ลมหนาวมาเยือนเดือนธันวาคม เป็นสัญญาณบอกว่าช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนมาถึงแล้ว

คอลัมน์ Take Me Out อยากชวนทุกคนแพ็กของแล้วออกเดินทาง จัดทริปเปลี่ยนบรรยากาศไปกางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาวทั่วภาคอีสาน เราคัดลานกางเต็นท์มาให้แล้ว มีธรรมชาติในทุกรูปแบบที่คุณต้องตกหลุมรัก ไม่ว่าจะทะเลหมอก เกาะกลางน้ำ ภูเขาสูง น้ำตกใส ไปจนถึงผาแกรนแคนยอน (แม้อยู่นอกภาคอีสาน แต่เราแถมให้) และทุกสถานที่ยินดีต้อนรับชาวแคมป์มือใหม่

ไปพักผ่อนทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม ชวนก๊วนเพื่อน ครอบครัว คนพิเศษ หรือจะลุยเดี่ยว ไปทำกิจกรรมตามถนัด จะอิงฟืนไฟคลายหนาว สวมบทแม่ครัว-พ่อครัว นอกสถานที่ ตื่นมายลพระอาทิตย์ขึ้น นั่งมองพระอาทิตย์ตก และหลับฝันดีพร้อมดวงดาว 

ถ้ายกกันไปทั้งครอบครัว ก็เป็นโอกาสดีให้เจ้าตัวเล็กได้สัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้ที่จะเอาเท้าย่ำดิน ฟังเสียงนกร้อง และสารพัดความงามที่ธรรมชาติมอบให้ ไม่เพียงเท่านั้น บรรดาลานกางเต็นท์ยังเปิดให้พาสัตว์เลี้ยงมาวิ่งสนุกในลานโล่งกว้างด้วย

เราปรารถนาดีอยากให้วันหยุดของคุณพิเศษกว่าทุกปี เก็บลิสต์ จัดกระเป๋า แล้วไปกางเต็นท์นำกันเด้อ

01

หาดสวนแก้วแคมป์ (สวนตาเข็มทิศ) จังหวัดกาฬสินธุ์

ลานกางเต็นท์ริมน้ำ ชมสวนผัก ดูพระอาทิตย์ขึ้นและลับขอบฟ้า

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

จากพื้นที่ทำไร่ ทำสวนผลไม้ และค่ายลูกเสือ พัฒนาสู่ลานกางเต็นท์เนื้อที่ 80 ไร่ริมน้ำเขื่อนลำปาว 

หาดสวนแก้วแคมป์ บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว แถมอากาศก็เย็นสบายจากลมที่พัดผ่านน้ำขึ้นมาที่ลานหญ้าเขียวชอุ่ม การปรับพื้นที่ทั้งหมดเป็นฝีมือของ เพ็ญ​พิไล​ และ โอฬารวิทย์ ​อินทสุวรรณ ลูกสาวและลูกเขยของคุณตาเข็มทิศ ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ครอบครัวอินทสุวรรณตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของครอบครัว และเป็นพื้นที่กระชับมิตรของเพื่อนฝูง

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

ที่นี่ไม่ได้มีดีเพียงวิวริมน้ำเท่านั้น แต่ยังมีวิวปะดู่ต้นสูงชะลูดเอาใจสายป่า พร้อมจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน เสน่ห์ของการมาเยือนที่นี่คือกิจกรรมที่มีให้เลือกทำหลากหลาย อย่างการตกปลานั่งชิลล์ริมน้ำ หรือจะอิ่มท้องพร้อมออกกำลังกาย ด้วยการเดินเยี่ยมชมพืชผักสวนครัวที่คุณตาเข็มทิศปลูกไว้ในแต่ละฤดูกาล ทั้งมะเขือเทศยันถั่วฝักยาว ซึ่งคุณตาใจดีให้เก็บเกี่ยวไปกินกับมื้ออาหารหรือเอาไปทำกับข้าวก็ได้ไม่มีหวง แต่ถ้าหากใครเป็นสายเขียว อยากทำสวน ก็ขอให้บอกกันก่อนตอนจองได้เลย เจ้าบ้านคนเก่งเต็มใจพาไปบุกดูขั้นตอนการทำสวนยาง สวนกล้วย และพาไปเก็บลูกหม่อนถึงต้นเองกับมือ แค่คิดก็สนุกแล้ว!

ที่นี่เคยเป็นค่ายลูกเสือมาก่อน ทำให้มีบ้านพักทดลองลำบากขนาด 4 คนนอนให้เช่าด้วย

หากผู้มาเยือนท่านใดไม่ปรารถนาจะนอนเต็นท์ ทางแคมป์ก็มีที่นอน หมอน และพัดลม ให้บริการ

ที่ตั้ง : 53 หมู่ 7 ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

Facebook : หาดสวนแก้วแคมป์ – สวนตาเข็มทิศ

โทรศัพท์ : 09 5169 1165

02

Keeree-Wong At Phukhow-Wong จังหวัดขอนแก่น

แคมปิ้งติดเขื่อนอุบลรัตน์ ที่โอบกอดคุณด้วยวิวภูเขา 360 องศา

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

คีรีวง แปลว่า พื้นที่ที่โอบกอดและห้อมล้อมด้วยภูเขา คีรี แปลว่า ภูเขา ส่วนวงมาจากชื่อหมู่บ้านภูเขาวง วิวทิวทัศน์ 360 องศาของพื้นที่โล่งกว้างแห่งนี้ที่มี ณัฐดนัย เกาะหาร เจ้าของที่อินและติดใจบรรยากาศการไปแคมป์จนต้องกลับมาเปิดลานกางเต็นท์

วิวไฮไลต์ของคีรีวง คือการที่ในทุก ๆ วันผู้คนที่เดินทางมาพักจะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้จากภูเขาสูง และลาลับขอบฟ้าที่ริมขอบน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ในตอนเย็น (โรแมนติกที่สุด) ความงามยังไม่หมด ถ้าหากคุณไปแคมปิ้งช่วงฤดูเก็บเกี่ยว คีรีวงไม่ได้มีแค่คีรีที่ล้อมเป็นวง แต่ยังมีทุ่งข้าวสีทองอร่ามโอบล้อมให้ความสวยงามสบายตาอีกด้วย ส่วนยามค่ำคืนที่นี่ เมื่อคุณเอนหลังลง แหงนหน้ามองบนผืนฟ้า จะเห็นดวงดาวอย่างชัดเจน จนชนิดที่ว่าคุณไม่ต้องพกกล้องส่องทางไกลไปส่องหรือซูมเพื่อดูเลย

แม้ที่นี่จะเป็นลานกว้าง แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำ ไฟฟ้า จุดล้างจาน จุดทิ้งขยะ และสัญญาณโทรศัพท์ (ยามจำเป็น) ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ณัฐดนัยวางไว้อย่างตั้งใจว่า อยากคงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด ไม่อยากแต่งเติมเสริมสิ่งใดเข้ามาถ้าไม่จำเป็น เพราะหวังอยากให้ทุกคนที่มาได้ใกล้ชิด และสัมผัสบรรยากาศแบบธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

ที่ตั้ง : ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น 40250

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน (เนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วม คีรีวงยินดีต้อนรับคุณอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์)

Facebook : Keeree-Wong At Phukhow-Wong

โทรศัพท์ : 08 3670 1879

03

ศรีสิรินแคมป์ จังหวัดอุบลราชธานี

แคมป์ริมเขื่อน เยือนหาด ปั่นจักรยาน สูดอากาศ และพายเรือเล่น 

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

จากรูปทริปไปแคมป์ของเพื่อน ที่มีทั้งแม่น้ำ หาด และป่า เป็นแรงบันดาลใจให้ ภัทราวรรณ เกษมพร เนรมิตรพื้นที่ส่วนตัวติดริมเขื่อนสิรินธร เป็นลานกางเต็นท์วิวทะเลสาบ มีพื้นที่มากพอให้ทุกคนมาทำกิจรรมตามถนัด เช่น เล่นเซิร์ฟบอร์ด ปั่นจักรยาน หรือตกปลา การมาที่นี่ไม่จำเป็นต้องค้างคืนเท่านั้น จะมาปิคนิกตอนเช้าและกลับตอนเย็น นั่งทานข้าว และดื่มกาแฟ ชิมเบเกอรี่ได้ที่คาเฟ่เล็ก ๆ สีขาวกลางสวน มีพร็อพถ่ายรูปเป็นชุดกาแฟดริป บนดาดฟ้าชั้นลอยยังเป็นจุดชมวิวมุมสูง ให้คุณดื่มด่ำบรรยากาศการมองเห็น และฟังเสียงธรรมชาติได้ชัดขึ้น จะเงี่ยหูฟังเสียงจิ้งหรีด หรือแอบส่องนกกระยางที่เดินหาปลาอยู่ที่ริมทะเลสาบก็ย่อมได้

การมากางเต็นท์ที่นี่ มีเสน่ห์วิถีชีวิตชุมชนให้คุณได้ยล ได้เห็นการต้อนฝูงวัวควายผ่านแคมป์ และพูดคุยยืมเบ็ด ซื้อปลาสด ๆ จากชาวประมงมาปิ้ง-เผาทาน อดใจรอเวลาชมพระอาทิตย์ตกที่สันภูเขา โดยพระอาทิตย์ตกในหน้าหนาวจะไล่เฉดจากเข้มไปอ่อน จนเป็นสีพาสเทลแบบวานิลาสกายที่น่ารักและสวยงามไปพร้อม ๆ กัน แค่จินตนาการภาพตามก็อยากยกเต็นท์ไปแคมป์เสียตอนนี้

แอบกระซิบว่า ในอนาคตจะมีอุปกรณ์ครบเซ็ตสายแคมป์ให้เช่าแบบจัดเต็ม มาตัวเปล่าก็ค้างคืนได้แบบสบาย ๆ

ที่ตั้ง : 89 หมู่ 1 ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี 34350

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : ศรีสิรินแคมป์

โทรศัพท์ : 09 4829 2226

04

เกาะภูกระแต จังหวัดอุบลราชธานี 

นอนเต็นท์ นั่งเรือรอบเกาะ ดูโขดหิน และกินอาหารท้องถิ่น

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

‘มาเกาะภูกระแต ฟรีสไตล์ จะเข้าออกเวลาไหนก็ได้ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ’

เกาะภูกระแต สถานที่แคมปิ้งเกาะกลางน้ำแห่งนี้อยู่ในการควบคุมของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ให้ชาวบ้านโดยรอบช่วยดูแลและสอดส่อง ตลอดจนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับนักกางเต็นท์ที่มาพักผ่อนบนเกาะโขดหินแห่งนี้

เกาะแห่งนี้ บุญมี บุญศักดิ์ กำนันตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร เล่าว่าเกาะภูกระแต่มีมานานแล้ว เริ่มเป็นลานกางเต็นท์จริงจัง ก็เพราะพลังของนักรีวิวและโลกออนไลน์ที่แชร์กันไปไกล จึงดึงดูดผู้คนมาพักผ่อนจากทั่วทุกสารทิศ

บรรยากาศที่นี่มีต้นไม้เขียวชอุ่ม มีป้ายเช็กอินเอาใจสายโซเชียล มีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ และรวบรวมวิวภูเขา ชายหาด น้ำ และช่องเม็กที่ชาวแคมป์เดินทางข้ามไปฝั่งลาวได้ (ในสถานการณ์ปกติ) ไว้ในที่เดียว ส่วนยามฟ้ามืดก็จะมีแสงสว่างจากตะเกียง และแสงดวงดาวที่เต็มฟ้าช่วยให้ค่ำคืนโรแมนติกขึ้นไปอีก เพราะบนเกาะแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้า

กิจกรรมบนเกาะภูกระแตมีให้เลือกทำไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะว่ายน้ำ ก่อทราย นั่งเรือดูบรรยากาศวิถีชีวิตชาวบ้านรอบเกาะ นั่งแพริมน้ำดื่มด่ำธรรมชาติ พร้อมทานอาหารท้องถิ่นจากฝีมือชาวบ้าน ทั้งปลาส้ม ต้มปลา หรือใครอยากตกปลาสด ๆ มาก่อฟืนทำเองก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ทั้งหมดนี้ขอเพียงแค่แจ้งล่วงหน้ากับผู้ใหญ่บ้านให้คอยประสานงาน ก็จะทำให้ทุกอย่างโดยง่ายและพร้อมเมื่อคุณไปถึง

ที่ตั้ง : บ้านโนนกลาง หมู่ที่ 11 ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : องค์การบริหารส่วนตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

โทรศัพท์ : 09 7332 9568 (ศริตา ทองเรือง – ผู้ใหญ่บ้าน)

*ช่วงนี้ทางเข้าเกาะน้ำท่วม หากต้องการข้ามไปต้องนั่งเรือหรือแพของชาวบ้านเท่านั้น รถยนต์ขับเข้าไปไม่ได้

05

เนิน 1408 อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย จังหวัดเลย

กางเต็นท์ชมทะเลหมอก สัมผัสอากาศหนาวใต้แสงจันทร์ และลงเขาเก็บสตรอว์เบอร์รี่

7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว
7+1 ลานกางเต็นท์ภาคอีสาน มีตั้งแต่ทะเลหมอก ผาสูง วิวริมเขื่อน ไปจนถึงแกรนแคนยอนน้ำหนาว

เนิน 1408 ชื่อนี้ไม่ได้ได้มาตามจำนวนเนินในอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายหรอกนะ แต่เป็นจำนวนความสูงต่างหากที่ห่างจากระดับน้ำทะเลถึง 1408 เมตร โดย พัฒนา กมลรัตน์ หัวหน้าฝ่ายนันทนาการ เล่าที่มาของตัวเลขให้เราฟัง

การมาเนินแห่งนี้คุณจะได้ประสบการณ์การจำลองการใช้ชีวิตในป่าจริง ๆ เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า มีเพียงแสงจันทร์ที่จะช่วยส่องสว่างยามค่ำคืนเท่านั้น ไฮไลต์ของที่นี่คือคุณจะได้เห็นสายหมอกที่ฟูหนาจนกลายเป็นทะเลตลอดวัน ในช่วงปลายฝนต้นหนาว คุณจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในที่เดียวกัน โดยไม่ต้องย้ายโลเคชันไปไหนเลย 

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

ตำแหน่งของเนินแห่งนี้อยู่สูงจนเกือบสุดของอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย แน่นอนว่าการเดินทางจำเป็นต้องรับสมัครแต่สายลุย เพราะต้องเดินเท้าขึ้นไปกว่า 5 กิโลเมตร แต่เชื่อสิว่าจะไม่เหนื่อยเปล่าและแสนจะคุ้มค่า เพราะระหว่างทางขึ้นไปจนถึงที่หมายจะมีต้นไม้เล็กใหญ่คอยให้ร่มเงาพร้อม จงสูดเอาอากาศสะอาดบริสุทธิ์ใส่ให้เต็มปอด แถมมีเส้นทางไปดูนก ไหว้พระ เที่ยวน้ำตก และมีต้นไม้หายากอย่างกระโถนฤาษีให้ได้แวะชม ตอนขาลง หากพื้นที่กระเป๋ายังว่างก็อยากชวน แวะไร่สตรอว์เบอร์รี่ของชาวบ้าน เด็ด ชิม และนำมาชั่งกิโลติดมือกลับไปฝากเพื่อนสนิทมิตรสหายได้อีกด้วย

ป.ล. ด้วยรักและห่วงใย ทางอุทยานจึงไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวด้วยนะ

ที่ตั้ง : ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย 42170

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย

โทรศัพท์ : 09 4239 2498

06

ไร่นายสิงห์ จังหวัดหนองบัวลำภู

ลานกางเต็นท์วิวภูเขาภูซาง ให้คุณจิบโรบัสต้าและดูดาวตก

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน
แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

ที่ดิน 100 ไร่ที่พ่อกับแม่ซื้อทิ้งไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ไม่ได้ถูกทำประโยชน์ เป็นเหตุให้ รักพงษ์ วิทยาพร ลูกชายคนเก่งเข้ามาพัฒนา ลองผิดลองถูกจนเกิดเป็นลานกางเต็นท์ ไร่กาแฟโรบัสต้า สวนกล้วย สวนยางพารา สโลว์บาร์ที่มีวิวภูซางและลำธารเล็ก ๆ

บรรยากาศโดยรอบลานกางเต็นท์ของที่นี่เป็นวิวภูเขาภูซาง มีทะเลหมอกกับหญ้ามากในช่วงฤดูฝน และด้วยความที่เป็นที่โล่งแจ้ง พอตกกลางคืนจึงมองเห็นดาวชัด และรับประกันความพิเศษโดยเจ้าของไร่ ว่ามีดาวตกให้เห็นอยู่ทุกคืน

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

ไร่นายสิงห์เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักสงบ และปรารถณาอยากห่างกันสักพักจากโลกโซเชียล เนื่องจากที่แห่งนี้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นเสน่ห์ที่จะทำให้เราได้พูดคุยกระชับมิตรและใส่ใจคนตรงหน้า พร้อมจิบกาแฟโรบัสต้าที่สโลว์บาร์ลอยฟ้าได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ และก่อนกลับอย่าลืมแวะถ่ายรูปที่ลำธารเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ถ้ายังไม่หนำใจอยากจับจ่ายของดีไปฝากคนที่รักที่นี่ก็ยินดี เพราะมีกาแฟจากไร่และกล้วยอบจากสวนที่ส่งไปให้ชาวบ้านทำถึงจังหวัดชุมพร ให้คุณได้ซื้อหาติดมือกลับบ้านด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลนาดอกคำ อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย 42210

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : ไร่นายสิงห์

โทร : 08 1090 9923 

Line : 08 1090 9923 (แนะนำให้แอดไลน์เพื่อจอง เพราะโทรศัพท์ที่ไร่มักไม่มีสัญญาณ)

07

ลานกางเต้นท์กระต่ายป่า จังหวัดนครพนม

ตั้งแคมป์แบบส่วนตัวในป่าใหญ่ เดินขึ้นเขา และเล่นน้ำใสที่ลำธาร

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน
แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำพิษ พาให้ชีวิต วรัญญา น้อยเภา ในช่วงที่ผ่านมาอดเที่ยว ซึ่งในสถานการณ์ปกติ พูดเลยว่าเธอเที่ยวไม่เคยขาด จนจุดประกายให้เธอคิดว่า ในเมื่อไปเที่ยวไม่ได้ ก็ทำที่เที่ยวเองเสียเลย ประจวบเหมาะกับมีที่ดินอยู่แล้วในป่าใหญ่ จึงเกิดเป็นแคมป์และคาเฟ่ที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติขึ้นมา

ถ้าหากคุณเป็นชาวแคมป์คนหนึ่งที่มองหาป่า ซึ่งหมายถึงป่าเงียบสงบและเป็นส่วนตัวจริง ๆ ที่นี่น่าจะตรงใจ เพราะแคมป์แห่งนี้รับผู้กางเต็นท์เพียงวันละ 1 กลุ่ม นั่นแปลว่าป่าทั้งป่าจะเป็นของคุณ คุณจะได้ฟังเสียงธรรมชาติ เสียงนก เสียงลมพัดใบไม้ไหว เสียงลำธารที่มีน้ำไหล หรือหากใครไปในฤดูฝน ก็จะพ่วงเสียงน้ำตกเข้าไปด้วยตลอดวันโดยไม่มีสิ่งใดรบกวน

ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต แต่ว่ามีกิจกรรมเด็ด ๆ รอให้คุณไปเอนจอยอยู่เพียบ อย่างการปีนผา ขึ้นเขาภูแฮ้ง เล่นน้ำ ตกปลา หรือนั่งแพที่ลำธาร ถ่ายรูปสวนยางที่มีดวงอาทิตย์ตกเป็น Silhouette ช่วยให้ภาพคูลขึ้นอีก 10 เท่า และหากเที่ยวจนหมดแรง ท้องเริ่มร้อง ร่างกายต้องการความหวานก็ไม่ต้องกังวล ที่นี่มีคาเฟ่เล็ก ๆ บริการเครื่องดื่มและเบเกอรี่ให้คุณได้เลือกสรร

ในอนาคตอันใกล้ เจ้าของกระต่ายป่าจะนำรถ ATV เข้ามาให้ผู้มาเยือนได้ขับขี่ เพื่ออำนวนความสะดวกในการเข้ามากางเต็นท์ เพราะทางเข้าแคบ ไม่สะดวกในการนำรถยนต์เข้ามา และถือเป็นกิจกรรมเอาใจสายแอดเวนเจอร์ไปในตัว

ที่ตั้ง : ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม 48130

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน 

Facebook : ลานกางเต้นท์ กระต่ายป่า Camping

โทร : 08 0329 6644

08

ไร่ผาหมอก จังหวัดเพชรบูรณ์

กางเต็นท์วิวผาสูง น้ำตกตัดหมอก และแกรนด์แคนยอนน้ำหนาว 

แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน
แพ็กกระเป๋าไปแคมปิ้ง สัมผัสอากาศหนาว ดื่มด่ำธรรมชาติ ในดินแดนอีสานบ้านเฮา ในคอลัมน์ Take Me Out ลานกางเต็นท์ 7+1 ที่ในภาคอีสาน

แม้ไร่ผาหมอกจะไม่ปักหมุดอยู่ในภาคอีสาน แต่ใกล้ชิดธรรมชาติจนเราต้องขอแนะนำ

ในยุคที่ยางพาราราคาตกต่ำ เกษตรกรคนเก่งอย่าง สุนีย์ ภูมิประเทศ เล็งเห็นว่าพื้นที่ว่างที่มีน่าเอามาทำประโยชน์ ปรับเปลี่ยนที่ดินให้กลายเป็นลานกางเต็นท์วิวหน้าผา มีทะเลหมอกและน้ำตกหุบเขาแกรนแคนยอนตรงหน้า ทำให้มีบรรยากาศใกล้ชิดสนิทกับธรรมชาติ แถมยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม มีสวนทุเรียน สวนองุ่นให้เด็ดกินได้ตามใจชอบด้วยนะ

ไร่ผาหมอกเหมาะกับชาวแคมป์สายธรรมชาติ เพราะหน้าฝนที่นี่จะมีน้ำตก 2 สายที่ไหลแรงจากหุบเขา และหมอกขาวชั้นหนาที่ธรรมชาติจัดสรรให้ได้ชมตามฤดูกาล มีดอกไม้ เช่น หอมหมื่นลี้ แตรหน้าฟ้า บุษบา ส่งกลิ่นหอม ผ่อนคลายตลอดคืนและตลอดปี 

ที่นี่มีบริการเช่าพร้อมกางและเก็บเต็นท์ให้ สำหรับลูกค้าสายชิลล์ไม่เน้นอุปกรณ์ก็มาเยือนได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องเป็นห่วง หมูกระทะ ข้าวกล่องพร้อม แต่ถ้าใครจะติดตะหลิว หิ้วกระทะ มาต้มผัดแกงทอดก็ได้ตามสะดวกเช่นกัน 

ที่ตั้ง : 202 หมู่ 3 ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 67260

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน

Facebook : ไร่ผาหมอก

โทร : 09 7319 1385

ภาพ : ลานกางเต้นท์กระต่ายป่า, Keeree-Wong At Phukhow-Wong, ไร่ผาหมอก, ไร่นายสิงห์, ศรีสิรินแคมป์, หาดสวนแก้วแคมป์-สวนตาเข็มทิศ

Writer

พลอยไพลิน กลิ่นบัวงาม

นักหัดเขียนสายคาเฟ่ รักการอบขนม เสพติดการหอมหมา และเชื่อว่าวันที่ดีจะเริ่มต้นด้วยชาเขียวเย็นในแก้วเก็บอุณหภูมิ

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

ถ้าตั้งโจทย์ให้เราชาวไทยนึกชื่อเมืองหรือรัฐในมาเลเซียมาชื่อสักหนึ่ง ‘ปีนัง (Penang)’ คงมาแรงติดอันดับ 1 หรือ 2 ของยอดรวมคำตอบ

คงเป็นด้วยประเทศของเราผูกพันกับปีนังมายาวนาน ไม่ใช่แค่เพราะอยู่ใกล้พรมแดนไทยจนนักท่องเที่ยวบ้านเราชอบจับรถข้ามด่านจากสงขลาไปเริงร่าบนเกาะปีนังเป็นอาจิณ หากแต่เกาะเล็ก ๆ ในแหลมมลายูแห่งนี้ยังเคยเป็นดินแดนของสยามในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกาะนี้จึงมีชื่อเป็นไทยว่า ‘เกาะหมาก’ ซึ่งแปลมาจากชื่อ ‘ปูเลาปีนัง (Pulau Pinang)’ ในภาษามลายูอีกด้วย

อดีตเกาะกลางทะเลอันดามันที่รกเรื้อด้วยต้นหมาก ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เมื่ออังกฤษเลือกเช่าเกาะนี้ไว้เป็นเมืองท่าเสรีใน ค.ศ. 1786 เกาะปีนังเริ่มขยายตัวเป็นเมืองท่าชั้นเอกที่พร้อมอ้าแขนรับการมาเยือนของอาคันตุกะจากแดนไกล ผู้คนหลากเชื้อชาติทั้งจีน มลายู อินเดีย ตะวันตก ฯลฯ ดั้นด้นมาสร้างชีวิตใหม่โดยไม่ทิ้งรากเหง้าเดิมของตน ส่งผลให้ปีนังเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมหม้อใหญ่ ซึ่งควบรวมคนต่างศาสนา ต่างชาติพันธุ์ ต่างวิถีชีวิต มาอาศัยอยู่ร่วมกัน

เห็นได้จากวัดวาอารามทั้ง 10 แห่งที่เลือกสรรมาทั้งความงาม ความเก่า และความขลัง ทั้งยังช่วยฉายภาพให้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของรัฐปีนังได้เป็นอย่างดี

01

Kek Lok Si Temple

วัดพุทธใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

Kek Lok Si Temple วัดพุทธใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย

ท่ามกลางหุบเขาอันสลับซับซ้อนของเขตอาเยอร์อีตัม (Ayer Itam) บนเกาะปีนัง ยังมีอารามใหญ่ในพุทธศาสนาอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งนำพาผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละหลายหมื่นคน

ประวัติของวัดใหญ่แห่งนี้ย้อนกลับไปได้ถึงปลายศตวรรษที่ 19 สมัยที่ พระอาจารย์เบี่ยวเลี่ยน ภิกษุจากมณฑลฮกเกี้ยนเดินทางมาจำพรรษาที่ปีนัง ท่านค้นพบเขาลูกหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายนกกระเรียนกำลังกางปีก ทำเลดีตามหลักฮวงจุ้ย จึงตัดสินใจสร้างวัดขึ้นบนเขาลูกนี้ พร้อมทั้งให้ชื่อเป็นภาษาจีนฮกเกี้ยนว่า ‘เก๊กลกซี (Kek Lok Si)’ แปลว่า วัดแห่งแดนสุขาวดีพุทธเกษตร

การก่อสร้างเริ่มต้นใน ค.ศ. 1891 สิ้นสุดเมื่อ ค.ศ. 1905 เพียง 1 ปีก่อนที่พระอาจารย์เบี่ยวเลี่ยนจะมรณภาพ ในสมัยของเจ้าอาวาสรูปที่สอง ทางวัดได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ คือ ‘เจดีย์หมื่นพุทธ’ ที่สูงถึง 100 ฟุต มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ คือส่วนล่างสร้างด้วยศิลปะจีน ส่วนกลางเป็นศิลปะไทย และส่วนยอดเป็นศิลปะพม่า เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพุทธศาสนาซึ่งไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือนิกายของผู้นับถือ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ด้วยเนื้อที่รวมทั้งสิ้นกว่า 30 เอเคอร์ ทำให้วัดเก๊กลกซีรั้งตำแหน่งวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียอย่างไร้คู่ท้าชิง นอกเหนือจากเจดีย์หมื่นพุทธอันโอฬาร ที่นี่ยังเนืองนองไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกหลายหลัง ไม่ว่าจะเป็นหอพระโพธิสัตว์ หอเทวะ รวมถึงหอเก็บพระไตรปิฎก อันเป็นที่เก็บรักษาพุทธศิลป์ทั้งพระพุทธรูป จิตรกรรม งานแกะสลัก อื่น ๆ อีกมากมายสุดจะคณานับได้

จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ที่วัดเก๊กลกซีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับแรก ๆ ที่ผู้คนปักหมุดในใจเมื่อไปเยือนปีนัง ว่ากันว่างานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนังก็จัดขึ้นที่วัดนี้ โดยทางวัดจะประดับโคมไฟนับพันดวงตลอดทุกค่ำคืนช่วงเทศกาล

ที่ตั้ง : Kek Lok Si Temple, 11500 Ayer Itam, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

02

Goddess of Mercy Temple

ศาลเจ้าแห่งแรกในปีนัง

รัฐปีนังเป็นรัฐเดียวในมาเลเซียที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายจีน ศาลเจ้าและวัดจีนที่นี่เลยมีมากกว่าศาสนสถานของคนเชื้อชาติศาสนาอื่น แต่ในบรรดาศาลเจ้าที่มีเยอะเป็นพะเรอเกวียนนั้น ยากจะหาศาลใดที่มีอายุอานามเทียบเคียงวัดแม่กวนอิมริมถนน Jalan Masjid Kapitan Keling ได้

ศาลเจ้าแม่กวนอิม หรือ ‘กวนยินเต้ง (Kuan Yin Teng)’ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนสำเนียงปีนัง คือศาลเจ้าจีนที่เก่าที่สุดในปีนังเท่าที่มีการบันทึกไว้ ป้ายจารึกในศาลได้ระบุปีสร้างไว้ที่ ค.ศ. 1800 มีผู้สร้างเป็นชาวจีนกวางตุ้งและฮกเกี้ยนที่พำนักอยู่ปะปนกันในย่านนี้ เป็นเหตุให้ศาลนี้มีอีกชื่อว่า ‘กองฮกเกียง (Kong Hock Keong)’ หมายถึงศาลเจ้าของชาวกวางตุ้งและฮกเกี้ยน

Goddess of Mercy Temple ศาลเจ้าแห่งแรกในปีนัง

ร่ำลือกันว่าในอดีตเทพเจ้าที่เป็นประธานในศาลนี้คือ ‘เจ้าแม่มาจู่’ เทพีแห่งท้องทะเลผู้คุ้มครองชาวประมงและนักเดินเรือ แต่หลังการบูรณะครั้งหนึ่ง ชาวบ้านได้เปลี่ยนเทพประธานในศาลเป็นเจ้าแม่กวนอิมหรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรผู้เปี่ยมเมตตาแทน

ไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมกันเสร็จแล้ว อย่าลืมสำรวจศาลให้ทั่ว เพราะที่นี่ยังมีทวยเทพให้กราบไหว้อีกมาก อาทิ เทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าที่ตั่วแป๊ะกง และอีกหลายองค์ทั้งในคติพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า ความศรัทธาที่มหาชนมีต่อศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้วัดได้จากธูปมังกรดอกยักษ์ที่มักถูกจุดจนควันโขมงทั้งวัน คนมาทำบุญเนืองแน่น ตลอดจนผู้ยากไร้ตั้งแถวรอรับทานจนเป็นภาพจำของที่นี่

ที่ตั้ง : 30 Jalan Masjid Kapitan Keling, 10200 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น.

03

Khoo Kongsi

ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลคู

Khoo Kongsi ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลคู

กงสี’ ในความรู้สึกของคนไทยสมัยนี้อาจหมายความแค่ธุรกิจครอบครัวจีน

ทว่ากงสีในความหมายของมาเลเซียและสิงคโปร์คือบริษัทกึ่งสมาคมที่เกื้อกูลคนในวงศ์ตระกูลเดียวกัน ให้ลองภาพชาวจีนพลัดถิ่นจากแผ่นดินใหญ่ เมื่ออพยพมายังแดนโพ้นทะเลที่ห่างไกล ก็จำต้องมุ่งหน้าหาสมาคมตระกูลตนเองเพื่อยึดไว้เป็นที่พึ่ง

สกุลคู (Khoo Clan) ถือเป็น 1 ใน 5 แซ่ที่เรืองอิทธิพลอำนาจที่สุดในปีนังยุคอาณานิคม แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ กงสีของพวกเขาได้ชื่อว่าใหญ่โตและวิจิตรพิสดารที่สุดในประเทศ

ตำนานขานไขว่าผู้สถาปนาคูกงสีในปีนังได้สร้างอาคารกงสีหลังแรกของพวกตนใน ค.ศ. 1851 ด้วยรูปแบบทางศิลปะที่งามอย่างหาใดเปรียบ แต่แล้วอาคารหลังนั้นก็ถูกฟ้าผ่าจนไม่เหลือชิ้นดีในอีก 50 ปีให้หลัง ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นเพราะอาคารหลังนั้นสร้างออกมางามเทียมหน้าพระราชวัง สวรรค์จึงลงโทษค่าที่ไม่เจียมฐานะ ชาวสมาชิกคูกงสีจึงสร้างอาคารหลังใหม่ให้ลดระดับความอลังการลงมา

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

พึงระลึกว่ากงสีประจำตระกูลคูที่เห็นอยู่ในวันนี้คือหลังที่ถูกลดราความวิจิตรลงแล้ว หากเป็นหลังแรกที่มอดไหม้ไปจะสวยกว่านี้สักเพียงไหน

หอบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ดูเด่นด้วยเครื่องยอดหลังคาประดับกระเบื้องเคลือบและคานไม้ที่ล้วนสลักเสลาอย่างละเอียดลออด้วยน้ำมือช่างระดับปรมาจารย์จากเมืองจีน ภายในตั้งบูชาเทวทูตสวรรค์ ‘อ๋องซุ้นไต่ส่าย’ ซึ่งชาวจีนแคะแซ่คูในมณฑลฮกเกี้ยนนับถือเป็นเจ้าประจำตระกูล ป้ายวิญญาณของบรรพชนชาวสมาชิกกงสีผู้ล่วงลับก็จัดเรียงไว้ในอาคารหลังนี้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันอาคารคูกงสีเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ ใต้ส่วนที่เป็นศาลเจ้าจัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าความเป็นมาของตระกูลรวมถึงงานศิลปะภายในตัวอาคารอย่างหมดเปลือก

ที่ตั้ง : 18 Cannon Square, 10200 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 ริงกิต, เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 1 ริงกิต, เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่คิดค่าเข้าชม

04

Choo Chay Keong Temple

ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลยับ

Choo Chay Keong Temple ศาลเจ้าประจำกงสีตระกูลยับ

เทียบจากขนาดและสมาชิก กงสีของตระกูลยับ (Yap Kongsi) อาจดูต่ำต้อยเมื่อเทียบกับกงสีของตระกูลอื่นในปีนัง หากความงามทางศิลปกรรมที่ไม่ด้อยกว่าที่อื่น ประกอบกับทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าจอร์จทาวน์อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ก็ช่วยเพิ่มความน่าเยี่ยมยลให้ที่นี่อีกเป็นกอง

แซ่ ‘ยับ (Yap)’ เป็นภาษาจีนแคะ เรียกเป็นภาษาจีนกลางว่า ‘เย่ (Ye)’ สำเนียงที่ใช้ออกชื่อบอกให้รู้ได้ว่า สมาชิกตลอดจนผู้ก่อตั้งกงสีนี้โดยมากเป็นชาวจีนแคะจากมณฑลฮกเกี้ยน อย่างไรเสีย กงสีสกุลยับก็เปิดรับพี่น้องร่วมแซ่ชาวแต้จิ๋ว กวางตุ้ง และไหหลำ ให้เข้ามาเป็นสมาชิกได้โดยไม่เกี่ยงงอน

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ติดกับอาคารที่ทำการของยับกงสี คือศาลเจ้าจู่เจเกียง (Chu Chae Keong Temple) ภายในบูชาเทพเจ้าประจำตระกูลยับ นามว่า ‘หุ่ยเต๊กจุนอ๋อง’ ตัวศาลได้รับการบูรณะให้สวยงามในทศวรรษ 1990 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เสาและผนังอาคารหินอ่อนที่สลักลายมังกรพันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ที่ตั้ง : 71 Lebuh Armenian, 10300 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 17.00 น.

05

Sri Mahamariamman Temple

วัดแขกเมืองจอร์จทาวน์

Sri Mahamariamman Temple วัดแขกเมืองจอร์จทาวน์

ตอนใต้ของย่านเมืองเก่าจอร์จทาวน์เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวอินเดียซึ่งมีประวัติยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในมาเลเซีย เป็นที่รู้จักในระดับสากลว่า ‘ลิตเติลอินเดีย (Little India)’ ชาวบ้านร้านถิ่นในย่านนี้เป็นชาวทมิฬ (Tamils) ย้ายถิ่นมาจากรัฐที่อยู่ใต้สุดของอินเดียรวมไปถึงศรีลังกาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ท่ามกลางกลิ่นเครื่องเทศหอมอวล สีสันสดสวยของแพรพรรณส่าหรี สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งบอกเล่าความเก่าแก่ของชุมชนอินเดียได้ดีที่สุดคงเป็น วัดศรีมหามารีอัมมัน (Sri Mahamariamman) เทวสถานฮินดูนิกายศักติ ได้รับการขนานนามว่าเป็นวัดฮินดูแห่งแรกในปีนัง

ผู้ใดเคยเห็นชื่อภาษาอังกฤษของวัดพระศรีมหาอุมาเทวีที่ถนนสีลม คงพลอยสะดุดตากับชื่อวัดนี้ที่เหมือนกันทุกตัวอักษร นั่นเพราะทั้งสองวัดสร้างอุทิศแด่พระแม่มารีอัมมัน (Mariamman) เทวีแห่งฝนผู้ทรงขจัดปัดเป่าโรคฝีดาษ เป็นเทพท้องถิ่นที่ชาวทมิฬอินเดียใต้เชื่อว่าเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมาเทวี

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

แรกเริ่มวัดนี้เคยเป็นเพียงศาลบูชาขนาดเล็ก ไม่มีประวัติว่าสร้างโดยใครและเมื่อใด แต่น่าจะมีการทำพิธีบูชามาตั้งแต่ ค.ศ. 1801 เป็นอย่างช้า มาขยายเป็นวัดใหญ่โตเมื่อ ค.ศ. 1833 และที่มีสภาพเช่นปัจจุบันนี้ เป็นผลมาจากการบูรณะครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1933 อันเป็นปีที่วัดมีอายุครบศตวรรษ

เช่นเดียวกับ ‘วัดแขกสีลม’ ในกรุงเทพฯ วัดศรีมหามารีอัมมันแห่งนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปกรรมของชนชาติทมิฬในอินเดียใต้ มีจุดสังเกตอยู่ที่ ‘โคปุระ’ หรือซุ้มประตูทางเข้าออก และ ‘วิมาน’ คือยอดอาคารที่ประดิษฐานเทวรูปชั้นใน ทำเป็นทรงสูงชะลูด ลงสีสันสดใส ประดับประดาด้วยรูปเทพเจ้า อสูร สิงสาราสัตว์

วัดศรีมหามารีอัมมันยังรักษาขนบธรรมเนียมเดิมของวัดฮินดูอยู่ คือจะเปิดประตูแค่ช่วงทำพิธีภาคเช้าและเย็น ทุกครั้งที่วัดเปิดจะมีชาวมาเลเซียเชื้อสายอินเดียมาสักการะบวงสรวงจนแน่นขนัดราวกับมีงานประจำปี คนต่างศาสนาสามารถเข้าร่วมพิธีและเยี่ยมชมวัดได้ แต่พึงสำรวมกิริยาและงดถ่ายภาพภายในวัด

ที่ตั้ง : Lebuh Queen, 10450 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.30 – 12.00 น. และ 16.30 – 21.00 น.

06

Wat Chaiyamangalaram

วัดไทยที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3

Wat Chaiyamangalaram วัดไทยที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3

ตระเวนเที่ยววัดในศาสนาวัฒนธรรมอื่นมาหลายที่ ต่อมความคิดถึงบ้านในตัวชักจะกำเริบ เลยอยากนำท่านผู้อ่านที่รัก มาแวะพักกายใจในวัดที่ให้ความรู้สึกเหมือน ‘บ้าน’ มากที่สุด

ความที่ ‘เกาะปีนัง’ หรือ ‘เกาะหมาก’ เคยเป็นของสยามมาก่อน จึงมีชาวสยามอาศัยอยู่ไม่น้อย แม้ในวันที่ปีนังถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ใต้ธงยูเนียนแจ็กของจักรวรรดิอังกฤษ พี่น้องชาวสยามที่ภาษามลายูให้นามว่า ‘โอรัง เซียม (Orang Siam)’ ก็ยังอยู่ที่นั่น สืบสานวิถีความเป็นอยู่อย่างชาวไทยพุทธสืบมาจนวันนี้

ย้อนไปใน ค.ศ. 1795 ที่อังกฤษเพิ่งครอบครองปีนังได้ไม่นาน มีรายงานว่าบนเกาะมีชาวสยามที่นับถือพุทธอยู่ถึง 40,000 ชีวิต เพื่อรอมชอมกับอาณาจักรรัตนโกสินทร์ที่เคยปกครองปีนังและคนเหล่านี้มาก่อน สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งอังกฤษ จึงพระราชทานที่ดินให้ชาวสยามตั้งชุมชนอยู่

วัดไชยมังคลารามสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2388 ตรงกับช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใต้การนำของพระสงฆ์นามว่า พ่อท่านกรวด มีรูปหล่อปิดทองของท่านอยู่หน้าพระอุโบสถ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ความน่าตื่นตาของวัดนี้อยู่ที่วิหารพระนอนซึ่งปากทางเข้าเรียงรายด้วยประติมากรรมไทย เริ่มด้วยพญานาคเจ็ดเศียร กินนร มังกร ยักษ์เฝ้าประตู ดุจดังเฝ้าอารักขาพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ จากยอดพระเศียรถึงพระบาทวัดความยาวได้ 33 เมตร ได้รับการถวายพระนามว่า ‘พระพุทธชัยมังคลาราม’ โดย พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อคราวเสด็จประพาสปีนังเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505

เมื่อก่อนพระพุทธรูปองค์นี้เคยเป็นพระพุทธรูปไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ทว่าภายหลังเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาว 40 เมตรที่รัฐกลันตัน พระพุทธชัยมังคลารามจึงตกอันดับไป

ถ้าไม่นับชาวสยามหรือชาวมาเลเซียเชื้อสายไทยที่เป็นผู้สร้างวัดแล้ว วัดไทยแห่งนี้ยังได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูโดยชาวพม่า ชาวจีน รวมถึงชาวอินเดียผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทย เหตุนี้วัดไชยมังคลารามจึงคับคั่งด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ ไม่ใช่แค่ชาวสยามในปีนังเท่านั้น

ที่ตั้ง : 17 Lorong Burma, 10250 Georgetown, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 17.30 น.

07

Dhammikarama Burmese Temple

วัดพม่าหนึ่งเดียวในปีนัง

Dhammikarama Burmese Temple วัดพม่าหนึ่งเดียวในปีนัง

ไทยกับเมียนมาอยู่ติดกันฉันใด วัดไทยกับวัดพม่าในปีนังก็อยู่ใกล้กันฉันนั้น เพียงเดินข้ามถนนที่อยู่หน้าวัดไชยมังคลารามของชาวสยามไปไม่กี่ก้าว ก็จะพบวัดธัมมิการามของชาวพม่าตั้งเด่นอยู่ในสายตา

จุดกำเนิดของวัดธัมมิการามสืบไปได้ถึง ค.ศ. 1803 นำมาซึ่งสถิติต่าง ๆ มากมาย อาทิ วัดพม่าที่เก่าที่สุดในมาเลเซีย วัดพม่าแห่งเดียวในรัฐปีนัง และวัดพุทธที่เก่าที่สุดแห่งหนึ่งของที่นี่

แม้จะตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดไทยที่สร้างขึ้นภายหลัง หากทว่าศิลปะการตกแต่งของวัดทั้งสองแห่งชี้ชัดอยู่ในตัว โดยศิลปะภายในวัดธัมมิการาม ทั้งตัวสถาปัตย์ จิตรกรรมฝาผนัง พุทธศิลป์บนองค์พระพุทธรูป จะแบบพม่าแท้ ๆ มีสิงห์เฝ้าขนาบข้างประตูวิหารสำคัญ รูปเคารพภิกษุณีคนสำคัญซึ่งไม่ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมไทย ตลอดจนสัตว์ในตำนานอย่าง ‘พญาลวง’ ที่ดูคล้ายคชสีห์ หากมีปีกและขา 4 ข้าง

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

จุดเด่นที่น่าไปชมของวัดนี้มีอยู่ด้วยกันหลายที่ เป็นต้นว่าสถูปเก่าแก่อายุกว่า 2 ศตวรรษตั้งเคียงข้างหอระฆังทองคำที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ ค.ศ. 2011 วิหารพระอุปคุตที่อยู่กลางน้ำ ภาพนูนสูงเล่าพุทธประวัติตอนเจ้าชายสิทธัตถะออกบรรพชา พระพุทธรูปปางประทานพรยืนองค์โตในพระวิหารใหญ่ ล้อมรอบด้วยผนังแกะสลักพระพุทธรูปองค์เล็กจนลายพร้อยไม่เหลือที่ว่าง หรือหากจะเดินชมภาพพุทธประวัติตั้งแต่ก่อนประสูติจนกระทั่งปรินิพพานที่วาดรูปผู้คนให้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบชาวพม่ารามัญก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่เบาทีเดียว

ที่ตั้ง : 24 Jalan Burma, Pulau Tikus, 10250 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 17.00 น.

08

Snake Temple

ศาลเจ้าจ้อซูก้งที่เต็มไปด้วยอสรพิษ

Snake Temple ศาลเจ้าจ้อซูก้งที่เต็มไปด้วยอสรพิษ

หากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนไม่ถูกโรคกับสัตว์ไม่มีขา ลิ้นบิ่น 2 แฉก แนะนำให้เลื่อนผ่านศาลนี้และภาพประกอบด้านล่างไปให้ไวที่สุด ก่อนจะหาว่าไม่เตือน

กลางศตวรรษที่ 19 มีพระภิกษุชาวจีนเดินทางมายังตอนใต้ของเกาะปีนัง ที่นั่นท่านได้สร้างศาลเจ้าเพื่อเซ่นไหว้และรำลึกถึงคุณความดีของ พระอาจารย์เฉ่งจุ้ยจ้อซู (จ้อซูก้ง) พระสงฆ์สมัยราชวงศ์ซ่งที่ชาวมณฑลฮกเกี้ยนเคารพศรัทธากันมาก

เพราะเหตุที่ศาลเจ้าจ้อซูก้งตั้งอยู่ใกล้ป่ารกชัฏ วันดีคืนดีก็มีงูโผล่มาให้เห็น และทวีปริมาณมากขึ้นทุกที ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเพราะเมตตาของพระอาจารย์จ้อซูก้งที่มีให้เหล่าอสรพิษ เลยชวนกันเลี้ยงดูงูที่เลื้อยลอดเข้ามาเป็นอย่างดี ที่นี่จึงได้รับสมัญญาใหม่ว่า ‘ศาลเจ้างู’ โดยปริยาย

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

เกือบ 200 ปีที่ล่วงมา ศาลเจ้างูได้ให้ที่พักพิงแก่งูหลายชั่วรุ่น งูที่พบที่นี่โดยส่วนใหญ่เป็นงูเขียวตุ๊กแก ซึ่งเป็นสายพันธุ์งูเฉพาะถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชื่อเสียงของงูในศาลนี้ก็เด่นดังถึงขนาดที่งูเขียวตุ๊กแกได้รับฉายาว่า ‘Temple Viper’ ค่าที่พบมากในศาลเจ้านี้ 

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเทพ ชื่อเสียงอีกด้านที่ลือเลื่องไม่ต่างกันคือเหล่าสัตว์มีพิษที่พบได้ดาษดาทั้งภายในและภายนอกศาล ตามแท่นบูชาและเสาต่าง ๆ มักมีห่วงคล้องให้งูเขียวตุ๊กแกเลื้อย ซึ่งทางศาลยินยอมให้ผู้ไปเยือนเข้าใกล้งูได้ แต่ห้ามทำอันตรายต่องูเป็นอันขาด

อนึ่ง ในบริเวณศาลเจ้ายังมีฟาร์มงูเป็นแหล่งรวบรวมงูกว่า 50 สายพันธุ์อีกด้วย

ที่ตั้ง : Jalan Sultan Azlan Shah, Bayan Lepas Industrial Park, 11900 Bayan Lepas, Pulau Pinang. (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 06.00 – 19.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 5 ริงกิต เด็ก 3 ริงกิต (เฉพาะฟาร์มงู)

09

Hean Boo Thean Temple

ศาลเจ้าแม่กวนอิมคอนกรีตเหนือน้ำทะเล

Hean Boo Thean Temple ศาลเจ้าแม่กวนอิมคอนกรีตเหนือน้ำทะเล

เกาะปีนังยังมีสถานที่น่าพิศวงอีกมากมายจนยากจะสาธยายได้ครบหมด อีกหนึ่งละแวกที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง คือ Jetty หมู่บ้านชาวประมงโบราณนอกชายฝั่งทิศตะวันออก

นานกว่าร้อยปีแล้วที่ชาวจีนฮกเกี้ยนหลากภูมิลำเนาชวนกันมาทำประมง ณ ที่แห่งนี้ แต่ละตระกูลเกาะกลุ่มกันแน่นเหนียว ปลูกเรือนไม้ใกล้ชิดกับคนบ้านเดียวกัน นำไปสู่การจัดตั้งหมู่บ้านประจำแซ่ที่นานวันยิ่งหนาแน่นจนยื่นล้ำลงไปในทะเล แบ่งเป็นหมู่บ้านของคนจีนแซ่ต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 6 หมู่บ้าน

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ศาลเจ้าเฮียนบู๊เตียนตั้งอยู่ริมน้ำบนพื้นที่ถมของหมู่บ้านคนแซ่เอี๋ยว (Yeoh Jetty) สร้างขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1972 เป็นเพียงศาลเล็ก ๆ บนเสาไม้เหนือท้องน้ำ หากเมื่อใดที่น้ำทะเลหนุนสูงก็มักถูกน้ำท่วมขัง เป็นปัญหาเรื้อรังอยู่นานปี ล่วงถึง ค.ศ. 2011 คนในชุมชนจึงดำเนินการสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ และต่อขยายพื้นคอนกรีตที่ทนทานด้วยทุนทรัพย์กว่า 1.5 ล้านริงกิต

เทพเจ้าผู้เป็นประธานในศาลคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรหรือเจ้าแม่กวนอิมตามความเชื่อของชาวจีน ซึ่งมองเห็นได้ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าวิหารกลาง ด้านในเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนหลายสิบองค์ซึ่งจัดวางลดหลั่นกันตามยศถาบรรดาศักดิ์ ตัวอย่างเช่น พระจี้กง เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ (เจ้าพ่อเสือ) ไต่เสี่ยหุกโจ้ว (เจ้าพ่อเห้งเจีย) และตั่วแป๊ะกง (เจ้าที่) เป็นต้น

ที่ตั้ง : 52 Weld Quay, 10300 George Town, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น.

10

Butterworth Nine Emperor Gods Temple

ศาลดาวนวจักรพรรดิแห่งบัตเตอร์เวิร์ธ

ศาลดาวนวจักรพรรดิแห่งบัตเตอร์เวิร์ธ Butterworth Nine Emperor Gods Temple

รัฐปีนังในปัจจุบันไม่ได้มีแค่เกาะปีนัง หากยังกินพื้นที่ไปถึงฝั่งแผ่นดินตรงข้ามกันด้วย

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเดินทางมาถึงเขตบัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) บนฝั่งแผ่นดินเพียงเพื่อขึ้นเรือข้ามฟากไปฝั่งเกาะเท่านั้น ทว่าในรอบ 20 ปีหลัง บัตเตอร์เวิร์ธไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป เนื่องจากผู้คนมากหน้าหลายตาได้ปักหมุดไปยัง ‘Butterworth Nine Emperor Gods Temple’

‘Nine Emperor Gods’ ที่ภาษาฮกเกี้ยนนิยมเรียกว่า ‘กิ้วอ๋องเอี๋ย’ หรือ ‘กิ้วอ๋องไต่เต่’ คือเทพเจ้า 9 องค์ซึ่งเป็นตัวแทนของดาว 9 ดวงในกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ ชาวจีนบางถิ่นเชื่อกันว่าทั้ง 9 พระองค์จะเสด็จมาเยือนโลกมนุษย์ต้นเดือน 9 ของทุกปี เกิดเป็นประเพณีถือศีลกินเจเดือน 9 อันลือชื่อ

10 วัดน่าเที่ยวในปีนัง รัฐพหุวัฒนธรรมแห่งมาเลเซียที่มีครบทั้งวัดจีน อินเดีย พม่า ไทย

ในขณะที่ภาษาสากลนิยมเรียกศาลเจ้าแห่งนี้ด้วยชื่อดาวจักรพรรดิ 9 องค์ คนท้องถิ่นกลับนิยมเรียกที่นี่ว่า เต้าโบ้เก้ง (Tow Boo Kong) อันสื่อถึงพระแม่แห่งดวงดาวทั้ง 9 ดวงนี้ จะเรียกด้วยชื่อใดก็ตามแต่ เป็นที่รู้กันว่าศาลเจ้านี้เริ่มสร้างตั้งแต่ ค.ศ. 1971 ก่อนจะมีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อต่อเติมเรื่อย ๆ กระทั่งแล้วเสร็จในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2000 ด้วยทุนทรัพย์รวมทั้งสิ้นกว่า 7 ล้านริงกิตในสมัยนั้น

ทุก ๆ ครั้งที่เดือน 9 ในปฏิทินจีนเวียนมาบรรจบ ศาลเจ้าซึ่งขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดบนฝั่งแผ่นดินรัฐปีนังจะแลลานไปด้วยคลื่นมหาชนในชุดสีขาวที่ตบเท้าเข้ามาประกอบพิธีถือศีลกินผักกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน สร้างบรรยากาศแก่บัตเตอร์เวิร์ธให้มีชีวิตชีวาไม่น้อยหน้าฝั่งเกาะ

ที่ตั้ง : 894-896, MK14, Jalan Raja Uda, 12300 Butterworth, Pulau Pinang (แผนที่)

เวลาทำการ : ทุกวัน 08.00 – 22.00 น.

Writer & Photographer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load