6 กุมภาพันธ์ 2561
26 K

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไปเที่ยวกี่ทีก็ไม่มีเบื่อ ไม่ว่าจะเดินชมเมือง เที่ยวธรรมชาติ อาหารยิ่งไม่ต้องพูดถึง แถมขนมก็อร่อยไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะไปเยี่ยมเมืองไหนก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ไม่แปลกใจว่าญี่ปุ่นจึงยังเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่โผล่มาเสมอในการแพลนทริปท่องเที่ยวของใครหลายๆ คน รวมถึงเราด้วย

รอบนี้มีโอกาสไปเดินเล่นสองสามวันที่เมืองสำคัญแถบคันไซ ซึ่งก็คือโอซาก้าที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เราจึงขอนำเสนอตัวเลือกในการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายของย่านช้อปปิ้ง นั่นก็คือไปใช้เวลาสบายๆ เดินเล่นแบบไม่เร่งรีบเพื่อเยี่ยมเยียนคาเฟ่ในเมืองโอซาก้า

ที่นี่อาจจะยังไม่มีคาเฟ่ที่หลากหลายทั้งรูปแบบและปริมาณเท่าโตเกียว หรือไม่ได้มีกลิ่นอายเฉพาะเท่าเมืองเกียวโต แต่การไปเดินเล่นเสาะหาคาเฟ่แถบโอซาก้าในรอบนี้ก็ทำให้ค้นพบเสน่ห์ที่แตกต่าง

ญี่ปุ่นเขามีความน่ารักซ่อนอยู่ทุกที่จริงๆ นั่นแหละ

 

BROOKLYN ROASTING COMPANY Kitahama

BROOKLYN ROASTING COMPANY Kitahama คาเฟ่โอซาก้า BROOKLYN ROASTING COMPANY Kitahama BROOKLYN ROASTING COMPANY Kitahama BROOKLYN ROASTING COMPANY Kitahama ร้านกาแฟโอซาก้า BROOKLYN ROASTING COMPANY Kitahama

เริ่มต้นกันแถวย่านคิตาฮามา (Kitahama) ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่เต็มไปด้วยตึกสูงและซาลารีมังชาวญี่ปุ่นใส่สูทเดินไปมาจนไม่คิดว่าจะมีคาเฟ่น่ารักๆ ซ่อนอยู่เยอะ

ร้านที่จะเป็นแรกของวันจึงต้องเลือกร้านที่เปิดเช้าๆ หน่อย และเพราะได้ยินชื่อ Brooklyn Roasting Company มานาน (ปีที่แล้วติดอันดับ One of the 25 Best Coffee Roasters In America by Men’s Journal) รอบนี้เลยไม่พลาดมาแวะจิบกาแฟพร้อมหาอะไรรองท้อง

นอกจากสาขาที่นิวยอร์กแล้ว ที่ญี่ปุ่นมีทั้งหมด 3 สาขาด้วยกัน คือ 1 สาขาที่โตเกียว และอีก 2 สาขาในโอซาก้า (Namba & Kitahama) เดินมาไม่ไกลจากสถานีรถไฟคิตาฮามา เราก็มองหาป้ายร้าน Brooklyn แต่ด้วยตัวอักษรและสีที่เป็นเอกลักษณ์จึงหาได้ไม่ยาก เมื่อเดินผ่านประตูกระจกที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูง ก็เข้าสู่ร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ อากาศข้างในอุ่นผิดจากลมเย็นๆ ด้านนอก และทันทีที่เจอบาริสต้ายิ้มต้อนรับอย่างเป็นกันเองบรรยากาศก็อุ่นขึ้นไปอีก 🙂

สำหรับกาแฟที่นี่เราไม่ห่วง ด้วยเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 และให้ความพิถีพิถันในการคัดสรรเมล็ดไปจนถึงการคั่วกาแฟ ออกมาเป็นเมล็ดกาแฟหลากหลายบนแพ็กเกจสวย มีทั้ง Espresso, coffee drip และมีเมล็ดกาแฟชนิดต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันมาให้เลือกชิมทุกๆ วัน

เราจึงไม่รอช้าที่จะสั่งลาเต้อุ่นๆ สักแก้ว พร้อมกับหาขนมปังรองท้องสักหน่อย เพราะที่นี่มีเบเกอรี่หลายอย่าง ไปจนถึงแซนด์วิชชิ้นหนักๆ ซึ่งขอยืนยันว่าน่ากินทุกสิ่ง

ส่วนการตกแต่ง ด้านในร้านเป็นผนังปูน ตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ให้โทนดิบๆ หน่อย มีหลายมุมให้เลือกนั่ง มีทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติแวะมาเยี่ยมร้านกาแฟนี้ไม่ขาดสาย ทั้งมาจิบกาแฟ ถ่ายรูป นัดพบกัน นั่งทำงาน อ่านหนังสือสบายๆ ส่วนไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของที่นี่คือ เมื่อเดินผ่านกระจกบานใหญ่ที่เป็นกำแพงกั้นบริเวณร้านกับระเบียงเข้าไปด้านในสุดของร้าน จะพบกับวิวริมแม่น้ำที่พาดผ่านเมืองแห่งนี้พร้อมวิวเมืองโอซาก้าฝั่งตรงข้าม ที่ให้ลูกค้าได้สูดอากาศสดชื่นริมน้ำที่มีลมเย็นพัดมาปะทะหน้าตลอดเวลา

จิบกาแฟอุ่นๆ พร้อมกินขนมอร่อยๆ แถมชมวิวเพลินๆ เรียกว่าเป็นมุมบังคับที่จะต้องได้รูปที่ถูกใจกลับมาแน่นอน ใครแวะไปโดยเฉพาะในวันอากาศดี เราขอเตือนว่าห้ามพลาดเลยจริงๆ

เวลาเปิด-ปิด
วันธรรมดา 08.00 – 20.00 น. LO 19.30 น.
เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด 10.00 – 19.00 น. LO 18.30 น.
IG | brooklynroastingjapan

 

MOTO COFFEE

MOTO COFFEE คาเฟ่โอซาก้า MOTO COFFEE MOTO COFFEE MOTO COFFEE ร้านกาแฟโอซาก้า ร้านขนมโอซาก้า

เดินเลียบแม่น้ำถัดจาก Brooklyn มาไม่ไกล จะพบร้านเล็กน่ารักที่ตั้งอยู่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำพอดี ดึงดูดสายตาด้วยความมินิมอลของกำแพงสีขาว ตัดกับบานประตูและหน้าต่างไม้ ยืนตากลมหนาว ดูสาวญี่ปุ่นกับเกาหลีถ่ายรูปหน้าร้านอยู่สักพัก (เพลินนน) จนถึงเวลาพนักงานเปิดให้เข้าไปสั่งด้านใน พื้นที่ด้านในค่อนข้างเล็กถึงเล็กมาก การตกแต่งเป็นสีขาวสลับสีน้ำตาลอ่อนจากไม้ดูสบายตา มีถ้วยและกาน้ำชาตกแต่งเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นให้ร้านได้อย่างลงตัว

เข้าไปตอนแรกไม่ต้องแปลกใจที่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นที่นั่งเลย (แน่นอนว่าตอนแรกเราแปลกใจ​) พอถึงคิวจึงรู้ว่าเมื่อเราสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อย ก็เลือกที่นั่งได้ทั้งชั้นใต้ดิน ชั้นสอง (ต้องเดินออกนอกร้านไปขึ้นบันไดด้านนอก) และระเบียงริมแม่น้ำ ได้เลย ขอให้เช็กสภาพอากาศและความอึดของตนเองก่อนเลือกเล็กน้อยหากแวะไปในช่วงอากาศเย็น

ด้านนอกนั้นแน่นอนว่าชนะด้วยบรรยากาศริมน้ำพร้อมวิวหอประชุมเมืองโอซาก้าที่เป็นฉากหลัง แต่อาจจะพ่ายแพ้ให้กับลมหนาว ร้านนี้จึงแก้ปัญหาให้เราด้วยความน่ารักด้วยฮีตเตอร์จิ๋วตั้งพื้น พร้อมบริการผ้าห่มให้ทุกโต๊ะ

ถ้าใครอยากนั่งอุ่นกายสบายใจ แนะนำชั้นสอง เพราะเป็น indoor และยังได้เห็นวิวนอกกระจกบานใหญ่ของร้าน ส่วนด้านล่างเหมือนชั้นใต้ดิน ตกแต่งแนวห้องนั่งเล่นดูอบอุ่น แต่เนื่องจากไม่มีแสง daylight เราจึงขอผ่านไป
​เมนูที่นี่มีให้เลือกทั้งกาแฟแบบ single origin และ house blend ชากลิ่นต่างๆ รวมไปถึง เบเกอรี่และขนมหวานหลากหลาย เราเลยเลือกชาร้อนไปนั่งจิบอุ่นๆ ทานคู่กับพุดดิ้งนุ่มๆ หวานกำลังดี MOTO COFFEE ยังมีขนมอีกหลายอย่างที่เราอยากลอง แต่เพราะต้องไปอีกหลายที่จึงต้องอดใจเพียงแค่นี้ก่อน ใครได้ตามมาช่วยชิมเผื่อเราที

เปิด-ปิด 12.00 – 19.00 น. LO 18.30 น.
IG | motocoffee_osaka

 

EMBANKMENT COFFEE

EMBANKMENT COFFEE EMBANKMENT COFFEE คาเฟ่โอซาก้า ร้านกาแฟโอซาก้า EMBANKMENT COFFEE กาแฟ

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่เราเลือกมาแนะนำ คือ EMBANKMENT Coffee คาเฟ่ใหม่ไม่ไกลจากสองร้านแรกที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถแวะมาจิบกาแฟดีๆ พร้อมชมวิวสวยริมแม่น้ำได้ ด้านนอกร้านมีกระจกบานใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ถึงแวบแรกที่เห็นจะดูเป็นคาเฟ่เรียบหรูสมัยใหม่ แต่เอะใจตรงที่หลังคาดูเป็นกระเบื้องแบบบ้านญี่ปุ่นเก่า ซึ่งขัดกับตึกสูงโดยรอบมาก เมื่อเข้าไปร้านก็ไม่แปลกใจเพราะโซนที่นั่งด้านในเป็นโต๊ะเก้าอี้ไม้เรียบๆ วางเรียงกันริมหน้าต่างบ้านใหญ่และระเบียงไม้ริมน้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งจิบกาแฟในบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ตัดกับความใหม่ของเคาน์เตอร์สีขาวดำเรียบหรูด้านหน้าได้อย่างเนียนๆ มารู้ทีหลังว่าบริเวณเคยเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นเก่า ก่อนจะถูกรีโนเวตนั่นเอง

บาริสต้าคนสวยต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร พร้อมนำเสนอ specialty coffee มี filter coffee ถึง 4 ชนิดให้เลือกด้วยกัน ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งแบบ Espresso หรือ hand drip หากชอบใจกาแฟตัวไหนก็มีเมล็ดกาแฟของร้านให้เลือกซื้อกลับไปได้เช่นกัน ขนมที่นี่ขอแนะนำเป็น Cinnamon Cheesecake ที่เสิร์ฟพร้อมวิปครีมนุ่ม แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบ Cinnamon ก็มีขนมอื่นรวมถึง Toast แบบต่างๆ ให้ทานคู่กับกาแฟ

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือที่นีจะมีการจัดกิจกรรม special event อย่าง Cupping session & guest barista ร่วมกับหลากหลายร้านกาแฟดังในญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งทำให้มีทั้งกาแฟที่หลากหลาย บางครั้งอาจมีขนมหรือเมนูพิเศษที่มีเฉพาะแค่งานวันนั้น หากใครสนใจลองติดตามทางเพจหรืออินสตาแกรมร้านดูได้เลย

เปิด-ปิด
จันทร์-ศุกร์ 11.00 – 19.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 08.00 – 18.00 น.
IG | embankmentcoffee

 

WAD OMOTENASHI CAFÉ

WAD OMOTENASHI CAFÉ WAD OMOTENASHI CAFÉ คาเฟ่โอซาก้า เซรามิก เซรามิก ขนมญี่ปุ่น ชาเขียว

พักจากร้านกาแฟมาดื่มด่ำกับชาสไตล์ญี่ปุ่นกันที่ร้าน Wad คาเฟ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องของชาญี่ปุ่น เรารอคอยที่จะมาร้านนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว Wad จึงอยู่ในอันดับต้นๆ ของลิสต์คาเฟ่เมืองโอซาก้าที่ห้ามพลาด ยิ่งใครเป็นสายชา รับประกันว่าเดินเข้าร้านแล้วกรี๊ดแน่นอน

​เดินหาร้านสักพักจึงพบว่า Wad ซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นสองของตึกสีขาวแห่งหนึ่ง มีป้ายน่ารักๆ บอกบุ้ยใบ้อยู่ตรงทางขึ้นร้าน เมื่อเข้าไปในร้านมีพนักงานเดินมาต้อนรับเราอย่างสุภาพแต่เป็นกันเอง บรรยากาศในร้านทำให้รู้สึกเหมือนหลุดมาอีกโลกที่เวลาเดินช้ากว่าด้านนอกมาก ทั้งๆ ที่คนเต็มเกือบทุกโต๊ะ และรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายของคนที่มานั่ง ความสงบเงียบของร้านทำให้เรารู้สึกต้องทำตัวเรียบร้อย (กว่าปกติ..) ขึ้นมาทันที

ในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่มองไปมุมไหนก็สวย แสงยามบ่ายจากกระจกด้านข้างร้านส่องเข้ามาตรงกับภาพพนักงานที่กำลังชงชาด้วยอุปกรณ์แบบพิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่น ด้านหลังเคาน์เตอร์มีชั้นวางถ้วยเซรามิกแบบต่างๆ ไม่ซ้ำกันที่จัดวางไว้อย่างประณีต เป็นภาพที่มองเพลินเหมือนเราหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่งจริงๆ พนักงานแนะนำถึงชาแบบต่างๆ หลักๆ จะมี Matcha (มัทฉะ) และ Sencha (เซนฉะ) ซึ่งมีชาเซนฉะ 3 ชนิดที่สามารถรับประทานใบชาได้หลังจิบชาจนหมด โอ้โห…อยากลองทุกอย่างแต่เราทำไม่ได้ เลยขอเลือกสั่งเมนูมัทฉะก่อน

และได้พบอีกหนึ่งความกรี๊ดดังๆ (ในใจ) คือพนักงานอธิบายว่าเราสามารถเลือกถ้วยชาจากบนชั้นที่วางอยู่ได้ 1 ใบ พร้อมทั้งเล่าที่มาของถ้วยว่าเป็นของศิลปินท่านใด มาจากเมืองไหนของญี่ปุ่น จึงทำให้เข้าใจว่าเซรามิกทุกใบในร้านนี้ล้วนมีที่มาที่ไป มีความใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ

นอกจากมัทฉะเราสั่งเมนู Zenzai แป้งโมจิย่างหอมในซุปถั่วแดงต้มอุ่นๆ เสิร์ฟเป็นเซ็ตพร้อมชาโฮจิฉะ แป้งกรอบ (genmai) และสาหร่ายกรอบชิ้นเล็ก (salted seaweed) ที่ให้ทานคู่กันเพื่อปรับเปลี่ยนรสชาติขนม ส่วนขนมแนะนำอีกอย่างที่เห็นรูปอยู่บ่อยๆ คือ Ice shaving หรือน้ำแข็งไสราดด้วยชาต่างๆ ที่สามารถเลือกเองได้ แต่ด้วยอากาศของฤดูหนาวแบบนี้เราขอเก็บไว้รอบหน้าดีกว่า..

จิบชาไป ทานขนมไป เรียกได้ว่านั่งเพลินจนลืมเวลาไปเลย พอจะกลับพนักงานไม่ให้เรากลับ 555 (พนักงานที่นี่สุภาพและน่ารักมากทุกคนจริงๆ) แถมเชิญชวนให้เราขึ้นไปเยี่ยมชมนิทรรศการชั้นสามซึ่งจัดเป็น solo exhibition ของศิลปินเซรามิกท่านหนึ่ง สามารถเดินชมและเลือกซื้อผลงานติดไม้ติดมือกลับไปได้ และได้ทราบว่าบริเวณนี้ถูกจัดเป็นพื้นที่กิจกรรมที่จะมีงานสลับหมุนเวียนกันไป สำหรับใครที่หลงใหลชา ชอบงานเซรามิกสวยๆ เราไม่อยากให้พลาดคาเฟ่นี้จริงๆ

เปิด-ปิด 13.00 – 20.00 น.
IG | wadcafe

 

GRANKNOT COFFEE

GRANKNOT COFFEE GRANKNOT COFFEE คาเฟ่โอซาก้า ร้านกาแฟโอซาก้า ขนม กาแฟ

​ร้านสุดท้ายขอเปลี่ยนบรรยากาศพามาร้านย่านแหล่งช้อปปิ้งของโอซาก้ากันบ้าง เดินจากสถานีชินไซบาชิ (Shisaibashi) ประมาณ 10 นาทีจะเจอร้านกาแฟเล็กๆ ที่ภายนอกดูเท่ด้วยการตกแต่งร้านด้วยสีดำ แต่ด้านในบรรยากาศอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไฟให้โทนสีเหลืองอุ่นๆ ตัดกับเครื่องชงกาแฟสีแดง อย่าง Granknot Coffee อีกหนึ่งร้าน Specialty coffee ที่เปิดบริการตั้งแต่ปี 2013 พร้อมสโลแกน ‘Good Taste Taste Good’ ร้านไม่ใหม่แต่ด้วยกาแฟที่ว่าดีเราก็ต้องแวะลอง

ร้านนี้มีโรงคั่วกาแฟคือ Granknot coffee roasters ที่คัดเลือกเมล็ดกาแฟดีมีคุณภาพหลากหลายมาเสิร์ฟให้ลูกค้ายัง coffee stand แห่งนี้ มีทั้ง coffee drip และ Espresso อีกเช่นเคย

ขนมที่นี่มีไม่มาก หากใครหิวก็มีเบเกอรี่ให้รองท้องได้เล็กน้อย เราแวะมาในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันอากาศหนาวที่นอกร้านดูเงียบ แต่ในร้านนั้นเต็มเกือบทุกโต๊ะ ทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติ อีกทั้งยังมีคนแวะเวียนมาซื้อกาแฟแบบไม่ขาดสาย หากใครเดินช้อปปิ้งจนเหนื่อย อยากหาที่แวะพักจิบกาแฟดีๆ แนะนำให้ลองแวะมาร้านนี้ดู

เปิด-ปิด
วันธรรมดา 09.00 – 18.00 น. ปิดวันพฤหัส
เสาร์-อาทิตย์และวันหยุด 11.00 – 18.00 น.
IG : granknotcoffee

#cafehopping

ลายแทงคาเฟ่น่าสนใจ ผ่านมุมมองของ cafe hopper ผู้ชื่นชอบการไปคาเฟ่

23 พฤศจิกายน 2560
4 K

ไปโซลรอบนี้ห่างจากโซลรอบที่แล้วเกือบ 4 ปี ความถี่ของการเพิ่มขึ้นของคาเฟ่ที่โซลรวดเร็วมากในระดับน่าตกใจ ระดับที่เราสามารถไปโซลได้ทุกเดือน และจะมีคาเฟ่ให้เราไปได้ไม่ซ้ำใคร

ปกติคาเฟ่ก็อยู่ทั่วทุกหัวมุมถนนอยู่แล้ว โซลในช่วงที่ไปทั้งคาเฟ่และวงการกาแฟกำลังดูคึกคัก เพราะตรงกับงาน Seoul Cafe Show พอดิบพอดี ทีนี้เมืองทั้งเมืองจึงพากันคึกเข้าไปใหญ่

อากาศช่วงนี้ก็เหมาะเจาะที่จะเดินร้านนั้นต่อร้านนี้ อุณหภูมิยังไม่หนาวมากระดับติดลบ แต่ก็เย็นพอให้ใส่เสื้อกันหนาวคอลเลกชันใหม่ที่เตรียมไปได้อยู่ และระหว่างทางก็มีใบกิงโกะเหลืองอร่ามให้เดินดูเดินถ่ายรูปเพลินๆ

เมื่อลองสำรวจโซลในทริปล่าสุด เราลองคัด 5 คาเฟ่ทั้งเก่าทั้งใหม่ที่เราชอบมาลองเป็นไกด์ เผื่อว่าใครมีแผนจะไปเกาหลีใต้ในช่วงนี้

 

Fritz Coffee Company

Fritz Coffee Company

Fritz Coffee Company

ขนมปัง

Fritz Coffee Company

คาเฟ่ตราแมวน้ำ 3 ตัว ที่ถือว่ามีชื่อเสียงมานาน Fritz Coffee Company ใช้บ้านเก่าทรงคลาสสิกมาปรับปรุงให้กลายเป็นคาเฟ่ที่ยังคงลุคคลาสสิก แถมดูเท่ขึ้นไปอีกด้วยกราฟิกดีไซน์ในทุกสิ่งของ

นอกจากกาแฟที่ดีไว้ใจได้ Fritz ยังมีเบเกอรี่ซึ่งมีขนมปังอบหลายแบบให้เลือกเยอะมาก มากจนไม่แน่ใจว่านี่ร้านกาแฟขายขนมปัง หรือร้านขนมปังขายกาแฟกันแน่ ช่วงสายจะเป็นช่วงที่คนเริ่มเยอะ ขายดีเหมือนแจกฟรี ชั้นล่างคนแน่นตลอดเวลา แต่ไม่รู้ทำไมชั้นบนถึงไม่ค่อยมีคนขึ้นไปนั่ง ทั้งๆ ที่แสงดีและดูคลาสสิกกว่าข้างล่างมาก  ข้อดีคือคาเฟ่นี้เปิดเช้ามากถ้าเทียบกับบรรดาคาเฟ่ต่างๆ ในโซล แนะนำให้ใส่ในแพลนได้เลยว่าควรไปร้านนี้เป็นร้านแรกในลิสต์ของวัน

เปิด-ปิด จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 23.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 23.00 น.
Instagram | fritzcoffeecompany


.txt

.txt

.txt

.txt

.txt

คาเฟ่เขียวขรึมสุดเท่แห่งย่าน พระราชวังชังด็อกกุง (Changdeokgung) ร้านเล็กๆ แต่เห็นกลิ่นอายความเท่มาตั้งแต่หน้าร้าน ห้องเล็กๆ หัวมุมตึกนั้นบรรจุทั้ง slow bar เครื่องชงเอสเพรสโซ่และเครื่องคั่วกาแฟ รวมถึงบาริสต้าร่างใหญ่ 1 คน กับที่นั่งไว้สำหรับลูกค้าอีก 3 – 4 ที่อย่างพอดิบพอดี กิมมิกที่น่ารักของร้าน .txt คือเราต้องเขียนออร์เดอร์กาแฟในใบสั่งที่มีอยู่หลายภาษาด้วยดินสอที่เตรียมไว้ให้ อารมณ์เหมือนทำข้อสอบเล็กๆ ว่าเราจะกินกาแฟแบบไหน ร้อนหรือเย็น แล้วบาริสต้าก็จะทำกาแฟให้อย่างสบายอารมณ์ เรียบแต่เท่มากครับ

เปิด-ปิด อังคาร-เสาร์  11.00 – 19.00 น. (หยุดอาทิตย์-จันทร์)
Instagram | txtcoffee


Anthracite Coffee Seogyo

Anthracite Coffee Seogyo

Anthracite Coffee Seogyo

Anthracite Coffee Seogyo

Anthracite Coffee Seogyo

หากร้านอื่นๆ ยังเท่ไม่พอ ร้านนี้เรียกได้ว่าเท่ๆ ขรึมๆ แทบจะที่สุดในโซล (เท่าที่ผมไปแล้วก็ได้ครับ) Athracite Coffee สาขานี้เป็นสาขาล่าสุด ดูจากข้างนอกเหมือนเป็นบ้านหรูๆ หลังหนึ่ง ข้างหน้าบ้านตกแต่งเป็นสวนสวย มองเข้าไปเห็นเป็นห้องกระจกใสทั้งสามชั้น พอเข้าไปด้านในบรรยากาศยิ่งดูขรึมมากขึ้นไปอีก ที่นั่งทุกที่นั่งหันออกไปด้านนอก ได้มองสวนไปพลาง มองบาริสต้าชงกาแฟไปพลาง

(และได้ข่าวมาว่าที่นี่แสงช่วงเช้าสวยมาก) ที่นี่ไม่มีเครื่องชงเอสเพรสโซ่ มีแต่อุปกรณ์ที่ทำกาแฟด้วยมือเท่านั้น ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ อย่างถุงผ้าดริปกาแฟ และหม้อแรงดันไอน้ำอย่าง moka pot  

บางคนอาจจะรู้สึกว่าแบบนี้มันดูมีจริตเยอะไปหน่อย แต่การเห็นคนมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ดูการชงกาแฟที่ไม่ส่งเสียงรบกวนความเงียบสงบ มองดูสวนแล้วรู้สึกอิจฉาเล็กๆ อยู่เหมือนกันนะครับ

เปิด-ปิด ทุกวัน 09.00 – 22.00 น.
website |anthracitecoffee.com


Paper Company

Paper Company

Paper Company

Paper Company

Paper Company

แจกัน

ผมเป็นคนที่ชอบตามหาคาเฟ่ ยิ่งหายากยิ่งสนุก โซลคราวนี้ก็มี mission เล็กๆ ให้ตามหา Paper Company เป็นคาเฟ่ลึกลับที่จะต้องไปเยือนให้ได้ เมื่อเสิร์ชหาก็ได้ข้อมูลมาประมาณหนึ่ง พอให้ปักหมุดไว้ได้ แต่พอวันจริงเดินไปตามหมุด ก็เจอแต่ตึกธรรมดาที่หน้าตาเหมือนกันหมด ไม่มีป้ายบอกอะไรทั้งสิ้น แต่ยังพอรู้คร่าวๆ ว่าคาเฟ่อยู่ชั้นสองของตึกหัวมุมตรงแยก เมื่อเดินขึ้นไปก็เจอประตูพร้อมกระดาษแผ่นเล็กๆ ติดไว้หน้าร้าน เขียนว่า Paper Company แต่ก็มองไม่ออกอยู่ดีว่าร้านนี้เปิดหรือปิดอยู่ เมื่อรวบรวมความกล้าเปิดประตูเข้าไป ก็พบว่าข้างในเป็นคาเฟ่เล็กๆ ตกแต่งด้วยโต๊ะไม้สวยๆ เงียบสงบ เหมือนอีกโลกหนึ่ง ขัดกับตัวตึกและทางเข้ามาก เมื่อพนักงานเดินเข้ามาต้อนรับถึงมั่นใจว่าร้านเปิดอยู่

นอกจากโต๊ะที่สวยเหมือนหลุดมาจากนิตยสารแต่งบ้านแล้ว เสตชั่นชงกาแฟก็แน่นไปด้วยอุปกรณ์ครัวและชงกาแฟ ผมอ่านเมนูที่มีแต่ภาษาเกาหลีไม่ออกเลยลองสั่งกาแฟดริปธรรมดาแทน สิ่งของทุกอย่างในร้านเหมือนถูกเลือกมาแล้วอย่างดี ผมนั่งมองลูกค้าคนถัดๆ ไปที่เปิดประตูเข้ามา ทุกคนคงรวบรวมความกล้าเหมือนผม สังเกตจากท่าทางเหวอๆ ปนตื่นเต้นเหมือนกันทุกคน

ป.ล.ในเมื่อร้านเหมือนจะอยากเก็บตัวให้เป็นความลับ ผมเลยขอไม่บอกที่อยู่ของร้านนี้ดีกว่าครับ ใครอยากรู้ลองดูใน Instagram ของร้าน หรือถามทางไปจากผมได้

เปิด-ปิด พุธ-จันทร์ 12.00 – 22.00 น.
Instagram | _papercompany

Kiiro

Kiiro

Kiiro

Kiiro

Kiiro

Kiiro

ร้านนี้ค่อนข้างหายากพอๆ กัน แต่ดีที่ยังพอมีป้ายร้านให้มองจากข้างนอกอยู่บ้าง kiiro เป็นคาเฟ่ขนมที่น่ารักมากกกก อยู่บนชั้นสองของตึกที่ซ่อนอยู่หลังร้านสะดวกซื้ออีกที (ยากมะ) ตอนที่ไปคนก็แน่นร้านแล้ว แต่เขาก็ให้ทิ้งชื่อกับเบอร์ไว้ใด้ (สำหรับคนต่างชาติเขาให้ทิ้งแอคเคานต์ Instagram ไว้แทนได้) เดี๋ยวโต๊ะว่างเขาจะเรียกเอง

ร้านนี้เป็นอีกร้านที่เหมือนหลุดมาจากหนังสือแต่งบ้านแบบแนวอบอุ่นๆ ทั้งโต๊ะ ทั้งแสง ทั้งเมนู เอื้อต่อการถ่ายรูปไปหมด มีชา มีกาแฟขายครับ แต่ที่ดีเด่นของร้านเลยมันคือขนม มี 2 อย่างที่มักจะเห็นคนสั่งคือ มงต์บลัง หรือขนมหวานที่ใช้เกาลัดมาทั้งเป็นไส้และทำเป็นครีม ถ้าที่อื่นๆ จะบีบเป็นเส้นวนๆ ไว้บนตัวขนม แต่ที่นี่มีเอกลักษณ์อยู่ที่การปาดครีมคลุมขนมเอาไว้ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกินขนมสักเท่าไหร่แต่ก็กินจนเกลี้ยง แถมยังสั่ง matcha terrine ขนมยอดฮิตอีกอย่างของร้านมาลองด้วย มันคือไวต์ช็อกโกแลตผสมชาเขียวมัทฉะแบบอัดเป็นก้อนแน่น ทานกับถั่วแดงบดและครีม ความแน่นและความเข้มข้นของตัวขนมอยู่ในระดับเดียวกับ royce chocolate ยังไงยังงั้น ยิ่งกินคู่กับครีมแล้วยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีก แนะนำจริงๆ ครับ

เปิด-ปิด 12.00 – 20.00 น. (หยุดทุกวันพุธและวันอาทิตย์)
Instagram | ki___iro

Hopper Instagram | Jiranarong2

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load