ในที่ประชุม The Cloud ผู้เขียนได้รับโจทย์ให้ออกแบบคอลัมน์ที่ครอบคลุมความหมายของการทำงานที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารและการจัดการของฝั่งฟากธุรกิจ

‘ธุรกิจ พันธกิจ วิสัยทัศน์ การบริหารจัดการองค์กร’ อ่านทวน 4 รอบ ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับเมฆก้อนอื่นๆ ใน The Cloud สักเท่าไหร่ แต่ถ้าย้อนกลับไปพูดเรื่องการมุ่งมั่นทำงานออกมาให้ดี เราก็ต้องไม่ลืมว่า มีแค่ใจอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมีทักษะในส่วนของการบริหารและจัดการ เราจึงควรมีต้นแบบดีๆ ในเรื่องการทำงานและความเป็นผู้นำ ซึ่งเรานำไปปรับใช้กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตได้

เดิมทีผู้เขียนตั้งใจทำบทสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงในเชิงเข้มข้น เพื่อเจาะลึกการทำงานขององค์กรต้นแบบ แต่ก็เกรงว่าผู้อ่านทางบ้านอาจจะกด report เพราะคิดว่าเว็บโดนแฮ็ก ผู้เขียนจึงขอถือวิสาสะปรับการนำเสนอให้เข้ากับตัวตนของเราและผู้อ่าน ซึ่งอาจจะเป็นพนักงานบริษัทผู้รักษาระยะห่างระหว่างที่นั่งในห้องประชุมกับท่านประธานหัวโต๊ะ จนไม่อาจรับสารวิสัยทัศน์ที่มี, เจ้าหน้าที่ระดับกลางผู้ประทับใจในการทำงานของผู้นำองค์กร, ผู้บริหารฝึกหัดที่กำลังหาต้นแบบที่ดี หรือผู้ที่ทำงานนอกตึกสูงกลางย่านธุรกิจ แต่สนใจใคร่รู้เรื่องนี้

จึงเป็นที่มาของ ‘กัปตันทีม’ บทสนทนานอกตำราการจัดการ ว่าด้วยแนวคิดในการทำงานของผู้ทำหน้าที่นำทิศนำทางขององค์กรต่างๆ

กัปตันทีมคนแรกของเราคือ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หน่วยงานที่คนรู้จักดีว่าสนับสนุนการเติบโตของกิจการเพื่อความมั่นคง เสริมสร้างการแข่งขัน และการแสวงหาตัวเลขเชิงบวกอย่างไม่จบไม่สิ้น แต่ยังมีอีกหลายบทบาทที่เราอาจจะไม่เคยรู้ เช่นการเป็นแบบอย่างที่ดีกับภาคธุรกิจ อาจจะไม่ใช่กับทุกกิจการในระบบเศรษฐกิจ แต่อย่างน้อยก็กับ 665 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

โปรดลืมศัพท์คำสวยๆ ในบทวิสัยทัศน์และพันธกิจองค์กรไปก่อน เพราะบทสนทนากับ คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในคราวนี้เรียบง่ายกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

“สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ แต่มีความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหลากหลาย ดังนั้นคนที่เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงต้องทั้งบู๊ทั้งบุ๋นเยอะ หน้าที่ของเราคือการ balancing power หรือการหาสมดุลของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

เราถามคุณเกศราถึงบทบาทหน้าที่ที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งหากคุยเรื่องนี้กันอย่างลงลึกแล้ว คุณจะพบว่าภายใต้ภาพการแสวงหาความมั่งคั่งที่ฉายภาพให้ตลาดทุนดูเป็นสนามของผู้มีฐานะในสังคม แท้จริงมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบองค์กรที่ดีผ่านข้อกติกาและระบบระเบียบมากมาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมความยั่งยืนแก่บริษัทจดทะเบียน ด้วยการออกแนวปฏิบัติและอบรมเรื่องการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน เพื่อให้บริษัทเห็นความสำคัญและนำหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) ไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งจะเป็นรากฐานของกิจการให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนขยายวงกว้างไปสู่สังคม

“เมื่อเราจะบอกให้ธุรกิจต่างๆ ทำเช่นนั้น เราเองก็ต้องทำเองด้วย”

ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำเว็บไซต์ www.setsocialimpact.com เพื่อสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคม โดยแบ่งปันทรัพยากรทั้งที่เป็นเงินทุนและทรัพยากรอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงินของภาคธุรกิจสู่ภาคสังคมเพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact) ทั้งยังจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความพร้อมขององค์กรภาคสังคมให้เข้าใจและสามารถทำงานสอดคล้องกับภาคธุรกิจได้

การพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจในระยะยาว จึงส่งเสริมการนำหลักการความยั่งยืนมาใช้กำหนดแผนงาน การทำงานต่างๆ รวมถึงคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเป็นสำคัญ

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

เราสงสัยว่าการดำรงตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในความฝันหรือจุดหมายของเส้นทางอาชีพนี้หรือเปล่า คุณเกศราก็ตอบในทันทีว่า “เราเป็นคนไม่ฝันนะ จริงๆ เราเป็นคนจริงจัง เราคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นโชคชะตา เพราะว่าเราทำมาหลายเรื่องเรื่อยๆ และสิ่งนั้นก็พาให้ชีวิตเรามาถึงจุดนี้”

ต่อให้สิ่งที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากการคิดฝัน เราก็ยังขอให้คุณเกศราเล่าถึงภาพองค์กรในฝันอยู่ดี

“เราเชื่อว่าองค์กรที่จะมีอายุยืนยาวต้องมีนวัตกรรม ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงโดยคำนึงถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน ยั่งยืนในที่นี้หมายถึง constantly growing เราเริ่มเห็นแล้วว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทันสมัยขึ้น คนทำงานจะมีความคล่องแคล่วและมองเห็นภาพรวมได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย แต่เป็นคนที่ตอบสนองความต้องการของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่าโชคดีที่เปลี่ยนผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่บ่อยๆ ทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”

ก่อนหน้านี้เราแอบทราบมาว่าคุณเกศรามีความฝันเล็กๆ อยากพาพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ไป outing แนว adventure และเมื่อได้ยินคำตอบ เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมจึงเห็นพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกิจกรรมวิ่งหรืองานกีฬาใช้แรงอยู่ตลอดเวลา

“ต้องบอกก่อนว่าคนที่นี่ทำงานหนักมาก ขยันจนหามรุ่งหามค่ำ ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้ทุกคนสุขภาพดีและทลายกำแพงที่แบ่งกั้นแผนกต่างๆ เราก็คิดว่าถ้าจะรักกันต้องเสียเหงื่อ แต่หลายเสียงจากพนักงานบอกว่า ปีนี้ขอแบบเบาๆ นะ” คุณเกศราปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

ด้วยกระบวนการทำงานที่เต็มไปด้วยรายละเอียด คุณเกศราบอกเราว่า เธอเชื่อว่าขั้นตอนการระดมความคิดในช่วงเริ่มต้นเป็นสิ่งที่สำคัญ จะเริ่มทำอะไร ทำอย่างไร ทำเพื่ออะไร และต้องการความช่วยเหลือจากใครอย่างไร “ถ้าเริ่มขึ้นต้นมาไม่ถูกต่อไปก็จะแก้ยาก เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามบอกให้ช่วยระดมความคิดเห็น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเราคนเดียว แต่คนรอบข้างคุณหรือแม้กระทั่งคนในวงการที่คุณทำงานด้วย ลองไปสอบถามหาข้อมูลมา นี่จึงเป็นขั้นตอนที่สนุกดี เพราะแต่ละคนได้มีส่วนร่วมในขั้นตอนนี้”

ถ้าคุณเคยทำงานกับคุณเกศราคุณจะรู้ว่าเธอเป็นคนชอบตั้งคำถาม และรอฟังความคิดเห็นจากทีมงานเสมอ “เราเองก็เคยมีเจ้านายเยอะแยะนะ ยุคก่อนเราจะเห็นนายที่เป็นแค่นายเฉยๆ เพราะว่าเขาอาจจะเคยทำเรื่องนี้มาก่อนหรือเป็นเพราะถึงวาระตามอายุงาน แต่ว่าวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปและเขาก็อาจจะไม่ได้ปรับตัวตาม นายอาจจะไม่ค่อยอ่านหนังสือ ไม่ค่อยดูไม่ค่อยเล่นมือถือก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้น การแลกเปลี่ยนความคิด มุมมองกัน จึงสำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่ยุคของ ‘ใช่ครับพี่ ดีครับท่าน’ แล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นคุณมักจะทำอย่างไรเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญขององค์กร” เราถาม

“เราเชื่อว่าทุกเรื่องเป็นวิทยาศาสตร์ที่เมื่อจะทำอะไรก็ตามต้องหาข้อมูลเสมอ เวลาต้องตัดสินใจสิ่งใด เราอยากให้เอาเหตุผลมาคุยกัน ซึ่งบางเรื่องอาจไม่มีเหตุผล ข้อมูลที่มีไม่เพียงพอ หรือไม่ใช่เวลาที่ต้องตัดสินใจ และถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจแต่ยังตัดสินไม่ได้ เราจะใช้วิธีออกจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่ ออกไปดูหนังสือแฟชั่นบ้าง ไปเดินดูสิ่งอื่นให้สมองไม่อยู่แค่ตรงนี้ บางทีเราก็ไปฟังสัมมนาดีๆ ที่มีมือหนึ่งของโลกในเรื่องนั้นๆ มาพูดซึ่งจะได้ไอเดียใหม่ๆ”

“ที่บอกว่าฟังสัมมนาดีๆ จากมือหนึ่งนั้นหมายถึงเรื่องเกี่ยวกับตลาดหุ้นหรือเรื่องอะไร” ช่างภาพของเราร้องถาม

“ไม่นะ เราฟังเรื่องเทคโนโลยี ฟังด้านที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต อย่างตอนไปพูดที่งาน Global Summit of Women ที่ญี่ปุ่น เป็นงานที่เราไม่เคยเห็นผู้หญิงจำนวนกว่า 1,300 คนอยู่ในที่เดียวกันแบบนี้เลย ถึงกับมีคนบอกว่ากลิ่นน้ำหอมตีกันวุ่นวายมาก (หัวเราะ) ในงานเขาพูดเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงและสิ่งที่เขาพยายามทำในญี่ปุ่น เราก็ได้เรียนรู้อะไรมาหลายอย่าง พอกลับมาดูที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรากฏว่าตลาดเราก็ทำไปแล้วเหมือนกันหลายเรื่องโดยไม่รู้”

เกศรา มัญชุศรี, SET, ตลาดหลักทรัพย์

สำหรับผู้บริหารที่ผ่านการทำงานมาหลากหลาย เราถามเธอถึงสิ่งที่ยังคงเหมือนและแตกต่างกันของการทำงานในช่วงอายุ 25 ปี 35 ปี และปัจจุบัน

“สิ่งหนึ่งที่ไม่แตกต่างก็คือยังต้องตื่นเช้าและทำงานถึงดึก แต่ที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือประสบการณ์ที่มากขึ้นและหลากหลายมากขึ้น เราได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาในเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา และทุกอย่างกลับมาสร้างผลบวกที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องหลายๆ เรื่อง สุขุมรอบคอบมากขึ้น”

คำแนะนำจากผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานและคนที่กำลังเบื่องานที่ทำ “สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงาน หนึ่ง จงอยากรู้อยากเห็น อยากทำหลายๆ เรื่องโดยตั้งใจและไม่เกี่ยงงาน สอง อย่าเชื่อคนง่าย ต้องค้นคว้าอย่างจริงจังไปถึงรากถึงแก่น

“และสำหรับคนที่กำลังเบื่องาน เราบอกเสมอนะว่า ถ้าไม่สนุกให้เปลี่ยนงาน ตัวเราเปลี่ยนงานมาเยอะ เป็นข้าราชการอยู่ 3 ปี แล้วสอบได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำงานอยู่ 3 ปี ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโทและกลับมาเป็นนักวิเคราะห์ ดูและเรียนรู้หมดทุกบริษัทแล้ว เราเป็นพวกอยากรู้เรื่องใหม่ๆ และงานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะกว้าง แม้จะอยู่ที่นี่มาถึง 15 ปี แต่เราได้เปลี่ยนขอบเขตของงานอยู่ตลอดเวลา ที่บอกทำงานเพราะสนุก ทำงานเพราะยังอยากรู้ แต่เมื่อไหร่ที่ไม่สนุก เบื่อ และแน่ใจว่าเบื่อ ก็ย้ายไปทำงานอื่น มันไม่มีทางแก้ได้ถ้าเราคิดเบื่อไปแล้ว”

ก่อนจะหมดเวลานัดหมายที่มี เราไม่ลืมที่จะถามถึงคำถามที่พบบ่อยที่สุดหลังจากได้รับตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ถ้าเป็นเพื่อนๆ เขาจะถามว่า หุ้นตัวไหนดี ขอสักตัวหนึ่ง (หัวเราะ)”

“ซึ่งหุ้นตัวนั้นคือ..” ถ้าคุณอยู่ในวงสนทนานั้นด้วยกัน คุณจะจับได้ว่าคำถามสุดท้ายของผู้เขียนฟังดูกระตือรือร้นกว่าคำถามข้อไหนๆ

“ก็บอกว่า ถ้าบอกไปก็ผิด เพราะว่าผู้จัดการห้ามเล่นหุ้นอยู่แล้ว และจริงๆ ผู้จัดการไม่รู้หรอกว่าหุ้นตัวไหนดี ถ้าบอกไปแล้วคุณเชื่อฉัน คุณก็เจ๊ง” คำตอบทิ้งท้ายคำตอบนี้ ทำให้เรานึกถึงคำแนะนำการทำงานสำหรับน้องใหม่ในวรรคตอนด้านบน ใช่แล้ว! ข้อที่บอกว่า จงอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง

LEADERSHIP

  1. โดยปกติแล้ว คุณจะถึงโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศประมาณกี่โมง: ไม่เกิน 08.30 น.
  2. สไตล์การบริหารงานของคุณ: เป็นแนวพูดคุยกันให้เสร็จก่อน แล้วค่อยส่งหนังสือสั่งงาน
  3. ลักษณะของคนประเภทไหนที่คุณอยากทำงานด้วยที่สุด: คนที่จริงใจ ตรงไปตรงมา โต้เถียงคุยกัน
  4. พอแล้วกับคำว่า ‘นวัตกรรม’ เรามาพูดเรื่อง: realistic กันดีกว่า
  5. ให้เลือกระหว่างเป็นการคนทำงานที่ ‘เป็นที่รัก’ หรือ ‘เป็นที่น่านับถือ’: เป็นที่นับถือ เพราะรักมันก็เรื่องส่วนบุคคล เป็นที่นับถือ น่าจะมีเหตุมีผลกว่า
  6. กิจกรรมนอกเวลางานที่ไม่ว่าคุณจะยุ่งแค่ไหน คุณก็จะหาเวลาไปทำให้ได้คือ: เดินช้อปปิ้ง ตอบอย่างนี้ฟังดูไม่ดีใช่ไหม เขาเรียกคลายเครียด ก็ซื้อแบรนด์ธรรมดาเลย Massimo Dutti, Zara, Max Mara
  7. ชมรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย: ไม่ได้เข้าเลย มีแต่ไปขึ้นเขาลงห้วยกันเองที่ต่างจังหวัด นัดไปเขื่อนทุกเขื่อนเลย
  8. เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตคุณ: (หยุดคิด) ไม่มีนะ ไม่ได้รู้สึกว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ให้ชีวิตเราเปลี่ยนได้
  9. เรื่องล่าสุดที่คุณได้เรียนรู้: เรียนรู้ว่าความเหงาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว โลกปัจจุบันเป็นโลกของ individualisim เยอะไป และลูกเริ่มโตและไม่อยู่บ้านเลย
  10. คุณไปแข่งรายการ แฟนพันธุ์แท้ ตอนไหนได้บ้าง: ข่าวการเมือง

 

COMPANY VISIT

settrade cafe

“เป็นร้านกาแฟของเราเอง ไปดูเมนูได้เลย สนุกมาก ใช้ชื่อสินค้าของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นชื่อเมนูกาแฟด้วย”

ห้องสมุดมารวย

“ห้องสมุดเราเปิด 7 วัน ตั้งแต่ 08.30 – 21.00 น. น่าจะเป็นห้องสมุดแรกที่อนุญาตให้เอาเครื่องดื่มและขนมเข้าไปกินได้ วันเสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก เพราะแถวนี้มีคอนโดมิเนียมเยอะ”

INVESTORY

“พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ที่ชวนมาเรียนรู้เรื่องการลงทุน ผ่านมิติใหม่ในรูปแบบ Discovery Museum”

หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ

“มีที่มาของชื่อจากคุณศุกรีย์ แก้วเจริญ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 1 จึงใช้หอประชุมนี้จัดงานสำคัญๆ เช่น 1st Trading Day ของหุ้นที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก หรือจัดงานเกี่ยวกับการเปิดตัวสินค้า บริการใดๆ ที่เป็นครั้งแรก”

TSD Counter Service

“ให้บริการโดยบริษัท Thailand Securities Depository (TSD) เป็นศูนย์ที่ให้บริการผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นคุณป้า คุณพี่ ที่ถือใบหุ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณและต้องการตรวจเช็กว่าได้เงินปันผลไหม หรือใบหุ้นหาย มาที่นี่ได้”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

กัปตันทีม

บทสนทนานอกตำราวิชาการจัดการและแนวคิดในการทำงานของผู้บริหารองค์กร

01

เจอกันหน้าสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์

26 องศา ท้องฟ้ามีเมฆมาก และเวลาช้ากว่าเมืองไทย 6 ชั่วโมง

“สวัสดีครับ” ผมกล่าวคำทักทาย คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ซีอีโอ ของ ปตท. ที่หน้าสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ของทีมเชลซี ในเช้าวันจันทร์ที่ไม่มีการแข่งขัน

เราเดินทางจากกรุงเทพฯ มาลอนดอนด้วยเครื่องบินลำเดียวกัน ออกจากสนามบินฮีทโธรว์มาพร้อมผู้บริหารระดับสูงของ ปตท. หลายท่าน และสื่อมวลชนอีกหลายสิบชีวิต

ผมเคยสัมภาษณ์คุณอรรถพลเรื่องวิสัยทัศน์ใหม่ของ ปตท. ‘Powering life with future energy and beyond’ ที่ทำอะไรไกลกว่าเรื่องพลังงานแบบเดิม ๆ เลยพอจะทราบว่า ปตท. ยุคใหม่ลุยเต็มตัวเรื่องพลังงานสะอาด ทำธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ครบวงจร ตั้งแต่เปิดโรงงานผลิตรถ EV ไปจนถึงธุรกิจสถานีอัดประจุ และธุรกิจให้เช่ารถ EV

ที่สนุกกว่านั้นคือการรุกงานด้าน Life Science ด้วยการเปิด บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ลงทุนในธุรกิจยา อุปกรณ์การแพทย์ และอาหารเพื่อสุขภาพ โดยมี Plant-based Protien (โปรตีนจากพืช ซึ่งเราเรียกแบบรู้กันว่า แพลนต์เบส) เป็นแม่ทัพนำขบวน

ปตท. มาลงทุนใน Plant & Bean โรงงานผลิตแพลนต์เบสชั้นนำของโลก ที่เมืองบอสตัน และ Wicked Kitchen แบรนด์อาหารแพลนต์เบสชื่อดังของโลกที่ลอนดอน ซึ่งทั้งคู่อยู่ในประเทศอังกฤษ

นั่นคือเหตุผลว่า ทำไม ปตท. ถึงพาสื่อมวลชนมาดูงาน และพาผู้บริหารมาคุยงานที่แดนผู้ดี

ตอนนี้ยังเร็วเกินกว่าจะเช็กอิน และเช้าเกินกว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวไหนเปิด ทีมงานเลยพาพวกเรามาเดินเล่นรอบสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากโรงแรม ให้เราได้ยืดเส้นยืดสายไปพลาง ๆ

ไอ้เราก็ไม่ใช่แฟนทีมเชลซี เลยขอหลบไปเดินเล่นที่สุสานบรอมป์ตันสุดคลาสสิก อายุ 183 ปี ข้าง ๆ สนามแทน

02

บทสนทนาเริ่มต้นบนรถ

23 องศา ฝนไม่มี แดดไม่มา

วันถัดมา หลังจากปิดท้ายมื้อเช้าด้วยชา English Breakfast ผมก็เดินออกจากโรงแรมมาขึ้นรถบัสขนาด 40 ที่นั่ง

คนที่นั่งด้านข้างผมคือ คุณบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ถือเป็นแม่ทัพที่ดูแลงานด้านนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่น้ำมันทั้งหลาย

ผู้บริหารวัย 55 ปีท่านนี้เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์อาหาร เข้า ปตท. มาก็ได้ทำงานด้าน กำหนดราคาน้ำมัน ทำแผนกลยุทธ์ขายน้ำมันเครื่อง พาปั๊ม ปตท. บุกตลาดต่างประเทศ ผลงานที่คนทั่วไปน่าจะมีส่วนร่วมก็คือ การทำร้าน Café Amazon และเปลี่ยนแนวคิดในการทำปั๊ม ปตท. ร่วมกับคุณอรรถพล

บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ดูงานนวัตกรรมของ ปตท. กับงานทำรถ EV ยา และอาหาร Plant-based

การทำปั๊มด้วยแนวคิด Pump in The Park เปลี่ยนสถานีบริการน้ำมันสำหรับคนเดินทางให้เป็นคอมมูนิตี้มอลล์และเป็นพื้นที่ของคนในชุมชน เป็นบิ๊กไอเดียที่ได้รับรางวัลการตลาดแห่งเอเชีย จนแนวคิดการเอาธุรกิจโน่นนี่ไปใส่ในปั๊มน้ำมันถูกนำไปใช้ต่อในหลายประเทศ

“ถามจริง ๆ นะครับ การมีแผนกนวัตกรรมในบริษัท ถือเป็นการทำตามแฟชั่นไหมครับ” ผมเปิดบทสนทนาในระหว่างรอรถอออก

“ปตท. ไม่ได้ทำเรื่องนวัตกรรมเพราะแฟชั่น” คุณบุรณินตอบทันที “ความสำเร็จของ ปตท. ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มาจากการที่เรากล้าทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ ปตท. ตั้ง พ.ศ. 2521 ตอนนั้นเกิดวิกฤตพลังงาน บริษัทน้ำมันที่มีอยู่เป็นของต่างชาติ รัฐบาลก็ตั้ง ปตท. ขึ้นมาแก้ปัญหา ทำมาสักพักเจอก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เราไม่เคยขุดเจาะสำรวจก๊าซธรรมชาติหรือวางท่อก๊าซมาก่อน เราก็ทำ ได้ก๊าซมาแยกทำปิโตรเคมีได้ เราก็ไปทำปิโตรเคมี และที่คนรู้จักกันดีก็คือ เราทำธุรกิจขายกาแฟ”

คุณบุรณินเล่าว่า การขายน้ำมันมีกำไรแค่ 4 – 5 เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็เพิ่มสูงขึ้น จึงต้องหารายได้เสริม ในขณะเดียวกัน ปั๊มคู่แข่งมีมินิมาร์ทขนาดใหญ่ มีร้านกาแฟซึ่งดึงดูดลูกค้าได้มาก ปตท. พบว่า ถ้าปั๊มน้ำมันไม่มีสินค้าอื่นขาย คนก็ไม่อยากเข้า นั่นคือต้นกำเนิด Café Amazon ในปั๊ม ปตท. เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน

“เราไม่กล้าใช้ชื่อ PTT Coffee นะ เพราะคนจะคิดว่า เราไม่มีความชำนาญ กาแฟกับน้ำมันดิบเหมือนกันอย่างเดียวแค่สีดำ ช่วง 3 – 4 ปีแรกเกือบเลิกแล้ว ไม่ประสบความสำเร็จเลย แต่เราก็ยังพัฒนาต่อ หาพันธมิตรมาช่วยพัฒนา ก็เลยมาถึงวันนี้ได้” คุณบุรณินสรุปดีเอ็นเอของ ปตท. ด้วยวรรคทองว่า

“เราประสบความสำเร็จได้ เพราะเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากเรากล้าทำสิ่งใหม่ ๆ เราอยู่ในธุรกิจที่แข่งขันตลอดเวลา คู่แข่งเราคือบริษัทข้ามชาติที่มี Know how วิธีที่จะชนะได้ก็คือ ต้องทำอะไรที่แปลกกว่าเขา”

03

ติดเครื่อง

การจราจรในลอนดอนชั้นในเคลื่อนตัวแบบไม่คล่องตัว

ชาวคณะนั่งประจำที่ครบทุกคน พนักงานขับรถติดเครื่อง บทสนทนาก็เช่นกัน

นายใหญ่ฝ่ายนวัตกรรมเล่าต่อว่า พอถึงวันที่ ปตท. กลายเป็นที่หนึ่ง สิ่งที่ทำให้องค์กรแห่งนี้ปรับตัวคือ วัฏจักรของธุรกิจน้ำมันที่กำลังเข้าสู่ขาลง เพราะโลกกำลังหมุนไปหาพลังงานสะอาด และอีกเหตุผลที่น่าสนใจก็คือ

“ประเทศไทยอยากพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ก็ต้องหาธุรกิจใหม่ที่มีนวัตกรรม รัฐบาลพูดถึงธุรกิจใหม่ที่จะเป็น S-curve 12 ประเภท แล้วก็ต้องรอต่างชาติมาลงทุน พอเป็นเรื่องนวัตกรรม เขาก็อยากเก็บไว้ในประเทศตัวเอง ปตท. มีศักยภาพที่จะทำเรื่องพวกนี้ได้ และมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศอยู่แล้ว เลยมาถึงจุดที่เราต้องกระโดดจากธุรกิจเดิม จนมีการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่”

บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ดูงานนวัตกรรมของ ปตท. กับงานทำรถ EV ยา และอาหาร Plant-based

ชาว ปตท. วิเคราะห์กันว่า ในบรรดาธุรกิจใหม่ทั้งหลาย มีอะไรบ้างที่เกี่ยวกับปัญหาที่ประเทศไทยต้องเผชิญในอนาคต ก็ได้คำตอบว่า Life Science หรือ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต เพราะเรากำลังจะเข้าสู่สังคมสูงวัย และอยู่บนฐานของสิ่งที่เรามีคือความหลากหลายทางชีวภาพ แต่เป็นธุรกิจที่เราขาด เพราะยา อุปกรณ์การแพทย์ และอาหารเสริม ส่วนใหญ่เราต้องนำเข้า ธุรกิจนี้ต้องการความรู้ความชำนาญ จึงเป็นความท้าทายที่ ปตท. เลือกโดดเข้าใส่ด้วยการเปิด บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด

บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ดูงานนวัตกรรมของ ปตท. กับงานทำรถ EV ยา และอาหาร Plant-based

รถบัสพาคณะแล่นผ่านสวนไฮปาร์ก มุ่งหน้าสู่แม่น้ำเทมส์

“2 – 3 ปีแรกเราถามกันว่า เราจะทำได้เหรอ ต้องใช้เวลาศึกษา เสนอโปรเจกต์ไป อนุมัติบ้าง ไม่อนุมัติบ้าง จนเราเริ่มหาพันธมิตร จับมือกับองค์การเภสัชกรรมทำโรงงานยา ถ้าอยู่ใน ปตท. คงไม่เกิด ก็เลยต้องตั้งเป็นบริษัทใหม่ ดึงคนบางส่วนออกมา หาคนใหม่มาเติม ซึ่งเราระบุไว้ในยุทธศาสตร์เลยว่า คนที่มาอยู่ต้องมีแพสชัน มีอินโนเวชัน ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ และต้องคล่องตัว”

โจทย์ใหม่ ๆ เหล่านี้ท้าทายพนักงานรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยให้ออกมาร่วมใช้ความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยกัน

04

หาเพื่อน

การจราจรในลอนดอนชั้นในเคลื่อนตัวแบบไม่คล่องตัว

อากาศเย็นสบายของลอนดอนไหลผ่านช่องลมบนหลังคาเข้ามาหมุนเวียนอยู่ในรถ ตอนนี้รถกำลังข้ามแม่น้ำเทมส์ด้วยสะพานเชลซี ทางด้านขวาคือ อดีตโรงไฟฟ้า Battersea Power Station อายุ 81 ปีที่เพิ่งถูกปรับปรุงให้กลายเป็นอาคาร Mixed-use สุดเก๋ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในการปรับตัวของวงการพลังงาน

ปตท. เข้าร่วมลงทุนกับ บมจ. เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ตั้งบริษัท นิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน (NRPT) ซึ่งชื่อบริษัทมีความหมายว่า ผู้สร้างโปรตีน

“เราเริ่มจากทำยาก่อน แล้วก็แยกออกมาทำเรื่องสารอาหาร ซึ่งสารอาหารที่คนขาดมากที่สุดก็คือโปรตีน เราก็เลยทำโปรตีนทางเลือก สิ่งที่เล็กกว่าโปรตีนคือ กรดอะมิโน ซึ่งมาจากหลายแหล่ง วันนี้เราสกัดโปรตีนจากพืชผ่านแพลนต์เบส แต่ในอนาคตอาจจะมาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็ได้” คุณบุรณินเน้นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การหาพันธมิตรที่เชี่ยวชาญ

บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ดูงานนวัตกรรมของ ปตท. กับงานทำรถ EV ยา และอาหาร Plant-based

NRF พา ปตท. ไปรู้จักเพื่อนอย่าง Plant & Bean UK ซึ่งเป็นโรงงานผลิตแพลนต์เบสขนาดใหญ่จากถั่วเหลืองและข้าวสาลี ผลผลิตที่ได้คือ ไส้กรอก เนื้อบด และเนื้อต่าง ๆ จุดเด่นของที่นี่คือ รสชาติที่อร่อย และต้นทุนในการผลิตที่ต่ำจนแข่งขันได้ทั้งยุโรป ปตท. ก็เลยเข้าไปร่วมลงทุนกับ Plant & Bean แล้วมาตั้งโรงงานผลิตแพลนต์เบสในประเทศไทย ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บุรณิน รัตนสมบัติ ผู้ดูงานนวัตกรรมของ ปตท. กับงานทำรถ EV ยา และอาหาร Plant-based

“จากนั้น Plant & Bean ก็พาเราไปรู้จัก Wicked Kitchen สิ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจใหม่ก็คือ การสร้างระบบนิเวศ เราต้องไม่ทำคนเดียว ต้องทำกันพันธมิตร ทำให้เป็นแพลตฟอร์ม ถ้ามันเกิด ทุกคนก็จะได้รับประโยชน์ทั้งหมด”

รถบัสของเราแล่นมาถึงย่าน New Covent Garden ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Wicked Kitchen เรียบร้อย

05

อร่อยดีมีประโยชน์

อากาศผ่านเครื่องปรับเย็นสบายเหมือนข้างนอก

สำนักงานของ Wicked Kitchen อยู่ด้านบนของโกดังเก่า มีทั้งส่วนที่เป็น Co-working Space มีครัวรวมให้คนมาใช้ทดลองทำอาหาร และห้องประชุมขนาดใหญ่ที่รอรับคณะของพวกเรา

Pete Speranza ซีอีโอของ Wicked Kitchen ต้อนรับพวกเราด้วยเรื่องเล่าของแบรนด์อาหารแพลนต์เบสร้อยเปอร์เซ็นต์ระดับโลกที่เน้นรสชาติอร่อย อาหารทั้งหมดดูแลโดย Derek และ Chad Sarno เชฟสองพี่น้อง

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

Chad คนน้อง ตอนนี้อยู่ที่อเมริกา กำลังง่วนกับการทำอาหารทะเลแพลนต์เบส ส่วน Derek คนพี่อยู่กับเราตอนนี้ เขาเคยเป็น Senior Global Executive Chef ของซูเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods Market ในอเมริกา เป็นเจ้าของร้านอาหารระดับรางวัลมากมายในอเมริกา เขาถูก Tesco UK ดึงตัวข้ามประเทศมารับตำแหน่ง Executive Chef และ Director of Plant-based Innovation เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าแพลนต์เบสให้เทสโก

Derek พบว่าอาหารแพลนต์เบสส่วนใหญ่ไม่อร่อยและมีให้เลือกน้อยมาก เขาเลยพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลาย จนเปิดตัวสินค้า 2 ประเภท 20 รายการ ในเทสโกเมื่อปี 2018 แค่ปีเดียวเทสโกก็กลายเป็นผู้นำของอาหารแพลนต์เบสในอังกฤษ จนขยายตลาดไปอเมริกา ฟินแลนด์ และกำลังจะมาใช้ไทยเป็นฐานในการบุกตลาดเอเชีย

สินค้าแพลนต์เบสปัจจุบันของ Wicked Kitchen มี 50 ประเภท กว่า 280 รายการ ทั้งอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ขนม เครื่องดื่ม ไปจนถึงเครื่องปรุง

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.
เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

Pete บอกว่า เนื้อสัตว์ได้รับความนิยมน้อยลงเรื่อย ๆ สวนทางกับแพลนต์เบสที่คนรุ่นใหม่นิยมเพราะรักโลก ส่วนคนมีอายุก็นิยมเพราะรักสุขภาพ เนื่องจากแพลนต์เบสมีไขมันและคอเลสเตอรอลเท่ากับ 0

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.
เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

Derek เป็นเทพแห่งเห็ด เขาเขียนหนังสือเรื่องเห็ด และรู้ว่าเห็ดแต่ละชนิดมีเส้นใยต่างกันอย่างไร เพื่อที่จะได้สร้างสัมผัสให้เหมือนเนื้อสัตว์ที่สุด เขาบอกว่าเมนูที่อร่อยที่สุดคือ ไอศกรีม ซึ่งทำจากถั่วรูปิน ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดจากสเปน หลังจากได้ชิมแล้วผมเห็นด้วยกับเขาทุกประการ ส่วนเมนูที่มีนวัตกรรมสูงสุด เขาเลือกพิซซ่า เพราะมันคือการทำชีสจากพืชให้ได้ทั้งรสชาติและสัมผัสแบบชีส ซึ่งยากมาก

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

Derek ชอบไปเมืองไทยมาก และเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาไปเชียงใหม่ เขาต้องไปเจอ Andy Ricker เชฟมิชลินผู้อินกับอาหารเหนือ

“จะมีโอกาสได้เห็นข้าวซอยหรือไส้อั่วแพลนต์เบสบ้างไหม” ผมสงสัย

“น่าสนใจนะ” เชฟชาวอเมริกันผู้นับถือศาสนาพุทธตอบ

06

แพลนต์เบสเมดอินไทยแลนด์

มีตบอลหอมไปทั่วครัว

เพื่อให้แพลนต์เบสเมดอินไทยแลนด์แข่งขันด้านราคาได้ ต้องผลิตให้ได้ 3,000 ตันต่อปี ปริมาณขนาดนี้จะขายใคร ผมยื่นคำถามนี้ให้คุณบุรณินที่เดินเข้ามาทักทาย Derek ในครัว

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

“คนกินมังสวิรัติมีแค่ 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ เราไม่เน้นกลุ่มนั้น เราเน้นคนห่วงใยสุขภาพ กินเพื่อความอร่อยก็ได้ กินร่วมกับเนื้อสัตว์ก็ได้ กินได้ทั้งเด็กที่กินเพื่อให้ร่างกายเติบโต และผู้ใหญ่ที่กินเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เราจะผลิตวัตถุดิบป้อนให้กับลูกค้า SME แบบ OEM ด้วย เขาไม่จำเป็นต้องทำ R&D เยอะ เพราะเราช่วยบางส่วนได้ แล้วเราก็ทำเนื้อที่ได้มาตรฐานส่งร้านอาหาร ร้านเอาไปปรุงได้เลย ไม่ต้องไปเริ่มต้นตั้งแต่เอาพืชมาทำเอง แล้วก็ต้องส่งออกในเอเชียด้วย ซึ่งตอนนี้กระแสแพลนต์เบสโตขึ้นปีละ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์”

ไม่ใช่แค่นั้น ปตท. ยังสวมหมวกเจ้าของร้านอาหาร ผู้เอาเนื้อเหล่านี้ไปใช้งานด้วย

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

“โรงงาน Plant & Bean ทำวัตถุดิบตั้งต้นอย่างไส้กรอกอร่อย เราก็คิดว่าจะเอาไปทำอะไรต่อ ทำยำไส้กรอกแบบไทยไหม ถ้าเป็นเนื้อบดก็ทำผัดกะเพราะไหม แล้วอาหารของเราก็จะระบุด้วยว่า มีข้อมูลโภชนาการเท่าไหร่ มีไขมันเท่าไหร่ ไม่ใช่เอาแต่รสชาติ กิน ๆ ไป มีแต่แป้ง แล้วก็อยากบอกด้วยว่าช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้เท่าไหร่”

ฟังแล้วผมก็นึกถึงเวลาที่เหล่าผู้บริหารชิมอาหารแล้วคุยกัน เขาพยายามมองหาโอกาสว่า แพลนต์เบสพวกนี้เอาไปแทนเนื้อสัตว์เมนูไหนที่ขายในปั๊ม ปตท. ได้บ้าง โดยเริ่มคิดจากสินค้าที่ขายดีที่สุด เช่น ลูกชิ้นทอด หมูปิ้ง หรือไส้ซาลาเปา เป็นการพาแพลนต์เบสไปสู่ตลาดที่กว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

07

เหตุผลที่ปั๊มน้ำมันต้องเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

แดดมา ลมมี

หลังจากชิมอาหารแพลนต์เบสฝีมือ Derek หลายคนก็เปิดประตูออกมาเดินรับลมที่ระเบียงหน้าห้องประชุม ผมชวนพี่ใหญ่ของฝ่ายนวัตกรรมคุยเรื่อง EV ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่า ปตท. คิดยังไง ถึงเปิดโรงงานผลิตรถ EV

“การสร้างธุรกิจใหม่มันต้องสร้างระบบนิเวศ มีทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย ดีมานด์คือทำยังไงให้คนใช้สะดวก ก็ทำจุดชาร์จ แต่ทำแค่นั้นประเทศไทยอาจจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะเราต้องนำเข้ารถ EV เราไปดูระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้ากับยานยนต์สันดาปภายใน พบว่ามีส่วนที่เกี่ยวกันน้อยมาก ตัวถัง ระบบข้างในได้ แต่แค่ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่อีก 50 เปอร์เซ็นต์ คือเรื่องแบตเตอรี่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือคือ เซมิคอนดักเตอร์กับซอฟต์แวร์ ค่ายรถยนต์บางค่ายอาจจะไม่อยากลงทุนเพราะดีมานด์ไม่เยอะ บังเอิญว่าบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) ของไต้หวัน เขาสนใจจะทำสิ่งนี้อยู่แล้ว เราก็เลยไปเจรจา แล้วลงทุนร่วมกัน เป็นการทำงานด้านซัพพลาย”

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

คุณบุรณินเล่าต่อว่า แค่ทำจุดชาร์จอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะคนไม่กล้าลองใช้ เลยเปิด บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVME PLUS) มาให้คนลองเช่ารถ EV ไปทดลองขับ ซึ่งตอนนี้คนนิยมเช่าระยะยาว และสิ่งสำคัญที่ ปตท. ได้รับกลับมาก็คือข้อมูลการใช้งาน เหมือนอย่างที่พอเปิดปั๊มน้ำมันสาขาใหม่ ก็จะมีข้อมูลสนับสนุนว่า ลูกค้าย่านนี้เป็นใคร เพื่อยืนยันกับร้านที่จะมาเช่าว่า ตรงกลุ่มเป้าหมายแน่นอน

“เราไม่กลัวบริษัทรถยนต์ทั้งหลายจะเปลี่ยนมาทำอีวีในเมืองไทย ถ้าเปลี่ยนแปลว่า มีดีมานด์เยอะแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดี สิ่งที่เรากลัวคือ เขาจะไปทำเรื่องนี้ที่ประเทศอื่นมากกว่า ประเทศไทยจะไม่ได้อะไรเลย การที่เราลุกขึ้นมาทำ อย่างน้อยก็สร้างความมั่นคงให้ประเทศได้ระดับหนึ่งนะ” คุณบุรณินพูดถึงเป้าที่ใหญ่กว่าผลตอบแทนของบริษัท

08

ใช้แพสชัน ไม่ใช่แฟชั่น

ฟ้าสีน้ำเงินเข้มเหมือนกางเกงนักเรียนประถม

พอเวลาเปลี่ยนมาห้อยท้ายด้วย PM เมฆก็ลอยหายไปจากท้องฟ้า แดดแรงจนคนเมืองร้อนหายคิดถึงบ้าน ผมยังคงยืนคุยกับคุณบุรณินที่ระเบียง บทสนทนาของเรามาถึงความท้าทายในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ตลอดเวลา

“ถึงตรงนี้ เราไม่ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจใหม่ทุกเรื่องนะ เราใช้เครือข่าย ใช้ประสบการณ์ ทำให้เรากล้าตัดสินใจ ส่วนเทคโนโลยีจ๋า ๆ หรือข้อมูลจ๋าๆ ก็ให้น้องๆ ทำไป เรานั่งฟังแล้วคิดตาม โยนคำถามให้เขา ทำยังไงถึงจะทำให้เขาเห็นว่ามันไม่ได้มีแต่แง่ดีทั้งหมด หรือกลัวจนไม่กล้าทำอะไรเลย ผู้บริหารมีหน้าที่ให้ทิศทาง ตัดสินใจ แล้วสนับสนุน ที่สำคัญ การทำธุรกิจใหม่ เราอาจเดินแบบเดิมไม่ได้ ถ้าเจอปัญหาจะมีทางออกอื่นไหม ผู้บริหารต้องนำทางไป พาไปให้ถึงเป้าให้ได้” คุณบุรณินสรุปแบบชัดถ้อยชัดคำว่า “ประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญ”

เราคุยเรื่องความสำเร็จมาเยอะแล้ว อยากคุยเรื่องที่ไม่สำเร็จบ้าง

เยือนโรงงาน Plant & Bean และ Wicked Kitchen บริษัทอาหาร Plant-based ชั้นนำของโลกที่อังกฤษ กับธุรกิจใหม่ของ ปตท.

“มี ช่วงที่ทำ Café Amazon ใหม่ ๆ เราเคยทำบริการ Pick and Drop รับส่งของในปั๊ม ทำร่วมกับพาร์ตเนอร์ ฝากของที่ปั๊ม แล้วก็ให้คนปลายทางรับที่ปั๊ม ทำ 50-60 สาขา ไม่รอด เพราะตอนนั้นยังไม่มีระบบอีคอมเมิร์ซรองรับ ไม่มีการส่งสินค้าเยอะขนาดนี้” คุณบุรณินเล่าไอเดียที่มาก่อนกาล

เมื่อถามถึงสิ่งที่นวัตกรรมที่สุดที่เคยทำ เขาตอบทันทีว่า

“ยังไม่มี นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น สิ่งที่เราทำแล้วแตกต่างคือเรื่องยา เราเปิดบริษัทมาได้ปีกว่า ไปลงทุนในบริษัท Lotus Pharmaceutical ผู้ผลิตยาและจัดการด้านสิทธิบัตรยาชั้นนำของโลก จนเรามีเครือข่ายทั้งยุโรปและอเมริกา จนเราแตกบริษัทที่เราทำสารอาหารออกมา เรามองเรื่องอาหารสำหรับผู้ป่วย อาหารเป็นยา สิ่งที่เราดีใจที่สุดก็คือ วันนี้พอมีคนคิดเรื่องนวัตกรรมเขาก็จะมาคุยกับ ปตท. ทำให้คนรู้ว่าเราทำเรื่องธุรกิจใหม่ได้นะ นั่นคือสิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด” ผู้บริหารใหญ่ตอบพร้อมรอยยิ้ม

“มันกลับไปคำถามแรกที่เราคุยกัน ว่าทำเรื่องนี้เป็นแฟชั่นหรือเปล่า ถ้าทำเพราะแฟชั่นเดี๋ยวมันก็จะไป เพราะไม่ใช่ทุกเคสจะสำเร็จ มันต้องใช้เงินลงทุนสูง ถ้าทำเป็นแฟชั่นยังไงก็ไม่รอด ทำเรื่องพวกนี้ต้องใช้แพสชัน ไม่ใช่แฟชั่น”

บทสนทนาของเราสิ้นสุดลงตรงนี้ ทีมงานเดินเข้ามาแจ้งโปรแกรมต่อไป ทริปนี้ยังมีอะไรสนุก ๆ รออยู่อีกเยอะเลย

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load