ขวดน้ำผลไม้ Life Juice 3 รสชาติที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยแปะฉลากใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มตัวการ์ตูนดังจาก 3 ศิลปิน ปังปอนด์ของ ต่าย ขายหัวเราะ น้องมะม่วงของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิต และเด็กสามตาของ Alex Face ตัวละ 3 ลาย ที่เป็นวัยแบเบาะ วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

ตั้งแต่เปลี่ยนลายฉลากเป็นรุ่น Limited Edition นี้ ยอดขายก็พุ่งพรวดพราดอย่างเห็นได้ชัด

Greyhound

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Greyhound Life Juice Limited Edition ‘Power To Give’ ที่แบรนด์ตั้งใจทำเพื่อช่วยระดมทุนให้มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดซื้อเครื่องให้ความร้อนเด็กแรกเกิด สำหรับใช้ในสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ สถานรักษาพยาบาลแห่งใหม่ภายใต้คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ตั้งอยู่ไกลถึงบางปู

เคียงคู่กับน้ำผลไม้ทั้ง 9 ขวด ยังมีหนังโฆษณาที่เป็นสต็อปโมชันแอนิเมชันสั้นๆ 1 นาที เพื่อช่วยเล่าเรื่องที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร

ในเมื่อเรื่องราวในหนังโฆษณาเดินถอยหลังกลับมาถึงเด็กทารกแล้ว เราจึงอยากพาถอยต่อลงไปอีกถึงจุดกำเนิดของแคมเปญทั้งหมด ผ่านการพูดคุยกับทีมเบื้องหลัง ประกอบด้วย 3 ฝ่าย Greyhound Cafe ชูใจ กะ กัลยาณมิตร และหัวกลม

ตัวแทนจาก Greyhound Cafe คือ เบลล์-ชาคริยา อริยะสถิตย์มั่น และ เอ้-กฤชยา จันทรวัฒนาวณิช ผู้จัดการแผนกการตลาดทั้งสอง พร้อมกับ แวน-ภัทร พรหมมารักษ์ ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาดดิจิทัล ในขณะที่ฝั่งชูใจเราได้เจอ กิ๊บ-คมสัน วัฒนวาณิชกร ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งบริษ้ท และมี ต้น-ยศศิริ ใบศรี ผู้กำกับ เป็นตัวแทนจากหัวกลม

ทั้งหมดพากันมานั่งล้อมโต๊ะประชุมกลางออฟฟิศของชูใจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น และความรู้สึก ที่ได้จากการทำงานนี้

Greyhound

03

สามมือที่ร่วมกันปั้นเรื่องราวออกมา

เริ่มต้นจากเบื้องหลังการถ่ายทำกันก่อนเลย ขอบอกว่างานทำสต็อปโมชันมีรายละเอียดเยอะมาก

อย่างแรกที่ต้องทำคือการคำนวณ โดยต้น ตัวแทนทีมทำสต็อปโมชันจากหัวกลม คำนวณให้เราฟัง “เมื่อ 1 เฟรมคือ 1 ขวด ขวดหนึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร เราจะต้องใช้พื้นที่ยาวมากในการวางขวดต่อกัน สุดท้ายเราเลยทำแอนิเมชัน 12 เฟรมต่อวินาที แล้วทำความยาวแค่ 1 นาทีกว่าๆ พอ ใช้ขวดไปทั้งหมด 730 ขวด”

หลังจากได้ตัวเลขแล้ว จึงวาดเฟรมทั้งหมด 730 เฟรมนั้นในคอมพิวเตอร์ แล้วค่อยพรินต์ออกมาแปะขวดทีละขวด

Greyhound

แค่นี้ฟังว่ายากแล้ว แต่ต้นบอกว่า ส่วนยากที่สุดอยู่ในวันถ่ายทำต่างหาก “เราต้องหาพื้นที่ที่มีความยาวพอ แล้วต้องอยู่ในร่มด้วย ก็บังเอิญไปได้ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์นี่แหละ” ต้นบอก ก่อนอธิบายต่อถึงข้อจำกัดด้านเวลาว่า หากแสงเปลี่ยน สต็อปโมชันที่ออกมาจะดูไม่ไหลลื่น เขาต้องบริหารเวลาให้ถ่ายทำเสร็จในช่วง 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 ให้ได้ เขาจึงต้องพาทีมไปซักซ้อมก่อน 1 วัน และทำไม้บรรทัดที่จะช่วยวัดและวางเรียงขวดให้เร็วที่สุดด้วย

Greyhound

Greyhound

ส่วนยากอีกอย่างคือฟุตเทจเด็กแรกเกิดในตอนท้ายคลิป เพราะไม่รู้ว่าเด็กที่คลอดออกมาคนไหนจะต้องใช้เครื่องให้ความร้อนบ้าง เมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ต้องรีบทำเรื่องขอทั้งโรงพยาบาลและพ่อแม่เด็ก หลังจากถ่ายมาแล้ว ก็ต้องนำฟุตเทจมาวาดเป็นรูปเพื่อเชื่อมกับแอนิเมชันอีกทีหนึ่งด้วย

งานยากขนาดนี้ หากไม่ใช่หัวกลมก็อาจไม่สำเร็จ กิ๊บจากชูใจบอกว่า “เราเลือกต้นเพราะคิดว่าต้นน่าจะเหมาะสมกับงานแบบนี้ เขาค่อนข้างถนัดและทำมาเยอะ รู้ว่าจะจัดการกับเทคนิคนี้อย่างไร”

ส่วนเพลงประกอบ กิ๊บคิดออกแบบว่าอยากให้เป็นเพลงเด็ก คล้ายว่าเป็นเสียงของเด็กน้อยในตอนท้ายคลิปนั่นเอง ซึ่งก็ได้ ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร นักดนตรีวง Youth Brush มาแต่งเนื้อประกอบทำนองง่ายๆ อย่าง ABC นั่นเอง

Greyhound

02

การผสมวิธีคิดแบบ Greyhound Cafe และวิธีทำแบบชูใจ

หลังจากได้ดูงานเบื้องหน้า และฟังเรื่องเบื้องหลังแล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยว่า คิดอย่างไรถึงจับเอาขวดน้ำผลไม้มาผสมกับการบริจาคเงินเพื่อซื้อเครื่องทำความร้อนให้เด็กกัน

กิ๊บอธิบายโจทย์เริ่มต้นว่า Greyhound Cafe อยากทำแคมเปญเพื่อช่วยระดมทุนให้มูลนิธิรามาธิบดีฯ จะหยิบอุปกรณ์ไหนมาเป็นตัวดำเนินเรื่องก็ได้ ทีมชูใจจึงคิดว่าประเด็นเรื่องเด็กน่าจะสร้างความรู้สึกและทำให้คนอยากมีส่วนร่วมได้ง่ายกว่า พวกเขาหยิบเครื่องให้ความร้อนเด็กทารกมาเป็นตัวเล่าเรื่อง เมื่อพูดถึงเครื่องสำหรับช่วยเริ่มต้นชีวิต เนื้อหาก็ไปกันได้กับผลิตภัณฑ์ Life Juice ที่ Greyhound Cafe มีอยู่แล้วด้วย

Greyhound Greyhound

“พอได้โจทย์ตั้งต้นมาแล้ว เราก็คิดว่า Greyhound Cafe มันพูดกับคนสมัยใหม่ วิธีการคุยต้องร่วมสมัยหน่อย” กิ๊บเล่า “เราเลยนึกถึงคาแรกเตอร์ที่เป็นเด็ก เช่น น้องมะม่วง ปังปอนด์ และน้องสามตา แล้วก็จินตนาการว่าไม่ค่อยมีใครเห็นเขาโตเนอะ ถ้าได้เห็นเขาโตก็คงน่ารักดี”

ความคิดนี้จึงงอกเงยเป็นแผนการแรก คือสต็อปโมชันที่ทำให้ตัวการ์ตูนทั้งสามได้เติบโต แต่ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้แผนสุดท้ายกลายเป็นอย่างที่เห็น แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่ยังคงแนวคิดเดิมไว้

กิ๊บกล่าวถึงเนื้อหาของแอนิเมชัน 1 นาทีว่า “เราเชื่อว่าถ้าเด็กได้โอกาสที่ดี เขาจะทำสิ่งที่ดี เลยเล่าผ่านพี่ๆ แต่ละคนที่ได้อุทิศเพื่อสังคมในมุมต่างๆ แล้วเดินถอยหลังลงมาจนกลายเป็นฟุตเทจเด็กทารก เพื่อสื่อสารว่าถ้าให้โอกาสเด็กคนหนึ่งได้เติบโตมาในโลก แล้วเขาจะมาดูแลสังคมของพวกเรา”

Greyhound

01

หนึ่งโรงพยาบาลที่เราอยากช่วยเหลือ

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ นี่ไม่ใช่การร่วมมือกันครั้งแรกของ Greyhound Cafe และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ช่วง 7 ปีที่ผ่านมา แบรนด์นี้ทำโครงการช่วยเหลือโรงพยาบาลมาตลอด ภายใต้โจทย์ที่เปลี่ยนไปตามสถานะของโรงพยาบาลในเวลานั้น

ตัวอย่างวิธีการช่วยระดมทุนหาเงินบริจาคในแบบ Greyhound Cafe เช่นแคมเปญ Hip Dining คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้บริจาคเงินผ่านปีกไก่ทอด เมนูเด็ดประจำร้าน ที่เมื่อลูกค้าสั่ง ทางร้านจะแบ่งเงินบางส่วนที่ได้จากการขายปีกไก่ไปบริจาค หรือแคมเปญ Bread for Breath ที่บริจาคผ่านขนมปังซื่งบริการแก่ลูกค้าทุกคนฟรีอยู่แล้ว แต่หากจ่าย 5 บาทให้เจ้าขนมปังก้อนน้อยนี้ ทางร้านก็จะสมทบเพิ่มไปอีก 5 บาท เมื่อรวมจากจำนวนขนมปังทั้งหมดแล้ว ก็ได้เป็นเงินเพื่อมูลนิธิอีกก้อนหนึ่ง

Greyhound Greyhound

“ปีนี้เราอยากจะระดมทุนให้ได้มากกว่าปีที่แล้ว เพราะตึกจักรีนฤบดินทร์ซึ่งสร้างเสร็จแล้วยังขาดเครื่องมือทางการแพทย์ทั้งหมดอยู่” เบลล์บอก “ถ้าเรายังทำแบบเดิม เราอาจระดมทุนได้แค่จากคนที่มาทานอาหารที่ร้านเท่านั้น ส่วน Life Juice มันซื้อง่าย แชร์ง่าย แล้วพอเป็นของที่มีจำนวนจำกัด วาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง ก็ได้กลุ่มฐานแฟนคลับของศิลปินเหล่านี้ด้วย”

เอ้เสริมว่า “เราขาย Life Juice มาประมาณปีกว่าแล้ว เมื่อก่อนก็จะได้กลุ่มที่รักสุขภาพหรือกลุ่มที่ชอบน้ำผลไม้ แต่พอเรามีแคมเปญนี้ คนที่มาซื้อกลายเป็นมีทั้งคนมาตามหาลายน้องมะม่วง คนที่อยากช่วยทำบุญ ซื้อไปฝากลูกค้า เยี่ยมคน มันมีโอกาสให้ไปอยู่ในที่ต่างๆ ได้มากขึ้น พอยอดขายมากขึ้น ยอดบริจาคมันก็มากขึ้นไปด้วย”

หัวใจของทุกแคมเปญที่ Greyhound Cafe ทำ คือต้องสะดวกที่สุดสำหรับลูกค้า ยังคงตัวตนความเป็นแบรนด์ และในขณะเดียวกันก็ช่วยโรงพยาบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ

Greyhound

00

สิ่งสำคัญที่สถาบันการแพทย์ฯ ยังขาด

“การเกิดมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องโอกาสมากกว่า” นี่คือสิ่งที่กิ๊บบอก เมื่อพูดถึงประเด็นที่แคมเปญต้องการสื่อสาร

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ฯ เกิดขึ้นจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เมื่อทรงกางแผนที่แล้วมีพระราชดำริว่า บริเวณบางปูมีแต่เพียงทุ่งนาและโรงงานอุตสาหกรรม น่าจะมีคนเจ็บป่วยต้องการความช่วยเหลือไม่น้อย จึงจำเป็นต้องมีสถานรักษาพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่สร้างเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสาธารณสุขให้ประชาชนโดยตรง

“อย่างเครื่องนี้ มันไม่ใช่ว่าเด็กจะได้เข้าทุกคน มันมีคิวของมัน แล้วก็ต้องใช้เงิน บางคนต้องอยู่ในเครื่องนั้นเป็นวัน เป็นเดือน ลองนึกว่าถ้าเป็นคนจนๆ เขาจะทำอย่างไร” กิ๊บอธิบาย “แล้วพอไปที่สถาบันฯ มาเองเราก็รู้สึกเลยว่ามันแห้งแล้ง ไม่เหมือนโรงพยาบาลเอกชน มันขาดอะไรอีกเยอะ แต่ก็มีคนเข้าไปใช้บริการแล้วนะ เวลาเข้าไปแล้วจะรู้สึกเลยว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง”

แวนเสริมว่า “ปัญหาการเข้าถึงสาธารณสุขมันมีหลายมุม ทั้งมุมผู้ป่วย มุมแพทย์ มุมญาติผู้ป่วย ถ้ามันมีมุมไหนมุมหนึ่งที่เราพอจะช่วยได้ ถึงแค่เล็กน้อย เราก็อยากจะทำ”

Greyhound

Greyhound Life Juice Limited Edition ‘Power To Give’ มีจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ Greyhound Cafe และ Another Hound Cafe ทุกสาขา

Writer

Avatar

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

เวลาเห็นคนตกทุกข์ได้ยาก หมาแมวบาดเจ็บ และอีกหลายกรณีที่น่าเห็นใจ สิ่งแรกที่เกิดกับคนส่วนใหญ่คือ อยากจะช่วย แต่หลายครั้งที่ความอยากนั้นไม่ได้กลายเป็นการลงมือทำสักที

สาเหตุหลักข้อหนึ่งคือ คนจำนวนมากเคยชินกับการเดินทางไปมอบเงินหรือของด้วยตัวเองที่มูลนิธิ เพราะกลัวโดนมิจฉาชีพหลอก สุดท้ายก็รอหาเวลาว่าง รอไปรอมาจนไม่ได้ช่วยสักที

ปันบุญ คือเว็บไซต์ที่ธนาคารทหารไทย หรือ TMB จัดทำขึ้น เพื่อเป็นช่องทางที่น่าเชื่อถือให้เราบริจาคเงินแบบง่ายๆ ให้องค์กรการกุศลกว่า 70 แห่ง

วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

ในการจะสื่อสารให้คนทั่วไปรับรู้ถึงช่องทางนี้ TMB จึงชวนเอเจนซี่โฆษณาอย่าง ‘ชูใจ กะ กัลยาณมิตร’ มาช่วย จนเกิดเป็นแคมเปญ #PunboonForChange เพื่อบอกให้พี่น้องชาวไทยเห็นว่าการช่วยเหลือทุกความยากลำบากนั้นทำได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอวันว่างหรือวันพิเศษ ขอแค่คุณกล้าเปลี่ยน

จะทำยังไงให้หนังโฆษณางบประมาณ 2,220,000 บาท เรื่องนี้ ก่อให้เกิดการบริจาคเงินผ่านปันบุญมากกว่างบที่ลงไป

ชูใจฯ ตัดสินใจเอาเงินทั้งหมดที่ได้รับบริจาคให้ปันบุญ แล้วทำหนังโฆษณาราคา 0 บาท ดังนั้น แค่มีคนทั่วไปเห็นหนังโฆษณาเรื่องนี้แล้วกดบริจาคเงิน พวกเขาก็ทำสำเร็จแล้ว

แล้วเขาจะทำหนังโฆษณาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ยังไง ลองดูหนังโฆษณาเรื่องนี้ แล้วไปฟังเบื้องหลังวิธีคิดกัน

นี่คือหนังโฆษณาที่ทำด้วยงบประมาณ 0 บาท เพราะเงินค่าจ้างทั้งหมดที่ได้รับมา ได้ถูกเอาไปใช้กับ…. ร่วมเปลี่ยนแปลงและสร้างสังคมในแบบที่เราเชื่อเพิ่มเติมคลิก www.punboon.org#ปันบุญ #PunboonByTMB#PunboonForChange #TMBMakeTHEDifference

Posted by TMB on Monday, October 28, 2019

เมื่อธนาคารอยากช่วยสังคม

ปันบุญไม่ใช่แค่เว็บไซต์ที่มีมูลนิธิให้คนเลือกบริจาคอย่างเดียว แต่เป็น Total Foundation Solution ที่ช่วยมูลนิธิ ที่มีกำลังคนน้อยและมีปัญหาเรื่องการระดมทุน ให้มีระบบจัดการเอกสาร และการบริหารรายรับ-รายจ่ายดีขึ้น เพราะสิ่งที่ TMB มองเห็น คือมูลนิธิเหล่านั้นไม่ได้ถูกรับการช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่เขาก็อยากช่วยเหลือสังคมไม่แพ้องค์กรใหญ่ๆ”

คุณพรรณวลัย อินทราพิเชฐ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ของ TMB พูดถึงเว็บไซต์การกุศลที่เกิดขึ้นจากมือของธนาคาร 

คุณพรรณวลัย อินทราพิเชฐ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารการตลาดลูกค้าธุรกิจ ของ TMB

TMB ยึดหลักการเปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น โดย TMB มองว่าองค์กรการกุศลจำนวนมากที่ทำหน้าที่สร้างความการเปลี่ยนแปลง ผู้เป็นตัวแทนของผู้คนเข้าไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก กำลังมีปัญหาด้านการระดมทุน ซึ่งไม่ค่อยมีคนเข้ามาช่วยเหลือ TMB จึงสร้าง ‘ปันบุญ’ ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ 

ในหน้าเว็บไซต์ punboon.org แบ่งองค์กรการกุศลกว่า 70 องค์กรออกเป็นหมวดหมู่ตามงานที่ทำ เช่น เด็ก สตรี การศึกษา ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้บริโภค โบราณสถาน รวมไปถึงสัตว์ป่าและธรรมชาติ มีการให้ข้อมูลของทุกองค์กรพร้อมช่องทางการบริจาค โดยที่องค์กรต่างๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

การบริจาคก็ทำได้ง่ายและหลายช่องทาง เช่น กดโอนเงินผ่านระบบ E-banking ของทุกธนาคารในโทรศัพท์มือถือ หรือจะใช้การสแกน QR Code ก็ได้ แล้วก็ยังทำได้ผ่านการใช้บัตรเครดิตและ Rabbit LINE Pay เรียกว่าพร้อมบริจาคได้ทุกที่ทุกเวลา

คุณพรรณวลัยเล่าว่า “เงินทุกบาทที่เราบริจาคจะถูกส่งตรงสู่มูลนิธิ ซึ่งรับประกันความน่าเชื่อถือด้วยชื่อเสียงของธนาคาร TMB เราเข้าเว็บไปบริจาคได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอวาระสำคัญใดๆ บางวันตื่นมาอยากทำบุญก็เข้าไปโอนเงินร้อยสองร้อยบาทก็ได้ เราอยากให้คนไทยรู้จักและเปิดใจ ก็เลยชวนชูใจฯ เข้ามาช่วยสื่อสารเรื่องนี้”

ชูใจ กะ กัลยาณมิตร

ชูใจฯ กะ ปันบุญ

ชูใจ กะ กัลยาณมิตร คือครีเอทีฟเอเจนซี่ที่ปันบุญอยากเป็นกัลยาณมิตรด้วย

ถ้าไม่ใช่ชูใจฯ ก็จะไม่หากัลยาณมิตรอื่นมาช่วยเรื่องนี้

คุณพรรณวลัยเล่าว่า TMB อยากทำวิดีโอสักตัวที่แชร์ออกไปแล้วปันบุญจะเป็นที่รู้จัก เพื่อให้ทุกมูลนิธิในเว็บไซต์ได้รับเงินบริจาคมากขึ้น ชื่อแรกที่เธอนึกถึงคือ คุณเม้ง-ประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของชูใจฯ เพราะเขาให้ความสำคัญกับองค์กรสาธารณกุศล ทำผลงานด้านนี้มาหลายชิ้น และอยากช่วยคนยากลำบากเหมือนกัน

ชูใจ กะ กัลยาณมิตร

เมื่อคนคอเดียวกันมาเจอกัน จึงเกิดโจทย์แรกที่ TMB มอบให้ชูใจฯ

“พี่มีเงินให้สองล้านสองแสนสองหมื่นบาท สิ่งที่พี่อยากได้คือ ทำยังไงก็ได้ให้มูลนิธิที่อยู่ในปันบุญทั้งหมดได้รับเงินบริจาค วิดีโอไม่ต้องเลิศหรูก็ได้ พี่มีงบเท่านี้ จะทำยังไงก็ได้” คุณพรรณวลัยเล่าถึงบรีฟแรก

เม้งหายไป 2 อาทิตย์ แล้วกลับมาพร้อมคำตอบที่ทำให้เธอมั่นใจว่าเลือกคนไม่ผิด เพราะเม้งเอาเงินทั้งหมดมาคืนแล้วบอกเธอว่า

“พี่มีเท่านี้ ผมก็มีให้พี่เท่านี้ พี่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม งั้นผมขอเปลี่ยนก่อนเลย ผมไม่ทำหนังแล้ว ผมจะเอาเงินทั้งหมดนี้คืนให้ปันบุญ เพื่อจะบอกว่าการเปลี่ยนเริ่มต้นที่ตัวเรา เริ่มต้นที่เพื่อนพี่คนแรกก็คือผม”

ตีโจทย์ให้ขาด

เม้งคิดอะไรถึงขายงานแบบนั้นกลับไป จนทำให้คุณพรรณวลัยร้องว้าว

“ตอนแรกจะไม่ทำด้วย” เม้งหัวเราะ “เพราะมันยาก”

ยากตรงผลลัพธ์ที่ต้องทำให้มีคนบริจาคเยอะๆ เพราะไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าจะมีคนบริจาคมากกว่าเงิน 2,220,000 บาท ที่ลงไป ขนาดวิดีโอที่เคยทำดังจนดังเป็นไวรัล ยอดบริจาคยังได้ไม่ถึงเป้า ถ้าทำไปแล้วได้เงินกลับมาแค่ล้านเดียว จะทำไปทำไม

“ความจริงมันก็ตลกนะ เป้าหมายของเราคือ อยากทำประโยชน์ อยากช่วยมูลนิธิ แต่เราเอาเงินไปเสียกับค่าโปรดักชันเยอะกว่าคนที่เข้ามาบริจาค ผมก็นั่งคุยกับเพื่อนแบบกำปั้นทุบดินว่า กูเอาเงินสองล้านไปบริจาคคืนเขา เขายังได้เยอะกว่าทำหนังอีก”

เม้งเล่าวิธีคิดที่หลายคนมองว่าประหลาด แต่พวกเขามองว่าเป็นการทำบุญ ที่ผ่านมาชูใจฯ ทำบุญผ่านโครงการแบบนี้เสมอ เพราะอยากช่วยให้สังคมดีขึ้น แต่นี่ยังไม่ใช่ความคิดแรกที่เขาจะเสนอกับ TMB

ชูใจ กะ กัลยาณมิตร

ช่วงแรก เขานั่งระดมความคิดกับทีมว่า วิดีโอของปันบุญจะพูดกับสังคมแบบไหนให้คนอยากทำบุญ ทั้งคนที่ไม่มีโอกาสทำบุญ คนเมืองที่ยุ่งมาก หรือคนที่ชอบบ่นแต่ไม่ทำ เขาคิดแนวทางของหนังได้ 5 แบบ แต่สุดท้าย สงสัยว่ามันจะเวิร์กจริงหรือ เพราะจากประสบการณ์ที่เคยทำแคมเปญรับบริจาคเงิน ถึงจะได้ออกสื่อมากมาย แต่กลับได้เงินไม่มากนัก เขากลัวจะเกิดเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม จึงเปลี่ยนแผน

“จากที่เราเคยทำหนังโฆษณามา เราอาจจะได้เงินบริจาคหรือไม่ได้ก็ได้ เราเลยคิดว่าจะทำยังไงดีให้มูลนิธิได้เงินจากเราแน่ๆ แบบไม่ต้องลุ้น เราก็เลยเลือกวิธีใหม่ เอาเงินทั้งหมดไปบริจาคให้ทุกองค์กร องค์กรละสามหมื่นบาท แต่เราก็ต้องรับผิดชอบกับลูกค้าด้วย เพราะถ้าบริจาคอย่างเดียวเขาคงงงว่าจะมาจ้างเราทำไม เราก็เลยทำหนังเหมือนเดิม แต่เป็นหนังที่ใช้งบโปรดักชันศูนย์บาท” เม้งเล่าถึงเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้

กระบวนการที่บ้าบิ่น แต่อิ่มใจ

เมื่อเสนอความคิดนี้กับ TMB แล้วผ่าน เม้งรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะถ้าเลือกทำหนังแล้วยังต้องหาเงินบริจาคให้ได้เกิน 2 ล้านบาท เขาคงเครียดมาก แต่ตอนนี้ยังไงยอดเงินบริจาคก็เกินแน่ๆ
เม้งเริ่มทำงานนี้เหมือนหนังโฆษณาทั่วไป คือโทรไปชวนผู้กำกับ (รอบนี้เป็น พี่ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง) โปรดิวเซอร์ คนทำเสียง ตากล้อง นักแสดง ฯลฯ แต่สิ่งที่ต่างไปคือเขาโทรไปบรีฟว่า 

 พี่ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง
วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

“ผมกำลังทำสิ่งนี้อยู่ อยากให้พี่ต้อมมากำกับให้หน่อย แต่วิธีกำกับของพี่ง่ายๆ เลย คือกดมือถือแล้วโอนเงินเข้ามูลนิธิ จบ เสร็จงาน งานพี่สั้นมาก ไม่กินแรงใคร”  

วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

เขาโทรไปชวนทุกคนด้วยประโยคลักษณะนี้ ไม่ว่าจะกี่คนก็ตอบตกลง เพราะไม่มีใครเสียเวลากับเรื่องนี้เลย คนวาดสตอรี่บอร์ดก็ไม่ต้องวาด ตากล้องก็ไม่ต้องถ่าย แถมได้ร่วมบุญจากเงินที่เป็นค่าตัวในส่วนของเขา เขาแบ่งค่าตัวจากงบประมาณที่ได้มาจ่ายให้แต่ละฝ่ายตามความเป็นจริง และให้ทีมงานเหล่านั้นโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธิในเว็บปันบุญตามที่แต่ละคนสนใจ บางคนโอนให้เรื่องเด็ก บางคนโอนให้คนพิการ หรือบางคนก็โอนให้หน่วยกู้ภัย (The Cloud ก็โอนให้มูลนิธิรักษ์ไทยกับโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ในฐานะพื้นที่สื่อ) 

วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน
วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

เม้งขอแวะไปหาทีมงานทุกคนเพื่อเอากล้องหรือโทรศัพท์มือถือไปถ่ายคลิปง่ายๆ ว่าพวกเขาโอนเงินจริงๆ นะ แล้วก็เอากลับมาตัดต่อด้วยโปรแกรมธรรมดาๆ จะได้ไม่เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

สังคมเปลี่ยนได้ แม้คุณไม่มีเวลา

เม้งพูดถึงสิ่งที่เขาได้รับจากงานนี้ว่า ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวที่ได้ แต่ได้ทั้งออฟฟิศ เพราะทุกคนช่วยกันคิดช่วยกันทำได้ประโยชน์พร้อมกัน ถึงจะไม่ได้เงิน แต่ก็ไม่ได้เสียอะไร อย่างน้อยก็ได้ช่วยบริจาคเงินเป็นล้าน น่าจะทำให้สังคมดีขึ้นได้

วิธีทำหนังโฆษณา ปันบุญ เว็บบริจาคเงิน ด้วยงบ 0 บาทโดยไม่มีสตอรี่บอร์ด ไม่ถ่ายทำ แค่กดบริจาคเงิน

“ผมกลับมาคิดถึงความรู้สึกของวันแรกที่อยากช่วยเหลือมูลนิธิ แล้วถามตัวเองว่ามูลนิธิจะได้ประโยชน์จากงานที่เราทำจริงไหม จะเป็นหนังที่รับเงินแล้วคนก็ลืมมันไปอย่างนั้นหรอ การเอาเงินมาบริจาคแทนการทำหนังเห็นผลดีที่สุด ผมเลยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่คิดว่าการทำแบบนี้ก็เหมือนได้ทำแทนเงินที่เรารอในอนาคตแล้ว ในฐานะนักโฆษณา ผมชอบบอกว่าอะไรดีหรือไม่ดี บางครั้งคนที่ทำงานรณรงค์งดสูบบุหรี่ แต่คนทำงานจริงๆ บางคนอาจจะทำสูบบุหรี่ก็ได้ เพราะฉะนั้น ทีมงานทุกคนในชูใจฯ ก็ควรทำให้คนอื่นเห็นก่อนว่าเราบริจาคจริงๆ” เม้งทิ้งท้าย

ความตั้งใจที่ทางชูใจฯ และ TMB มีทำร่วมกัน คือต้องการให้คนเข้าไปร่วมบริจาคเงินเยอะๆ แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้อะไรจากตรงนั้น แต่คนที่ได้แน่ๆ คือมูลนิธิที่พร้อมจะช่วยเหลือทุกความยากลำบากในสังคม

เมื่อมีช่องทางดีๆ เป็นสะพานเชื่อมในการยื่นมือไปช่วยได้แล้ว แม้เวลาของแต่ละคนจะมีไม่เท่ากัน แต่เราเชื่อว่าทุกคนทำให้อีกหลายชีวิตมีความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ

หรือคุณว่าไม่จริง


Creative Team : ชูใจ กะ กัลยาณมิตร 

ประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์

ปัณณวิชณ์ แซ่โง้ว 

อารัมภ์ ศรีสมาน

AE Team : ชูใจ กะ กัลยาณมิตร 

ณัฐวัฒน์ ขันโททอง

ภัทรภร ศรีถาวร

ภาพ : ชูใจ กะ กัลยาณมิตร

Writer

Avatar

พัชญ์สิตา ไพบูลย์ศิริ

นัก (ชอบ) เขียนบ้ากล้องที่ชอบถ่ายรูปตัวเองเป็นพิเศษ เสพติดเสียงธรรมชาติ กลิ่นฝน และสีเลือดฝาดบนใบหน้า ที่ใช้เวลาเขียนงานไปพร้อมๆ กับติ่งอปป้าอย่างใจเย็น

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load