ขวดน้ำผลไม้ Life Juice 3 รสชาติที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยแปะฉลากใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มตัวการ์ตูนดังจาก 3 ศิลปิน ปังปอนด์ของ ต่าย ขายหัวเราะ น้องมะม่วงของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิต และเด็กสามตาของ Alex Face ตัวละ 3 ลาย ที่เป็นวัยแบเบาะ วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่

ตั้งแต่เปลี่ยนลายฉลากเป็นรุ่น Limited Edition นี้ ยอดขายก็พุ่งพรวดพราดอย่างเห็นได้ชัด

Greyhound

นี่เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Greyhound Life Juice Limited Edition ‘Power To Give’ ที่แบรนด์ตั้งใจทำเพื่อช่วยระดมทุนให้มูลนิธิรามาธิบดีฯ จัดซื้อเครื่องให้ความร้อนเด็กแรกเกิด สำหรับใช้ในสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ สถานรักษาพยาบาลแห่งใหม่ภายใต้คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ตั้งอยู่ไกลถึงบางปู

เคียงคู่กับน้ำผลไม้ทั้ง 9 ขวด ยังมีหนังโฆษณาที่เป็นสต็อปโมชันแอนิเมชันสั้นๆ 1 นาที เพื่อช่วยเล่าเรื่องที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร

ในเมื่อเรื่องราวในหนังโฆษณาเดินถอยหลังกลับมาถึงเด็กทารกแล้ว เราจึงอยากพาถอยต่อลงไปอีกถึงจุดกำเนิดของแคมเปญทั้งหมด ผ่านการพูดคุยกับทีมเบื้องหลัง ประกอบด้วย 3 ฝ่าย Greyhound Cafe ชูใจ กะ กัลยาณมิตร และหัวกลม

ตัวแทนจาก Greyhound Cafe คือ เบลล์-ชาคริยา อริยะสถิตย์มั่น และ เอ้-กฤชยา จันทรวัฒนาวณิช ผู้จัดการแผนกการตลาดทั้งสอง พร้อมกับ แวน-ภัทร พรหมมารักษ์ ผู้จัดการอาวุโสแผนกการตลาดดิจิทัล ในขณะที่ฝั่งชูใจเราได้เจอ กิ๊บ-คมสัน วัฒนวาณิชกร ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งบริษ้ท และมี ต้น-ยศศิริ ใบศรี ผู้กำกับ เป็นตัวแทนจากหัวกลม

ทั้งหมดพากันมานั่งล้อมโต๊ะประชุมกลางออฟฟิศของชูใจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น และความรู้สึก ที่ได้จากการทำงานนี้

Greyhound

03

สามมือที่ร่วมกันปั้นเรื่องราวออกมา

เริ่มต้นจากเบื้องหลังการถ่ายทำกันก่อนเลย ขอบอกว่างานทำสต็อปโมชันมีรายละเอียดเยอะมาก

อย่างแรกที่ต้องทำคือการคำนวณ โดยต้น ตัวแทนทีมทำสต็อปโมชันจากหัวกลม คำนวณให้เราฟัง “เมื่อ 1 เฟรมคือ 1 ขวด ขวดหนึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร เราจะต้องใช้พื้นที่ยาวมากในการวางขวดต่อกัน สุดท้ายเราเลยทำแอนิเมชัน 12 เฟรมต่อวินาที แล้วทำความยาวแค่ 1 นาทีกว่าๆ พอ ใช้ขวดไปทั้งหมด 730 ขวด”

หลังจากได้ตัวเลขแล้ว จึงวาดเฟรมทั้งหมด 730 เฟรมนั้นในคอมพิวเตอร์ แล้วค่อยพรินต์ออกมาแปะขวดทีละขวด

Greyhound

แค่นี้ฟังว่ายากแล้ว แต่ต้นบอกว่า ส่วนยากที่สุดอยู่ในวันถ่ายทำต่างหาก “เราต้องหาพื้นที่ที่มีความยาวพอ แล้วต้องอยู่ในร่มด้วย ก็บังเอิญไปได้ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์นี่แหละ” ต้นบอก ก่อนอธิบายต่อถึงข้อจำกัดด้านเวลาว่า หากแสงเปลี่ยน สต็อปโมชันที่ออกมาจะดูไม่ไหลลื่น เขาต้องบริหารเวลาให้ถ่ายทำเสร็จในช่วง 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 ให้ได้ เขาจึงต้องพาทีมไปซักซ้อมก่อน 1 วัน และทำไม้บรรทัดที่จะช่วยวัดและวางเรียงขวดให้เร็วที่สุดด้วย

Greyhound

Greyhound

ส่วนยากอีกอย่างคือฟุตเทจเด็กแรกเกิดในตอนท้ายคลิป เพราะไม่รู้ว่าเด็กที่คลอดออกมาคนไหนจะต้องใช้เครื่องให้ความร้อนบ้าง เมื่อมีโอกาสเข้ามา ก็ต้องรีบทำเรื่องขอทั้งโรงพยาบาลและพ่อแม่เด็ก หลังจากถ่ายมาแล้ว ก็ต้องนำฟุตเทจมาวาดเป็นรูปเพื่อเชื่อมกับแอนิเมชันอีกทีหนึ่งด้วย

งานยากขนาดนี้ หากไม่ใช่หัวกลมก็อาจไม่สำเร็จ กิ๊บจากชูใจบอกว่า “เราเลือกต้นเพราะคิดว่าต้นน่าจะเหมาะสมกับงานแบบนี้ เขาค่อนข้างถนัดและทำมาเยอะ รู้ว่าจะจัดการกับเทคนิคนี้อย่างไร”

ส่วนเพลงประกอบ กิ๊บคิดออกแบบว่าอยากให้เป็นเพลงเด็ก คล้ายว่าเป็นเสียงของเด็กน้อยในตอนท้ายคลิปนั่นเอง ซึ่งก็ได้ ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร นักดนตรีวง Youth Brush มาแต่งเนื้อประกอบทำนองง่ายๆ อย่าง ABC นั่นเอง

Greyhound

02

การผสมวิธีคิดแบบ Greyhound Cafe และวิธีทำแบบชูใจ

หลังจากได้ดูงานเบื้องหน้า และฟังเรื่องเบื้องหลังแล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยว่า คิดอย่างไรถึงจับเอาขวดน้ำผลไม้มาผสมกับการบริจาคเงินเพื่อซื้อเครื่องทำความร้อนให้เด็กกัน

กิ๊บอธิบายโจทย์เริ่มต้นว่า Greyhound Cafe อยากทำแคมเปญเพื่อช่วยระดมทุนให้มูลนิธิรามาธิบดีฯ จะหยิบอุปกรณ์ไหนมาเป็นตัวดำเนินเรื่องก็ได้ ทีมชูใจจึงคิดว่าประเด็นเรื่องเด็กน่าจะสร้างความรู้สึกและทำให้คนอยากมีส่วนร่วมได้ง่ายกว่า พวกเขาหยิบเครื่องให้ความร้อนเด็กทารกมาเป็นตัวเล่าเรื่อง เมื่อพูดถึงเครื่องสำหรับช่วยเริ่มต้นชีวิต เนื้อหาก็ไปกันได้กับผลิตภัณฑ์ Life Juice ที่ Greyhound Cafe มีอยู่แล้วด้วย

Greyhound Greyhound

“พอได้โจทย์ตั้งต้นมาแล้ว เราก็คิดว่า Greyhound Cafe มันพูดกับคนสมัยใหม่ วิธีการคุยต้องร่วมสมัยหน่อย” กิ๊บเล่า “เราเลยนึกถึงคาแรกเตอร์ที่เป็นเด็ก เช่น น้องมะม่วง ปังปอนด์ และน้องสามตา แล้วก็จินตนาการว่าไม่ค่อยมีใครเห็นเขาโตเนอะ ถ้าได้เห็นเขาโตก็คงน่ารักดี”

ความคิดนี้จึงงอกเงยเป็นแผนการแรก คือสต็อปโมชันที่ทำให้ตัวการ์ตูนทั้งสามได้เติบโต แต่ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้แผนสุดท้ายกลายเป็นอย่างที่เห็น แม้รูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่ยังคงแนวคิดเดิมไว้

กิ๊บกล่าวถึงเนื้อหาของแอนิเมชัน 1 นาทีว่า “เราเชื่อว่าถ้าเด็กได้โอกาสที่ดี เขาจะทำสิ่งที่ดี เลยเล่าผ่านพี่ๆ แต่ละคนที่ได้อุทิศเพื่อสังคมในมุมต่างๆ แล้วเดินถอยหลังลงมาจนกลายเป็นฟุตเทจเด็กทารก เพื่อสื่อสารว่าถ้าให้โอกาสเด็กคนหนึ่งได้เติบโตมาในโลก แล้วเขาจะมาดูแลสังคมของพวกเรา”

Greyhound

01

หนึ่งโรงพยาบาลที่เราอยากช่วยเหลือ

สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ นี่ไม่ใช่การร่วมมือกันครั้งแรกของ Greyhound Cafe และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ช่วง 7 ปีที่ผ่านมา แบรนด์นี้ทำโครงการช่วยเหลือโรงพยาบาลมาตลอด ภายใต้โจทย์ที่เปลี่ยนไปตามสถานะของโรงพยาบาลในเวลานั้น

ตัวอย่างวิธีการช่วยระดมทุนหาเงินบริจาคในแบบ Greyhound Cafe เช่นแคมเปญ Hip Dining คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้บริจาคเงินผ่านปีกไก่ทอด เมนูเด็ดประจำร้าน ที่เมื่อลูกค้าสั่ง ทางร้านจะแบ่งเงินบางส่วนที่ได้จากการขายปีกไก่ไปบริจาค หรือแคมเปญ Bread for Breath ที่บริจาคผ่านขนมปังซื่งบริการแก่ลูกค้าทุกคนฟรีอยู่แล้ว แต่หากจ่าย 5 บาทให้เจ้าขนมปังก้อนน้อยนี้ ทางร้านก็จะสมทบเพิ่มไปอีก 5 บาท เมื่อรวมจากจำนวนขนมปังทั้งหมดแล้ว ก็ได้เป็นเงินเพื่อมูลนิธิอีกก้อนหนึ่ง

Greyhound Greyhound

“ปีนี้เราอยากจะระดมทุนให้ได้มากกว่าปีที่แล้ว เพราะตึกจักรีนฤบดินทร์ซึ่งสร้างเสร็จแล้วยังขาดเครื่องมือทางการแพทย์ทั้งหมดอยู่” เบลล์บอก “ถ้าเรายังทำแบบเดิม เราอาจระดมทุนได้แค่จากคนที่มาทานอาหารที่ร้านเท่านั้น ส่วน Life Juice มันซื้อง่าย แชร์ง่าย แล้วพอเป็นของที่มีจำนวนจำกัด วาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง ก็ได้กลุ่มฐานแฟนคลับของศิลปินเหล่านี้ด้วย”

เอ้เสริมว่า “เราขาย Life Juice มาประมาณปีกว่าแล้ว เมื่อก่อนก็จะได้กลุ่มที่รักสุขภาพหรือกลุ่มที่ชอบน้ำผลไม้ แต่พอเรามีแคมเปญนี้ คนที่มาซื้อกลายเป็นมีทั้งคนมาตามหาลายน้องมะม่วง คนที่อยากช่วยทำบุญ ซื้อไปฝากลูกค้า เยี่ยมคน มันมีโอกาสให้ไปอยู่ในที่ต่างๆ ได้มากขึ้น พอยอดขายมากขึ้น ยอดบริจาคมันก็มากขึ้นไปด้วย”

หัวใจของทุกแคมเปญที่ Greyhound Cafe ทำ คือต้องสะดวกที่สุดสำหรับลูกค้า ยังคงตัวตนความเป็นแบรนด์ และในขณะเดียวกันก็ช่วยโรงพยาบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ

Greyhound

00

สิ่งสำคัญที่สถาบันการแพทย์ฯ ยังขาด

“การเกิดมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่มันเป็นเรื่องโอกาสมากกว่า” นี่คือสิ่งที่กิ๊บบอก เมื่อพูดถึงประเด็นที่แคมเปญต้องการสื่อสาร

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ฯ เกิดขึ้นจากพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เมื่อทรงกางแผนที่แล้วมีพระราชดำริว่า บริเวณบางปูมีแต่เพียงทุ่งนาและโรงงานอุตสาหกรรม น่าจะมีคนเจ็บป่วยต้องการความช่วยเหลือไม่น้อย จึงจำเป็นต้องมีสถานรักษาพยาบาล เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่สร้างเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสาธารณสุขให้ประชาชนโดยตรง

“อย่างเครื่องนี้ มันไม่ใช่ว่าเด็กจะได้เข้าทุกคน มันมีคิวของมัน แล้วก็ต้องใช้เงิน บางคนต้องอยู่ในเครื่องนั้นเป็นวัน เป็นเดือน ลองนึกว่าถ้าเป็นคนจนๆ เขาจะทำอย่างไร” กิ๊บอธิบาย “แล้วพอไปที่สถาบันฯ มาเองเราก็รู้สึกเลยว่ามันแห้งแล้ง ไม่เหมือนโรงพยาบาลเอกชน มันขาดอะไรอีกเยอะ แต่ก็มีคนเข้าไปใช้บริการแล้วนะ เวลาเข้าไปแล้วจะรู้สึกเลยว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง”

แวนเสริมว่า “ปัญหาการเข้าถึงสาธารณสุขมันมีหลายมุม ทั้งมุมผู้ป่วย มุมแพทย์ มุมญาติผู้ป่วย ถ้ามันมีมุมไหนมุมหนึ่งที่เราพอจะช่วยได้ ถึงแค่เล็กน้อย เราก็อยากจะทำ”

Greyhound

Greyhound Life Juice Limited Edition ‘Power To Give’ มีจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ Greyhound Cafe และ Another Hound Cafe ทุกสาขา

Writer

Avatar

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Campaign

เรื่องราวเบื้องหลังโฆษณา

ไม่ใช่เราไม่รู้ว่ามะเร็งเต้านมร้ายแรง จนเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเป็นอันดับต้นๆ

แต่ที่ผ่านมา ไม่เคยมีการรณรงค์ใดที่ทำงานกับเรามากพอให้สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแค่เพียงการจดจำสีชมพูเข้ม-อ่อน และตราสัญลักษณ์

จนมาเจอเข้ากับแคมเปญหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูใกล้ตัวขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ

Discount เป็นแคมเปญที่แบรนด์ดังที่รัก 7 แบรนด์ ซึ่งได้แก่ Greyhound, Patinya, VINN PATARARIN, SRETSIS, Vickteerut, ISSUE และ SENADA พร้อมใจกันติดป้ายลดราคา 90%

Pink Alert

เพื่อไม่ให้เสียอรรถรส เราอยากให้คุณลองติดตามการนำเสนอของแคมเปญนี้ด้วยตัวเองก่อน

ใครจะคิดว่าเรื่องแฟชั่นจะสร้างความตระหนักถึงโรคมะเร็งเต้านมให้เราได้ขนาดนี้

เราจึงชวน กิ๊บ-คมสัน วัฒนวาณิชกร จากบริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด ครีเอทีฟผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญ Discount พูดคุยกระบวนการตีโจทย์เรื่องที่ใกล้ตัว ให้ใกล้ตัวยิ่งกว่าใกล้ตัวเข้าไปอีก

เมื่อฟังจบแล้ว คุณอาจจะลังเลว่าอยากเข้าไปอยู่ในห้องลองเสื้อของ Sretsis หรือโรงพยาบาลใกล้บ้านดี

คมสัน วัฒนวาณิชกร

เริ่มจากโจทย์ที่ต้องการโปรโมตแอพพลิเคชัน

ด้วยความสัตย์จริง เรามีความจริงข้อหนึ่งที่อยากเล่าให้คุณฟัง

โจทย์ของแคมเปญนี้เรียบง่ายคล้ายเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่คุณใส่อยู่นั่นแหละ

แคมเปญ Discount เกิดขึ้นจากชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทยและภาคีอื่นๆ ต้องการเผยแพร่ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมผ่านแอพพลิเคชันที่ชื่อว่า Pink Alert จึงมอบโจทย์ให้ทางชูใจสร้างสรรค์แคมเปญเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ชูใจทำมาตลอด

Pink Alert เป็นแอพพลิเคชันจากการทำงานร่วมกันระหว่าง ชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย หรือ TBCC และอีกหลากหลายชมรมผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็น Art for Cancer, เพื่อนทอฝัน, เพื่อนมะเร็งไทย, Suandok Breast Cancer Network

คมสัน วัฒนวาณิชกร

เป็นแอพพลิเคชันที่ให้ความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมซึ่งรับรองโดยสมาคมแพทย์ฯ โดยรวบรวมทุกฟังก์ชันที่ผู้หญิงต้องการสำหรับการตรวจหาความเสี่ยงด้วยตัวเอง ข้อมูลโรค นัดหมายแพทย์ การรักษา ข้อมูลข่าวสารน่ารู้ รวมถึงมีตัวช่วยแจ้งเตือนให้หมั่นตรวจเช็กเป็นประจำ

แทนที่จะออกแคมเปญเพื่อให้คนรู้จักและใช้แอพพลิเคชันนี้ สิ่งที่ชูใจทำนั้นสนุกและสร้างความตระหนักถึงโรคนี้อย่างที่ไม่เคยมีแคมเปญไหนทำมาก่อน

ของมันต้องตรวจ

ปัญหาของการรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านมที่ผ่านมาคือ ไม่ว่าแคมเปญนั้นๆ จะเชิญชวนให้ผู้หญิงเราสนใจความจำเป็นของเรื่องนี้มากแค่ไหน ยังไงก็ไม่ยอมตรวจ

ทั้งๆ ที่มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งเพียงชนิดเดียวที่อนุญาตให้เรารู้ตัวก่อนถึงมือหมอ

“อะไรคือเหตุผลที่ผู้หญิงเราไม่อยากไปตรวจหามะเร็งเต้านม” แปลกดีที่เราเอ่ยถามคำถามนี้กับครีเอทีฟซึ่งเป็นผู้ชาย

“เราคิดว่าเขาน่าจะกลัว กลัวว่าตรวจแล้วจะเจอ หรือการตรวจมะเร็งเต้านมมีค่าใช้จ่าย และรู้สึกว่าจะเจ็บตัวไม่น้อยด้วย” กิ๊บเล่า

เรื่องจริงผ่านจอ

“การตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยตัวเองก่อนจะช่วยทำให้เจอก้อนเนื้อร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 90%”

เป็นชุดข้อมูลที่กิ๊บและทีมตั้งใจจะสื่อสารออกไป จึงเริ่มต้นจากคำถามว่า แล้วถ้าผู้หญิงทั่วไปไม่ได้ตรวจเช็กร่างกาย พวกเธอเหล่านั้นสนใจตรวจเช็กอะไรบ้าง

คำตอบก็คือ พวกเธอตรวจเช็กโปรโมชันของลดราคา

Senada

“ยิ่งถ้าเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ยิ่งรู้แล้วต้องบอกต่อ ถึงขั้นมีเพจเฟซบุ๊ก เราก็รู้สึกว่าเรื่องนี้น่าจะมาทำอะไรต่อได้ จึงเป็นที่มาของไอเดียโปรโมชัน Discount ขึ้นมา จูงใจคนด้วยส่วนลด 90% โดยที่ทำร่วมกันกับแบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์ดัง พร้อมทำถ่ายทำแฟชั่นเซ็ต Lookbook โดยใช้นางแบบที่เป็นมะเร็งเต้านม” กิ๊บเล่าที่มาของแคมเปญ Discount

มหกรรมลดครั้งยิ่งใหญ่

ถ้าใครเป็นแฟนแบรนด์ Greyhound จะรู้ว่า Greyhound ไม่เคยลดราคา 90% มาก่อน บางแบรนด์ก็ไม่เคยจัดโปรโมชันลดราคาเลย

ตัวเลข 90% จึงแรงมากพอที่จะเรียกร้องความสนใจจากเหล่าแฟชั่นนิสต้า แม้ว่าบทสรุปในตอนท้ายจะไม่ใช่ราคาที่ต้องจ่าย แต่นั่นก็สร้างการตระหนักที่เกิดประโยชน์แก่ผู้ชมจริงๆ

Greyhound

“ตอนแรกเราก็คิดถึงการลดราคาเสื้อผ้าจริงๆ ด้วยเลย แต่ก็กลัวว่าสารที่เราต้องการเล่าจะไปไม่ถึง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ทุกแบรนด์ลดราคา 90%”

สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เราจะได้เห็นใบปิดประกาศออนไลน์แจ้งข่าวการลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ของแบรนด์เสื้อผ้าที่คุณรัก

“เช่น บอกว่าแบรนด์ Greyhound จะลดราคาแล้วนะ เชิญชวนให้คนเข้ามาดูรายละเอียดที่ Lookbook นี้ แล้วก็จะพบภาพนางแบบในเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ก่อนจะเฉลยด้วยนางแบบที่ค่อยถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่จนเห็นร่องรอยการรักษามะเร็งเต้านมที่หน้าอก ปิดท้ายด้วยใจความที่บอกว่าถ้าคุณหมั่นตรวจเช็กมะเร็งเต้านมคุณจะได้รับส่วนลด 90% ไม่ใช่ของราคาเสื้อผ้านะ แต่เป็นอัตราการเสี่ยงชีวิตจากการเป็นมะเร็งเต้านม

“เราเริ่มจาก Greyhound ก่อนเพราะเคยทำโปรเจกต์ Limited Education ที่ให้เด็กมาเขียนชื่อเสื้อด้วยกัน พอเล่าไอเดียของโปรเจกต์นี้ให้ฟัง เขาก็ยินดีร่วมด้วย จากนั้นก็ค่อยๆ คุยกับแต่ละแบรนด์” กิ๊บเล่า

พลังของแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ยิ่งทำให้แคมเปญนี้ยิ่งน่าสนใจ

นอกจาก Greyhound แล้ว ยังมีแบรนด์ Patinya, VINN PATARARIN, SRETSIS, Vickteerut, ISSUE และ SENADA เพราะตั้งใจอยากให้เข้าถึงผู้หญิงทุกสไตล์

SRETSIS ISSUE Vickteerut

“ทุกครั้งที่หาพาร์ตเนอร์มาร่วมโปรเจกต์ เราจะคิดหาวิธีการที่วิน-วินทุกฝ่าย อย่างแคมเปญนี้แต่ละแบรนด์ก็จะส่งเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดมาให้ถ่ายทำคลิปวิดีโอ ไม่มีอะไรต้องเสีย เพราะเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ต้องทำสำหรับคอลเลกชันใหม่อยู่แล้ว อย่างโปรเจกต์ที่แล้ว Limited Education เราก็แค่ขอเสื้อยืดและโลโก้จาก Greyhound มาทำ ก็ทำให้คนอยากได้เสื้อมากขึ้น เราก็เลยคิดว่าแคมเปญนี้ก็น่าจะไปได้ดี” กิ๊บเล่า

ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์

ตลอดการสนทนากิ๊บย้ำกับเราซ้ำๆ ว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดก็คือ ขั้นตอนหานางแบบที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมจริงๆ

“พวกเราหานางแบบกัน 3 – 4 เดือนเลยนะ ตอนแรกเราติดต่อ คุณเวย์-เยาวลักษณ์ กันนิกา ผู้ประกาศข่าวช่อง NBT นัดหมายวันถ่ายทำเรียบร้อย แต่ก็มีเหตุให้เลื่อนการถ่ายทำ เพราะเธอต้องเข้าไปตรวจร่างกายในโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นทีมงานเข้าใจว่าเธอหายขาดจากมะเร็งเต้านมแล้ว จนเมื่อก่อนวันนัดหมาย พวกเราก็ทราบข่าวว่าเธอเสียชีวิต” แม้จะทำให้การทำงานชะลอตัว แต่ไม่นานทีมงานก็ได้พบนางแบบคนปัจจุบัน

“แคมเปญนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราหานางแบบที่เป็นมะเร็งเต้านมจริงๆ ไม่ได้

Pink Alert

“จริงๆ ใช้คำว่าต้องได้ เพราะถ้าไม่ได้ก็ไม่ควรทำ ไม่มีประโยชน์ที่จะโกหกหรือใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกมาช่วย สำหรับเรา นางแบบต้องเป็นคนจริงๆ เท่านั้น” กิ๊บเล่าก่อนจะทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าปลายทางของแคมเปญนี้จะทำให้คุณผู้หญิงเข้าแอพพลิเคชันหรือไม่ หรือหาข้อมูลเรื่องนี้ผ่านช่องทางไหน ก็คงไม่สำคัญเท่าทำให้ผู้หญิงหันมาเห็นความสำคัญของเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load