เรามาถึงบ้าน อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ เจ้าของ By Myself Handcrafted แบรนด์เครื่องหนัง ที่ตอนนี้มีสตูดิโอเล็กๆ ในช่างชุ่ย ในเวลาสายๆ วันที่อากาศพอเรียกเหงื่อ หลังก้าวขาผ่านรั้วเหล็กสีดำ เช่นเดียวกับฟาซาดสุดเท่ที่เปลี่ยนบ้านหลังนี้ให้โดดเด่นไปจากทาวน์โฮมที่ขนาบทั้งสองข้าง ความเย็นตาจากสวนเล็กๆ ข้างบ้าน ช่วยให้ลืมความร้อนชั่วครู่

อูในชุดอยู่บ้าน ออกมาต้อนรับด้วยท่าทีสบายๆ เขารีบเปิดปะตู ชวนให้เราเข้าไปหลบร้อน ระหว่างรอช่างภาพเดินทางมาจากบ้านที่ห่างกันเพียงระยะเวลา 1 นาที

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

เราใช้จังหวะนี้กวาดสายตาไปรอบๆ (ไม่ได้ตั้งใจแอบดู)

บนโต๊ะไม้ตัวเขื่อง มีสมุดเล่มเล็กซึ่งเต็มไปด้วยลายมือเปิดค้างหน้าออกแบบปลอกหุ้มมีดพับ ข้างกันมีของจริงที่ยังเย็บไม่เสร็จดีนักวางเรียงไว้ เขาว่าเป็นของใหม่ที่ใช้เวลาว่างระหว่างช่วงกักตัวทดลองทำไว้ขาย

เขาเล่าเรื่องกระเป๋าและแอคเซสซอรี่จากหนังแท้ ที่บรรจงเย็บด้วยมือทีละชิ้น ตั้งแต่ชิ้นเล็กอย่างปลอกกุญแจ จานวางของ รองเท้า เก้าอี้ หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่

ฟังแล้วไม่ต่างจากบ้านหลังนี้ จนคล้ายจะเป็นวิธีเดียวกัน

เย็บเอง

ย้อนกลับไปในวัยมัธยม อูใช้เวลาหลังเลิกเรียนเย็บกระเป๋าและสารพัดของทำมือ เขาสนุกกับการทดลองและลงมือทำเอง จนเขยิบไปทำเพื่อฝากขายตามสยามบ้าง เซ็นเตอร์พอยต์บ้าง หรือบางวันเขาก็ไปขายเองบ้าง

หลังเรียนจบปริญญาตรี อูหอบเงินราว 30,000 บาท ลงทุนเปิดร้านขายของแฮนด์เมดและของแต่งบ้านชิ้นเล็กที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ซึ่งส่วนมากเป็นงานอะคริลิก ก่อนหันมาจับงานเครื่องหนังแท้ทั้งหมด

“เราเริ่มต้นจากการที่เราอยากได้ของบางอย่างแล้วมันไม่มีคนทำ จนรู้สึกว่าทำเองก็ได้ พอทำแล้วเราทดลองใช้จนกว่าจะรู้สึกชอบ ถึงค่อยทำออกมาขาย เพราะเราคิดว่าทุกครั้งที่นั่งเย็บ ถ้าเราไม่อินกับมันหรือความรู้สึกมันไม่ใช่ เราจะไม่ทำ แต่ถ้าอันไหนเราทำแล้วชอบ มองแล้วมันสวย ต่อให้เราคิดเองคนเดียวก็ตาม พอถึงมือลูกค้า เราเล่าความตั้งใจของเราให้เขาฟัง ของของเรามันดูจริงใจและส่งพลังออกมาได้” ชายหนุ่มเล่าพลางหยิบกระเป๋าใบสวยออกมาให้เราดู

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

จากที่คิดจะทำแค่ลองทำให้รู้ เจ๊งก็เลิก ความรู้สึกนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความรักเสียแล้ว รู้ตัวอีกทีเขาก็ทำเรื่อยมาจนย่างเข้าสู่ปีที่ 17 และยังคิดออกแบบ เลือกหนัง ตัด ตอก เย็บ และขายด้วยตัวเองทุกขั้นตอนเช่นวันแรก

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

หาบ้านเอง

เมื่อกิจการขยับขยาย ชายหนุ่มเริ่มมองหาพื้นที่ของตัวเอง ไม่ใหญ่ แต่ก็ต้องไม่เล็กจนเก็บข้าวของและอุปกรณ์ตัดเย็บเครื่องหนังอย่างเป็นสัดส่วนไม่ได้ ด้วยความคุ้นชินกับฝั่งธนฯ บ้านหลังเดิมก็อยู่ย่านจรัญสนิทวงศ์ และเพื่อนๆ มีบ้านแถวนี้ ยิ่งทำให้เขาไม่คิดลังเลหากต้องลงหลักปักฐานย่านบางขุนนนท์

“ผมว่ามันเงียบดี” เขาเกริ่นพลางรินน้ำใส่แก้ว แล้วยื่นให้แทนคำเชื้อเชิญ

“ถนนสั้นๆ เหมือนเป็นทางลับ คล้ายกับเอกมัยเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว มีทุกอย่างในถนนเส้นเดียว สถานีตำรวจ วัด สวนสาธารณะ แล้วบางขุนนนท์ของกินเพียบ เคยนั่งคุยกันกับเพื่อนว่าที่บางขุนนนท์กินข้าวได้หนึ่งเดือนไม่ซ้ำร้าน ก๋วยเตี๋ยวมีครบทุกประเภท และถูกด้วย มาบ่อยๆ รู้สึกชอบ พอช่วงที่จะมาซื้อบ้าน ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าทุกซอย หาอยู่พักใหญ่ แล้วก็มาเจอบ้านหลังนี้ เป็นทาวน์โฮมสี่ชั้น สภาพคือเละมาก เพราะบ้านทิ้งร้างไว้ห้าปี ทุกอย่างพัง ฝ้าพัง น้ำท่วม แต่พอเราเข้ามารู้สึกว่ามันเย็น รู้สึกโอเค และแปลกมากที่ราคามันหยุดอยู่อย่างนี้มาห้าปีแล้ว” อูเล่าพลางนึกย้อนไปวันแรก

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

รีโนเวตเอง

เมื่อเจอบ้านที่ถูกใจ ลำดับถัดไปคือการรีโนเวตบ้าน

“รื้อทุกอย่างใหม่หมดครับ แทบจะไม่เหลือของเดิมเลย

“คือซื้อบ้านเราเอาแต่เสา คาน ผนังข้างหน้าพวกนี้ ผมทุบหมดเลย ของเดิมมันเป็นช่องหน้าต่างเล็กๆ แต่เราอยากมองไปไกลๆ อยากให้มีช่องแสงเข้ามาเยอะๆ เลยทุบใหม่แล้วเปลี่ยนเป็นกระจก ราวบันไดก็สร้างใหม่

“พอซื้อบ้านเก่าโครงสร้างดีมาก ไม่ร้าวเลย ตอนที่ทุบไม่มีพวกอิฐมวลเบาเลย มีแต่อิฐส้มทั้งหลัง ข้อดีอีกอย่างของบ้านเก่า คือตอนทุบ ทุบได้โดยไม่รู้สึกผิด ถ้าเป็นบ้านใหม่ของทุกอย่างมันทำมาใหม่ ทุบทิ้งรู้สึกผิดแน่ๆ”

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

เมื่อไม่ลังเลใดๆ เขาจัดการทุบครั้งใหญ่ แล้วค่อยๆ สร้างตามแบบแบบที่วาดไว้ (ในหัว)

สารพัดหนังสือแต่งบ้านที่ชอบอ่านเป็นประจำ กลายเป็นคลังไอเดียชั้นยอด เขาไม่ใช่สถาปนิก บางอย่างที่ไม่รู้จะอธิบายกับช่างอย่างไร วิธีที่ง่ายและลดความเข้าใจผิดกันได้มากที่สุด คือการแปะ Reference ไว้เต็มกำแพง

“เรามีแผนคร่าวๆ ประมาณหกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาดูหน้างานอีกส่วนหนึ่ง วันที่เราเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ในสภาพเดิม เชื่อไหม พอเราหลับตาก็เห็นว่าจะทำออกมาหน้าแบบไหน ส่วนที่เป็นเรื่องโครงสร้าง เราก็ขอคำแนะนำจากเพื่อนที่เป็นสถาปนิก

“สำหรับเรา ถ้าได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เลือกเองทุกชิ้น มันจะไม่มีความรู้สึกที่ว่า อันนี้ไม่ชอบเลย อันนั้นไม่ใช่ เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องไปซื้อของเองทุกอย่างเอง ไฟ กระเบื้อง ไม้ อิฐ ไปบุญถาวรเป็นร้อยรอบ ไปบางโพ ขนไม่ได้ก็สั่งให้เขาเอามาส่ง แล้วเราก็ไม่อยากพลาดอะไรสักอย่างเดียว เพราะกลัวช่างทำออกมาแล้วไม่เป็นอย่างที่คิด เลยมาคอยดูทุกวัน มาช่วยทำด้วย ทำไฟ เดินท่อสายไฟ ทาสี”

เขาใช้เวลาร่วมปีในการทำให้บ้านหลังนี้เป็นที่ที่เขาอยากอยู่ และอยู่มาจนเข้าสู่ปีที่ 6 แม้อูจะแอบสารภาพว่าเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยและโหดมาก แต่เชื่อเถอะว่าแววตาที่เราเห็นนั้น ทอประกายอย่างคนซึ่งหลงรักบ้านตัวเองและภูมิใจที่ได้สร้างขึ้นมากับมือไม่ผิดแน่

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

แต่งเอง

นั่งคุยกันครู่ใหญ่ ถึงเวลาขอเยี่ยมชมให้ทั่วบ้าน อูอาสาเป็นไกด์พาเดินไปเล่าไปอย่างนึกสนุก จับชิ้นไหน เขาก็เล่าที่มา ที่ไป และที่ทำได้หมด

ทั้งสี่ชั้นมีพื้นที่ใช้สอยราว 200 ตารางเมตร แม้ในบ้านไม่ติดแอร์เลย แต่กลับไม่ได้รู้สึกว่าร้อนจนทนไม่ไหว นั่นเป็นข้อดีของการเปิดพื้นที่ให้โปร่งโล่ง และเติมสีเขียวของต้นไม้แทรกไว้ทุกมุมของบ้าน

ชั้นแรก เป็นโถงรับแขกที่ทุบห้องน้ำเดิมออก เปลี่ยนห้องใต้บันไดเป็นห้องเก็บของ ปิดด้วยประตูไม้เลื่อน เติมอารมณ์ให้บ้านอบอุ่นปนเท่

เบรกผนังไม่ให้เรียบนิ่งจนเกินไปด้วยอิฐโชว์แนว เลือกที่ก้อนใหญ่และเผาจนได้สีแตกต่างกัน วางสลับอ่อนเข้ม เคล็ดลับที่เขาว่าจำมาจากหนังสือ คือถ้าไม่อยากให้อิฐสีส้มมาก ตอนฉาบให้ใช้ฟองน้ำเช็ดให้ปูน เบลนด์ๆ จะได้สีจะดร็อปลง

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

โคมไฟแขวนเพดานที่เลือกและออกแบบเองกับมือให้ห้อยยาวลงมาจากชั้นสี่ ลดหลั่นเรียงตัวตามระดับชั้น รับหน้าที่เป็นของตกแต่งชิ้นเอกที่ช่วยให้บ้านดูดีได้แบบไม่ต้องทำอะไรมาก

ถัดเข้าไปตามแนวลึก เขากั้นกระจกโครงเหล็กสีดำ แบ่งพื้นที่ด้านหลังให้ครัวขนาดเล็ก เปิดช่องหลังคาให้สูงขึ้นไปอีกชั้น และเจาะช่องสกายไลต์ให้แสงเข้าช่วงกลางวัน เพื่อควบตำแหน่งมุมทำกาแฟและอ่านหนังสือเพลินๆ ยามว่าง

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน
บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

บ้านเก่าหลังนี้มีแปลนน่าสนใจอยู่อย่าง คือมีบันไดนอกบ้านสู่ชั้นสอง ซึ่งตรงขึ้นสู่พื้นที่ส่วนตัวโดยไม่ผ่านห้องรับแขก เป็นดีไซน์ตามขนบฝรั่งที่ฮิตในราวช่วงสามสิบกว่าปีก่อน

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

ชั้นสอง มอบพื้นที่ให้มุมนั่งเล่นโดยรวมทุกอย่างที่ชอบเอาไว้ ทั้งหนังสือ เครื่องเล่นไวนิล แผ่นเพลง โซฟาขนาดพอดี ซึ่งบางทีรับหน้าที่เป็นเตียงยามเพื่อนๆ มาสังสรรค์

โต๊ะไม้สำหรับวางลำโพง เขาเอาไม้บันไดเก่าที่รื้อออกมาเชื่อมเข้ากับเหล็ก ส่วนที่เหลือก็นำไปทำชั้นวางหนังสือและของตกแต่งเข้าคู่กัน

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน
บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

“ชอบฟังเพลงครับ เวลาฟังเพลง ทำนู่นทำนี่ไปด้วยได้ มีช่วงหลังๆ มีเวลามากขึ้น ฟังเพลงวันละประมาณชั่วโมง สังเกตดีๆ จะมีอุปกรณ์ฟังเพลงอยู่ทุกชั้นเลย

“เซ็ตลำโพงชุดนี้เป็นของเก่า ซื้อตั้งแต่ปี 1977 ซึ่งน่าทึ่งมาก เครื่องเล่นซีดี ลำโพงสองตัว ตอนนั้นสามอันนี้ราคาหมื่นห้า พ่อผมซื้อโดยที่เขาเงินเดือนพันห้า เขาเล่าให้ฟังว่าเก็บเงินเป็นปี เป็นของไม่กี่อย่างมั้งที่แพงกว่าตอนซื้อ แล้วเราดูแลอย่างดี จนถึงตอนนี้ยังใช้ได้เหมือนเดิม”

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

พื้นที่ทำงานของตัวเอง

ขอพักหอบที่ชั้นสามสักครู่ ชั้นนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว มีเพียงห้องนอนและห้องแต่งตัว โดยผนังด้านนอกตกแต่งด้วยอิฐเปลือยผิวเหมือนชั้นล่าง ระหว่างรอ อูเล่าให้ฟังว่าทั้งสี่ชั้น เขาทำความสะอาดด้วยตัวเอง แถมบ้านนี้ยังไม่มีเครื่องซักผ้าด้วย นั่นแปลว่าเขาซักผ้าเองด้วยมือ ซึ่งทำมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้

ชั้นสุดท้าย ยกให้เป็นที่ทำงานเล็กๆ

ขึ้นมาถึงชั้นนี้ อูชี้ชวนให้สังเกตกระเบื้องที่ตั้งใจไล่สีแต่ละชั้นให้ค่อยๆ เข้มขึ้น จากเทาอ่อน เทากลาง เทาเข้ม และเทา (เกือบ) ดำ นอกจากสีกระเบื้อง

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

แปลกใจเล็กน้อยที่เขาเลือกชั้นสี่ให้เป็นพื้นที่เวิร์กช็อป แม้ว่าจะเป็นชั้นที่ร้อนที่สุด เขาไม่ได้สนตรงนั้น แต่แสงธรรมชาติและวิวซึ่งมองเห็นจากสวน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ต่างจังหวัดต่างหาก อูแก้ปัญหาด้วยการติดฉนวนกันร้อนให้หนาขึ้น และยังใช้ประโยชน์จากความร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้หนังในสต็อกขึ้นราด้วย

“งานที่เราทำอยู่มันไม่ต้องใช้เครื่องมือเยอะ ทุกอย่างอยู่ที่มือเรา บวกอุปกรณ์แค่นิดหน่อยก็สร้างงานได้ แต่ด้วยเนื้องานมันเยอะมาก ที่นี่เลยเอาไว้เตรียมหนัง สต็อกหนัง เก็บของบางอย่าง ที่ร้านก็เอาไว้ทำงานบางส่วน ส่วนที่สำคัญจริงๆ แค่วันละสองสามชั่วโมงที่ร้าน พอเดี๋ยวนี้ยิ่งชิลล์ ตอนเช้านั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ บ่ายไปร้านทำงาน บางวันตื่นเช้ามาทำงานเลยก็มี บางครั้งอยู่บ้านแล้วมีไอเดียก็ขึ้นมานั่งทำ มาสเกตช์แบบบ้าง

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน
บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

“ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าบ้านเอาไว้พักอย่างเดียว เราออกจากบ้านไปเพื่อทำงาน กลับบ้านมาก็จะไม่เอางานมาทำ ยกเว้นตอนเช้าที่เราตื่นมาเตรียมอะไรนิดหน่อย พอเราเลิกขายที่เอเชียทีคช่วงหกเดือนนั้น เราเอางานทุกอย่างกลับมาทำที่บ้าน กลายเป็นว่าช่วงเวลาพักหายไปหมดเลย เพราะงานมันอยู่ตรงนั้นเอง แล้วแรงกระตุ้นในการทำงานก็หายไปด้วย เพราะนี่คือบ้าน เพราะมองมามันก็เป็นโซฟานั่งฟังเพลง ก็เลยปนกันไปมั่วหมด เลยคิดว่าอย่างน้อยมีที่เล็กๆ แยกออกไปจากบ้านหน่อย พอไปถึงปุ๊บนั่งทำงาน แต่ก่อนเราอยู่ที่ร้านหกเจ็ดชั่วโมง เวลาสั้นลงเรื่อยๆ ไปเพื่อแค่ทำแล้วก็กลับ

“เราเคยอยู่ในยุคที่ทำงานทุกวันทั้งปีไม่เคยหยุด แต่พอมองกลับไป ต่อให้ได้เงินเท่านั้นก็ไม่เอาแล้ว ทุกวันนี้ทำงานวันละแค่สามสี่ชั่วโมง มันโอเคกว่าเยอะ เรารู้สึกว่าไม่ต้องหามากก็ได้ เอาแค่พอประมาณ จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก ไม่ต้องบ้าคลั่งไปกับมันมาก จะได้มีเวลากลับมา

“ยิ่งเรามีเงินมากเท่าไหร่เรายิ่งใช้เยอะ พอทำงานน้อยลง รายได้น้อยลงก็ดีอีกอย่าง คือเราไม่อยากได้หรืออยากซื้อของบ้าบอ ทุกวันนี้เราเห็นของชิ้นเดิม แต่กลับรู้สึกอีกแบบหนึ่งว่าซื้อมาทำไม นี่ห้าพันนะเนี่ย เราต้องทำงานสองวันนะ ต้องเย็บกระเป๋าใบหนึ่งนะถึงจะได้มา”

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

แบรนด์และบ้านที่เป็นตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์

ของเย็บมือทีละชิ้น หล่อหลอมให้เขารักการลงมือทำอะไรเอง ไม่ต่างจากการทำบ้านหลังนี้ ที่สุดท้ายทำออกมาเหมือนอย่างภาพอยากเห็น อยากให้เป็น และอยากอยู่

“ไหนๆ เราเลือกทำอาชีพนี้แล้ว มันเป็นอาชีพที่เราสร้างขึ้นมา เราอยู่กับมันมา เหมือนขอใช้สิทธิ์นี้ในการใส่ตัวเองเข้ามาร้อยเปอร์เซ็นต์ ”

เช่นเดียวกับบ้าน

“เราไม่เคยรู้สึกเลยสักครั้งเดียวว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย เรารู้อยู่แล้วว่าไลฟ์สไตล์เราเป็นแบบไหน บางฟังก์ชันเราคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”

บ้านของ อู-ธนวัฒน์ ควนสุวรรณ แห่ง By Myself Handcrafted ที่รีโนเวต by himself ทุกขั้นตอน

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

ต้อม-สุธารัตน์ สินนอง ฝันอยากมีบ้านตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ๆ ความรู้สึกอยากมีบ้านเป็นของตัวเองทวีความจริงจังมากขึ้นหลังการเดินทางนับครั้งไม่ถ้วนทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยอาชีพนักการละครของเธอ และเมื่อวันหนึ่งขณะต้อมร่วมกระบวนการทำละคร ได้ใกล้ชิดกับละครหุ่นเงา Shadow Puppet เธอก็หลงรักมันจนหัวปักหัวปำ จนอยากใช้เวลาทั้งหมดในชีวิตอยู่กับแสงและเงาเหล่านี้ ความรู้สึกอันเปี่ยมพลังนี้เองที่ทำให้ต้อมมองหาที่ดิน ทำงานเก็บเงิน แล้วลงแรงเป็นลูกมือร่วมสร้างบ้านของเธอกับสล่าหรือช่างชาวบ้านคนหนึ่งในเชียงใหม่

นี่คือเบื้องหลังเรื่องราวของบ้านที่เริ่มต้นด้วยเงิน 80,000 บาท กับเวลา 8 วัน บ้านที่เธอเรียกมันว่า ‘โรงบ่มแสง’ และการทำงานภายใต้ชื่อ Homemade Puppet

เงิน 80,000 บาท เวลา 8 วัน สู่ ‘บ้านบ่มแสง’ บ้านที่เล่นละครได้ทุกมุมของศิลปินหุ่นเงา

“ถ้าเรามีกำลัง ทุกอย่างมันจะง่าย สมมติว่าถ้าต้อมมีเงิน แค่ดีดนิ้วอยากได้อะไรก่อนก็ได้ แต่ว่าพอเรามีน้อย สิ่งสำคัญก็คือว่าต้องอดทน ต้องรอ เพียงแต่จะรอแบบไหน รอแบบว่าวันหนึ่งจะมี หรือรอไปเรื่อย ๆ สำหรับต้อม การรอ เราเห็นภาพว่าวันหนึ่งมันจะเป็นแบบที่เราอยากได้ เพราะฉะนั้น เวลาที่มีสตางค์เข้ามา เราก็รู้ว่าจะเอาเงินไปไว้ตรงไหน ยังไง” 

นักละครคนนี้ทำงานแบบฟรีแลนซ์ รายได้ที่เข้ามาจึงมาเป็นก้อน ๆ มาเป็นช่วง ๆ และต้องจัดสรรการใช้จ่ายให้พอเหมาะพอดีหากต้องการอะไรใหญ่ ๆ อย่างที่ดินหรือบ้าน

เธอเล่าย้อนที่มาว่าจากความสนใจละครในวัยเด็ก ทำให้เธอเข้าร่วมเรียนรู้และทำงานกับกลุ่มละครมะขามป้อมสมัยเป็นนักศึกษารามฯ และต่อเนื่องขยับขยายการงานด้านการละครกว้างออกไป ทั้งละครเพื่อการพัฒนาเยาวชน ละครหุ่น ละครข้างถนน ละครเวที ละครทีวี ภาพยนตร์ จนมาถึงหุ่นเงา 

“พอถึงจุดหนึ่งก็คิดว่าอยากทำหุ่นเงาทุกวัน ไม่อยากทำอย่างอื่นแล้ว” ซึ่งช่วงนั้นต้อมกำลังทำโปรเจกต์ละครกับโรงเรียนที่เชียงใหม่ 2 แห่ง คือในเมืองหนึ่ง และในอำเภอเชียงดาวอีกหนึ่ง

ช่วงเวลานั้นเองที่เธอตัดสินใจว่าจะปักหลักที่เชียงใหม่ เริ่มมองหาที่ทางและเชื่อว่า ถ้าวันหนึ่งที่ดินตรงไหนเหมาะ เธอจะพบกับมันเอง จากเชียงดาวเธอได้มาทำโปรเจกต์กับ มานูเอล ลุทเกนฮอสท์ (Manuel Lutgenhorst) ที่ Empty Space แถวน้ำบ่อหลวง และอยู่อาศัยที่นั่นในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนจะพบที่ดินที่ว่าใช่ แล้วตัดสินใจซื้อโดยมีเพื่อนใจดีให้ยืมเงินมาก่อน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพยายามหาทางใช้เงินคืนเพื่อนให้หมด

เงิน 80,000 บาท เวลา 8 วัน สู่ ‘บ้านบ่มแสง’ บ้านที่เล่นละครได้ทุกมุมของศิลปินหุ่นเงา

“อยากมีบ้าน อยากมีที่ของตัวเอง พอมาได้ที่ดินตรงนี้ก็คิดว่ามันเหมาะกับเรามาก เพราะค่อนข้างเป็นส่วนตัว ไม่ค่อยมีใครเห็น บางช่วงต้อมก็ปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นสูงจนทางเข้าแทบเข้าไม่ได้เลยนะ

“ต้อมไปทำงานแล้วได้เงินมาหนึ่งก้อน 80,000 บาท ก็คิดว่า 80,000 ทำอะไรได้บ้าง เพราะเราอาศัยบ้านเขาอยู่ก็เกรงใจ ลองไปเดินดูตามร้านขายไม้เก่าว่าจะทำอะไรได้บ้าง กะว่าแค่เล็ก ๆ พออยู่ได้ก่อนแล้วกัน ไปเห็นโครงของบ้านไม้ที่ตั้งเสาไว้ 6 เสา มีพื้นไม้ชั้นสอง มีหลังคาสูง มีบันไดด้านนอกบ้าน แต่ยังไม่มีฝาผนัง มีแค่โครงเลย เราก็เฮ้ย นี่มันบ้านของเรานี่!!

“ต้อมถามลุงเจ้าของ เขาไม่ขายเพราะตั้งใจทำเป็นบ้านสำเร็จเสร็จก่อน แล้วค่อยขายยกหลังแบบบ้านน็อกดาวน์ ตั้งโครงไว้กำลังจะทำต่อ เราก็บอกว่า ‘ไม่ได้หรอกลุง นี่มันบ้านหนู ขายให้หนูนะ’ จากนั้นก็ให้เพื่อนขี่มอเตอร์ไซค์พาไปดูทุกเย็นเป็นอาทิตย์ ๆ เลย ไปแล้วก็ขึ้นไปนั่งบนชั้นสอง แล้วก็พูดว่า ลุง นี่มันบ้านหนู ยังไงลุงก็ต้องให้หนู

“ไปจนวันที่ 8 ‘เอาจริง ๆ ใช่ไหม’ ลุงถาม

“เอาจริง ๆ ลุง แต่หนูมีเงินเท่านี้ ลุงขายเท่าไหร่

“จริง ๆ เขาน่าจะขายแพงกว่านั้น แต่เราก็บอกว่ามี 80,000 ลุงให้อะไรต้อมได้มั่ง ลุงก็บอก ‘เอ้า! ขายน้องก็ได้’ แล้วแกก็รื้อบ้านมาติดตั้งบนที่ดินให้ด้วยนะ”

เมื่อโครงบ้านเริ่มมา ก็เป็นจังหวะที่งานเริ่มเข้า เธอค่อย ๆ สะสมเงินซื้อบานหน้าต่าง ประตูเพิ่ม และขอให้ลุงช่างเป็นคนสร้างให้ โดยที่เธอเป็นลูกมือทุกอย่าง ขนดิน ขนปูน ขนไม้ ร่วมทำงานไปด้วย

เงิน 80,000 บาท เวลา 8 วัน สู่ ‘บ้านบ่มแสง’ บ้านที่เล่นละครได้ทุกมุมของศิลปินหุ่นเงา

“ตอนลุงถามว่าหน้าตาบ้านจะเป็นยังไง ต้อมก็วาดบนพื้นให้ดูว่า จะทำแบบนี้ ๆ นะ วิธีอธิบายแบบบ้านของต้อมก็เหมือนเล่นละคร คือแสดงให้ลุงดูว่า นี่นะ ประตูต้องเปิดอย่างนี้ หน้าต่างอย่างนี้ ชั้นบนพื้นไม้เปิดช่องให้โล่งอย่างนี้นะ แล้วก็ถามว่า ลุง ๆ ตรงช่องว่างนี้ ถ้ามเอาผ้ามาห้อยลงมาจากหลังคา ให้ต้อมปีนผ้าขึ้นลงได้ ไม้หลังคาจะรับน้ำหนักได้ไหม ลุงก็จะถามว่าแล้วทำไมต้องปีนผ้า น้องก็ใช้บันไดสิ (หัวเราะ) 

“แรก ๆ ลุงงงว่าทำไมเราทำอะไรแปลก ๆ แต่พอทำไปสักสองสามเดือนเขาก็เริ่มสนุกและมีไอเดียมานำเสนอ

“ตอนนั้นเงินก้อนสุดท้ายที่ทำให้บ้านเสร็จได้คือต้อมได้ไปเล่นละครหุ่นเงาที่โปแลนด์ 3 เดือน แสดงอยู่ 40 รอบในโรงละครเล็ก ๆ โดยมีกลุ่มคนดูเป็นเด็ก ๆ คือเงินไม่ได้เยอะนะคะ แต่เรารู้สึกดีมาก สนุกและเป็นสิ่งที่อยากทำ คือแสดงเรื่องเดียว มีคนมาดูได้ต่อเนื่อง แล้วเงินก้อนนี้ก็เกิดเป็นครัวกับห้องน้ำ ซึ่งเป็นส่วนปูนทั้งหมด”

ถามเธอว่าบ้านรูปทรงนี้เหมือนที่เคยฝันถึงไหม เธอตอบว่าคล้าย ๆ อยู่ เพราะตั้งแต่เด็กเธออยากได้บ้านแบบโรงนา (Barn) มีพื้นที่โล่ง ๆ ให้เล่นละครได้ ขึงฉากได้ ลองเงาได้ จัดเวิร์กชอปได้ มีครัวเล็ก ๆ เพราะชอบทำอาหาร-ทำขนม ไม่แพ้กับเล่นละครและทำงานศิลปะ

เงิน 80,000 บาท เวลา 8 วัน สู่ ‘บ้านบ่มแสง’ บ้านที่เล่นละครได้ทุกมุมของศิลปินหุ่นเงา

สร้างบ้านให้เป็นโรงละคร

“อยากทำบ้านให้เป็นที่เล่นละครได้ จะเล่นทุกที่ที่บ้าน เป็นโรงละครแบบเราที่เราทำด้วยตัวเอง ทำให้เป็นแบบที่เราอยากได้ ตอนออกแบบบ้าน ตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากให้มีพื้นที่โล่ง เป็นห้องเอาไว้เพื่อทำการแสดง นอนข้างบนแล้วทำงานข้างล่าง หรือนอนข้างบนแล้วลงมาแสดงข้างล่าง”

นอกจากหน้าต่างประตูที่ซื้อมาต่อเติมให้บ้านอยู่ได้อย่างที่ต้องการแล้ว เธอบอกว่าหน้าต่างเหล่านี้ช่วยให้อากาศถ่ายเท มีลมพัดผ่าน ทำให้บ้านไม่ร้อนเกินไปเพราะบ้านนี้ไม่ได้ติดแอร์ แต่เธอก็อยู่ได้แม้กระทั่งตอนช่วงโควิดติดอยู่กับบ้านไม่ได้เดินทางถึง 3 ปี 

เงิน 80,000 บาท เวลา 8 วัน สู่ ‘บ้านบ่มแสง’ บ้านที่เล่นละครได้ทุกมุมของศิลปินหุ่นเงา

“มันร้อนมากค่ะ นี่คงเป็นข้อที่ต้องแก้ ต้องปลูกต้นไม้บังแสงบางส่วน ช่วงหน้าร้อนบางวัน ต้อมไปนั่งอยู่มุมหน้าห้องน้ำเลย เพราะเย็นกว่ามุมอื่นที่โดนแสงแดดเต็ม ๆ” เธอหัวเราะ

ในที่ดิน 1 ไร่กับ 1 งาน ด้านหน้าบ้านไม้ทรงสูงคือสระบัวที่ขุดขึ้นก่อนสร้างบ้าน ใกล้ ๆ กันมีอาคารรูปทรงง่าย ๆ อีกหลังหนึ่งที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นไม่นานนี้ หลังไปร่วมเป็นนักแสดงสมทบในภาพยนตร์ ‘ถ้ำหลวง: ภารกิจแห่งความหวัง’ อาคารหลังนี้ตั้งใจให้เป็นพื้นที่เวิร์กชอป จัดแสดงละคร และต่อเติมชั้นลอยให้เพื่อนศิลปินที่ต้องการมาแลกเปลี่ยนหรือทำโปรเจกต์ร่วมกันนอนพักได้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมาต้อมบอกว่าได้ใช้จริงแล้ว โดยเพื่อนศิลปินญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งสนใจหุ่นเงาสไตล์ของเธอเพื่อร่วมงานกับศิลปะการเต้นของเขา

“บ้านเป็นพื้นที่ของเรา เราทำอะไรก็ได้ และเราก็อยากให้เพื่อนหรือใครก็ตามที่มารู้สึกว่าที่นี่เป็นพื้นที่ของเขาด้วยเหมือนกัน เพื่อนบางคนที่ปกติไม่ค่อยกล้าไปนอนที่อื่น แต่พอมานอนบ้านเราแล้วเขาหลับสบาย แค่นี้ต้อมก็ดีใจแล้ว

“ต้อมเป็นคนเดินทางเยอะ จึงมีเพื่อนจากหลาย ๆ ที่ ช่วงเวลาที่เพื่อนจากญี่ปุ่นมา ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็มีเพื่อนจากสิงคโปร์มาในเวลาเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่จากกรุงเทพฯ น้องจากเชียงดาวก็มา แล้วคนเหล่านี้ก็ได้มาเจอกันที่บ้านต้อมและทุกคนกลายเป็นเพื่อนกัน ช่วงเวลาที่ทุกคนนั่งคุยกัน ต้อมไปทำอย่างอื่น เป็นบรรยากาศที่เราชอบมาก นี่คือบ้านที่เราอยากให้เป็นมาโดยตลอด”  

เงิน 80,000 บาท เวลา 8 วัน สู่ ‘บ้านบ่มแสง’ บ้านที่เล่นละครได้ทุกมุมของศิลปินหุ่นเงา

แม้ในช่วงที่ต้อมไม่ได้เดินทางเนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาด แต่เธอมีโอกาสทำความฝันสร้างบ้านให้เป็นโรงละครจริง ๆ เมื่อได้ร่วมทำโปรเจกต์ละครหุ่นเงาในเทศกาลออนไลน์ BICT Fest 2021 – BICT on(line) the MOVE ซึ่งเป็นเทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ 2564 (ชื่อสั้น ๆ คือ BICT on (line)the Move) “โปรเจกต์ออนไลน์ครั้งนั้นทำให้ต้อมได้ลองทำบ้านทั้งหลังให้เป็นโรงละครเลย สนุกมากค่ะ”  

น้ำเสียงและถ้อยคำบางช่วงที่เธอเล่าถึงบ้าน ให้ความรู้สึกราวกับกำลังอยู่ในโลกของโรงละครจริง ๆ อย่างเรื่องราวของพระจันทร์ขึ้นหน้าบ้าน หรือหิ่งห้อยที่เรืองรองในความมืด  

“บ้านของต้อมอยู่กลางทุ่งนา และตรงนี้นะคะ จะมองเห็นพระจันทร์เต็มดวงที่หน้าบ้าน ห้องนอนต้อมไม่มีม่าน เวลาพระจันทร์เต็มดวงมันสาดแสงเข้ามาถึงที่นอนเลย บางทีเวลาตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนเจอพระจันทร์ เราก็ โห! นี่คือการได้คุยกับพระจันทร์ส่วนตัวมากค่ะ

“หรือบางช่วงหิ่งห้อยเยอะมาก มากจนบางทีก็เข้ามาอยู่ในห้องนอนเป็นสิบ ๆ ตัวเลย” 

เยี่ยมบ้านนักละครหุ่นเงาเปี่ยมแพสชัน ที่ตั้งใจทำบ้านให้เป็นพื้นที่ทดลองของตัวเองและเหล่าเพื่อนศิลปิน
เยี่ยมบ้านนักละครหุ่นเงาเปี่ยมแพสชัน ที่ตั้งใจทำบ้านให้เป็นพื้นที่ทดลองของตัวเองและเหล่าเพื่อนศิลปิน

เงาที่มีสีสันในโรงบ่มแสง

“เงามีสีสันด้วยนะ ไม่ใช่มีแค่สีดำ” ต้อมยืนยันด้วยการหยิบตัวละครหุ่นเงาของเธอมาเล่นกับแสงให้ดู  

“ทำเรื่องทำหุ่นเงานั่นแหละ แต่พูดเรื่องข้างใน เงาคือเครื่องมือ ส่วนเนื้อหาเป็นอีกเรื่อง เนื้อหาเป็นสิ่งที่เราอยากพูดอยากสื่อสารออกไป”

 เธอพูดขึ้นว่า “ต้อมชอบหุ่นเงามาก มันมีแค่แสงกับเงา แต่สามารถพาคนจินตนาการไปไกล หุ่นเงาของต้อมคือ เราเล่นคนเดียว ทำคนเดียว จึงเลือกเล่นอยู่ด้านหน้าฉาก เพื่อจะได้ปะทะกับความรู้สึกของคนดู อาจเป็นเพราะต้อมชอบละครเวทีด้วย ชอบพลังที่รับส่งระหว่างคนเล่นคือเรากับคนดู พอมาทำหุ่นเงา ต้อมก็อยากได้รับพลังอย่างนั้น เลยเลือกจะไม่เล่นอยู่หลังฉาก อีกอย่างคือการที่เอาตัวเองออกมาด้านหน้าก็เพื่อจะบอกคนอื่นว่า มันง่ายนะ ไม่ได้ยาก เด็ก ๆ ก็ทำได้ ใคร ๆ ก็ทำได้ แค่นั้นเอง”

บ่อยครั้งต้อมเรียกบ้านของเธอว่า โรงบ่มแสง โดยตั้งใจให้เป็นเหมือนโรงบ่มไวน์หรือโรงบ่มเบียร์ ทำหน้าที่สร้างผลผลิตอันน่าหลงใหลและเต็มไปด้วยคุณภาพ

อยากให้ที่นี่เป็นที่ทดลอง ฝึกฝน และทำงานของคนที่สนใจ ทั้งเพื่อน ศิลปิน หรือคนที่อยากมาเรียนรู้กับทักษะของต้อมหรือของเขาเอง จริง ๆ ต้อมสนใจศิลปะหลากหลายประเภทอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่แสงเงาหรอก เลยอยากชวนกันมาบ่มตัวเองกับสิ่งที่ชอบและอยากทำ แล้วคุณจะมีแสงเป็นของตัวเองค่ะ”

เยี่ยมบ้านนักละครหุ่นเงาเปี่ยมแพสชัน ที่ตั้งใจทำบ้านให้เป็นพื้นที่ทดลองของตัวเองและเหล่าเพื่อนศิลปิน
เยี่ยมบ้านนักละครหุ่นเงาเปี่ยมแพสชัน ที่ตั้งใจทำบ้านให้เป็นพื้นที่ทดลองของตัวเองและเหล่าเพื่อนศิลปิน

‘Homemade Puppet’ ผสมผสานศิลปะที่ชอบกับรสชาติที่ใช่  

Homemade Puppet คือชื่อที่เธอตั้งตอนออกมาจากกลุ่มละครมะขามป้อมเพื่อทำโปรเจกต์ส่วนตัว ต้อมเล่าว่าไม่ได้เป็นชื่อที่ซับซ้อนอะไร เพราะมาจากสิ่งที่เธอชอบ

“ต้อมชอบทำขนมและทำกับข้าวให้คนกิน เรามีรสชาติที่อยากให้เพื่อนหรือให้คนอื่น ๆ กิน ก็เลยกลายมาเป็น Homemade Puppet 

“งานของต้อมก็เหมือนเป็นรสชาติที่ชอบ อยากทำให้คนชิม ถ้าชิมแล้วชอบ วันหลังก็มาชิมใหม่อีกได้ และเราชอบทำงานฝีมือ ชอบงานศิลปะ บ้านเราก็ทำเองด้วย ชื่อนี้เลยดูไปด้วยกันได้ดี”  

เยี่ยมบ้านนักละครหุ่นเงาเปี่ยมแพสชัน ที่ตั้งใจทำบ้านให้เป็นพื้นที่ทดลองของตัวเองและเหล่าเพื่อนศิลปิน

“ต้อมไม่ค่อยเครียดนะคะ คือถ้ามีเรื่องแย่ต้องเอามันออก เราก็ทำงานศิลปะ มาตอนนี้ไม่ใช่แค่งานศิลปะด้วยนะ แต่มันคือชีวิตเลย (หัวเราะ) เช่น ทำสวน เย็บผ้า ทำอาหาร ทำหุ่น ทำการแสดงก็ไม่ค่อยแยกแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอันไหนงาน อันไหนชีวิต ต้อมทำมันทุกวัน พูดเหมือนดูดีเนอะ แต่วันหนึ่งเราจะเข้าใจว่า อ๋อ มันคืออันนี้เองที่เขาบอกว่าใช้ชีวิตเหมือนทำงานศิลปะ ที่พูดคือไม่ได้จะ Cool อะไรหรอกนะคะ แต่เป็นอย่างนี้จริง ๆ และเราก็ทำมันไปเรื่อย ๆ ทำในสิ่งที่เราชอบ

“งานของต้อมทุกชิ้น มีบ้านต้อมอยู่ในนั้นหมดเลย มันเป็นเรื่องของต้อม เพียงแต่ว่าเราเล่าผ่านตัวละคร ถ้าคนรู้จักก็จะรู้ว่านี่คือเรื่องของเรา และบ้านหนังนี้ก็อยู่ในเงาที่เรากำลังแสดง”

เยี่ยมบ้านนักละครหุ่นเงาเปี่ยมแพสชัน ที่ตั้งใจทำบ้านให้เป็นพื้นที่ทดลองของตัวเองและเหล่าเพื่อนศิลปิน

Writer

Avatar

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load