BWILD Isan เป็นคอมมูนิตี้ที่รวบรวมนักออกแบบและช่างฝีมือหลากหลายความถนัดจากชุมชนต่าง ๆ พื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น และเหตุผลของการเกิดขึ้น ก็เพื่อนำเสนอ ‘ความเป็นอีสาน’ ผ่านสายตาคน ‘อีสาน’

“BWILD Isan หมายถึงความกล้าที่จะเปลี่ยนสิ่งธรรมดาจากอีสานให้กลายเป็นสิ่งพิเศษ ไม่ว่าจะวัสดุ คน วิถีชีวิต หรือสิ่งธรรมดาบ้าน ๆ ในสายตาคนอื่น เราจะใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างให้สิ่งเหล่านั้นมีคุณค่า ด้วยการใช้ทักษะงานฝีมือ ภูมิปัญญา ความสามารถที่แตกต่างกันของทีมงาน และการร่วมมือร่วมใจของคนต่างวัยในชุมชน”

นี่คือสิ่งที่ ชมพู่-กาญจนา ชนาเทพาพร หญิงแกร่งผู้ก่อตั้ง BWILD Isan บอกกับเรา

BWILD Isan แบรนด์แฟชั่นที่ใช้ไข่มดแดง ไก่บ้าน ช่างฝีมือและคนรุ่นใหม่ พัฒนาอีสานให้ม่วน

ชมพู่เป็นสาวอุดรฯ ที่ย้ายมาจังหวัดขอนแก่น และต่อยอดกิจการร้านขายผ้าของครอบครัวเป็นห้องเสื้อบายฮาร์ท (By Heart) เน้นตัดชุดราตรีและชุดแต่งงานระดับคุณภาพ จนกระทั่งห้องเสื้อเล็ก ๆ แห่งนี้มีโอกาสทำคอลเลกชันลงนิตยสาร ผลตอบรับดีเยี่ยมจนต้องขยายกิจการ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอร่วมงานกับผู้คนหลากหลาย ตั้งแต่นักศึกษาจบใหม่ยันช่างฝีมือมากประสบการณ์ และสายตาของเธอก็มองเห็นถึงการดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงชีพของคนอีสาน รวมถึงสินค้าหัตถกรรมที่ไม่มีตลาดและลูกค้า ตลอดจนความไม่มั่นใจในการตั้งราคาสินค้าทำมือให้สมกับน้ำพักน้ำแรงที่ลงไป

ชมพู่ตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าอีสานมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และช่างฝีมือได้ทำงานที่รัก เขาก็ไม่จำเป็นต้องจากบ้านเกิดและครอบครัว แต่ต้องเป็นงานที่สร้างอาชีพยั่งยืนและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงาน, เธอไม่เพียงคิด แต่เธอทำ! 

พื้นที่ธรรมดา ๆ แต่พิเศษแห่งนี้ ผลิตสินค้าประเภทแฟชั่นยั่งยืน ตั้งแต่เครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม จนถึงของตกแต่งบ้าน เป็นงานคราฟต์ เมด อิน ขอนแก่น ที่เล่าเรื่องราวท้องถิ่นอีสาน โดยคนอีสาน เพื่อคนอีสาน

มากกว่านั้น เป้าหมายของเธอช่างยิ่งใหญ่ แต่ไม่เกินใจ – เธอมองถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการพึ่งพาตนเองของคนในชุมชน ที่สำคัญ เธออยากสร้างการเข้าถึง ‘โอกาส’ ให้คนอีสานเท่าเทียมกับทุก ๆ คน ในสังคม

ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า BWILD Isan ทำอะไรบ้าง นี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่เราภูมิใจเล่าให้ฟัง

BWILD Isan แบรนด์แฟชั่นที่ใช้ไข่มดแดง ไก่บ้าน ช่างฝีมือและคนรุ่นใหม่ พัฒนาอีสานให้ม่วน

โอกาสในวิกฤต

“คงเรียกว่าโอกาสได้ไม่เต็มปาก เรียกว่าถูกผลักลงมาเลยดีกว่า” 

เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พาเล่าย้อนถึงต้นกำเนิดของ BWILD Isan ว่า แท้จริงแล้ววางแผนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 เธอฟอร์มทีม วางแผนธุรกิจเพื่อจะเริ่มทำโปรเจกต์ใหม่ แต่ปีถัดมาโควิด-19 ก็เข้ามา ทำให้ทุกอย่างต้องชะงัก เธอมาถึงทางแยกที่ต้องเลือกระหว่างการยอมแพ้กับการสู้ต่อ สาวอุดรคนนี้เลือกสู้ต่อด้วยเหตุผลสั้น ๆ แต่กินใจ 

“เพราะคน”

ถึงแม้ว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าจะมีรายจ่ายออกไปมาก แต่เธอเชื่อว่าการสนับสนุนบรรดาช่างฝีมือและดีไซเนอร์ที่มีฝีมือนั้นมีค่ามากกว่าเงิน เพราะต่อให้มีเงินก็ซื้อชั่วโมงแห่งการเรียนรู้ การปรับตัว ความสุขจากความสัมพันธ์ที่เธอมีในปัจจุบันไม่ได้ และจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เห็นปัญหา อุปสรรค เห็นความสำคัญของครอบครัว และการต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดของคนจำนวนมาก เธอจึงตั้งใจสร้างแบรนด์ ‘BWILD Isan’ เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพให้แก่ผู้คนได้กลับมาทำงานที่ตัวเองอยากทำในบ้านเกิด ขณะเดียวกันเธอก็ต้องการให้ผู้คนกลับมามองบ้านเกิดของตัวเองว่า อีสานก็มีดี เป็นแหล่งของวัฒนธรรมความรู้ที่หยิบจับ นำมาเล่นและเล่าได้ไม่รู้จบ ต่อยอดเป็นกิจการสร้างสรรค์ได้มากมาย 

หลังจากแบรนด์เกิดขึ้น เธอเข้าอบรมหลักสูตรริเน็นและหลักสูตร ‘พอแล้วดี The Creator’ ซึ่งส่งผลสำคัญต่อการทำธุรกิจของเธอ ทั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและจุดยืนที่มั่นคง ด้วยการหาความ ‘พอดี’ ของการทำธุรกิจให้เจอ

BWILD Isan แบรนด์แฟชั่นที่ใช้ไข่มดแดง ไก่บ้าน ช่างฝีมือและคนรุ่นใหม่ พัฒนาอีสานให้ม่วน

BWILD Isan

“การทำ BWILD Isan เราไม่ได้มุ่งหากำไรเพียงอย่างเดียว แต่เรานึกถึงผู้คนและสังคมด้วย มันเลยเกิดคอมมูนิตี้ที่รวบรวมนักออกแบบและช่างฝีมือในท้องถิ่น ซึ่งเชื่อในเรื่องเดียวกันมาสร้างงานด้วยกัน เราอยากให้พื้นที่นี้เป็นเวทีสำหรับคนรุ่นใหม่ในอีสาน ให้เขาได้ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ได้อยู่กับครอบครัว จนเกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง

“เราเชื่อในการสร้างแบรนด์อย่างมีคุณค่านะ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีคุณค่า เราจะอยู่ในใจคน” เธอพูดด้วยท่าทีและน้ำเสียงมั่นใจ ทำให้เรารู้ว่าแบรนด์นี้ไม่ได้มีแค่ความตั้งใจจะทำสินค้าแฟชั่น แต่สนใจการทำงานร่วมกับชุมชนและคนรุ่นใหม่ เพื่อสื่อสารความเป็นอีสานสู่สายตาชาวโลกอย่างมีคุณค่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละคนมาร่วมงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย 

เธอลงพื้นที่ไปพูดคุย เสาะหาบุคคล ตั้งแต่เด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัยแล้วกลับมาเป็นดีไซเนอร์ที่บ้านเกิด อย่าง ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ จนถึงชุมชนช่างฝีมือท้องถิ่นในเมืองแคน โดยการร่วมงานกันของของหลากวัย เธอขออย่างเดียว ‘ขอให้เชื่อเหมือนที่ BWILD Isan เชื่อ’ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจน 

ชมพู่ยกตัวอย่างการทำงานของดีไซเนอร์ หน้าที่สำคัญคือการออกแบบ แต่ต้องไม่กำหนดวิธีการทำงานของช่างฝีมือ ส่วนการทำงานของช่างฝีมือ หน้าที่สำคัญคือทำเต็มที่ ไม่มีกรอบ ไม่มีถูก และไม่มีผิด ไม่ว่าจะถัก ทอ หรือย้อมสีผ้า เป็นตัวเองได้เต็มที่

ผลงานที่ออกมาจาก ‘ความกล้า’ ของคนต่างวัยเลยคักอีหลีอีหลอ กระด้อกระเดี้ย! 

BWILD Isan แบรนด์แฟชั่นที่ใช้ไข่มดแดง ไก่บ้าน ช่างฝีมือและคนรุ่นใหม่ พัฒนาอีสานให้ม่วน
พื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และช่างฝีมือเก๋าประสบการณ์จากภาคอีสานทำงานสร้างสรรค์ด้วยกัน

“นอกจากการมองหาคนรุ่นใหม่ คือการหันกลับมามองผู้คนในชุมชน เราพบว่าช่างฝีมือของอีสานมีศักยภาพในการทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย การย้อมผ้า งานหัตถกรรม และการตัดเย็บ เลยเกิดการทำงานร่วมกัน เราพยายามให้เด็กรุ่นใหม่ใช้ความสามารถที่เขามี เสริมกับภูมิปัญญาดั้งเดิม ซึ่งมันเติมเต็มกันนะ เพราะว่านักออกแบบเองขาดความเข้าใจเรื่องภูมิปัญญาพื้นถิ่นหรืองานฝีมือที่เป็นรากเหง้า ส่วนชุมชนก็ขาดการปรับตัวเข้าสู่โลกยุคเทคโนโลยี

“สุดท้ายมันคือการพึ่งพาอาศัยกัน การเกื้อกูลกัน และสู้ไปด้วยกัน โดยที่ยังรักษาวัฒนธรรม ภูมิปัญญาดั้งเดิม และวิถีชีวิตของคนอีสาน ไปพร้อม ๆ กับการเติบโตอย่างมีคุณค่า” พี่ใหญ่และเจ้าของแบรนด์เล่าความตั้งใจ

ที่สำคัญ BWILD Isan ขอเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ไม่เร่งออกสินค้าใหม่ ไม่ผลิตจนเกินกำลัง เพราะเชื่อใน Sustainable Fashion ชมพู่เลือกใช้แฟชั่นและงานฝีมือเป็นจุดเริ่มต้นในการเบิกทางและสร้างโอกาสใหม่ ๆ 

BWILD Collection

‘Wild in The City’ เป็นคอลเลกชันแรกที่รวบรวมนักออกแบบที่มีความถนัดแตกต่างกัน มาปรับตัวเรียนรู้ ทดลอง และสร้างงานร่วมกัน โดยมีแรงบันดาลใจหลัก คือ ความมุ่งมั่น ความกล้า ความเชื่อ ความศรัทธา และการปกป้อง สิ่งเหล่านั้นถูกนำมาเป็นธีมหลักในการออกแบบ จนกลายเป็นลายผ้าไหมมัดหมี่ เสื้อผ้า ภาพวาดบนผ้า พันคอ น้ำหอม กระเป๋าและเซรามิก ซึ่งได้รับรางวัล Best Collection Award จาก Qurated Fashion Incubation Project 2020 

ต่อด้วยคอลเลกชันที่สอง ‘Ant Colony’ พูดถึงความงามของอีสานหน้าร้อน ท่ามกลางอากาศร้อน ดินแห้งแล้ง ก็มีความสวยงามเกิด นั่นคือ ดอกจาน (ทองกวาว) และการแหย่ไข่มดแดง ที่นำมาปรุงให้เป็นอาหารรสแซ่บประจำคิมหันต์ฤดู เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตคนอีสานสุด ๆ แถมยังแปลงเรื่องราวและออกแบบเป็นผ้าไหมมัดหมี่ลายใบตองกุงและผ้าพันคอลายไข่มดแดงและแม่เป้ง (มดแดงนางพญา) จนได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Thai Designer Academy 2021 

หลังจากการทำงานทั้ง 2 คอลเลกชัน ทำให้เธอรู้ถึง ‘การทำเกินจุดพอดี’ จากการทำสินค้าออกมาหลากหลายตัว ส่งผลให้กลับมาทบทวนจุดยืนของการทำธุรกิจว่า BWILD Isan ควรเกิดมาเพื่อสร้างคุณค่าให้ลูกค้ากลุ่มไหน และต้องมุ่งมั่นใช้เวลาเพื่อพัฒนาสินค้า พัฒนางาน และไปอยู่ให้ถูกที่ถูกทาง เธอจึงไม่อยากเป็นแค่แบรนด์ที่ทำตามโจทย์ 

จนสุดท้ายเกิดเป็นกระเป๋าไก่บ้าน (Kai Baan Bag) ออกนอกกรอบ สนุก และสะท้อนคุณค่าของชีวิตคนท้องถิ่นจริง ๆ ซึ่งใช้แรงบันดาลใจใกล้ตัว ความบ้าน ๆ ต่างจังหวัด ที่ตื่นมาก็เห็นคนอุ้มไก่ อาบน้ำไก่ ชนไก่ ตีไก่ 

ความธรรมดาถูกหยิบมาเล่าใหม่ด้วยความไม่ธรรมดา กลายเป็นศิลปะในรูปแบบกระเป๋าที่แอบซ่อนความนัยว่า ‘ทุกสิ่งเป็นไปได้’ – อนาคตเราอาจได้หิ้วกระเป๋าบักอึก ใส่เสื้อฮาวายลายปูนา เพื่ออวดความเป็นอีสานให้เฉิดฉาย

เราถามเธอต่ออีกนิด ทำไมถึงหันมากลับมามองวัฒนธรรมอีสานไทบ้านด้วยสายตาวิ้งวับ

“เพราะเราอยู่ในยุคที่สินค้า Fast Fashion จากระบบอุตสาหกรรมต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามา จนทำลายช่องทางรายได้งานฝีมือคนไทย ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่ปรับเปลี่ยนไปหางาน หารายได้ด้วยทักษะอื่นได้ เราเป็นคนในพื้นที่ ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาทำ แล้วจะหวังให้ใครมาสร้างโอกาสให้เราได้ เราไม่อยากเป็นคนที่เฝ้ารอโอกาสที่คนหยิบยื่นให้ สิ่งที่เราทำ ณ ตอนนี้ เราหวังว่ามันจะเกิดการยอมรับงานของนักออกแบบชาวอีสาน และเห็นคุณค่างานฝีมือจากช่างฝีมือไทย

“การกลับมามองอีสาน ทำให้เราเห็นความน่ารัก คนอีสานจริงใจ เป็นเพื่อนที่ดี ขยัน และอดทน คนอีสานมีเรื่องราวสนุกสนานอยู่เสมอ กินง่าย อยู่ง่าย แต่ความอึดและการต่อสู้ของคนอีสานไม่เป็นรองใคร ไม่ว่าจะไปเจอคนอีสานที่ไหนในโลกนี้ เราจะทักทายเหมือนเพื่อนที่รู้จักกันมานานได้ในทันที มันคือคุณสมบัติพิเศษที่คนอีสานมี” ลูกอีสานเว้า

พื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และช่างฝีมือเก๋าประสบการณ์จากภาคอีสานทำงานสร้างสรรค์ด้วยกัน
พื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และช่างฝีมือเก๋าประสบการณ์จากภาคอีสานทำงานสร้างสรรค์ด้วยกัน

BEQUALITY

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ และหนึ่งในความเป็นไปได้ที่ชมพู่หยิบมาเป็นจุดมุ่งหมาย คือ ความเท่าเทียม

“เราอยากให้ความเท่าเทียมเกิดขึ้นและอยากให้เกิดโอกาสที่มากขึ้นในอีสาน” ลูกอีสานตั้งมั่น

“มีน้อง ๆ ที่เรียนออกแบบเขาเจอประสบการณ์ถูกบุลลี่ เจอการไม่เป็นที่ยอมรับ เพียงเพราะเป็นคนอีสาน ทั้งที่เด็กอีสานของเราเก่ง อึด และถึกมาก ซึ่งเขาต้องฝ่าฝันด้วยตัวเอง เรารู้สึกว่าการต่อสู้โดยไม่มีคอนเนกชันมันเหนื่อยมากที่จะพิสูจน์ตัวเอง ส่วนหนึ่งที่เราทำแบรนด์นี้ขึ้นมา เพราะอยากทำให้การเป็น ‘คนอีสาน’ ถูกยอมรับ” ชมพู่เล่า

ความเท่าเทียมที่ว่าหมายถึงโอกาสที่คนอีสานไม่ได้รับ ทำไมคนอีสานต้องเข้าไปหางานในกรุงเทพฯ ทำไมคนอีสานถูกปฏิเสธทั้งที่มีดีไม่แพ้ใคร มีภูมิปัญญา มีวัฒนธรรม มีเสน่ห์ มีเรื่องราว และมี ‘ชีวิต’

เพื่อให้แนวคิดนี้คงอยู่ในดีเอ็นเอของ BWILD Isan แนวคิดองค์กรเลยสนับสนุนให้ทุกคนมีทีมของตัวเอง เหมือนการลากจุดต่อจุดให้แตกวงกว้างออกไป ถ้าวันหนึ่งสาวอุดรคนนี้ไม่อยู่แล้ว จุด จุด จุด เหล่านี้จะถูกร้อยเรียง เชื่อมโยงกันเป็นเส้นที่แข็งแร็ง เพื่อเป็นทางเดินให้ดีไซเนอร์อีสานรุ่นใหม่ ช่างฝีมือวัยเก๋า เดินหน้าต่อด้วยก้าวที่มั่นคง

“วันหนึ่งที่น้อง ๆ และชาวบ้านเขาแข็งแรงพอ เขาไม่ต้องพึ่งพาเราอย่างเดียว แต่เขาจะเติบโตในเส้นทางของตัวเอง ซึ่งเราเป็นเหมือนร่มไม้ใหญ่ ๆ ให้น้องกับชุมชนมาพักผ่อนยามร้อน เมื่อมีแรงเขาก็กลับไปสู้ใหม่

“เราอยากเห็นคนอีสานมีความหวัง มีความภูมิใจ ไม่น้อยหน้าใคร อยากให้มีโอกาสมากมายเกิดขึ้นที่อีสาน บ้านเกิดที่เรารักและผูกพัน อยากเห็นความร่วมมือสร้างพลังที่เข้มแข็งในชุมชนอีสานของเรา ให้เกิดโอกาสที่เราร่วมสร้างกันเอง โดยไม่ต้องรอใครมามอบให้ และในวันที่เราไม่อยู่แล้ว BWILD Isan จะยังได้เดินทางต่อกับผู้คนในอีสานด้วยอุดมการณ์เดิมจากจุดเริ่มต้นนี้ ซึ่งการทำสิ่งนี้ เราไม่ได้รู้สึกว่าเป็นฮีโร่นะ มันเหมือนการเล่มเกมมากกว่า

“เราใช้ชีวิตมาถึงอายุ 40 ตอนปลาย เราอยากหางานสุดท้ายของเรา เป็นงานที่เรามีกำลังที่จะทำมากที่สุด ก่อนที่มันจะสิ้นสุด เราอยากทำสิ่งดี ๆ มากพอให้ตัวเราเองได้กลับไปคิดถึง อย่างน้อยก็ให้คนอื่นจำได้ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง ซึ่ง BWILD Isan ทำให้รู้ว่า ตัวเรายังมีประโยชน์และมีคุณค่ากับคนอื่นจริง ๆ” 

นี่คงเป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ของสาวอุดรวัย 47 และการเกิดขึ้นของคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่อยากขับเคลื่อนความสร้างสรรค์ของอีสานบ้านเฮา

“สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำให้ได้ในปีนี้ คือ การสร้างความภูมิใจที่เราเกิดเป็นลูกอีสาน”

BWILD Isan

โทรศัพท์ : 06 1441 4265

เว็บไซต์ : bwildisan.com/th 

Facebook : BWILD ISAN

Writer

Avatar

ปุณณ กาญจนะโภคิน

นักฝึกเขียน ผมไม่ค่อยมีเวลาว่างเพราะไม่ได้หวี ศิลปะยืนยาว ชีวิตขอนั่งก่อนเมื่อย เป็นคนชอบกิน เพื่อนเลยไม่ให้เป็นเจ้ามือ

Photographer

Avatar

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

หากพูดถึงจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่าชื่อ ‘สับปะรดนางแล’ ต้องเป็นผลไม้อร่อยที่หลายคนนึกถึง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสิ่งนี้เข้าใกล้คำว่า ‘สูญพันธุ์’ 

เราก็เพิ่งรู้จากคำบอกเล่าของลูกหลานชาวเชียงรายอย่าง กะปิ-ปีย์ญานันท์ รัตนจันทร์ เธอเป็นเจ้าของ ‘Himlya Cotton’ (ฮิมญยา คอตตอน) กิจการกระดาษและสีธรรมชาติ (ผลิตมือ) จากวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนบ้านเกิด

กะปิเป็นศิลปินที่ทำแบรนด์เครื่องเขียนเล็ก ๆ จากจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังกู้ชีพให้สับปะรดนางแลกลับมาเป็นภาพจำของจังหวัดอีกครั้ง โดยเธอใช้แทบทุกส่วนมาแปรรูปเป็นกระดาษเส้นใยธรรมชาติและสี สนุกดีที่เธอจำแนกสีจากสับปะรดได้มากถึง 12 เฉด ซึ่งกะปิตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การทำงานและความต้องการของเพื่อนศิลปินอย่างแท้จริง 

นี่เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราต่อสายไปหาเธอ ชวนพูดคุยถึงความสนใจในของดีบ้านเกิด กับการเล่นแร่แปรสารพัดวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่ารัก แม้เริ่มตั้งไข่ แต่ขออวยชัยให้นัก ๆ เจ้า

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

จุดเริ่มต้น

Himlya Cotton บ่มเพาะขึ้นในระหว่างการทำวิจัยปริญญาโท ขณะนั้นเธอทำวิจัยเกี่ยวกับเยื่อสาที่ใช้ทำกระดาษ และนั่นเป็นแรงบันดาลใจชุดแรกที่ทำให้เธอตัดสินใจคิดค้นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

“เริ่มจากเราอยากรู้ว่ากระดาษทำยังไง เลยตัดสินใจไปเวิร์กช็อปที่หมู่บ้านสันต้นเปา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ตอนนั้นไปเรียนทำกระดาษเพื่องานศิลปะโดยเฉพาะ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ผลิตภัณฑ์ของ Himlya Cotton ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับการทำกระดาษจากเชียงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคจากต่างประเทศที่กะปิออกเดินทางไปศึกษา ทั้งเทคนิคการทำกระดาษจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินเดีย สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสีน้ำธรรมชาติและกระดาษเส้นใยธรรมชาติจากวัตถุดิบของเชียงราย

“ถ้าเป็นแบรนด์ที่ทำกระดาษอย่างเดียว เราก็ไม่แน่ใจว่าจะขายได้มั้ย” เธอหัวเราะ “ความคิดแรกเราอยากทำสมุดเย็บมือ เป็นสมุดที่ออกแบบเส้นใยกระดาษของตัวเอง พอถึงกระบวนการย้อมสี เราใช้สีเคมี แต่ใช้ไปใช้มามันมีผลกระทบกับร่างกาย เราเป็นไมเกรน เลยหันมาเลือกทำสีธรรมชาติใช้เอง”

ที่สำคัญ ปณิธานอันแรงกล้าของกะปิ คือการทำให้คนรู้จักสับปะรดนางแลจากสินค้าของเธอ

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ปฏิบัติการกู้ชีพสับปะรดนางแล

แท้จริงแล้วสับปะรดพันธุ์ดั้งเดิมที่เป็นของดีประจำจังหวัดเชียงราย คือ สับปะรดนางแล ซึ่งตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เปลือกบาง ยากต่อการขนส่ง และส่งออกต่างประเทศไม่ได้ พ่วงกับกระบวนการปลูกที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ใช้ปุ๋ย ใช้กำลังคน เมื่อออกดอกก็ต้องใช้ใบมาคลุมกันฝน กันช้ำ

“ด้วยความที่ต้นทุนสูงสวนทางกับราคาขาย ชาวบ้านเลยไม่ค่อยขายสับปะรดพันธุ์นี้กัน หันไปขายพันธุ์ภูแลแทน แต่ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มกลับมาปลูกนางแลกันแล้ว แต่ยังไม่เยอะ อีกอย่างพันธุ์นางแลออกผลผลิตแค่ปีละครั้งเท่านั้น ทุกเดือนเมษายน-พฤษภาคม หมดหน้าแล้วก็หมดเลย”

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

เมื่อเล็งเห็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ปฏิบัติการชุบชีวิตสับปะรดนางแลจากผลผลิตของชุมชนป่าซางวิวัฒน์ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ให้กลับมาเป็นพระเอกประจำจังหวัดอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งการส่งเสริมการบริโภคและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง Himlya Cotton ก็ช่วยแปรรูปเป็นเครื่องเขียน อาทิ กระดาษ สมุด สีจากธรรมชาติ เพื่อนำส่วนต่าง ๆ ของสับปะรดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ตอนที่เราอยากทำกระดาษก็พยายามหาวัตถุดิบ แต่เชียงรายไม่มีขาย ต้องสั่งจากเชียงใหม่ ใช้เวลาขนส่งนาน เลยคิดหาวัสดุทดแทนเยื่อสา บวกกับเราเห็นสับปะรดนางแลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่จะทำให้สับปะรดพันธุ์นี้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งและเป็นการอนุรักษ์ไปในตัว

“เราเลยเข้าไปหา ป้ารัตน์ ในชุมชนป่าซางวิวัฒน์เพื่อเรียนทำกระดาษเส้นใยสับปะรด ซึ่งป้ารัตน์เป็นหลานของคนที่นำพันธุ์นางแลเข้ามาปลูกในเชียงราย เป็นทายาทที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชน เขาเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับสับปะรด เขาพยายามชูพันธุ์นางแลอย่างเต็มศักยภาพ” 

ป้ารัตน์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของกะปิด้วยเช่นกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

กระดาษจากศิลปินเพื่อศิลปิน

กะปิบอกกับเราในฐานะศิลปินผู้คลุกคลีกับงานศิลปะอยู่บ่อย ๆ คุณสมบัติที่เธอมองหามากที่สุดในกระดาษ 1 แผ่น คือประสิทธิภาพในการซับน้ำ และความสดของสีหลังแต้มลงบนกระดาษ

นี่แหละสำคัญ คนในวงการเดียวกันย่อมเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

“ตอนซื้อกระดาษจากญี่ปุ่น กระดาษเขาทำมาจากเยื่อไผ่ ซับน้ำได้ดีมาก กระดาษบางประเภทลงสีไปแล้วสีซีด แต่กระดาษเขาใช้แล้วสีชัดขึ้น ซึ่งเราพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัตินี้”

ซึ่งกระดาษจากใยสับปะรดนางแลดีต่องานศิลปะเป็นพิเศษ เพราะตัวเส้นใยหนา เมื่อจรดปลายพู่กันลงกระดาษก็ซึมซับน้ำได้ดี เมื่อกระดาษแห้งดี สีก็ติดทนทาน ผลงานออกมาสวยเช้ง

“ล่าสุดเราเอากระดาษของเราไปให้เพื่อนที่เป็นศิลปินใช้ เขาบอกว่ากระดาษของเราซับน้ำได้ดี กระดาษแบรนด์เราเหมาะกับการใช้ในงานศิลปะ โดยเฉพาะสีน้ำและสีอะคริลิก”

ส่วนเทคนิคการทำกระดาษ Himlya Cotton เป็นส่วนผสมสุดลงตัวที่มีการปรับใช้จากวิธีและเทคนิคของแต่ละประเทศให้เข้ากับสารตั้งต้นท้องถิ่น ที่สำคัญ กะปิรู้อินไซต์ความต้องการของเพื่อนพ้องศิลปิน ทำให้กระดาษเส้นใยธรรมชาติของแบรนด์นี้ตอบโจทย์การทำงานศิลปะแบบสุด ๆ

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

สีจากศิลปินเพื่อศิลปิน

นอกจากเรื่องสุขภาพที่ไม่สู้ทนต่อสีเคมี กะปิเองก็เป็นแฟนคลับตัวยงของเครื่องเขียนทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสีน้ำ นี่เป็นอีกแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มทำสีจากธรรมชาติใช้เอง 

ตอนนี้โทนสีของ Himlya Cotton มีสีจากหิน ดิน ใบไม้ ดอกไม้ สมุนไพร และสับปะรดนางแล ตัวสับปะรดใช้ทุกส่วนมาทำเป็นสี อาทิ ใบ เปลือก น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าทุกวัตถุดิบ Made in Chiang Rai

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

“ตอนนี้มีสีจากสับปะรด จำแนกได้ทั้งหมด 12 เฉด จากใบ เปลือก กาก และน้ำ อย่างใบให้โทนสีเขียว เขียวเข้ม เขียวอ่อน ผลสับปะรดกับน้ำให้โทนสีเหลือง เวลาผสมกันให้สีส้ม สีไข่ สีเกือบขาว ส่วนเปลือกให้สีน้ำตาลดำ นอกจากสีตามธรรมชาติ เราเอาชิ้นส่วนของสับปะรดมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้ม ตาก และอบ เพื่อให้ได้เฉดสีอีกหลายสี อย่างกาก หลังจากเอาน้ำออก ส่วนน้ำให้อีกโทนสีหนึ่ง ส่วนกากก็เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล เราก็เอากากมาทำต่อได้อีกหนึ่งสี”

Himlya Cotton มีขายทั้งสีน้ำ สีเทียน สีอะคริลิก ซึ่งเคล็ดลับในการทำผงสีของแบรนด์นี้ คือ ดินสอพอง เพราะประสิทธิภาพในการดูดสีอันยอดเยี่ยม แถมยังเป็นวิธีการทำสีของจิตรกรรมไทยโบราณ ซึ่งกะปิมีความรู้ด้านจิตรกรรมไทย เพราะเธอเรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน
Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

โอกาสของภูมิปัญญาเชียงราย

นอกจากสีและกระดาษจากสับปะรดที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอนาคต Himlya Cotton อยากทดลองใช้ชา โกโก้ และกาแฟ ในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของเชียงราย 

“เรามองว่าภูมิปัญญาเป็นแนวคิดเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์และรากเหง้าเฉพาะชุมชน เราไม่อยากให้ภูมิปัญญาสูญหาย เลยต้องสืบทอดและบอกต่อให้คนอื่นรู้จัก อย่างการทำกระดาษจากเส้นใยสับปะรด เราพยายามหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเชียงรายมาทดลองและต่อยอด เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่ต่อไปได้ และเราตั้งใจให้ Himlya Cotton เป็นแบรนด์จากคนเชียงรายจริง ๆ” 

นอกจากการขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแบรนด์แล้ว กะปิยังเสนอโครงการศิลปะกับชุมชน เพื่อจุดประสงค์ในการเข้าไปพัฒนาชุมชนป่าซางวิวัฒน์ โดยเน้นสร้างผลิตภัณฑ์และพัฒนาพื้นที่

“เราเป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจกลับบ้านเพื่อมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น เราอยากเห็นเชียงรายเป็นเมืองศิลปะจริง ๆ ที่มีกิจกรรมและพื้นที่เอื้อต่อคนทำงานศิลปะและคนรุ่นใหม่

“ถ้ามีพื้นที่ให้ศิลปินหรือคนเรียนศิลปะได้แสวงหาแรงบันดาลใจ อย่างน้อยพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ให้เขาสร้างผลงาน สร้างรายได้อยู่ในบ้านเกิดของเรานี่แหละ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

Himlya Cotton

สั่งซื้อกระดาษเส้นใยธรรมชาติ ที่ Instagram : Himlya Cotton

Writer

Avatar

ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์

อดีตนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวงการแฟชั่นผู้เชื่อว่าจังหวะชีวิตมีจริง และมีวง safeplanet เป็นเครื่องชุบชูใจ

Photographer

Avatar

จารุเกียรติ หน่อสุวรรณ

งานประจำก็ทำ ช่างภาพก็อยากเป็น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load