ในที่ประชุม The Cloud ผู้เขียนได้รับโจทย์ให้ออกแบบคอลัมน์ที่ครอบคลุมความหมายของการทำงานที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารและการจัดการของฝั่งฟากธุรกิจ

‘ธุรกิจ พันธกิจ วิสัยทัศน์ การบริหารจัดการองค์กร’ อ่านทวน 4 รอบ ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับเมฆก้อนอื่นๆ ใน The Cloud สักเท่าไหร่ แต่ถ้าย้อนกลับไปพูดเรื่องการมุ่งมั่นทำงานออกมาให้ดี เราก็ต้องไม่ลืมว่า มีแค่ใจอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีทักษะในส่วนของการบริหารและจัดการ เราจึงควรมีต้นแบบดีๆ ในเรื่องการทำงานและความเป็นผู้นำ ซึ่งเรานำไปปรับใช้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้

เดิมทีผู้เขียนตั้งใจทำบทสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงในเชิงเข้มข้น เพื่อเจาะลึกการทำงานขององค์กรต้นแบบ แต่ก็เกรงว่าผู้อ่านทางบ้านอาจจะกด report เพราะคิดว่าเว็บโดนแฮ็ก ผู้เขียนจึงขอถือวิสาสะปรับการนำเสนอให้เข้ากับตัวตนของเราและผู้อ่าน ซึ่งอาจจะเป็นพนักงานบริษัทผู้รักษาระยะห่างระหว่างที่นั่งในห้องประชุมกับท่านประธานหัวโต๊ะ จนไม่อาจรับสารวิสัยทัศน์ที่มี, เจ้าหน้าที่ระดับกลางผู้ประทับใจในการทำงานของผู้นำองค์กร, ผู้บริหารฝึกหัดที่กำลังหาต้นแบบที่ดี หรือผู้ที่ทำงานนอกตึกสูงกลางย่านธุรกิจ แต่สนใจใคร่รู้เรื่องนี้

จึงเป็นที่มาของ ‘กัปตันทีม’ บทสนทนานอกตำราการจัดการ ว่าด้วยแนวคิดในการทำงานของผู้ทำหน้าที่นำทิศนำทางขององค์กรต่างๆ

กัปตันทีมคนแรกของเราคือ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หน่วยงานที่คนรู้จักดีว่าสนับสนุนการเติบโตของกิจการเพื่อความมั่นคง เสริมสร้างการแข่งขัน และการแสวงหาตัวเลขเชิงบวกอย่างไม่จบไม่สิ้น แต่ยังมีอีกหลายบทบาทที่เราอาจจะไม่เคยรู้ เช่นการเป็นแบบอย่างที่ดีกับภาคธุรกิจ อาจจะไม่ใช่กับทุกกิจการในระบบเศรษฐกิจ แต่อย่างน้อยก็กับ 665 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โปรดลืมศัพท์คำสวยๆ ในบทวิสัยทัศน์และพันธกิจองค์กรไปก่อน เพราะบทสนทนากับ คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในคราวนี้เรียบง่ายกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

“สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ แต่มีความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหลากหลาย ดังนั้นคนที่เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงต้องทั้งบู๊ทั้งบุ๋นเยอะ หน้าที่ของเราคือการ balancing power หรือการหาสมดุลของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

เราถามคุณเกศราถึงบทบาทหน้าที่ที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากคุยเรื่องนี้กันอย่างลงลึกแล้ว คุณจะพบว่าภายใต้ภาพการแสวงหาความมั่งคั่งที่ฉายภาพให้ตลาดทุนดูเป็นสนามของผู้มีฐานะในสังคม แท้จริงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบองค์กรที่ดีผ่านข้อกติกาและระบบระเบียบมากมาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมความยั่งยืนแก่บริษัทจดทะเบียน ด้วยการออกแนวปฏิบัติและอบรมเรื่องการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อให้บริษัทเห็นความสำคัญและนำหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) ไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งจะเป็นรากฐานของกิจการให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนขยายวงกว้างไปสู่สังคม

“เมื่อเราจะบอกให้ธุรกิจต่างๆ ทำเช่นนั้น เราเองก็ต้องทำเองด้วย”

ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำเว็บไซต์ www.setsocialimpact.com เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคม โดยแบ่งปันทรัพยากรทั้งที่เป็นเงินทุนและทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงินของภาคธุรกิจสู่ภาคสังคมเพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact) ทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความพร้อมขององค์กรภาคสังคมให้เข้าใจและสามารถทำงานสอดคล้องกับภาคธุรกิจได้

การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในระยะยาว จึงส่งเสริมการนำหลักการความยั่งยืนมาใช้กำหนดแผนงาน การทำงานต่างๆ รวมถึงคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

เราสงสัยว่าการดำรงตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในความฝันหรือจุดหมายของเส้นทางอาชีพนี้หรือเปล่า คุณเกศราก็ตอบในทันทีว่า “เราเป็นคนไม่ฝันนะ จริงๆ เราเป็นคนจริงจัง เราคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นโชคชะตา เพราะว่าเราทำมาหลายเรื่องเรื่อยๆ และสิ่งนั้นก็พาให้ชีวิตเรามาถึงจุดนี้”

ต่อให้สิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากการคิดฝัน เราก็ยังขอให้คุณเกศราเล่าถึงภาพองค์กรในฝันอยู่ดี

“เราเชื่อว่าองค์กรที่จะมีอายุยืนยาวต้องมีนวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงโดยคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน ยั่งยืนในที่นี้หมายถึง constantly growing เราเริ่มเห็นแล้วว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทันสมัยขึ้น คนทำงานจะมีความคล่องแคล่วและมองเห็นภาพรวมได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย แต่เป็นคนที่ตอบสนองความต้องการของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าโชคดีที่เปลี่ยนผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่บ่อยๆ ทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

ก่อนหน้านี้เราแอบทราบมาว่าคุณเกศรามีความฝันเล็กๆ อยากพาพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ไป outing แนว adventure และเมื่อได้ยินคำตอบ เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมจึงเห็นพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกิจกรรมวิ่งหรืองานกีฬาใช้แรงอยู่ตลอดเวลา

“ต้องบอกก่อนว่าคนที่นี่ทำงานหนักมาก ขยันจนหามรุ่งหามค่ำ ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้ทุกคนสุขภาพดีและทลายกำแพงที่แบ่งกั้นแผนกต่างๆ เราก็คิดว่าถ้าจะรักกันต้องเสียเหงื่อ แต่หลายเสียงจากพนักงานบอกว่า ปีนี้ขอแบบเบาๆ นะ” คุณเกศราปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

ด้วยกระบวนการทำงานที่เต็มไปด้วยรายละเอียด คุณเกศราบอกเราว่า เธอเชื่อว่าขั้นตอนการระดมความคิดในช่วงเริ่มต้นเป็นสิ่งที่สำคัญ จะเริ่มทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่ออะไร และต้องการความช่วยเหลือจากใครอย่างไร “ถ้าเริ่มขึ้นต้นมาไม่ถูกต่อไปก็จะแก้ยาก เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามบอกให้ช่วยระดมความคิดเห็น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเราคนเดียว แต่คนรอบข้างคุณหรือแม้กระทั่งคนในวงการที่คุณทำงานด้วย ลองไปสอบถามหาข้อมูลมา นี่จึงเป็นขั้นตอนที่สนุกดี เพราะแต่ละคนได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนนี้”

ถ้าคุณเคยทำงานกับคุณเกศราคุณจะรู้ว่าเธอเป็นคนชอบตั้งคำถาม และรอฟังความคิดเห็นจากทีมงานเสมอ “เราเองก็เคยมีเจ้านายเยอะแยะนะ ยุคก่อนเราจะเห็นนายที่เป็นแค่นายเฉยๆ เพราะว่าเขาอาจจะเคยทำเรื่องนี้มาก่อนหรือเป็นเพราะถึงวาระตามอายุงาน แต่ว่าวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปและเขาก็อาจจะไม่ได้ปรับตัวตาม นายอาจจะไม่ค่อยอ่านหนังสือ ไม่ค่อยดูไม่ค่อยเล่นมือถือก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้น การแลกเปลี่ยนความคิด มุมมองกัน จึงสำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่ยุคของ ‘ใช่ครับพี่ ดีครับท่าน’ แล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นคุณมักจะทำอย่างไรเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญขององค์กร” เราถาม

“เราเชื่อว่าทุกเรื่องเป็นวิทยาศาสตร์ที่เมื่อจะทำอะไรก็ตามต้องหาข้อมูลเสมอ เวลาต้องตัดสินใจสิ่งใด เราอยากให้เอาเหตุผลมาคุยกัน ซึ่งบางเรื่องอาจไม่มีเหตุผล ข้อมูลที่มีไม่เพียงพอ หรือไม่ใช่เวลาที่ต้องตัดสินใจ และถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจแต่ยังตัดสินไม่ได้ เราจะใช้วิธีออกจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่ ออกไปดูหนังสือแฟชั่นบ้าง ไปเดินดูสิ่งอื่นให้สมองไม่อยู่แค่ตรงนี้ บางทีเราก็ไปฟังสัมมนาดีๆ ที่มีมือหนึ่งของโลกในเรื่องนั้นๆ มาพูดซึ่งจะได้ไอเดียใหม่ๆ”

“ที่บอกว่าฟังสัมมนาดีๆ จากมือหนึ่งนั้นหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับตลาดหุ้นหรือเรื่องอะไร” ช่างภาพของเราร้องถาม

“ไม่นะ เราฟังเรื่องเทคโนโลยี ฟังด้านที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต อย่างตอนไปพูดที่งาน Global Summit of Women ที่ญี่ปุ่น เป็นงานที่เราไม่เคยเห็นผู้หญิงจำนวนกว่า 1,300 คนอยู่ในที่เดียวกันแบบนี้เลย ถึงกับมีคนบอกว่ากลิ่นน้ำหอมตีกันวุ่นวายมาก (หัวเราะ) ในงานเขาพูดเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงและสิ่งที่เขาพยายามทำในญี่ปุ่น เราก็ได้เรียนรู้อะไรมาหลายอย่าง พอกลับมาดูที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่าตลาดเราก็ทำไปแล้วเหมือนกันหลายเรื่องโดยไม่รู้”

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

สำหรับผู้บริหารที่ผ่านการทำงานมาหลากหลาย เราถามเธอถึงสิ่งที่ยังคงเหมือนและแตกต่างกันของการทำงานในช่วงอายุ 25 ปี 35 ปี และปัจจุบัน

“สิ่งหนึ่งที่ไม่แตกต่างก็คือยังต้องตื่นเช้าและทำงานถึงดึก แต่ที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือประสบการณ์ที่มากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น เราได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาในเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา และทุกอย่างกลับมาสร้างผลบวกที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องหลายๆ เรื่อง สุขุมรอบคอบมากขึ้น”

คำแนะนำจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานและคนที่กำลังเบื่องานที่ทำ “สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงาน หนึ่ง จงอยากรู้อยากเห็น อยากทำหลายๆ เรื่องโดยตั้งใจและไม่เกี่ยงงาน สอง อย่าเชื่อคนง่าย ต้องค้นคว้าอย่างจริงจังไปถึงรากถึงแก่น

“และสำหรับคนที่กำลังเบื่องาน เราบอกเสมอนะว่า ถ้าไม่สนุกให้เปลี่ยนงาน ตัวเราเปลี่ยนงานมาเยอะ เป็นข้าราชการอยู่ 3 ปี แล้วสอบได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำงานอยู่ 3 ปี ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทและกลับมาเป็นนักวิเคราะห์ ดูและเรียนรู้หมดทุกบริษัทแล้ว เราเป็นพวกอยากรู้เรื่องใหม่ๆ และงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะกว้าง แม้จะอยู่ที่นี่มาถึง 15 ปี แต่เราได้เปลี่ยนขอบเขตของงานอยู่ตลอดเวลา ที่บอกทำงานเพราะสนุก ทำงานเพราะยังอยากรู้ แต่เมื่อไหร่ที่ไม่สนุก เบื่อ และแน่ใจว่าเบื่อ ก็ย้ายไปทำงานอื่น มันไม่มีทางแก้ได้ถ้าเราคิดเบื่อไปแล้ว”

ก่อนจะหมดเวลานัดหมายที่มี เราไม่ลืมที่จะถามถึงคำถามที่พบบ่อยที่สุดหลังจากได้รับตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ถ้าเป็นเพื่อนๆ เขาจะถามว่า หุ้นตัวไหนดี ขอสักตัวหนึ่ง (หัวเราะ)”

“ซึ่งหุ้นตัวนั้นคือ..” ถ้าคุณอยู่ในวงสนทนานั้นด้วยกัน คุณจะจับได้ว่าคำถามสุดท้ายของผู้เขียนฟังดูกระตือรือร้นกว่าคำถามข้อไหนๆ

“ก็บอกว่า ถ้าบอกไปก็ผิด เพราะว่าผู้จัดการห้ามเล่นหุ้นอยู่แล้ว และจริงๆ ผู้จัดการไม่รู้หรอกว่าหุ้นตัวไหนดี ถ้าบอกไปแล้วคุณเชื่อฉัน คุณก็เจ๊ง” คำตอบทิ้งท้ายคำตอบนี้ ทำให้เรานึกถึงคำแนะนำการทำงานสำหรับน้องใหม่ในวรรคตอนด้านบน ใช่แล้ว! ข้อที่บอกว่า จงอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง

LEADERSHIP

  1. โดยปกติแล้ว คุณจะถึงโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศประมาณกี่โมง: ไม่เกิน 08.30 น.
  2. สไตล์การบริหารงานของคุณ: เป็นแนวพูดคุยกันให้เสร็จก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือสั่งงาน
  3. ลักษณะของคนประเภทไหนที่คุณอยากทำงานด้วยที่สุด: คนที่จริงใจ ตรงไปตรงมา โต้เถียงคุยกัน
  4. พอแล้วกับคำว่า ‘นวัตกรรม’ เรามาพูดเรื่อง: realistic กันดีกว่า
  5. ให้เลือกระหว่างเป็นการคนทำงานที่ ‘เป็นที่รัก’ หรือ ‘เป็นที่น่านับถือ’: เป็นที่นับถือ เพราะรักมันก็เรื่องส่วนบุคคล เป็นที่นับถือ น่าจะมีเหตุมีผลกว่า
  6. กิจกรรมนอกเวลางานที่ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็จะหาเวลาไปทำให้ได้คือ: เดินช้อปปิ้ง ตอบอย่างนี้ฟังดูไม่ดีใช่ไหม เขาเรียกคลายเครียด ก็ซื้อแบรนด์ธรรมดาเลย Massimo Dutti, Zara, Max Mara
  7. ชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย: ไม่ได้เข้าเลย มีแต่ไปขึ้นเขาลงห้วยกันเองที่ต่างจังหวัด นัดไปเขื่อนทุกเขื่อนเลย
  8. เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตคุณ: (หยุดคิด) ไม่มีนะ ไม่ได้รู้สึกว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ให้ชีวิตเราเปลี่ยนได้
  9. เรื่องล่าสุดที่คุณได้เรียนรู้: เรียนรู้ว่าความเหงาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โลกปัจจุบันเป็นโลกของ individualisim เยอะไป และลูกเริ่มโตและไม่อยู่บ้านเลย
  10. คุณไปแข่งรายการ แฟนพันธุ์แท้ ตอนไหนได้บ้าง: ข่าวการเมือง

 

COMPANY VISIT

settrade cafe

“เป็นร้านกาแฟของเราเอง ไปดูเมนูได้เลย สนุกมาก ใช้ชื่อสินค้าของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นชื่อเมนูกาแฟด้วย”

ห้องสมุดมารวย

“ห้องสมุดเราเปิด 7 วัน ตั้งแต่ 08.30 – 21.00 น. น่าจะเป็นห้องสมุดแรกที่อนุญาตให้เอาเครื่องดื่มและขนมเข้าไปกินได้ วันเสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก เพราะแถวนี้มีคอนโดมิเนียมเยอะ”

INVESTORY

“พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่ชวนมาเรียนรู้เรื่องการลงทุน ผ่านมิติใหม่ในรูปแบบ Discovery Museum”

หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ

“มีที่มาของชื่อจากคุณศุกรีย์ แก้วเจริญ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 1 จึงใช้หอประชุมนี้จัดงานสำคัญๆ เช่น 1st Trading Day ของหุ้นที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก หรือจัดงานเกี่ยวกับการเปิดตัวสินค้า บริการใดๆ ที่เป็นครั้งแรก”

TSD Counter Service

“ให้บริการโดยบริษัท Thailand Securities Depository (TSD) เป็นศูนย์ที่ให้บริการผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นคุณป้า คุณพี่ ที่ถือใบหุ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณและต้องการตรวจเช็กว่าได้เงินปันผลไหม หรือใบหุ้นหาย มาที่นี่ได้”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ยเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็กในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ฝ่ามรสุมวิกฤตบัญชีติดลบมายาวนานด้วยการเปลี่ยนวิธีบริหารใหม่ทั้งหมด

แทนที่จะลดรายจ่าย ที่นี่ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสนุกกับการหารายได้

แทนที่จะดึงดูดคนไข้มีฐานะ ที่นี่ต้องการคนไข้ที่ใช้สิทธิกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง

แทนที่จะนำเงินไปลงทุนเครื่องมือที่ทันสมัย ที่นี่นำเงินไปเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมโรงพยาบาลใหม่ให้น่าอยู่

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย
นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย

จะบอกว่าเราไม่สนใจตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงไปเสียทีเดียวก็คงไม่ถูก วิธีคิดเบื้องหลังการเปลี่ยนตัวเลขสีแดงติดลบให้กลายเป็นบวก น่าตื่นเต้นพอๆ กับที่รู้ว่าคุณหมอประวัติ หรือ นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย ไม่เคยผ่านประสบการณ์บริหารงานโรงพยาบาลมาก่อน

สิ่งที่เขาใช้เป็นสำคัญ คือความผูกพันกว่า 17 ปีที่นี่ ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ใหม่แก่กระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องการปฏิรูปการบริหาร และการเป็น Digital Hospital ที่เป็นรูปธรรมแม้จะเป็นเพียงโรงพยาบาลชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล

คุณหมอประวัติทำได้อย่างไร มาฟังกัน

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย

หมอรักษาคนต่างจากผู้บริหารรักษาโรงพยาบาลอย่างไร

ตอนที่ทำหน้าที่รักษาคนเราก็ยังเป็นหมอกันดีๆ อยู่ แต่ในวันที่เปลี่ยนจากหมอไปเป็นผู้บริหาร เรามักจะเสียหมอดีๆ คนนั้นไป แล้วได้ผู้บริหารห่วยๆ กลับมาหนึ่งคน และเป็นอย่างนี้เสมอมา เพราะระบบที่เชื่อกันมาอย่างยาวนานว่าคนที่เก่งที่สุดขององค์กรน่าจะรู้วิธีการบริหารและจัดการ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการต่อต้านจากคนในองค์กร

ถึงอย่างนั้น คุณก็ยังเดินหน้าเข้าไปขอรับตำแหน่งผู้อำนวยการจากผู้บังคับบัญชา

เดิมทีตำแหน่งนี้ไม่ใช่ผม หลังจากผู้อำนวยการคนเดิมออกจากตำแหน่ง คณะกรรมการโรงพยาบาลตั้งใจจะแต่งตั้งท่านอื่นมารับตำแหน่ง ผมตัดสินใจเดินเข้าไปบอกผู้บังคับบัญชาว่า ผมขอโอกาสและเวลาหนึ่งปีเพื่อแก้ปัญหาโรงพยาบาลในฐานะผู้อำนวยการ ถ้าถึงเวลาแล้วผมทำไม่ได้ผมจะยอมรับความจริง

ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์การบริหารมาก่อน?

ใครๆ ก็ถามผมว่าจะทำได้หรอ

ได้! ผมจะทำให้ดู ผมเชื่อว่าถ้าเราคิดแบบเดิมผลลัพธ์ทุกอย่างมันก็เป็นแบบเดิม

ผมอยู่ที่นี่มาสิบเจ็ดปีแล้ว สำหรับผมที่นี่คือบ้าน ผมวาดฝันจะทำให้ที่นี่โรงพยาบาลในฝัน มีบริการที่ดี สถานที่ดี รู้จักใช้เทคโนโลยี เจ้าหน้าที่มีความสุข ประชาชนสุขภาพดี เพราะไม่มีความรู้เรื่องการบริหารมาก่อน ตอนแรกตั้งเป้าหมายแค่ขอให้โรงพยาบาลไปรอด แต่เมื่อลงมือทำก็ได้รู้ว่าเราทำได้มากกว่านั้น

คุณพบปัญหาอะไร

เราพบว่าชาวบ้านมาใช้บริการที่โรงพยาบาลเราน้อยมาก ทั้งๆ ที่เราอยู่ใกล้ชุมชนมากกว่าและรักษาฟรี ซึ่งสิ่งที่ทำให้พวกเขายอมเสียเงินและเวลาขับรถเข้าเมืองในระยะทางสามสิบกิโลเมตร หรือเลือกไปคลินิกเอกชนมากกว่าก็คือ เรามันห่วย การรักษา การให้บริการ และระบบ ไม่ดีสักอย่าง

ในวันที่ยอมรับว่าตัวเองห่วย คุณเริ่มจากแก้ไขปัญหาอะไรก่อน

ผมใช้วิธีเดินหน้าแก้พร้อมกันทุกจุดแบบหน้ากระดาน เพราะรอไม่ได้แล้ว ผมต้องการแก้ทุกปัญหาด้วยความรวดเร็ว ที่น่าสนใจคือไม่มีใครลุกขึ้นมาต่อต้านเลย อาจจะเป็นเพราะทุกคนรู้สึกอึดอัดกับปัญหานี้มานานแล้วเหมือนๆ กัน

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย
นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย

เป็นเรื่องที่ใช้ความกล้ามาก

บางทีก็กล้าเกินไป (รีบตอบ) การออกนอกกรอบโดยไม่รู้ว่ามีระเบียบรองรับแนวทางที่คิดจะทำไหมเป็นเรื่องน่ากลัว แม้ไม่ใช่การฉีกกรอบทำเรื่องที่ผิด แต่คือความไม่แน่ใจว่าถูกตามระเบียบราชการไหม ที่โรงพยาบาลจึงมีทีมงานช่วยดูเรื่องระเบียบโดยเฉพาะ เรื่องไหนที่ดูเหมือนจะทำไม่ได้ ผมจะถามกลับไปให้เขาค้นหาคำตอบว่าตรงไหนที่บอกว่าทำไมได้ และทำไมไม่ได้จริงๆ หรือเพียงเพราะได้ยินเขาว่ากันมา ซึ่งหาคำตอบไม่ได้ นั่นก็แปลว่าน่าจะทำได้นะ

ตลอดเวลาที่เข้ามาบริหาร เราพบว่าผู้ใหญ่เขาก็มองดูเราอยู่ ไม่ได้ปิดกั้นความคิดอย่างที่คนรุ่นใหม่เข้าใจ เพียงแต่เราจะกล้าก้าวออกมาทำสิ่งที่เราเชื่อมากแค่ไหน เรื่องที่ควรรู้ คือเราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งที่ว่าระบบราชการไทยไม่ได้เอื้อคนเก่งนัก และมันคงจะเป็นอย่างนี้ต่อไป

คุณเอาความกล้าเหล่านี้มาจากไหน

เพราะผมรู้ว่าผมไม่มีอะไรจะเสีย หากเกิดบริหารผิดพลาดหรือผิดต่อกรอบและกฎเกณฑ์ ซึ่งกระทบต่อหน้าที่ราชการจนทำให้ต้องออกจากงาน ผมก็ยินดี เนื่องจากไม่ได้ห่วงอายุราชการที่มีมากเท่าโอกาสที่จะลองทำ

เกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่คุณประกาศกับทีมว่ามาหารายได้เพิ่มกันเถอะ

ที่ผ่านมาผมอยากลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างตลอด แต่ไม่เคยแน่ใจว่าจะทำได้ไหม เราอยู่กับภาวะติดลบอยู่ทุกปี ทั้งๆ ที่เราก็ประหยัดค่าใช้จ่ายกันมาตลอด เมื่อมาศึกษาโครงสร้างรายรับรายจ่ายของโรงพยาบาลก็พบว่า จริงๆ มีหนทางมากมายในการหารายได้และนำเงินนั้นมาพัฒนาโรงพยาบาลต่อ

บรรยากาศตอนนั้นเป็นอย่างไร

ผมตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ลดรายจ่าย เพราะที่ผ่านมาเราประหยัดมาโดยตลอดแต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ที่สำคัญคือการลดรายจ่ายของโรงพยาบาลนั้นส่งผลกระทบต่อคนทำงานทุกคน แค่ออกนโยบายบอกให้ทุกคนช่วยกันรัดเข็มขัดก็เกิดความรู้สึกด้านลบแล้ว

ตอนนั้นคิดอย่างเดียวเลยว่าจะให้คนของเรารู้สึกลบไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถ้าเราอยากให้ทุกอย่างเดินหน้า เราต้องเติมพลังบวกแก่กันเพราะที่ผ่านมาบุคลากรของเราเขาก็ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งการประหยัดไม่สนุก แต่การหารายได้สนุกกว่า

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย

สนุกยังไง

เริ่มจากคำนวณว่าเราต้องการรายได้เพิ่มอีกสักเท่าไหร่ต่อเดือน ต่อปี จากนั้นแบ่งเฉลี่ยตั้งเป็นเป้าหมายของแต่ละหน่วย หน่วยของผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน กายภาพบำบัด ทันตกรรม เภสัชกร เพื่อบอกว่างานของพวกเขามีส่วนช่วยโรงพยาบาลอย่างไร

ผมคิดมาเสมอว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในการดึงอารมณ์ร่วมผู้คน ผมสามารถพูดเสียงสั่นๆ เหมือนจะร้องไห้ ซึ่งทำให้ลูกน้องร้องไห้นำไปก่อนแล้ว ยิ่งสร้างบรรยากาศก็ยิ่งทำให้เราตื่นเต้นที่จะทำ

ทำไมเรื่องนี้จึงกลายเป็นปรากฏการณ์กระทรวงในรอบ 30 ปี

ไม่เคยมีใครคิดจะทำสิ่งนี้กับโรงพยาบาลรัฐบาลเล็กๆ ที่อยู่ในชุมชนมาก่อน ทั้งๆ ที่หากลงมือทำคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือชุมชน ซึ่งมาพร้อมกับศรัทธา เงินบริจาค และความร่วมมือในหลากหลายรูปแบบ

ที่ผ่านมา ศรัทธาของชุมชนเกิดจากการรักษาหรือทำให้หายดี แต่วันใดวันหนึ่งก็ต้องมีพลาด ซึ่งถ้าพลาดหนักศรัทธาที่มีก็หายไปในพริบตา แต่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่าการได้บริการที่ดีก็ช่วยสร้างและรักษาศรัทธาได้เช่นกัน และยังยั่งยืนกว่า ลองคิดภาพตามผมนะ ประชาชนคนตัวเล็กๆ ที่เขาไม่เคยได้รับบริการที่ดีมาก่อน อยู่มาวันหนึ่งเขาได้รับบริการที่ดีและฟรีดังเดิม เขาก็พร้อมยกใจให้แล้ว

คิดมาตลอดว่าการบริการที่ไม่ดีมาจากปัญหาการขาดทุนของโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเพราะสวัสดิการของรัฐบาลและสิทธิตามกองทุนประกันสุขภาพ

สาเหตุหลักอยู่ที่การบริหาร

เดิมเราได้รับเงินจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง ประมาณปีละ 30 ล้านบาท แต่เมื่อปรับปรุงการบริการทั้งหมดของโรงพยาบาล ทำให้คนเข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น ก็ทำให้เราเบิกเงินงบประมาณจากกองทุนสุขภาพได้เพิ่มขึ้นถึง 49 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา นั่นแปลว่าโรงพยาบาลจะมีเงินเพิ่มขึ้น 20 ล้านบาทสำหรับพัฒนาโรงพยาบาล เปลี่ยนเครื่องมือ ไปจนถึงปรับทัศนียภาพ ปรับปรุงอาคารและตกแต่งภาพในใหม่ทั้งหมด

ขณะที่มีคนแนะนำให้ใช้เงินลงทุนกับเครื่องมือและอุปกรณ์ คุณตัดสินใจลงทุนกับสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาล ทำไมคุณจึงเชื่อแบบนั้น

ผมอยากลบภาพจำเดิมๆ อยากทำโรงพยาบาลให้เหมือนบ้าน ตั้งแต่สวนด้านหน้า ส่วนของออฟฟิศที่แยก เปลี่ยนโครงสร้างบางอย่างให้ดูทันสมัยขึ้น เช่น โซนผู้ป่วยนอก โซนจ่ายยา ขณะที่ผู้ใหญ่เห็นว่าการเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการลงทุนที่เกินความจำเป็น มีคำถามมากมายเต็มไปหมดว่าทำไมต้องสร้างให้หรูหรา ไปจนถึงรู้ได้อย่างไรว่าชาวบ้านอยากได้รับการบริการที่ดีอะไรมากมาย

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย
นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย

พื้นที่โรงพยาบาลสวยงามสำคัญอย่างไร

เวลาที่เราใช้บริการโรงแรมสวยๆ สัมผัสกับบรรยากาศที่ดี เรามักจะเชื่อว่าที่นั่นดีไปโดยปริยายเพียงแค่เห็นว่าที่นั่น สวย สะอาด สงบ นอกจากเหตุผลเหล่านั้น ผมคิดว่าพื้นที่สวยงามช่วยเยียวยาจิตใจทั้งคนทำงานและคนรับบริการ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปชัดเจนที่สุด คือทุกคนเคารพสถานที่มากขึ้น ไม่กล้าส่งเสียงดังรบกวนหรือทิ้งขยะไม่เป็นที่ พยาบาลก็เปลี่ยนไป นอกจากไม่ทำเสียงดังใส่คนไข้แล้ว ยังแต่งกายเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ให้บริการดี เห็นผลชัดเจนจากจำนวนใบร้องเรียนการบริการที่หายไป

ตามมาด้วยการใช้เทคโนโลยีในโรงพยาบาลหลังจากบุกเบิกมาก่อนกาลล่วงหน้า 10 ปี

หนึ่งในเรื่องที่ผมภาคภูมิใจ คือโรงพยาบาลของเรามีทีมไอทีที่เก่งมาก ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเราเปลี่ยนจากเวชระเบียนกระดาษมาเป็นระบบออนไลน์ตั้งแต่สิบปีที่แล้ว เหตุผลที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่กล้าเปลี่ยนเพราะกลัวบันทึกข้อมูลไม่ครบ กลัวช้า ไม่มั่นใจ กลัวระบบทำข้อมูลคนไข้สูญหาย กลัวการสำรองข้อมูล แต่พวกเราไม่กลัว และเมื่อข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญกลายเป็นดิจิทัล เราจะใช้เทคโนโลยีทำอะไรก็ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างสรรค์ เป็นเหตุผลว่าทำไมโรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ยเป็น Digital Hospital ที่เป็นรูปธรรม เพราะไม่เพียงมีโปรแกรมตรวจสอบติดตามจำนวนคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการและนอนพักรักษา ยังอำนวยความสะดวกเรื่องคิวและการนัดหมายออนไลน์ด้วย

อะไรคือสิ่งที่ยากของการเปลี่ยนระบบการบริหารโรงพยาบาล

มันยากตรงที่เงินเดือนทุกคนเท่าเดิมแต่พวกเขาต้องทำงานหนักขึ้นสองเท่า เพราะเมื่อคนไข้เพิ่มขึ้นงานทุกอย่างก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว โจทย์ก็คือ เราจัดการกับความสุขของผู้ร่วมงานอย่างไร ทำอย่างไรให้เขารู้สึกอยากไปต่อกับเรา เพราะถ้าทำได้จะเกิดผลดีโดยตรงกับงานที่อาศัยหัวใจในการให้บริการอย่างนี้

คุณเป็นผู้บริหารสไตล์ไหน

เป็นผู้บริหารบ้านๆ เป็นหัวหน้าครอบครัว อยากดูแลทุกคนเหมือนครอบครัว ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน เพียงแต่เราจะดูแลน้องเล็กหรือพนักงานเล็กๆ ที่ไม่เคยมีใครเห็นความสำคัญเขามาก่อน

ผมเป็นสายชื่นชมเมื่อเห็นใครทำดี หรือเพียงแค่ถามเขาว่าเหนื่อยมั้ย เขาจะก็รู้สึกดีขึ้น

ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครถามพนักงานตัวเล็กๆ ว่าเขารู้สึกยังไง ผมใช้วิธีเดินไปหาพวกเขาถึงด้านหลังโรงพยาบาล ก่อนจะพบว่าสิ่งที่เขาต้องการ คือการพักผ่อนตอนกลางวันก่อนลุยงานต่อตอนบ่าย แต่เขาไม่เคยพัก เพราะมันไม่เคยมีที่ให้เขาได้พัก เราจึงสร้างที่พักเล็กๆ มีโทรทัศน์ มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้นั่งกินข้าว ทำให้ไม่ต้องไปนั่งพักใต้ต้นไม้อย่างแต่ก่อน

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย

ระหว่างผู้บริหารที่รัก กับ ผู้บริหารที่น่านับถือ

ผู้บริหารที่รัก ที่ผ่านมา พวกเขาเคยเจอแต่ชี้นิ้วสั่งให้ทำ เขาไม่เคยเจอใครลงมาทำงานร่วมกับเขา แค่ผมลุกมาจับไม้กวาดทุกคนก็ลุกขึ้นตามแล้ว ขอแค่เริ่มลงมือก็ชนะแล้ว สำคัญคือทั้งหมดนี้ต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ในฐานะผู้บริหาร คุณชอบทำงานกับคนแบบไหน

ผมชอบทำงานกับคนที่รู้จักยืดหยุ่น โจทย์ของผมง่ายมากๆ ง่ายที่สุดเลย คุณทำอย่างไรก็ได้ ทางไหนก็ได้ ให้งานที่ตั้งเป้าหมายร่วมกันออกมาสำเร็จ ชอบคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ สิ่งที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ยไม่ได้เกิดจากความคิดของผมคนเดียว ผมมีทีมและผมรับฟังพวกเขาทุกคน

อะไรคือข้อดีของการสร้างประสิทธิภาพของงานผ่านการสร้างคน

ผมเชื่อว่าถ้าเราทำงานเท่าเดิมเราก็คงจะเจ๊งเหมือนเดิม แต่ถ้าพวกเราช่วยกันเพิ่มแรงอีกสักนิดก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป ในการรักษาคนไข้หนึ่งคน โรงพยาบาลจะได้เงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพ หรือ สปสช. จำนวนหนึ่ง ขึ้นกับความรุนแรงของโรคและจำนวนวันที่เข้าพักรักษา

เป็นธรรมดาที่ทีมงานจะสงสัยว่าการทำตามแผนของผมจะช่วยทำให้เกิดรายได้และกำไรได้ยังไง หน้าที่ของผมคือแจกแจงทุกฝ่ายว่ารายได้และกำไรมาจากไหน เพียงหกเดือนหลังจากนั้น โรงพยาบาลเริ่มมีรายรับเข้ามามากกว่าเดิมเดือนละหนึ่งล้านกว่าบาท ตอนนั้นมั่นใจแล้วว่าโรงพยาบาลไม่มีวันเจ๊ง

ถ้าสมมติคุณได้ทำโครงการที่ไม่จำกัดงบประมาณและกำไรขาดทุน โครงการนั้นจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

ผมคงจะทำระบบขนส่งผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลใหญ่แบบเร็วสุดๆ ประมาณไฮเปอร์ลูปของอิสราเอล ซึ่งมีหน้าตาเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ใช้สำหรับขนส่งคนไข้ระยะทางสามสิบกิโลเมตรภายในห้านาที

ปัญหาของการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาลห่างไกล คือระยะเวลาที่ใช้คนส่งต่อคนไข้เข้าโรงพยาบาลใหญ่ในเมือง ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเขาที่อยู่ห่างไกล เพียงแต่ต้องมีระบบส่งต่อที่ดีและเจ๋งมากพอที่เขาจะได้รับการรักษาอย่างปลอดภัย ทำให้คนไข้ไม่ต้องมากระจุกรวมตัวกันอยู่ในกรุงเทพฯ

ยิ่งจังหวัดกาญจนบุรีมีที่ตั้งแต่ละอำเภออยู่ไกลจากกันมาก สังขละบุรี ทองผาภูมิ ศรีสวัสดิ์ กว่าจะเดินทางมาถึงตัวเมือง ไม่ใช่ความผิดเขานะที่ทำสวน ทำไร่ หรือมีบรรพบุรุษอยู่ตรงนั้น เราในฐานะผู้บริหารโรงพยาบาล ยิ่งต้องมอบสิทธิการรักษาให้เขา ในเมื่อส่งหมอไปไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการส่งต่อคนไข้ไปให้เร็ว ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของอนาคต คงจะดีถ้าเกิดขึ้นในเร็ววัน

หากมีตำราการบริหารสไตล์คุณหมอประวัติ เนื้อหาส่วนใหญ่ในหนังสือจะพูดเรื่องอะไร

เรื่องความสุขในองค์กรเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผมให้ความสำคัญมากๆ ว่าทุกคนในองค์กรต้องมีความสุข ถ้าเขาไม่มีความสุขเราก็ต้องมาหาสาเหตุว่าทำไมเขาไม่มีความสุข การลาออกของพนักงานหนึ่งคน ผมมองว่าเป็นความผิดของผู้บริหาร ถ้าเขามั่นคงแล้วทำไมเขาถึงลาออก เช่นกัน ถ้ามีใครสักคนขอลาออกผมจะรู้สึกแย่มากที่เราทำอะไรไม่ดีหรือดูแลเขาไม่ดีหรือเปล่า อยู่กับผมต้องห้ามออก

นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ, รพ.ด่านมะขามเตี้ย
ขอบคุณสถานที่ : ช่างชุ่ย

7 คำถาม-ตอบโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย

  1. ถ้าให้เขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต 10 ปีข้างหน้า เนื้อความส่วนใหญ่ในจดหมายจะบอกว่า : นายกล้ามากที่ทำสิ่งนี้
  2. คำที่พูดกับลูกน้องเสมอ : ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
  3. ภาพยนตร์ที่ดูล่าสุด : Schindler’s List (1993) ผมชอบดูหนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชอบดูฉากการปลุกใจฝูงชน
  4. ที่มาของพรสวรรค์การปลุกใจมวลชน : สำหรับผมการพูดปราศรัยเป็นเรื่องที่ทำได้โดยธรรมชาติ เป็นลักษณะที่มีอยู่ในตัวมาตั้งแต่เป็นหัวหน้าชั้นปีและประธานนักเรียน
  5. ความสนใจตอนอายุ 15 25 35 และปัจจุบัน : อายุ 15 สนใจฟุตบอล อายุ 25 สนใจคอมพิวเตอร์ อายุ 35 สนใจเตรียมพร้อมกับการทำงานบริหาร และปัจจุบัน สนใจนำเทคโนโลยีมาใช้กับโรงพยาบาลให้มากที่สุดและคิดถึงความเป็นผู้นำ แม้จะเห็นความสำเร็จบ้างแล้ว แต่เราคงอยู่เฉยไม่ได้ เราจะนำต่อ
  6. หากมีเวลาเพียง 10 วินาทีสำหรับกล่าวให้โอวาทเด็กจบใหม่ : จงกล้าคิด กล้าเปลี่ยน และเป็นตัวของตัวเองที่สุด
  7. คุณไปแข่งรายการ แฟนพันธุ์แท้ ตอนไหนได้บ้าง : ลิเวอร์พูล

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load