บทสนทนาต่อไปนี้เป็นบทสนทนาจริง เป็นเรื่องของคนจริงๆ ไม่ใช่นักแสดง

“พี่คะ มีอะไรให้ใส่รองกันหมวกไหมคะ ถุงพลาสติกก็ได้ค่ะ” 

หญิงสาวได้กล่าวถามพี่คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขณะรับหมวกกันน็อกที่ส่งกลิ่นและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน

“ไม่มี ถ้าน้องไม่ใส่ พี่ก็จะเสี่ยงโดนตำรวจจับนะ” คนขับกล่าวตอบ 

บทสนทนาที่เล่าไปเป็นประสบการณ์จริงของเหล่าผู้ก่อตั้ง Capbage 

แต่นี่ไม่ใช่แบรนด์ขายกะหล่ำ (Cabbage)!

Capbage คือหมวกก่อนสวมใส่หมวกกันน็อกเพื่อแก้ Pain Point ที่มีมานานของผู้ใช้บริการมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ในขณะเดียวกัน หมวกใบนี้ก็ยังสามารถเปลี่ยนเป็นกระเป๋าถือสะพายใส่ของได้ในทุกๆ วัน ตามสโลแกน Cap Meets Bag, Your Daily Essential ส่วนที่ชื่อคล้ายคำว่ากะหล่ำในภาษาอังกฤษนั้น เป็นเพราะว่าผู้ก่อตั้งทั้งสามมองว่ากะหล่ำมีรูปร่างคล้ายหมวกกันน็อก

ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์, เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล, ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก

ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์ อดีตนิสิตวิศวกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร มีประสบการณ์จากการผันตัวไปเป็นนักการตลาดให้ Samsung และ Project Planner บริษัท LINE รับหน้าที่เป็นมาร์เก็ตเตอร์ วางกลยุทธ์การตลาด สร้างตัวตนแบรนด์ ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาเคมี ก่อนมาทำแบรนด์จริงจัง เคยทำงานสาย Sale Engineer ที่ Cal-Comp Electronics และ Business Development ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ รับผิดชอบด้านการออกแบบฟังก์ชันให้กับผลิตภัณฑ์

ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก บัณฑิตศิลปกรรมภาพพิมพ์ที่ผันมาทำงานสาย Merchandiser ในสายแฟชั่น โดยรับตำแหน่งเป็นดีไซเนอร์ คอยดูแลด้านอาร์ตเวิร์ก ไปจนถึงด้านสร้างสรรค์ต่างๆ

แม้จะยังเป็นเพียงแบรนด์เล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น แต่ก็มุ่งมั่นและตั้งใจจะแก้ไขปัญหาสังคม ภายใต้คอนเซปต์ Innovative, Practical และ Problem Solving

บางท่านอ่านมาถึงตรงนี้อาจมองว่า Capbage เป็นเพียงหมวกอีกแบรนด์หนึ่งในตลาด แต่กว่าจะออกมาเป็นหมวก (หรือกระเป๋า) ใบนั้น ทั้งสามทุ่มเทกับการออกแบบและพัฒนานับปี เพื่อให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง 

ต้องยอมรับว่ามีหลายครั้งที่ไม่คาดคิดว่าการพัฒนาหมวกเพียงใบหนึ่ง มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจมากขนาดนี้ เพราะฉะนั้น อย่าแปลกใจหากหลังอ่านบทความนี้ คุณจะกดสั่งซื้อทันที และไม่ต้องกลัวกลิ่นเหม็นหรือผมเสียทรงอีกต่อไป

ขัดแย้งคือดี

ก่อนที่จะเข้าเรื่องตัวสินค้า สิ่งแรกที่เราสนใจ คือแบกกราวนด์ของแต่ละคนที่ดูจะไม่ตรงสายสักเท่าไหร่

เอาอะไรจากที่เรียนมาใช้กับการทำธุรกิจมาบ้าง-เราถาม

ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน

“เอาจริงๆ ใครก็ทำได้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่ามีความตั้งใจหรือเปล่า ซึ่งพวกเราอยากจะแก้ปัญหานี้จริงๆ แบกกราวนด์ก็ช่วยเล็กน้อย แต่คิดว่าความสนใจที่ตรงกันมากกว่า รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เรามีใจรัก เราอินกับมัน เรามีแพสชัน คิดว่าน่าจะทำได้ดี”

Capbage เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสามได้เห็นองค์ประกอบใหญ่ของการทำธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นได้เป็นอย่างดี พวกเขาแบ่งงานกันอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาว่าใครชอบอะไร อยากทำส่วนไหน ทำให้ก้าวข้ามปัญหาที่เข้ามาได้

“เราขัดแย้งกันทุกวัน ความขัดแย้งนี่เป็นปกติเลย แต่จริงๆ มันดีนะ เพราะเราพูดกันตรงๆ เลยดำเนินต่อได้ ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งไม่พอใจคนนี้แล้วเงียบ แล้วทุกอย่างจะไปต่อไม่ได้ ซึ่งอันนี้อาจจะเป็นข้อดีของทีมเรา เพราะว่าทุกคนมีจุดหมายเดียวกัน มันสำคัญกว่าที่เราจะมานั่งทะเลาะกันเรื่องเล็กๆ เราจะคุยกันตลอด ติดปัญหาอะไรก็บอกกันเลย”

ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์, เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล, ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก

ของหนึ่งชิ้น แต่ประโยชน์หลายอย่าง

เรื่องราวของธุรกิจเริ่มต้นขึ้นจากนิสัยช่างสังเกตของเติม 

“เราเห็นว่าชาวออฟฟิศส่วนใหญ่ เวลาเช้าๆ จะนั่งมอเตอร์ไซค์มาทำงาน แล้วทุกคนมักจะไม่ได้สวมหมวกกันน็อกเราเกิดคำถามว่า ทำไมทุกคนถึงไม่ใส่หมวกกันน็อกกัน เราก็มีสมมติฐานเบื้องต้นว่า มันคงสกปรกหรือเหม็น อย่างผู้หญิงออฟฟิศ เวลาเขามาทำงาน เขาอาจจะรู้สึกว่าแบบ โห ถ้าใส่เสร็จแล้ว จะต้องเหม็นไปทั้งวันแน่ๆ ผมเสียทรงอีก”

“จริงๆ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าการไม่ใส่หมวกกันน็อกอันตราย แต่ถ้าจะเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะไม่ใส่ขนาดนั้น แปลว่ามันต้องมีเหตุผลอะไรที่ร้ายแรง” ออเบรย์เสริม 

หลังจากค้นคว้าเพิ่มเติม จากแบบสอบถามพบว่ากว่า 34 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ไม่ใส่หมวกกันน็อกเป็นไปตามที่คาดเดาไว้ และถึงแม้ในตลาดจะมีสเปรย์ดับกลิ่นผมหรือหมวกอาบน้ำที่ใส่แล้วทิ้ง แต่ทั้งสองอย่างก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง

แม้จะเห็นถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจ แต่วิศวกรรมศาสตรบัณฑิตทั้งสองไม่ได้มีหัวด้านการออกแบบ ออเบรย์จึงไปชวนขวัญซึ่งเป็นเพื่อนสมัยมัธยมมา ซึ่งก็เป็นจิ๊กซอว์ที่ลงล็อกต่อกันได้พอดี

Capbage จึงออกแบบให้เป็นทั้งหมวกก่อนสวมหมวกกันน็อกและกระเป๋าด้วยในเวลาเดียวกัน

ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์, เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล, ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก

“ช่วงก่อน COVID-19 เขาเริ่มไม่แจกถุงพลาสติกกันแล้ว เราเลยมองว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ควรตอบโจทย์ชาวออฟฟิศในหนึ่งวัน ตอนเช้านั่งมอเตอร์ไซค์ ใช้ Capbage ก่อนสวมหมวกกันน็อก พอกลางวันสลับมาเป็นถุงซื้อของนิดหน่อยขึ้นไปกินบนออฟฟิศ ตอนเย็นก็เปลี่ยนกลับมาเป็นหมวก ใส่นั่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน แต่ที่น่าสนใจคือลูกค้านำไปใช้ในหลายรูปแบบที่สร้างสรรค์มากๆ

“จุดเด่นจริงๆ เลยกลายเป็น Multi-purpose หลังจากที่เริ่มขายไปแล้ว มีหลายคนรอบๆ ตัวเอาไปประยุกต์กับในสถานการณ์ต่างๆ ที่เราคิดไม่ถึง บางคนเขาเอาไปกันลมแอร์ในออฟฟิศ บางทีคนใส่ขึ้นเครื่องบินเพราะว่ากลัวเชื้อโรคจะมาโดนศีรษะ โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ที่ฮิตมาก เขารู้สึกว่ายังไงตอนนี้ Protective Equipment เป็นของสำคัญมาก เราก็เป็นหนึ่งในหมวดนั้น” 

ลูกค้าของพวกเขามีตั้งแต่พนักงานออฟฟิศ คุณหมอที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล ไปจนถึงกลุ่มคนวัยเกษียณ

ทั้งสามใช้กลยุทธ์ในการค่อยๆ ทดลองตลาด และขยายตลาดไปเรื่อยๆ จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะตั้งแต่ขั้นแรก แต่เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีในตลาดมาก่อน ส่วนที่ยากที่สุดคือทำยังไงให้ผลิตออกมาได้จริง 

ของดี แต่ไม่มีที่ไหนรับทำ

“พวกเราใช้เวลานานทีเดียว กว่าจะผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ การเลือกวัสดุต่างๆ ก็ไม่ใช่ง่าย ต้องไม่ให้ระคายเคืองเวลาสัมผัสกับใบหน้า ยังมีเรื่องของไซส์หมวกที่ต้องพอดีสำหรับศีรษะทุกๆ คน และพอสำหรับใส่ของได้ตอนเป็นกระเป๋า มีหลายปัจจัยที่ต้องใช้ความคิดสุดๆ”

ก่อนเริ่มผลิตสินค้าชิ้นนี้ออกมา ขวัญเริ่มลองเย็บจากผ้าเหลือใช้ด้วยมือของเธอเอง หลังจากล้มลุกคลุกคลานจนเกือบจะล้มเลิกไป ก็ต้องเจอกับอุปสรรคต่อไปที่ยากกว่านั้น ก็คือการหาช่างเพื่อขึ้นแพตเทิร์น 

Capbage หมวกใช้สวมก่อนใส่หมวกกันน็อก ขจัดปัญหาของคนนั่งมอเตอร์ไซค์สาธารณะ

“เอาง่ายๆ เราคิดว่าจะทำหมวกกับกระเป๋าให้มาเป็นของชิ้นเดียวกัน แค่คุยกันเองสามคนยังใช้เวลา กว่าจะไปคุยกับช่างขึ้นแพตเทิร์น ก็ต้องใช้เวลานาน ผิดแล้วผิดอีก

“ขนาดเราพยายามเอาของที่คิดว่าใกล้เคียงสุดไปให้ดู เขายังนึกไม่ออกเลย เพราะเป็นแพตเทิร์นที่แปลกใหม่และไม่เคยมีมาก่อน ช่างเลยปวดหัวกับเรามาก เขาปฏิเสธตั้งแต่แรกเลยว่าไม่ขึ้นแพตเทิร์นใหม่นะ เพราะเขาไม่อยากมานั่งคิดแพตเทิร์นให้” 

สิ่งที่ช่วยพวกเขาแก้ปัญหาในครั้งนี้คือคอนเนกชันจากเพื่อนๆ มีอาอี๊ของเพื่อนคนหนึ่งช่วยเริ่มขึ้นแพตเทิร์นในช่วงแรกให้ แล้วก็ใช้โรงงานของเพื่อนมาช่วยผลิตเช่นกัน

Capbage หมวกใช้สวมก่อนใส่หมวกกันน็อก ขจัดปัญหาของคนนั่งมอเตอร์ไซค์สาธารณะ
Capbage หมวกใช้สวมก่อนใส่หมวกกันน็อก ขจัดปัญหาของคนนั่งมอเตอร์ไซค์สาธารณะ

สื่อสารด้วยความจริงใจ

หลังจากเริ่มต้นออกแบบฟังก์ชันต่างๆ จากความต้องการของลูกค้าและหาโรงงานในการผลิตแล้ว ทั้งสามคนเริ่มต้นลองผิดลองถูกกับการตามหาวัสดุและการออกแบบให้ตรงใจลูกค้าด้วยเช่นกัน

“แรกเริ่มชวนกันไปดูผ้าที่สำเพ็ง ไปพาหุรัด โดยลองผ้าคอตตอนก่อน ปรากฏว่าไม่ค่อยโอเค ระบายอากาศได้ไม่ดีมาก และเย็บออกมาทรงไม่สวยเท่าไหร่ ลองผิดลองถูกจนสุดท้ายมาเจอร้านหนึ่งในเจริญรัถที่ขายผ้าไนลอนหลายแบบ เราก็ลองซื้อมาขึ้นตัวอย่างดู”

สุดท้ายทั้งสามก็เลือกใช้ผ้าไนล่อน เนื่องจากมีคุณสมบัติเบา กันน้ำ ซักง่าย และแห้งไว เมื่อได้วัสดุที่เหมาะสมที่สุดมาแล้ว รายละเอียดและความใส่ใจลงลึกไปจนถึงการทำ Laundry Tag ขึ้นมาเพื่ออธิบายวิธีการซัก และตลอดบทสนทนา หนึ่งในคำที่พวกเขาพูดบ่อยที่สุดเลยคือ อยากให้ลูกค้านำไปใช้ได้จริง

ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์, เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล, ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก
ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์, เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล, ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก

“ถ้าสุดท้ายมันใช้งานไม่ได้จริง ก็กลายเป็น Waste อยู่ดี เพราะฉะนั้น เลือกให้มันดีไปเลยดีกว่า คนจะได้ใช้งานนานๆ ไปเลย”

Capbage มี 2 รุ่น รุ่น Double Side ออกแบบมาให้มีฟังก์ชันครบถ้วน ด้วยผ้าสองชั้นเพื่อป้องกันการสัมผัสระหว่างศีรษะกับสิ่งสกปรกจากสิ่งของ พร้อมหน้ากากผ้ามัสลิน และรุ่น Single Side เหมาะสำหรับคนที่เร่งรีบ

ยากที่สุดคือการให้ความรู้

สิ่งที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจในครั้งนี้คือการให้ความรู้แก่ลูกค้า

“เราต้อง Educate ลูกค้าว่าประโยชน์ของมันคืออะไร ใช้ยังไง คนรู้แหละว่ามันดี แต่เขาอาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องมี การโน้มน้าวให้คนซื้อเพื่อไว้พกติดตัวใช้ในยามที่จำเป็น กลายเป็นเรื่องยาก เราจึงพยายามเพิ่มคุณค่าให้กับมัน โปรดักต์เราไม่ใช่แค่หมวก แต่เป็นหมวกสารพัดฟังก์ชัน”

ยังรวมถึงการอธิบายถึงรายละเอียดเล็กๆ และข้อกังวลต่างๆ ให้ลูกค้าเข้าใจ อย่างตีนตุ๊กแกที่เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ แบรนด์จะย้ำกับลูกค้าว่าให้ติดก่อนซัก จะได้ไม่มีฝุ่นหรือเศษด้ายเศษผ้ามาติดให้เลอะเทอะ หรือแม้แต่ข้อจำกัดของการใช้งาน ทั้งสามก็เลือกบอกลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา 

“หมวกเราทำจากวัสดุกันน้ำ พอกันน้ำได้ ก็ไม่สามารถระบายอากาศได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ได้อย่างเสียอย่าง แต่เราเสาะหาจนเจอผ้ากันน้ำที่ระบายอากาศได้และไม่ทำให้ร้อนขนาดนั้น เราจึงแจ้งลูกค้าตลอดว่า ถ้าจะเอาไปใช้นานๆ คงไม่เหมาะ เพราะจุดประสงค์ของเราตั้งแต่แรกคือ ทำให้คนที่แค่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เดินทางไม่เกินสิบห้าถึงยี่สิบนาที เราจะบอกตรงๆ ไปเลย” 

Capbage หมวกใช้สวมก่อนใส่หมวกกันน็อก ขจัดปัญหาของคนนั่งมอเตอร์ไซค์สาธารณะ

หมวกทุกใบมาพร้อมกับคู่มือการใช้งานแบบละเอียดยิบ Step by Step วาดโดยขวัญ พร้อมวิดีโอสาธิตการใช้และอินโฟกราฟิกในช่องทางการสื่อสารของแบรนด์ เพื่อให้คนรับรู้และเข้าใจสินค้ามากยิ่งขึ้น

“เวลามีลูกค้าทักมาถามในไลน์ เขาไม่เข้าใจอะไร เราจะถ่ายวิดีโอส่งให้เขาดูเลย หรือตอนที่เอาไปวางขายตามร้าน เราจะสอนพนักงานเลยว่าสินค้าเราใช้ยังไง ทำอะไรได้บ้าง เราไม่อยากให้เขาซื้อไปแล้วต้องไปนั่งหาอีกว่าใช้งานยังไง ควรทำให้มันจบตั้งแต่เขาได้รับสินค้าไปเลยวันนั้น

“หลังจากที่เขาซื้อไปเราจะถามฟีดแบ็กตลอด มีอะไรติชมก็คอมเมนต์มาได้เลย คำถามหลักของเราคือ คุณเอาไปใช้ในสถานการณ์ไหน เพื่อจะได้นำมาพัฒนาฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ต่อไป”

การขอฟีดแบ็กของทั้งสามไม่ใช่การส่ง Google Forms ให้ลูกค้าตอบกลับมา แต่ต้องคุยตัวต่อตัวเพื่อที่จะเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งมากกว่า

Next Step

เหตุใดจึงเลือกมาสร้าง SME แทนที่จะไปทำธุรกิจแนวสตาร์ทอัพ-เราถามสามผู้ก่อตั้งที่สองคนในนั้นเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ 

พวกเขามองว่า Capbage ไม่ใช่เพียงกระเป๋าอีกแบรนด์หนึ่ง

“เราไม่ได้หยุดแค่ว่าจะต้องเป็นสินค้า Core Business ของเราคือการนำนวัตกรรมมาช่วยสังคม ถ้ามันช่วยเหลือสังคมได้ ถ้ามีไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาอีกก็จะไม่หยุดแค่นี้ แต่ ณ ตอนนี้คือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น”

ต่อจากนี้ พวกเขาจะพยายามทำให้สินค้าราคาถูกลง เพื่อให้ลูกค้าอีกกลุ่มจับต้องได้ ทำให้มีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และพัฒนาฟังก์ชันตามคำแนะนำของลูกค้า ตามคอนเซปต์หลักของแบรนด์คือ Innovative, Practical และ Problem Solving

ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็นสินค้าอื่นๆ ของ Capbage ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอื่นๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่หมวกหรือกระเป๋าแล้วก็ได้

ออเบรย์-เศรษฐิตา เลการัตน์, เติม-เติมศักดิ์ ลิ้มศิริรัตนกุล, ลูกขวัญ-วศินี มุสิกะโปดก

Lesson Learned

  1. รู้จักประโยชน์พื้นฐานของผลิตภัณฑ์ (Core Benefit) ของธุรกิจ ไม่ว่าจะคิดผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไร ต้องมั่นใจว่าลูกค้าจะได้ประโยชน์และใช้งานได้จริง
  2. สร้าง Service Mind โดยการจินตนาการว่าเราเป็นลูกค้า มอบสิ่งที่ลูกค้าน่าจะอยากได้โดยไม่ต้องให้เขาร้องขอ และสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจ ผ่านคู่มือการใช้งานหรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ
  3. กล้าถามเพื่อนำฟีดแบ็กมาเรียนรู้และพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการทำสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน

ติดตามได้ที่ Facebook : capbageofficial

Writer

วุฒิเมศร์ ฉัตรอิสราวิชญ์

นักเรียนรู้ผู้ชื่นชอบการได้สนทนากับผู้คนและพบเจอสิ่งใหม่ๆ หลงใหลในการจิบชา และเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนมีเรื่องราวให้ค้นหา

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

15 พฤศจิกายน 2560
12 K

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกับคำว่า ความงามจากธรรมชาติ หรือความงามแบบออร์แกนิก

หลายเดือนก่อน เพื่อนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็นต่อรูปภาพรูปหนึ่งของเรา ภายใต้ท่าทางที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนไปทั้งดวงตา และพรางร่องรอยการอดหลับอดนอนด้วยที่ปกปิดใต้ตาสูตรเข้มข้น เพื่อนคนเดิมนิยามมันว่า เป็นความหมวยและสวยแบบออร์แกนิก

อย่าเพิ่งดับฝันกันด้วยการบอกว่าออร์แกนิกในที่นี้มีความหมายคนละอย่าง

เห็นด้วยทุกอย่างกับคำพูดที่ว่า สวยจากภายใน แต่โลกที่หมุนเร็วขนาดนี้ บางทีเราก็ต้องระเบิดความสวยนั้นออกมา

สาวจืดทุกคนคะ โอกาสมาถึงพวกเราแล้ว คนที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามอย่างยั่งยืนและปลอดภัย เข้าอกเข้าใจการสวยแบบค่อยๆ เผยความสดใส เบิกบานเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ลองหยิบอายแชโดว์จากสารสกัดธรรมชาติหลายเฉดสี ปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนคล้ายผ่านความร้อนแดด ตามด้วยลิปกลอสสีสวยมีส่วนผสมของผงโกโก้ ทำให้สีติดทนและมีรสชาติอร่อยๆ ติดริมฝีปาก ก่อนจะฉีดสเปรย์น้ำกุหลาบจากไร่ที่บัลแกเรียแหล่งปลูกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในโลกพรมให้ทั่วทั้งหน้า เพิ่มความสดชื่นตลอดทั้งบ่าย

เครื่องสำอาง

ทั้งหมดนี้และอื่นๆ อีกมากมายดึงความสนใจของเราระหว่างสนทนากับ คุณป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดร้าน All About You ร้านคัดสรรผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก 

All About You

ยิ่งได้คุยถึงความตั้งใจตั้งต้น สรรพคุณสนุกๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน และหลากหลายเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์คัดสรร เราก็ไม่แปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ชื่อไม่คุ้น รับรองว่าหัวใจคุณจะเต้นไม่เป็นจังหวะ

เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์ ขอให้คุณเดินไปหยิบตะกร้าแล้วตามมาค่ะ
All About You

คนจะงาม งามที่ใจ และใช้ใบหน้า

น้อยคนจะรู้ว่า นอกจากความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ ราคาแพงที่เราจ่ายให้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกนั้น ผลและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและประทินผิวไม่ได้ด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติแบรนด์ดังและเวชภัณฑ์ทั่วไป

ความเข้าใจเกี่ยวกับออร์แกนิกของคนไทยเราเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา

คุณป๊อปเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเริ่มมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกต่างไปจากเมื่อก่อน สังเกตได้จากผู้บริโภคในยุคหลังมานี้ใส่ใจดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้ รวมถึงการเข้ามาสอบถามรายละเอียดของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ผ่านโซเชียลมีเดียของทางร้านกันมากขึ้น

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์ healthy lifestyle ที่ไม่เพียงสร้างไลฟ์สไตล์การดูแลตัวเอง ตระหนักถึงผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้และบริโภค ยังทำให้คนกลับมาตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตสมดุลเหมาะสมแล้วหรือยัง

เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ทางเลือกที่มากมายนั้นมีเพื่อรักษาสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างสุดโต่ง

“จะเห็นได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ เขาจะมีแผนกสินค้าออร์แกนิกใหญ่มากๆ บางประเทศก็มีร้านที่ขายออร์แกนิกทั้งร้าน มีสินค้าทุกประเภท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อยเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตลอดเวลา” คุณป๊อปเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิกกับความงาม ยิ่งศึกษาก็พบโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ จึงตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญนำเข้ายามากว่า 30 ปี

All About You เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

“ผมรู้สึกสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เกี่ยวกับความงาม เพราะมองว่าเป็นสิ่งยั่งยืนมากกว่า ซึ่งไม่ใช่การสวยขาวภายใน 7 วัน แต่เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติแม้จะใช้เวลา คุณจะไม่มีทางขาวแบบสะท้อนแสง แต่จะขาวสวยแบบผิวของคุณเอง ซึ่งบางทีเราต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราอยากจะขาวขนาดนั้นมั้ย” คุณป๊อปเล่า

โชคดีที่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของ All About You เข้าใจความงามในแบบฉบับนี้ตรงกัน

นอกจากความดีงามที่ปราศจากสารเคมีอันส่งผลต่อผิวแล้ว เราสงสัยว่าตรารับรองหรือเครื่องหมายการันตีความปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลต่อความรู้สึกลูกค้าในแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง คุณป๊อปจึงเล่าว่า ในต่างประเทศ ตรารับรองเหล่านี้มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องทางกฎหมายแล้ว ยังสะท้อนจิตสำนึกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

และแม้จะมีการพูดถึงเรื่องของออร์แกนิกในบ้านเราสักพักใหญ่แล้ว แต่เรื่ององค์ความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความงามเหล่านี้ก็ยังมีอย่างจำกัด นอกจากจะเป็นร้านแรกในประเทศไทยที่คัดสรรและรวบรวมผลิตภัณฑ์แล้ว All About You ยังเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารความรู้นี้

นางงามมิตรภาพ

หากเป็นแผนการทำธุรกิจจากความรักและความตั้งใจ บทแรกของเรื่องราวในนั้นมักจะเริ่มต้นด้วยการสร้างเรื่องราวของตัวเอง เราจึงสงสัยว่าทำไม All About You จึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้คัดสรร มากกว่าจะทำผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตัวเอง

“เมื่อเริ่มต้น ผมมองว่าองค์ความรู้ของเราเองยังมีไม่มากพอ เราจึงเริ่มต้นจากการเป็นผู้เลือกก่อน เราเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เขามีทั้งความรู้ มีองค์กรระดับชาติรับประกัน ขณะที่บ้านเรายังไม่มีหน่วยงานรับรองเหล่านี้ เราจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของต่างประเทศ” คุณป๊อปอธิบายเหตุผลที่เราเห็นด้วยทุกประการ

ความน่าสนใจก็คือ ไม่เพียงเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วโลก All About You ยังรับบทเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ ตอบคำถามเรื่องส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์เมื่อได้รับการร้องขอจากลูกค้า แม้กระทั่งสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในร้าน All About You

“ตอนแรกเราก็ไม่ได้ไปถึงขั้นจะเป็นที่ปรึกษา คิดแค่ว่าไม่ว่าอย่างไรเราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มไหน จะมีตั้งแต่คนที่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์ใช้ผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มสนใจผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซื่อสัตย์กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แนะนำเพราะมีโปรโมชันหรืออยากทำยอดขายให้มากๆ แต่ต้องเหมาะสมกับลูกค้าจริงๆ” คุณป๊อปเสริมว่าแนวคิดนี้ทำให้สัดส่วนของลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำเป็นที่น่าพอใจ

All About You All About You

ลำดับต่อมา คือวิธีการคัดกรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกมาจำหน่ายที่ร้าน คุณป๊อปเล่าว่า หลังจากศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์จาก supplier จะเป็นหน้าที่ของเภสัชกรจากบริษัทแม่ ที่จะมาช่วยทดลองและตรวจสอบส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ All About You แตกต่างจากแบรนด์นำเข้าผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั่วไป

เช่นเดียวกับปรัชญาของแบรนด์ที่บอกว่า High Performance Cosmetic Non-Toxic Beauty

“เราอยากบอกลูกค้าว่า การที่เราเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่เป็นออร์แกนิก ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพที่มีจะด้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ดูแลความงามทั่วไป เพราะด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้สารสกัดจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีได้ประสิทธิภาพสูงเช่นกัน โดยเฉพาะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างสะสม ช่วยให้ผิวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นหลักการสำคัญของแบรนด์ที่เราอยากมอบความสวยงามอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า” คุณป๊อปกล่าว

ใครงามเลิศในปฐพี

ผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว เพื่อจะเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอางออร์แกนิกชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลก ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแบบไหนจึงเหมาะสมค่าควร ซึ่งวิธีการคัดสรรของ All About You ได้แก่

อันดับแรก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดคือ สรรพคุณของสินค้า

นอกจากตัวแทนสาวงามจะมาผ่าน supplier ผู้ส่งเข้าประกวดแล้ว ทางร้านก็ต้องค้นหาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่อยู่ในตลาดนี้ รวบรวมรายชื่อ ก่อนค้นคว้าหารีวิวและกระแสตอบรับจากลูกค้า จากนั้นทดลองสั่งซื้อมาดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และทดลองสินค้าว่าเนื้อสัมผัสเหมาะกับผิวของคนไทยหรือไม่ รวมถึงกลิ่นที่ไม่แย่จนเกินไปนัก

“ต้องบอกก่อนว่าสินค้าออร์แกนิกจะมีกลิ่นที่เฉพาะที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่มีกลิ่นหอมน่าใช้ ซึ่งจากข้อมูลปัจจัยการแพ้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พบว่าเกิดจากสารสังเคราะห์แต่งกลิ่นเป็นอัตราที่สูงที่สุด ทางร้านเราจึงไม่มีกลิ่นหอมๆ แบบนั้นเลย จะมีก็แต่กลิ่นของ Essential Oil หรือน้ำมันหอมระเหย”

เครื่องสำอาง สเปรย์ฉีดหน้า All About You

เรื่องต่อมาคือ ราคา แม้จะมีกำแพงเรื่องภาษีแต่คุณป๊อปตั้งใจทำราคาให้ใกล้เคียงกับที่ขายในต่างประเทศ ขณะที่เรื่องบรรจุภัณฑ์สวยงามเป็นปัจจัยหลังสุดของการพิจารณา

เนื่องจากในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยทั่วไป จะมีการทำวิจัยเก็บข้อมูลเพื่อปรับและพัฒนาสูตรให้เข้ากับคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ และเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่เลือกสรรมาจากต่างประเทศ ทำให้ All About You ทำงานยากขึ้นด้วยมั้ย เราถาม

“ถ้าติดตามจะสังเกตว่าช่วงหลังมานี้คนสนใจ oil ทาผิวกันมากขึ้น ในความเป็นจริงองค์ประกอบของผิวมีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานอยู่แล้ว สิ่งที่คืนความสมดุลให้ผิวควรมีองค์ประกอบของน้ำและน้ำมันเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าน้ำมันทุกตัวจะเหมาะกับผิวหน้า ก็ต้องเลือกเช่นกัน โดยทั่วไปคนไทยมีความกลัวการทาน้ำมันเยอะมาก อาจกลัวอุดตันหรือกลัวจะเป็นสิว แต่เมื่อให้ความรู้คนก็กล้าทดลองและผลก็คือผิวสุขภาพดีขึ้น” ซึ่งสุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวพิสูจน์ผลิตภัณฑ์นั้นและทำให้คนกล้าเปิดใจลองผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากขึ้น

ขณะที่ชื่อเสียงและเรื่องราวของแบรนด์ก็เป็นอีกปัจจัยพิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ น่าสนใจ

All About You

หนึ่งในเรื่องราวของแบรนด์ที่คุณป๊อปชอบมาก คือแบรนด์ที่ชื่อว่า Mad Hippie จากสหรัฐอเมริกา เริ่มจากผู้ก่อตั้งอยู่วงการเครื่องสำอาง ส่วนสามีเป็นนักโต้คลื่น ต่อมากิจกรรมที่รักของสามีทำให้ผิวของเขาเสียและแพ้ง่าย เธอจึงพัฒนาสูตรและออกผลิตภัณฑ์ที่ทั้งกันแดดและลดปัญหาริ้วรอย จนได้รับความนิยมสูงสุดในอเมริกา

อีกแบรนด์คือ Alteya Organics จากบัลแกเรีย เป็นแบรนด์ที่มีไร่กุหลาบของตัวเอง ที่น่าสนใจคือ น้อยคนจะรู้ว่าบัลแกเรียเป็นประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกุหลาบที่ดีที่สุดในโลก ที่นี่มี rose water น้ำกุหลาบแท้ๆ ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันสิว ลดการอักเสบ ทำให้ภูมิของผิวดีขึ้น มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์จากน้ำมันกุหลาบ โดยปกติราคาขายน้ำมันกุหลาบสำหรับเป็น raw material อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 แสนบาท นอกจากมีไร่ของตัวเองแล้ว ยังมีห้องแล็บที่สกัดอยู่ที่นั่น ดังนั้นทุกอย่างจึงสดใหม่มากๆ

“ที่สำคัญ ฤดูกาลเก็บเกี่ยวดอกกุหลาบนั้นมีแค่ปีละ 1 ครั้งและต้องเก็บด้วยมือเท่านั้น กลิ่นที่ได้เป็นกลิ่นกุหลาบแท้ๆ ซึ่งช่วงแรกเราต้องให้ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก เพราะคนทั่วไปเคยชินกับกลิ่นกุหลาบหอมๆ” ก่อนที่คุณป๊อปจะเสริมว่า การได้สินค้าจากประเทศที่เป็นแหล่งปลูกทำให้รู้สึกว่าได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช่จริงๆ  

เครื่องสำอาง เครื่องสำอาง

งด-งาม

อีกเรื่องที่สำคัญของการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก คือในเมื่อคนเรามีโอกาสที่จะแพ้ถั่ว แพ้แป้งสาลี จากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน คุณมีโอกาสเกิดอาการแพ้ตามลักษณะจำเพาะบุคคล แต่ถึงกระนั้น All About You ทำการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและการเกิดสารตกค้าง

“เช่น พาราเบน ที่แม้มีทั้งชนิดที่องค์การอาหารและยาประกาศห้ามใช้และอนุญาตให้ใช้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเคยมีงานวิจัยพบว่าพาราเบนอาจเป็นสาเหตุที่ให้ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ทางร้านเราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านั้นในร้านเลย หรือสาร SLS ที่อยู่ในสบู่และแชมพูช่วยให้เกิดฟอง บางคนแพ้และมีอาการระคายเคือง เราก็จะไม่มีส่วนผสมเหล่านี้”

ช้าช้าในใบหน้างามงาม

ตลอดการสนทนาเราเห็นว่าสิ่งที่คุณป๊อปและ All About You นำเสนอนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นผู้ประกอบการจึงคิดทำสิ่งนี้ แต่มาจากความเชื่ออย่างแท้จริงว่า สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม แต่คือไลฟ์สไตล์ ให้ความรู้และปลูกฝังความเข้าใจอีกด้านหนึ่ง

ป๊อป-กฤษฎิ์พนธ์ เมฆภานุวัฒน์

“ส่วนตัวผมเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมชาติดีที่สุด มีวิจัยให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบุคคลที่มีอายุยืนยาวในโลกอาศัยในประเทศใดบ้าง ถ้าศึกษาวิถีชีวิตพวกเขาเหล่านี้จะพบว่าเขาไม่กินอาหารรสจัดไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก ใช้ชีวิตกับธรรมชาติ ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูแล้วลองวินิจฉัยว่าหากไม่อยากเป็นอย่างนั้นเราควรเลือกรับ เลือกปฏิเสธ และใช้ชีวิตอย่างไร นอกจากการกินอาหารที่พิถีพิถันและปลอดภัยแล้ว ผิวพรรณก็สำคัญ ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราดูดซึมสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายมากกว่าส่วนอื่นๆ ถึง 7 เท่า ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนผิวหน้าทั้งหมดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ผิว ครีมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจึงส่งผลตามที่เราสัมผัสได้จริงๆ”

เหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความงาม แต่เป็นการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ราวกับจะบอกเราว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้

“การใส่ใจเรื่องรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเรายากขึ้นมั้ย” เราถาม

“ถ้าในแง่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกไม่ได้ทำให้ยุ่งยากขึ้นหรอก เพียงแค่ปรับพฤติกรรมบางอย่าง ทดลองเปิดใจเพื่อทำความรู้จัก” คุณป๊อปตอบ

จริงอยู่ที่ความงามในอุดมคติเป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งไม่ว่าคุณจะรัก ชอบ และเชื่อ ในวิถีธรรมชาติหรือไม่ มีมุมมองต่อความงามภายนอกหรือภายในอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดจากการเลือกสรรและจังหวะชีวิตที่พอเหมาะพอดี เช่นเดียวกับความตั้งใจของร้านผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกคัดสรร All About You ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวสวยอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

The Rules

  1. อย่ายอมแพ้
  2. อย่าหยุดเรียนรู้
  3. ทำงานเป็นทีม และสร้างพันธมิตรทั้งในและนอกองค์กร

Website: www.allaboutyou.co.th

Facebook: allaboutyouorganics

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load