29 พฤศจิกายน 2561
8 K

โหลใส่สารพัดของแห้งหลายใบวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบบนชั้นที่ถูกแบ่งเป็นช่อง เมื่อต้องการใช้ก็ต้องเลื่อนบันไดปีนขึ้นไปหยิบ ชวนให้นึกถึงร้านขายยาจีนเก่าๆ หรือให้จินตนาการไปไกลกว่านั้น ทำให้ผมนึกไปถึงห้องทดลองยาของพ่อมดแม่มดในหนังแฟนตาซีสักเรื่องหนึ่ง เมื่อเอาส่วนผสมในแต่ละโหลมาชั่ง ตวง วัด และเมื่อรินน้ำร้อนใส่ กลิ่นหอมที่ถูกตระเตรียมไว้ก็หอมฟุ้ง

TE Time and Space TE Time and Space

ปลา-นันธิดา รัตนกุล เจ้าของร้านจุดเทียนหอมสร้างบรรยากาศ ก่อนจะยกขวดตัวอย่างชาทั้ง 19 กลิ่นมาให้ผมเลือก ผมเริ่มเปิดไล่ชาทีละขวดขณะนั่งคุยกับปลา

ร้าน ‘TE Time and Space’ เป็นร้านชาที่ต่างจากร้านชาอื่นๆ ชาที่นี่เป็นชาเบลนด์ หรือชาที่ผสมผสานกับของหอมอื่นๆ มีทั้งดอกไม้ ผลไม้ ข้าว และอื่นๆ อีกมากมาย

TE Time and Space

ปลาเล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเปิดเป็นร้าน ปลาและ นัท-ณัฐกิจ อุดมศรีรัตน์ เริ่มทำชาขายที่ Farmer’s Market เป็นใบชาแบบต่างๆ อย่างอู่หลง ชาดำ ชาเขียว ที่บ้านของนัทนำเข้ามาจากจีน จากประสบการณ์ของทั้งคู่ที่มักเดินทางไปชิมชาจากหลายๆ ที่ ปลาเห็นความเป็นไปได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างนอกจากใบชาที่สามารถนำมาทำชาได้ทั้งนั้น อย่างเช่นไหมข้าวโพด เปลือกผลกาแฟ หรือแม้แต่ทุเรียน ทำให้ปลาเริ่มสนใจที่จะลองเอาชามาเบลนด์กับของอย่างอื่นดูบ้าง

TE Time and Space

“เบลนด์แรกสุดของ TE คือชาเขียวและข้าวเหนียวดำ ปลาได้ไอเดียจากเกนมัยฉะหรือชาข้าวญี่ปุ่น ที่มีส่วนผสมของชาและข้าวคั่วจนได้กลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ

“แต่การเบลนด์ชาก็ไม่ใช่ว่าจับอันนั้นผสมอันนี้ก็เสร็จ เรื่องสัดส่วนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกว่าข้าวที่แช่ในน้ำร้อนจะให้กลิ่นและสี ชาเขียวก็ถูกแช่จนขมไปหมด ปริมาณชาและข้าวจึงเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า จนได้จุดที่สมดุลที่สุด”

TE Time and Space

เมื่อชาเบลนด์ตัวแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดี ทั้งคู่เห็นว่ามีคนที่ให้ความสนใจชาเบลนด์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เลยลองผสมชาสูตรอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

“ตอนแรกสุดโจทย์ในการเบลนด์ชาของ TE คือเพื่อกลิ่น รส ที่มีความหอม แต่เมื่อมีหลายสูตรและแต่ละสูตรก็มีส่วนผสมหลายอย่างแตกต่างกัน ลูกค้ามักจะมีคำถามถึงสรรพคุณเสมอ ทำให้เริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องสรรพคุณของทุกส่วนผสมมากขึ้น ส่วนผสมบางอย่างก็ได้รับคำแนะนำต่อมาจากลูกค้า

“มันมีทั้งของที่เป็นฤทธิ์ร้อนและฤทธิ์เย็น ชาของ TE จะพยายามเบลนด์ให้ฤทธิ์ทั้งสองสมดุลกันมากที่สุด เพราะไม่รู้จะมีผลอะไรกับคนที่จะเอาชาไปดื่มบ้าง ค่อยๆ ให้ความสมดุลของชาปรับสมดุลของร่างกาย เหมือนเวลาเราร้อน การดื่มน้ำในอุณหภูมิพอเหมาะอย่างอุณหภูมิห้องก็ปรับร่างกายได้ดีกว่าน้ำที่เย็นจัด” ปลาเล่า

TE Time and Space

TE Time and Space

ผมเลือกชา 4 ขวดจาก 19 ขวด ทดลองดมระหว่างนั่งคุยกับปลา ในหัวไม่ได้คิดอะไร แค่ดมผ่านๆ อันไหนชอบก็แยกออกมา ปลาบอกผมว่า ผมเป็นคนที่ชอบดื่มอะไรรสซับซ้อน เพราะดูจากกลิ่นที่เลือกจะมีสวนผสมที่มากกว่าและแปลกกว่าปกติ ไม่แน่ใจว่าผมเลือกกลิ่นอะไรมาบ้าง ผมจำได้คร่าวๆ แค่ว่าใน 4 ขวดมีเปลือกกาแฟ ขมิ้นชัน เป็นส่วนผสม ผมเลยสงสัยว่าจริงๆ แล้วเราสามารถเดานิสัยคนจากชาที่เขาเลือกได้ไหม

ปลาเริ่มชงชาที่ผมเลือกให้ชิมทีละเบลนด์ด้วยรูปแบบการชงแบบกังฟูบาร์ คนที่มีความรู้เรื่องชาน้อยมากแบบผมสะดุดหูกับคำว่ากังฟูบาร์ขึ้นมาทันที ปลาอธิบายเหมือนได้ยินคำถามในใจ หลายคนอาจจะนึกถึงศิลปะการต่อสู้ แต่จริงๆ กังฟูหมายถึงการทำอย่างตั้งใจ ปลาลวกแก้วด้วยน้ำร้อน ตวงชาใส่กา เทชาน้ำแรกทิ้ง และอีกหลายกระบวนการอย่างคล่องแคล่ว

TE Time and Space TE Time and Space

ชาจากกาใสเห็นสีสันของน้ำและส่วนผสมข้างในคือสัมผัสแรกที่ได้รับ เมื่อถูกรินลงใส่แก้ว กลิ่นหอมทำให้เราเดาต่อว่ารสที่ดื่มเข้าไปจะเป็นอย่างไร นั่นคือสัมผัสที่สอง หลังจากดื่มเข้าไปชาอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับสิ่งที่เราเดาไว้เลยก็ได้

ส่วนที่ยากของการเบลนด์ชาคือ ไม่มีทางตัดสินได้ว่ารสชานั้นจะออกมาเป็นอย่างไรในการผสมของแห้ง เพราะสุดท้ายชาต้องถูกแช่ในน้ำร้อน กลิ่นและรสก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกจากที่เราชอบ กว่าจะได้ชา 1 เบลนด์ต้องผ่านการลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ครั้ง

TE Time and Space TE Time and Space

นอกจาก TE จะเป็นบาร์ชงชา ยังสอนเบลนด์ชาอีกด้วย ขั้นตอนแรกสุดของการเบลนด์ชา คือต้องออกแบบรส และกลิ่นไว้คร่าวๆ ก่อนว่าต้องการรสแบบไหน ประมาณไหน อยากได้รสหลักเป็นอะไร แล้วค่อยๆ ใส่ลูกเล่นเข้าไปเพิ่ม หลักการง่ายๆ คือการค่อยๆ ปรับแก้จนได้รสที่ใกล้เคียงสิ่งที่คิดไว้

“คนที่มาเรียนเบลนด์ชาจะสนุกกับการผสมนั่นนี่เต็มไปหมด แต่เราก็ไม่ได้ห้าม แค่จะแนะนำว่าใส่มากไปมันก็อาจจะไม่หลงเหลือกลิ่นของส่วนผสมอะไรเลย เราใช้ของจากธรรมชาติ ก็น่าจะให้กลิ่นของธรรมชาติมันค่อยๆ เผยตัวออกมาทีละนิดดีกว่า ค่อยๆ ใส่ค่อยๆ เติม เอาเข้าง่ายกว่าเอาออก”

ผมลองให้โจทย์ปลาเบลนด์ชาให้ The Cloud ผมบอกว่า อยากให้นึกถึงเมฆที่ค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจากเมฆฝนจนกลายเป็นฟ้าใส ปลานึกตามไม่นาน แล้วค่อยๆ จับส่วนผสมทีละอย่างมาชั่งตวง ประสบการณ์ทำให้เธอเหมือนมีลิ้นชักความทรงจำของรสที่ได้อยู่ในหัวอยู่แล้ว เป็นทางลัดซึ่งได้เปรียบมือใหม่อย่างผมที่ต้องเสียเวลาลองผสมดูว่าอันไหนใช้ได้หรือไม่ได้

ส่วนผสมที่มีทั้งหมดถูกเอามาวางรวมกันเต็มบาร์ ปรุงกันอยู่สักพักใหญ่ ปรับแก้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ได้ชาปรุงพิเศษของ The Cloud แบบที่น่าพอใจ

TE Time and Space TE Time and Space

“เคยมีคนคำนวณให้ว่าของที่มีอยู่ทั้งหมด ถ้าหากจับมาเบลนด์กัน จะได้สูตรมากถึง 30,000 กว่าสูตร” ปลาเล่าเมื่อผมถามปลาว่าวัตถุดิบเยอะแยะมากมายขนาดนี้น่าจะมีสูตรที่มากกว่า 19 สูตร

“สูตรที่มีทั้งหมด 19 สูตรมีความแตกต่างกันชัดเจน ก่อนหน้านี้มีมากกว่านี้ แต่ก็ถูกดึงออกไปบ้าง เพราะใกล้เคียงกันกับอีกตัว บางตัวก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะยากเกินจะเข้าถึง แต่หลายตัวก็มีคนชอบมาก ทั้ง 19 สูตรทำให้ชาที่ร้านมีความแตกต่างที่หลากหลาย แต่ก็กำลังจะหาสูตรต่อๆ ไปอยู่

“ถ้าทั้ง 19 สูตรยังมีคนไม่ชอบใจ ก็สามารถนั่งเบลนด์กันใหม่ได้เลย เสร็จแล้วก็ใส่ขวดกลับบ้านได้ด้วย” ปลาตอบทิ้งท้าย

TE Time and Space

TE Time and Space

ทองหล่อ 25
เวลาเปิด-ปิด |  พุธ-อาทิตย์ เวลา 10.00 -19.00 น
Facebook | TE
www.thetepot.com/

Writer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ถ้ามาลุยกินที่จังหวัดตรังสักครั้ง อยากแนะนำให้ลองมาที่อำเภอกันตังด้วยครับ จะขับรถมา เช่าสามล้อมา หรือจะนั่งรถไฟมาก็ได้ อำเภอกันตังอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ไม่ใกล้ไม่ไกล และเป็นเมืองที่ผมคิดว่ามีของดีซ่อนอยู่เต็มไปหมด 

เมืองนี้เป็นเมืองท่าและเคยเป็นศูนย์กลางในอดีตของตรัง มีคนจีนอยู่เยอะมาก เลยเป็นที่มาของวัฒนธรรมอาหารของกันตังซึ่งเป็นอาหารจีนที่มีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบ

หนึ่งในจุดหมายที่อยากแนะนำเป็นพิเศษถ้าจะมากันตังคือคาเฟ่ชื่อ ‘หลิงเฉิน’ ถ้าหากนั่งรถไฟมาลงที่สถานีกันตัง สถานีสุดท้ายของรถไฟสายอันดามัน เดินมาไม่ไกลจากสถานีจะพบคาเฟ่นี้

หลิงเฉินเป็นคาเฟ่จากตึกแถวสองชั้นห้องเดียว แต่ลึกตามสไตล์อาคารห้องแถวแบบจีนในสมัยก่อน ด้านหน้าเป็นคาเฟ่ที่ภาพรวมอาจดูว่าคล้ายกับคาเฟ่สไตล์จีนย่านเยาวราช เจริญกรุง หรือที่อื่นๆ แต่สิ่งที่ผมชอบคือการเอาวัตถุดิบของย่านต่าง ๆ ในอำเภอมาทำเป็นส่วนผสมของอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

หลิงเฉิน เป็นคาเฟ่ของ แจ็ค-ภัทร สกุลส่องบุญศิริ คนกันตังที่อยากกลับมาทำธุรกิจของตัวเองที่บ้านเกิดเหมือนความฝันของคนรุ่นใหม่อีกหลายคน ตึกแถวโบราณหลังที่แจ็คเอามาทำเป็นคาเฟ่เคยผ่านสายตาของเขามาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กจนโตตึกแถวหลังนี้มีคนอาศัยอยู่เสมอ จนวันหนึ่งตึกนี้ว่างให้เช่า แจ็คบอกว่าเขาไม่ลังเลเลยที่จะเช่าไว้ ด้วยไอเดียแรกที่อยากทำเป็นคาเฟ่และโฮสเทลขนาดเล็ก แต่อาคารไม่เหมาะจะทำเป็นโฮสเทลเลยตัดสินใจทำเป็นคาเฟ่เท่านั้น

คาเฟ่ในตอนเริ่มต้นเต็มไปด้วยความคิดที่พรั่งพรูจากไอเดียของแจ็คทั้งหมด แจ็คเล่าว่าเขาขายกาแฟแบบที่กรุงเทพฯ มี ใช้แก้วกระดาษ และทำน้ำแข็งทรงลูกบาศก์ใช้ในร้านเอง

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง
หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

คาเฟ่เต็มรูปแบบกลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีในกันตังมาก่อน ได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในตัวอำเภอ แต่ผลปรากฏว่าโดนลูกค้าบ่นเยอะมากจากความไม่คุ้นเคยกับกาแฟรสเปรี้ยว เสียงบ่นว่าให้กาแฟน้อย ดูดแป๊บเดียวก็หมดแล้ว น้ำแข็งก้อนใหญ่เกินไป ใส่แก้วกระดาษเหมือนกาแฟกดตามร้านสะดวกซื้อ แต่แจ็คขายกาแฟในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และค่อย ๆ ทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องตั้งแต่เรื่องธรรมชาติของกาแฟ น้ำแข็งที่ทำเองเพราะต้องการความสะอาด รวมถึงแก้วที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

แจ็คเล่าว่าช่วงที่เริ่มเข้าที่เข้าทางคือช่วงที่ลูกหลานกลับมาบ้านในช่วงปีใหม่ แล้วพาครอบครัวมากินขนมกับกาแฟที่คาเฟ่ คนรุ่นใหม่ช่วยอธิบายถึงสิ่งที่แจ็คทำให้คนอีกรุ่นหนึ่งในครอบครัวได้มาก 

ร้านหลิงเฉินเริ่มทำอาหารขายเพิ่มเติมจากกาแฟและขนม เป็นอาหารจีนแบบภัตตาคารสไตล์ฮ่องกงที่ครอบครัวมากินร่วมกันได้ แต่สุดท้ายแจ็คก็รู้สึกว่า อาหารแบบที่เขาทำไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่เลย ของก็ยังต้องเข้ามาซื้อในเยาวราช วัตถุดิบบางอย่างก็ซื้อจากห้าง ทั้งที่กันตังเป็นเมืองที่มีวัตถุดิบหลากหลายเต็มไปหมด

ความคิดที่แจ็คอยากให้หลิงเฉินกลายเป็นตัวแทนของชุมชนกันตังเลยเกิดขึ้นมา 

ถ้าหากเรานั่งรถไปกันตัง ถนนจะขนานไปกับแม่น้ำตรังเกือบตลอดสาย แจ็คใช้วัตถุดิบของดีรอบตัวมาทำเมนูในร้าน เริ่มเอาลูกจาก น้ำตาลจาก มาทำเป็นคาราเมลและไซรัป ใช้ผสมกับขนมและเครื่องดื่ม กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่พ่อครัวคนเก่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นช่วงที่แจ็คคิดว่าควรปรับเปลี่ยนอาหารทั้งหมดในร้าน

หลิงเฉินได้รับความช่วยเหลือจาก เชฟอุ้ม จากร้านตรังโคอิ ร้านเชฟเทเบิ้ลอาหารสไตล์เพอรานากัน และ เชฟจิ๋ม ยอดฝีมืออาหารจีนจากภัตตาคารโกยาว สองผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชาวตรังมาช่วยกันถ่ายทอดวิชาและปรับเมนูอาหารของหลิงเฉิน

ถ้าจะอธิบายอาหารของหลิงเฉินเท่าที่ผมเข้าใจ ที่นี่เสิร์ฟอาหารวัฒนธรรมจีนและอาหารท้องถิ่นของกันตัง ส่วนผสมของวัตถุดิบจากทะเลที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่นี้ อาจไม่ได้เรียกว่าเป็นอาหารแบบเพอรานากันที่มีลักษณะเฉพาะตัวเสียทีเดียว แต่ก็มีความใกล้เคียงกันมาก เพราะกันตังเป็นเมืองที่คนจีนเลือกตั้งรกรากและเอาวัฒนธรรมอาหารจีนมาผสมกับการกินแบบท้องถิ่น อาหารของหลิงเฉินเลยยังเชื่อมโยงกับพื้นที่

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

คงต้องพูดถึงเชฟอุ้มและเชฟจิ๋มเป็นพิเศษ เชฟอุ้มประกาศวางมือจากร้านร้านตรังโคอิที่อนุรักษ์และต่อยอดอาหารแนวเพอรานากัน ผมรู้สึกเสียดายเหมือนกันที่เชฟอุ้มจะหยุดการทำอาหารที่ร้าน เพราะเป็นคนที่ศึกษาและทำอาหารแนวนี้อย่างเข้าใจ แต่โชคดีที่เชฟอุ้มยังถ่ายทอดสูตรและแนวคิดการทำอาหารส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่อย่างแจ็ค ให้คิดจากวัฒนธรรมจีนและอาหารการกินในพื้นที่ จึงได้เป็นเมนูชุดเริ่มต้นของหลิงเฉิน รวมถึงเชฟจิ๋มจากภัตตาคารโกยาว ที่มาช่วยสอนวิธีทำอาหารจีนให้กับเชฟและทีมครัวของหลิงเฉิน

เมนูที่อยากแนะนำเมื่อได้ไปคือกาแฟที่ผสมลูกจากกับขนมเค้กลูกจาก และครัวซองต์ลูกจากครีม กับแมคคาเดเมียกับซอสที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจาก รสชาติจะหอมคนละแบบกับน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลโตนด กินกับกาแฟของที่ร้าน

แต่ถ้าอยากลองกินอาหารแบบจีนฮกเกี้ยน เมนูหมูฮ้องของหลิงเฉินจะใช้สามชั้นมัดด้วยเชือกเพื่อให้หมูไม่เละเวลาตุ๋นกับเครื่องพะโล้นาน 3 ชั่วโมง เป็นเมนูที่ร้านแนะนำให้กินคู่กับแกงส้มปลาท้องถิ่น เป็นปลาที่ได้จากประมงพื้นบ้านของกันตัง ปลาจะไม่เหมือนกันในแต่ละวัน ถ้าวันนั้นได้ปลาอะไรก็จะเอามาแกง น้ำแกงส้มมีลักษณะข้น ตำกับเครื่องแกงแบบละเอียด ใส่ผักพื้นบ้านตามฤดูกาลเช่นกัน พิเศษตรงที่จะซอยเปลือกมะนาวทองดำ มะนาวของตรังที่กินได้ทั้งเปลือก เมื่อกินกับแกงส้มจะได้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ ตัดความมันจากสามชั้นและเข้าคู่กับเครื่องเทศได้ดีมาก

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

หมูเจี๋ยนเคยฉลู เป็นเมนูพื้นบ้านของตรัง เคยหมักเกลือคั่วให้หอม ก่อนเอาไปผัดกับหมูสามชั้นกินกับข้าวสวยอร่อย 

ออเจี๋ยน หรือหอยทอดแบบหลิงเฉิน ใช้หอยนางรมจากทั้งฟาร์มและธรรมชาติจากตำบลวังวน ที่มีรสชาติและเท็กซ์เจอร์เป็นของตัวเอง กับแป้งทอดกรอบเป็นอีกเมนูที่นำเสนอรสชาติกันตังได้ชัดเจน

หลิงเฉิน คาเฟ่ : คาเฟ่ประจำเมืองที่ทำอาหารจีนพื้นบ้านจากป่าจากและทะเลตรัง

มนูพิเศษ ๆ ที่หากินไม่ได้ทั่วไปอีกหลายเมนู เช่น ไก่ผัดซอสขาวเมืองท่า โลวหมี่ ฮกเกี้ยนหมี่แบบน้ำข้น กะหรี่ปูไหมฟ่าน แกงกะทิเนื้อปูกับเส้นหมี่หุ้น และไม่ใช่แค่อาหารเก่าแก่ หลิงเฉินยังลองเอาอาหารแบบดั้งเดิมมาปรับเป็นเมนูใหม่ ๆ อีก เช่น ยำอิ่วจาโก้ย ดัดแปลงจากยำวุ้นเส้นทะเลแต่ผสมอิ่วจาโก้ย หรือที่คุ้นในชื่อปาท่องโก๋แทนวุ้นเส้น วิธีกินคือผสมน้ำยำกับอิ่วจาโก้ย เคล้าให้เข้ากัน หรือผัดหมี่เมืองท่า ที่เอาหมี่ซั่วมาผัดแบบผัดหมี่ฮ่องกง หอมกลิ่นกระทะ และใส่กุ้งลายเสือกับหมึกหอมที่ได้จากท่าเรือกันตัง

หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

น้องพนักงานในร้านที่เกือบทั้งหมดเป็นคนกันตัง เข้าใจเรื่องอาหารและวัตถุดิบ จนอธิบายอาหารให้กับลูกค้าตอนเสิร์ฟได้ และอาหารในร้านไม่ได้เน้นขายแค่นักท่องเที่ยว แต่แจ็คบอกว่าต้องให้คนในพื้นที่กินได้ด้วย บางเมนูเลยเป็นเมนูใหม่หรือหาที่อื่นไม่ได้ ส่วนเมนูดั้งเดิมก็ปรับให้พิเศษขึ้นด้วยวัตถุดิบและหน้าตา

สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่า หลิงเฉินกลายเป็นตัวแทนของกันตังอย่างที่แจ็คต้องการได้แล้ว ถ้ามากินอาหารที่หลิงเฉิน ก็น่าจะได้เข้าใจวัฒนธรรมและชิมรสชาติแบบกันตังไปด้วย

คงต้องใส่ร้านนี้เป็นหนึ่งร้านที่ต้องไปเมื่อไปเที่ยวตรังแล้วล่ะครับ

หลิงเฉิน คาเฟ่ คาเฟ่ที่ทำอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ด้วยวัฒนธรรมและวัตถุดิบของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

ภาพ : หลิงเฉิน คาเฟ่

หลิงเฉิน คาเฟ่

Writer & Photographer

Avatar

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load