29 พฤศจิกายน 2561
7 K

โหลใส่สารพัดของแห้งหลายใบวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบบนชั้นที่ถูกแบ่งเป็นช่อง เมื่อต้องการใช้ก็ต้องเลื่อนบันไดปีนขึ้นไปหยิบ ชวนให้นึกถึงร้านขายยาจีนเก่าๆ หรือให้จินตนาการไปไกลกว่านั้น ทำให้ผมนึกไปถึงห้องทดลองยาของพ่อมดแม่มดในหนังแฟนตาซีสักเรื่องหนึ่ง เมื่อเอาส่วนผสมในแต่ละโหลมาชั่ง ตวง วัด และเมื่อรินน้ำร้อนใส่ กลิ่นหอมที่ถูกตระเตรียมไว้ก็หอมฟุ้ง

TE Time and Space TE Time and Space

ปลา-นันธิดา รัตนกุล เจ้าของร้านจุดเทียนหอมสร้างบรรยากาศ ก่อนจะยกขวดตัวอย่างชาทั้ง 19 กลิ่นมาให้ผมเลือก ผมเริ่มเปิดไล่ชาทีละขวดขณะนั่งคุยกับปลา

ร้าน ‘TE Time and Space’ เป็นร้านชาที่ต่างจากร้านชาอื่นๆ ชาที่นี่เป็นชาเบลนด์ หรือชาที่ผสมผสานกับของหอมอื่นๆ มีทั้งดอกไม้ ผลไม้ ข้าว และอื่นๆ อีกมากมาย

TE Time and Space

ปลาเล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเปิดเป็นร้าน ปลาและ นัท-ณัฐกิจ อุดมศรีรัตน์ เริ่มทำชาขายที่ Farmer’s Market เป็นใบชาแบบต่างๆ อย่างอู่หลง ชาดำ ชาเขียว ที่บ้านของนัทนำเข้ามาจากจีน จากประสบการณ์ของทั้งคู่ที่มักเดินทางไปชิมชาจากหลายๆ ที่ ปลาเห็นความเป็นไปได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างนอกจากใบชาที่สามารถนำมาทำชาได้ทั้งนั้น อย่างเช่นไหมข้าวโพด เปลือกผลกาแฟ หรือแม้แต่ทุเรียน ทำให้ปลาเริ่มสนใจที่จะลองเอาชามาเบลนด์กับของอย่างอื่นดูบ้าง

TE Time and Space

“เบลนด์แรกสุดของ TE คือชาเขียวและข้าวเหนียวดำ ปลาได้ไอเดียจากเกนมัยฉะหรือชาข้าวญี่ปุ่น ที่มีส่วนผสมของชาและข้าวคั่วจนได้กลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ

“แต่การเบลนด์ชาก็ไม่ใช่ว่าจับอันนั้นผสมอันนี้ก็เสร็จ เรื่องสัดส่วนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกว่าข้าวที่แช่ในน้ำร้อนจะให้กลิ่นและสี ชาเขียวก็ถูกแช่จนขมไปหมด ปริมาณชาและข้าวจึงเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้จุดที่สมดุลที่สุด”

TE Time and Space

เมื่อชาเบลนด์ตัวแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดี ทั้งคู่เห็นว่ามีคนที่ให้ความสนใจชาเบลนด์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เลยลองผสมชาสูตรอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

“ตอนแรกสุดโจทย์ในการเบลนด์ชาของ TE คือเพื่อกลิ่น รส ที่มีความหอม แต่เมื่อมีหลายสูตรและแต่ละสูตรก็มีส่วนผสมหลายอย่างแตกต่างกัน ลูกค้ามักจะมีคำถามถึงสรรพคุณเสมอ ทำให้เริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องสรรพคุณของทุกส่วนผสมมากขึ้น ส่วนผสมบางอย่างก็ได้รับคำแนะนำต่อมาจากลูกค้า

“มันมีทั้งของที่เป็นฤทธิ์ร้อนและฤทธิ์เย็น ชาของ TE จะพยายามเบลนด์ให้ฤทธิ์ทั้งสองสมดุลกันมากที่สุด เพราะไม่รู้จะมีผลอะไรกับคนที่จะเอาชาไปดื่มบ้าง ค่อยๆ ให้ความสมดุลของชาปรับสมดุลของร่างกาย เหมือนเวลาเราร้อน การดื่มน้ำในอุณหภูมิพอเหมาะอย่างอุณหภูมิห้องก็ปรับร่างกายได้ดีกว่าน้ำที่เย็นจัด” ปลาเล่า

TE Time and Space

TE Time and Space

ผมเลือกชา 4 ขวดจาก 19 ขวด ทดลองดมระหว่างนั่งคุยกับปลา ในหัวไม่ได้คิดอะไร แค่ดมผ่านๆ อันไหนชอบก็แยกออกมา ปลาบอกผมว่า ผมเป็นคนที่ชอบดื่มอะไรรสซับซ้อน เพราะดูจากกลิ่นที่เลือกจะมีสวนผสมที่มากกว่าและแปลกกว่าปกติ ไม่แน่ใจว่าผมเลือกกลิ่นอะไรมาบ้าง ผมจำได้คร่าวๆ แค่ว่าใน 4 ขวดมีเปลือกกาแฟ ขมิ้นชัน เป็นส่วนผสม ผมเลยสงสัยว่าจริงๆ แล้วเราสามารถเดานิสัยคนจากชาที่เขาเลือกได้ไหม

ปลาเริ่มชงชาที่ผมเลือกให้ชิมทีละเบลนด์ด้วยรูปแบบการชงแบบกังฟูบาร์ คนที่มีความรู้เรื่องชาน้อยมากแบบผมสะดุดหูกับคำว่ากังฟูบาร์ขึ้นมาทันที ปลาอธิบายเหมือนได้ยินคำถามในใจ หลายคนอาจจะนึกถึงศิลปะการต่อสู้ แต่จริงๆ กังฟูหมายถึงการทำอย่างตั้งใจ ปลาลวกแก้วด้วยน้ำร้อน ตวงชาใส่กา เทชาน้ำแรกทิ้ง และอีกหลายกระบวนการอย่างคล่องแคล่ว

TE Time and Space TE Time and Space

ชาจากกาใสเห็นสีสันของน้ำและส่วนผสมข้างในคือสัมผัสแรกที่ได้รับ เมื่อถูกรินลงใส่แก้ว กลิ่นหอมทำให้เราเดาต่อว่ารสที่ดื่มเข้าไปจะเป็นอย่างไร นั่นคือสัมผัสที่สอง หลังจากดื่มเข้าไปชาอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับสิ่งที่เราเดาไว้เลยก็ได้

ส่วนที่ยากของการเบลนด์ชาคือ ไม่มีทางตัดสินได้ว่ารสชานั้นจะออกมาเป็นอย่างไรในการผสมของแห้ง เพราะสุดท้ายชาต้องถูกแช่ในน้ำร้อน กลิ่นและรสก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกจากที่เราชอบ กว่าจะได้ชา 1 เบลนด์ต้องผ่านการลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ครั้ง

TE Time and Space TE Time and Space

นอกจาก TE จะเป็นบาร์ชงชา ยังสอนเบลนด์ชาอีกด้วย ขั้นตอนแรกสุดของการเบลนด์ชา คือต้องออกแบบรส และกลิ่นไว้คร่าวๆ ก่อนว่าต้องการรสแบบไหน ประมาณไหน อยากได้รสหลักเป็นอะไร แล้วค่อยๆ ใส่ลูกเล่นเข้าไปเพิ่ม หลักการง่ายๆ คือการค่อยๆ ปรับแก้จนได้รสที่ใกล้เคียงสิ่งที่คิดไว้

“คนที่มาเรียนเบลนด์ชาจะสนุกกับการผสมนั่นนี่เต็มไปหมด แต่เราก็ไม่ได้ห้าม แค่จะแนะนำว่าใส่มากไปมันก็อาจจะไม่หลงเหลือกลิ่นของส่วนผสมอะไรเลย เราใช้ของจากธรรมชาติ ก็น่าจะให้กลิ่นของธรรมชาติมันค่อยๆ เผยตัวออกมาทีละนิดดีกว่า ค่อยๆ ใส่ค่อยๆ เติม เอาเข้าง่ายกว่าเอาออก”

ผมลองให้โจทย์ปลาเบลนด์ชาให้ The Cloud ผมบอกว่า อยากให้นึกถึงเมฆที่ค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจากเมฆฝนจนกลายเป็นฟ้าใส ปลานึกตามไม่นาน แล้วค่อยๆ จับส่วนผสมทีละอย่างมาชั่งตวง ประสบการณ์ทำให้เธอเหมือนมีลิ้นชักความทรงจำของรสที่ได้อยู่ในหัวอยู่แล้ว เป็นทางลัดซึ่งได้เปรียบมือใหม่อย่างผมที่ต้องเสียเวลาลองผสมดูว่าอันไหนใช้ได้หรือไม่ได้

ส่วนผสมที่มีทั้งหมดถูกเอามาวางรวมกันเต็มบาร์ ปรุงกันอยู่สักพักใหญ่ ปรับแก้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ได้ชาปรุงพิเศษของ The Cloud แบบที่น่าพอใจ

TE Time and Space TE Time and Space

“เคยมีคนคำนวณให้ว่าของที่มีอยู่ทั้งหมด ถ้าหากจับมาเบลนด์กัน จะได้สูตรมากถึง 30,000 กว่าสูตร” ปลาเล่าเมื่อผมถามปลาว่าวัตถุดิบเยอะแยะมากมายขนาดนี้น่าจะมีสูตรที่มากกว่า 19 สูตร

“สูตรที่มีทั้งหมด 19 สูตรมีความแตกต่างกันชัดเจน ก่อนหน้านี้มีมากกว่านี้ แต่ก็ถูกดึงออกไปบ้าง เพราะใกล้เคียงกันกับอีกตัว บางตัวก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะยากเกินจะเข้าถึง แต่หลายตัวก็มีคนชอบมาก ทั้ง 19 สูตรทำให้ชาที่ร้านมีความแตกต่างที่หลากหลาย แต่ก็กำลังจะหาสูตรต่อๆ ไปอยู่

“ถ้าทั้ง 19 สูตรยังมีคนไม่ชอบใจ ก็สามารถนั่งเบลนด์กันใหม่ได้เลย เสร็จแล้วก็ใส่ขวดกลับบ้านได้ด้วย” ปลาตอบทิ้งท้าย

TE Time and Space

TE Time and Space

ทองหล่อ 25
เวลาเปิด-ปิด |  พุธ-อาทิตย์ เวลา 10.00 -19.00 น
Facebook | TE
www.thetepot.com/

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load