12 มิถุนายน 2560
8 K

ผมเป็นคนทานอาหารออร์แกนิกบ้างหากมีโอกาส แต่ปัญหาใหญ่ของผมมีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือ อาหารออร์แกนิกนั้นหาทานได้ไม่ง่ายนัก ถ้าเทียบกับอาหารปกติทั่วไป ไม่หลากหลาย แถมราคาก็สูงจนไม่สามารถทานได้เป็นประจำ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุด คงเป็นการเข้าใจความหมายของออร์แกนิกผิดเพี้ยนไปหมด

ผมเคยเข้าใจว่าคำว่าออร์แกนิกเป็นคำที่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ อาหารทุกอย่างในร้านที่เขาปรุงมาให้ทานนั้นดีต่อสุขภาพไปหมด จนวันนึงถึงได้รู้ว่าออร์แกนิกนั้นมันครอบคลุมแค่วัตถุดิบเท่านั้น หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วครับ บางที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจริง แต่ปรุงด้วยน้ำมันหอย ใส่ซอสนู่นนี่ ในซอสก็มีสารอะไรต่อมิอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ไม่มีหอยจริงๆ สักตัว บางที่เขาก็ใส่ใจในการปรุง เลือกเครื่องปรุงที่เป็นออร์แกนิกจริงๆ นะครับ แต่เราก็ไม่สามารถเดินเข้าไปขอดูว่าพี่ใส่อะไรมาให้ผมกินบ้าง ดูเคร่งจนเกินงาม แถมอาจจะดูไม่ไว้ใจเขาไปเสียหมด

ไม่นานมานี้มีร้านคาเฟ่และอาหารออร์แกนิกเพิ่งมาเปิดใหม่ในเมืองทองธานี เพราะความเป็นละแวกบ้านทำให้ผมตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะอย่างน้อยก็มีทางเลือกเพิ่มขึ้นมาให้ได้ลองไปทาน

TAAN Organic Café & Meal

TAAN เป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร และขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ตกแต่งร้านได้ดูอบอุ่น น่ารัก มีความเป็นไทยเล็กๆ ดูเป็นธรรมชาติจากข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ตกแต่งร้าน รวมไปถึงสวนเล็กๆ หลังบ้าน กับแปลงดอกไม้และผักสวนครัวยิ่งเพิ่มความน่ารักให้กับร้านเพิ่มอีกเท่าตัว

ความหมายของชื่อ TAAN ความหมายแรกคือ กิน ความตั้งใจของร้านคืออยากให้คนเข้าถึงอาหารออร์แกนิกได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ร้าน TAAN วางตัวเองเป็นครัวของชุมชน หมายถึงคุณจะเข้ามาอะไรทานก็ได้ เหมือนเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นว่าวันนี้มีอะไรบ้าง แล้วเลือกวิธีปรุงแล้วค่อยสั่ง และเข้าไปดูในครัวได้เลยว่าเขาใส่อะไร เขาทำมาให้เรากินอย่างไร จริงใจแบบให้มันรู้กันไปเลย หรือถ้าอยากจะเข้าครัวลงมือเองเลยก็ได้เช่นกัน อาหารที่กินจะถูกคิดจากความต้องการของคนกิน เมนูของ TAAN เลยไม่มีชื่อเมนูตั้งรอไว้เลย ไม่รวมเมนูขนมและเครื่องดื่มนะครับ เพื่อลดการสต็อกของรอไว้เพื่อทำตามเมนู บางทีไม่ได้ใช้เลยก็เน่า ถือเป็นลดการใช้วัตถุดิบโดยไม่จำเป็นได้ด้วย

วัตถุดิบในร้านรวมถึงเครื่องปรุงล้วนคัดสรรมาแล้ว ในเมนูเขียนแหล่งที่มาของวัตถุดิบจากแต่ละที่ พร้อมราคาต้นทุนชัดเจน และราคาคร่าวๆ ของวิธีปรุง ด้วยความโปร่งใส

แนวคิด Organically Grown & Naturally Cooked ของร้านคือสิ่งที่บอกได้ถึงความใส่ใจในทุกกระบวนการตั้งแต่การเฟ้นหาวัตถุดิบ จนถึงการปรุงอาหาร ไม่ใช่แค่เลือกนะครับ แต่เป็นการลงไปทำงานร่วมกับเจ้าของฟาร์ม ไปช่วยปรับเปลี่ยนจากการใช้เคมีมาเป็นออร์แกนิก

เมนูที่ผมลองสั่งคือปลาอินทรี เอาไปย่างกับมิโสะ

TAAN Organic Café & Meal

ปลาที่ใช้ในร้านเป็นปลาน้ำลึก ไม่ผ่านการแช่เคมี และสนับสนุนประมงที่ไม่เอาเปรียบสิ่งแวดล้อม จับแบบคิดว่าถ้าปลาตัวเล็กก็ปล่อยคืนทะเลไปให้ปลาโตต่อ ไม่ลงอวนตาถี่ ฤดูตั้งท้องก็งดจับมัน มิโสะที่เอามาย่างกับปลาก็เป็นมิโสะโฮมเมดของเคโกะซัง แห่งโรงแรมศรีประกาศจากเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการหมักมิโสะ และทำอาหารเพื่อสุขภาพอีกมากมาย กินคู่กับยำหัวปลีใส่ไข่ต้มยางมะตูมที่ใช้ไข่สดจาก Hilltribe Organics ฟาร์มที่เลี้ยงไก่แบบปล่อยตามธรรมชาติโดยชาวเขา

อีกเมนูที่อยากให้ลองคือ เต้าหู้ เอาไปทอดราดซอสมะขามก็อร่อยครับ ถ้าเต้าหู้ดีน้ำเต้าหู้ก็ต้องดีไปด้วย เลยอยากแนะนำของหวานอย่างกรานิต้าน้ำเต้าหู้ แช่แข็งแล้วเอามาขูดเป็นเกล็ดน้ำแข็งผสมกับผงถั่วเหลือง ราดด้วยซอสน้ำตาลเคี่ยว ที่นี่ใช้น้ำเต้าหู้ทำเอง ทำสดทุกเช้า ขายหมดก็คือหมด ถ้าเหลือก็จะเก็บไว้ไม่เกิน 2 วัน

ตบท้ายด้วยกาแฟออร์แกนิกจาก Omnia กาแฟที่คนทำลงไปคลุกคลีกับเกษตรกร ให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูกกาแฟแบบออร์แกนิกจนได้ผลผลิตออกมา ถึงยังไม่ได้ใบรับรองว่าเป็นกาแฟออร์แกนิกแท้ แต่ก็มั่นใจว่ามีระบบการปลูกที่ดีแน่นอน

TAAN Organic Café & Meal

TAAN Organic Café & Meal

สิ่งที่ได้กลับมาคือความเชื่อใจกันระหว่างผู้ผลิตส่งต่อไปจนถึงคนกิน และได้วัตถุดิบจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้

อีกความหมายของ TAAN คือ การให้ เมื่อทานเสร็จเราก็คำนวณเอาเองว่าที่เราเพิ่งกินเข้าไปเราใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง ปรุงแบบไหน แล้วก็เอาเงินไปหยอดไว้ในกระป๋อง อยากจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าเราเห็นว่าราคาต้นทุนที่รวมออกมามันไม่ได้แพงเกินกว่าอาหารออร์แกนิกที่อื่นที่เคยกินมา หรือมีกำลังพอที่จะจ่ายมากขึ้น ก็จะบวกเพิ่มช่วยเป็นค่าต้นทุนก็ได้ครับ หรือจะไปกินโดยที่ไม่จ่ายเลยก็ได้ เพราะคนก่อนหน้านี้เขาก็จ่ายไปให้แล้ว ถ้าจะบอกว่านี่คือโรงทานอีกรูปแบบหนึ่งก็น่าจะได้

TAAN Organic Café & Meal

TAAN Organic Café & Meal

ผมมารู้ทีหลังว่าความตั้งใจของที่นี่ถูกสร้างขึ้นมาเป็น Living Lab ทำเพื่อทดลองระบบให้เป็นต้นแบบของการแบ่งปัน คำว่าออร์แกนิกและคาเฟ่ถูกใช้เป็นกิมมิกเท่านั้น ที่นี่ไม่มีเจ้าของร้าน มีเพียงผู้ก่อตั้งที่วางระบบเอาไว้ จ้างคนไว้ไม่กี่คนให้ช่วยจัดการร้าน และไม่มีเด็กเสิร์ฟเพิ่ม เพราะมันคือต้นทุนอย่างหนึ่งเหมือนกัน แล้วให้ทุกอย่างมันดำเนินไปเอง ทุกอย่างเป็น self-service เกือบทั้งหมด เลือกเมนูเอง อยากทำเองก็ได้ สุดท้ายคิดเงินเอง แล้วก็จ่ายเงินเองตามใจ หลายคนเป็นห่วงว่าจะอยู่รอดได้หรือเปล่า นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีทางรู้คำตอบว่าระบบแบบนี้จะอยู่รอดได้แค่ไหนในบ้านเรา สิ่งที่ TAAN อยากส่งต่อคือแนวความคิดความเป็น Real Food อาหารที่มีความปลอดภัยและโภชนาสมบูรณ์ในตัวเอง ในทางปฏิบัติหมายถึงอาหารที่วัตถุดิบมีแหล่งที่มาจากอาหารอินทรีย์ และปรุงหรือประกอบอาหารเท่าที่จำเป็นด้วยวิธีธรรมชาติ

มีเวลา ไม่รีบร้อน ลองไปทานอาหารดีๆ ปรุงวิถีธรรมชาติแบบ Slow Cook ถ้าคันไม้คันมือขึ้นมาอยากบุกเข้าครัวลงมือทำกันเองได้เลยนะครับ

TAAN Organic Café & Meal

TAAN Organic Café & Meal

TAAN Organic Café & Meal

เปิด 09.30 – 20.00 น. (หยุดวันพุธ)
อยู่ริมบึงเมืองทองธานี (ฝั่งซ้าย) เข้าทาง มสธ.

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Cafe Culture

คาเฟ่แนวคิดดี แตกต่าง และสร้างแรงบันดาลใจ

ร้านน้ำแข็งไสนี้ชื่อว่า ไสใส 

‘ไส’ แรกมาจากคำว่า น้ำแข็งไส 

‘ใส’ ที่สอง ถ้าเปรียบเป็นคำก็น่าจะเป็นคำว่า Honest โปร่งใส แบบ Honest Shaved Ice เป็นการดึงเอาวัตถุดิบมายังไงอย่างนั้น ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก และเสนอผ่านตัวน้ำแข็งไส เอาทั้งสองมารวมกันจนกลายมาเป็น ‘ไสใส’ นั่นเอง

ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสเจ้าใหม่ล่าสุดย่านประตูผี เล่าที่มาของชื่อร้านให้เราฟัง ทำให้จินตนาการถึงแนวคิดคร่าว ๆ ของร้านได้  

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

ฌาเป็นผู้ก่อตั้ง HATCH goodies แบรนด์ข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ปลูกด้วยวิถีออร์แกนิก ระหว่างเดินทางเพื่อทำเรื่องข้าว เธอได้พบวัตถุดิบท้องถิ่นอีกมากมายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

คอนเซ็ปต์แรกเริ่มของไสใส มาจากอยากทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นที่รู้จัก แล้วทำให้คนสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้ได้ง่าย ๆ 

“เราตั้งคอนเซ็ปต์ว่าอยากทำอะไรเกี่ยวกับวัตถุดิบท้องถิ่นที่คนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เลยทำพื้นที่ที่เขามาแล้วสัมผัสได้ง่ายขึ้น รู้จักง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น ก็เลยออกมาเป็นรูปแบบน้ำแข็งไส ของกินที่เข้าถึงง่าย พูดถึงปุ๊บก็เข้าใจว่าต้องทานยังไง แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเครื่องน้ำแข็งไสข้างในเอา ให้ไม่ได้รู้สึกแปลก ใช้น้ำแข็งไสเป็นตัวเชื่อม ออกมาเป็นรูปแบบคล้าย ๆ คาเฟ่”

ฌาทำงานร่วมกับ มิ้นท์-เสาวลักษณ์ กิจวิกรัยอนันต์ เชฟที่เก่งเรื่องขนมหวาน โดยมีจุดหมายเดียวกัน คืออยากผลักดันวัตถุดิบไทยให้เป็นที่รู้จัก

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

 “ถ้าเกิดเราอยากกินวัตถุดิบอะไรที่เป็นท้องถิ่นจ๋า ๆ จะไม่ค่อยมีร้านที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น อาจต้องไป Chef’s Table หรือไปนั่งทานร้านอาหารที่ค่อนข้างเฉพาะ บางคนจึงรู้สึกว่าเข้าถึงยาก น้ำแข็งไสน่าจะทำให้คนกล้าลองมากขึ้น หรือลองสิ่งที่ดูหน้าตาปกติ แต่พอกินแล้วอาจสงสัยว่าอันนี้คืออะไร พอเริ่มมีคำถามจากรสชาติแล้ว มันก็ต่อยอดจากตรงนั้นได้” มิ้นท์ผู้มีประสบการณ์ครัวร้านไฟน์ไดนิ่งช่วยเสริม

แต่ละเมนูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบตามแต่ฤดูกาล ทำให้ทั้งหมดมีเพียงแค่ 4 เมนูยืนพื้น แต่ละเมนูจะหยุดขายเมื่อวัตถุดิบนั้นหมดฤดูกาลไปแล้ว ถ้าอยากกินเมนูเดิมซ้ำอีก ก็อาจจะต้องอดทนรออีกทีปีหน้า 

“เราจะตามใจธรรมชาติระดับหนึ่ง เขามาอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ไม่ว่าจะด้วยฤดูกาลหรือภัยธรรมชาติก็แล้วแต่ ต้องยอมรับ อาจจะต้องเหนื่อยที่มิ้นท์” ฌาเล่าพร้อมหัวเราะ

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

หวานจาก เค็มเคย

ผมเริ่มลองชิมแต่ละเมนู ถ้วยแรกชื่อ ‘หวานจาก เค็มเคย’ เป็นเมนูที่สร้างความแปลกใจตรงที่เป็นการผสมกันระหว่างของคาวกับของหวาน มีกุ้งเคยตัวจิ๋วโรยอยู่ด้านบน มีไซรัปน้ำเชื่อมดอกจากที่หอมและหวานละมุน พร้อมด้วยท็อปปิ้งอย่างลูกจากเชื่อม โมจิข้าว ข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน รวมเป็นหวานเค็มที่เข้ากันสุด ๆ 

“เมนูนี้คิดมาจากน้ำเชื่อมก่อน เราอยากใช้น้ำเชื่อมที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ พอเป็นน้ำเชื่อมจาก ก็จะเชื่อมโยงไปกับลูกจากและตัวเคย หลังจากนั้นก็เอาผลิตภัณฑ์จากข้าวมาใช้ เรามีข้าวเม่าที่คนกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ทานด้วย เลยดึงมันเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนอารมณ์กินข้าวเหนียวหน้ากุ้ง คือ มีมะพร้าว มีข้าว เราทำแป้งข้าวเองอยู่แล้ว ก็เลยทำแบบโมจิข้าว โดยใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองทำออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

สตรอว์เบอร์รี่ บัฟ โยเกิร์ต

เป็นเมนูที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย อร่อย มีความหวานเปรี้ยวพอดี ตัดด้วยโยเกิร์ตนมควายด้านล่าง และมีเท็กซ์เจอร์กรอบ ๆ จากครัมเบิ้ลข้าวเจ้าพันธุ์เวสสันตระ

“มันเป็นฤดูกาลสตรอว์เบอร์รี่ เราก็เลยเอามาใช้ แล้วเราไปเจอเกษตรกรที่ทำนมควายออร์แกนิก ก็เลยเอามาทำโยเกิร์ต อารมณ์แบบสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก คนก็น่าจะเข้าถึงง่ายขึ้น ใช้เป็นผลไม้สดปั่นแทนน้ำเชื่อม แต่สตรอว์เบอร์รี่บ้านเราค่อนข้างเปรี้ยวนำ เราก็อาจจะปรุงรสด้วยน้ำตาลจากนิดหนึ่ง ให้กินง่าย”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน

โตนด แอนด์ บีน

เมนูที่ตาลโตนดเป็นพระเอกจริง ๆ มีน้ำเชื่อมโตนดที่กลิ่นโตนดดีงามมาก ๆ ท็อปด้วยถั่วเหลืองเชื่อม ผงถั่วเหลือง ตัดด้วยถั่วเหลืองคาราเมลไลซ์ที่กรุบกรอบและหอมเบา ๆ และซ่อนด้วยเยลลี่จากน้ำตาลโตนดด้านใน

“เมนูนี้มีใช้น้ำเชื่อมโตนดที่ได้มาจากสงขลา มันมีความหมักค่อนข้างเยอะ มีรสชาติหวานเค็ม แล้วเราก็นึกถึงสิ่งที่จะมาจับคู่กันน่าจะเป็นถั่ว เลยเลือกถั่วเหลืองเชื่อม คล้าย ๆ ถั่วแดงเชื่อมของญี่ปุ่นออกมาเป็นเมนูนี้”

ไสใส : ร้านน้ำแข็งไสที่ใช้ความหวานเย็นเป็นตัวเชื่อมวัตถุดิบท้องถิ่นกับคนกิน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Roots x ไสใส

ถ้วยนี้มีความพิเศษเพราะทำร่วมกับ Roots ร้านกาแฟที่พยายามผลักดันกาแฟไทย และเป็นร้านที่แชร์พื้นที่ร่วมกันกับไสใสด้วย เลยนึกสนุกแลกเปลี่ยนไอเดียกัน เป็นที่มาของเมนู Roots x ไสใส 

เมนูนี้พิเศษที่ใช้กาแฟที่คัดมาอย่างดีแล้วของ Roots ทำเป็นไซรัปกาแฟและเยลลี่กาแฟ ในถ้วยมีท็อปปิ้งอย่างอื่นอีก เช่น โมจิข้าวที่ให้ความรู้สึกหนุบหนับ ตามด้วยครัมเบิ้ลกระบกหรืออัลมอนด์ป่า ให้ความกรุบกรอบคล้ายอัลมอนด์อบแห้ง ตัดรสด้วยพุดดิ้งนมควายเข้ากันอย่างลงตัว

“เราเปลี่ยนเมนูกันเรื่อย ๆ ด้วยการเล่นสนุกกันของแต่ละเมนูระหว่างไสใสกับ Roots เรามีเมนูที่ทำกับกาแฟของ Roots แล้วเขาก็จะมีเมนูที่ทำจากวัตถุดิบของเราเหมือนกัน”

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

Old Town Fizzy

เครื่องดื่มพิเศษที่ Roots ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่ได้จากไสใส ใช้เก๊กฮวยขาวกับเลม่อนคั้นสด และเติมความหวานด้วยน้ำตาลจากลูกจาก ผสมโซดา เป็นเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้ดีมาก มีรสเปรี้ยวหวานลงตัว เหมาะกับอากาศร้อน ๆ มีเนื้อลูกจากให้เคี้ยวเพลินด้วย 

Yen-Yen Cold Brew

 เป็นน้ำแตงโมสกัดเย็น ผสมนม น้ำตาลลูกจาก และกาแฟ Cold Brew มีพุดดิ้งนมสดผสมเนื้อลูกจากให้เคี้ยววางอยู่ด้านบน

นอกจากน้ำแข็งไสและเครื่องดื่ม ที่นี่ยังเสิร์ฟเค้กที่ทำจากข้าว 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ข้าวจากแบรนด์ HATCH goodies พูดได้ว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทำมาจากข้าว ไม่ผสมแป้งสาลี คนที่แพ้กลูเตนจึงอร่อยกับทั้งน้ำแข็งไสและขนมได้อย่างสบายใจ

คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน
คุยกับ ฌา-ฬิฌฌา ตันติศิริวัฒน์ เรื่องร้านน้ำแข็งไสที่ใช้กุ้งเคย นมควาย น้ำตาลจาก และอีกหลากหลายของท้องถิ่นมาทำขนมคลายร้อน

ไสใส Saisai

ที่ตั้ง : ถนนมหาไชย แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 12.00 – 00.00 น. (ปิดวันจันทร์)

Facebook : ไสใส Saisai

Instagram : saisai.bangkok

Writers

วิทย์ อนันต์ธนาเกษม

เด็กฝึกงานผู้ยิ้มอ่อนกับทุกสถานการณ์

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load