คนที่อยู่ในสายงานออกแบบและการพิมพ์ น่าจะรู้จัก คัดสรร ดีมาก ในฐานะบริษัทออกแบบตัวอักษรที่พวกคุณใช้กันเป็นประจำ ส่วนคนที่คลุกคลีอยู่กับตัวหนังสือและดนตรีแบบฉันก็ได้ยินชื่อนี้มาบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งฉันเกิดความสงสัย เมื่อได้ไถแถบ Suggested Video ไปเจอเพลย์ลิสต์รวมเพลงจาก ‘Cadson Demak Records’ และเกิดเป็นความสับสนว่า นี่คือ ‘คัดสรร ดีมาก’ เดียวกันหรือเปล่า

ก็น่าจะใช่ เพราะศิลปินคนเดียวของค่าย ณ ตอนนี้ คือ นุ-อนุทิน วงศ์สรรคกร หนึ่งในดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ชวนให้ตั้งคำถามต่อว่า ทำไมจู่ๆ เขาถึงเลือกทำค่ายเพลง แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ คัดสรร ดีมาก มีผลิตภัณฑ์หลากแขนงที่ต่อยอดมาจากฟอนต์ ผลิดอกออกผลกลายเป็นการทำแบรนดิ้ง บทความ หนังสือ เวิร์กช็อป การสัมมนา แต่ทุกสิ่งอันล้วนมีความเชื่อมโยงกันในกรอบของสิ่งที่เรามองเห็นได้ แล้วทำไมร่างแยกร่างใหม่ถึงเป็น ‘เสียง’ ที่ลักษณะพื้นฐานของมันอธิบายให้เป็นรูปธรรมไม่ได้ด้วยซ้ำ

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือ เพลงของค่ายนี้ล้วนแต่ใช้เสียงสังเคราะห์และบีตอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียบเรียงมาอย่างซับซ้อน แต่บรรเลงออกมาผ่านทำนองเรียบง่ายติดหู ควบคู่ไปกับน้ำเสียงทุ้มและหนักแน่นของนุ (ซึ่งบางคนพอจะนึกออก หากเคยไปร่วมงานเสวนาที่เขาเป็นวิทยากร) ร้องเล่าถึงความคิด มุมมอง หรือการมองย้อนไปยังสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว แบบที่เพลงป๊อปสมัยนิยมคงไม่ทำ

เราบุกไปที่ Apollo Lab (2001) สตูดิโอทำเพลงย่านรามคำแหง คุยกับ นุ-อนุทิน วงศ์สรรคกร, วิน-วินัย กิจเจริญจิรานนท์, โจ้-ชาลี นิภานันท์ และ เต๊าะ-จามร วัฑฒกานนท์ เพื่อไขข้อข้องใจที่ทุกท่านคงสงสัยไม่แพ้กัน

Cadson Demak Records เมื่อบริษัทออกแบบตัวอักษรอยากลองเล่าเรื่องของตัวเองผ่านตัวโน้ต

ค่ายเพลงที่ไม่ใช่ค่ายเพลง

นี่ไม่ใช่เพลงใหม่ของ Getsunova แต่ Cadson Demak Records เกิดจากการที่ คัดสรร ดีมาก มีเพลงจำนวนมากสำหรับใช้เปิดคลอในงานสัมมนา Bits หรือใช้ประกอบวิดีโอสารคดี อักษรสัมพันธ์ ซึ่งแต่ละเพลงเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะนุมองว่า โปรดักต์ของ คัดสรร ดีมาก มีจุดร่วมเดียวกันอยู่ นั่นคือ ‘อัตลักษณ์’ และ ‘ทัศนคติ’ 

ในเมื่อตัวอักษรหรือภาษาที่ใช้เขียนบทความทั้งหมดมีลักษณะจำเพาะที่ดูนิ่ง เย็น มีเหตุผล ตรงไปตรงมา ดังนั้นแล้ว เพลงที่นำมาใช้เป็น ‘บรรยากาศ’ ก็ควรให้ความรู้สึกแบบนั้น เขาเลยมอบหมายหน้าที่ให้ จิม-กานต์ปพนธ์ บุญพุฒ หรือ The ███████ ศิลปินอิเล็กทรอนิกส์ปริศนาที่ไม่รู้ว่าจะออกเสียงยังไงดี (เฉลย อ่านว่า The Black Code) ผู้เป็นลูกศิษย์สมัยเขาสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพมาสร้างสรรค์เพลงให้ จนได้เสียงที่มีคุณลักษณะตรงกับความต้องการแบบพอดิบพอดี

“เรานั่งคุยกับจิมเลยแหละ เขาก็รู้ว่าทั้งผมแล้วก็ ป่าน (พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง) เป็นเด็กเกิดยุค 70 โตมา 80 ฟังเพลงอิเล็กทรอนิกส์ หรือพวก Joy Division, New Order, Depeche Mode บ้าง แล้วเราก็ให้ Reference บรรยากาศที่เราอยากได้ จิมรู้ดีสุดเลยว่าอันนี้อาจารย์เอา อันนี้อาจารย์ไม่เอา” นุเริ่มต้นเล่า

เมื่อเพลงถูกใช้ในบทบาทของ Furniture Music ผู้มางานสัมมนาหลายคนอาจไม่ทันสังเกตถึงการมีอยู่ หรือตั้งใจฟังเพลงพวกนั้น เขาคิดว่าคงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากเพลงที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อเป็นน้ำเสียงของ คัดสรร ดีมาก โดยเฉพาะ จะไม่ถูกได้ยิน จึงนำมารวมเป็นอัลบั้ม The Sound of Cadson Demark โดยออกจำหน่ายภายใต้ Cadson Demak Records เพื่อเป็นพื้นที่ในการรวบรวมผลงานเหล่านั้นให้เป็นที่เป็นทาง

คิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าที่นี่ไม่ได้ทำแค่ฟอนต์ หัวใจในการทำงานของพวกเขาคือ คิดทำสิ่งหนึ่งเพื่อให้ได้ผลหลายๆ อย่าง เช่น เมื่อจัดเสวนา ก็จดบันทึกเพื่อทำเป็นบทความ เยอะเข้าก็รวมเล่มเป็นหนังสือ และบางทีก็อาจนำเรื่องราวในหนังสือกลับมาทำเป็นเวิร์กช็อป เช่นเดียวกันกับเพลงที่เมื่อทำออกมาแล้วมีแต่ทำนอง เขาก็ได้ไอเดียว่า ในห้องเสียงเหล่านั้นยังเหลือที่ว่างให้ใส่เนื้อร้องเข้าไปได้ ฟากเนื้อร้องเขาก็ได้ แต๊บ-ธนพล มหธร (D.U.M.B. Recordings) และ แอ้ม-อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ นักแต่งเพลงชื่อดัง มาช่วยตีความจากงานออกแบบของ คัดสรร ดีมาก ออกมาเป็นเพลงที่มีเนื้อหาไม่ฟูมฟาย มองโลกในแง่บวก ดูเป็นผู้ใหญ่ ใช้ตรรกะและเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ในเพลง ข้อความนั้น (luv.txt) เดิมทีตั้งใจส่งเป็นของขวัญมอบให้ลูกค้า และคนที่ถ่ายทอดคำขอบคุณได้ดีที่สุดก็คือตัวของเขาเอง

“เราไม่ได้ตั้งใจทำเป็นธุรกิจ แต่เราก็เอางานอดิเรกมาขับเคลื่อนให้มันกลายเป็น Promotional Item กลับมาหาธุรกิจของเราในทางอ้อมได้”

เสียงที่มองเห็น

ความสนใจของนุค่อนข้างหลากหลาย ล่าสุดเขาเข้าคอร์สร้องเพลง เพียงเพื่อเวลาที่ไปคาราโอเกะ จะได้มีสักเพลงที่ตัวเองร้องได้เป๊ะ แต่เมื่อได้ใช้เวลาเรียนรู้ไปสักระยะ เขาเริ่มเห็นว่าการร้องเพลงให้ดีมีองค์ประกอบหลายอย่างมากกว่าที่เคยคิด ทั้งกรูฟ ไดนามิก การควบคุมเส้นเสียง ใช้เสียงยังไงให้กังวาน เขาถอดบทเรียนได้ว่าไม่ใช่แค่การร้องเพลง แต่ทุกๆ เรื่องมีความซับซ้อนและรายละเอียดมากไปกว่าที่ตาเราเห็น เพียงแต่เราต้องพยายามทำความเข้าใจ จึงจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้

“ในยี่สิบปีที่ผ่านมา ที่ผมบอกว่า Typeface อันนี้ออกแบบมาไม่ดี คือตาเราเห็น แล้วเราพยายามบอกคนอื่นว่าอันนี้มันต้องแก้ด้วยวิธีนี้ ก็มีคนที่ยังไม่เห็น แต่คนไหนที่เขาเห็นแล้ว เขาก็จะเห็นเลย เหมือนการร้องเพลง แต่ก่อนเราฟังหูหยาบๆ พอเราเรียนไปแล้วเข้าใจมากขึ้นว่าจุดนี้ควรร้องแบบนี้”

เมื่อเขาเห็นผลดีกับตัวแล้ว นุก็ไม่ลืมเชิญครูสอนร้องเพลงมาแบ่งปันความรู้ด้านอื่นๆ ให้กับพนักงานของ คัดสรร ดีมาก อย่างการฝึกใช้เสียง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากที่หลายคนมองข้าม ดีไซเนอร์ที่ต้องไปขายงานมักประสบปัญหากับเสียงของตัวเอง ส่วนหนึ่งอาจมีสาเหตุจากสรีระที่ทำให้เสียงเบาหรือขาดความมั่นใจ บางคนกระแทกเสียงไม่น่าฟัง ก็อาจทำให้การไปพิตช์งานในครั้งนั้นขาดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ลูกค้าไม่ซื้อก็เป็นได้

สื่อสารสัมพันธ์

หลังจากที่เขาไปเรียนร้องเพลง และได้ร่วมงานกับนักแต่งเพลงหลายต่อหลายคน เขาก็พบว่าโปรเจกต์ Cadson Demak Records ต่อยอดไปได้อีกหลายทิศทาง จากเพลงสื่อสารองค์กรที่จะมอบให้ลูกค้า ก็น่าจะหยิบยกเรื่องส่วนตัวมานำเสนอบ้าง เพื่อเน้นย้ำตัวตนหรือบรรยากาศภายในองค์กรของ คัดสรร ดีมาก ได้ดียิ่งขึ้น

จังหวะพบกันในงาน Bangkok Design Week เมื่อ ค.ศ. 2019 ระหว่างนุ โจ้-ชาลี นิภานันท์ (DCNXTR, Ghost Producer Club) และ วิน-วินัย กิจเจริญจิรานนท์ ผู้เป็นสมาชิกเบื้องหลัง Conceptual Band ที่ทำเพลงผ่านสายตาของปู่ย่าตายายในชื่อ The Charapaabs ช่วยทำให้เขาได้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น โดยร่วมกันเขียนเพลง Cache /kaSH/ ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของคนในออฟฟิศ หรือการทำเพลงที่พูดถึงความทรงจำดีๆ เพื่อมอบให้พนักงานที่กำลังจะลาออกในเพลง Present Perfect (วันนี้และทุกๆวัน) ซึ่งทั้งสองเพลงก็ได้พนักงานของ คัดสรร ดีมาก มาช่วยเติมเต็มเสียงประสานให้สมบูรณ์ 

นอกจากนี้ นุยังคิดว่า Cadson Demak Records น่าจะเป็นพื้นที่ให้ศิลปินหรือคนทำงานสร้างสรรค์มาร่วมสนุกด้วยกัน อย่างเช่นการได้ทีม Hello Filmmaker มาทำมิวสิกวิดีโอให้ในเพลง ข้อความนั้น (luv.txt) หรือการร่วมงานกับวงอิเล็กโทรป๊อป จระเข้บัว ให้มาฟีเจอริ่งใน ไปกับใจ (ไปกับ JK Bua) และสนับสนุนโปรเจกต์ของนักศึกษา ด้วยการออกทุนให้น้องๆ จาก SCA (Superstar College of Arts) มหาวิทยาลัยสยาม มาร่วมแสดงศักยภาพที่พวกเขามีอย่างเต็มที่ ผ่านการทำมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ ทั้งการกำกับและออกแบบท่าเต้น

CDR | PWL

การเดินทางใน ค.ศ. 2021 ของ Cadson Demak Records จะสนุกยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขาได้วางแผนจะทำโปรเจกต์ล่าสุดที่อยากเจาะลึกลงไปถึงตัวตนและความสนใจของนุ กับการที่เขาเป็นคนหนึ่งที่เติบโตมาในยุค 80 จึงคุ้นเคยกับเพลงของศิลปินอย่าง Kylie Minogue, Rick Astley, Bananarama, Jason Donovan ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากค่ายเพลงดังของอังกฤษที่ชื่อว่า PWL ซึ่งเป็นค่ายของ SAW หรือ Stock Aitken Waterman 3 โปรดิวเซอร์ดังที่เป็นต้นฉบับของการทำเพลงป๊อปของยุคนั้น จนกลายมาเป็นที่มาของนิยามว่า ‘Hit Factory’ ที่จะให้แปลตรงๆ ก็คือ ไม่ว่าจะทำเพลงอะไรออกมาก็ดังทุกเพลง! ดังนั้นแล้ว นุ โจ้ และวิน ก็หยิบยืมกลิ่นอายของดนตรีป๊อปแดนซ์จากยุคที่ว่า มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำเพลงโปรเจกต์นี้

แต่การทำเพลงกลางยุค 80 ต้น 90 โดยที่ไม่มีคนของยุคในโปรดักชันเลยเห็นทีจะไม่ได้ พวกเขาเลยชักชวนให้ เต๊าะ-จามร วัฑฒกานนท์ อดีตมือเบสวง Kidnappers เเละโปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลัง Dojo City, Siam Secret Service, วงพราว และ เมย์-ภัทรวรินทร์ ทิมกุล ยุคที่เธอยังเป็นนักร้องมาเป็นหัวเรือใหญ่ในโปรเจกต์นี้ ซึ่งการที่เราได้ไป Apollo Lab ซึ่งเป็นสตูดิโอของ อู่-ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์ หรือที่แฟนเพลงอิเล็กทรอนิกส์ยุค 90 รู้จักเขาในชื่อ อู่ Kidnappers รับหน้าที่มาสเตอร์เพลงเพื่อให้เหมาะกับการนำไปทำแผ่นเสียง (ใช่! เราจะได้ฟังเพลงที่มีกลิ่นอายย้อนยุคจากพวกเขา ด้วยวิธีแบบย้อนยุคอย่างการฟังไวนิลโดยใช้ Turntable เล่น) ทำให้เราได้มีโอกาสแอบฟัง 4 จาก 5 เพลงจากโปรเจกต์นี้แล้ว ต้องบอกว่าน่าตื่นเต้นมากๆ

Cadson Demak Records เมื่อบริษัทออกแบบตัวอักษรอยากลองเล่าเรื่องของตัวเองผ่านตัวโน้ต

“เราเป็นคนทำเพลง ไม่ค่อยสนใจเนื้อหาเท่าไหร่ แต่มาอันนี้ พี่ตั้งใจฟังเพราะมันไม่ค่อยเหมือนที่ผ่านๆ มา เราไม่ค่อยได้ยินเพลงป๊อปไทยที่ใช้ภาษาแบบนี้หรือนำเสนอความคิด ส่วนมากเราได้ยินเพลงลักษณะประมาณนี้ในเพลงเพื่อชีวิตเท่านั้น เพลงป๊อปสูตรส่วนมากนำเสนอเรื่องความรัก ซึ่งไม่ใช่ทั้งของคนร้องหรือคนแต่ง แต่เป็นเรื่องที่ทำขึ้นมาเพราะว่าคนฟังอยากที่ได้ยิน” เต๊าะพูดถึงความรู้สึกต่อเนื้อหาของเพลงในโปรเจกต์นี้

“แต่เมื่อกี้เราพูดถึง Stock Aitken Waterman 80 90 มันมีความป๊อปตลาด เนื้อหาเป็น ฉันรักเธอ เธอรักฉัน ฉันเกลียดเธอ อกหัก ร้องไห้ มันวนเล่าเรื่องประมาณเท่านี้ แต่อันนี้เรายืมกลิ่นหรือบรรยากาศที่เราประทับใจแบบที่ผมกับพี่เต๊าะโตมา คล้ายเป็นซาวนด์แทร็กของชีวิต แต่ถ้าถามว่าจะให้คนที่ชอบเพลงเหล่านั้น ที่โตมากับเพลงพวกนั้น มาเล่าเรื่องอะไรสักอย่างในวันนี้ คงไม่ได้เป็นเรื่องอกหักรักคุดเหมือนสมัยก่อน ภาษาที่ใช้ก็เลยโตมากขึ้น สะท้อนมุมมองของชีวิตมากขึ้น และแน่นอน ถ้า คัดสรร ดีมาก เป็นคน ก็คงจะแสดงออกแบบนี้ และคนฟังก็จะรู้สึกเชื่อที่ คัดสรร ดีมาก พูดคำเหล่านี้ออกมา”

ยิ่งไปกว่านั้น ซาวนด์ดีไซน์ก็ทำออกมาได้กลิ่นอายของเพลงป๊อปแดนซ์เหล่านั้นอย่างที่พวกเขาตั้งใจ แต่ออกมาในบริบทไทยๆ ที่ชวนให้นึกถึงงานของ Mr. Z หรือ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ที่เป็นแฟนตัวยงของค่าย PWL บางเพลงมีการเรียบเรียงในแบบที่เกินความคาดหมาย อาจจะฟังยากในช่วงแรก แต่พอปรับหูได้แล้ว จะพบว่าเป็นเพลงที่มีเสน่ห์และทำเราน้ำตาซึมได้ เพราะอารมณ์เพลงกับเนื้อร้องที่ถ่ายทอดโดย นท พนายางกูร อีกทั้งคุณภาพการมิกซ์ มาสเตอร์ อยู่ในระดับเนี้ยบกริบ คุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างแน่นอน

หมุดหมายที่อยากให้ Cadson Demark Records ไปถึง

“ถ้าอนุทินพูดว่า โอ๊ย ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย จะฟังดูตอแหลเหมือนกับคนอื่นเวลาให้สัมภาษณ์ แต่อันนี้ไม่ได้คาดหวังถึงผลลัพธ์จริงๆ ไม่มีการพูดคุยเลยว่าจะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เอากี่วิว ทำเพราะว่าอยากทำ และรู้สึกว่ามีคุณค่า มันหล่อเลี้ยงจิตใจ จะมีก็แค่คาดหวังที่จะทำให้เสร็จ ให้สาแก่ใจทุกฝ่าย ให้ตรงตามโจทย์ เราจะมี Check Point ว่ามันตรงกับคาแรกเตอร์ของ คัดสรร ดีมาก ไหม ได้ซาวนด์แบบที่เราต้องการไหม จะบอกว่าสิ่งนี้เป็น KPI ก็ได้ เพราะเราลงมือทั้งเงินและเวลา มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมี Check Point ซึ่งก็แค่จุดนี้

“คนที่อยากฟังเรื่องที่เราอยากจะพูดมันก็ยังมีอยู่แหละ แต่คงไม่ใช่สองล้านคน ปกติเวลาผมให้สัมภาษณ์เรื่องดีไซน์ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับผม หรือยิ่งอันนี้ที่ถูกแปลงเป็นเพลง มันก็คงเหมือนกันนั่นแหละ”

แผ่นเสียงของโปรเจกต์ดังกล่าว (ขณะนี้ยังไม่มีชื่อเรียก) จะถูกผลิตมาเป็นจำนวน 300 แผ่น โดยกำหนดระยะเวลาวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน พ.ศ. 2564 และจะตามมาด้วยการจำหน่ายแบบดิจิทัลในระบบสตรีมมิ่งและสโตร์

Cadson Demak Records เมื่อบริษัทออกแบบตัวอักษรอยากลองเล่าเรื่องของตัวเองผ่านตัวโน้ต

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่

Facebook : Cadson Demak Records

YouTube : Cadson Demak Records

Instagram : Cadson Demak Records

Writer

มนต์ทิพา วิโรจน์พันธุ์

อดีตบรรณาธิการ Fungjaizine ที่นอกจากเรื่องเหล้าแล้ว ก็ชอบเล่าเรื่อง ดนตรี ภาพยนตร์ และอาหาร เป็นพิเศษ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

3 มิถุนายน 2564
37 K

ว่ากันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่ยิ่งจำนวนขวบปีมากขึ้นเท่าไหร่ ตัวเรากลับยิ่งหลงลืมสุนทรีย์ในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเท่านั้น เมื่อข้ามผ่านวัย 70 แม่แต๋ว-อัจฉรา นรินทรกุล ณ อยุธยา เธอเคยเป็นเบอร์หนึ่งด้านแฟชั่นและเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ สวมเสื้อผ้าหลากสีไม่เคยซ้ำ อายุไม่เคยมีผลต่อความมั่นใจด้านการแต่งตัว จนกระทั่งแม่แต๋วถูกโรคอัลไซเมอร์พรากหัวใจที่ยังสาว เธอพรางกายด้วยเสื้อผ้าสีหม่นทึบ จำนนต่อความทรงจำสีซีดจางตามอาการของโรค

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

แต่ด้วยความแน่วแน่ของลูกชายอย่าง นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพฝีมือดีที่คุณเคยคุ้นตาผลงานของเขาจาก The Cloud นินทร์เชื่อว่า ‘แก่แล้วต้องไม่หง่อม‘ อินสตาแกรม 70YoungTeaw จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่เก็บความทรงจำของคุณแม่แต๋วที่แต่งตัวสุดแจ๋ว ไม่ว่าจะเดินห้าง เที่ยวคาเฟ่ ช้อปปิ้งซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่กินข้าวราดแกงหน้าปากซอย ชุดแม่แต๋วต้องจัดเต็มทุกครั้งไม่มีพลาด ยกให้ตีคู่กับแม่ชมเป็น ‘แม่แต๋ว is Material Girl’

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

“อายุเจ็ดสิบของแม่มันต้องสนุก ต้องดีด้วยความเป็นแฟชั่น แฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

เบื้องหลังแฟชั่นสวยงามบนหน้าอินสตาแกรม มีสมองที่กำลังจะลืมเลือนเป็นบททดสอบ 

นินทร์และแม่แต๋วเอาชนะด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ และตลอดระยะเวลา 2 ปีของการกลับมาอยู่ด้วยกันของคนต่างวัยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นินทร์ต้องจัดบ้านพร้อมกับจัดการความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หากแต่ลองมองอีกมุมหนึ่ง

“ป่วยก็ขำได้”

ไม่ยอมแพ้ต่อสมองขี้ลืม

“ตอนนั้นเราต้องไปถ่ายงานที่จังหวัดภูเก็ต เราบอกแม่ว่า ในตั๋วบินตอนแปดโมง ต้องถึงสนามบินเจ็ดโมง กลายเป็นว่าแปดโมงเพิ่งถึงสนามบิน สุดท้ายก็ตกเครื่อง ซึ่งปกติเขาขึ้นเครื่องบินตลอด เขาทำทุกอย่างเองได้หมด 

“ตั้งแต่วันนั้นเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้เรารู้ว่าตัวเลขง่ายๆ เวลานัดหมายต่างๆ เขาลืมแล้ว”

นินทร์พาย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกถึงอาการผิดแปลกของแม่ 

ทำอะไรช้าลง หลงลืมนัดหมาย ตลอดจนลืมเลือนสิ่งที่หลงใหลที่สุดอย่างเสื้อผ้า ทั้งที่เป็นสาวแฟชั่นตัวยง

“เขาเริ่มลืมที่จะเอาชุดสวยๆ มาใส่ ใส่แต่ชุดที่ไม่ร้อน ซักแล้วใส่เรื่อยๆ เดิมๆ ทั้งที่มีชุดผ้าไหม ชุดตีนจกเยอะมาก อย่างบ้านเก่าก็เสื้อผ้าเยอะเพราะแขวนแต่เสื้อผ้าเต็มไปหมด แต่นั่นคือการแสดงออกของอาการป่วยนะ

“ไม่ใช่แค่ซื้อเสื้อผ้าเยอะเฉยๆ แต่เอาเสื้อผ้ามาแขวนในห้องน้ำจนไม่มีที่อาบน้ำ ต้องมาอาบหน้าบ้าน”

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์

อาการหลงลืมชี้ชัดว่าแม่แต๋วป่วยด้วยอัลไซเมอร์ และเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดคงเป็นการจำสิ่งที่เคยรักไม่ได้ 

นินทร์จึงตัดสินใจพาแม่กลับมาอยู่บ้านด้วยกันเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทุกสองเดือนเขาจะช้าลง คำหายไปอีกร้อยคำ เราเคยดูแลตาที่เป็นอัลไซเมอร์ ตอนนั้นกินยาจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ก็ทรุด ความทรงจำไม่กลับมาเลย เราคิดว่ากิจกรรมที่เขาทำ เสื้อผ้าที่เขาใส่ สำคัญยิ่งกว่ายา 

“เราคิดแค่ว่า จะไม่ยอมแพ้ต่อสมองที่มันกำลังจะลืม” ลูกชายตั้งมั่น

ถ้าความรักยังคงมี เราจะปรับเข้าหากัน

“ช่วงหกเดือนแรกเหมือนสงคราม” 

เป็นนัยว่าเบื้องหลังไม่สวยงามเหมือนเบื้องหน้าที่ปรากฏบนอินสตาแกรม เมื่อคนสองวัยต้องอยู่บ้านหลังเดียวกัน การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับอาการหลงลืมจึงเริ่มต้นขึ้น เขาและแม่ต้องค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันอย่างเข้าอกเข้าใจ 

ซึ่งไม่ง่าย และไม่เคยง่าย

มาริเอะ คนโด (Marie Kondo) นักจัดบ้านระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า การจัดบ้านเปลี่ยนชีวิตคนได้ 

เรื่องราวครั้งนี้ก็เช่นกัน นินทร์ตัดสินใจกลับมาจัดบ้านของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อเครื่องแต่งกายที่เคยมอบความสุขแก่แม่ กลับมีมากมายจนกลายเป็นความทุกข์ เพราะไม่ถูกจัดแจงอย่างเข้าที่ จนดำเนินกิจวัตรตามปกติไม่ได้

70YoungTeaw ลูกชายบันทึกภาพแฟชั่นนิสต้าของแม่แต๋ว เพื่อบอกว่าเธอแจ๋วกว่าอัลไซเมอร์
คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าของอินสตาแกรม 70YoungTeaw และ ลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

“หักดิบเลย ใช้เวลาโละทั้งหมดเจ็ดวัน เอาเสื้อผ้าจากบ้านหลังนั้นย้ายมาบ้านหลังนี้ คัดเอาแต่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บดี ลายผ้ากราฟิกสวย แฟชั่นที่เราชอบ และทิ้งทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็น ตอนนั้นจ้างคนช่วยทิ้งอยู่หลายวัน

“ตู้เสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากที่เต็มสุดๆ กลายเป็นตู้เล็กๆ แขวนเฉพาะตัวที่ต้องใส่เจ็ดวัน เขาเลือกใส่ได้ง่ายเพราะเห็นว่ามันแขวนอยู่ พอบ้านเรียบร้อย ชุดน้อย ตู้เสื้อผ้าเป๊ะ เราบอกให้เขาหยิบเสื้อผ้าก็หยิบถูก ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ”

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ไม่เพียงตู้เสื้อผ้าที่ถูกจัดระเบียบ ตลอดระยะเวลา 2 ปี บริเวณบ้านปรับเปลี่ยนเพื่อบำบัดอาการของแม่ ทั้งรื้อโครงสร้างบ้านให้โปร่งโล่งรับลมและรับแสงแดด ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อให้แม่ใกล้ชิดธรรมชาติ จัดแต่งมุมพักผ่อน เพื่อกระตุ้นให้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ ทำอาหาร และล่าสุดกำลังอินเรื่องชงกาแฟ

“ถ้าเราไม่มีงาน ทั้งวันคือของเขาหมดเลย ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” 

นินทร์สร้างสภาพแวดล้อมใหม่ พฤติกรรมใหม่ เพื่อเอื้อต่อการรักษาอัลไซเมอร์ของแม่ เพราะลูกชายคนนี้เชื่อมั่นว่า เมื่อแม่แต๋วได้ขยับเนื้อ ขยับตัว และขยับสมอง เมื่อนั้นย่อมเกิดการรักษาที่ดียิ่งกว่ายารักษาโรคเสียอีก

บันทึกของแม่แต๋ว

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

24 เม.ย.

วันนี้อาบน้ำแต่งตัวตอน 12.30 น. เพื่อไปอีเกีย กะจะซื้อของหลายอย่าง ไม่แน่ใจว่าเงินจะพอพอไหม แต่ก็สบายใจอยู่อย่าง ตรงนี้จ้อบจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ เนื่องในโอกาสที่ดิฉันอาบน้ำสะอาดฟองฟอสได้ซักทีหนึ่ง 

ของขวัญนี้คือทีวีเครื่องใหญ่ สมใจกูซักที นึกว่าชาตินี้กูจะไม่ได้ดูทีวีกับคนอื่นแล้ว หวังว่าต่อไปจากนี้ ดิฉันจะเป็นคนรักการอาบน้ำ และมีความสุขกับการใช้ชีวิตใกล้ตายนี้อย่างสะอาด ไร้กลิ่นตุๆ กวนใจซะทีหนึ่ง

แฟชั่นต้องช่วยแม่ได้

“วันนั้นพาเขาเดินไปกินลอดช่องที่สามย่าน มันทำให้เรารู้ว่าแม่ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่ชอบเดินออกไปหาของอร่อย เราก็เลยแทรกการแต่งตัวเข้าไปในกิจกรรมที่เขาชอบ” ลูกชายจับสังเกตและปิ๊งไอเดียน่าสนุก (มาก)

คำชักชวนของนินทร์ทำให้แม่เริ่มสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น วันนี้จะใส่อะไรดี กลายเป็นคำถามที่แม่แต๋วถามตัวเองทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ลูกชายก็ไม่ยอมให้แม่แต่งตัวซ่อมซ่อ ไร้สีสัน ชุดแม่ต้องจัดเต็มสมเป็นเจ้าแม่แฟชั่นเสมอ และคงน่าเสียดายไม่น้อย ถ้าแม่แต๋วแต่งตัวสวยออกไปเดินเล่นนอกบ้าน พบปะผู้คนระหว่างทาง และอิ่มท้องกับของอร่อย แต่กลับจำเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้ ลูกชายจึงอาสาเป็นช่างภาพประจำตัว คอยเก็บภาพนางแบบวัยเก๋าแบ่งปันลงในอินสตาแกรม 70YoungTeaw พร้อมคำบรรยายภาพที่มากด้วยกำลังใจ จนผู้ติดตามต้องเผลอยิ้ม

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

อีกทั้งรูปถ่ายเหล่านั้นยังชวนระลึกถึงความประทับใจในวัยเยาว์ของนินทร์ด้วย 

ตอนเด็กๆ เวลาแม่ไปรับสมุดพกที่โรงเรียน เราจะรู้สึกว่าแม่เราเจ๋งเสมอ ภูมิใจมาก แต่งตัวเด่นไม่แคร์ใครในแง่ความเป็นแฟชั่นของเขา พอเรามาถ่ายรูปเขาตอนนี้ เราก็เริ่มรู้สึกถึงวันเก่าๆ ที่เขาเริ่มแต่งตัวแบบนี้เหมือนกัน”

แม้สมองอาจหลงลืม แต่หัวใจแฟชั่นนิสต้าไม่เลือนหาย ทุกวันนี้แม่แต๋วยังตื่นตาทุกครั้งที่ได้ชื่นชมการแต่งกายของนักแสดง พิธีกร หรือผู้ประกาศข่าวผ่านโทรทัศน์ รวมถึงเป็นแฟนพันธุ์แท้รายการ Project Runway ด้วย 

ไม่ใช่แค่นักช้อปเสื้อผ้าหลากสี แม่แต๋วยังเป็นนักสะสมผ้าไหมตัวยง

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

ครั้งเมื่อนินทร์เปิดกรุผ้าเก่าของแม่ และพบผ้ามีราคาเริ่มเสียหายจากมอดกัดกิน เขาไม่รอช้า รีบนำผ้าเหล่านั้นส่งถึงมือ ลินดา เจริญลาภ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า LaLaLove ผู้เปลี่ยนผ้าไทยให้ทันสมัย โดยนักออกแบบใช้แนวคิดแบบ Upcycling เนรมิตผ้าไหมเก่าหลากชิ้น กลายเป็นชุดเดรสใหม่หลากสี รูปทรงทันสมัย ตัดเย็บพอดีตัว ประจวบเหมาะพอดีได้ใส่ชุดในงานแต่งของลูกชายคนรอง คนในงานตื่นตาตื่นใจ ส่วนแม่แต๋วก็ตื่นเต้นกับการตัดเย็บไม่แพ้กัน

“เราคิดว่าแฟชั่นต้องช่วยเขาได้” นินทร์ย้ำ

“เราเชื่อเรื่องสีสันหรือการอยู่กับอะไรที่สวยงาม มันจะทำให้สมองเขาไม่นิ่งและไม่เหงาเกินไป” 

บำบัดทุกข์ บำรุงสุข

ขณะเลื่อนอินสตาแกรมย้อนดูภาพวันวาน ความทรงจำค่อยๆ เด่นชัด ราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอแม่ป่วย เราก็ไม่คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ จำได้ว่าตอนเขาเริ่มลืม เราแทบจะเข้าไปจัดตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ทำรังให้เขาใหม่ ให้เป็นตู้เสื้อผ้าสวยๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะมีโมเมนต์แบบนั้น” นินทร์กลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

การจัดบ้านครั้งใหญ่คราวนั้น เข้ามาเปลี่ยนอะไรในตัวเขาบ้าง-เราถาม

“พอเราสอนให้เขาเป็นระเบียบ เราต้องเป็นระเบียบมากกว่า ถ้าเรายังมีของหรือทำอะไรที่ผิดตามที่บอกเขาไม่ได้ กลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อ ห้องเราต้องเรียบร้อยก่อนห้องเขา เราได้เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นเพราะเราต้องดูแลเขา” 

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

นอกจากจัดระเบียบภายในบ้าน การจัดระเบียบอารมณ์ภายในใจ เป็นอีกสิ่งที่นินทร์ต้องต่อสู้เสมอมา

“ตอนนั้นแม่ไปอีเกียแล้วท้องเสีย เขาไม่ไหวแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไง ก็เอารถเข็นมาเพื่อจะพาเขาไปห้องน้ำ สุดท้ายไม่ทัน กลางอีเกียเลย ตอนนั้นเราไม่ว่าอะไรเขาเลย ทั้งที่เราทะเลาะกับเขาเพราะต้องมีระเบียบ 

“แต่วันนั้นเราเป็นเพื่อนเขา ไม่เป็นไรนะ คนเราท้องเสียได้ไม่ผิด เดี๋ยวซักให้ วันนั้นทำให้เราเห็นตัวเอง เราปล่อยวางมากขึ้น และเราเตือนตัวเองว่าเราต้องปล่อยวางให้ได้แบบนั้นบ่อยๆ นะ” 

จากวันแรกที่เริ่มบันทึกภาพของแม่แต๋ว วันนี้อินสตาแกรม 70YoungTeaw เต็มไปด้วยเรื่องราวหลากสี ไม่แพ้เครื่องแต่งกายที่แม่แต๋วสวมใส่ ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม เรียบเฉย นิ่งเท่ ต่างถูกบันทึกเป็นภาพลงกรอบสี่เหลี่ยม 

“เราสนุกกับการได้เห็นเขาแต่งตัวมาก มันบำบัดเราด้วย จริงๆ เราดูแลเขาก็เกิดภาวะเครียดนะ เราปล่อยวางไม่ได้ แต่พอเห็นเขาออกไปนู่นนี่ แต่งตัวสวย เริ่มตอบคำถามรู้เรื่อง เรารู้สึกว่าเขาป่วยแบบสนุก ไม่ได้ป่วยแบบทุกข์”

แฟชั่นของแม่แต๋ว ไม่เพียงแต่งแต้มสีสันให้กับลูกชาย แต่กลับเติมเต็มความสุขแก่ผู้คนที่พานพบระหว่างทาง ตั้งแต่เพื่อนบ้าน พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนพี่วินมอเตอร์ไซค์ รวมทั้งผู้ติดตามเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมด้วย

คุยกับ นินทร์-นรินทรกุล ณ อยุธยา ช่างภาพเจ้าและลูกชายผู้เชื่อมั่นว่าแฟชั่นสุดแจ๋วรักษาอาการอัลไซเมอร์ของแม่แต๋วได้

New week , new goals. 

เมื่อถึงสัปดาห์ถัดไป อดใจรอคอลเลกชันใหม่ของแม่แต๋วไม่ไหว

New weak , new goals.

เมื่อความอ่อนแอย่ำกรายมาครั้งหน้า เริ่มเป้าหมายใหม่ได้เสมอ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

นินทร์ นรินทรกุล ณ อยุธยา

นินทร์ชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ซื้อฟิล์มให้ไม่ยั้ง ตื่นเต้นกับเสียงชัตเตอร์เสมอต้นเสมอปลาย เพื่อนชอบชวนไปทะเล ไม่ใช่เพราะนินทร์น่าคบเพียงอย่างเดียวแน่นอน :)

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load