูเขาลูกน้อย ๆ ให้พักสายตา วินและนกกระซิบว่ายามเย็นราว 5 – 6 โมง อย่าออกจากบ้านไปไหนเชียว ลองมานั่งชมอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หลังบ้าน ทั้งยังมองเห็นวิวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ด้วย ที่สำคัญ เจ้าไข่แดงดวงกลมก็สวยไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละวัน

บรรยากาศพานโรแมนติกไม่น้อย เชื่อไหม มีคู่รักมาขอแต่งงานที่นี่แล้วเรียบร้อย

ดินทราย ต้นไม้ใหญ่

วินบอกว่า Casa Gana เป็นชื่อที่ TOUCH Architect ตั้งให้ ความหมายดีและตรงใจ

“ชื่อที่สถาปนิกตั้งให้เป็นภาษาสเปน คำว่า Casa แปลว่า บ้าน ส่วนคำว่า Gana แปลได้หลายความหมาย แปลว่า Disired ความปรารถนา หรือความสำเร็จ ก็ได้ ซึ่งตรงกับความตั้งใจของเราที่อยากมีบ้านในฝันของตัวเอง แล้วชื่อก็ติดหูด้วย เลยอินกับชื่อนี้และเรียกโปรเจกต์นี้ว่า Casa Gana”

Where Your Holiday Feels at Home – เจ้าบ้านทั้งคู่ว่านี่คือสโลแกนของบ้านหลังนี้

วินและนกใส่ใจกับทุกรายละเอียด (ย้ำว่าทุกรายละเอียดจริง ๆ) Casa Gana ชูคอนเซปต์ ‘Holiday Home’ ที่สนับสนุนให้แขกที่มาได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ซึ่งภายในบ้านก็มีมุมนั่งเล่นหรือพื้นที่ส่วนกลางที่ทุกคนเข้าถึงและมองเห็นกันได้ (วินว่ามันคือไฮไลต์ของที่นี่) มีเกมและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เอื้อให้แขกที่มาพักได้สร้างบทสนทนา สร้างบรรยากาศดี ๆ และสร้างประสบการณ์อันมีค่าและมีความหมายด้วยกัน 

“เราเป็นเหมือนผืนผ้าใบที่ให้แขกมาสร้างเรื่องราวของเขาเองในที่แห่งนี้” นกเล่าความตั้งใจ

แก้วน้ำ จานชาม บันได

บ้าน Casa Gana มี 2 ชั้น 3 ห้องนอน และ 3 ห้องน้ำ ซึ่งห้องนอนแต่ละห้องก็แตกต่างกัน

ห้อง Garden Bedroom (ชั้นล่าง) เหมาะกับกลุ่มครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ มีเตียงเดี่ยว และมี Garden Box บริเวณหัวเตียง แม้มองไม่เห็นวิวภูเขา แต่ยังใกล้ชิดธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวได้

ห้อง Party Bedroom (ชั้น 2) เหมาะกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว มีเตียงเดี่ยว 2 เตียง วางตรงข้ามกัน พักได้ 4 – 6 คน เรียกว่านั่งคุย-นอนคุยด้วยกันได้ทั้งคืน ให้อารมณ์เหมือนเข้าค่ายลูกเสือที่กลุ่มเพื่อนมารวมตัวกันนั่งรำลึกความหลังสมัยวัยเยาว์ ห้องนี้มีระเบียง มองออกไปเห็นภูเขาลูกโต

“ห้องนี้เราได้แรงบันดาลใจจากตอนไปอัมสเตอร์ดัมกับครอบครัว พักกัน 4 คน แต่ห้องไม่ใช่เตียงแบบ Bunk Bed เป็นเตียงนอน 2 ฝั่งที่เรานอนเล่น นอนคุยกันได้ บรรยากาศอบอุ่นดี” วินเล่า

“ตอนเราชวนเพื่อนมาทดลองนอน ทุกคนมากระจุกกันที่ห้องนี้ แม้จะมีห้องของตัวเองก็ตาม” นกยิ้ม “มันมาจาก Consumer Experience เวลาเราไปที่ไหนแล้วประทับใจ ก็อยากให้เป็นประสบการณ์ที่แขกได้รับกลับไปจาก Casa Gana ด้วยเหมือนกัน” นกค่อนข้างเข้าใจผู้บริโภคดี เพราะหน้าที่การงานของเธอข้องเกี่ยวกับสายงานมาร์เก็ตติ้ง ทั้งยังเคยผ่านงานด้านเอเจนซี่มาก่อน นี่คือสิ่งที่เธอถนัด ทั้งการสร้างแบรนดิ้งให้กับ Casa Gana และการปิดทุก Pain Point ที่จะเกิดขึ้นในโปรเจกต์บ้านพักหลังนี้

ห้อง Master Bedroom (ชั้น 2) เหมาะกับคู่รักหรือจะพักกับเพื่อนซี้ 4 ขาก็ได้ ห้องนี้คล้ายห้องสวีตของโรงแรม ความพิเศษคือเป็นห้องที่ล้อมรอบด้วยกระจก 2 ด้าน มองเห็นวิวเขาและธรรมชาติ

บ้านทั้งหลังพักได้ 8 – 10 คน และน้องหมา-น้องแมวเข้าพักด้วยกันได้ เพราะวินและนกให้ความสำคัญกับน้อง ๆ ไม่แพ้กัน ตั้งแต่การเลือกใช้กระเบื้องยางปูพื้นที่เป็นมิตรกับกระดูกและข้อต่อของสัตว์เลี้ยง มีขนมต้อนรับแสนอร่อย มีที่นอนอุ่น ๆ ถาดอาหาร-น้ำ และมีโซนสนามหญ้าพร้อมรั้วกั้น ให้น้อง ๆ ปล่อยพลังได้เต็มที่ พ่อ ๆ แม่ ๆ ไม่ต้องกังวลว่าน้องจะไม่ปลอดภัยหรือหลุดออกไปนอกตัวบ้าน

นกแซวขึ้นมาว่า เพียงแค่อุ้มน้องหมา-น้องแมวมาก็พอ เพราะที่นี่เตรียมทุกอย่างไว้พร้อม! วินและนกเข้าใจความต้องการของเหล่าผู้ปกครอง เพราะเขาและเธอต่างก็เป็น Pet Parents ด้วยนั่นเอง 

“ฟังก์ชันของบ้าน เราคิดตั้งแต่การตกแต่งภายในยันเฟอร์นิเจอร์ให้ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว นอกจากกระเบื้องยางกันลื่น ตรงสระน้ำเกลือเรายังมีบันไดพิเศษให้เด็ก ๆ เดินไปเล่นน้ำได้ ขอบมุมของเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่มีปลายแหลมเพื่อลดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนพื้นที่ของสัตว์เลี้ยงก็มีรั้วกั้นมิดชิด มีพื้นที่ให้น้องหมาได้ทำธุระส่วนตัว” วินอธิบาย

โคมไฟที่สวยงาม

ระหว่างคุยกัน เราชอบที่ทั้งคู่ทำให้คำว่า House กลายเป็นคำว่า Home 

“พอโตมา เราต่างมี House ที่มีคนสร้างเอาไว้ให้ เช่น พ่อแม่ แต่สุดท้ายการจะรู้สึกถึงคำว่า Home ได้ต้องมีคนอยู่ในนั้น ที่นี่จึงเน้นสร้างประสบการณ์ร่วมกัน เพราะเราอยากให้บ้านหลังนี้มีชีวิต” นกเล่า

“คำว่า Home ต้องมีความอบอุ่น สร้างประสบการณ์ต่าง ๆ ร่วมกันได้ รวมถึงการตกแต่งภายใน อย่างเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้กลางบ้าน กระจก เตาผิง ซึ่งเรายึดปรัชญาฮุกกะของเดนมาร์ก” วินเสริม

ขอบรั้วและริมทางเดิน

นกค่อย ๆ ลำดับฉากเล่าให้ฟังว่า ทำไม Casa Gana ถึงให้ความรู้สึกว่า นี่คือบ้านจริง ๆ

“ตื่นเช้ามา เราอยากให้ลองปิ้งขนมปังจาก Local Bakery กินคู่แยมออร์แกนิกและกาแฟสักแก้ว แล้ววอร์มร่างกายด้วยการกระโดดน้ำลงสระ ช่วงกลางวันแดดจัดหน่อย ลองมานั่งดูทีวีด้วยกัน หรือจะเล่นบอร์ดเกมที่เตรียมไว้ให้ก็ได้ ตกเย็นออกไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน แล้วปิ้งบาร์บีคิว ถ้าเป็นสายดื่ม เรามีตู้แช่ไวน์ด้วย มีทั้งไวน์ออร์แกนิกและไวน์โลคอล อย่าง GranMonte ให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืน

“ไฮไลต์อีกอย่างคือ Outdoor Projector เราได้แรงบันดาลใจตอนไปสหรัฐฯ เห็นบ้านตรงข้ามเอาผ้าแคนวาสมาขึงนอกบ้านแล้วฉายโปรเจกเตอร์ดูด้วยกัน มันน่ารักจังเลย ที่ Casa Gana ก็มีผนังให้ฉายโปรเจกเตอร์ได้ เราเตรียมเก้าอี้สนามไว้ให้ด้วย ลูกค้าทุกคนชอบมาก ยิ่งกว่านั้น เราได้เห็นความสร้างสรรค์ของเขา เพราะเขาฉายไปในทุกผนังของบ้านเลย นี่แหละความครีเอทีฟ” นกเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

นั่นเพราะวินและนกมีกิจกรรมที่เอื้อให้แขกเสมือนได้ทำกิจวัตรประจำวันที่บ้านจริง ๆ

มันเป็นความรู้สึกสบาย ๆ ไม่เร่งรีบรีบร้อน อบอุ่น และแวดล้อมไปด้วยคนที่เรารักน่ะ

ต้นหญ้าอยู่ในสนาม

เพราะเธอทั้งคู่ตกหลุมรักเขาใหญ่ พื้นที่สีเขียวที่มีธรรมชาติโอบล้อม วินและนกจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่รักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่นานที่สุด และเลือกอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตรที่สุด

บ้านหลังนี้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อนำพลังงานธรรมชาติกลับมาหมุนเวียนในบ้าน ทั้งยังปราศจากขวดพลาสติก มีเพียงขวดแก้วที่ให้แขกกรอกน้ำดื่มใสสะอาดจากเครื่องกรองน้ำระบบนาโนเทคโนโลยี ซึ่งก็เป็นลักษณะนิสัยของคนอยู่บ้านนั่นแหละที่มักกรอกน้ำดื่มกันเอง และเลือกแบรนด์กาแฟแคปซูลที่แคปซูลจิ๋ว ๆ นั้นนำไปรีไซเคิลต่อได้ แถมยังใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบออร์แกนิก ไร้สารเคมี ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมและระบบท่อภายในบ้าน ปลอดภัยกับเด็กและสัตว์เลี้ยง อ้อ ยังไม่หมดนะ วินและนกใส่ใจรายละเอียดถึงขั้นเลือกใช้ถุงขยะและฟองน้ำล้างจานที่ย่อยสลายได้ด้วย (แขกชอบจนต้องถามหาแหล่งซื้อเลยล่ะ)

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากคือการสนับสนุนท้องถิ่น คงไม่มีใครอยากเป็นเจ้าของกิจการที่เติบโตโดดเดี่ยวโดยไม่สนใจเพื่อนบ้านรอบตัว ซึ่ง Casa Gana มีความตั้งใจดีที่อยากกระจายรายได้สู่ชุมชน

อย่างขนมปังอบโฮมเมดก็มาจากนักอบขนมปังในท้องถิ่น ซึ่งอยู่ละแวกบ้านของ Casa Gana ทำสดใหม่วันต่อวัน มีให้ชิม 2 รสชาติ คือขนมปังนมสดและขนมปังชาร์โคลธัญพืช แล้วก็มีแยมออร์แกนิกรสลูกหม่อน (มัลเบอร์รี) และรสกระเจี๊ยบ (รสนี้โดนใจแขก) หากเข้าไปในบ้าน จะเห็นกระปุกแยมหรือขวดไวน์วางประดับอยู่ในบ้าน นั่นเป็นเพราะทั้งคู่อยากมอบชีวิตที่ 2 ให้กับข้าวของที่คนมองข้าม ทว่ายังมีประโยชน์ และอยากสร้างแรงบันดาลใจให้แขกที่มาพัก ลองปรับพฤติกรรมให้ Eco-friendly มากขึ้น

นอกจากอาหารการกิน ยังมีสบู่-แชมพู ที่ผลิตโดยศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี วินและนกดีไซน์กลิ่น AGED WOOD ขึ้นมาเฉพาะที่นี่เท่านั้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดรับรองจาก อย. และปราศจากพาราเบน ซิลิโคน และ SLS รับรองความปลอดภัย สบายใจได้เลย

และที่นี่มีบริการพ่อบ้านส่วนตัว (บัตเลอร์) ด้วยนะ เพื่อให้ประสบการณ์ดี ๆ ไม่มีสะดุด พร้อมทั้งไกด์บุ๊กแนะนำร้านอาหาร สถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงคลินิกสำหรับสัตว์เลี้ยง (กรณีฉุกเฉิน)

บ้านนี้จะมีความงามได้ถ้ามีเธอ

Casa Gana เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อน-สังสรรค์ของครอบครัว และ กลุ่ม Fambam หมายถึง เพื่อนหรือคนที่เติบโตมาด้วยกันเสมือนคนในครอบครัว รวมถึงเป็นมิตรกับเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงด้วย 

“เราจำโมเมนต์วันที่ลูกค้ากลุ่มแรกเข้าพักได้เลย แทบนอนไม่หลับค่ะ” วินหัวเราะ

“เรารู้สึกขอบคุณลูกค้ากลุ่มนั้นจนถึงทุกวันนี้ที่เขามอบฟีดแบ็กให้เราไปปรับปรุงต่อ เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เยอะมาก ซึ่งสเตปถัดมาที่เราต้องคิดให้หนัก คือจะทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาอีก”

“ความยากอย่างหนึ่งคือลูกค้าต้องรวมกันมาค่ะ เพราะเราเป็นบ้านเช่าทั้งหลัง อาจต้องใช้เวลานิดหนึ่งในการจะรวมตัวกัน ซึ่งเรารู้สึกว่านี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ เพราะอยากให้เขาหาเหตุผลในการ ‘ไปเที่ยวด้วยกัน’ ในฐานะเจ้าบ้าน เราอยากเห็นความสนุก ความสุข และเสียงหัวเราะ เกิดขึ้นที่นี่”

นกบรรยายภาพในหัวที่เธออยากให้เห็นในบ้าน Casa Gana “เพื่อนกลุ่มแรกที่เราชวนมา เขาอยากกลับมาที่นี่อีก เพราะเขาชอบโมเมนต์ที่เกิดขึ้น โมเมนต์ที่เราแชร์บางอย่างร่วมกันในบ้านหลังนี้”

“เราเห็นภาพคนอยู่กันเป็นกลุ่ม ทำกิจกรรมร่วมกัน เห็นภาพเขาครีเอตประสบการณ์ของเขาเอง แม้มันเป็น Story Book ของเขา ขณะเดียวกันก็กลายเป็น Story Book ของ Casa Gana ด้วย

“ลูกค้าหลายคนที่มาพัก เขาบอกว่าบ้านสวย อยากมีบ้านแบบนี้ เราดีใจที่ได้ยิน เพราะมันคือแพสชันของเราตั้งแต่อายุ 25 บ้านหลังนี้คือเป้าหมายในชีวิตของเรา เป็นบ้านในฝันของเรา เรารักบ้านหลังนี้ และหวังว่าทุกคนที่มาเยือนที่นี่จะรักและรู้สึกว่าที่นี่คือ ‘บ้าน’ ของเขาเช่นกัน” วินยิ้ม

3 Things

you should do

at Casa Gana

01

ลองฉาย Outdoor Projector นอนดูหนัง-ฟังเพลง สัมผัสอากาศเขาใหญ่ยามค่ำคืน

02

ลองดูพระอาทิตย์ตกลับเขา วิวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่หลังบ้าน Casa Gana

03

ลองขับรถไปไนต์ซาฟารี ส่องสิงสาราสัตว์ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

Casa Gana

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์