ความดิบ ความจน ความอดอยาก ความแห้งแล้ง ความล้าหลัง อาจเป็นภาพของแอฟริกาที่เรามีอยู่ในหัว แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็นึกถึงแอฟริกาเพราะสีสันสดมันจัดจ้าน และหลายคนอาจได้ยินเสียงทำนองกลองและเครื่องเคาะจังหวะดังระรัวแว่วเข้ามาในความรู้สึกนึกคิด

ดูเหมือนภาพของทวีปแอฟริกาจะเป็นภาพของความขัดแย้ง ย้อนแย้ง และผสมกลมกลืนไปด้วยความเก่าใหม่ วัฒนธรรมปนเปที่ทำซ้ำและนำเข้าหลายครั้งหลายครา ผ่านการค้าขายรอบมหาสมุทรอินเดียของแขกอาหรับ ตามด้วยฝรั่งตะวันตกที่เข้ามาตีเส้นแบ่งดินแดนแห่งทรัพยากรอันอุดม และนำคนแอฟริกาออกไปเป็นทาสใช้แรงงานในอาณานิคมทวีปอื่นๆ

แม้แอฟริกาในวันนี้ไม่ได้มีแต่ความดิบ ความจน ความอดอยาก และหลายๆ ภาพที่เราอาจคิดถึงในแง่ลบแล้ว ผมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจทวีปนี้ผ่านผืนผ้าพิมพ์ลายของชาวแอฟริกา สิ่งใหม่ที่คนแอฟริกาทั่วทั้งทวีปเพิ่งรู้จักไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี่เอง

ผ้าของคนอื่นแต่กลายมาเป็นของตัวเอง

แม้ทวีปแอฟริกาจะใหญ่โตมโหฬาร แต่ไม่ว่าในประเทศไหนๆ ทั้งทางตะวันออกและด้านตะวันตก ผ้าพิมพ์ลายถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนแอฟริกาทั้งหญิงและชายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

ว่ากันว่า ผ้า Wax Print นี้เข้ามายังแอฟริกาผ่านพ่อค้าชาวอาหรับตามมหาสมุทรอินเดีย ผู้เป็นนายหน้าขายทาสและของป่า ตั้งแต่ก่อนที่เจ้าอาณานิคมตะวันตกจะรู้จักและครอบครองแอฟริกา จึงไม่แปลกใจที่หลายคนอาจสังเกตว่า ผ้าพิมพ์ลายของแอฟริกาคล้ายโสร่งของชาวมลายูและชาวอินโดนีเซีย

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผืนผ้าพิมพ์ลายแบบแอฟริกาหรือที่เรียกว่า African Wax Print มีเอกลักษณ์ที่หมึกพิมพ์ซึมผ่านผ้าผืนหนาเห็นเด่นชัดเท่ากันทั้งสองด้าน ผิดแผกจากผ้าพิมพ์ลายของที่อื่นที่เห็นลายชัดแค่เพียงด้านเดียว

น่าสนใจที่ว่าชื่อ Wax Print มาจากเทคนิคเริ่มแรกคล้ายผ้าบาติกของอินโดนีเซีย โดยใช้ขี้ผึ้งฉาบเป็นลวดลายป้องกันไม่ให้หมึกย้อยซึมเข้าไปในเส้นใยของผ้า ก่อนที่จะทำซ้ำไปซ้ำมาจนเป็นผ้าลายงาม ต่อมาเทคนิคสมัยใหม่แบบอุตสาหกรรมที่ใช้ลูกกลิ้งฉาบหมึกหมุนทาบไปบนผืนผ้า ซึ่งริเริ่มจากชาวดัตช์ได้เข้ามาแทนที่ และในช่วงหนึ่ง โรงงานในเนเธอร์แลนด์ถือเป็นผู้ผลิตผ้าแอฟริกาแบบ Wax Print รายใหญ่ส่งมาขายในแอฟริกาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

โรงงานผลิตผ้าพิมพ์ลายที่เคลือบด้วยไขขี้ผึ้งที่มีชื่อเสียงและประวัติอันยาวนานเห็นจะไม่พ้นโรงงานที่ชื่อ Vlisco (vlisco.com) ที่ผลิตผ้าพิมพ์ลายมาแล้วกว่า 170 ปี โดยออกแบบผ้าพิมพ์ลายลวดลายต่างๆ มากกว่า 350,000 ลาย ส่งออกไปขายในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก

ทุกที่ในแอฟริกาใช้ผ้าพิมพ์ลาย

ไม่ว่าไปที่ไหนในแอฟริกา เราคงได้เห็นผ้าพิมพ์ลายเคลือบไขผึ้งโดยทั่วไป

คนท้องถิ่นเรียกผ้าพิมพ์ในชื่อต่างๆ กัน ลวดลายบนผืนผ้าก็เป็นที่นิยมตามแต่กระแสและความชอบของคนในท้องถิ่น ในแอฟริกาตะวันออก เช่น เคนยา แทนซาเนีย เรียกผ้าพิมพ์ลายแบบนี้ว่าผ้า Kitenge และออกเสียงเพี้ยนเป็น Chitenge ในมาลาวี ส่วนในโมซัมบิกเรียกว่า Capulana ในแอฟริกาตะวันตก เช่น กาน่า ไนจีเรีย เรียกว่า Ankara

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ในโมซัมบิก ทุกคนใช้ผ้า Capulana ในชีวิตประจำวัน ช่วยทำให้ถนนสีหม่นที่เต็มไปด้วยฝุ่นสีน้ำตาลปลิวคลุ้งมีสีสันสดใสขึ้นมาทันที ผู้หญิงใช้ผ้า Capulana คลุมสะโพกยาวไปถึงท่อนขาก่อนมัดเป็นปมที่ท้องเพื่อแสดงถึงความสุภาพ ป้องกันกระโปรงและกางเกงจากฝุ่นสกปรก ยามจะต้องนั่งนอนบนพื้น ผ้า Capulana ก็เป็นพรมรองนั่งนอนชั้นดี และบางทีก็นำมาใช้คาดไหล่ตะแบงลูกน้อยไว้บนหลัง ในแอฟริกาตะวันตก ผู้หญิงก็ใช้ผ้าพิมพ์ลายแบบนี้เป็นผ้าโพกหัวด้วย

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ส่วนผู้ชายสมัยใหม่นำผ้ามาตัดเป็นเสื้อกางเกงเข้ารูป บ้างก็นำผ้าสีสันมาขลิบที่คอปก ปลายแขน หรือสาบเสื้อเชิ้ตทั้งแขนสั้นและยาว ในงานแต่งงานของญาติมิตรคนสนิท ทั้งหญิงชายต่างชวนกันไปตัดเสื้อกับช่างตัดเสื้อในหมู่บ้านโดยใช้ผ้าลายเดียวกัน

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

บ่อยครั้งที่ผมเชื้อชวนแขกที่เดินทางมาให้ไปซื้อผ้า Capulana และให้ช่างท้องถิ่นวัดตัวและตัดให้เดี๋ยวนั้น เทคนิคพิเศษที่ช่างตัดผ้าชาวแอฟริกันต้องมี คือสายตาการตัดต่อผ้าเพื่อให้ลายบนผ้าปรากฏออกมาสวยชัดเจน เพราะถ้าตัดผ้าผิดทางแล้ว เสื้อหรือกางเกงตัวนั้นก็อาจออกมาดูไม่ดี แม้ว่าใช้ผ้าผืนลวดลายสวยงามเพียงใดก็ตาม

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผ้าพิมพ์ลายเชื่อมโยงเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น

คนแอฟริกาใช้ลวดลายผ้าแสดงถึงความเป็นพวกพ้องและแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด เช่นเดียวกับที่เราสวมใส่เสื้อยืดพิมพ์ลายหรือข้อความบนหน้าอกเสื้อยืดแบบอเมริกันนิยม

ลวดลายและสีสันที่ปรากฏบนผืนผ้า มักแสดงออกสิ่งสวยงามและมีคุณค่าในแต่ละท้องถิ่นที่ผู้ผลิตนำผ้าเข้าไปขาย ผ้าที่เห็นในแอฟริกาตอนใต้และตะวันออกมักเป็นรูปสัตว์ป่าในทุ่งหญ้าสะวันนา เช่น กวาง Impala สิงโต หรือยีราฟ ภาพข้าวโพดและมะม่วงหิมพานต์ สื่อถึงอาหารและสินค้าเกษตรที่สำคัญ ผ้าในแอฟริกาตะวันตกอาจเป็นสิ่งที่ฉูดฉาดและร่วมสมัยกว่า ไม่ว่าลายกระเป๋าถือสมัยใหม่ของผู้หญิงหรือลายรองเท้าส้นสูง

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผมเคยไปใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในเคนยาและโมซัมบิก เห็นได้ชัดว่าผ้าเป็นของขวัญชิ้นล้ำค่าและมีความหมาย ผ้าถือเป็นของกำนัลชั้นเยี่ยมสำหรับแขกผู้มาเยือน และเป็นของฝากชั้นยอดสำหรับญาติสนิทมิตรสาย ครั้งหนึ่งในโมซัมบิก นายอำเภอที่เราไปร่วมทำงานพัฒนาหมู่บ้านด้วยมอบผ้าพิมพ์ลายหรือที่เรียกในภาษาท้องถิ่นว่า Capulana ให้กับท่านทูตและแขกผู้เยือนจากประเทศไทย

ในเคนยาและแทนซาเนีย ผ้าพิมพ์ลายท้องถิ่นที่เรียกว่า Kanga มีขนาดประมาณ 1 x 1.5 เมตร ซึ่งเป็นผ้าท้องถิ่นที่พิมพ์ลายเป็นกรอบสี่เหลี่ยมรอบขอบทั้ง 4 ด้านของผ้าและเขียนสุภาษิตท้องถิ่นไว้เป็นภาษาสวาฮิลี (ซึ่งเป็นภาษาราชการของเคนยาและแทนซาเนียที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาอาหรับ) และจะขายคู่กัน 2 ผืน และส่วนใหญ่เป็นของใช้ของสตรีชาวมุสลิม เมื่อนำมาตัดแบ่งครึ่งแล้ว ผืนหนึ่งจะนำมาไว้คลุมศีรษะ ไหล่และลำตัว ในหลายครั้งผู้สวมใส่จะเลือกใส่ผ้าที่แสดงถึงอารมณ์ความรู้สึกและความนึกคิดของตนที่อยากบอกให้คนใกล้ชิดหรือคนรักได้ทราบ

สุภาษิตที่พิมพ์บนผ้าพิมพ์ลายแบบ Kanga นี้มีอาทิ

Subira ina malipo ความอดทนย่อมให้ผล

Duniani kuna pepo, wawili wapendanapo ในโลกใบนี้ เมื่อสองคนตกหลุมรักกัน ผีและเทวดาย่อมรู้เห็น

Umekuja na lako usichunguze la mwenzako เราก็มีส่วนของเรา จงอย่าต่อว่าเพื่อนบ้านของเราเลย

Lisilo budi hutendwa อะไรที่ควรต้องทำให้เสร็จสิ้น ก็ต้องทำให้สำเร็จ

Hera pancha ya pajaro kuliko rafiki mwenye kero ยางรถยนต์แตกอาจดีกว่าเพื่อนที่มัวแต่สร้างปัญหา

Majivuno hayafa ไม่มีคุณค่าใดๆ ในการคุยโวโอ้อวด

สุภาษิตเหล่านี้เฉียบคมไหม

ลองนึกเล่นๆ กันว่า หากคุณเป็นสุภาพสตรี ถ้าวันหนึ่งคุณโกรธแฟนหรือสามี คุณจะหยิบผ้าชิ้นไหนขึ้นมาใส่ดี

เข้าเมืองมาซื้อผ้าในตลาด

เมื่อคนท้องถิ่นเข้าเมืองมาตลาด เขาอาจมีแผนไปซื้อผ้าพิมพ์ลายมาใช้เอง โดยเฉพาะในเทศกาลพิเศษและสำคัญ เช่น งานแต่งงาน งานเฉลิมฉลอง หรือแม้กระทั่งในงานศพของญาติสนิท

ผ้าท้องถิ่นเช่นนี้หาซื้อไม่ยาก มีทั้งคนซื้อมาขายต่อทั่วไป และร้านขายผ้าใหญ่ในเมืองหลวง เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ

ในแอฟริกาตะวันออก เจ้าของร้านขายผ้ามักเป็นครอบครัวชาวอินเดียที่มาตั้งรกรากในแอฟริกาหลายชั่วคน เจ้าของร้านปัจจุบันเป็นพ่อค้าแม่ค้ารุ่นที่ 4 รุ่นที่ 5 แล้ว

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ในโมซัมบิก มีร้านชื่อดังในกรุงมาปูโตชื่อว่า Casa elefante ตั้งอยู่ที่หน้าตลาดกลางของเมือง ขายผ้า Capulana หลายร้อยลาย หญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านรุ่นที่ 5 เล่าให้ฟังว่า ร้านของเธอนำเข้าผ้าพิมพ์ลายที่ขายๆ อยู่นี้จากอินเดียและจีน โดยสั่งผ่านแคตตาล็อกที่มีลายผ้าให้เลือก ทั้งครอบครัวใหญ่ของเธอช่วยกันเลือก โดยคาดเดาจากความนิยมของตลาด เมื่อผ้ามาเป็นม้วนใหญ่ ร้านนำมาตัดแบ่งขายเป็นชิ้นความยาวประมาณ 2 เมตร ของผ้าที่หน้ากว้าง 1 เมตร สนนราคาขายปลีกชิ้นละราว 100 – 130 บาทเมื่อคิดเป็นเงินไทย

ผ้าหนึ่งชิ้นตัดเสื้อเชิ้ตผู้ชายได้ตัวหนึ่งเหลือเศษผ้านิดหน่อย ตัดชุดกระโปรงของผู้หญิงได้พอดิบพอดี แต่อาจต้องพิถีพิถันในการซักครั้งแรกๆ และแยกซักไม่ยุ่งเกี่ยวกับผ้าซักอื่น เพราะสีตก เมื่อใช้ใหม่ๆ ผ้าแข็งเพราะโรงงานลงแป้งหนา แต่ยิ่งใช้ยิ่งซักยิ่งนุ่มละมุน

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ลายผ้าพิมพ์แอฟริกัน รวมทั้งผ้า Capulana ของโมซัมบิก สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นลายรูปกลอง สะท้อนดนตรี ลายรูปข้าวโพด มะม่วง และมะม่วงหิมพานต์ สะท้อนข้าวปลาอาหาร ส่วนลายผ้าอีกแบบที่คนนิยม เห็นจะเป็นลายกราฟิกผสมรูปทรงเรขาคณิตกับสีสัดจัดจ้านที่ตัดกันควับ

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ลายผ้าที่เตะตาผมเป็นพิเศษเห็นจะเป็นลายผ้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อโอกาสทางการเมือง เช่น ช่วงการเลือกตั้งทั่วไปในโมซัมบิกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ผ้าพิมพ์รูปถ่ายของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครัฐบาลบนพื้นหลังสีแดงสดซึ่งเป็นสีของพรรค เป็นลายที่ผู้คนสวมใส่กันทั่วเมือง หรือก่อนการเลือกตั้งไม่กี่สัปดาห์ เมื่อพระสันตปาปาได้เสด็จมาโมซัมบิก ก็มีผ้า Capulana ลายพระสันตปาปาออกมาขายฉลองศรัทธาของคริสตศานิกชนโมซัมบิกเช่นกัน

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน
Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

จับจ่ายซื้อผ้าแอฟริกาในกรุงเทพฯ

สงครามธุรกิจการแข่งผลิตผ้าเพื่อส่งไปขายให้ประชากรแอฟริกันทั้งทวีปซึ่งมีมากกว่า 1,200 ล้านคน ยังเป็นการต่อสู้ชุลมุนพัลวัน

โรงงานผลิตผ้าเก่าแก่ของเนเธอร์แลนด์ที่เต็มไปด้วยเทคนิคดั้งเดิมและลายผ้าสวยงามหลากหลาย ย้ายเข้ามาตั้งโรงงานเองในแอฟริกาฝั่งตะวันตกที่ประเทศกานา ในขณะเดียวกัน ก็มีคู่แข่งอย่างโรงงานผลิตผ้าพิมพ์แบบดิจิทัลที่ไม่ยอมน้อยหน้า เทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาถูกกว่าของจีนและอินเดีย กำลังครองตลาดในแอฟริกาฝั่งตะวันออก

ในประเทศโมซัมบิก ผ้าท้องถิ่นที่เรียกว่า Capulana แทบทั้งหมดล้วนนำเข้ามาจากโรงงานในจีนและอินเดียทั้งสิ้น ไม่มีผ้าจากฟากฝั่งยุโรปเลย และนำมาแบ่งขายที่ขนาดความยาว 2 หลา ในราคาเริ่มต้นที่เทียบเป็นเงินไทยแล้วไม่เกินผืนละ 100 บาท

ส่วนโรงพิมพ์ผ้าของไทยก็ไม่ใช่ย่อย ยังได้รับออเดอร์จากประเทศทางแอฟริกาตะวันตกสั่งพิมพ์ลายผ้าส่งออกไปขายบ้าง แต่ก็อาจยังเป็นสัดส่วนที่น้อยอยู่ ผมรู้สึกว่าน่าเสียดาย ถ้าคนไทยรู้จักและเข้าใจแอฟริกามากกว่านี้ เราก็อาจเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่พอไปวัดไปวากับเขาได้ จะไม่ได้อย่างไรล่ะ เสื้อผ้าตัดสำเร็จจากประตูน้ำและโบ๊เบ๊บ้านเราถือเป็นสินค้าคุณภาพดีในแอฟริกาทั้งตะวันตกและตะวันออก

แต่อย่างน้อย การที่โรงงานผ้าในบ้านเราผลิตผ้าพิมพ์ลายแบบแอฟริกัน ก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้เราไปจับจ่ายผ้าพิมพ์ลายแอฟริกามาตัดชุดได้ไม่ยาก ไม่ต้องเก็บลายแทงเป็นความลับ ขอให้ตรงปรี่ไปที่ซอยนานาเหนือ (สุขุมวิทซอย 3) หากเดินเข้ามาจากถนนสุขุมวิท ตรอกแรกทางซ้ายมือก่อนถึงธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ จะมีร้านขายผ้าชื่อ F.F.N. Trading ของชาวมาลี นำผ้าพิมพ์ลายแอฟริกันลายสวยๆ เท่ๆ ที่ผลิตในไทยมาขายปลีก

Capulana ผ้าพิมพ์ลายแอฟริกาสีสันสดใส แฟชั่นแสนสนุกที่เล่าวิถีชีวิตและเศรษฐกิจแอฟริกัน

ผมซักคนขายที่เป็นชาวมาลีเสียยกใหญ่ เลยได้ข้อมูลว่า ผ้าแบบนี้เป็นที่นิยมของเหล่าแม่บ้านญี่ปุ่นในเมืองไทย ที่ซื้อไปตัดเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า และของใช้กระจุกกระจิก คนแอฟริกาตะวันตกนิยมสั่งผ้าพิมพ์ลายที่ผลิตในไทย โดยใช้แม่พิมพ์และลวดลายแอฟริกันเช่นนี้ไปขายทีละล็อตใหญ่ เพราะเนื้อผ้าและคุณภาพการพิมพ์ของไทยดีกว่า และราคาค่าขนส่งไปแอฟริกาตะวันออกก็พอๆ กันกับการนำเข้าจากจีนหรืออินเดียที่คุณภาพอาจไม่ดีเท่า

น่าเชียร์ให้โรงงานผลิตผ้าของไทยบุกตลาดแอฟริกาเสียจริง

Writer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

Photographers

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

แอฟริกันเอง

เรื่องราวเกี่ยวกับแอฟริกาที่จะทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่ไกลกันอย่างที่คิด

คนที่มีอาชีพแบบผม อาจมีความกระเหี้ยนกระหือรือลึกๆ ในใจอยากทำความรู้จักและเข้าใจประเทศหนึ่งประเทศใด หรือทวีปหนึ่งๆ ให้ดี มันเป็นเรื่องของคนในอาชีพที่จะต้องติดต่อกับคนต่างชาติแบบเราๆ

ผมก็ไม่แตกต่างกัน ที่อยากรู้จักทวีปแอฟริกาซึ่งผมรู้สึกโดยส่วนตัวว่าลึกลับและน่าค้นหา อยู่ใกล้แต่กลับไกลในความรู้สึก

อาจโชคดีที่ในชีวิตการทำงาน ผมได้รับโอกาสให้กลับไปทำงานและใช้ชีวิตในทวีปที่ผมอยากรู้จักถึง 2 ครั้ง ในช่วงเวลารวมแล้วเกือบ 7 ปี 3 ปีในเคนยา และอีก 3 ปีครึ่งในโมซัมบิก ในช่วงเวลานั้น ผมได้เข้าใจและรู้จักทวีป ทั้งภูมิประเทศและผู้คน สังคม วัฒนธรรม อย่างน้อยก็ได้ในระดับหนึ่ง

แต่ในใจลึกๆ ผมกลับรู้สึกว่า ผมยังไม่รู้จักทวีปแอฟริกาที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างครบถ้วนเลย

ทวีปที่ประกอบด้วยประเทศ 52 ประเทศ มีพื้นที่มหาศาลถึง 30 ล้านตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ราว 20 เปอร์เซ็นของผืนดินทั่วโลก มีขนาดใหญ่กว่าทวีปยุโรป 3 เท่า ใหญ่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และบราซิลรวมกัน และมีประชากรราว 1,000 ล้านคน

ผมเพียงแต่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาฝั่งตะวันออกที่เคนยาและโมซัมบิก ติดชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และได้เดินทางไปรอบๆ ประเทศเหล่านี้เท่านั้น ผมจึงรู้สึกอยากจะรู้จักอีกฟากฝั่งหนึ่งของทวีปมาก นั่นคือแอฟริกาฝั่งตะวันตก

ความหวังสุดท้ายที่ผมมี ซึ่งจะทำให้ผมพอรู้จักกับแอฟริกาอีกฝั่งทวีปได้ ก็คือ การรู้จักแอฟริกาฝั่งตะวันตกที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านงานศิลปะ แม้ผมยังไม่เคยเดินทางไปย่างกรายประเทศและดินแดนแถบนี้เลย

นั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ผมได้พบกับศิลปินและนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นาม เฟรดเดอริก บรูลี บูอาเบร่ (Frederic Bruly Bouabré) ผู้ล่วงลับ ของประเทศโกตดิวัวร์ (Côte d’Ivoire)

1

ประเทศโกตดิวัวร์ หรือ Ivory Coast อยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาตะวันตก มีชายฝั่งติดมหาสมุทรแอตแลนติก เคยเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาปกครองดินแดนแถบนี้ใน ค.ศ. 1893 ก่อนหน้านั้น ดินแดนแถบนี้ประกอบด้วยเขตปกครองตัวเองจำนวนมาก เต็มไปด้วยชนเผ่าที่พูดภาษาต่างกันถึง 87 ภาษา

โกตดิวัวร์ได้รับอิสรภาพจากฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1960 ปัจจุบันปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุขจากการเลือกตั้ง สินค้าส่งออกที่สำคัญคือเมล็ดกาแฟและโกโก้ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจของโกตดิวัวร์เติบโตขึ้นและมีความมั่นคง

เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
ผ้าเขียนลายด้วยโคลนที่เรียกว่า Groko หรือ Korhogo ทำโดยคนท้องถิ่นเผ่า Senufo ในเขต Korhogo ในโกตดิวัวร์ 
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
คนท้องถิ่นสวมผ้าพิมพ์ลายเคลือบไขผึ้ง (Wax Print) ซึ่งได้รับความนิยมมากในแอฟริกาทั้งทวีป เพราะผลิตแบบอุตสาหกรรม และมีขายในราคาถูก
2

ในประเทศอาณานิคมฝรั่งเศสแห่งนี้ เสมียนที่มาจากชนเผ่า Bété ในชนบทของโกตดิวัวร์ ซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับการศึกษาจากระบบการเรียนการสอนที่อาณานิคมฝรั่งเศสจัดตั้งขึ้น กลายมาเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มองเห็นความเป็นสากลของโลก อุดมการณ์ของความเท่าเทียม และปรัชญาของความเป็นมนุษยชาติ และต่อมาเขาได้ใช้เวลาทั้งชีวิตบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้

ประวัติศาสตร์ศิลปะบันทึกตามที่ Frédéric Bruly Bouabré เล่าไว้ว่า ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1948 เฟรดเดอริกเห็นนิมิต สวรรค์ได้เปิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แสงแดดสอดส่องเป็น 7 สี เผยให้เห็นความงามของพระอาทิตย์ และในเวลานั้น ฉันก็ได้กลายเป็น ชีค นาโดร (Cheik Nadro / Cheick Nadro) ผู้ซึ่งไม่เคยลืมเลือน (The heavens opened up before my eyes and seven colorful suns described a circle of beauty around their Mother-Sun, I became Cheick Nadro: ‘He who does not forget.’)

ภาพที่เขานิมิต ทำให้เขาซึ่งเรียกตัวเองว่า ‘ชีค นาโดร’ หรือผู้มาโปรดและปลดปล่อยผู้คน เป็นแรงผลักดันให้ Frédéric Bruly Bouabré พยายามหาความรู้ในทุกด้าน เพื่อปลอดปล่อยเพื่อนร่วมเผ่าที่เขาถือเป็นลูกหลานและมนุษยชาติออกจากความสับสนของสังคมสู่ชีวิตที่มีคุณภาพ

3

ชีค นาโดร ชื่อที่ผู้คนรอบข้างเรียก Frédéric Bruly Bouabré นำความรู้ในแขนงต่างๆ ที่เขาเพียรศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม ปรัชญา ฯลฯ มาเขียนลงในกระดาษขนาดเล็กแบบโปสการ์ดหลายแผ่นเท่าๆ กัน

ภาพของเขาเป็นเอกลักษณ์ เขาใช้ปากกาลูกลื่นตีกรอบโดยรอบ แล้ววาดรูปด้านในและลงสีด้วยสีไม้ ริมขอบที่เขาใช้ปากกาลากเส้นเป็นกรอบไว้ ก็เขียนความคิดและคำอธิบายภาพที่อยู่ด้านในเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมักเป็นคำหรือประโยคสั้นๆ ง่ายๆ โดยเริ่มต้นคำหรือประโยคด้วยเครื่องหมายดอกจันสีแดง ที่เขาทำไว้เป็นสัญลักษณ์ แล้วพลิกไปอีกด้านหนึ่งของแผ่นกระดาษ เพื่อลงชื่อพร้อมวันที่เขียนไว้ด้านหลัง

เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
แผ่นกระดาษขนาดโปสการ์ด ด้านหนึ่งตีกรอบและวาดรูปด้วยปากกาลูกลื่น ระบายด้วยดินสอสี ข้อความสั้นๆ ง่ายๆ เล่าถึงภาพและปรัชญาที่เวียนวนอยู่กับหลักการของความเป็นสากล (Universalism) ที่ด้านหลัง เขาลงวันที่และลายเซ็นของผู้เขียนไว้ชัดเจน

ผมโชคดีที่ได้รับสมุดสเก็ตช์เล่มหนึ่งของเขามาไว้ในครอบครอง เมื่อพลิกดูแล้ว ก็เห็นชัดว่าความคิดของเขาลึกซึ้ง เส้นปากกาของเขาแม้สั่นเครือแต่ตรงไปตรงมา การลงสีเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด การวาดรูปของเขาเป็นเพียงสื่อที่เขาต้องการจะพูดคุยกับคนรอบตัว ถึงปรัชญาและอุดมการณ์ความเป็นสากลนิยม (Universalism) ที่เขาเชื่อว่าคือความจริงของโลก

เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
เปิดสมุดสเก็ตช์ Cheik Nadro ศิลปินที่วาดเรื่องมนุษย์ไม่ต่างกันจน Swatch เอาลายไปทำนาฬิกา
สมุดสเก็ตช์ที่เขียนขึ้นใน ค.ศ. 2012 ก่อนเขาเสียชีวิตได้ไม่นาน หลานของเขาที่นำสมุดเล่มนี้มาขายต่อให้ผมบอกว่า เป็นสมุดเล่มท้ายๆ ที่ปู่เขียนไว้ก่อนตาย

ความเป็นปราชญ์ของเขาไม่หยุดเพียงแค่นั้น แต่ชีค นาโดร ยังคิดค้นตัวอักษรของภาษา Bété ภาษาชนเผ่าของเขาซึ่งชาวไร่ชาวนาใช้พูด โดยเป็นตัวอักษรใช้แทนเสียงที่เปล่งออกมาจำนวน 448 ตัวอักษร เขียนบันทึกลงในแผ่นกระดาษขนาดโปสการ์ดที่เขาคุ้นเคยกว่า 1,000 ชิ้น

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน
ตัวอักษรภาษา Bété เป็นตัวเลขต่างๆ ที่เขาเขียนหลังโปสการ์ด ต่อมาแกลเลอลิสต์ชาวฝรั่งเศสนำงานของเขามาพิมพ์ขาย
4

แม้ภาษาฝรั่งเศสของผมจะกระท่อนกระแท่น หรืออาจเรียกว่าไม่รู้เลย เพราะเคยเรียนมาสมัยมัธยมปลาย เพื่อวัตถุประสงค์เพียงประการเดียวคือใช้สอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย แต่ประโยคง่ายๆ ที่ชีค นาโดร เขียนรอบรูปภาพ กลับให้ผมเห็นถึงความจริงแท้ ความเป็นสากลแห่งธรรมชาติ ความเหมือนกันในความแตกต่าง

ขอเชิญชมภาพวาดในชุดต่างๆ ที่ชวนให้เราต้องคิดต่อไปนานๆ เยอะๆ และไกลๆ

ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็เห็นเงาตัวเองในน้ำ

ภาพวาดชุดนี้ประกอบด้วยจำนวน 64 ใบ เป็นผู้ชายนุ่งผ้าถุงรูปธงชาติของประเทศต่างๆ ก้มหน้ามองเงาตัวเองในแก้วน้ำ

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

คนหนุ่มผิวสีต่างๆ ก็มีความสุขมาก (ได้)

คนหนุ่มผิวสีเหลือง ดำ เขียว ฟ้า ก็ล้วนมีความสุขได้หากต้องการ หรืออีกนัยหนึ่ง ภาพลักษณ์หรือผิวสีของเราไม่ได้เป็นข้อได้เปรียบหรืออุปสรรคเลยที่จะทำให้เรามีความสุขหรือไม่

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

นี่แหละคือความจริงของมนุษยชาติ

ความจริงของมนุษยชาติมีทั้งความทารุณ ความรัก ไม่ว่าจะเพศเดียวกันหรือต่างเพศ และมนุษยชาติก็มีความแตกต่างกันราวกับสายรุ้ง

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

ความจริงของธรรมชาติ

ธรรมชาติก็เป็นไปเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นงูกำลังฟักไข่ ลวดลายบนใบไม้ และรอยด่างบนผิวส้ม เหล่านี้ล้วนกำลังบอกอะไรกับเรา

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน

ความรักของแม่

แม่ผิวดำก็หวงแหนลูกของเธอแม้ผิวเหลือง (ไม่ว่าลูกจะรูปลักษณ์หน้าตาเป็นอย่างไร แม่ก็รักลูกทั้งนั้น)

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน
5

Frédéric Bruly Bouabré เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 2014 แต่ปรัชญาความเป็นสากล และอุดมการณ์ของความเท่าเทียมและความไม่แตกต่างกันยังคงอยู่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

ผลงานของ Cheik Nadro ศิลปินชาวโกตดิวัวร์ที่ดังระดับโลกจากการวาดภาพลายเส้นปากกาบนกระดาษโปสการ์ด เพื่อบอกว่าคนเชื้อชาติไหนก็ไม่ต่างกัน
ภาพ : 2020.swatch.com

เมื่อ ค.ศ. 1996 Swatch ผลิตนาฬิการุ่น Cheick Nadro โดยนำภาพของ Frédéric Bruly Bouabré มาพิมพ์เป็นลวดลายลงบนตัวเรือนและสายนาฬิกา แม้อาจจะไม่ใช่รุ่นขายดีหรือเป็นที่นิยมของนักสะสม แต่ก็บอกได้ถึงความเป็นสากลของภาพเขียนและปรัชญาความคิดของเขา

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศโกตดิวัวร์ของกระทรวงการต่างประเทศ www.mfa.go.th/th/country

2. ผลงานของ Frédéric Bruly Bouabré ที่ The Jean Pigozzi Collection of African Art ซึ่งเป็นคอลเลกชันงานศิลปะแอฟริกาที่ใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง caacart.com/pigozzi-artist.php?i=Bruly-Bouabre-Frederic&m=14

Writer

อาทิตย์ ประสาทกุล

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และแฟนคลับ The Cloud

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load