6 กรกฎาคม 2561
12.37 K

ผมเริ่มสังเกตว่าหน้าตาของคาเฟ่ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเริ่มกลับมาเป็นสไตล์มินิมอลเรียบง่าย ในขณะเดียวกันคนดื่มกาแฟและบาริสต้าต่างมีเรื่องให้สนทนากันมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ประจำวันทั่วไปจนลึกลงไปในเรื่องราวของกาแฟในแก้วที่กำลังยกขึ้นดื่ม

ความเรียบง่ายอยู่ในทั้งสไตล์การตกแต่งร้านไปจนถึงอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นที่กั้นระหว่างบทสนทนาของคนดื่มกับบาริสต้าคือเครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์ที่ดูแปลกตาและวิธีการชงกาแฟแบบใหม่ๆ มักจะเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาระหว่างลูกค้ากับบาริสต้าได้อยู่เสมอ ไม่นานมานี้ผมกำลังสนใจการเปิดตัว ‘Modbar’ เครื่องชงกาแฟที่เรียกว่าพลิกโฉมหน้าตาของบาร์กาแฟไปเลยก็ว่าได้

Modbar คือเครื่องชงกาแฟที่ถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย ซ่อนระบบเครื่องชงนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่สุด เอาไว้ใต้เคาน์เตอร์ ส่วนที่โชว์ออกมามีเพียงส่วนที่ใช้งานเช่นหัวชง หรือก้านสตรีมนมเท่านั้น หน้าตาที่ดูมินิมอลแบบล้ำๆ นี้ทำให้ผมคิดว่า Modbar น่าจะกำหนดแนวโน้มหน้าตาของบาร์กาแฟในอนาคตได้มากทีเดียว

ณ วันนี้มีร้านกาแฟหลายร้านเริ่มหันมาเลือกใช้ความเรียบง่ายของ Modbar มากขึ้น ผมอยากแนะนำ 4 คาเฟ่ 4 สไตล์ในกรุงเทพที่เริ่มนำ Modbar มาใช้เป็นเครื่องชงกาแฟในร้าน

Bluekoff

Modbar เครื่องแรกในไทยถูกติดตั้งที่คาเฟ่ของ Bluekoff ผู้นำเข้าเครื่อง Modbar เพื่อใช้ทั้งเป็นเครื่องสาธิตและใช้ชงจริงสำหรับผู้สนใจด้วย

เครื่องชงกาแฟสีดำด้านแบ่งเป็นหัวชงเอสเพรสโซ 2 หัว เครื่องสตรีมนมร้อน 1 หัว และเครื่องดริปกาแฟแบบออโต้อีก 1 หัว ถูกใช้แทนเครื่องชงเอสเพรสโซแบบเดิม โดยซ่อนระบบหม้อต้ม และตัวเครื่องไว้ใต้เคาน์เตอร์บาร์หินสีดำ ในคาเฟ่โทนสีดำที่ดูเคร่งขรึม ทำให้ตอนเปิดตัวครั้งแรก Modbar สีดำด้านได้รับความสนใจอย่างมาก

คาเฟ่ของ Bluekoff แทบจะเป็นไม่กี่คาเฟ่ที่สามารถหาเมล็ดใหม่ๆ น่าสนใจไว้ลองชิม เพราะ Bluekoff เป็นผู้นำเข้าเมล็ดกาแฟทั้งแบบกรีนบีนจากหลายแหล่งปลูกดีๆ ทั่วโลก รวมถึงแหล่งปลูกในประเทศไทยที่ Bluekoff พัฒนากาแฟไทยมาตั้งแต่เริ่มต้นแบรนด์ด้วย

ระดับการคั่วของกาแฟที่หลากหลายระดับทำให้สามารถชิมกาแฟได้ทั้งแบบคลาสสิคเอสเพรสโซ่ หรือจะลองดูวิธีการดริปด้วยเครื่องดริปแบบออโต้ของ Modbar ดูก็ได้

แนะนำให้ลองเลือกเบเกอรี่ที่ Bluekoff ทำเองมากินคู่กับกาแฟด้วยนะครับ อันที่แนะนำเลยคือ Cascara Croissant ที่ใช้ Cascara หรือเปลือกเมล็ดกาแฟมาเป็นส่วนผสมของแป้งครัวซองต์ ซึ่งหาทานที่อื่นไม่ได้นะครับ

คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล
คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล
คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล
คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล
คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล

Bluekoff

อาคารพร้อมพันธุ์ 2 ชั้น 1 ปากซอยลาดพร้าว 3
เปิด-ปิด | จันทร์-เสาร์ 08.30 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
Website l https://www.bluekoff.com/
Facebook l BlueKoff

Oneday Wallflower

คาเฟ่นี้ไม่ได้มินิมอลอย่างที่อื่นๆ เป็นคาเฟ่ที่ซ่อนอยู่ในตึกเก่าโบราณหลังร้านดอกไม้ย่านเมืองเก่า มีบรรยากาศที่ดูลึกลับ น่าค้นหา เดินขึ้นบนบันไดไปยังชั้นสอง จะพบกับบาร์กาแฟสีทองแดงวาววับผสมกับไม้แผ่นเผาไฟเป็นผนังของเคาน์เตอร์บาร์ รวมถึงผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ที่เพนต์เป็นรูปแผนที่โลกบนแผ่นไม้ด้วย

ความกลมกลืนของหัวชง Modbar สีเงินเงาวับเข้ากันดีกับโทนการตกแต่งโดยรวมของร้าน ที่มีความดุดันจากทั้งสีดำและทองแดงสลับกับนานาดอกไม้ที่ตกแต่งอยู่เต็มร้านให้สมกับเป็นคาเฟ่ลึกลับที่อยู่ในร้านดอกไม้

เมนูที่นี่เน้นเมนูกาแฟ ทั้งเอสเพรสโซ่ และแบบฟิลเตอร์ ส่วนที่ได้รับความนิยมมากจากลูกค้าส่วนใหญ่คือ เมนูจากไซรัปและสปาร์กลิงโซดาผสมกับผลไม้ให้ความสดชื่นอย่างเลมอนและเบอร์รี่ต่างๆ ทานคู่กับสิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ เค้กหน้าตาสวยงามที่มีให้เลือกเยอะมาก

Oneday Wallflower มี ‘Wallflowers Upstairs’ เป็นบาร์และร้านอาหารบนดาดฟ้า เปิดในช่วงเย็นๆ สามารถขึ้นไปนั่งรับลม ดูแสงไฟย่านเมืองเก่าได้ และอีกไม่นานร้านอาหารเต็มรูปแบบอย่าง ‘The grounds of wallflower’ ที่เราเห็นเค้าโครงความสวยงามแบบลึกลับมีเสน่ห์ตั้งแต่ยังสร้างไม่เสร็จก็จะเปิดให้บริการแล้วด้วย

คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล

Oneday wallflower

ซอยนานา เยาวราช
เปิด-ปิด |  11.00 – 19.00 น.  (ปิดวันพุธ)
Facebook l  Oneday wallflowers

Roots at Sathon

ร้านกาแฟ ‘Roots’ เปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่สาทร คอนเซปต์ร้านใหม่คือนำเสนอกาแฟไทยจากแหล่งปลูกต่างๆ ของไทยที่ Roots เข้าไปทำงานร่วมกับเกษตรกร

Roots at Sathon อยากจะสื่อสารความตั้งใจในการทำกาแฟจากเกษตรกรไทยจนถึงคนดื่มผ่านการพูดคุยระหว่างบาริสต้าและลูกค้า ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ Roots เลือกใช้ความน้อยและเรียบง่ายของ Modbar เพื่อให้บาริสต้าได้สื่อสารกับลูกค้าได้มากขึ้น

ร้านใหม่ของ Roots บรรยากาศอบอุ่น ดูเป็นมิตร การตกแต่งตั้งใจให้นึกถึงความเป็นต่างจังหวัดของไทย เคาน์เตอร์บาร์ที่ใช้ติดตั้ง Modbar ทำขึ้นมาจากดินจากแหล่งปลูกกาแฟ อัดกันจนแน่น เห็นเป็นชั้นดินสลับสีกัน หัวชง Modbar สีขาวเข้ากับบรรยากาศที่ตั้งใจให้ดูอบอุ่นของร้านที่ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างดินและไม้เป็นส่วนใหญ่

เมนูที่ชงด้วย Modbar เป็นเมนูคลาสสิกเอสเพรสโซ่ แต่พิเศษตรงที่จะใช้เพียงแค่เมล็ดไทยทั้งหมดในการชง ทำให้เห็นความแตกต่างของรสกาแฟจากแหล่งปลูกที่ต่างกัน

คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอลคาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล

Roots   at Sathorn

ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร
เปิด-ปิด | ทุกวัน 08.00 – 19.30 น. 
Facebook l  RootsBkk

Kad Kokoa

บ้านไม้เก่าถูกรีโนเวตด้วยไม้ จากบ้านไม้เก่าและยุ้งข้าวจากภาคเหนือให้กลายเป็นคาเฟ่ในบ้านไม้น่ารักกลางเมือง ใช้ชื่อเหนือๆ อย่าง ‘Kad Kokoa’ หรืออ่านว่า กาด โกโก้

ผิดจากรูปลักษณ์ภายนอก ภายในคาเฟ่เต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือทำช็อกโกแลตครบวงจร เพราะที่นี่เป็นคาเฟ่ช็อกโกแลตรูปแบบ Bean to Bar ที่ทำช็อกโกแลตเองตั้งแต่เป็นเมล็ดโกโก้ ผ่านกระบวนการต่างจนกลายเป็นช็อกโกแลตแท่ง และเป็นขนมเครื่องดื่มอีกหลายอย่าง

ความพิเศษของ Kad Kokoa คือช็อกโกแลตที่ใช้ในร้านทำมาจากเมล็ดโกโก้ที่ปลูกจากแหล่งปลูกในไทยทั้งสิ้น แหล่งปลูกที่แตกต่างกันก็ทำให้รสชาติของช็อกโกแลตที่ได้ออกมาแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ช็อกโกแลตแท่งของ Kad Kokoa จึงมีขายหลายแบบแบ่งตามแหล่งปลูกเป็นหลักมีทั้งเชียงใหม่ ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจันทบุรี ที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักของเมนูอื่นๆ ในร้านด้วย

เครื่องดื่มที่ไฮไลต์ในร้านคงหนีไม่พ้นช็อกโกแลตเช่นกัน เมนูหลากหลายทั้งขนมและเครื่องดื่มที่ครีเอตขึ้นจากช็อกโกแลตไทยรสชาติดีไม่แพ้ช็อกโกแลตจากต่างประเทศเลย

นอกจากช็อกโกแลตที่ดีแล้ว ยังเน้นเครื่องดื่มที่นอกเหนือจากช็อกโกแลตให้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะกาแฟ Kad Kokoa ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นี่เป็นอีกคาเฟ่หนึ่งที่ให้ความสำคัญกับกาแฟในร้าน และเครื่องชงที่มีประสิทธิภาพอย่าง Modbar ทำให้เห็นถึงความตั้งใจในการเลือกใช้ส่วนผสมและวัตถุดิบรวมถึงอุปกรณ์แบบไม่มีกั๊กของร้านนี้

ส่วนเมนูที่อยากแนะนำคงไม่พ้น Mocha เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างกาแฟและช็อกโกแลตที่ดีนั่นเองครับ

คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล คาเฟ่ 4 สไตล์ที่ใช้ Modbar เครื่องชงกาแฟดีไซน์สุดมินิมอล

Kad Kokoa

ซอยนราธิวาส 17
เปิด-ปิด  |   Soft Opening 09.00 – 17.00 น.   (ปิดวันพุธ)
Facebook l  KAD KOKOA

หากสนใจเครื่องชง Modbar สามารถติดต่อได้ที่ Bluekoff ผู้นำเข้าเครื่องจากอิตาลีโดยตรง

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographers

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

#cafehopping

ลายแทงคาเฟ่น่าสนใจ ผ่านมุมมองของ cafe hopper ผู้ชื่นชอบการไปคาเฟ่

21 ธันวาคม 2561
24.14 K

สำหรับคนที่เคยไปประเทศเกาหลีหรือแม้แต่เคยชมซีรีส์เกาหลี ต่างต้องคุ้นเคยกับบรรยากาศอบอุ่นน่ารัก โรแมนติกเล็กๆ ของประเทศนี้ รวมถึงสไตล์การแต่งตัวแบบคุมโทนของคนที่นี่ คราวนี้เราได้มีโอกาสหลบหลีกความวุ่นวายในกรุงเทพฯ ไปปลอมตัวเป็นสาวเกาหลีถึง 6 วัน แน่นอนว่าทริปนี้ของเราจะได้ Hopping กันอย่างจุใจ

เกาหลีเป็นประเทศที่มีคาเฟ่เยอะและหลากหลายมาก เรียกว่ามีอยู่เกือบทุกพื้นที่ เนื่องจากสภาพที่พักในเกาหลีมีขนาดเล็ก ซึ่งไม่เอื้ออำนวยสำหรับการอ่านหนังสือหรือจะใช้พบปะกับใครได้ จึงทำให้คาเฟ่ในเกาหลีได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่วัยรุ่น นักศึกษา หรือคนวัยทำงาน ทั้งเวลาเช้า พักกลางวัน หรือเวลาหลังเลิกงาน เรามักจะเห็นคนที่นี่ใช้เวลาอยู่ในคาเฟ่

สไตล์คาเฟ่ของเกาหลีจะมีกลิ่นอายของความมินิมอลและมีความน่ารักซ่อนอยู่ การมาเที่ยวเกาหลีในครั้งนี้นอกจากจะมาตามหาใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ยังได้ทัวร์คาเฟ่ตามเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน และน่าแปลกใจมากเมื่อได้พบกับความอร่อยของขนมมากมาย มันช่างเป็นความสุขที่เราอยากถ่ายทอดให้เพื่อนได้ตามมาสัมผัสค่ะ

 

BVBB Croissant Shop

ร้านแรกสำหรับครั้งนี้คือ BVBB Croissant Shop ร้านขนมอบในย่าน Hapjeong-dong โดยเราลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Hapjeong (622) สายสีส้ม แล้วเดินตาม Google Maps ประมาณ 500 เมตรไม่นานนักก็เจอคาเฟ่ที่ชื่อ BVBB  Croissant Shop ร้านนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มี 2 ชั้น ตกแต่งง่ายๆ โทนสีน้ำตาล ครีม บรรยากาศในร้านคนเยอะตลอดทั้งวัน มีทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาแถวนี้ รวมถึงหนุ่มสาวชาวเกาหลี

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เมนูขนมในร้านที่โด่งดังก็คือ ครัวซองต์อบร้อนๆ หน้าตาแปลกๆ ชวนทาน ในตู้จะโชว์ขนมจริงๆ ที่ร้านทำในแต่ละวัน บอกวัตถุดิบและราคาอย่างชัดเจน ขนมที่ขายดีที่สุดก็คือ ครัวต์ซองใส้ชีสกับถั่วแดงกวน แต่จริงๆ แล้วเราว่ามันน่าทานทุกอันเลยค่ะ

อากาศตอนนี้หนาวนิดๆ ประมาณ 10 องศาได้ เราเลือกเมนู California Croissant 1 ชิ้น กับเมนูอุ่นๆ อย่าง Flat White ไม่หวาน 1 แก้ว เอามานั่งทานที่ชั้น 2 โดยมีทั่งโซนห้องแอร์และโซนที่เป็น Outdoor เราเลือกนั่งทานด้านนอก ตอนสายๆ แดดอุ่นๆ คำแรกที่เราทานครัวซองต์เข้าไปมันทั้งกรอบและหนึบกำลังดี รสชาติหวานหน่อยๆ และความหอมของอัลมอนต์ที่เพิ่งอุ่นมาใหม่ๆ ร้านแรกของทริปนี้ทำให้ประทับใจมาก

คาเฟ่, เกาหลี

BVBB Café

โทร 027470305
เวลาเปิด-ปิด 10.00 – 01.00 น.
IG @bam_voo
www.bamvoo.com

 

Four Basic

คาเฟ่, เกาหลี

ถัดมาจากร้าน BVBB เพียง 500 เมตรเห็นจะได้ก็คือ ร้าน Four Basic ร้านนี้เป็น Coffee Shop และมีเบเกิ้ลพร้อมด้วยครีมชีสหลากหลายรสชาติให้เลือก ดูเหมือนว่าเบเกิ้ลของที่นี่จะได้รับความนิยมมาก เพราะเบเกิ้ลที่พนักงานกำลังยกลงจากเตาอบและที่วางเรียงรายให้ลูกค้าเลือกมันช่างเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว ร้านนี้ยังมีมากถึง 3 สาขาในเกาหลี ทั้งที่ Hapjung, Gwanghwamun และ Hoegi

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เราไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับการกินเบเกิ้ลธรรมดาสักเท่าไหร่ เลยลองสั่งอะไรที่มันดูน่าตื่นเต้นกว่า Plain Bagel นั่นก็คือ รส Mugwort หรือรสจิงจูฉ่าย เราคิดว่ามันเป็นไอเดียที่ดีมากที่ผสมจิงจูฉ่ายลงในขนมปัง และพนักงานที่ร้านยังแนะนำ Cranberry Cream Cheese ให้ทานคู่กันด้วย ในแต่วันละที่ร้านจะจับคู่เมนูเบเกิ้ลไว้เป็นเซ็ตเมนูสุดคุ้มราคาพิเศษ ซึ่งวันนี้เป็นเมนู Coffee Today คือ Americano Coffee นั่นเอง

เราออกตัวเลยว่าเบเกิ้ลดีมากค่ะ ทำให้คนที่ไม่ชอบเบเกิ้ลอย่างเราสามารถทานหมดชิ้นได้อย่างรวดเร็ว และบรรยากาศร้านช่างดูสะอาดสงบ ร้านกว้างมาก มี 2 ชั้น รวมถึงโซนสวนเล็กๆ ด้านนอก สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวๆ อย่างตอนนี้ ขณะที่เรานั่งทานเรามีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของร้าน เขาสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงรู้จักคาเฟ่ในเกาหลีเยอะจัง และพยายามถามว่าเรารู้จักร้านของเขาได้ยังไง จากเว็บไซต์ไหนบ้าง ดูใส่ใจกับลูกค้าทุกๆ คน เราเลยบอกไปเพียงว่าประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีคนหลงใหลการดื่มด่ำกาแฟ และหลงใหลการใช้ชีวิตในคาเฟ่พอๆ กับคนเกาหลีนั่นล่ะ

Four basic

โทร 025663861
เวลาเปิด-ปิด 10.30 – 22.30 น.
IG @Fourb.hours
fourb.co.kr/

 

CUTE  

พักจากร้านขนมปังมาเป็นร้านเค้กกันบ้างนะคะ คราวนี้มาที่สถานี Euljiro 3 (sam) ga (203) ทางออก 3 ยังร้านเค้กสุดลึกลับ ถึงแม้ว่าจะเดินไม่ถึง 500 เมตรจากทางออก 3 ก็ตาม แต่ก็ถึงกับงงทีเดียวเมื่อเดินมาเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกตามที่ Google Maps บอก เราจะเห็นเพียงตึกตระหง่านทั้งสี่มุม หลังจากนั้นเราจึงตัดสินใจเริ่มอ่านป้ายที่ติดตามมุมตึกทั้งสี่ จนพบป้ายร้านเล็กๆ น่ารักเป็นภาษาเกาหลีทำนองว่า ขึ้นมาค่ะ เราอยู่ที่ตึกนี้ (แปลเอาเองตามความรู้สึกนะคะ)

เราจึงไม่รอช้า รีบเดินขึ้นบันไดสีแดงบ้างขาวบ้างสลับกัน แล้วแต่ชั้นที่ตกแต่งเป็นร้านขายของ หรือแม้กระทั่งสำนักงานให้เช่า ระหว่างทางขึ้นบันไดก็แอบน่ากลัวเล็กน้อย เพราะค่อนข้างมืด ขึ้นมาประมาณสี่ถึงห้าชั้นได้ก็เจอแล้วค่ะ ห้องเล็กๆ ห้องเดียวนี่ล่ะ ช่างลึกลับสมที่เป็น A Hidden Korea Speakeasy Café จริงๆ

คาเฟ่, เกาหลี

ตอนแรกก็สงสัยว่านี่จะเป็นคาเฟ่ที่เราตั้งใจจะมาจริงๆ รึนี่ ไหนลองเปิดประตูเข้าไปซิ ใช่จริงๆ ด้วยค่ะ แต่ห้องเล็กๆ ที่เห็นนี่ล่ะที่ข้างในตกแต่งเป็นคาเฟ่ได้อย่างน่ารัก พอเราไปถึงต้องรอคิวถึง 2 คิวและที่ร้านไม่มีที่สำหรับรอคิว ต้องยืนรอนอกห้อง หลังจากผ่านไปประมาณ 5 นาทีเห็นจะได้ พนักงานที่ร้านก็มาเรียก ถือว่ารอไม่นานค่ะ

ที่ร้านนี้มีเมนูขนมให้เลือกไม่กี่เมนู เราเลยแอบดูคนในร้านว่าเขาทานอะไรกันบ้าง เราสั่งแครอทเค้กกับช็อกโกแลตร้อนที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ตามที่พนักงานแนะนำ เค้กแครอทก้อนโตที่ทาน 2 คนกำลังพอดี เสริฟกับช็อกโกแลตร้อนที่ตกแต่งเป็นรูปการ์ตูน น่ารักมากๆ รสชาติก็ใช้ได้เลย แม้ร้านจะลึกลับขนาดนี้แต่เราก็เจอคนไทยที่ร้านนี้ด้วยนะคะ เริ่มจะเชื่อแล้วว่าคนไทยนี่ก็เป็นแฟนคลับคาเฟ่เกาหลีตัวยงเหมือนกัน

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

CETU Café

โทร 021093632597
เวลาเปิด-ปิด วันจันทร์-เสาร์ เวลา 12.00 – 19.00 น.
IG @Room.cetu

 

Café Layered

ร้านเค้กอีกร้านที่เราชอบมาก ยกให้เป็นที่หนึ่งในทริปนี้เลย นั่นก็คือร้าน Café Layered  เป็นร้านขนมที่ชื่อเสียงโด่งดังในย่าน Ankug ทีเดียว เราลงรถไฟฟ้าใต้ดิน Ankug (328) ทางออก 2 เดินย้อนหลังประตูทางออกมาแค่ 200 เมตรเท่านั้นก็จะเจอร้านสีเหลืองนวลตกแต่งง่ายๆ จากด้านนอกที่เป็นกระจกใสทำให้มองเห็นความหลากหลายของขนมในร้าน ซึ่งขนมในร้านนี้มีให้เลือกหลายแบบ หลายเมนูเป็นเมนูที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากร้านอื่นๆ อย่าง Cream Scone, Cheddar Cheese Bacon Scone มีบราวนี่และเค้กหลากหลายรสชาติ

เราเดินเข้ามาในร้านแล้วยิ่งรู้สึกได้ถึงความอร่อย เมื่อได้กลิ่นขนมที่อบใหม่ๆ อยู่ในร้าน ถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยจากจำนวนโต๊ะเกาอี้ที่วางจนหนาแน่น แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงเที่ยงจะมีหนุ่นสาวออฟฟิศมานั่งทานขนมที่ร้านจนเต็ม เราชอบกลิ่นและบรรยากาศการอบขนมด้านหลังร้าน และชอบที่หลังคาร้านเป็นฝ้าโปร่งแสง ทำให้แสงแดดตอนกลางวันตกกระทบกับขนมที่วางโชว์อย่างสวยงาม เราสามารถหยิบขนมที่เราต้องการได้เลย และนำไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มได้ที่นั่น

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

เราสั่งเมนู Chocolate Cake, Banana & Figs Bread และเครื่องดื่มเป็น Iced Chocolate และ Cream Latte เครื่องดื่มร้อนๆ ที่มีครีมหอมนุ่มๆ ทานกับเค้กช็อกโกแลตหนึบๆ รสชาติเข้มข้น ส่วนเมนู Banana & Figs Bread เป็นเมนูขายดีของที่ร้าน ถ้าใครจะมาร้านนี้เราก็ขอแนะนำด้วยเช่นกัน มันไม่เหมือนเค้กกล้วยหอมทั่วไป เพราะด้านบนมีเกร็ดน้ำตาลหอมๆ เบิร์นกรอบๆ เข้ากันดีมากกับเนื้อเค้กที่ไม่หวานมาก

มาถึงตอนนี้เราคิดว่าอยากให้ท้องมีที่ว่างเพิ่มขึ้น เพราะยังมีอีกหลายเมนูที่เราอยากลองแต่ไม่สามารถทานต่อได้แล้วจริงๆ หรือถ้าใครอยากจะมาฝากท้องกับร้านนี้ก็แนะนำเลยค่ะ เพราะขนมที่นี้ชิ้นใหญ่ คุ้มค่ากับราคา คุณภาพและรสชาติก็ถือว่า Worth Every Calorie กันทีเดียว

Cafe Layered

โทร 027630604
เวล่เปิด-ปิด 08.00 – 22.00 น.
IG @Cafe_layered

 

BNHR Coffee

พอใจกับร้านเค้กทั้งสองร้านกันไปแล้ว ร้านถัดมาเรามากันที่ย่าน Itaewon ย่านที่ถือว่ามีร้านอาหารสไตล์ฟิวชันแปลกแตกต่างจากแหล่งอื่นในเกาหลี และมีร้านอาหารไทยอยู่เยอะกว่าย่านอื่น ๆด้วย เราจะไปร้านที่ชื่อว่า BNHR Coffee ลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Noksapyeong ทางออก 1 เดินตาม Google Maps ประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร เราค่อยๆ แวะช้อปปิ้งไปตามทางบ้าง เพราะไกลเหลือเกินค่ะร้านนี้

คาเฟ่, เกาหลี

แต่พอมาถึงแล้วต้องร้องว้าวให้กับเมนูเครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่ชื่อว่า BNHR Coffee Latte เราชอบมาก มันกลมกล่อม มีความหอมหวานของนมและครีมอย่างลงตัว นอกจากนั้น เราสั่งเค้กมีรามิสุ 1 ชิ้นและสายไม่ทานกาแฟอย่างเพื่อนอีกคนสั่งช็อกโกแลตเย็นอีกตามเคย เค้กมีรามิสุที่นี่ชิ้นใหญ่และทำใหม่ชิ้นต่อชิ้น ส่วนช็อกโกแลตก็เสิร์ฟมาในขวดทรงสี่เหลี่ยมที่มีโลโก้ร้านแบบง่ายๆ

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

ร้านนี้ตกแต่งแบบเรียบง่าย โทนสีเหลืองครีม ก็แต่ก็แอบมีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปอยู่หลายมุม เนื่องจากเราเดินกันมาไกลจากแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน แนะนำให้ค่อยๆ เดินมานะคะ เพราะที่นี่ไม่มีที่จอดรถ และคาเฟ่ในเกาหลีอีกหลายที่ก็ไม่มีบริการที่จอดรถ บรรยากาศภายในร้านนี้จึงดูเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งทำงานกันแบบยาวๆ

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

BNHR Coffee

โทร 027925110
เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-อาทิตย์ 12.30 – 21.00 น.
IG @bnhrcoffee

 

Café Skon

มาถึงคาเฟ่น่ารักๆในย่าน Hongik กันบ้าง ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Hongik (239) ทางออก 3 เดินตามเส้นทางแผนที่ประมาณ 700 เมตร ระหว่างทางนั้นไม่ต้องกลัวเลยนะคะว่าจะเหงา เพราะย่านนี้เป็นย่าน Hongik University จึงเต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงคาเฟ่น่ารัก เต็มไปหมด เดินแบบเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ร้าน Café Skon เป็นคาเฟ่สีขาว 2 ชั้น ตกแต่งด้วยสีส้มบ้างแดงบ้าง เป็นคาเฟ่ที่น่ารักมากๆ ส่วนด้านล่างเป็นร้านทำเล็บ คาเฟ่จะอยู่ด้านบน

เมื่อขึ้นไปชั้นสองและเข้าไปด้านในจะพบการตกแต่งร้านที่แตกต่างจากด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ภายในร้านเป็นโทนสีอ่อนๆ อย่างสีขาวครีมและมีการตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้ ด้วยความหิวของวันนี้ เราแทบไม่ได้สนใจเมนูซิกเนเจอร์ที่พนักงานแนะนำอย่าง Lemon Cake เพราะมันชิ้นเล็กไปแล้วสำหรับความหิวระดับนี้ของเรา

เราสั่งขนมชิ้นใหญ่ที่สุดในร้านอย่าง French Cloud ขนมปังอบแบบโทสต์ เสิร์ฟพร้อมครีมสดและผลไม้ ส่วนเครื่องดื่มเป็น Cream Latte กับ Flat White ขนมปังที่อบมาร้อนๆ พร้อมครีมสดที่หวานกำลังดีกินคู่กับ Cream Latte ที่เป็นเครื่องดื่มร้อนนุ่มๆ หวานละมุนลิ้น เรานั่งทานบริเวณที่ร้านจัดไว้เป็นระเบียง ใต้ต้นไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีปลิวลงมาพร้อมกับลมเย็นๆ เผลอแป๊บเดี๋ยวเท่านั้นขนมก็หมดแล้ว

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

Café Skon

โทร 023237074
เวลาเปิด-ปิด 11.00 – 22.00 น.
IG @Café_skon

 

Scoff Bakehouse

สุดท้ายก่อนจะออกจากโซลเรามาฝากท้องกันที่ร้าน Scoff Bakehouse ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานี Gyeongbukgung (327) ทางออก 2 เดินประมาณเกือบ 700 เมตรเราจะพบทางเข้าตรงซอยเล็กๆ พร้อมป้ายบอกทางไปคาเฟ่ที่ชื่อว่า Scoff Bakehouse เดินตามกลิ่นหอมๆ เข้าไปจะพบร้านเรียบง่ายที่แทบจะไม่ได้มีการตกแต่งอะไรเลย มีเพียงบริเวณที่เป็นครัวสำหรับไว้อบขนม ด้านข้างเป็นเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ส่วนด้านหลังเป็นบาร์เล็กๆ สำหรับชงเครื่องดื่ม นอกนั้นบริเวณอื่นๆ ในร้านเป็นที่สำหรับวางขนมอบรสชาติหลากหลายที่เพิ่งอบมาใหม่ๆ ให้เราได้เลือกบริการตัวเอง

ที่ร้านมีขายทั้งแบบเป็นชิ้นหรือจะสั่งเป็นถาดกลับบ้านไป แต่คงต้องกินกันหลายวันหน่อย เพราะนอกจากขนมร้านนี้จะชิ้นใหญ่แล้วยังถาดใหญ่อีก รวมถึงดูทันสมัยและมีการนำวัตถุดิบตามฤดูการมาใช้เป็นส่วนผสมอย่างลงตัว

คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี คาเฟ่, เกาหลี

อย่างแรกที่ทำเมื่อเข้ามาถึงที่ร้านคือกวาดสายตาไปรอบๆ เลือกขนมที่คิดว่าน่ากินที่สุด เราสั่ง Raspberry Almond Tart และ Hot Apple Cinnamon Tea ส่วนเพื่อนสายช็อกโกแลตก็ตามเคย เลือก Chocolate Brownie และ Lemonade นอกจากนั้น เรายังเลือกสโคนอีกหลายชิ้นกลับบ้านเพื่อจะเอามานั่งทานที่สนามบิน

ระหว่างที่รอให้ร้านอุ่นขนมให้เราขึ้นมานั่งที่ชั้นสอง เดินสำรวจร้านที่ตกแต่งด้านบนแบบง่ายๆ ตอนนี้คนยังไม่เยอะมากเพราะเรามาตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ ไม่นานก็ได้ขนมที่สั่งไว้ Hot Apple Cinnamon Tea เสิร์ฟมาแบบมีแอปเปิ้ลเป็นลูกๆ ลอยอยู่ในแก้ว มีเนื้อแอปเปิ้ลฝานบางๆ กับชาหอมๆ ส่วน Raspberry Almond Tart ก็อร่อยไม่แพ้กัน มีความเปรี้ยวหวานสลับกันไปในแต่ละคำ ได้แอบชิม Chocolate Brownie ของเพื่อน รสชาติก็กลมกล่อมเน้นไปทางเข้มข้น

หลังจากที่เรากินขนมไปจนหมด บอกเลยว่ารู้สึกตื่นเต้นกับขนมร้านนี้ เพราะที่นี่สามารถทำให้ขนมธรรมดาๆ ที่เราเคยทานทั่วไปมีความอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่าใครมาเที่ยวโซลแล้วผ่านมาย่านนี้ เราแนะนำให้แวะมาเจอกับประสบการณ์แบบนี้กันนะคะ

Scoff & Bakehouse

โทร 07077611739
เวลาเปิด-ปิด วันอังคาร-อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น.
IG @Scoffbakehouse
อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load