เวลาอยากทำอาหารให้อร่อยขึ้น คุณนึกถึงอะไร

ชื่อของสารพัดเครื่องและผงปรุงรสคู่ครัวอาจปรากฏขึ้นในใจ ทุกวันนี้เรามีตัวช่วยมากมายให้เลือกสรรไม่ขาด

แต่ถ้าถามว่าจะทำอาหารให้อร่อยขึ้นได้อย่างไร โดยยังเป็นมิตรต่อสุขภาพ ผู้ป่วยและเด็กน้อยรับประทานได้อย่างไม่ต้องกังวลใจ ตัวเลือกของคุณอาจเหลือเพียงหยิบมือ

“ถ้าอยากสุขภาพดี อย่ารับประทานอะไรที่ทวดของคุณจะไม่รู้จักว่าเป็นอาหาร”

ไมเคิล พอลแลน นักสื่อสารเรื่องอาหาร เคยเขียนประโยคนี้ไว้ ทุกวันนี้อาหารแต่ละมื้อของเรา มักอุดมด้วยสารเคมีสังเคราะห์จากกระบวนการอุตสาหกรรมที่คนทั่วไปอ่านชื่อไม่ค่อยถูกในครั้งแรก ซึ่งช่วยให้อาหารมีคุณสมบัติพิเศษหรืออร่อยขึ้น ชักชวนให้อยากกลับมาลองอีกครั้ง แต่บางอย่าง สะสมไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะโกรธคุณแน่

‘Carechoice’ คือแบรนด์ผงปรุงรสจากผักปลอดสารผสมวัตถุดิบธรรมชาติและอาหารเสริมเด็ก ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ รวมกว่า 80 ผลิตภัณฑ์

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

ก่อตั้งภายใต้บริษัทชื่อ ด.เด็กกินผัก โดย อ๋า-ธีระวุธ ศิริทองนภา อดีตนักออกแบบภายใน ร่วมด้วย ป้อม-กิตติมา ทองเกตุ อดีตผู้บริหารสถาบันการเงินและภรรยา ที่ฝันอยากเห็นคนไทยรับประทานอาหารอย่าง ‘อร่อย สบายใจ ไร้ผงชูรส’

หากพลิกหลังซองหรือกล่องดูฉลากโภชนาการแล้ว คุณและรุ่นทวดจะรู้จักว่าผัก ปลาแต่ละตัวของ Carechoice คืออะไร ไม่มีการแต่งเติมสารเคมีแปลก ๆ และลดโซเดียมลงจากผงปรุงทั่วไปมากสุดถึง 85 เปอร์เซ็นต์ 

นอกจากคุณค่าทางสุขภาพแล้ว ยังมีด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพราะผักปริมาณมากที่นำมาผลิต รับมาจากเกษตรกรในท้องถิ่น ช่วยลดอาหารที่อาจตกค้างกลายเป็นเศษเหลืออย่างเปล่าประโยชน์ รวมแล้วเป็นส่วนผสมของแบรนด์ที่น่าสนับสนุน

พวกเขาพยายามตอบภารกิจทั้ง 3 ด้าน พร้อม ๆ ไปกับการอยู่รอดทางธุรกิจได้อย่างไร 

ชวนเข้าครัวมาเปิดสูตรและปรุงไปด้วยกัน

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

01 
แรงบันดาลใจที่กลายเป็นการลงมือทำ

“ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจทำผงปรุงรส แค่อยากแก้ปัญหาเรื่องเศษอาหาร” อ๋าเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้แพลนไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน

เดิมคุณแม่ของอ๋าค้าขายผักเป็นอาชีพอยู่แล้ว เมื่อเติบโตทางหน้าที่การงานถึงจุดหนึ่ง อ๋ามองว่าน่าจะช่วยต่อยอดธุรกิจของแม่ ประกอบกับความฝันที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ เขาจึงลาออกจากวงการดีไซน์ มาสร้างโรงงานตัดแต่งผักที่จังหวัดราชบุรี เน้นส่งให้ร้านอาหารและโรงงานอุตสาหกรรม อาศัยการบริการที่ละเอียดลออตามความต้องการของลูกค้าเป็นจุดขาย

แต่แม้ประณีตสุดชีวิตแค่ไหน การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งนั้นทำยาก และโรงงานอุตสาหกรรมมักมีมาตรฐานการรับผลผลิตที่ตายตัว เช่น ต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกี่เซนติเมตร ก้านต้องตัดให้สั้นไม่เกินเท่าไร รูปลักษณ์ต้องสวยโดนใจ ถ้าสุ่มตรวจเจอผลผลิตที่ไม่ตรงตามกำหนดแม้เพียงเล็กน้อย ก็เสี่ยงถูกคัดทิ้ง ตีกลับยกล็อต ทั้งที่จริง ผักเหล่านั้นยังถือว่าคุณภาพใช้ได้ ปลอดภัยต่อการรับประทาน

เราจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของผักอายุสั้น ๆ เหล่านี้อย่างไรดี เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจอ๋า

การเดินทางไปแถบชานเมืองของแดนอาทิตย์อุทัย เป็นคำตอบที่เขาพาตัวเองไปค้นพบ

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

“เราไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วต้องหลบหิมะในวัด มีคนแจกซุปไชเท้าต้มให้เรา ซึ่งอร่อยมาก ถามเขาว่าใส่อะไรไป เขาบอกว่าไม่ได้ใส่อะไรพิเศษเลย เป็นรสชาติของธรรมชาติ” 

อูมามิ คือรสชาติกลมกล่อมที่จุดประกายอ๋าให้ศึกษาเรื่องนี้จริงจัง เป็นรสชาติที่ห้าที่มนุษย์รับรู้ได้ นอกเหนือจากความหวาน เค็ม เปรี้ยว ขม ในกรณีนี้ เกิดจากน้ำซุปดาชิที่อยู่คู่ครัวชาวญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน มักปรุงจากวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างปลาคัตสึโอะ สาหร่ายคอมบุ เห็ดชิตาเกะ 

หรือจะใช้กรรมวิธีทางอุตสาหกรรมผลิตเป็นผงชูรสในปริมาณมากอย่างรวดเร็วแทนก็ได้ แต่ต้องใส่สารพัดสารสังเคราะห์เข้าไป

“เราน่าจะทำได้เหมือนกันจากผักที่มี แบบที่ไม่ต้องใช้ผงชูรส” 

นี่น่าจะเป็นโมเมนต์ยูเรก้าแบบอ๋าร์คิเมดิส

จริง ๆ ในวัตถุดิบอาหารไทยอย่างกะปิ ปลาร้า ก็อุดมด้วยรสอูมามิ แต่เราจะไม่ค่อยเห็นที่เป็นผงจากวัตถุดิบธรรมชาติที่รวมหลากรสและใช้ได้กับหลากหลายเมนู

เมื่อเกิดแรงบันดาลใจ เขากลับมาใช้เวลาเดินสำรวจซูเปอร์มาร์เก็ต และพบว่าโซนผงปรุงรสเป็นพื้นที่ที่คนไทยชอบแวะเวียนมาจับจ่ายใช้สอยจริง แต่ส่วนใหญ่ยังเต็มไปด้วยสารปรุงแต่ง น่าจะยังมีตลาดรองรับสิ่งที่เขาฝันถึง

แล้วจะรออะไรล่ะ

02
ความหนักแน่นในจุดยืนเป็นสิบปี

“ผมลองผสมนู่นนี่และชิมเองน่าจะเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ครั้งแล้ว” นักพัฒนาผลิตภัณฑ์ผู้ฝึกปรือฝีมือด้วยตัวเองกล่าว
เนื่องจากอ๋าไม่ได้เรียนสายอาหารโดยตรง แต่อยากเข้าใจกระบวนการผลิตอย่างลึกซึ้ง เขาจึงเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ธรรมชาติของผักแต่ละชนิดว่ารสชาติเป็นอย่างไร ปลูกและเก็บเกี่ยวฤดูกาลใดบ้าง เพื่อตามหาส่วนผสมที่ลงตัว โดยช่วงแรกอาศัยการรับผักปลอดสาร เช่น หัวไชเท้าที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ จากเกษตรกรภายในจังหวัดราชบุรี ในฤดูกาลที่มีผลผลิตจำนวนมากและเสี่ยงต่อการขายไม่หมด มาทำการทดลอง

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ
Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

ใช้เวลาควบคู่ไปกับการบริหารโรงตัดแต่งผักอยู่เกือบ 3 ปี Carechoice สูตรดั้งเดิมจึงแจ้งเกิด
“คนอาจสงสัยว่าทำไมเราใช้เวลาเยอะจัง เปลี่ยนผักสดให้เป็นผงแห้งไม่น่ายาก

“ความท้าทายอยู่ที่ความตั้งใจของเรา เราต้องการใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วน ๆ แปลว่าต้องไม่ใส่สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน ไม่เจือปนสารเคมีสังเคราะห์ใด ๆ ในขณะเดียวกันก็ควรมีอายุอยู่ได้นานเป็นปี และไม่เปลี่ยนสภาพ ไม่จับตัวเป็นก้อน เมื่อแกะซองแล้วอยู่ภายใต้ค่าความชื้นหนึ่ง แถมยังต้องอร่อย” 

เหมือนการทำน้ำจิ้มของร้านอาหาร การพัฒนาสูตรให้เสร็จสิ้นเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่ง แต่การทำให้มีคุณสมบัติตามต้องการ รสชาติถูกปาก ติดตรึงใจคน จนเป็นเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ไม่ใช่โจทย์ง่ายเลย

แม้ต้องใช้เวลานานมาก แต่อ๋าไม่คิดหันเหไปใช้ทางลัด ยึดมั่นการใช้เพียงวัตถุดิบจากธรรมชาติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้บริโภค

อีกส่วนคือ ใช้เป็นจุดเด่นที่ธุรกิจรายเล็กจะหาที่ยืนของตัวเอง ในตลาดที่มียักษ์ใหญ่ครองตลาด

“ถ้าบริษัทรายใหญ่อยากผลิตผงปรุงรสจากวัตถุดิบธรรมชาติจริงจัง เขาจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตที่ต่างไปจากปัจจุบันเลย เหมือนการผลิตสูตรที่ได้รับรองฮาลาล ก็ใช้คนละกรรมวิธีกับสูตรทั่วไป ซึ่งขั้นตอนพวกนี้อาศัยการลงทุน อาจไม่คุ้มค่ากับการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่เป็นอยู่” 

เมื่อเจอช่องว่าง และหาทางอบ บด ผสม จนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองและคนใกล้ตัวคิดว่าช่วยปรุงให้อาหารอร่อยได้จริงแล้ว ถึงเวลาออกไปพิสูจน์ให้โลกเห็น

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

03
การเรียนรู้อยู่เสมอ

“เราเคยไปเสนอสินค้าให้ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วพอเดินออกมา เห็นฝ่ายจัดซื้อโยนทิ้งลงถังขยะเลย” 

คงเป็นภาพน่าเจ็บปวดใจไม่น้อยสำหรับผู้ประกอบการ เมื่อผลิตภัณฑ์ที่เราตั้งใจพัฒนาและมองว่าพิเศษ ไม่ได้มีความหมายสำหรับคนอื่นเหมือนที่เราคิด

แต่อาจไม่น่าแปลกใจมาก เพราะเมื่อ 7 – 8 ปีก่อน กระแสอาหารเพื่อสุขภาพยังไม่ได้รับความนิยมเท่าทุกวันนี้ และการสร้างความน่าเชื่อถือสำหรับแบรนด์เกิดใหม่ เป็นด่านที่ต้องฝ่าฟันอยู่พักใหญ่

จนกว่าเราจะเจอพื้นที่ของตัวเอง

“เรารู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้ไปต่อได้ เพราะพอเราออกบูทครั้งแรกที่ BITEC จำความรู้สึกได้ชัดเลย มีคนสนใจ ไม่รู้ว่ามีสินค้าแบบนี้ด้วย แต่ก็มีฟีดแบ็กกลับมาว่า รสชาติจืดไปหน่อย หน้าตาแพ็กเกจจิ้งไม่สวย เรารับความคิดเห็นเหล่านั้นกลับมาพัฒนาต่อ”

ขั้นตอนลองผิดลองถูกนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ช่วงแรก ๆ อ๋าไม่ได้รู้วิธีการเสนอสินค้าเข้าร้านค้าปลีก ต้องปรับผลิตภัณฑ์และกระบวนการอยู่หลายรอบ กว่าจะได้รับอนุมัติวางจำหน่ายที่ธุรกิจค้าปลีกรายแรก ๆ อย่าง Tops Supermarket และ Lemon Farm

นอกจากการขายสินค้าแล้ว เขาพยายามสอดแทรกเรื่องราว ความตั้งใจของแบรนด์ รวมทั้งไอเดียทำเมนูอาหารไปไว้ในแพ็กเกจจิ้งด้วย 

พอเริ่มเป็นที่รู้จัก มีจุดเด่นที่ชัด ก้าวต่อไปก็เริ่มง่ายขึ้น

ปัจจุบัน Carechoice วางอยู่บนเชลฟ์โมเดิร์นเทรดชั้นนำหลายราย เช่น Gourmet Market, Makro, Villa Market เคียงข้างกับผงปรุงรสชื่อดัง

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

04
มีลูกค้าเป็นเพื่อน

งง ๆ อาจเป็นความรู้สึกแรกของลูกค้าที่เพิ่งรู้จัก Carechoice ช่วงนี้
เพราะปัจจุบัน แบรนด์มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย มีทางเลือกที่ตอบโจทย์คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาจต้องใช้เวลาทำความรู้จักกันสักนิด

แต่สูตรเกือบทั้งหมดไม่ได้คิดเองเออเอง ล้วนมาจากการฟังความต้องการของลูกค้า ประกอบกับสัญชาตญาณ ความช่ำชอง

“เรานั่งอ่านคอมเมนต์และคุยกับลูกค้า เช่น คนถามว่าเราไม่มีสูตรเจหรอ เลยพัฒนาสูตรเห็ดหอมขึ้นใหม่ ตอนแรกเราขายแค่แบบกล่อง คนถามว่าไม่มีแบบซองให้ใช้ง่าย ๆ หรอ เราก็มาเน้นผลิตแบบซองมากขึ้น วันดีคืนดีคนถามว่าเราไม่มีสูตรสำหรับให้เด็กอ่อนโดยเฉพาะหรอ เขาอยากได้ เลยทำผงปรุงรสที่เสริมแคลเซียมและธาตุเหล็ก และทำอาหารเสริมสำหรับเด็ก ทั้งเนื้อสัตว์ ธัญพืช ผักรวมบดผง 

“พอผ่านการชิมอาหารเยอะ ๆ หลัง ๆ จะทำได้เร็วขึ้น บางทีแค่ดมกลิ่นจะรู้เลยว่าสูตรนี้ คนชอบแน่นอน”

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

แบ่งคร่าว ๆ จักรวาลผลิตภัณฑ์ของ Carechoice ครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก

หนึ่ง คนทำอาหารทั่วไปที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ อยากปรุงอาหารให้อร่อยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผงชูรส มีทั้งสำหรับปรุงอาหารทั่วไปที่ลดโซเดียมลงจากเครื่องปรุงปกติ ทำได้ทั้งต้ม ผัด ตุ๋น แกง ปรุงน้ำซุป หมักเนื้อสัตว์ และสูตรปรุงสำเร็จ เช่น น้ำยำแซ่บ ลาบน้ำตก 

สอง คนทำอาหารแบบคลีนและคีโตเจนิก มีสูตรที่ลดโซเดียมสูงสุดถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่แป้งและน้ำตาล ช่วยเติมรสชาติให้มื้อที่เบื่อ ๆ 

สาม (ผู้ดูแล) ผู้ป่วยโรคไต เบาหวาน ความดัน กับสูตรที่ไม่เติมเกลือและน้ำตาลเลย มีโซเดียมแค่ 10 มิลลิกรัมจากผัก ซึ่งน้อยมาก และไม่ได้ใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ที่อาจมีผลต่อโรคไต ตอบโจทย์ความทรมานของคนกลุ่มนี้ที่ต้องควบคุมการรับประทานอาหารเคร่งครัด 

“มีคนที่ต้องดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ติดต่อเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ ปรึกษา และขอบคุณเราเยอะมาก ผงนี้ช่วยให้คนที่เขารักเจริญอาหาร และผ่านแต่ละมื้อไปได้อย่างมีความสุขมากขึ้น” อ๋ากล่าวถึงความประทับใจที่ผลิตภัณฑ์ของเขามีผลต่อชีวิตประจำวันของคนจริง
และสี่ แม่ที่ต้องเตรียมอาหารให้ลูกน้อยวัย 6 เดือนขึ้นไป ช่วยคลายความกังวลว่าลูกจะได้รับสารอาหารเพียงพอหรือเปล่า อาหารจะถูกปากลูกไหม โดยไม่ทำให้ลูกติดใจรสใดรสหนึ่งมากเกินไป ประหยัดเวลาการปรุงอาหาร

Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ
Carechoice ผงปรุงรสจากผักที่สู้กับยักษ์ ด้วยการยืนเคียงข้างสุขภาพและธรรมชาติ

เมื่อลองเปิดดูยอดขาย พบว่ามีตัวที่ขายดีเป็นดาวเด่นเสมอมา และตัวที่ค่อนข้างขายลำบาก ปะปนกันเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งนี้เป็นเสียงสะท้อนของลูกค้าที่ทำให้แบรนด์รู้ตำแหน่งของตัวเองในตลาด และปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

“ต้องรู้จักตัวเองและฟังลูกค้าไปพร้อมกัน เราทำสูตรตัวหนึ่งออกมาที่คิดว่าตรงกับเทรนด์ของโลก แต่ปรากฏว่าลูกค้าไม่ได้คาดหวังสิ่งนี้จากเรา และไม่ได้เป็นสูตรที่ถนัดด้วย มันก็ไปได้ไม่ดีเท่าที่คิด”
การแคร์ชอยส์ของลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ

05
ทีมที่เข้ากันได้ดี

“เราไม่ค่อยรู้เรื่องการตลาดเลย” หนุ่มผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการผลิตผงปรุงรสเอ่ยถึงจุดบอดในมุมมองของตัวเอง ใครเล่าจะถนัดทุกด้าน

แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น มีคนที่เพียงได้รู้จัก Carechoice สักครั้ง จะยินดีสนับสนุนเต็มที่อยู่จำนวนไม่น้อย อ๋ารู้ว่าตัวเองต้องการกำลังเสริม

ป้อม ภรรยาที่อยู่เคียงข้างเขาและเห็นการเดินทางของ Carechoice มาโดยตลอด ตัดสินใจลาออกจากสถาบันการเงินใหญ่เมื่อ 4 ปีก่อน เข้ามาบริหารธุรกิจเต็มตัว

“เราอยากมาช่วยลุยเต็มที่ เพราะเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาไปต่อได้อีกเยอะ” ป้อมกล่าวผ่านทางโทรศัพท์มาจากเชียงใหม่ เนื่องจากต้องดูแลลูกแฝดที่เพิ่งคลอดเมื่อไม่นานมานี้

“เราสองคนต่างกันมาก เราจะติสต์ ๆ หน่อย ส่วนป้อมเขาเก่งมากและเป็นคนจริงจัง ทำให้มีสิ่งที่มองไม่เหมือนกันอยู่บ้าง แต่เราฟังกันและแบ่งชัดว่าใครตัดสินใจเรื่องอะไร” อ๋าเสริมเคล็ดลับการทำงานร่วมกัน ทั้งในฐานะครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

เปิดสูตรธุรกิจ Carechoice ผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ตั้งใจเป็นเหมือนซุปดาชิคู่ครัวไทย

การบริหารของป้อมทำให้ Carechoice ปรากฏตัวตามห้างร้านต่าง ๆ มากขึ้น ได้รับคำเชิญชวนให้ออกรายการโทรทัศน์ จนเป็นที่รู้จักและมีกิจการนับร้อยติดต่อมาให้ช่วยผลิตสินค้า ซึ่งป้อมเลือกรับผลิตให้เพียงรายเดียวและปฏิเสธที่เหลือไปทั้งหมด

รวมทั้งขยายเข้าสู่การขายออนไลน์จริงจัง เช่น ทาง Shopee ต่อยอดจากที่อ๋าเคยทำไว้ 

ตอนแรกอาจดูไม่ใช่แหล่งรายได้สำคัญ คนอาจเลือกซื้อผงปรุงพร้อมกับวัตถุดิบอาหารอื่นที่หน้าร้านมากกว่า แต่เมื่อลองทำไปเรื่อย ๆ กลับกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทั่วทั้งประเทศ 

ความฝันของอ๋าในวันเริ่มก่อตั้ง ดูใกล้ความจริงขึ้นมาอีกขั้น

06
อิคิไก

“อยากทำให้ Carechoice เป็นเหมือนซุปดาชิของญี่ปุ่น” 

สองผู้ประกอบการเล่าถึงหมุดหมายที่อยากปักธงไปให้ถึง เป็นไปได้ไหมว่าผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติแบบนี้ จะเป็นช้อยส์ที่คนรักสุขภาพนึกถึง และซื้อไว้ติดคู่ครัวเหมือนแบรนด์ใหญ่ที่คนคุ้นเคย

เพื่อไปถึงจุดนั้น อ๋าและป้อมกำลังปรับโครงสร้างองค์กรขนาด 25 คน ให้ทำงานเป็นระบบมากขึ้น พัฒนาสูตรใหม่ที่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดขึ้นในตลาด และวางแผนเตรียมส่งออกปีหน้า

การเติบโตของ Carechoice จะไม่เป็นเพียงแค่ความสำเร็จของพวกเขา 2 คนและบริษัทเท่านั้น แต่จะยิ่งได้ช่วยชีวิตผักคุณภาพดีที่อาจกลายเป็นเศษเหลืออย่างไร้เยื่อใย

เปิดสูตรธุรกิจ Carechoice ผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ตั้งใจเป็นเหมือนซุปดาชิคู่ครัวไทย

“ตอนนี้เรารับผักมากกว่า 20 ชนิดมาเป็นวัตถุดิบ ทั้งเห็ดหอม หอมหัวใหญ่ ผักชี กระเทียม สาหร่ายทะเล หล่อฮังก๊วย และเพียงหัวไชเท้าอย่างเดียว ปริมาณที่ใช้ก็มากกว่าปีละหลายร้อยตัน ช่วยลดการสูญเสียโอกาสและสร้างรายได้ให้กับชุมชน” อ๋าย้ำถึงสาเหตุสำคัญที่เขาเริ่มทำธุรกิจ

พร้อมกันนี้ ยังมีผู้บริโภคที่ลิ้มรสชาติความอร่อยได้อย่างสบายกาย สบายใจ

มีคนที่ทำอาหารเพื่อดูแลคนอื่นด้วยความห่วงใย ไม่ต้องนั่งกังวลเรื่องฝีมือ

มีมื้ออาหารที่ช่วยให้ผู้ป่วยผ่านวันยาก ๆ ไปได้ทีละมื้อ ๆ 

นี่คือคุณค่าของผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติซองเล็ก ๆ ที่ราคาเริ่มต้น 25 บาท

ทำอาหารครั้งต่อไป ลองให้ Carechoice เป็นชอยส์ในการปรุงมื้อพิเศษของคุณดีไหมครับ

เปิดสูตรธุรกิจ Carechoice ผงปรุงรสจากผักและวัตถุดิบธรรมชาติ ที่ตั้งใจเป็นเหมือนซุปดาชิคู่ครัวไทย

Lessons Learned

  • หาจุดเด่นของธุรกิจ สิ่งอื่นอาจปรับเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา แต่ควรยึดตัวตนของแบรนด์ไว้เป็นแก่นใหัชัดเจน
  • ลูกค้ามีคำตอบที่เราตามหาอยู่ แบ่งเวลาคุยกับลูกค้าเยอะ ๆ
  • ธุรกิจต้องอาศัยทีมที่ถนัดกันคนละด้าน มาช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน

Carechoice

Website : carechoicethailand.com

Facebook : ผงปรุงรสจากผัก100% – Carechoice

Writer

ปัน หลั่งน้ำสังข์

บัณฑิตวิศวฯ ที่ผันตัวมาทำงานด้านสื่อ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาดี ๆ จะช่วยให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

Photographer

ญาณกวี ช่วยนุ่ม

นักศึกษาถ่ายภาพที่กำลังค้นหาตัวเอง รักการเดินทาง ชอบเรียนรู้ผ่านผู้คน

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

สำหรับ ‘โรงเรียนปิติศึกษา’ (Pitisuksa School Chiang Rai Montessori) Montessori แห่งแรกของจังหวัดเชียงราย ‘ต้นไม้ สายลม แสงแดด ดิน หญ้า’ ไม่ใช่ของตกแต่งที่ทำให้สถานศึกษาดูดี แต่ทั้งหมดคือสื่อการเรียนการสอนและเครื่องมือส่งเสริมพัฒนาการชิ้นสำคัญจากธรรมชาติ เพื่อการเติบโตตามธรรมชาติของเด็ก

ว่าแต่การศึกษา Montessori (มอนเตสซอรี่) ที่เราพูดถึงคืออะไร

Montessori คือหลักสูตรอายุกว่า 120 ปี มีต้นกำเนิดจากแพทย์หญิงชาวอิตาลี มาเรีย มอนเตสซอรี่ (Maria Montessori) โดยเน้นให้เด็กเรียนรู้อย่างอิสระ เติบโตตามธรรมชาติและความต้องการของตนเองอย่างมีความสุข ซึ่งในหลายประเทศ สิ่งนี้ไม่ใช่การศึกษาทางเลือก แต่คือรูปแบบการเรียนรู้ที่ใช้ทั่วไป

แล้ว Montessori ที่เน้นการเล่นมากกว่าการเรียนแบบท่องจำ ได้ผลจริงหรือ

การพัฒนาการศึกษาที่เป็น ‘ทางเลือก’ ในสังคมไทยต้องเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง

เหล่าผู้บริหารสร้างความเชื่อมั่นและทำให้โรงเรียนเติบโตได้อย่างไร

The Cloud ขอเดินตาม ณัฐฬส วังวิญญู, นุก-ทรงธรรม ศรีนัครินทร์ กรรมการ และ ครูอ้อย-ปิยะนุช ชัชวรัตน์ ผู้อำนวยการ ไปหาคำตอบทั้งหมดใต้เงาไม้ ในอาคารที่เป็นมิตรต่อคนและสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางเสียงภาษาอังกฤษดังเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ที่เป็นเครื่องบ่งบอกว่าพวกเขากำลังมีความสุขแค่ไหน

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

2542

Welcome to Pitisuksa School

25 ปีก่อน เชียงรายเป็นจังหวัดที่โรคเอดส์และวัณโรคระบาดหนัก นักวิจัยจากต่างประเทศ ทั้ง CDC สหรัฐอเมริกา RIT ของญี่ปุ่น และอังกฤษ เข้ามาทำวิจัยในพื้นที่พร้อมครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองต้องการหาสถานศึกษาให้ลูก แต่ในยุคนั้นยังไม่มีโรงเรียนนานาชาติ พวกเขาจึงรวมตัวกันก่อตั้ง ‘มูลนิธิปิติศึกษา’ ขึ้นใน พ.ศ. 2542 มีนักเรียน 12 คน คละวัยกันทั้งหมด

ปรากฏว่าสิ่งที่ริเริ่มได้ผลตอบรับดี จากตำบลป่างิ้ว ทางตอนใต้ของเชียงราย พวกเขาจึงย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันใน พ.ศ. 2545 เปลี่ยนสวนลิ้นจี่ เงินบริจาคจากเจ้าของที่ดิน และการระดมทุนจากผู้ปกครองมาเป็นอาคารและปัจจัยในการพัฒนาลูกหลาน

เรามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบและคิดว่า บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะ พื้นที่วิ่งเล่นแยะ

แต่พวกเขาทั้งหมดหันมาบอกเราพร้อมกันว่า ยังไม่เพียงพอ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ช่วงนี้โรงเรียนกำลังเติบโต มีนักเรียน 240 คน ที่ดินเดิมกลับกลายเป็นคับแคบอีกครั้ง พวกเขาจึงวางแผนเพื่อไปยังสถานที่ที่กว้างพอให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ โดย Master Plan แห่งใหม่ออกแบบโดย อาจารย์จุลพร นันทพานิช ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ป่า’ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติสำคัญต่อการเรียนรู้ มีสระน้ำเพื่อศึกษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเสมือนลำเหมืองในภาคเหนือ มีทุ่งนาสำหรับทำกิจกรรม เรียนรู้เรื่องป่า เวิร์กชอปงานฝีมือ และสร้างความสุนทรีให้ตัวเด็กเอง

ครูอ้อยเล่าว่า เธอตั้งใจลาออกจากงานเพื่อมาเลี้ยงลูกคนที่สองซึ่งเป็นออทิสติก สามีของเธอเป็นกรรมการโรงเรียนยุคก่อนจึงชวนมาทำงานที่นี่ พร้อมให้ลูกมาเรียน จากที่จบเศรษฐศาสตร์จึงเรียนครูเพิ่มในสาขา Montessori สำหรับเด็กพิเศษ และเรียนต่อทางการบริหารการศึกษาเพื่อมาเป็นผู้จัดการโรงเรียน

โครงสร้างดั้งเดิมเป็นรูปแบบมูลนิธิ แต่มีข้อจำกัดเยอะ เมื่อไม่แสวงหาผลกำไรจึงระดมทุนพัฒนาต่อได้ยาก ไม่เกิดการบริหารอย่างยั่งยืน เมื่อไม่ยั่งยืน ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองจึงไม่เกิด โรงเรียนก็ขยับขยายไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการเปลี่ยนวาระของผู้รับอนุญาต ซึ่งต้องดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิ ทางกรรมการจึงพิจารณาโครงสร้างใหม่ให้เลี้ยงต้นเองได้ เพื่อพาทุกคนเดินไปข้างหน้า

“คุณณัฐฬส ชวน นายแพทย์ธีระวัฒน์ ศรีนัครินทร มา เขาจึงบอกว่าเราต้องเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทไตรสิกขา คุณณัฐฬสเป็นผู้รับใบอนุญาต 

“ครูอ้อยทำหน้าที่ School Director ควบ School Manager ถ้าโรงเรียนรัฐบาลจะไม่มีตำแหน่งหลัง เพราะไม่ต้องคิดวิธีหาเงิน แต่ในเอกชนต้องมี บริหารเงินอย่างไร พัฒนาบุคลากรอย่างไร เก็บค่าเทอมมาเท่าไหร่ต้องบริหารให้พอ ประเด็นคือต้องไม่ขาดทุน พอได้โครงแบบนี้เราก็ต้องทำให้ผู้ปกครองเห็นว่าเราเปลี่ยนแปลงและยังคงอยู่ คุณนุกก็เริ่มรีโนเวตสถานที่อีกทาง”

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

หลังจากนั้นปิติศึกษาก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่เดิม แม้จะมีคำถามจากสังคมถึงความไม่เชื่อมั่นในรูปแบบการเรียนการสอน แต่ศักยภาพของเด็กที่จบไปกลับแสดงผลลัพธ์ของความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“หลายคนถามว่าสถานศึกษาแบบนี้เหมาะสมกับสังคมเราอย่างไร ผมถามต่อว่า จริง ๆ แล้วสังคมต้องการสถานศึกษาแบบไหน ที่มีในปัจจุบันตอบโจทย์หรือเปล่า ตอนนี้เราทำในสิ่งที่เชื่อว่าการศึกษาควรจะเป็น เส้นทางการศึกษาที่แท้จริงไม่ได้มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านวิชาการ แต่คือการพัฒนาความเป็นมุนษย์ให้สมบูรณ์ในแบบของพวกเขาเอง” 

นุกทิ้งท้ายก่อนเริ่มอธิบายถึงสิ่งที่โรงเรียนตั้งใจมอบให้เด็ก เพื่อให้เด็กไปมอบกับสังคม

Montessori

โรงเรียนที่ไม่ควรเป็นทางเลือก

“เรานิยามตัวเองว่าเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทุกคนเรียนรู้ด้วยกันทั้งเด็ก ครู และผู้ปกครอง โดยให้ความอิสระ (Independent) เป็นเรื่องใหญ่ สังคมบอกว่าคุณฉลาด คุณเก่ง จริง ๆ ไม่ใช่ เรามีคุณค่าในตัวเอง

“สังคมบางส่วนยังคงความเชื่อเรื่องการท่องจำและวัดผลด้วยการสอบไม่ต่างจากโรงงานผลิตคน แต่ Montessori เชื่อว่าศักภาพของมนุษย์ไปได้ไกลและหลากหลายกว่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องถนัดสิ่งเดียวกัน”

ณัฐฬสยืนยันว่า เด็กต้องมีอิสระทั้งร่างกายและจิตใจถึงจะนำไปสู่การพัฒนาที่ดี พวกเขาคือผู้สร้างความหมายและคุณค่าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนในสังคมจะมีความคิดนี้ การสร้างทัศนคติดังกล่าวตั้งแต่เด็กจึงเป็นรากฐานสำคัญ

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ให้เด็กเรียนตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

ปิติศึกษาใช้หลักสูตรบูรณาการไทย-มอนเตสซอรี่ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยจัดตามโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งหลักสูตรเป็น 5 ระดับ ได้แก่ เตรียมอนุบาล (อายุ 2 – 3 ปี) อนุบาล (อายุ 3 – 6 ปี) ประถมต้น (อายุ 6 – 9 ปี) ประถมปลาย (อายุ 9 – 12 ปี) และมัธยมศึกษาตอนต้น (อายุ 12 – 15 ปี) 

ทั้งหมดเป็นการแบ่งแบบคละ ไม่มีการแบ่งเกรด ไม่มีการตีตราว่าเด็กเก่งหรือไม่เก่ง แม้อายุจะต่างกันแต่ก็เป็นการเรียนรู้ตามช่วงวัย ให้น้องเรียนรู้จากพี่ และพี่พัฒนาความเป็นผู้นำจากน้อง โดย 1 ห้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน พร้อมครูไทย 1 คน และครูต่างชาติ 1 คน

ปรัชญาการสื่อสารแบบ Montessori ไม่เน้นท่องจำ แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำงานกับสื่อ ซึ่งลักษณะคล้ายของเล่น มีการแบ่งพื้นที่ในห้องเรียนเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ทักษะชีวิต ประสาทสัมผัส ภาษา คณิตศาสตร์ และ Cultural Science เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พืช หรือสัตว์ โดยการจัดห้องเรียนเป็นอิสระของครูผู้ดูแล

“Help me to do it myself เด็กอนุบาลของเราช่วยเหลือตัวเองได้ 

“เด็กประถมศึกษาเรียน Cosmic Education แปลว่า ทุกสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกัน เรียนรู้จาก 5 เรื่อง คือ การกำเนิดจักรวาล การกำเนิดโลก การกำเนิดสิ่งมีชีวิต การกำเนิดตัวอักษร และตัวเลข จากนั้นจึงกระจายออกเป็นวิชาต่าง ๆ ซึ่งต้องเรียนผ่านการกระทำ ไม่ใช่กระดาน

“สำหรับเด็กโตต้องเตรียมเขาให้เป็นผู้ใหญ่ Help me to become an independent adult ไม่ได้เรียนแค่ 8 กลุ่มสาระ แต่มีเรื่อง Humanity ทักษะชีวิต การทำงาน การพัฒนาตนเอง มีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักแบ่งปันและดูแลคนอื่น เป็น Golbal Citizen ที่ดี ภายใต้เงื่อนไข 3 ข้อ คือ เคารพตนเอง เคารพผู้อื่น และเคารพสิ่งแวดล้อม” ผู้อำนวยการอธิบาย

เป้าหมายของการศึกษา คือการทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

จุดหมายปลายทางของปิติศึกษาคือ สันติภาพ เริ่มจากเด็กที่จบไปแล้วปรับตัวได้ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ดูแลตนเองและผู้อื่นได้ เข้าใจและชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมโลก 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Parenting Classroom

ห้องเรียนดูแลผู้ปกครอง

“ความท้าทายที่เจอคือการสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครอง เขาต้องเข้าใจในแบบเรา เพราะรูปแบบการเรียนค่อนข้างแตกต่างและละเอียดอ่อน ผู้ปกครองต่างชาติจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายกว่า” 

ครูอ้อยเล่าถึงเรื่องที่เคยเป็นประเด็นน่ากังวล แต่ในตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าต้องจัดการกับความไม่เข้าใจอย่างไร

“เรามี Parenting Classroom ให้ความรู้พ่อแม่ว่า ถ้าคุณเลือกส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษา คุณควรรู้อะไร เรายังต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและต้องทำมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องช่วยสนับสนุนการเรียนรู้แบบนี้ที่บ้าน ทั้งในแง่การสื่อสาร การจัดการสิ่งแวดล้อม และเวลา

“สมมติพ่อแม่ไม่เห็นคุณค่าของเวลา กลับบ้านไปลูกเปิดโทรทัศน์ดู ให้คนอื่นเลี้ยง อยู่โรงเรียนล้างจานเอง แต่กลับบ้านมีคนล้างให้ แม้เราจะสอน แต่ที่บ้านสปอยล์เหมือนเดิม สิ่งที่ท้าทายจึงเป็นการเอาพ่อแม่มาเรียนด้วย การทำโรงเรียนคือการทำการเรียนรู้ให้พ่อแม่ไปพร้อมกัน โตไปพร้อมกับเด็ก ไม่ใช่พ่อแม่อยู่ที่เดิมจะกลายเป็นอุปสรรค” ณัฐฬสอธิบาย

“ยิ่งถ้าเป็นเด็กเล็ก กล้ามเนื้อมัดเล็กกับมัดใหญ่เป็นตัวทำให้เซลล์สมองถูกประดิษฐ์ในช่วง 0 – 6 ปี ถ้าเกิดให้ดูแต่จอ เซลล์สมองจะหยุดพัฒนา แต่ถ้าเกิดเขาได้จับหรือปีนต้นไม้จะยิ่งผลิตเยอะ” นุกเสริมในฐานะคุณพ่อที่ส่งลูกมาเรียนที่ปิติศึกษาเช่นกัน

แผนของพวกเขาคือการจัดเวิร์กชอปผู้ปกครอง นั่งคุยและให้ผู้ใหญ่ซึบซับสิ่งเดียวกับที่ลูกจะได้

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“ผู้ปกครองสำคัญมาก เพราะเป็นเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เราต้องอยู่ได้ด้วยค่าเทอม จำนวนของเด็กจึงสำคัญ ค่าเทอมเราโปร่งใส เก็บเท่าไหร่ ขออนุญาตเขตเท่านั้น ไม่มีเพิ่มเติมยกเว้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัดก็แจ้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น”

การบริหารความเชื่อมั่นคือสิ่งที่ห้ามละเลย ครูอ้อยรับหน้าที่พาทัวร์โรงเรียน ประเมินความพร้อมเด็ก และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังทุกอย่าง ดังนั้นผู้ปกครองทุกคนจะต้องได้พบผู้อำนวยการ พร้อมข้อมูลที่ครบทุกรายละเอียด

We are your supporters

ส่งเสริมในทุกทาง

01 หลักสูตรสู่ความสุข

ความสุขเกิดได้ใน 3 มิติ อย่างแรกคือ ตัวตนของเด็ก พวกเขาต้องปรับตัวให้เข้าได้กับทุกสภาพแวดล้อม มีแรงจูงใจในการเรียนด้วยตัวเอง เป็นตัวเอง พึ่งตนเอง เป็นอิสระ เชื่อมั่น และดูแลคนอื่นได้

ด้านสังคม พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยเหลือสังคม เรียนรู้วิธีการบอกความต้องการของตนเองอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับการสร้างและรักษาความสัมพันธ์

มิติด้านการศึกษา หลายคนอาจมองว่าสิ่งที่ผ่านมาดูเป็นนามธรรม ทดสอบไม่ได้ด้วยกระดาษข้อสอบ นั่นก็เพราะทางโรงเรียนไม่เน้นการแข่งขัน ไม่มีการสอบ ไม่มีการบ้าน เด็กได้ความรู้ในสิ่งที่ต้องการ โดยมีครูเป็นผู้จัดหาความรู้ให้เพียงพอต่อการส่งเด็กไปรู้จักโลกกว้าง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

“แต่หากต้องการดูคะแนน เราเห็นคะแนน O-net ด้วยความที่เรียนเป็นอังกฤษ เรื่องภาษาดีมากอยู่แล้ว หากดูคะแนนเฉลี่ยทุกวิชาล้วนสูงกว่าระดับภาคและระดับชาติ คะแนนที่เกาะกลุ่มสะท้อนภาพรวมแต่ละวิชา วิธีการเรียนการสอนไม่ได้มีท่องจำ ไม่ได้มีสอบ แต่เราก็พัฒนาให้ผู้ปกครองเห็นเสมอ” ครูอ้อยอธิบาย

02 ครูเป็นตัวของตัวเอง

ปิติศึกษามองว่า ครูคือผู้อำนวยความสะดวกให้เด็ก ไม่ใช่ผู้สอน เพราะหากสอนนักเรียนในห้องที่มีอายุต่างกันย่อมมีเด็กที่เรียนไม่ทัน ครูจึงเป็นผู้ประเมินและดูแลเด็กตามที่ธรรมชาติของเขาต้องการ

ครูในโรงเรียนมาจากหลายประเทศ ทั้งเปรู รัสเซีย อังกฤษ อเมริกา ฟิลิปปินส์ อินเดีย ทุกคนได้รับอนุญาตให้เป็นตัวเอง ถือเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมที่หลากหลาย ภายในห้องมีทั้งครูไทยและครูต่างชาติ ทำงานกันเป็นทีม

หากเกิดปัญหาให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขและนึกถึงความสัมพันธ์เป็นหลัก ครูไม่ต้องทำงานเอกสารและเสนอกรรมการโรงเรียนได้ว่ามีสิ่งที่ไหนต้องการเพิ่มเติมหรือปรับปรุง

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

03 อาหารดีและอิ่มท้อง

ปิติศึกษาจัดอาหารโดยคำนึงถึงโภชนาการเป็นหลัก อาหารกลางวัน 1 มื้อ เลือกวัตถุดิบที่ปลอดสารพิษมากที่สุด โดยติดต่อไปยังหมู่บ้านที่ปลูกโดยตรง ไม่ใส่ผงชูรสเด็ดขาด ส่วนอาหารว่าง 2 มื้อ ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล

นักเรียนไม่ต้องมีเงินติดตัว เพราะไม่ขายขนม ไม่มีของหวาน แม้กระทั่งเด็กที่เอานมมาดื่มจะขอความร่วมมือผู้ปกครองงดนมรสหวาน นมรสช็อกโกแลต หรือนมเปรี้ยว ให้เด็กดื่มนมรสธรรมชาติ

04 ให้ทุกวันเป็นรันเวย์

วันจันทร์เป็นวันเดียวที่ใส่ชุดนักเรียน เสื้อสีขาว กระเปงสีส้มสำหรับผู้หญิง และกางเกงสีเดียวกันสำหรับผู้ชาย ที่เหลือแต่งอะไรมาเรียนก็ได้ที่เสริมความมั่นใจให้กับพวกเขา

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

05 อาคารที่สร้างจากความใส่ใจ

อาคารหลังใหม่ได้รับการออกแบบโดยนุก ซึ่งเป็นสถาปนิก อาคารหลังนี้ประหยัดพลังงานแบบ Passive คือลดการใช้งานมากกว่าการหาพลังงานสะอาดมาทดแทน หน้าต่างรับลมจากทิศทางที่เหมาะสม ไฟไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา หลังคาเป็นแบบสองชั้นเพื่อให้มีการระบายอากาศ

ห้องเรียนปกติเปิดประตูออกไปเรียนด้านนอกได้ แต่เนื่องจากอาคารหลังนี้มี 2 ชั้น และห้องเรียนอยู่ชั้นบน ทำให้มีการเติมชั้นลอยให้เด็กเล่นเพื่อรู้สึกผ่อนคลาย

โซน Practical Life ช่วยจำลองการใช้ชีวิตจริง มีครัวให้เด็กเตรียมของว่างให้เพื่อน ๆ นอกจากนี้ห้องเรียนของ Montessori ยังออกแบบให้มี Wet Area หรือพื้นที่เปียก มีที่ให้เด็กซักล้าง และทำความสะอาด 

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

06 สิ่งแวดล้อมที่ดีในทุกแง่มุม

ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความสะอาด ความปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อมภายนอกมีสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่ให้เด็กสัมผัส สำรวจ และค้นหา 

ผู้ปกครองหลายคนสะท้อนมาว่า เข้ามาแล้วไม่รู้สึกกดดัน เพราะมีต้นไม้เยอะ ด้านหลังเป็นสวนให้เด็กเลี้ยงกระต่ายและปลากันเอง

07 กิจกรรมหลากหลาย

การลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ปิติศึกษามีการพัฒนาหลักสูตรใหม่เสมอ พร้อมเปิดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในและนอกห้องเรียน เช่น Farming ให้เด็กลองทำการเกษตร Product Exchange เรียนรู้การผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย Self-Expression การแสดงออกในลักษณะศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น การพูดในที่สาธารณะ หรือการแสดงละคร

โรงเรียนปิติศึกษา Montessori แห่งแรกในเชียงรายที่ปูทางให้เด็กเติบโตตามธรรมชาติอย่างมีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองโลก

Lessons Learned

  • แม้โรงเรียนจะต้องทำกำไรในฐานะธุรกิจ แต่อย่ามองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก ให้มองเป็นเรื่องการบริหารการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างเด็กที่เคารพตนเองและผู้อื่น ให้นำไปสู่สังคมที่น่าอยู่กว่าเดิม
  • อย่ายึดติดและอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเวลาที่ความเดิม ๆ ไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนา
  • ทำโรงเรียน ต้องมองให้กว้าง ดูแลทั้งเด็ก ผู้ปกครอง ครู และสิ่งแวดล้อม เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงและมีผลกระทบต่อกันหมด
  • อย่าวัดผลความสำเร็จด้วยตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะมนุษย์มีศักยภาพที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมีกฎเกณฑ์มาประเมินผล
  • จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและรักษาความเชื่อใจผ่านการกระทำอย่างสม่ำเสมอ แม้หลายครั้งคนอื่นจะมองว่าแปลกแยกก็ตาม
  • อย่าละทิ้งความรอบคอบและความใส่ใจในรายละเอียด แม้ธุรกิจจะเติบโตแล้ว

 

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load