ความดิบ ความจน ความอดอยาก ความแห้งแล้ง ความล้าหลัง อาจเป็นภาพของแอฟริกาที่เรามีอยู่ในหัว แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็นึกถึงแอฟริกาเพราะสีสันสดมันจัดจ้าน และหลายคนอาจได้ยินเสียงทำนองกลองและเครื่องเคาะจังหวะดังระรัวแว่วเข้ามาในความรู้สึกนึกคิด

ดูเหมือนภาพของทวีปแอฟริกาจะเป็นภาพของความขัดแย้ง ย้อนแย้ง และผสมกลมกลืนไปด้วยความเก่าใหม่ วัฒนธรรมปนเปที่ทำซ้ำและนำเข้าหลายครั้งหลายครา ผ่านการค้าขายรอบมหาสมุทรอินเดียของแขกอาหรับ ตามด้วยฝรั่งตะวันตกที่เข้ามาตีเส้นแบ่งดินแดนแห่งทรัพยากรอันอุดม และนำคนแอฟริกาออกไปเป็นทาสใช้แรงงานในอาณานิคมทวีปอื่นๆ

แม้แอฟริกาในวันนี้ไม่ได้มีแต่ความดิบ ความจน ความอดอยาก และหลายๆ ภาพที่เราอาจคิดถึงในแง่ลบแล้ว ผมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจทวีปนี้ผ่านผืนผ้าพิมพ์ลายของชาวแอฟริกา สิ่งใหม่ที่คนแอฟริกาทั่วทั้งทวีปเพิ่งรู้จักไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี่เอง

ผ้าของคนอื่นแต่กลายมาเป็นของตัวเอง

แม้ทวีปแอฟริกาจะใหญ่โตมโหฬาร แต่ไม่ว่าในประเทศไหนๆ ทั้งทางตะวันออกและด้านตะวันตก ผ้าพิมพ์ลายถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนแอฟริกาทั้งหญิงและชายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

ว่ากันว่า ผ้า Wax Print นี้เข้ามายังแอฟริกาผ่านพ่อค้าชาวอาหรับตามมหาสมุทรอินเดีย ผู้เป็นนายหน้าขายทาสและของป่า ตั้งแต่ก่อนที่เจ้าอาณานิคมตะวันตกจะรู้จักและครอบครองแอฟริกา จึงไม่แปลกใจที่หลายคนอาจสังเกตว่า ผ้าพิมพ์ลายของแอฟริกาคล้ายโสร่งของชาวมลายูและชาวอินโดนีเซีย

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผืนผ้าพิมพ์ลายแบบแอฟริกาหรือที่เรียกว่า African Wax Print มีเอกลักษณ์ที่หมึกพิมพ์ซึมผ่านผ้าผืนหนาเห็นเด่นชัดเท่ากันทั้งสองด้าน ผิดแผกจากผ้าพิมพ์ลายของที่อื่นที่เห็นลายชัดแค่เพียงด้านเดียว

น่าสนใจที่ว่าชื่อ Wax Print มาจากเทคนิคเริ่มแรกคล้ายผ้าบาติกของอินโดนีเซีย โดยใช้ขี้ผึ้งฉาบเป็นลวดลายป้องกันไม่ให้หมึกย้อยซึมเข้าไปในเส้นใยของผ้า ก่อนที่จะทำซ้ำไปซ้ำมาจนเป็นผ้าลายงาม ต่อมาเทคนิคสมัยใหม่แบบอุตสาหกรรมที่ใช้ลูกกลิ้งฉาบหมึกหมุนทาบไปบนผืนผ้า ซึ่งริเริ่มจากชาวดัตช์ได้เข้ามาแทนที่ และในช่วงหนึ่ง โรงงานในเนเธอร์แลนด์ถือเป็นผู้ผลิตผ้าแอฟริกาแบบ Wax Print รายใหญ่ส่งมาขายในแอฟริกาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

โรงงานผลิตผ้าพิมพ์ลายที่เคลือบด้วยไขขี้ผึ้งที่มีชื่อเสียงและประวัติอันยาวนานเห็นจะไม่พ้นโรงงานที่ชื่อ Vlisco (vlisco.com) ที่ผลิตผ้าพิมพ์ลายมาแล้วกว่า 170 ปี โดยออกแบบผ้าพิมพ์ลายลวดลายต่างๆ มากกว่า 350,000 ลาย ส่งออกไปขายในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก

ทุกที่ในแอฟริกาใช้ผ้าพิมพ์ลาย

ไม่ว่าไปที่ไหนในแอฟริกา เราคงได้เห็นผ้าพิมพ์ลายเคลือบไขผึ้งโดยทั่วไป

คนท้องถิ่นเรียกผ้าพิมพ์ในชื่อต่างๆ กัน ลวดลายบนผืนผ้าก็เป็นที่นิยมตามแต่กระแสและความชอบของคนในท้องถิ่น ในแอฟริกาตะวันออก เช่น เคนยา แทนซาเนีย เรียกผ้าพิมพ์ลายแบบนี้ว่าผ้า Kitenge และออกเสียงเพี้ยนเป็น Chitenge ในมาลาวี ส่วนในโมซัมบิกเรียกว่า Capulana ในแอฟริกาตะวันตก เช่น กาน่า ไนจีเรีย เรียกว่า Ankara

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ในโมซัมบิก ทุกคนใช้ผ้า Capulana ในชีวิตประจำวัน ช่วยทำให้ถนนสีหม่นที่เต็มไปด้วยฝุ่นสีน้ำตาลปลิวคลุ้งมีสีสันสดใสขึ้นมาทันที ผู้หญิงใช้ผ้า Capulana คลุมสะโพกยาวไปถึงท่อนขาก่อนมัดเป็นปมที่ท้องเพื่อแสดงถึงความสุภาพ ป้องกันกระโปรงและกางเกงจากฝุ่นสกปรก ยามจะต้องนั่งนอนบนพื้น ผ้า Capulana ก็เป็นพรมรองนั่งนอนชั้นดี และบางทีก็นำมาใช้คาดไหล่ตะแบงลูกน้อยไว้บนหลัง ในแอฟริกาตะวันตก ผู้หญิงก็ใช้ผ้าพิมพ์ลายแบบนี้เป็นผ้าโพกหัวด้วย

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ส่วนผู้ชายสมัยใหม่นำผ้ามาตัดเป็นเสื้อกางเกงเข้ารูป บ้างก็นำผ้าสีสันมาขลิบที่คอปก ปลายแขน หรือสาบเสื้อเชิ้ตทั้งแขนสั้นและยาว ในงานแต่งงานของญาติมิตรคนสนิท ทั้งหญิงชายต่างชวนกันไปตัดเสื้อกับช่างตัดเสื้อในหมู่บ้านโดยใช้ผ้าลายเดียวกัน

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

บ่อยครั้งที่ผมเชื้อชวนแขกที่เดินทางมาให้ไปซื้อผ้า Capulana และให้ช่างท้องถิ่นวัดตัวและตัดให้เดี๋ยวนั้น เทคนิคพิเศษที่ช่างตัดผ้าชาวแอฟริกันต้องมี คือสายตาการตัดต่อผ้าเพื่อให้ลายบนผ้าปรากฏออกมาสวยชัดเจน เพราะถ้าตัดผ้าผิดทางแล้ว เสื้อหรือกางเกงตัวนั้นก็อาจออกมาดูไม่ดี แม้ว่าใช้ผ้าผืนลวดลายสวยงามเพียงใดก็ตาม

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผ้าพิมพ์ลายเชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น

คนแอฟริกาใช้ลวดลายผ้าแสดงถึงความเป็นพวกพ้องและแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด เช่นเดียวกับที่เราสวมใส่เสื้อยืดพิมพ์ลายหรือข้อความบนหน้าอกเสื้อยืดแบบอเมริกันนิยม

ลวดลายและสีสันที่ปรากฏบนผืนผ้า มักแสดงออกสิ่งสวยงามและมีคุณค่าในแต่ละท้องถิ่นที่ผู้ผลิตนำผ้าเข้าไปขาย ผ้าที่เห็นในแอฟริกาตอนใต้และตะวันออกมักเป็นรูปสัตว์ป่าในทุ่งหญ้าสะวันนา เช่น กวาง Impala สิงโต หรือยีราฟ ภาพข้าวโพดและมะม่วงหิมพานต์ สื่อถึงอาหารและสินค้าเกษตรที่สำคัญ ผ้าในแอฟริกาตะวันตกอาจเป็นสิ่งที่ฉูดฉาดและร่วมสมัยกว่า ไม่ว่าลายกระเป๋าถือสมัยใหม่ของผู้หญิงหรือลายรองเท้าส้นสูง

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผมเคยไปใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในเคนยาและโมซัมบิก เห็นได้ชัดว่าผ้าเป็นของขวัญชิ้นล้ำค่าและมีความหมาย ผ้าถือเป็นของกำนัลชั้นเยี่ยมสำหรับแขกผู้มาเยือน และเป็นของฝากชั้นยอดสำหรับญาติสนิทมิตรสาย ครั้งหนึ่งในโมซัมบิก นายอำเภอที่เราไปร่วมทำงานพัฒนาหมู่บ้านด้วยมอบผ้าพิมพ์ลายหรือที่เรียกในภาษาท้องถิ่นว่า Capulana ให้กับท่านทูตและแขกผู้เยือนจากประเทศไทย

ในเคนยาและแทนซาเนีย ผ้าพิมพ์ลายท้องถิ่นที่เรียกว่า Kanga มีขนาดประมาณ 1 x 1.5 เมตร ซึ่งเป็นผ้าท้องถิ่นที่พิมพ์ลายเป็นกรอบสี่เหลี่ยมรอบขอบทั้ง 4 ด้านของผ้าและเขียนสุภาษิตท้องถิ่นไว้เป็นภาษาสวาฮิลี (ซึ่งเป็นภาษาราชการของเคนยาและแทนซาเนียที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาอาหรับ) และจะขายคู่กัน 2 ผืน และส่วนใหญ่เป็นของใช้ของสตรีชาวมุสลิม เมื่อนำมาตัดแบ่งครึ่งแล้ว ผืนหนึ่งจะนำมาไว้คลุมศีรษะ ไหล่และลำตัว ในหลายครั้งผู้สวมใส่จะเลือกใส่ผ้าที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกและความนึกคิดของตนที่อยากบอกให้คนใกล้ชิดหรือคนรักได้ทราบ

สุภาษิตที่พิมพ์บนผ้าพิมพ์ลายแบบ Kanga นี้มีอาทิ

Subira ina malipo ความอดทนย่อมให้ผล

Duniani kuna pepo, wawili wapendanapo ในโลกใบนี้ เมื่อสองคนตกหลุมรักกัน ผีและเทวดาย่อมรู้เห็น

Umekuja na lako usichunguze la mwenzako เราก็มีส่วนของเรา จงอย่าต่อว่าเพื่อนบ้านของเราเลย

Lisilo budi hutendwa อะไรที่ควรต้องทำให้เสร็จสิ้น ก็ต้องทำให้สำเร็จ

Hera pancha ya pajaro kuliko rafiki mwenye kero ยางรถยนต์แตกอาจดีกว่าเพื่อนที่มัวแต่สร้างปัญหา

Majivuno hayafa ไม่มีคุณค่าใดๆ ในการคุยโวโอ้อวด

สุภาษิตเหล่านี้เฉียบคมไหม

ลองนึกเล่นๆ กันว่า หากคุณเป็นสุภาพสตรี ถ้าวันหนึ่งคุณโกรธแฟนหรือสามี คุณจะหยิบผ้าชิ้นไหนขึ้นมาใส่ดี

เข้าเมืองมาซื้อผ้าในตลาด

เมื่อคนท้องถิ่นเข้าเมืองมาตลาด เขาอาจมีแผนไปซื้อผ้าพิมพ์ลายมาใช้เอง โดยเฉพาะในเทศกาลพิเศษและสำคัญ เช่น งานแต่งงาน งานเฉลิมฉลอง หรือแม้กระทั่งในงานศพของญาติสนิท

ผ้าท้องถิ่นเช่นนี้หาซื้อไม่ยาก มีทั้งคนซื้อมาขายต่อทั่วไป และร้านขายผ้าใหญ่ในเมืองหลวง เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ

ในแอฟริกาตะวันออก เจ้าของร้านขายผ้ามักเป็นครอบครัวชาวอินเดียที่มาตั้งรกรากในแอฟริกาหลายชั่วคน เจ้าของร้านปัจจุบันเป็นพ่อค้าแม่ค้ารุ่นที่ 4 รุ่นที่ 5 แล้ว

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ในโมซัมบิก มีร้านชื่อดังในกรุงมาปูโตชื่อว่า Casa elefante ตั้งอยู่ที่หน้าตลาดกลางของเมือง ขายผ้า Capulana หลายร้อยลาย หญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านรุ่นที่ 5 เล่าให้ฟังว่า ร้านของเธอนำเข้าผ้าพิมพ์ลายที่ขายๆ อยู่นี้จากอินเดียและจีน โดยสั่งผ่านแคตตาล็อกที่มีลายผ้าให้เลือก ทั้งครอบครัวใหญ่ของเธอช่วยกันเลือก โดยคาดเดาจากความนิยมของตลาด เมื่อผ้ามาเป็นม้วนใหญ่ ร้านนำมาตัดแบ่งขายเป็นชิ้นความยาวประมาณ 2 เมตร ของผ้าที่หน้ากว้าง 1 เมตร สนนราคาขายปลีกชิ้นละราว 100 – 130 บาทเมื่อคิดเป็นเงินไทย

ผ้าหนึ่งชิ้นตัดเสื้อเชิ้ตผู้ชายได้ตัวหนึ่งเหลือเศษผ้านิดหน่อย ตัดชุดกระโปรงของผู้หญิงได้พอดิบพอดี แต่อาจต้องพิถีพิถันในการซักครั้งแรกๆ และแยกซักไม่ยุ่งเกี่ยวกับผ้าซักอื่น เพราะสีตก เมื่อใช้ใหม่ๆ ผ้าแข็งเพราะโรงงานลงแป้งหนา แต่ยิ่งใช้ยิ่งซักยิ่งนุ่มละมุน

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ลายผ้าพิมพ์แอฟริกัน รวมทั้งผ้า Capulana ของโมซัมบิก สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นลายรูปกลอง สะท้อนดนตรี ลายรูปข้าวโพด มะม่วง และมะม่วงหิมพานต์ สะท้อนข้าวปลาอาหาร ส่วนลายผ้าอีกแบบที่คนนิยม เห็นจะเป็นลายกราฟิกผสมรูปทรงเรขาคณิตกับสีสัดจัดจ้านที่ตัดกันควับ

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ลายผ้าที่เตะตาผมเป็นพิเศษเห็นจะเป็นลายผ้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อโอกาสทางการเมือง เช่น ช่วงการเลือกตั้งทั่วไปในโมซัมบิกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ผ้าพิมพ์รูปถ่ายของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครัฐบาลบนพื้นหลังสีแดงสดซึ่งเป็นสีของพรรค เป็นลายที่ผู้คนสวมใส่กันทั่วเมือง หรือก่อนการเลือกตั้งไม่กี่สัปดาห์ เมื่อพระสันตปาปาได้เสด็จมาโมซัมบิก ก็มีผ้า Capulana ลายพระสันตปาปาออกมาขายฉลองศรัทธาของคริสตศานิกชนโมซัมบิกเช่นกัน

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

จับจ่ายซื้อผ้าแอฟริกาในกรุงเทพฯ

สงครามธุรกิจการแข่งผลิตผ้าเพื่อส่งไปขายให้ประชากรแอฟริกันทั้งทวีปซึ่งมีมากกว่า 1,200 ล้านคน ยังเป็นการต่อสู้ชุลมุนพัลวัน

โรงงานผลิตผ้าเก่าแก่ของเนเธอร์แลนด์ที่เต็มไปด้วยเทคนิคดั้งเดิมและลายผ้าสวยงามหลากหลาย ย้ายเข้ามาตั้งโรงงานเองในแอฟริกาฝั่งตะวันตกที่ประเทศกานา ในขณะเดียวกัน ก็มีคู่แข่งอย่างโรงงานผลิตผ้าพิมพ์แบบดิจิทัลที่ไม่ยอมน้อยหน้า เทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาถูกกว่าของจีนและอินเดีย กำลังครองตลาดในแอฟริกาฝั่งตะวันออก

ในประเทศโมซัมบิก ผ้าท้องถิ่นที่เรียกว่า Capulana แทบทั้งหมดล้วนนำเข้ามาจากโรงงานในจีนและอินเดียทั้งสิ้น ไม่มีผ้าจากฟากฝั่งยุโรปเลย และนำมาแบ่งขายที่ขนาดความยาว 2 หลา ในราคาเริ่มต้นที่เทียบเป็นเงินไทยแล้วไม่เกินผืนละ 100 บาท

ส่วนโรงพิมพ์ผ้าของไทยก็ไม่ใช่ย่อย ยังได้รับออเดอร์จากประเทศทางแอฟริกาตะวันตกสั่งพิมพ์ลายผ้าส่งออกไปขายบ้าง แต่ก็อาจยังเป็นสัดส่วนที่น้อยอยู่ ผมรู้สึกว่าน่าเสียดาย ถ้าคนไทยรู้จักและเข้าใจแอฟริกามากกว่านี้ เราก็อาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่พอไปวัดไปวากับเขาได้ จะไม่ได้อย่างไรล่ะ เสื้อผ้าตัดสำเร็จจากประตูน้ำและโบ๊เบ๊บ้านเราถือเป็นสินค้าคุณภาพดีในแอฟริกาทั้งตะวันตกและตะวันออก

แต่อย่างน้อย การที่โรงงานผ้าในบ้านเราผลิตผ้าพิมพ์ลายแบบแอฟริกัน ก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เราไปจับจ่ายผ้าพิมพ์ลายแอฟริกามาตัดชุดได้ไม่ยาก ไม่ต้องเก็บลายแทงเป็นความลับ ขอให้ตรงปรี่ไปที่ซอยนานาเหนือ (สุขุมวิทซอย 3) หากเดินเข้ามาจากถนนสุขุมวิท ตรอกแรกทางซ้ายมือก่อนถึงธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ จะมีร้านขายผ้าชื่อ F.F.N. Trading ของชาวมาลี นำผ้าพิมพ์ลายแอฟริกันลายสวยๆ เท่ๆ ที่ผลิตในไทยมาขายปลีก

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผมซักคนขายที่เป็นชาวมาลีเสียยกใหญ่ เลยได้ข้อมูลว่า ผ้าแบบนี้เป็นที่นิยมของเหล่าแม่บ้านญี่ปุ่นในเมืองไทย ที่ซื้อไปตัดเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า และของใช้กระจุกกระจิก คนแอฟริกาตะวันตกนิยมสั่งผ้าพิมพ์ลายที่ผลิตในไทย โดยใช้แม่พิมพ์และลวดลายแอฟริกันเช่นนี้ไปขายทีละล็อตใหญ่ เพราะเนื้อผ้าและคุณภาพการพิมพ์ของไทยดีกว่า และราคาค่าขนส่งไปแอฟริกาตะวันออกก็พอๆ กันกับการนำเข้าจากจีนหรืออินเดียที่คุณภาพอาจไม่ดีเท่า

น่าเชียร์ให้โรงงานผลิตผ้าของไทยบุกตลาดแอฟริกาเสียจริง

Writer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

Photographers

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

แอฟริกันเอง

เรื่องราวเกี่ยวกับแอฟริกาที่จะทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่ไกลกันอย่างที่คิด

ชายฝั่งทะเลติดมหามหาสมุทรอินเดียยาวกว่า 2,500 กิโลเมตร เลียบแผ่นดินของประเทศโมซัมบิกตลอดแนวทวีปแอฟริกาฝั่งตะวันออก อาจบอกเป็นนัยถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรจากท้องทะเล ที่เราคงหวังว่าประชาชนของเขาคงจะอิ่มหนำและสมบูรณ์พูนสุข เต็มท้องไปด้วยอาหารทะเลอันมหาศาล

ไม่ว่าจะกุ้งมังกรตัวเขื่องที่อาศัยอยู่ในกองหินริมชายฝั่ง ปูทะเลดำมะเมื่อมในโคลนที่ปากแม่น้ำจรดทะเล หรือกุ้งแม่น้ำตัวยักษ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำกร่อยที่น้ำจืดจากแม่น้ำสายใหญ่ผสมกับน้ำทะเลก่อนที่จะไหลออก

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน

อีกทั้งกุ้งหอยปูปลาสารพัดสารพัน ที่เราอาจจะพอจินตนาการได้ในพื้นที่ริมฝั่งทะเลแบบนี้

ในช่วงแรกที่เราไปถึงที่กรุงมาปูโต เมืองหลวงของประเทศโมซัมบิกที่สถานทูตไทยเพิ่งเปิดใหม่เป็นครั้งแรก พี่ๆ ที่กระทรวงการต่างประเทศมักจะสอบถามข่าวคราวถึงชีวิตความเป็นอยู่และอาหารการกิน

ใครๆ ก็ย่อมคิดว่าการไปอยู่ในแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศโมซัมบิก ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ติดอับดับความจนที่สุดใน 5 อันดับท้ายของโลกคงจะไม่สู้ดีแน่

ผมไม่ตอบอะไร แม้จะรู้สึกขอบคุณและซึ้งใจพี่ๆ ที่กรุงเทพฯ ถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่มีให้ผมและครอบครัว

จนกระทั่งพวกพี่ๆ ได้เดินทางมาราชการที่กรุงมาปูโต

“อ๋อ เอ็งกินมาม่า…กับล็อบสเตอร์ นี่เอง”

แล้วความลับทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยบนโต๊ะอาหารที่เพียบพร้อมไปด้วยอาหารทะเลนานาชนิดในมื้อเย็นวันนั้น

ทรัพยากรจากท้องทะเลอันอุดม

แวบแรกที่เราเห็นตลาดสดที่ขายเฉพาะอาหารทะเลก็พาให้เราตื่นใจแล้ว

รัฐบาลญี่ปุ่นได้มาช่วยสร้างตลาดขายของทะเลให้ใหม่ที่เขตชานเมือง พร้อมห้องแช่เย็นและลานขายของทันสมัย ในตลาดเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งจากท้องทะเล กุ้งมังกรหรือล็อบสเตอร์หินตัวใหญ่สุดๆ วางขายกันเกลื่อน ไม่นับปูทะเลกระบุงใหญ่ที่ยังโผล่ตามาเมียงมองวิบๆ กุ้งหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกุ้งขาว กุ้งลายเสือ หรือกุ้งตะกาด ที่บ้านเราเรียกกันที่เพิ่งจับสดๆ แล้วก็ยังมีกุ้งก้ามกรามหรือกุ้งแม่น้ำที่มีมาขายเป็นระยะๆ ด้วย

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
บรรยากาศในตลาดปลา ซึ่งขายอาหารทะเลสด ในกรุงมาปูโต ภาพตลาดเฉอะแฉะถูกแทนด้วยความสะอาดและใหม่เอี่ยมอ่อง 

เมื่อเราเดินเข้าไปในตลาด หน้าตาจีนๆ แบบนี้เป็นที่ต้องตาของพ่อค้าแม่ค้านัก คงเพราะชื่อเสียงของคนเอเชียที่ไม่เป็นรองใครเรื่องการบริโภค พวกเขามักเชื้อเชิญด้วยความสดใหม่ของอาหารทะเลที่เขาวางขาย หอยตลับแช่อยู่ในอ่างน้ำพลาสติกพากันพ่นน้ำกระเด็นออกมาต่อหน้าต่อตา ปูทะเลสดๆ ถูกจับกระดองหงายขึ้นให้เห็นจับปิ้งว่าเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย พร้อมกับขาทั้งแปดที่ยังขยับไปขยับมา ทว่าก้ามใหญ่ของมันถูกมัดไว้แน่นด้วยเชือกกล้วย มิใช่เชือกฟางพลาสติกสีแดงแบบบ้านเรา

อีกทางหนึ่ง เสียงพอค้าโหวกเหวกตะโกนเสียงเพียงเพื่อจะชี้ชวนให้เราหันไปดูปลาเก๋า ปลากะพง ปลานกแก้ว ปลาจาระเม็ด และอีกสารพัดปลาที่เขาวางเรียงรายอยู่บนแผง เมื่อเราชายตาหันไปดู ก็เห็นมือของเขาแหวกเหงือกสีแดงสดและชี้มือไปที่ดวงตาใสๆ ของปลาได้แล้ว อีกทางหนึ่ง เสียงแม่ค้าเจื้อยแจ้วเรียกให้เราเข้าไปดูกุ้งที่เขาวางขายอยู่ บางครั้งเราก็เห็นกุ้งยังสดๆ ขยับกลุ่มขาไปด้านหน้าหลังที่แม่ค้าอยากให้เราเห็นว่ามันยังมีชีวิตอยู่

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ของทะเลสดๆ ทั้งกุ้งหอยปูปลา วางเรียงรายจนเลือกไม่ถูก

ในกรุงมาปูโต มีหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ อยู่สองสามแห่ง เช้าตรู่ ชาวบ้านออกเรือไม้ขนาดเล็กขนาดไม่กี่ฟุตออกไปจับปลาตามแนวชายฝั่ง มีเพียงเบ็ด ลอบดักปู และอวนจับกุ้ง ปลาและกุ้งไม่มีตู้น้ำแข็ง ตกเย็นกลับมา ก่อนที่แม่ค้าคนกลางจะมาซื้อเหมาไปขายในตลาดในเมือง เรือประมงขนาดใหญ่เป็นของบริษัทข้ามชาติ ล่าสุดบริษัทในจีนก็เพิ่งมาร่วมทุนกับรัฐบาลทำการประมงจับปลาในเขตน้ำลึกที่ประมาณกันว่ามีทรัพยากรมหาศาล

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
เรือไม้ลำเล็กที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้ออกไปหาปลา โดยมากจะออกเรือในตอนเช้าตรู่และกลับมาในตอนบ่ายๆ

เราได้กินอาหารทะเล แต่คนของเขาได้กินแต่ข้าวโพด

ผมอายที่จะบอกว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของผมและครอบครัวตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่าที่ประเทศโมซัมบิกดีขนาดไหน (แม้จะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายแพงลิบลิ่ว จนไม่สามารถมีเงินเก็บเงินออมก็ตาม)

อาหารทะเลที่นำมาปรุงแบบไทย มีทั้งปูนึ่ง ปูดอง ปลาทอด ผัดรวมมิตรทะเล และอีกสารพัดเมนู

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน

ในขณะที่ทรัพยากรจากท้องทะเลอันอุดม แต่คนโมซัมบิกทั่วไป ซึ่งหมายถึงคนส่วนใหญ่ของประชากรเกือบ 30 ล้านคน ก็ไม่อาจได้กินอาหารแบบที่พวกเราได้กินแบบนี้

อาหารหลักๆ ของพวกเขาที่อาจจะได้กินแบบอดมื้อกินมื้อ เห็นจะไม่พ้นข้าวโพด

พวกเขากินกันแต่ข้าวโพดกันจริงๆ ข้าวโพดกินกับถั่วลิสงเพื่อให้ได้โปรตีน และผักต้มผสมผงชูรสซองๆ เพื่อให้ได้รสชาติ

คนแอฟริกันส่วนใหญ่กินข้าวโพดประทังชีวิต

ข้าวโพดแต่ดั้งเดิมมาจากอเมริกาใต้ แต่เดินทางมาถึงแอฟริกาพร้อมกับเจ้าอาณานิคมโปรตุเกสที่ไปครอบครองดินแดนแถบนั้นเป็นเจ้าแรก ข้าวโพดมาแทนที่ข้าวฟ่าง ซึ่งคนพื้นเมืองส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวกินมาแต่เดิม ข้าวโพดครองใจคนแอฟริกันแทบทั้งทวีป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้าวโพดปลูกง่าย ทนแดด ทนฝน และทนแล้ง สามารถขึ้นโดยพึ่งเพียงฟ้าฝนและไม่ต้องการเทคโนโลยีหรือความรู้ขั้นสูง แถมยังให้ผลผลิตในจำนวนมากเมื่อเทียบกับอาหารหลัก หรือที่เรียกกันว่า Staple Food ชนิดอื่นๆ

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ข้าวโพดต้มหากไม่นำมาบดเป็นแป้งกินเป็นอาหารหลักในแต่ละมื้อแล้ว ตามข้างถนนหลวงก็มีข้าวโพดต้มกับเกลือขายแบบบ้านเราสำหรับคนขับรถบรรทุกระยะไกลกินแก้หิวให้อิ่มท้อง

ชาวบ้านใช้จอบด้ามเก่าเซาะตะกุยดินแห้งให้ร่วนซุย แล้วฝังเมล็ดข้าวโพดไว้ในดิน ฝนที่ตกมาโปรยปรายก็ปลุกให้เมล็ดข้าวโพดที่หลับใหลลุกขึ้นมาผลิใบอ่อน ฟ้าฝนตามฤดูกาลประคองต้นข้าวโพดจนเติบโตและออกฝักในอีกเพียงแค่ 3 – 4 เดือนต่อมา ชาวบ้านทยอยเก็บเกี่ยวมาใช้เพียงเท่าที่ต้องการในครัวเรือน

อาหารหลักที่เป็นแป้งข้าวโพดนี้อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต แม้มีวิตามินและโปรตีนเล็กน้อย แต่มีคุณสมบัติให้พลังงานและอิ่มท้องเมื่อเทียบกับธัญพืชชนิดอื่น อีกทั้งมีราคาถูกและปลูกเองได้ง่าย เพราะข้าวโพดเป็นพืชที่ทนทานต่ออากาศและโรค

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวโพดสีขาว ไม่ใช่ข้าวโพดหวานสีเหลืองแล้ว ข้าวโพดก็จะถูกนำมาผึ่งลมพอให้แห้ง คนในครอบครัวช่วยกันแกะเมล็ดข้าวโพดออกจากฝัก และนำมาบดตำในครกไม้หรือครกดินเผาทรงสูง โดยใช้สากที่ทำจากท่อนไม้ท่อนยาวให้ละเอียดเป็นแป้งผง แล้วจึงตั้งไฟต้มน้ำในหม้อใหญ่ แล้วนำแป้งที่โม่บดได้กวนในน้ำร้อนจนเป็นก้อนแป้งที่จับตัวกัน

ในขณะที่ข้าว ซึ่งเป็นธัญพืชชนิดเดียวที่ไม่เปลี่ยนรูปร่างเมื่อมนุษย์นำมารับประทาน เม็ดข้าวยาวเรียวนำมาหุงกับน้ำ แต่เมล็ดธัญพืชชนิดๆ อื่นที่ผู้คนในที่อื่นกินเป็นอาหารหลัก ไม่ว่าจะเป็นข้าวฟ่าง ข้าวสาลี หรือไม่เว้นแม่แต่ข้าวโพดที่คนแอฟริกากินนั้นจะเปลี่ยนรูปเป็นแป้งละเอียดก่อนนำมากิน ไม่นับอาหารหลักจำพวกหัวพืช เช่น หัวมัน มันสำปะหลัง หรือกล้วยที่มักถูกนำมาบดบี้ให้ละเอียดก่อนนำมากิน

คนแอฟริกาเรียกชื่ออาหารหลักที่เป็นแป้งข้าวโพดไปต่างกันตามแต่ละท้องที่ เคนยาและแทนซาเนียเรียกอูกาลี (Ugali) โมซัมบิกเรียกชีมา (Chima) แอฟริกาใต้เรียกปั๊บ (Pap) หรือประเทศในแอฟริกาตะวันตกอย่างเช่นกานา เบนิน โตโก ไลบีเรีย เรียกว่าโฟโฟ หรือไม่ก็ออกเสียงเป็นฟูฟู (Foofoo, Foufou, Fufu)

ภาพหญิงแอฟริกาที่กำลังสาละวนอยู่กับการเตรียมโม่แป้งข้าวโพด อาจเป็นภาพที่หลายคนจดจำหรือชวนให้นึกถึงแอฟริกา การทำอาหารถือเป็นหน้าที่ของพวกเธอในครอบครัว ตอนเช้าตรู่ ผู้ชายออกไปทำไร่ทำสวนหรือออกไปทำงาน ผู้หญิงจะตื่นมาเตรียมแป้งข้าวโพดผสมกวนกับน้ำเป็นก้อนนี้แต่เช้า และมักกินคู่กับถั่วต้มกับผัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผักเขียวใบแข็งจำพวกคะน้าสับเป็นชิ้นเล็กยาวละเอียด พร้อมกับหัวหอม มะเขือเทศสับ และผักอื่นๆ ที่พอจะหาได้

แป้งข้าวโพดต้มแล้วกวนจนเหนียวเป็นก้อน กินเคียงกับถั่วและผักต้ม วันละ 2 มื้อเช้ากับเย็น ถือเป็นอาหารของคนแอฟริกา ยุคสมัยใหม่ทำให้พวกเขาได้รู้จักผงชูรสที่ขายเป็นซองๆ ช่วยสร้างกลิ่นของน้ำต้มกระดูก ซึ่งถือเป็นเครื่องปรุงสำคัญที่แทบจะขาดไม่ได้ หากไม่ได้ยากจนค้นแค้นถึงสุดขั้น

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ข้าวโพดเมื่อนำมาบดเป็นแป้งแล้ว คนท้องถิ่นก็จะนำมากวนกับน้ำบนหม้อขนาดใหญ่ กวนจนเหนียวจับตัวกัน กินแทนข้าวเคียงกับผักต้ม อาจมีเนื้อสัตว์บ้างเล็กน้อย

แป้งข้าวโพดกวนกับน้ำนี่สิ ผมเคยลองกินแป้งข้าวโพดที่ชาวบ้านกินกันนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยทำใจให้ชอบได้สักที เพราะนอกจากจืดชืดไม่มีรสชาติใดๆ ผิดกับข้าวที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งหวานแล้ว ยังมีกลิ่นคล้ายแป้งเปียกและกินแล้วสากลิ้นมาก

จนทำให้คิดว่า บางทีคนเราก็น่าเห็นใจเหมือนกัน ที่เราอาจไม่สามารถเลือกกินอะไรได้ตามที่ใจต้องการ

อาหารทะเลเป็นของหรูหรา เนื้อสัตว์ถือเป็นของวิเศษ

สำหรับคนท้องถิ่นในโมซัมบิกและในแอฟริกาส่วนใหญ่ เนื้อสัตว์ถือเป็นอาหารเฉพาะในวันสำคัญหรือเทศกาลพิเศษเท่านั้น

ชาวบ้านในชนบทแทบทุกบ้านมักเลี้ยงไก่หรือเป็ด โดยปล่อยไว้ให้หากินเอง หรือไม่ก็อาจมีกระต่ายที่เลี้ยงไว้ในเล้าที่ทำจากไม้สานเป็นกรงรูปร่างกลมๆ ยกให้สูงจากพื้นราว 1 – 2 เมตร เพื่อไม่ให้หนีออก บ้านในต่างจังหวัดที่พอลืมตาอ้าปากได้หน่อยก็มีหมูหรือวัวเลี้ยงไว้ เมื่อมีโอกาสดีๆ ก็จะเชือดหมูเชือดวัวมาเฉลิมฉลองกัน ไม่ต่างจากชาวบ้านในต่างจังหวัดของเมืองไทย 

ส่วนผู้คนในเมืองก็ซื้อเนื้อไก่ซึ่งเป็นเนื้อสัตว์ราคาถูกที่สุด เพราะผลิตได้ในลักษณะอุตสาหกรรม เนื้อหมูและเนื้อวัวถือเป็นเนื้อสัตว์ราคาแพง

อาหารทะเลในโมซัมบิกอาจมีไว้เพียงส่งออก และมีเพียงไว้สำหรับให้คนมีสตางค์ในเมืองกิน อาจมีเพียงปลาตัวเล็กหรือกุ้งใกล้หมดสภาพที่แม่ค้าอาจเลหลังนำมาขายให้คนรายได้น้อยในเมืองกินบ้าง

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
ปลาทะเลชายฝั่งราคาถูกคล้ายปลาทูผสมปลากระบอกปิ้งขายให้กับคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ซึ่งมีรายได้ไม่มาก ในสนนราคาตัวละประมาณ 10 บาท 

การที่จะคงสภาพความสดใหม่ของอาหารทะเลเป็นเรื่องที่มีค่าโสหุ้ยมหาศาล ไหนจะค่าเรือจับปลาที่มีอุปกรณ์ครบครัน ไหนจะห้องเย็นหรือน้ำแข็งที่ต้องใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยี ไหนจะถนนหนทางที่จะนำอาหารทะเลไปสู่ผู้บริโภคได้เร็วที่สุด ไหนจะตลาดที่มีตู้แช่สำหรับวางขาย

สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเหนือความเป็นจริงในประเทศส่วนใหญ่ที่ยากจนในทวีปแอฟริกา

กุ้งหอยปูปลา ทรัพยากรทางทะเล โมซัมบิก ที่คนโมซัมบิกไม่ได้กิน แต่เราได้กิน
บนเกาะ Ilha de Mocambique เมืองหลวงแห่งแรกของประเทศโมซัมบิกในสมัยการปกครองโดยอาณานิคมโปรตุเกส ซึ่งปัจจุบัน UNESCO ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชาวประมงพื้นบ้านนำปลานกแก้วและปลาเก๋าขนาดใหญ่มาขายให้กับนักท่องเที่ยวและโรงแรม และเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับประทานปลาทะเลเช่นนี้ เย็นวันนั้น เชฟดอล์ฟ สหัส จันทกานนท์ (คนถือปลา) นำปลาเก๋าที่ซื้อไปนึ่งมะนาวให้พวกเรากิน

เราอาจเห็นกุ้งแช่แข็งสดๆ ตัวใหญ่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรป เราอาจเคยกินกุ้งซาชิมิที่มาจากท้องทะเลในมหาสมุทรอินเดียจากโมซัมบิก เราอาจเคยกินซุบหอยแบบญี่ปุ่นที่หอยตลับอิมพอร์ตเข้ามาจากโมซัมบิก

แต่เราคงไม่ได้เห็นชาวบ้านในโมซัมบิกมานั่งแกะกุ้ง แทะกุ้ง ต้มหอย เลาะก้างปลากินกันหมึบหมับ

เหมือนกับพวกเรา

Writer & Photographer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load