ในที่ประชุม The Cloud ผู้เขียนได้รับโจทย์ให้ออกแบบคอลัมน์ที่ครอบคลุมความหมายของการทำงานที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารและการจัดการของฝั่งฟากธุรกิจ

‘ธุรกิจ พันธกิจ วิสัยทัศน์ การบริหารจัดการองค์กร’ อ่านทวน 4 รอบ ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับเมฆก้อนอื่นๆ ใน The Cloud สักเท่าไหร่ แต่ถ้าย้อนกลับไปพูดเรื่องการมุ่งมั่นทำงานออกมาให้ดี เราก็ต้องไม่ลืมว่า มีแค่ใจอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีทักษะในส่วนของการบริหารและจัดการ เราจึงควรมีต้นแบบดีๆ ในเรื่องการทำงานและความเป็นผู้นำ ซึ่งเรานำไปปรับใช้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้

เดิมทีผู้เขียนตั้งใจทำบทสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงในเชิงเข้มข้น เพื่อเจาะลึกการทำงานขององค์กรต้นแบบ แต่ก็เกรงว่าผู้อ่านทางบ้านอาจจะกด report เพราะคิดว่าเว็บโดนแฮ็ก ผู้เขียนจึงขอถือวิสาสะปรับการนำเสนอให้เข้ากับตัวตนของเราและผู้อ่าน ซึ่งอาจจะเป็นพนักงานบริษัทผู้รักษาระยะห่างระหว่างที่นั่งในห้องประชุมกับท่านประธานหัวโต๊ะ จนไม่อาจรับสารวิสัยทัศน์ที่มี, เจ้าหน้าที่ระดับกลางผู้ประทับใจในการทำงานของผู้นำองค์กร, ผู้บริหารฝึกหัดที่กำลังหาต้นแบบที่ดี หรือผู้ที่ทำงานนอกตึกสูงกลางย่านธุรกิจ แต่สนใจใคร่รู้เรื่องนี้

จึงเป็นที่มาของ ‘กัปตันทีม’ บทสนทนานอกตำราการจัดการ ว่าด้วยแนวคิดในการทำงานของผู้ทำหน้าที่นำทิศนำทางขององค์กรต่างๆ

กัปตันทีมคนแรกของเราคือ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หน่วยงานที่คนรู้จักดีว่าสนับสนุนการเติบโตของกิจการเพื่อความมั่นคง เสริมสร้างการแข่งขัน และการแสวงหาตัวเลขเชิงบวกอย่างไม่จบไม่สิ้น แต่ยังมีอีกหลายบทบาทที่เราอาจจะไม่เคยรู้ เช่นการเป็นแบบอย่างที่ดีกับภาคธุรกิจ อาจจะไม่ใช่กับทุกกิจการในระบบเศรษฐกิจ แต่อย่างน้อยก็กับ 665 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โปรดลืมศัพท์คำสวยๆ ในบทวิสัยทัศน์และพันธกิจองค์กรไปก่อน เพราะบทสนทนากับ คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในคราวนี้เรียบง่ายกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

“สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ แต่มีความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหลากหลาย ดังนั้นคนที่เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงต้องทั้งบู๊ทั้งบุ๋นเยอะ หน้าที่ของเราคือการ balancing power หรือการหาสมดุลของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

เราถามคุณเกศราถึงบทบาทหน้าที่ที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากคุยเรื่องนี้กันอย่างลงลึกแล้ว คุณจะพบว่าภายใต้ภาพการแสวงหาความมั่งคั่งที่ฉายภาพให้ตลาดทุนดูเป็นสนามของผู้มีฐานะในสังคม แท้จริงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบองค์กรที่ดีผ่านข้อกติกาและระบบระเบียบมากมาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมความยั่งยืนแก่บริษัทจดทะเบียน ด้วยการออกแนวปฏิบัติและอบรมเรื่องการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อให้บริษัทเห็นความสำคัญและนำหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) ไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งจะเป็นรากฐานของกิจการให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนขยายวงกว้างไปสู่สังคม

“เมื่อเราจะบอกให้ธุรกิจต่างๆ ทำเช่นนั้น เราเองก็ต้องทำเองด้วย”

ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำเว็บไซต์ www.setsocialimpact.com เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคม โดยแบ่งปันทรัพยากรทั้งที่เป็นเงินทุนและทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงินของภาคธุรกิจสู่ภาคสังคมเพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact) ทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความพร้อมขององค์กรภาคสังคมให้เข้าใจและสามารถทำงานสอดคล้องกับภาคธุรกิจได้

การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในระยะยาว จึงส่งเสริมการนำหลักการความยั่งยืนมาใช้กำหนดแผนงาน การทำงานต่างๆ รวมถึงคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

เราสงสัยว่าการดำรงตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในความฝันหรือจุดหมายของเส้นทางอาชีพนี้หรือเปล่า คุณเกศราก็ตอบในทันทีว่า “เราเป็นคนไม่ฝันนะ จริงๆ เราเป็นคนจริงจัง เราคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นโชคชะตา เพราะว่าเราทำมาหลายเรื่องเรื่อยๆ และสิ่งนั้นก็พาให้ชีวิตเรามาถึงจุดนี้”

ต่อให้สิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากการคิดฝัน เราก็ยังขอให้คุณเกศราเล่าถึงภาพองค์กรในฝันอยู่ดี

“เราเชื่อว่าองค์กรที่จะมีอายุยืนยาวต้องมีนวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงโดยคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน ยั่งยืนในที่นี้หมายถึง constantly growing เราเริ่มเห็นแล้วว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทันสมัยขึ้น คนทำงานจะมีความคล่องแคล่วและมองเห็นภาพรวมได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย แต่เป็นคนที่ตอบสนองความต้องการของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าโชคดีที่เปลี่ยนผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่บ่อยๆ ทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

ก่อนหน้านี้เราแอบทราบมาว่าคุณเกศรามีความฝันเล็กๆ อยากพาพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ไป outing แนว adventure และเมื่อได้ยินคำตอบ เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมจึงเห็นพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกิจกรรมวิ่งหรืองานกีฬาใช้แรงอยู่ตลอดเวลา

“ต้องบอกก่อนว่าคนที่นี่ทำงานหนักมาก ขยันจนหามรุ่งหามค่ำ ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้ทุกคนสุขภาพดีและทลายกำแพงที่แบ่งกั้นแผนกต่างๆ เราก็คิดว่าถ้าจะรักกันต้องเสียเหงื่อ แต่หลายเสียงจากพนักงานบอกว่า ปีนี้ขอแบบเบาๆ นะ” คุณเกศราปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

ด้วยกระบวนการทำงานที่เต็มไปด้วยรายละเอียด คุณเกศราบอกเราว่า เธอเชื่อว่าขั้นตอนการระดมความคิดในช่วงเริ่มต้นเป็นสิ่งที่สำคัญ จะเริ่มทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่ออะไร และต้องการความช่วยเหลือจากใครอย่างไร “ถ้าเริ่มขึ้นต้นมาไม่ถูกต่อไปก็จะแก้ยาก เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามบอกให้ช่วยระดมความคิดเห็น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเราคนเดียว แต่คนรอบข้างคุณหรือแม้กระทั่งคนในวงการที่คุณทำงานด้วย ลองไปสอบถามหาข้อมูลมา นี่จึงเป็นขั้นตอนที่สนุกดี เพราะแต่ละคนได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนนี้”

ถ้าคุณเคยทำงานกับคุณเกศราคุณจะรู้ว่าเธอเป็นคนชอบตั้งคำถาม และรอฟังความคิดเห็นจากทีมงานเสมอ “เราเองก็เคยมีเจ้านายเยอะแยะนะ ยุคก่อนเราจะเห็นนายที่เป็นแค่นายเฉยๆ เพราะว่าเขาอาจจะเคยทำเรื่องนี้มาก่อนหรือเป็นเพราะถึงวาระตามอายุงาน แต่ว่าวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปและเขาก็อาจจะไม่ได้ปรับตัวตาม นายอาจจะไม่ค่อยอ่านหนังสือ ไม่ค่อยดูไม่ค่อยเล่นมือถือก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้น การแลกเปลี่ยนความคิด มุมมองกัน จึงสำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่ยุคของ ‘ใช่ครับพี่ ดีครับท่าน’ แล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นคุณมักจะทำอย่างไรเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญขององค์กร” เราถาม

“เราเชื่อว่าทุกเรื่องเป็นวิทยาศาสตร์ที่เมื่อจะทำอะไรก็ตามต้องหาข้อมูลเสมอ เวลาต้องตัดสินใจสิ่งใด เราอยากให้เอาเหตุผลมาคุยกัน ซึ่งบางเรื่องอาจไม่มีเหตุผล ข้อมูลที่มีไม่เพียงพอ หรือไม่ใช่เวลาที่ต้องตัดสินใจ และถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจแต่ยังตัดสินไม่ได้ เราจะใช้วิธีออกจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่ ออกไปดูหนังสือแฟชั่นบ้าง ไปเดินดูสิ่งอื่นให้สมองไม่อยู่แค่ตรงนี้ บางทีเราก็ไปฟังสัมมนาดีๆ ที่มีมือหนึ่งของโลกในเรื่องนั้นๆ มาพูดซึ่งจะได้ไอเดียใหม่ๆ”

“ที่บอกว่าฟังสัมมนาดีๆ จากมือหนึ่งนั้นหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับตลาดหุ้นหรือเรื่องอะไร” ช่างภาพของเราร้องถาม

“ไม่นะ เราฟังเรื่องเทคโนโลยี ฟังด้านที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต อย่างตอนไปพูดที่งาน Global Summit of Women ที่ญี่ปุ่น เป็นงานที่เราไม่เคยเห็นผู้หญิงจำนวนกว่า 1,300 คนอยู่ในที่เดียวกันแบบนี้เลย ถึงกับมีคนบอกว่ากลิ่นน้ำหอมตีกันวุ่นวายมาก (หัวเราะ) ในงานเขาพูดเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงและสิ่งที่เขาพยายามทำในญี่ปุ่น เราก็ได้เรียนรู้อะไรมาหลายอย่าง พอกลับมาดูที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่าตลาดเราก็ทำไปแล้วเหมือนกันหลายเรื่องโดยไม่รู้”

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

สำหรับผู้บริหารที่ผ่านการทำงานมาหลากหลาย เราถามเธอถึงสิ่งที่ยังคงเหมือนและแตกต่างกันของการทำงานในช่วงอายุ 25 ปี 35 ปี และปัจจุบัน

“สิ่งหนึ่งที่ไม่แตกต่างก็คือยังต้องตื่นเช้าและทำงานถึงดึก แต่ที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือประสบการณ์ที่มากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น เราได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาในเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา และทุกอย่างกลับมาสร้างผลบวกที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องหลายๆ เรื่อง สุขุมรอบคอบมากขึ้น”

คำแนะนำจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานและคนที่กำลังเบื่องานที่ทำ “สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงาน หนึ่ง จงอยากรู้อยากเห็น อยากทำหลายๆ เรื่องโดยตั้งใจและไม่เกี่ยงงาน สอง อย่าเชื่อคนง่าย ต้องค้นคว้าอย่างจริงจังไปถึงรากถึงแก่น

“และสำหรับคนที่กำลังเบื่องาน เราบอกเสมอนะว่า ถ้าไม่สนุกให้เปลี่ยนงาน ตัวเราเปลี่ยนงานมาเยอะ เป็นข้าราชการอยู่ 3 ปี แล้วสอบได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำงานอยู่ 3 ปี ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทและกลับมาเป็นนักวิเคราะห์ ดูและเรียนรู้หมดทุกบริษัทแล้ว เราเป็นพวกอยากรู้เรื่องใหม่ๆ และงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะกว้าง แม้จะอยู่ที่นี่มาถึง 15 ปี แต่เราได้เปลี่ยนขอบเขตของงานอยู่ตลอดเวลา ที่บอกทำงานเพราะสนุก ทำงานเพราะยังอยากรู้ แต่เมื่อไหร่ที่ไม่สนุก เบื่อ และแน่ใจว่าเบื่อ ก็ย้ายไปทำงานอื่น มันไม่มีทางแก้ได้ถ้าเราคิดเบื่อไปแล้ว”

ก่อนจะหมดเวลานัดหมายที่มี เราไม่ลืมที่จะถามถึงคำถามที่พบบ่อยที่สุดหลังจากได้รับตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ถ้าเป็นเพื่อนๆ เขาจะถามว่า หุ้นตัวไหนดี ขอสักตัวหนึ่ง (หัวเราะ)”

“ซึ่งหุ้นตัวนั้นคือ..” ถ้าคุณอยู่ในวงสนทนานั้นด้วยกัน คุณจะจับได้ว่าคำถามสุดท้ายของผู้เขียนฟังดูกระตือรือร้นกว่าคำถามข้อไหนๆ

“ก็บอกว่า ถ้าบอกไปก็ผิด เพราะว่าผู้จัดการห้ามเล่นหุ้นอยู่แล้ว และจริงๆ ผู้จัดการไม่รู้หรอกว่าหุ้นตัวไหนดี ถ้าบอกไปแล้วคุณเชื่อฉัน คุณก็เจ๊ง” คำตอบทิ้งท้ายคำตอบนี้ ทำให้เรานึกถึงคำแนะนำการทำงานสำหรับน้องใหม่ในวรรคตอนด้านบน ใช่แล้ว! ข้อที่บอกว่า จงอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง

LEADERSHIP

  1. โดยปกติแล้ว คุณจะถึงโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศประมาณกี่โมง: ไม่เกิน 08.30 น.
  2. สไตล์การบริหารงานของคุณ: เป็นแนวพูดคุยกันให้เสร็จก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือสั่งงาน
  3. ลักษณะของคนประเภทไหนที่คุณอยากทำงานด้วยที่สุด: คนที่จริงใจ ตรงไปตรงมา โต้เถียงคุยกัน
  4. พอแล้วกับคำว่า ‘นวัตกรรม’ เรามาพูดเรื่อง: realistic กันดีกว่า
  5. ให้เลือกระหว่างเป็นการคนทำงานที่ ‘เป็นที่รัก’ หรือ ‘เป็นที่น่านับถือ’: เป็นที่นับถือ เพราะรักมันก็เรื่องส่วนบุคคล เป็นที่นับถือ น่าจะมีเหตุมีผลกว่า
  6. กิจกรรมนอกเวลางานที่ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็จะหาเวลาไปทำให้ได้คือ: เดินช้อปปิ้ง ตอบอย่างนี้ฟังดูไม่ดีใช่ไหม เขาเรียกคลายเครียด ก็ซื้อแบรนด์ธรรมดาเลย Massimo Dutti, Zara, Max Mara
  7. ชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย: ไม่ได้เข้าเลย มีแต่ไปขึ้นเขาลงห้วยกันเองที่ต่างจังหวัด นัดไปเขื่อนทุกเขื่อนเลย
  8. เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตคุณ: (หยุดคิด) ไม่มีนะ ไม่ได้รู้สึกว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ให้ชีวิตเราเปลี่ยนได้
  9. เรื่องล่าสุดที่คุณได้เรียนรู้: เรียนรู้ว่าความเหงาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โลกปัจจุบันเป็นโลกของ individualisim เยอะไป และลูกเริ่มโตและไม่อยู่บ้านเลย
  10. คุณไปแข่งรายการ แฟนพันธุ์แท้ ตอนไหนได้บ้าง: ข่าวการเมือง

 

COMPANY VISIT

settrade cafe

“เป็นร้านกาแฟของเราเอง ไปดูเมนูได้เลย สนุกมาก ใช้ชื่อสินค้าของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นชื่อเมนูกาแฟด้วย”

ห้องสมุดมารวย

“ห้องสมุดเราเปิด 7 วัน ตั้งแต่ 08.30 – 21.00 น. น่าจะเป็นห้องสมุดแรกที่อนุญาตให้เอาเครื่องดื่มและขนมเข้าไปกินได้ วันเสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก เพราะแถวนี้มีคอนโดมิเนียมเยอะ”

INVESTORY

“พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่ชวนมาเรียนรู้เรื่องการลงทุน ผ่านมิติใหม่ในรูปแบบ Discovery Museum”

หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ

“มีที่มาของชื่อจากคุณศุกรีย์ แก้วเจริญ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 1 จึงใช้หอประชุมนี้จัดงานสำคัญๆ เช่น 1st Trading Day ของหุ้นที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก หรือจัดงานเกี่ยวกับการเปิดตัวสินค้า บริการใดๆ ที่เป็นครั้งแรก”

TSD Counter Service

“ให้บริการโดยบริษัท Thailand Securities Depository (TSD) เป็นศูนย์ที่ให้บริการผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นคุณป้า คุณพี่ ที่ถือใบหุ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณและต้องการตรวจเช็กว่าได้เงินปันผลไหม หรือใบหุ้นหาย มาที่นี่ได้”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

“You have not lived today until you have done something for someone who can never repay you” – John Bunyan (1628-1688)

“คุณไม่ควรบอกว่าคุณมีชีวิตที่สมบูรณ์ ถ้าคุณยังไม่เคยทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน” คุณชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเจ้าของห้องทำงานที่ชั้นบนสุดของอาคารทำการ อธิบายความหมายของคำที่ติดอยู่บนผนัง

อินทนิล, บางจาก

นัดหมายพิเศษระหว่าง The Cloud และ คุณชัยวัฒน์ กัปตันทีมของ ‘บางจาก’ เกิดขึ้นสบายๆ ในบ่ายวันศุกร์

บทสนทนาที่ว่าด้วยพลาสติกจากพืช ที่ทำให้เราเข้าใจกระบวนการผลิตและผลกระทบเชิงระบบ ซึ่งมากกว่าประโยชน์เรื่องการย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินว่า ‘อินทนิล’ แบรนด์ร้านกาแฟ ของ บางจาก บริษัทพลังงานที่มีภาพจำว่ารักและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม หลังจากเปิดทำการสาขาแรกเมื่อปี 2549 และมุ่งมั่นสร้างแบรนด์กาแฟรักษ์โลกเปลี่ยนจากแก้วพลาสติกธรรมดามาใช้แก้วพลาสติกจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพเป็นเจ้าแรกตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน เป็น ECO BRAND รายเดียวในตลาดกาแฟและผู้นำกาแฟออร์แกนิก

วันนี้ อินทนิลลุกขึ้นมาทำอะไรสนุกๆ เพื่อโลกอีกแล้ว อย่างการออกแบบและเปลี่ยน ‘ฝาใหม่ ไม่หลอด’

เช่นเคย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้ยินเรื่องการลดใช้หลอด แต่เราก็ไม่คิดว่าอินทนิลจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนฝาแก้วใหม่แบบยกดื่ม ในเมื่อไหนๆ ก็ต้องมีฝาเครื่องดื่ม ทำไมไม่ทำให้ฝาเครื่องดื่มและหลอดเป็นสิ่งเดียวกันไปเลย

ไม่นานมานี้ เราเริ่มเปลี่ยนการอุดหนุนกาแฟด้วยแก้วพลาสติกของร้านออฟฟิศ มาเป็นแก้วส่วนตัวที่มาพร้อมฟังก์ชันรักษาความร้อน-เย็น เพียงเพื่อส่วนลดเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่รู้เลยว่า แท้จริงแล้ว เราทำอะไรให้โลกได้มากกว่านั้น

และเมื่อบทสนทนาจบลง ความคิดเรื่องแก้วกาแฟพลาสติกของเราก็เปลี่ยนไป ไม่ถึงกับเรียกร้องการรักษ์โลกในบรรจุภัณฑ์ทุกชนิดหรอก เราแค่อยากมีโอกาสเล่าเรื่องที่ฟังมา ให้คุณฟังเท่านั้นก็พอ

อินทนิล, บางจาก อินทนิล, บางจาก

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สถานีบริการน้ำมันเริ่มคิดและเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง

สิ่งแรกที่คนคิดถึงปั๊มน้ำมันคือ ห้องน้ำ เมื่อขับรถมาระยะทางหนึ่ง น้ำมันใกล้หมดพอดี พร้อมๆ กับที่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ และเป็นธรรมดาที่คนขับรถ 1 – 2 ชั่วโมงจะเกิดการเมื่อยล้า ชาหรือกาแฟจึงเป็นตัวกระตุ้นทำให้สดชื่นตื่นตัว มีเรี่ยวแรงขับรถต่อไปได้ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เขามีกฎหมายเลยว่าหากขับรถติดต่อกัน 4 ชั่วโมงต้องหยุดพัก 30 นาที ซึ่งกิจกรรมที่เหมาะสมแก่เวลามากที่สุดคือการพักดื่มกาแฟในร้านกาแฟ ดังนั้น ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมันจึงเกิดขึ้นด้วยเหตุผลเหล่านี้

ธุรกิจร้านกาแฟพรีเมียมในปั๊มกำลังเป็นกระแส เหมือนยุคหนึ่งที่ปั๊มน้ำมันให้ความสำคัญกับร้านสะดวกซื้อหรือเปล่าคะ

เราเปิดร้านกาแฟอินทนิลมานานแล้ว นับตั้งแต่สาขาแรกก็เป็นเวลา 12 ปีแล้ว เพียงแต่เราค่อยๆ ขยายสาขาออกไป

เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทยเปลี่ยนไป จากที่เคยชอบกินโอเลี้ยงชาดำเย็น ก็เริ่มติดใจรสชาติ มองหากาแฟที่กลมกล่อมมากขึ้น ไปจนถึงต้องการกาแฟคุณภาพดีจากเมล็ดกาแฟออร์แกนิก ผมว่าเป็นเทรนด์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมพวกเรา ถามว่ายังกินโอเลี้ยง ชาเย็น ชาดำเย็น อยู่มั้ย เราก็ยังกินอยู่

อินทนิล, บางจาก อินทนิล, บางจาก

จากขนาดธุรกิจที่ต่างกัน การทำร้านกาแฟอินทนิลสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจหลักอย่างไร

เป็นเรื่องที่เสริมกันมากกว่า ในเมื่อรถได้พัก ได้เติมพลัง คนก็ควรได้พักเหมือนกัน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ดื่มกาแฟแต่ก็ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ ตอบโจทย์ ขณะที่การทำแบรนด์อินทนิลก็ช่วยสร้างภาพจำใหม่ของแบรนด์ด้วย

ถ้าสังเกต จะเห็นว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีมานี้ บางจากเราต้องการที่จะเป็นแบรนด์ที่สื่อสารกับคนยุคมิลเลนเนียมมากขึ้น จริงๆ เราและเด็กรุ่นใหม่มีอะไรที่เหมือนกันเยอะมาก บางจากเรามีภาพจำเรื่องการคิดถึงและดูแลโลก ดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ก็มีความคิดทำนองนี้ด้วยเหมือนกัน เงินทุกบาทที่เขาจ่ายไปเขารู้ถึงคุณค่า หรือการมองหารว่าเขาได้ทำดีกับโลกใบนี้อย่างไรบ้าง เพียงแต่ว่าคลื่นระหว่างเรายังไม่ตรงกัน

ยังไง?

ถ้าถามผม ผมว่าบางจากเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงมาก เพียงแต่ว่าก็โตเป็นผู้ใหญ่ไปตามอายุ สมัยก่อน ท่าทีของบางจากจะมีลักษณะเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็ก หรือครูสอนนักเรียนตลอดเวลา ยังจำได้ดีช่วงแรกที่ทำงาน มีคนบอกว่าแบรนด์บางจากเหมือนลุงแก่ๆ คนหนึ่ง

วันนี้เราจึงพยายามพูดตรงๆ ตอบสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากฟังเพื่อตอบโจทย์สิ่งที่เขาอยากเห็น ซึ่งวิธีหนึ่ง ได้แก่ การนำไลฟ์สไตล์เข้าไปใส่ในแบรนด์มากขึ้น มีความเป็นสีเขียวมากขึ้น พร้อมทั้งตีความสีเขียวเหล่านั้น เช่น กาแฟมาจากเมล็ดกาแฟออร์แกนิก รสชาติกลมกล่อมตอบโจทย์ ทำเมนูที่หวานน้อย หากใครชอบหวานก็ให้เลือกเพิ่มเติมน้ำตาลตามชอบ

แต่สิ่งที่เราคิดมาก่อนหน้านั้นคือ เราคิดถึงพลาสติก ซึ่งจริงๆ เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานาน เป็นเจ้าแรกๆ ที่เริ่มใช้แก้วพลาสติกจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และยังใช้อยู่ถึงวันนี้

อินทนิล, บางจาก

อินทนิล, บางจาก

ในเมื่อพลาสติกที่ย่อยสลายได้เป็นสิ่งที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วทำไมถึงมีคนใช้ไม่เยอะ

เป็นเรื่องของไก่กับไข่ (อะไรเกิดก่อนกัน) อย่างที่รู้กัน เหตุผลข้อแรกคือ ราคา

ด้วยธรรมชาติของการผลิตพลาสติกทั่วไป ใช้น้ำมันในการผลิตน้อย แต่ให้พลาสติกจำนวนมาก ต้นทุนต่อหน่วยจึงถูก คิดง่ายๆ ราคาของพลาสติกพวกนี้ถ้าเป็นพลาสติกที่มาจากน้ำมันราคาจะประมาณ 1/3 ของพลาสติกที่ทำจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพ นั่นแปลว่าจากต้นทุนที่เคยจ่าย 1 บาท ร้านกาแฟต้องเปลี่ยนมาจ่าย 3 บาท หากตัดสินใจใช้แก้วพลาสติกชีวภาพนี้ กำไรที่เคยมีก็จะลดน้อยลงไป ทำให้ร้านไม่ค่อยอยากใช้ พอคนไม่ค่อยใช้ก็ยิ่งไม่มีคนผลิต นั่นทำให้ต้นทุนที่เคยสูงอยู่แล้ว สูงขึ้นไปอีก

สิ่งที่เราทำคือ ต้องทำให้ผู้บริโภครับรู้เรื่องนี้ จนส่งผลให้เรียกร้องต้องการใช้แก้วที่เป็นพลาสติกจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งเมื่อสร้างความต้องการแก้วพลาสติกพิเศษในตลาดก็จะส่งผลให้การผลิตต่อหน่วยถูกลงต่อไป แน่นอนต้นทุนแก้วของเราแพงกว่าชาวบ้าน เราก็คิดว่าไม่เป็นไร เป็นเรื่องที่เราคืนให้กับสังคม เราสื่อสารทางตรงกับผู้บริโภคของเราว่า คุณได้ทำดีกับโลกใบนี้

ทุกครั้งที่ได้ยินว่าการลดใช้หรือเปลี่ยนการใช้งานพลาสติกจะช่วยโลกอย่างนั้น อย่างนี้ ยอมรับว่าเรานึกไม่ออกว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นสร้างผลกระทบแค่ไหน แต่พอได้ฟังว่าการที่ผู้บริโภคอย่างเราตระหนักรู้เรื่องนี้ส่งผลต่อ Demand หรือความต้องการใช้พลาสติกชีวภาพ จนอาจจะทำให้ตลาดการผลิตพลาสติกเปลี่ยนไป เริ่มใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่คิดถึงโลกและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ใช่ ทุกคนยังกินเท่าเดิมหมด เพียงแค่แก้วใบนี้ย่อยสลายได้

เราเขียนไว้ข้างแก้วเลยว่า 100% Made from plant แปลว่าแก้วนี้ทั้งแก้วทำจากใบไม้ กิ่งไม้ หรืออะไรก็ตาม ไม่ได้ทำมาจากน้ำมัน ซึ่งจะย่อยสลายได้

อินทนิล, บางจาก อินทนิล, บางจาก

พอจะเล่าอย่างง่ายๆ ให้คนนอกวงการอย่างเราเข้าใจตามไปด้วยได้ไหมคะ ว่ากระบวนการผลิตพลาสติกจากพืชเป็นยังไง

ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ ต้นหญ้า ชานอ้อย ฟางข้าว ทุกอย่างมีโมเลกุลที่แปลงสภาพสุดท้ายออกมาเป็นสิ่งที่คล้ายกับน้ำตาลได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีส่วนประกอบของคาร์บอนอยู่ คาร์บอนเหล่านั้นก็เหมือนน้ำมัน จากนั้นผ่านกระบวนการหมัก กระบวนการดอง แยกโมเลกุลโดยใช้ไฮโดรเจนความดันสูง และอื่นๆ จนแปลงสภาพเป็นพลาสติก เพียงแต่ว่าในกระบวนการทั้งหมดนี้มีต้นทุนที่มหาศาลมาก เพราะน้ำมันที่เรารู้จักผ่านกระบวนการหมักใต้พื้นโลกมาเป็นล้านปี มันก็จะกลั่นง่ายขึ้น คิดดูว่าเรากำลังลัดขั้นตอนกระบวนการที่ควรเกิดขึ้นล้านปีให้เหลือเพียง 10 – 15 ชั่งโมง

ข้อดีของพลาสติกเหล่านี้คือ ใช้แล้วไม่หมดไป เราปลูกข้าวทุกปี รวมถึงพืชอื่นๆ ที่ปลูกได้ตลอด ไม่มีวันใช้แล้วหมดไป ต้องรออีกล้านปีเพื่อขุดขึ้นมาอีกที

อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจน หลังจากกาแฟอินทนิลเป็นแบรนด์ที่ใช้พลาสติกจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

วันนี้ทั้งอินทนิลและบางจากเราตอบโจทย์เรื่องไลฟ์สไตล์ที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกันผมคิดว่ากระบวนการที่เราให้ความรู้ผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญ Plant คืออะไร Plastic from plant แปลว่าอะไร และดีต่อโลกอย่างไร ถ้าสื่อสารเรื่องนี้ออกไปมันก็คงจะดีขึ้น

ช่วงเวลานี้ ถือเป็นเรื่องดีที่คนออกมาพูดผลกระทบที่เกิดจากพลาสติกกันมากขึ้น นกและเต่าตายเพราะกินพลาสติก แต่แล้วยังไงต่อ เป็นเรื่องที่เราเห็นมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว และก็พยายามเปลี่ยนและสื่อสารเรื่องนี้ ปลูกจิตสำนึก เหมือนคนไทยเมื่อ 10 ปีก่อนเราไม่เข้าคิวกันนะ วันนี้คนไทยอย่างน้อยก็ 70 – 80% ก็เข้าคิวกันเป็นแล้ว ปัญหาเรื่องพลาสติกก็เช่นกัน

8 Questions Answered by President and CEO of Bangchak

  1. ไอเทมรักษ์โลกที่อยากแนะนำให้คนรู้จัก: อะไรก็ได้แต่อยากให้เลิกใช้หลอด
  2. กาแฟเมนูโปรด: เอสเพรสโซ
  3. คำพูดที่มักจะพูดเสมอ: ทำไมนิ เป็นคำพูดที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังได้โอกาสทบทวนสิ่งที่คิดและพูดออกมา
  4. สิ่งแรกที่ทำเมื่อไปที่ปั๊มน้ำมันบางจาก: เดินเข้าไปในร้าน Spar
  5. รองเท้าวิ่งคู่โปรด: Skechers
  6. เรื่องใหม่ล่าสุดที่ได้เรียนรู้: เรียนรู้ตลอดเวลาเพราะต้องเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ เรื่องล่าสุดที่เขียนลงหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ วันนี้ คือเรื่องเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศ เราไม่เคยรู้เลยว่าโลกใบนี้มีเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น 6 พันล้านเครื่อง ข้อมูลนี้กำลังจะบอกเราว่า หนึ่ง เครื่องใช้เหล่านี้ใช้ไฟเยอะมาก สอง เรามัวแต่คิดเรื่องผลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมจนลืมว่านี่ก็เป็นต้นเหตุของ CFC ที่ทำให้โลกร้อนเหมือนกัน ใกล้ตัวกว่าที่คิด
  7. ในช่วงเวลาบ่ายวันอาทิตย์จะบังเอิญพบคุณได้ที่:สนามฟุตบอลหรือสนามจักรยานที่สุวรรณภูมิ
  8. ถ้ามหาวิทยาลัยเชิญคุณไปเป็นอาจารย์พิเศษ คุณจะสอนวิชาอะไร: เราเป็นคนชอบนั่งคุยถาม-ตอบมากกว่าจะบรรยาย ถ้าต้องไปพูดในชั้นเรียนคงจะเป็นลักษณะการเสวนาหรือสนทนาร่วมกันมากกว่า

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load