ขวดน้ำผลไม้ Life Juice 3 รสชาติที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยแปะฉลากใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มตัวการ์ตูนดังจาก 3 ศิลปิน ปังปอนด์ของ ต่าย ขายหัวเราะ น้องมะม่วงของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิต และเด็กสามตาของ Alex Face ตัวละ 3 ลาย ที่เป็นวัยแบเบาะ วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

ตั้งแต่เปลี่ยนลายฉลากเป็นรุ่น Limited Edition นี้ ยอดขายก็พุ่งพรวดพราดอย่างเห็นได้ชัด

Greyhound

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Greyhound Life Juice Limited Edition ‘Power To Give’ ที่แบรนด์ตั้งใจทำเพื่อช่วยระดมทุนให้มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดซื้อเครื่องให้ความร้อนเด็กแรกเกิด สำหรับใช้ในสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ สถานรักษาพยาบาลแห่งใหม่ภายใต้คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ตั้งอยู่ไกลถึงบางปู

เคียงคู่กับน้ำผลไม้ทั้ง 9 ขวด ยังมีหนังโฆษณาที่เป็นสต็อปโมชันแอนิเมชันสั้นๆ 1 นาที เพื่อช่วยเล่าเรื่องที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร

ในเมื่อเรื่องราวในหนังโฆษณาเดินถอยหลังกลับมาถึงเด็กทารกแล้ว เราจึงอยากพาถอยต่อลงไปอีกถึงจุดกำเนิดของแคมเปญทั้งหมด ผ่านการพูดคุยกับทีมเบื้องหลัง ประกอบด้วย 3 ฝ่าย Greyhound Cafe ชูใจ กะ กัลยาณมิตร และหัวกลม

ตัวแทนจาก Greyhound Cafe คือ เบลล์-ชาคริยา อริยะสถิตย์มั่น และ เอ้-กฤชยา จันทรวัฒนาวณิช ผู้จัดการแผนกการตลาดทั้งสอง พร้อมกับ แวน-ภัทร พรหมมารักษ์ ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาดดิจิทัล ในขณะที่ฝั่งชูใจเราได้เจอ กิ๊บ-คมสัน วัฒนวาณิชกร ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งบริษ้ท และมี ต้น-ยศศิริ ใบศรี ผู้กำกับ เป็นตัวแทนจากหัวกลม

ทั้งหมดพากันมานั่งล้อมโต๊ะประชุมกลางออฟฟิศของชูใจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น และความรู้สึก ที่ได้จากการทำงานนี้

Greyhound

03

สามมือที่ร่วมกันปั้นเรื่องราวออกมา

เริ่มต้นจากเบื้องหลังการถ่ายทำกันก่อนเลย ขอบอกว่างานทำสต็อปโมชันมีรายละเอียดเยอะมาก

อย่างแรกที่ต้องทำคือการคำนวณ โดยต้น ตัวแทนทีมทำสต็อปโมชันจากหัวกลม คำนวณให้เราฟัง “เมื่อ 1 เฟรมคือ 1 ขวด ขวดหนึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร เราจะต้องใช้พื้นที่ยาวมากในการวางขวดต่อกัน สุดท้ายเราเลยทำแอนิเมชัน 12 เฟรมต่อวินาที แล้วทำความยาวแค่ 1 นาทีกว่าๆ พอ ใช้ขวดไปทั้งหมด 730 ขวด”

หลังจากได้ตัวเลขแล้ว จึงวาดเฟรมทั้งหมด 730 เฟรมนั้นในคอมพิวเตอร์ แล้วค่อยพรินต์ออกมาแปะขวดทีละขวด

Greyhound

แค่นี้ฟังว่ายากแล้ว แต่ต้นบอกว่า ส่วนยากที่สุดอยู่ในวันถ่ายทำต่างหาก “เราต้องหาพื้นที่ที่มีความยาวพอ แล้วต้องอยู่ในร่มด้วย ก็บังเอิญไปได้ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์นี่แหละ” ต้นบอก ก่อนอธิบายต่อถึงข้อจำกัดด้านเวลาว่า หากแสงเปลี่ยน สต็อปโมชันที่ออกมาจะดูไม่ไหลลื่น เขาต้องบริหารเวลาให้ถ่ายทำเสร็จในช่วง 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 ให้ได้ เขาจึงต้องพาทีมไปซักซ้อมก่อน 1 วัน และทำไม้บรรทัดที่จะช่วยวัดและวางเรียงขวดให้เร็วที่สุดด้วย

Greyhound

Greyhound

ส่วนยากอีกอย่างคือฟุตเทจเด็กแรกเกิดในตอนท้ายคลิป เพราะไม่รู้ว่าเด็กที่คลอดออกมาคนไหนจะต้องใช้เครื่องให้ความร้อนบ้าง เมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ต้องรีบทำเรื่องขอทั้งโรงพยาบาลและพ่อแม่เด็ก หลังจากถ่ายมาแล้ว ก็ต้องนำฟุตเทจมาวาดเป็นรูปเพื่อเชื่อมกับแอนิเมชันอีกทีหนึ่งด้วย

งานยากขนาดนี้ หากไม่ใช่หัวกลมก็อาจไม่สำเร็จ กิ๊บจากชูใจบอกว่า “เราเลือกต้นเพราะคิดว่าต้นน่าจะเหมาะสมกับงานแบบนี้ เขาค่อนข้างถนัดและทำมาเยอะ รู้ว่าจะจัดการกับเทคนิคนี้อย่างไร”

ส่วนเพลงประกอบ กิ๊บคิดออกแบบว่าอยากให้เป็นเพลงเด็ก คล้ายว่าเป็นเสียงของเด็กน้อยในตอนท้ายคลิปนั่นเอง ซึ่งก็ได้ ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร นักดนตรีวง Youth Brush มาแต่งเนื้อประกอบทำนองง่ายๆ อย่าง ABC นั่นเอง

Greyhound

02

การผสมวิธีคิดแบบ Greyhound Cafe และวิธีทำแบบชูใจ

หลังจากได้ดูงานเบื้องหน้า และฟังเรื่องเบื้องหลังแล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยว่า คิดอย่างไรถึงจับเอาขวดน้ำผลไม้มาผสมกับการบริจาคเงินเพื่อซื้อเครื่องทำความร้อนให้เด็กกัน

กิ๊บอธิบายโจทย์เริ่มต้นว่า Greyhound Cafe อยากทำแคมเปญเพื่อช่วยระดมทุนให้มูลนิธิรามาธิบดีฯ จะหยิบอุปกรณ์ไหนมาเป็นตัวดำเนินเรื่องก็ได้ ทีมชูใจจึงคิดว่าประเด็นเรื่องเด็กน่าจะสร้างความรู้สึกและทำให้คนอยากมีส่วนร่วมได้ง่ายกว่า พวกเขาหยิบเครื่องให้ความร้อนเด็กทารกมาเป็นตัวเล่าเรื่อง เมื่อพูดถึงเครื่องสำหรับช่วยเริ่มต้นชีวิต เนื้อหาก็ไปกันได้กับผลิตภัณฑ์ Life Juice ที่ Greyhound Cafe มีอยู่แล้วด้วย

Greyhound Greyhound

“พอได้โจทย์ตั้งต้นมาแล้ว เราก็คิดว่า Greyhound Cafe มันพูดกับคนสมัยใหม่ วิธีการคุยต้องร่วมสมัยหน่อย” กิ๊บเล่า “เราเลยนึกถึงคาแรกเตอร์ที่เป็นเด็ก เช่น น้องมะม่วง ปังปอนด์ และน้องสามตา แล้วก็จินตนาการว่าไม่ค่อยมีใครเห็นเขาโตเนอะ ถ้าได้เห็นเขาโตก็คงน่ารักดี”

ความคิดนี้จึงงอกเงยเป็นแผนการแรก คือสต็อปโมชันที่ทำให้ตัวการ์ตูนทั้งสามได้เติบโต แต่ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้แผนสุดท้ายกลายเป็นอย่างที่เห็น แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่ยังคงแนวคิดเดิมไว้

กิ๊บกล่าวถึงเนื้อหาของแอนิเมชัน 1 นาทีว่า “เราเชื่อว่าถ้าเด็กได้โอกาสที่ดี เขาจะทำสิ่งที่ดี เลยเล่าผ่านพี่ๆ แต่ละคนที่ได้อุทิศเพื่อสังคมในมุมต่างๆ แล้วเดินถอยหลังลงมาจนกลายเป็นฟุตเทจเด็กทารก เพื่อสื่อสารว่าถ้าให้โอกาสเด็กคนหนึ่งได้เติบโตมาในโลก แล้วเขาจะมาดูแลสังคมของพวกเรา”

Greyhound

01

หนึ่งโรงพยาบาลที่เราอยากช่วยเหลือ

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ นี่ไม่ใช่การร่วมมือกันครั้งแรกของ Greyhound Cafe และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ช่วง 7 ปีที่ผ่านมา แบรนด์นี้ทำโครงการช่วยเหลือโรงพยาบาลมาตลอด ภายใต้โจทย์ที่เปลี่ยนไปตามสถานะของโรงพยาบาลในเวลานั้น

ตัวอย่างวิธีการช่วยระดมทุนหาเงินบริจาคในแบบ Greyhound Cafe เช่นแคมเปญ Hip Dining คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้บริจาคเงินผ่านปีกไก่ทอด เมนูเด็ดประจำร้าน ที่เมื่อลูกค้าสั่ง ทางร้านจะแบ่งเงินบางส่วนที่ได้จากการขายปีกไก่ไปบริจาค หรือแคมเปญ Bread for Breath ที่บริจาคผ่านขนมปังซื่งบริการแก่ลูกค้าทุกคนฟรีอยู่แล้ว แต่หากจ่าย 5 บาทให้เจ้าขนมปังก้อนน้อยนี้ ทางร้านก็จะสมทบเพิ่มไปอีก 5 บาท เมื่อรวมจากจำนวนขนมปังทั้งหมดแล้ว ก็ได้เป็นเงินเพื่อมูลนิธิอีกก้อนหนึ่ง

Greyhound Greyhound

“ปีนี้เราอยากจะระดมทุนให้ได้มากกว่าปีที่แล้ว เพราะตึกจักรีนฤบดินทร์ซึ่งสร้างเสร็จแล้วยังขาดเครื่องมือทางการแพทย์ทั้งหมดอยู่” เบลล์บอก “ถ้าเรายังทำแบบเดิม เราอาจระดมทุนได้แค่จากคนที่มาทานอาหารที่ร้านเท่านั้น ส่วน Life Juice มันซื้อง่าย แชร์ง่าย แล้วพอเป็นของที่มีจำนวนจำกัด วาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง ก็ได้กลุ่มฐานแฟนคลับของศิลปินเหล่านี้ด้วย”

เอ้เสริมว่า “เราขาย Life Juice มาประมาณปีกว่าแล้ว เมื่อก่อนก็จะได้กลุ่มที่รักสุขภาพหรือกลุ่มที่ชอบน้ำผลไม้ แต่พอเรามีแคมเปญนี้ คนที่มาซื้อกลายเป็นมีทั้งคนมาตามหาลายน้องมะม่วง คนที่อยากช่วยทำบุญ ซื้อไปฝากลูกค้า เยี่ยมคน มันมีโอกาสให้ไปอยู่ในที่ต่างๆ ได้มากขึ้น พอยอดขายมากขึ้น ยอดบริจาคมันก็มากขึ้นไปด้วย”

หัวใจของทุกแคมเปญที่ Greyhound Cafe ทำ คือต้องสะดวกที่สุดสำหรับลูกค้า ยังคงตัวตนความเป็นแบรนด์ และในขณะเดียวกันก็ช่วยโรงพยาบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ

Greyhound

00

สิ่งสำคัญที่สถาบันการแพทย์ฯ ยังขาด

“การเกิดมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องโอกาสมากกว่า” นี่คือสิ่งที่กิ๊บบอก เมื่อพูดถึงประเด็นที่แคมเปญต้องการสื่อสาร

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ฯ เกิดขึ้นจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เมื่อทรงกางแผนที่แล้วมีพระราชดำริว่า บริเวณบางปูมีแต่เพียงทุ่งนาและโรงงานอุตสาหกรรม น่าจะมีคนเจ็บป่วยต้องการความช่วยเหลือไม่น้อย จึงจำเป็นต้องมีสถานรักษาพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่สร้างเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสาธารณสุขให้ประชาชนโดยตรง

“อย่างเครื่องนี้ มันไม่ใช่ว่าเด็กจะได้เข้าทุกคน มันมีคิวของมัน แล้วก็ต้องใช้เงิน บางคนต้องอยู่ในเครื่องนั้นเป็นวัน เป็นเดือน ลองนึกว่าถ้าเป็นคนจนๆ เขาจะทำอย่างไร” กิ๊บอธิบาย “แล้วพอไปที่สถาบันฯ มาเองเราก็รู้สึกเลยว่ามันแห้งแล้ง ไม่เหมือนโรงพยาบาลเอกชน มันขาดอะไรอีกเยอะ แต่ก็มีคนเข้าไปใช้บริการแล้วนะ เวลาเข้าไปแล้วจะรู้สึกเลยว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง”

แวนเสริมว่า “ปัญหาการเข้าถึงสาธารณสุขมันมีหลายมุม ทั้งมุมผู้ป่วย มุมแพทย์ มุมญาติผู้ป่วย ถ้ามันมีมุมไหนมุมหนึ่งที่เราพอจะช่วยได้ ถึงแค่เล็กน้อย เราก็อยากจะทำ”

Greyhound

Greyhound Life Juice Limited Edition ‘Power To Give’ มีจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ Greyhound Cafe และ Another Hound Cafe ทุกสาขา

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

ช่วงที่ผ่านมา #ไอติมราดซีอิ๊วดำ เป็นที่กล่าวขานถึงอย่างหนาหู ทำให้ฉันเข้าใจไปว่า นี่คือเทรนด์เปิบพิสดารกระแสใหม่ในโลกโซเชียล ที่ดังขึ้นมาด้วยการเล่นพิเรนทร์ของใครบางคน ทิศทางคล้ายๆ กับไก่ทอดโค้กและชาชีส

จนกระทั่งฉันพบว่า ป้ายคล้องคอขวดซีอิ๊วดำตราเด็กสมบูรณ์ ที่เขียนกำกับชัดเจนพร้อมรูปประกอบสวยงามว่า ‘ใช้ราดไอศครีมได้’ เป็นป้ายทางการจากบริษัทหยั่นหว่อหยุ่น เจ้าของยี่ห้อเด็กสมบูรณ์โดยตรง

อ้าว สรุปแล้วคือทำแคมเปญจริงจังเหรอ

เมื่อฉันได้มาคุยกับ คุณเสริมชาติ พรฉายา Marketing Director ประจำสำนักงานใหญ่ของหยั่นหว่อหยุ่น ทำให้เข้าใจว่าแคมเปญนี้ จริงจังเสียยิ่งกว่าจริงจัง และแคมเปญไม่ได้หยุดที่แค่ป้ายคล้องคอเท่านั้น แต่ยังจะงอกเงยถึงขนาดกลายเป็นไอศครีมรสซีอิ๊วดำ!

ถ้าอยากรู้ต้นตอของแนวคิดการปรุงรสอันแหวกแนว คงต้องเริ่มชิมกันตั้งแต่รสแรก

ไอติมราดซีอิ๊วดำ

รสชาตินี้ ท่านได้แต่ใดมา

ตลาดซอสปรุงรสในเมืองไทยซึ่งเป็นประเทศแห่งการทำและกินอาหาร ถือว่ามีขนาดใหญ่มาก แบรนด์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด 30 เปอร์เซ็นต์ คือเด็กสมบูรณ์ ถึงจะเป็นผู้นำตลาดแล้ว แต่แบรนด์ซอสปรุงรสเก่าแก่ก็ยังไม่พอใจ อยากจะขยายฐานให้ใหญ่กว่านี้ ด้วยวิธีคิดใหม่ เพราะเหตุผล 2 ข้อ

ข้อแรก แม้ตลาดซอสปรุงรสจะมีขนาดใหญ่ แต่เป็นตลาดที่นิ่ง ต่างจากตลาดเครื่องดื่มที่มีโอกาสเติบโตในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงเทศกาล “ไม่ว่าคุณจะหยุดยาวแค่ไหน คุณก็ยังกินอาหารสามมื้อ ขนาดของตลาดซอสปรุงรสจึงขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร ประชากรเพิ่มลดเท่าไร ตลาดก็ขยายได้แค่เท่านั้น เรียกว่าเป็น organic growth” คุณเสริมชาติให้ข้อมูล

ไอติมราดซีอิ๊วดำ

อีกข้อหนึ่งคือ ความรู้ในการนำซอสปรุงรสไปใช้มีจำกัด คุณเสริมชาติลองให้ฉันลองคิดเมนูอาหารที่ทำจากซีอิ๊วดำหรือเต้าเจี้ยวมาสัก 10 อย่าง ซึ่งคนห่างครัวอย่างฉันคิดออกไม่ถึงครึ่ง เกมสั้นๆ นี้นำมาสู่ข้อสรุปว่า

“การพยายามขยายตลาด หากยังติดอยู่ในจานอาหารคาว มันก็จะได้แค่เท่านี้จริงๆ”

เสริมชาติ พรฉายา

สูตรอาหารแบบผู้นำ

“ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาด ถ้าคุณอยากจะโต ก็ต้องขยายการใช้งาน” คุณเสริมชาติมองว่าหน้าที่ของ ‘เจ้าตลาด’ หรือผู้ประกอบการที่มีส่วนแบ่งในตลาดนั้นเยอะ ควรนำเสนอวิธีใหม่ๆ ในการใช้งานสินค้า เพี่อขยายโอกาสในการบริโภค โดยเฉพาะในวงการเครื่องปรุงรส ที่ปริมาณการใช้ขึ้นกับโอกาสทำอาหาร หากโอกาสเพิ่มขึ้น เครื่องปรุงรสก็จะขายดีขึ้น

แล้วเรายังเอาซีอิ๊วไปใช้ทำอะไรได้อีก

ทิศทางที่หยั่นหว่อหยุ่นเลือก คือการ ‘ข้าม’ จากวงการอาหารคาวไปสู่โลกแห่งขนมหวาน เขาแอบกระซิบว่า ความจริงแล้ว ซอสของเด็กสมบูรณ์ก็แอบอยู่ในอาหารกึ่งหวานกึ่งเค็มอย่างขนมปังไส้หมูหยองของเบเกอรี่ต่างๆ มาตลอด แต่ยังไม่มีแคมเปญใดที่ฉีกออกไปจากกลุ่มเป้าหมายเดิมมากถึงเพียงนี้มาก่อน

ไอติมราดซีอิ๊วดำ ไอติมราดซีอิ๊วดำ

“นี่คือการบอกกับทุกคนว่า สินค้าของเราไม่ได้อยู่แค่ในจานข้าวหรืออาหารคาว ต่อจากนี้ไป คุณจะเอาไปปั่นทำมิลก์เชกก็ได้ ทำกับเบเกอรี่ก็ได้ เอาไปทำกับไอติมอย่างที่เราทำก็ได้ สุดท้ายผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคจะเปลี่ยนการรับรู้ว่า ซีอิ๊วดำทำได้ทั้งคาวทั้งหวาน แล้วเขาจะกลับมาซื้อสินค้านี้ มูลค่าตลาดก็จะใหญ่ขึ้น”

คุณเสริมชาติเล่ากลยุทธ์ที่ไม่ได้เพิ่มแค่ยอดขายของตัวเอง แต่ขยายฐานของตลาดไปพร้อมๆ กัน

เราจะทำให้อร่อยที่สุด

การเปลี่ยนซอสเค็มๆ ให้กลายเป็นเครื่องปรุงของหวานไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการคิดค้น ทดลอง และตระเตรียม มานานนม เร่ิมจากออกไอเดียว่าจะเลือกชูซอสปรุงรสตัวไหนก่อนหลัง ไปจนถึงการชิมแล้วชิมอีกจนมั่นใจว่ารสชาติจะออกมาดีจริงๆ

“เราเริ่มคิดจากว่า เวลาเราทำขนมหวาน ไอศครีมหรือกาแฟมีวัตถุดิบหนึ่งที่อร่อยคือ คาราเมล ในคาราเมลประกอบไปด้วยเกลือ น้ำตาล และเนย เทียบกับสินค้าของเราซึ่งมีเกลือทุกตัว มีเบสที่เป็นซอสถั่วเหลือง (ซีอิ๊วดิบ) อยู่ 3 ตัว คือเต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และมีน้ำตาลอยู่ 1 ตัวคือซีอิ๊วดำ พวกนี้คือวัตถุดิบหลักๆ ของคาราเมลเลยนะ เราเลยเริ่มที่ซีอิ๊วดำก่อนเป็นอันดับแรก”

ไอศกรีม ไอติมราดซีอิ๊วดำ

หลังจากตัดสินใจใช้ซีอิ๊วดำมาทำไอศครีม ก็ต้องทดลองทำและปรับปรุงให้อร่อย ด้วยการใช้วิธี sensory test นั่นคือการให้ชิมโดยที่ไม่รู้ว่าคืออะไร และมีการใช้แสงสีหลอกตาเพื่อให้ของที่ชิมดูไม่สวยงาม “คนเรามีมุมมองฝังหัวอยู่ พอเห็นซีอิ๊วดำราดไอศครีมปุ๊บ ในหัวจะคิดภาพข้าวมันไก่ก่อนเลย ดังนั้นถ้าจะลองว่าอร่อยหรือไม่อร่อย ต้องตัดรูปลักษณ์ออกไปก่อน ถ้าทดลองแบบนี้แล้วใช้ได้ ก็ถือว่าผ่าน”

แต่ด้วยความซับซ้อนของซีอิ๊วที่มีถึง 7 สูตร ทำให้ยังไม่ได้ข้อสรุปเสียที หยั่นหว่อหยุ่นจึงตัดสินใจนำเสนอซีอิ๊วดำในฐานะท็อปปิ้งราดไอศครีมก่อน ในงาน THAIFEX ซึ่งเป็นงานอาหารขนาดใหญ่ของไทย ปรากฏว่าประสบความสำเร็จดีเกินคาด เลยทำเป็นป้ายคล้องขวดเสียเลย เพื่อให้เกิดภาพของการใช้ได้ทั้งกับอาหารคาวและหวานมากขึ้น ถึงแม้ป้ายจะทำออกมาตั้งแต่ช่วงพฤษภาคมของปี 2560 แล้ว แต่ไวรัลการใช้ซีอิ๊วดำราดไอศครีมก็บังเอิญมาประจวบเหมาะกับจังหวะที่บริษัทปล่อยไอศครีมรสซีอิ๊วดำและบ๊วยเจี่ยพอดี

ไอติมราดซีอิ๊วดำ

“ถามว่ามันดังด้วยความบังเอิญรึเปล่า ก็ไม่เชิง เพราะเราวางแผนไว้ก่อนแล้ว แค่บังเอิญจังหวะมันมาพร้อมกัน เราพยายามทำของเราไป พอกระแสมาเราก็รีบคว้าโอกาสไว้”

ไม่หยุดแค่ที่ผลิตภัณฑ์

ถึงแม้จะลงทุนประดิษฐ์เมนูใหม่กันมากมาย แต่เสริมชาติกลับมองว่าการออกผลิตภัณฑ์เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะผลลัพธ์จากแคมเปญนี้ที่ยั่งยืนยิ่งกว่า คือแนวคิดว่าการนำซีอิ๊วดำมาทำของหวาน เป็นเรื่องเป็นไปได้

“ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าบริษัทไอศครีมไหนจะมาร่วมแบรนด์ด้วย จะมาขอเอา know-how ของเราไปใช้ หรือจะออกผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้วมาซื้อวัตถุดิบเรา เราก็ยินดี เพราะจุดประสงค์ของเราคือการทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น ไม่ใช่แค่แบรนด์อย่างเดียว”

เขาคาดหวังว่า ให้หลังจากนี้อีกสัก 5 หรือ 10 ปี ภาพที่คนเห็นเด็กสมบูรณ์ และอาจรวมถึงทั้งตลาดซอสปรุงรส ครอบคลุมมากกว่าแค่ของคาว กลายเป็นเข้ากันได้กับทั้งของคาวและของหวาน สิ่งที่เด็กสมบูรณ์ทำอยู่จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นการให้ความรู้กับกลุ่มผู้บริโภคว่า ซีอิ๊วเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในอาหารอย่างผัดผักหรือหมึกย่างเท่านั้น แต่ยังเป็นอะไรได้อีกมากมาย

ไอติมราดซีอิ๊วดำ ไอติมราดซีอิ๊วดำเด็กสมบูรณ์

ในอีกด้านหนึ่ง การเสนอภาพที่เกี่ยวข้องกับของหวานเป็นการเปลี่ยนระดับแบรนด์ให้ดู ‘เด็กลง’ ที่หน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทหยั่นหว่อหยุ่น ในซอยวัดไผ่เงิน เขตสาทร มีร้านขายสินค้าของเด็กสมบูรณ์ที่เดิมขายแต่ผลิตภัณฑ์ปรุงรสต่างๆ แต่ตอนนี้ปรับโฉมเป็นร้านไอศครีม มีตู้ไอศครีมให้กด เลือกได้ 3 รส คือ รสซีอิ๊วดำ รสบ๊วยเจี่ย และแบบผสม แล้วก็เลือกท็อปปิ้งโรยหน้าได้เอง จากนั้นก็เอาไปวางบนตาชั่งเพื่อคิดเงินตามน้ำหนัก

หากใครไม่ชอบไอศครีม ก็มีน้ำบ๊วยเจี่ยปั่นให้ลองชิมด้วย ทั้งขนมและเครื่องดื่มต่างใส่ในภาชนะที่มีตราโลโก้เด็กสมบูรณ์เวอร์ชันใหม่ที่ตั้งใจออกแบบให้น่ารัก เข้าถึงง่าย เจาะกลุ่มเป้าหมายอายุน้อยโดยเฉพาะ

หากมาช่วงเที่ยงหรือช่วงเย็น จะเห็นเด็กน้อยจากโรงเรียนรอบข้างแวะมากินไอศครีมซีอิ๊วดำกันเป็นปกติ แปลว่าเด็กกลุ่มนี้จะโตมาพร้อมกับการรู้จักยี่ห้อเด็กสมบูรณ์เชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นๆ นอกห้องครัว และเด็กสมบูรณ์ก็จะไม่ใช่แบรนด์ที่นิยมแค่ในกลุ่มผู้ใหญ่อีกต่อไป

ถ้าใครอยากชิมไอศครีมซีอิ๊วและบ๊วยเจี่ย ตอนนี้มีขายแค่ร้านในสำนักงานใหญ่ที่เดียว ในอนาคตอันใกล้ตู้ขายไอศครีมนี้จะไปโผล่ตามร้านเด็กสมบูรณ์สาขาอื่นๆ อีก 7 ร้านทั่วไทย ตั้งแต่ที่เยาวราช เจริญกรุง หน้าโรงงานของเด็กสมบูรณ์ที่มหาชัยกับระยอง ไปจนถึงนครสวรรค์ และเชียงใหม่ รวมถึงจะมีรสอื่นๆ มาร่วมสร้างสีสันมากกว่านี้ด้วย

“เราเตรียมไว้อีกหลายตัวนะ ตัวถัดๆ ไปรับประกันว่าฮือฮากว่านี้ เพราะมันมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนกว่าซีอิ๊วดำอีก ลองไปเดาดูในใจกันก่อนก็ได้ว่าตัวอื่นจะเป็นยังไง” คุณเสริมชาติทิ้งท้ายอย่างชวนให้ติดตามว่าจะมีอะไรมาให้เราตื่นเต้นอีก

ไอติมราดซีอิ๊วดำ

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load