“เราอยากเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ค่ะ”

นี่คือความตั้งใจของ ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ กราฟิกดีไซเนอร์สาวดีกรีจากประเทศอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel)’ ที่พักน้องใหม่สีขาวสะอาดตาใจกลางคูเมืองเชียงใหม่

ขวัญ-ครองขวัญ คองประเสริฐ เจ้าของ ‘โรงแรมบุรีรัตนา (Burirattana Hotel) เชียงใหม่

หลังจากเห็นเราทำหน้าฉงนกับประโยคข้างต้น ขวัญจึงอธิบายแนวคิดของเธอให้ฟัง

“เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีผู้คนน่ารักค่ะ คนที่นี่อยู่กันอย่างเป็นมิตร ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โรงแรมของเราอยู่ติดกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ ใช้กำแพงเดียวกัน การเกิดขึ้นของโรงแรม เราอยากช่วยส่งเสริมกันกับคุ้มเจ้าฯ รวมถึงส่งเสริมสถานที่ต่าง ๆ ภายในคูเมืองของเชียงใหม่ด้วยค่ะ เพราะสมัยเด็ก ๆ บ้านของเราอยู่ใกล้กับคุ้มเจ้าฯ

“ทุก ๆ ปีที่คุ้มเจ้าฯ จัดเวิร์กชอปสอนวาดรูปให้เด็กที่สนใจ เราไปทุกปี เขาให้วาดภาพมุม Perspective ของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ จากมุมตอนนั้น เราลองนึกดูว่าถ้าด้านหลังเป็นอาคารหลังคาสีม่วงหรือสีชมพู คงจะลดทอนความสวยงามลงไปเยอะมากแน่ ๆ ตอนเด็กเราไม่ได้คิดหรอกว่าโตมาจะทำโรงแรมในพื้นที่ตรงนี้ พอได้มาทำ เราเลยตั้งใจว่าจะเป็นพื้นหลังให้กับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ เราไม่อยากเป็นอาคารใหญ่ที่บดบังความสวยงามของคุ้มเจ้าฯ 

“แต่เราอยากเชิดชู ตัวอาคารโรงแรมเลยตั้งใจเป็นเหมือนพี่น้องกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

รูปทรงอาคารของบุรีรัตนาออกแบบให้มีกลิ่นอายโคโลเนียลผสมล้านนา เหมือนกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ 

“เราหยิบองค์ประกอบต่าง ๆ จากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์มาใช้ตกแต่ง เช่น ฝาไหล ช่องลม ลายแกะสลักไม้ มาวางเป็นแพตเทิร์นตามส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม สีที่ใช้เราก็หยิบมาจากภาพเวลามองคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีตั้งแต่สีขาวงาช้างจากส่วนที่เป็นปูน สีดำมะเกลือจากส่วนที่เป็นไม้ สีน้ำเงินจากท้องฟ้า และสีเขียวจากสนามหญ้ารอบคุ้มเจ้าฯ”

ขวัญจบด้าน Graphic Communication ทำให้เกือบทุกจุดมีรายละเอียดการออกแบบอยู่จำนวนมาก

“เหมือนเราหาที่ปล่อยของเลยเนอะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเอง ก่อนอธิบายการออกแบบของเธอต่อ “ตัวฟอนต์อักษรต่าง ๆ ที่ใช้ภายในโรงแรม ก็เป็นฟอนต์ที่เราออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้กับที่บุรีรัตนาโดยเฉพาะนะคะ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

แม้ว่าการตกแต่งตัวอาคารหลายอย่างมีการหยิบยืมมาจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ แต่เมื่อเข้ามาภายในโรงแรม เราพบว่าที่นี่ไม่ได้ให้ความรู้สึกโบราณหรือเป็นล้านนามาก ๆ

“เราไม่อยากให้กรอบของการทำโรงแรมต้องเหมือน ๆ กัน ย่านนี้มีโรงแรมเยอะมาก เราอยากเป็นโรงแรมใหม่ และเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำโรงแรมสำหรับคนรุ่นใหม่ แม้ว่าโรงแรมตั้งอยู่ท่ามกลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์ก็ตาม

“เราเอาความใหม่มาอยู่ร่วมกับความเก่า ไม่ต้องการออกแบบให้หน้าตาออกมาเหมือนโบราณเป๊ะ ๆ แต่เราหยิบกลิ่นอายของเขามาปรับใช้ ลดทอนบางอย่างให้ร่วมสมัยมากขึ้น เลยเป็นที่มาของแนว The Minimal Lanna Essence ที่เราตั้งขึ้นมาเอง ซึ่งการที่ของใหม่อยู่ร่วมกับของเก่าได้ เรามองว่ามันคือเสน่ห์ของเชียงใหม่

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

“พอเป็นโรงแรมที่มองถึงคนรุ่นใหม่ เราต้องคิดถึงสิ่งที่คนรุ่นใหม่อยากได้สำหรับการพักผ่อน ไม่อยากให้บุรีรัตนาเป็นแค่โรงแรมที่พักแล้วก็ไป เราอยากเป็นจุดหมายสำหรับการพักผ่อน ทำยังไงให้เขาตั้งใจมาที่โรงแรม อะไรที่จะเชื่อมโยงกับโรงแรมได้บ้าง ช่วงที่กำลังสร้างโรงแรม เราลองวิ่งออกกำลังกายรอบ ๆ คูเมืองและถนนต่าง ๆ ในเวียง เพื่อจะทำเส้นทางให้ลูกค้า ว่าเขาเดินไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างจากบุรีรัตนา เช่น เดินไปวัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง ประตูท่าแพ ถ้ามาเส้นนี้คุณแวะคาเฟ่นี้ได้นะ เราพยายามแนะนำจุดห้ามพลาดให้แขก ให้เขาได้ลองสำรวจเมือง

“ทุก 3 เดือน เราจะทำ Booklet คล้ายกับหนังสือพิมพ์แจกให้ลูกค้าที่มาพัก ในนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเชียงใหม่ที่เราคัดมานำเสนอ อาจเป็นประวัติของสถานที่ต่าง ๆ แนะนำสถานที่น่าสนใจ และจะเปลี่ยนแคมเปญไปเรื่อย ๆ อย่างแคมเปญ ‘Create a life you can’t wait to wake up to’ คือความตั้งใจที่เราอยากชวนแขกให้ลองตื่นเช้า สัมผัสอากาศสดชื่น เห็นดอยมีหมอก และออกไปชมวิถีชีวิตผู้คนเชียงใหม่ยามเช้า หรือแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าสนใจให้เขาได้รู้จัก 

“เราอยากให้มีกิจกรรมอยู่ตลอด เราไม่ได้อยากเป็นแค่ที่พัก แต่เป็นเหมือนจุดแรกที่เชื่อมโยงไปสู่จุดต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ซึ่งในอนาคตเราอยากทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ให้มากขึ้น” สาวเจ้าเล่าความตั้งใจ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากกิจกรรมที่ทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวาและแปลกใหม่ตลอดเวลา อีกสิ่งที่ขวัญนำมาใช้คือเทคโนโลยี

“ลูกค้าที่เข้ามาพัก เราจะให้เขาเป็นเพื่อนกับเราทางไลน์ เพราะทุกคนใช้มือถือกันเกือบตลอด เวลาลูกค้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อกับโรงแรมได้ตลอด ทางโรงแรมก็แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับลูกค้าได้ อาจจะแนะนำที่เที่ยว แจ้งพยากรณ์อากาศ ถ้าฝนตกก็ช่วยแนะนำลูกค้าให้ยื่มร่มจากทางโรงแรมไปใช้ได้ หรือตอนนี้เป็นช่วงที่ฝนตก เราก็ทำเพลย์ลิสต์หน้าฝนส่งเป็นลิงก์ในแอปฯ ฟังเพลงให้ลูกค้าลองฟัง เราชอบการสื่อสารกับลูกค้า เราอยากให้เขาสนุก ที่นี่ฝ่ายคอนเทนต์กับกราฟิกอาจเป็นฝ่ายที่เหนื่อยที่สุดก็ได้นะคะ” ขวัญหัวเราะสนุกหลังแซวตัวเองอีกรอบ

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

โรงแรมบุรีรัตนามีห้องพักทั้งหมด 42 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ Superior, Deluxe, Grand Deluxe มี Family Room เชื่อมกับอีกห้องสำหรับครอบครัวที่พาพี่เลี้ยงเด็กมาด้วย มีห้อง Burirattana Suite ห้องที่ดีที่สุดเพียง 2 ห้อง เห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่และความเป็นเมืองเก่า โดยเฉพาะเจดีย์ของวัดเจดีย์หลวงได้จากภายในห้อง 

อีกห้องที่น่าสนใจคือ ห้องประเภท Triple

“Triple เป็นห้องสำหรับ 3 คน เราคิดขึ้นจากลักษณะของคนรุ่นใหม่ บางคนไม่ได้มากับแฟน อาจมากับเพื่อน ๆ รวมกัน 3 คน เราไม่อยากใช้เตียงเสริม เพราะการวางแผนผังห้องจะเสีย ลูกค้าจะไม่ได้มุมที่สวย รวมถึงการนอนที่สบาย เราเลยทำห้องสำหรับ 3 คนขึ้นมาโดยเฉพาะ กลายเป็นว่าห้อง Triple เป็นห้องที่ขายดีมาก

“แม้ว่าเราจะเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ แต่เราก็เป็นโรงแรมที่คนรุ่นใหม่พาพ่อแม่มาพักผ่อน นอนสบาย มีบริการสำหรับผู้สูงอายุ เราคิดถึงขั้นมีหมอนให้เลือกเลยว่า ชอบหมอนแบบหมอนสูงหรือหมอนต่ำ”

Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์
Burirattana Hotel โรงแรมมินิมอล-ล้านนา กลางเชียงใหม่ แรงบันดาลใจจากคุ้มเจ้าบุรีรัตน์

นอกจากห้องพัก บุรีรัตนาก็มีห้องอาหารกับคาเฟ่คอยให้บริการสำหรับผู้ที่มาพักและผู้สัญจรเช่นกัน

“เราอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ มีจุดหนึ่งน่าสนใจ คุ้มจะแยกห้องอาหารออกมาจากตัวบ้าน เพราะสมัยก่อนเชื่อกันว่ายิ่งห้องอาหารใหญ่ ที่เก็บข้าวเยอะแค่ไหน แปลว่ายิ่งร่ำรวยเท่านั้น เราเลยทำห้องอาหารของเราให้ดูเหมือนออกมาจากตัวอาคาร ตั้งใจให้ห้องอาหารบรรยากาศเด็กลงมาหน่อย สนุกยิ่งขึ้น เราตั้งชื่อว่า ‘กะทิ’

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“เรามองว่า ‘บุรีรัตนา’ เป็นผู้หญิงที่มีส่วนผสมระหว่างเอเชียกับตะวันตกหน่อย ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากยุค รัชกาลที่ 5 – 6 เพราะคุ้มเจ้าฯ ก็สร้างในช่วงนั้น แต่ก็ยังมีความเรียบร้อยแบบผู้หญิงล้านนา 

“ส่วน ‘กะทิ’ มีความเป็นเด็ก เป็นน้องของบุรีรัตนา เป็นเด็กชายที่มีความซุกซนอยู่บ้าง กะทิชอบเก็บของจากห้องของพี่สาวมาเล่น บนผนังของห้องอาหารเลยมีของที่เกี่ยวข้องอยู่ในคุ้มเจ้าฯ มาตกแต่งให้ดูน่าสนใจ”

สีของห้องกะทิ ขวัญตั้งใจเลือกให้เป็นสีเขียว บางคนอาจเคยได้ยินว่า สีเขียวไม่เหมาะกับห้องอาหาร เพราะจะทำให้อาหารดูไม่น่ากิน แต่ขวัญมองกลับกัน เธอคิดว่าสีเขียวอยู่คู่กับวัฒนธรรมการกินของไทยมาช้านาน เราใช้ใบตองในการห่อหรือรองอาหาร สีเขียวจึงเป็นสีที่อยู่คู่กับอาหารไทย และบางทีสีที่เป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อย่างไข่ที่มีสีเหลือง พริกที่มีสีแดง ต่างก็ไปด้วยกันกับสีเขียวได้เป็นอย่างดี และยังขับเน้นให้อาหารโดดเด่นขึ้น

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่
บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

ส่วนเมนูอาหาร ขวัญเลือกไม่ทำอาหารแบบล้านนามาก ๆ และนำเสนอเมนูง่าย ๆ อย่างผัดไทย แต่เพิ่มความสนุกเข้าไปด้วยการมีลูกเล่นอย่างการนำมะพร้าวคั่วมาโรยด้านบน และอีกหลายเมนูที่มีกะทิหรือมะพร้าวเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เธอตั้งชื่อห้องอาหารว่า กะทิ อันเป็นส่วนผสมของเมนูอาหารไทยจำนวนมาก เธอยังมองอีกว่ากะทิเป็น Vegan Friendly จึงยิ่งเหมาะสำหรับลูกค้าหลากหลายที่เข้ามาพักที่โรงแรมบุรีรัตนา

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

“ที่นี่ตั้งใจต้อนรับผู้คนหลากหลายที่เข้ามาพัก เช่นเดียวกัน เราก็พยายามนำเสนอความหลากหลายของเชียงใหม่ให้กับเขาด้วย พ่อของเราเคยเล่าให้ฟังว่า โรงแรมของเราอยู่ใจกลางเชียงใหม่ เหตุผลที่ในอดีตใจกลางเมืองอยู่ตรงนี้ เพราะมีคนลองยิงธนูจากประตูท่าแพเข้ามาแล้วไม่ถึง นั่นหมายความว่า ที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัยจริง ๆ

“นั่นคือสิ่งที่เราควรมอบให้กับผู้ที่มาพัก เรายังพยายามบอกลูกค้าเสมอว่า เขานอนอยู่ท่ามกลางสิ่งที่เรียกว่า เชียงใหม่ พื้นที่ใจกลางตรงนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก วัดยังเป็นวัดแบบเดิม เจ้าของที่นี่ส่วนใหญ่ยังเป็นคนรุ่นเก่า ขณะเดียวกันก็มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา แต่ทั้งหมดก็อยู่ร่วมกันได้ ส่งเสริมและสนับสนุนกันและกัน” 

ทั้งหมดนี่คือเรื่องราวของโรงแรมที่เป็นฉากหลังให้คุ้มเจ้าบุรีรัตน์อย่างเคารพนบน้อม

บุรีรัตนา โรงแรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ร่วมกับความเก่าแก่แบบร่วมสมัย ท่ามกลางพื้นที่ประวัติศาสตรเชียงใหม่

Burirattana Hotel

ที่ตั้ง : 115 1-5 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
โทรศัพท์ : 0 5328 3579

เว็บไซต์ : burirattanahotel.com

Facebook : Burirattana Hotel

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

สุขสันต์ เวียงศิริ

ช่างภาพอิสระ ผู้หารายได้มาเลี้ยงดูเจ้าหมาคอร์กี้

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ตะวันยามเช้าทอดไออุ่นลงบนพื้นหญ้าเขียวที่แผ่อาณาบริเวณไปจรดตลิ่ง น้ำในคลองไร้ชื่อสงบนิ่งราวไม่รู้สึกรู้สาต่อนกกระยางที่บินร่อนเหนือใบบัวชูก้าน คู่ตุนาหงันผมแดงจูงมือกันมานอนเอนหลัง กินลมชมบรรยากาศรุ่งอรุณในกรุงเก่า ในเวลาเดียวกับที่เราหิ้วกระเป๋าเดินทางใบน้อยตรงไปที่รถ พลันแว่วเสียงจากโต๊ะกินข้าวของครอบครัวเจ้าของรีสอร์ตว่า

“วันไหนว่างก็แวะมาทานน้ำนะลูก มาเที่ยวอยุธยา”

ถ้อยคำแสดงความอารีจากปากชายสูงวัยที่ผู้เข้าพักต่างเรียกว่า ‘ลุง’ ทำให้เราต้องหยุดนิ่งเพื่อคิดทบทวนถึงทุกความทรงจำดี ๆ ที่ได้รับจาก ‘โรงแรมบ้านท้ายวัง’ – ที่พักโดยครอบครัวพลทรัพย์ซึ่งให้แขกทุกคนได้กินอยู่หลับนอนในรั้วบ้าน ‘คนยุดยา’ ยุคใหม่ที่ยังรักษาวิถีชีวิตแบบใต้ถุนสูงริมน้ำไว้

เริ่มตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่พาตัวเราเข้ามาอยู่กลางวงล้อมของพืชพรรณอันเขียวขจี โดยมีลูกชาย ‘ลุง’ อย่าง กฤษฎา พลทรัพย์ นำชมบ้านของครอบครัวเขาทีละส่วน

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

บ้านใกล้วัง

ก่อนจะมี ‘บ้านท้ายวัง’ กฤษฎาบอกกับเราว่าบ้านเดิมของตระกูลเขาอยู่ใกล้เขตวังเก่าของกรุงศรีอยุธยามาก กระทั่งองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ลงมติให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ.2534 ผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ในแหล่งมรดกโลกอย่างพวกเขาจึงต้องย้ายออกจากพื้นที่ตามข้อกำหนด

และเพื่อเป็นการชดเชยให้กับชาวบ้านที่ถูกเวนคืนที่ รัฐจึงส่งที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์มาให้ครอบครัวของกฤษฎาและญาติพี่น้องได้เลือกอยู่

“เขาก็ย้ายทุกคนโดยให้กลุ่มบ้านผมมาเลือกที่ในซอยนี้ ในซอยนี้เป็นญาติผมหมดเลย ก็ย้ายมาประมาณปี พ.ศ.2535 เป็นที่เช่าจากราชพัสดุ”

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

ย่านใหม่ที่ คุณพ่อวิชัย กับ คุณแม่ลัดดาวัลย์ พลทรัพย์ ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ ชาวบ้านขนานนามให้ที่นี่ว่า ‘ชุมชนโรงสุรา’ เหตุเพราะเคยมีโรงสุราอยู่ แต่ก็ถูกย้ายออกไปเพื่อเปิดทางให้ผู้คนจากแหล่งโบราณสถานได้มาตั้งบ้านเรือนใหม่นี่เอง

“พอจะเป็นมรดกโลก เขาก็มองว่าโรงสุราไม่ควรอยู่ที่นี่ ทุบไซโลทิ้ง แล้วก็ให้ที่ตรงนี้เป็นที่สำหรับย้ายคนมา” กฤษฎาเล่าก่อนชี้ชวนเราดูคลองที่เป็นไฮไลต์สำคัญของบ้าน “คลองนี้มันไม่มีชื่อ เหมือนเป็นคลองในโรงสุรา ขุดขึ้นมาเพื่อขนเหล้าออกไปแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งไปกรุงเทพฯ แค่นี้เอง”

บ้านท้ายวัง

เมื่อมองย้อนไปในวันนั้น กฤษฎายืดอกพูดได้อย่างไม่อายว่า มันเป็นที่ดินแปลงที่ญาติพี่น้องทุกคนไม่เลือก เนื่องจากถูกทิ้งร้างมานานจนกลายเป็นที่หมักหมมของขยะ นั่นคือยุคที่คนอยุธยายังไม่พิสมัยที่ริมน้ำ เพราะทุกคนเชื่อว่าหมดยุคบ้านริมน้ำแล้ว จะให้ดีต้องได้อยู่บ้านติดถนนซึ่งจะเอื้อต่อการค้า

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

“พอเรามาปุ๊บ เราก็ลองถางที่ ปรากฏว่ามันมีคลอง ทำแล้วสวยนะ แล้วเราก็โชคดีว่าแต่ก่อนคลองกว้างกว่านี้ กว้างเป็น 30 – 40 เมตรเลย บ้านที่อยู่ติดกันเขาก็สร้างชิดคลอง แล้วปรากฏว่ามันสไลด์ บ้านเขาจะพัง เทศบาลหรือกรมศิลป์ไม่รู้ที่ตัดสินใจเอาดินมาถมให้ คลองก็เลยแคบเหลือแค่นี้ บ้านผมทำตามกฎหมายคือร่นที่ ผมก็เลยได้ที่เพิ่มมาด้วย”

ปรับสภาพที่ดินแล้ว อีกจุดหนึ่งซึ่งต้องให้เครดิตคุณพ่อวิชัย คือการบูรณะบ้านทรงตะวันตกหลังเก่าจนกลายเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง เป็นที่สะดุดตาของบรรดาลูกค้าต่างชาติที่มาพักที่นี่

“เดิมเป็นบ้านทรงฝรั่ง มีจั่วสูง สโลปเยอะ พื้นที่สโลปต้องใช้ พ่อเลยทำห้องใต้หลังคา เวลาญาติมากันเยอะ ๆ ก็ไปนอนข้างบนได้ แต่ก่อนหลังนี้มันเป็นบ้านชั้นเดียว แต่พื้นที่ใช้สอยมันไม่พอ พ่อผมก็ตัดสินใจรื้อเป็นชิ้น ๆ แล้วเอามาทำใหม่ ประตูยกมาจากบ้านเก่า บางชุดก็ซื้อใหม่ แล้วก็ยกข้างล่างให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ข้างบนก็เก็บไว้เป็นพื้นที่พักอาศัย”

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

มากไปกว่านั้น ความเป็นนักปลูกต้นไม้ตัวยงของคุณแม่ลัดดาวัลย์ ก็ส่งผลให้ที่เคยถูกทิ้งร้างแห่งนี้กลายเป็นสวนสวยติดคลองอันร่มรื่นระดะตาด้วยพุ่มพฤกษ์นานาพันธุ์ อย่างเช่นไทรต้นใหญ่ที่กางก้านให้ร่มเงาแก่ชานบ้าน ที่กฤษฎานั่งเล่าความเป็นมาของที่พักให้เราฟังอยู่นี้

“ต้นไม้สวย ใคร ๆ มาก็บอกว่าสวย ตอนที่ยังไม่มีโรงแรม ทุกคนมาก็บอกว่าต้องทำ ๆ เราก็มองว่าที่เราเหลือ เราก็เลยทำโรงแรม”

เมื่อตกลงปลงใจได้แล้วว่าจะเปิดบ้านเป็นโรงแรม ทั้งครอบครัวก็มาหารือกันว่าจะตั้งชื่อให้โรงแรมของพวกตนว่าอย่างไร ก่อนจะผุดไอเดียว่าที่ตั้งของชุมชนโรงสุราทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเคยเป็นพระราชวังหลังสมัยกรุงศรีอยุธยามาก่อน นั่นคือที่มาของชื่อ ‘บ้านท้ายวัง’ ที่เรียกกันอยู่นี้

“ถ้าคุณดู Layout ก็จะเห็นว่าเราอยู่ส่วนท้ายของเกาะเมือง บางยุคเขาเรียกว่า ‘วังหลัง’ บางยุคไม่มีตำแหน่งวังหลัง ก็จะกลายเป็นแค่สวน ตำแหน่งมันอยู่หลังจากวังหลวง ก็เลยตั้งชื่อง่าย ๆ ว่า ‘บ้านท้ายวัง’”

บ้านของแขก

25 ธันวาคม พ.ศ.2553 คือวันแรกที่รีสอร์ตของ ‘บ้านท้ายวัง’ เริ่มกิจการ

แต่กว่าที่ตึกสองชั้นหลังนี้จะเปิดให้บริการได้ ต้องใช้เวลานานถึง 4 ปีถ้วน

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

“ลูก ๆ ทุกคนตอนนั้นเพิ่งเริ่มทำงาน น้องสาวผมเป็นแอร์โฮสเตสมาก่อน ก็ลงเงินเยอะสุด ตัวผมทำงานแล้วก็ใช้ชีวิต ก็เลยลงน้อยหน่อย ใช้แรงเยอะหน่อย มันเสร็จปี 2553 ก็เริ่มทำตั้งแต่ 2549 เราไม่ได้เก็บเงินเข้าธนาคาร เอาเงินทุกคนในบ้านมารวมเงินลงทุน เป็น Saving ของเรา”

นับว่าโชคเข้าข้างกฤษฎาและครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง เพราะปีแรกที่เปิดบ้านท้ายวัง มีเว็บไซต์เอเจนซีจองโรงแรมผุดขึ้นทั่วอินเทอร์เน็ตแล้ว การจะเปิดโรงแรมที่พักใหม่จึงทำได้ง่ายยิ่ง ไม่จำเป็นต้องง้อทัวร์เหมือนแต่ก่อน เพียงวันแรกที่เปิดโรงแรมมา เขาก็มีลูกค้ามาพักแล้ว อีกหนึ่งปีให้หลังเมื่อพระนครศรีอยุธยาประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ แม้ว่าบ้านท้ายวังจะถูกน้ำท่วมขังอยู่แรมเดือน แต่ครั้นปิดปรับปรุงใหม่ได้ไม่นาน ลูกค้าก็ไหลมาเทมาเช่นเดิม

อาคารส่วนที่เป็นที่พักสำหรับแขกสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยไม้

ชั้นล่างมี 4 ห้อง แต่ละห้องมีสีสันและวัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องเรือนที่ไม่เหมือนกัน ส่งผลให้ห้องทั้ง 4 ได้รับการตั้งฉายาตามสี ได้แก่ ห้องแดง ห้องเขียว ห้องฟ้า และห้องทอง เกิดจากการรังสรรค์ด้วยชาดเขียวไข่กา คราม และทอง เรียงมาตามลำดับ

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

ฝักบัวอาบน้ำในห้องพักทุกห้องอยู่ด้านนอก เพื่อให้ผู้เข้าพักกำซาบลมเย็นได้เต็มผิวกาย ฟังดูน่าสยิวใจไม่ใช่น้อยสำหรับแขกชาวไทยที่ติดจะขี้อาย แต่ไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีใครเห็น เพราะผนังด้านหลังโบกปูนทึบ ซ้ำหลังคาเหนือที่อาบน้ำยังเป็นบานเกล็ดที่ปิดบังสายตาไม่ให้คนจากด้านบนมองลงมาได้

ชมห้องวิวคลองชั้นล่างจนหนำใจ กฤษฎาจึงพาเราเดินขึ้นชั้นบนไปยลห้องสวีทที่รวบห้องพัก 2 ห้องเข้าเป็นห้องเดียว นอกจากชุดรับแขกซึ่งประกอบด้วยตั่งและเก้าอี้ไม้ อีกจุดที่น่าสะดุดตาเป็นพิเศษของห้องนี้คือการมีที่อาบน้ำถึง 3 จุดในห้องเดียว ทั้งด้านนอก ด้านใน รวมทั้งอ่างจากุซซี่ติดหัวเตียงอันเป็นที่โปรดปรานของผู้เข้าพักทุกราย

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

จะเป็นห้องมาตรฐานหรือห้องสวีท สิ่งที่เจ้าของบ้านภูมิใจนำเสนอมากที่สุดคือการที่ทุกห้องมีเพียงกระจกเงาบานเล็กติดไว้ข้างอ่างล้างหน้า กับเตียงทุกหลังที่ออกแบบมาให้เป็นเตียงใหญ่

บ้านท้ายวัง : Lifestyle Hotel ในบ้านสวนที่เชิญชวนคู่รักมาพักผ่อนริมคลองแบบชาวอยุธยา

“ที่ไม่มีกระจกนี่เป็นเรื่องดื้อด้านของเรา เพราะติดแล้วมันไม่สวย บังวิว คือถ้าคุณยืนแปรงฟันตรงนี้แล้วมองไปเห็นวิว เห็นคลอง สนามหญ้า มันน่าจะสวยกว่าเห็นหน้าตัวเองหรือเปล่า ตั้งแต่ปี 2553 ที่เปิดโรงแรมมาก็ไม่มีคนบ่นเรื่องนี้ ก็เลยคิดว่าถ้าจะทำโรงแรมบูติก คุณก็ควรจะต้องเลือก ถ้าทำทุกอย่างตามแบบโรงแรมมาตรฐาน มันก็จะไม่มีอะไรน่าสนใจ”

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตที่พักรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

ส่วนเรื่องเตียงนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนในครอบครัวกำหนดไว้แล้วเช่นกัน

“ห้องเราเป็นเตียงใหญ่หมด ไม่มีเตียงแยก เราเลือกมาตั้งแต่แรกแล้วครับว่าจะรับคู่รัก ถ้าเป็นเพื่อนก็ต้องเป็นเพื่อนสนิท แต่ถ้าคุณจะนอนแยก ผมไม่มีเตียงแบบนั้นให้ ต้องซื้อเตียงเสริมเพิ่มเพื่อจะนอนแยกกันครับ”

บ้านของลุงกับป้า

หากเสิร์ชชื่อ ‘บ้านท้ายวัง’ ในอินเทอร์เน็ต สิ่งที่คุณจะเจอคือคำสร้อยต่อท้ายซึ่งระบุที่พักต่างชนิดกัน บางแห่งเรียก ‘บ้านท้ายวัง โฮเทล’ บางแห่งเรียก ‘บ้านท้ายวัง รีสอร์ต’ ชวนสับสนว่าที่สุดแล้วที่พักในย่านท้ายวังหลวงของกรุงเก่าแห่งนี้จะนิยามว่าเป็นอะไรดี

“ไม่รู้สิ ผมก็เรียกบ้านตัวเองยาก” นี่คือคำตอบของกฤษฎา 

“พอเป็นรีสอร์ต มันก็ดูยิ่งใหญ่ไป จะเป็นเกสต์เฮาส์ มันก็ดูไม่ส่งเสริมต่อธุรกิจเรา เหมือนเป็นอีกเกรดหนึ่ง เราก็เลยเรียกรีสอร์ตเป็นหลัก เพราะหมวดหมู่ตามเว็บไซต์มันไม่มีให้เลือกอย่างอื่น เลยต้องเรียกรีสอร์ต”

ทว่าตามความรู้สึกส่วนตัวของเขาแล้ว ที่นี่ควรจะเป็น Lifestyle Hotel มากกว่าชื่ออื่นใดในสารบบ

“เพราะมันเหมือนกับคุณเข้ามาในชีวิตชาวอยุธยา ถ้าคุณมาพักที่นี่ คุณได้เห็นของที่คุณพ่อผมสะสม มาชมสวนที่คุณแม่ผมปลูกไว้ เข้ามาอยู่ในชีวิตพวกผม”

นั่นไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย เพราะคุณพ่อวิชัยกับคุณแม่ลัดดาวัลย์ยังคงดำเนินชีวิตประจำวันเป็นปกติ พักอยู่ในบ้านใต้ถุนหลังเดิมที่อยู่มาแต่ครั้งย้ายมาที่นี่แรก ๆ กินดื่มเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด จะมีที่ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง ก็แค่เนื้อที่ครัวซึ่งต้องเพิ่มขนาด ให้มีแพนทรีสำหรับเก็บเครื่องครัวและเตรียมเครื่องดื่ม  กับชั้นสองที่ปรับเป็นแกลเลอรีสะสมวัตถุโบราณให้ลูกค้าเดินชมได้

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

“พ่อแม่ผมไม่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตเลย ลูกค้าก็จะเห็นชีวิตปกติ คอนเซ็ปต์ของเราก็คือ ‘ให้คุณเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา’ อันนี้คือชีวิตมนุษย์จริง ๆ ในอยุธยา…มันไม่มีแล้วอยุธยาที่คุณเห็นในหนัง พวกบ้านทรงไทยแบบนั้น มันอยู่นอกเกาะเมืองออกไปนู่น อยุธยาวันนี้ที่ยังมีวิถีเดิมอยู่คือใต้ถุน ซึ่งมันก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับชีวิตสมัยใหม่แบบนี้” กฤษฎาพูดขณะพาเรากลับจากแกลเลอรีมายังครัวชั้นล่าง 

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

หัวแรงสำคัญที่ดูแลบ้านท้ายวังคือเป็นบุพการีทั้งสองของกฤษฎา ทั้งคู่ดูแลแขกทุกกลุ่มทุกเชื้อชาติเป็นอย่างดีดุจดังลูกหลานแท้ ๆ ของพวกท่านเอง

“เซนส์ของคนไปเที่ยวคืออยากไปมีประสบการณ์แบบคนที่นั่น อย่างถ้าคุณไปเกียวโต คุณก็คงอยากใส่ชุดยูกาตะ นอนในเรียวกัง ถ้าคุณไปอักราในอินเดีย คุณก็อาจจะอยากนอนในอาคารที่เป็นหิน ส่วนที่นี่ถ้าคุณไปดูใน’เน็ต คุณจะเห็นว่าทุกคนจะเรียก ‘ลุง’ กับ ‘ป้า’ ก็เหมือนกับมานอนบ้านผม คุณมาที่บ้านผม พ่อแม่ผมกินอะไร คุณก็จะได้กินแบบนั้น”

ลูกชาย ‘ลุง’ กับ ‘ป้า’ ยังเล่าอีกว่าเมนูอาหารเช้าอย่างข้าวต้ม หมูปิ้ง และไส้กรอก ที่เราได้เลือกกินเมื่อเช้านี้เป็นฝีมือของคุณแม่ลัดดาวัลย์ หรือป้าของบรรดาแขกบ้านท้ายวัง เป็นด้วยระยะทางจากที่พักที่ค่อนข้างไกลจากร้านอาหาร ป้าจึงอาสาทำอาหารให้เติมพลังก่อนออกไปเที่ยวชมโบราณสถานในวันใหม่ และก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจำนวนผู้เข้าพักยังมีมากกว่านี้ ป้าก็ทำอาหารขายให้แขกที่มาพักเพื่ออำนวยความอิ่มหนำถึงปากท้องหลาน ๆ ทุกคน

ไม่แปลกเลยที่กฤษฎาจะคุยให้ฟังว่า Lifestyle Hotel ของครอบครัวเขามีแขกมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาพักผ่อนไม่เคยขาด วันธรรมดาที่นี่จะได้รับการเติมเต็มด้วยลูกค้าฝรั่งมังค่า และในวันหยุดสุดสัปดาห์ ห้องพักที่ว่างอยู่ก็มักจะถูกจองเกลี้ยงด้วยลูกค้าคนไทยที่มาเที่ยวไหว้พระ 9 วัด บางคนติดอกติดใจถึงกับมาเป็นลูกค้าขาประจำเลยก็มี

บ้านใหม่ของครอบครัวพลทรัพย์ในย่านวังหลังสมัยกรุงศรีฯ ที่น่าอยู่จนต้องเปิดรีสอร์ตรับคนนอกเข้ามาอยู่ในชีวิตพวกเขา

“วันไหนว่างก็แวะมาทานน้ำนะลูก มาเที่ยวอยุธยา”

เสียงลุงวิชัยเลือนหายไปพร้อมกับลมเอื่อยที่นำเรากลับสู่ปัจจุบันขณะอีกครั้ง ภาพใบบัวที่ลอยเกลื่อนคลอง ตุ๊กตากระเบื้องรูปช้างเรียงรายบนขั้นบันได ไม้ใหญ่ในสวน เครื่องเรือนล่องชาด และอื่น ๆ อีกมากมายที่พบได้เฉพาะที่นี่ กำลังจะเป็นอดีตไปในทันทีที่เราก้าวผ่านรั้วบ้านนี้ไป

เราโบกมือลาบ้านทรงจั่วหลังใหญ่ พลันให้สัญญาใจกับครอบครัวพลทรัพย์ว่าไม่ช้าก็เร็ว เราจะต้องหวนกลับมาที่บ้านท้ายวังแห่งนี้อีกแน่นอน

บ้านท้ายวัง (Baan Tye Wang)

ที่ตั้ง : ชุมชนโรงเหล้า ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 088 695 7320 , 035-323-001

Facebook : Baan Tye Wang 

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load