สาวกสตรีทแฟชั่นคงคุ้นเคยกับ CARNIVAL กันเป็นอย่างดี Multi Brand สายสตรีทของไทยที่ฮอตฮิตทั้งสนีกเกอร์และเสื้อผ้า ได้รับการยอมรับระดับโลกทั้งคอลเลกชันแบรนด์ชั้นนำที่นำเข้ามาและออกแบบเอง
ความน่าตื่นเต้นในวันนี้คือ เจ้าแห่งสตรีทแฟชั่นจับมือกับเจ้าแห่งโจรสลัด มังงะระดับตำนานโดย เออิจิโร โอดะ (Eiichiro Oda) การ์ตูนขวัญใจคนไทยและแฟนคลับทั่วโลก

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

CARNIVAL x One Piece “Grand Line” Collection เลือกหยิบตัวละครตลอด 24 ปีของ One Piece มาเล่าเรื่องเป็นสินค้า 91 แบบ ทั้งเสื้อผ้าและไอเท็มแฟชั่นมากมายที่เรียกได้ว่าเป็นคอลเลกชันของ One Piece ที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาตามเสียงตอบรับของสาวกหลายคน

จากกระแสตอบรับที่ถล่มทลาย ขายเกลี้ยงในล็อตแรกอย่างรวดเร็ว คอลัมน์สูตรคูณในวันนี้พามาฟังความพิเศษของการ Collaboration กันระหว่างสองแบรนด์ว่า ออกคอลเลกชันร่วมกันอย่างไรให้คนแย่งกันตามหาเหมือนล่าสมบัติ

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

สปิริตนักล่าสมบัติในแบบของ CARNIVAL

ปิ๊น-อนุพงศ์ คุตติกุล ผู้ปั้น CARNIVAL จากความชื่นชอบส่วนตัวเล่าว่า เขาโตมาในยุค 90 ชอบสตรีทแฟชั่น มีงานอดิเรกคือชอบแต่งตัว อ่านการ์ตูน ดูหนัง ฟังเพลง จึงดึงความชอบของตัวเองเหล่านี้ออกมาผ่านสินค้าแฟชั่นต่างๆ
แบรนด์ CARNIVAL เป็นเหมือนคนหนึ่งคนที่มีคาแรกเตอร์และความชอบเหมือนปิ๊น ที่ผ่านมาในแต่ละปีมักมีคอลเลกชันพิเศษที่ทำร่วมกับการ์ตูน ศิลปิน และแบรนด์ต่างๆ ออกมาตลอดอย่างต่อเนื่อง การ์ตูนทุกเรื่องที่เลือกมักเป็นระดับท็อปของยุค 90 อย่าง สตาร์วอร์ส นารูโตะ ดราก้อนบอล

แต่ละคอลเลกชันหมายถึงความสนุกที่ได้ทำสิ่งใหม่

One Piece เป็นการ์ตูนยุค 90 ที่ปิ๊นบอกว่าโตมาด้วยกัน ติดตามมาตั้งแต่เด็กจนถึงวัยทำงาน คิดว่าแฟน CARNIVAL หลายคนก็โตมากับการ์ตูนเรื่องนี้เช่นกัน และรู้สึกว่าเป็นหนึ่งในการ์ตูนยอดฮิตที่ไม่มีใครล้มแชมป์ได้ตลอดมากว่า 20 ปี มีตัวละครเยอะที่สุดในการ์ตูนญี่ปุ่น ในแต่ละเล่มมีตัวละครใหม่มากมายออกมาเสมอ จึงคิดว่าน่าสนุกถ้าหยิบมาเล่าเรื่องในแบบของ CARNIVAL

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

ปิ๊นยังบอกว่าเรื่องราวในการ์ตูนสะท้อนโลกและประเทศที่เราอยู่ โลกของ One Piece มีเผ่ามังกรฟ้า รัฐบาลโลก ทหารเรือ คนปกครอง คนกดขี่ คนรวย คนจน ทำให้คนน่าจะอินกับสตอรี่ได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง CARNIVAL กับ One Piece คือการเติบโตและฝ่าฟันเพื่อพิชิตเป้าหมาย ลูฟี่ เจ้าแห่งโจรสลัดมุ่งมั่นออกเดินทางเพื่อพิชิตเกาะ ช่วยเหลือคนและตามหาสมบัติ ไล่ล่าตามเป้าหมายใหม่ไปเรื่อยๆ คล้าย CARNIVAL ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่พร้อมไล่ตามเป้าหมายใหญ่ขึ้นเสมอเหมือนเดินขึ้นขั้นบันได

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

สุดเท่ด้วยคาแรกเตอร์ตัวร้าย

CARNIVAL x One Piece เป็นคอลเลกชันใหญ่ที่สุดที่ CARNIVAL เคยทำมา มีทั้งหมด 91 แบบ ทั้งเยอะที่สุดและหยิบตัวละครมาเล่าอย่างไม่เหมือนใคร

“ถ้าติดตาม CARNIVAL จะรู้ว่าเวลาแบรนด์เอาการ์ตูนอะไรก็ตามมาทำ จะไม่เน้นพระเอก แต่เอาคาแรกเตอร์ที่คนคาดไม่ถึงมาทำ เน้นฝั่งตัวร้าย” ปิ๊นบอกว่าสำหรับเขา เวลาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าตัวร้ายเท่ไม่แพ้ตัวเอก มีตัวละครที่ชอบเยอะมาก ทั้งมิสเตอร์ทู บอนเคร ชายตาเหยี่ยว ฟลามิงโก้ และอีกมากมาย เลยคิดว่าน่าสนุกดี ถ้าไม่ได้มีแค่เสื้อลายลูฟี่

จากความชอบตัวร้ายในการ์ตูน จึงนำไปสู่การเล่าเรื่องในสินค้า

CARNIVAL x One Piece คอลเลกชัน 91 แบบที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

“แบรนด์อื่นมักเลือกเฉพาะพระเอกและตัวเด่นในการ์ตูนมาทำ พอเราพลิกเอาตัวร้ายมาทำด้วยเลยไม่น่าเบื่อ เป็นคาแรกเตอร์ที่คนคาดไม่ถึง อย่างถ้าเป็น ดราก้อนบอล ก็จะเลือกตัวละครอย่างมิสเตอร์ซาตาน อูลอน หยำฉา คนเห็นเสื้อแล้วรู้สึกเจ๋ง ตอน นารูโตะ เอาแสงอุษามาเป็นเสื้อลายหลักก็ทำให้คนฮือฮากัน”

ส่วนคอลเลกชัน One Piece มีตัวละครหลากหลายลายที่เป็นตัวร้ายและตัวรองเช่นกัน จากความชอบทหารเรือ ทำให้เลือกสามพลเอกยืนอยู่บนลายด้วยกัน มีลายแก็งบาล็อกเวิร์ก มิฮอว์ก เซอร์ครอคโคไดล์ และอีกมากมาย บางตัวละครที่ป็นที่นิยมก็จะใส่ในสินค้าหลายชิ้นหน่อย

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

นอกจากเสื้อผ้าที่เป็นจุดเด่น ทั้งเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อฮู้ด เสื้อเชิ้ตขนปีศาจ หมวกแก็ปลาย One Piece และอีกมากมายแล้วแบรนด์ยังเพิ่มความสนุกด้วยไอเท็มแฟชั่นของสะสมต่างๆ อย่าง Plush Toys หมอนผลไม้ปีศาจ ผลโกมุโกมุ ผลเมระเมระ ผลโอเปะโอเปะ และแพ็กเกจของเล่น 8 สีที่มีสีสันแตกต่างออกไปตามธีมตัวละคร สเก็ตบอร์ด สติกเกอร์ Tower Box Tableware ทั้งแก้วน้ำและจาน

จัดเต็มสมกับที่เป็นคอลเลกชันพิเศษ มีทั้งความหลากหลายและนำเสนอในสิ่งที่แบรนด์อื่นไม่เคยทำ

จากโลกการ์ตูนสู่โลกแฟชั่น

ปิ๊นเล่าว่าการทำงานกับ One Piece ที่ต้องคำนึงถึง License มีข้อจำกัดเยอะมาก ทำให้เตรียมตัวนานแต่สนุก

การทำงานร่วมกันเริ่มจากตกลงสัญญาว่าอยากทำสินค้ากี่ชิ้น มูลค่ากี่บาท ส่งแบบไปให้ทางนั้นดูว่าลายตัวละคร โลโก้ และ Wording อยู่ตรงไหน เมื่อวางลายลงบนเสื้อผ้าแล้ว ต้องเช็กรายละเอียดให้ตรงกับในการ์ตูน เช่น ความสูงของตัวละครถูกต้องไหม ลูฟี่จะสูงกว่าแฟรงกี้ไม่ได้ สีและเสื้อผ้าของตัวละครตรงไหม และมีข้อห้ามบางอย่าง อาทิ ไม่สามารถเอาตัวละครตัวนี้มายืนกับอีกตัวหนึ่ง หากเลือกตัวละครในคนละฉากมาอยู่บนลายเดียวกัน ต้องเป็นตัวละครที่อยู่ในเนื้อเรื่องเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันเท่านั้น และต้องใส่ชุดเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย ต้องเช็กแล้วปรับแก้จนกว่าจะเหมือนในโลกการ์ตูน 

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

การทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองแบรนด์จึงเป็นการช่วยกันนำตัวละครในโลกการ์ตูน ย้ายมาอยู่ในโลกจริงบนสินค้าแฟชั่น ได้ร่วมคิด ตัดสินใจ และเรียนรู้ร่วมกันในคอลเลกชันพิเศษนี้

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

เล่นใหญ่ให้ปัง

คอลเลกชัน One Piece มีคนต่อคิวซื้อหน้าร้านยาวเหยียด และขายล็อตแรกหมดในโลกออนไลน์ตั้งแต่วันแรก สื่อต่างประเทศสายสตรีทแฟชั่นรวมทั้งชาวต่างชาติต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความสนใจกันในเพจของแบรนด์

ปิ๊นบอกว่าคอลเลกชันนี้ทำให้มองเห็นโอกาสการเติบโตของแบรนด์มากขึ้นว่า แบรนด์ไทยที่อายุไม่ถึง 10 ปีก็มีโอกาสทำให้ตลาดต่างประเทศยอมรับได้ เห็นโอกาสการเปิดร้าน Pop-up ที่ต่างประเทศในอนาคต 

เขาคิดว่าเคล็ดลับที่ทำให้คอลเลกชันพิเศษของ CARNIVAL ปังมาหลายครั้ง คือการหาสิ่งที่ Touch กับคน “ถ้าไม่เคยอ่าน One Piece จะทำคอลเลกชันนี้ไม่ได้ เราหยิบเอาตัวละครที่ Touch กับคนจริงๆ มา เอาตัวละครที่คนอื่นไม่คิดว่าจะเอามา ทำลายที่คนไม่คิดว่าจะทำ ลายดาบโซโล ลายแมลงสื่อสาร ทำลายที่คนเห็นแล้วรู้สึกเท่”

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว
เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

แม้ทั้งสองแบรนด์ต่างประสบความสำเร็จอยู่แล้ว แต่การร่วมงานกันทำให้ได้ผลักดันสิ่งสนุกๆ ให้เกิดขึ้น คนที่เขินการใส่เสื้อลายการ์ตูน ก็หันมากล้าใส่มากขึ้น ในกลุ่มสาวก CARNIVAL ที่ชื่นชอบแฟชั่นแต่ไม่รู้จัก One Piece มาก่อน ก็ได้รู้จักมหากาพย์การ์ตูนเรื่องนี้จากคอลเลกชันพิเศษที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน

ต่อไปในอนาคต CARNIVAL จะยังคงมีคอลเลกชันพิเศษแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ ทำงานร่วมกับทั้งแบรนด์และศิลปินใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เป็นไอเท็มแฟชั่น แต่ยังเล่าเรื่องแปลกใหม่และสนุกในรูปแบบของตัวเอง 

เบื้องหลังมหากาพย์ CARNIVAL x One Piece “Grand Line” คอลเลกชันพิเศษที่คนต่อคิวซื้อเป็นหมื่นและขายหมดในวันเดียว

ขอบคุณรูปภาพจาก CARNIVAL

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

สูตรคูณ

เบื้องหลังงานสร้างสรรค์ครั้งพิเศษจากการ...

การร่วมมือระหว่างแบรนด์ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วทุกวันนี้ ทุกครั้งที่อัปเดตเทรนด์แฟชั่น เราจะพบกับการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์พร้อมกับประกาศเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่น่าติดตาม ซึ่งก็ได้รวมเอาเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน และคงกระตุ้นต่อมความอยากเป็นเจ้าของให้กับแฟน ๆ แต่ละแบรนด์ไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดเป็นแฟนของทั้งสองแบรนด์อยู่ด้วยแล้ว คงจะรีบกดจองโดยแทบไม่ต้องคิดได้เลยทีเดียว

แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่เรานึกไม่ออกว่าจะเขาจะร่วมมือกันได้ล่ะ ?

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

นั่นเป็นคำถามแรกในหัวหลังจากที่เรารู้ว่า F.HERO จะทำงานร่วมกับขายหัวเราะเพื่อผลิตรองเท้า ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก แรปเปอร์อันดับต้น ๆ ของเมืองไทยร่วมมือกับบริษัททำหนังสือการ์ตูนที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยมาอย่างยาวนาน เพื่อผลิตสนีกเกอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งสร้างความสุขทุกครั้งที่หยิบมาสวมใส่

และนี่คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมด

PLY (พลาย) แบรนด์รองเท้าสนีกเกอร์สัญชาติไทย ที่เกิดจากการวมตัวกันของเหล่าผู้คว่ำหวอดในวงการ ทั้งบริษัท CPL ผู้เชี่ยวชาญการผลิตรองเท้าเพื่อความปลอดภัย แบรนด์ 31Thanwa ซึ่งเป็นแบรนด์กระเป๋าสุดหรูที่สืบทอดมาจากโรงงานผลิตเครื่องหนังและรองเท้าหนังเป็นรุ่นที่ 3 และ กอล์ฟ F.HERO แรปเปอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้รอบรู้ด้าน Streetwear และเป็นหนึ่งในนักสะสมสนีกเกอร์ตัวยงที่ขึ้นชื่อในวงการ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

แต่สิ่งที่ทำให้การร่วมมือกันครั้งนี้ นั่นเป็นเพราะ F.HERO เป็นมากกว่านั้น

กอล์ฟเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นแฟนตัวยงหนังสือของสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น ไม่ว่าจะเป็น ขายหัวเราะ มหาสนุก หรือ สวนเด็ก นั่นทำให้ต้องคอยติดตามข่าวสารของสำนักพิมพ์อยู่ตลอด และมองว่าการปรับตัวมาสร้างแพลตฟอร์มสำหรับรองรับงานใหม่ ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นของสำนักพิมพ์ ที่ตอนนี้กลายเป็นบันลือกรุ๊ป แถมยังได้รับความนิยมไม่สร่างซา ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน ก็เป็นการนำเอาแนวคิดการต่อยอดมาทำให้ใช้ได้จริงที่ยิ่งน่าติดตาม เนื่องจากตัวกอล์ฟเองก็กำลังทำค่ายเพลง โดยหวังให้ T-Pop มีที่ยืนในวงการดนตรีของโลก และมองว่าการต่อยอดจากต้นทุนที่มีอยู่ เป็นวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมาย

เมื่อสำนักพิมพ์ที่เป็นตัวเองแฟนคลับแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่คล้ายกัน กอล์ฟจึงไม่รอช้า รีบติดต่อกับ พิมพ์พิชา อุตสาหจิต หรือ นิว ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ที่แฟน ๆ หนังสือหลายคนจะคุ้นเธอจากตัวการ์ตูนเจ้าหนูที่มีผม 3 เส้น แต่นิวในตอนนี้คือผู้บริหารที่กำหนดทิศทางของบันลือกรุ๊ป เมื่อเธอได้พูดคุยกับกอล์ฟ และเห็นด้วยว่าการนำเอาความคลาสสิกที่มีของ ขายหัวเราะ มาต่อยอดในรูปแบบที่ต่างออกไป เป็นอีกพรมแดนหนึ่งที่น่าสนใจ พวกเขาจึงเริ่มงานทันที

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

ขายหัวเราะ มีนโยบายอยากทำงานกับผลิตภัณฑ์ทุกรูปแบบ เพื่อดูว่าพวกเขาจะต่อยอดเอาตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคย ไปปรากฏตัวในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้ไกลแค่ไหน นอกจากนี้เมื่อได้ร่วมงานกัน พวกเขาพบว่าต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน ไม่ใช่แค่กอล์ฟที่หลงใหลในตัวการ์ตูนของ ขายหัวเราะ เท่านั้น แต่ผู้บริหารของบันลือกรุ๊ปก็ชื่นชมสไตล์การแรป และทักษะการเขียนเนื้อเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ของกอล์ฟด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะพูดว่านี่เป็นการแลกเปลี่ยนความชื่นชมกันและกันระหว่างแฟนคลับก็คงไม่ผิดนัก และทำให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น

แต่ถึงแม้จะมีความชื่นชอบเป็นต้นทุน การนำเอาตัวการ์ตูนมาอยู่บนรองเท้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว พวกเขากำลังมองหารองเท้าที่สวย แต่ก็ต้องใช้งานได้จริง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ กอล์ฟและทีม PLY ต้องนำจุดเด่นของรองเท้าออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยยึดแนวคิด ‘Safety Streetwear Sneaker’ เป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ทางบันลือกรุ๊ปก็ต้องระดมทุกทรัพยากรที่มี เพื่อให้แน่ใจว่าตัวละครที่จะปรากฏขึ้นเป็นลวดลายบนรองเท้า จะไม่ใช่แค่การนำเอาภาพไปแปะเท่านั้น แต่ต้องมีชีวิตชีวาและนำพาความทรงจำแสนสุขมาให้คนที่ได้ลองใส่ เนื่องจากตัวการ์ตูนทุกตัวมีลักษณะท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าทุกตัวละครที่เคยปรากฏบนหนังสือในเครือบันลือกรุ๊ป มีท่าทางเฉพาะตัว ไก่วัลลภจะทำท่าบางชนิดเท่านั้น โจรมุมตึกจะยืนด้วยท่าทางแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น หากดัดแปลงเกินไปจนคนไม่เชื่อพวกมันจะออกท่าทางแบบนี้จริง ๆ จะทำให้ขัดกับภาพลักษณ์ที่เคยมี ตัวละครทุกตัวมีรายละเอียด ซึ่งทั้งกอล์ฟและนิวก็ยังย้ำว่าต้องลงลึกขนาดนี้ ก็เพื่อให้เสน่ห์ที่คอยมอบรอยยิ้มให้กับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่บนกระดาษหนังสือการ์ตูน หรืออยู่บนสินค้าใด ก็ยังคงอยู่เสมอ

PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน
PLY x ขายหัวเราะ โดย F.HERO แฟนคลับผู้พา ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ออกมาโลดแล่นบนท้องถนน

การทำงานร่วมกันจึงเป็นการหารือร่วมกันระหว่างทีม PLY และบันลือกรุ๊ป พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของแทบทุกตัวละครเพื่อหาตัวที่เหมาะสม ซึ่งกอล์ฟบอกว่าทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่ออฟฟิศบันลือกรุ๊ป เป็นเหมือนการเติมเต็มความฝันวัยเด็กของตัวเอง เขายังบอกอีกว่าจังหวะการ์ตูน 3 ช่องเป็นอีกแนวทางที่เขาใช้เวลาเขียนเพลง มีช่องเปิด ช่องปู และช่องตบ นี่อาจจะเป็นอีกเคล็ดลับที่ทำให้เขาปล่อยเพลงฮิตออกมา นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่าขายหัวเราะในยุคต่าง ๆ ยังเป็นจดหมายเหตุประเทศไทยที่ย่อยเอาเหตุการณ์สำคัญ ๆ ออกมาในรูปแบบเบาสมอง แต่ก็ยังชวนให้ฉุกคิด ซึ่งถือเป็นคุณูปการที่สำคัญต่อวงการสื่อเมืองไทยเลยทีเดียว

นอกจากเติมเต็มความฝันวัยเด็กแล้ว การเข้ามาทำงานร่วมกันยังทำให้กอล์ฟได้เรียนรู้แนวคิดการต่อยอดที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ วิธิต อุตสาหจิต หรือ ‘บ.ก.วิติ๊ด’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งมองว่าตัวการ์ตูนที่เขามี ถือเป็น Soft Power ที่สำคัญ เนื่องจากพวกมันได้สร้างความผูกพันมานานหลายสิบปี เป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ ความพยายามที่จะเอาพวกมันไปปรากฏในสื่ออื่น ๆ ในรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างออกไป ถือเป็นต้นแบบการทำธุรกิจที่กอล์ฟบอกว่าเขาจะนำไปปรับใช้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ การทำงานผ่านการทำเป็นแบบอย่างและมีคำแนะนำอย่างอบอุ่นอยู่เสมอภายในครอบครัว แต่ก็ยังให้อำนาจตัดสินใจกับคนรุ่นใหม่แบบมืออาชีพ เป็นอีกเรื่องที่กอล์ฟถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ากับการใช้ชีวิตของเขา

เบื้องหลัง PLY x ขายหัวเราะ เมื่อ F.HERO จับมือกับตัวการ์ตูนคลาสสิก เพื่อปลุกความหลงใหลวัยเด็กให้มีชีวิตอีกครั้ง

ทางด้าน บ.ก. วิธิต ก็มองว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ โดยเฉพาะในยุคการเปลี่ยนแปลงจากกระดาษมาเป็นออนไลน์ ซึ่งก็ได้ทำให้บันลือกรุ๊ปต้องปรับตัวและพยายามทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ การได้ศิลปินที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองสูง มีวินัยการทำงานที่ดี เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าชื่นชม มาร่วมงานด้วยถือเป็นเกียรติอย่างมากของบันลือกรุ๊ป บ.ก. ยังพูดถึงผลงานต่าง ๆ ของกอล์ฟ ซึ่งไม่ได้มีแค่เพลงที่ดังในเมืองไทยเท่านั้น แต่เขายังพูดถึงผลงานระหว่าง F.HERO และ Babymetal วงเกิร์ลกรุ๊ปเมทัลของญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นแฟนคลับของกันและกันอย่างแท้จริง

ถึงตรงนี้เราคงไม่ต้องบอกว่ากอล์ฟเขินขนาดไหน

เมื่อนี่เป็นก้าวแรก เราคงไม่ต้องบอกว่ายังมีโครงการอื่น ๆ รออยู่ในอนาคตอย่างแน่นอน โดยนิววางเป้าหมายเอาไว้ว่าภายในปีนี้ บันลือกรุ๊ปจะมีผลงาน Original Content ใหม่ ๆ ออกมาให้ติดตาม รวมถึงการนำเอาผลงานเก่าที่แฟน ๆ ชื่นชอบและทรัพยากรที่มีอยู่มาปัดฝุ่นและนำเสนอในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงการร่วมงานกับกอล์ฟและศิลปินคนอื่น ๆ ซึ่งถึงแม้เราจะพยายามถามสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็เชื่อว่ามันจะออกมาน่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกับ PLY x Kraihuaror แน่นอนเพราะเห็นได้ชัดว่าเมื่อการทำงานเริ่มต้นจากความชื่นชมและให้เกียรติระหว่างกันและกัน เราก็คาดหวังได้เลย

ผลงานที่เกิดจากความหลงใหลย่อมเป็นงานคลาสสิกเสมอ

Writer

นรินทร์ จีนเชื่อม

จบรัฐศาสตร์ ชอบอ่านวรรณกรรมคลาสสิค หลงใหลการโต้เถียงแบบมีอารยะ กินกาแฟดำเหมือนนักเขียนรุ่นใหญ่ แต่ใจจริงชอบแฟรบปูชิโน่คาราเมลเพิ่มไซรัป

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load