The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

บึงกาฬคือจังหวัดน้องใหม่ มีอายุอานามเพียง 10 ขวบปีเท่านั้น เกิดจากการมัดรวมบรรดา 8 อำเภอน้อยใหญ่ในจังหวัดหนองคาย และยกสถานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 77 ของประเทศไทย

เวลาเอ่ยถึงจังหวัดนี้คนส่วนใหญ่คงคิดว่ามีอะไร ๆ คล้ายหนองคายไปเสียหมด ตั้งแต่วิถีชุมชน สัมพันธ์ไทย-ลาวเลาะริมโขง อาหารการกิน วัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพญานาค ไปจนถึงเกาะแก่งแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

หากปรับจูนโฟกัสให้แคบลงเข้าหาบึงกาฬสักนิด แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งหินสามวาฬ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ ป่าดงสีชมพู และถ้ำนาคา ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ก็ฟังดูคุ้นผู้คนในปัจจุบันนี้มากขึ้นหน่อย

แต่บึงกาฬที่เรารู้จักไม่ใช่แบบนั้น

นอกเหนือจากความดีงามที่ว่ามาแล้ว บึงกาฬยังเป็นเมืองซึ่งสอดแทรกความใหม่ร่วมสมัยเข้ากับความเก่าแก่เก๋ไก๋ได้อย่างแนบเนียน เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่ยักย้ายกลับแดนเกิด เปิดกิจการห้างร้านเจ๋ง ๆ เลียบเคียงไปกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบึงกาฬ ชุบชีวิตให้จังหวัดกลับมาคึกคัก เคียงคู่กับวัฒนธรรมดั้งเดิมทรงคุณค่าได้อีกครั้ง

คอลัมน์ Take Me Out คราวนี้ ขอพาคุณผู้อ่านเลียบล่องท่องโขง สัมผัสบึงกาฬเก่า-บึงกาฬใหม่ ผ่าน 10 สถานที่ทั่วอาณาจักรนาคา ควบทั้งเชิงนิเวศ วัฒนธรรม และความเชื่อ ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าจังหวัดน้องเล็กรายนี้ก็มีดีไม่แพ้จังหวัดพี่ใหญ่หัวเมือง!

01 

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

พิพิธภัณฑ์บ้านอีสานโบราณอายุ 60 ปีที่พลิกจาก Local สู่เลอค่า
เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ก้าวแรกที่ย่างกรายเข้าเขตบ้านเก่า ที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ก็หวนให้คิดถึงความทรงจำเมื่อครั้งวัยเยาว์ ผู้เฒ่าผู้แก่ และกลิ่นถ่านไม้ยามนึ่งข้าวเหนียว

ที่นี่บอกเล่าเรื่องราววิถีอีสานได้ฉมังนัก-ผมคิด

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

พิพิธภัณฑ์นี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของ ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังผู้ประสบความสำเร็จในระดับโลก เขาเปลี่ยนบ้านเก่าที่ตัวเองเติบใหญ่มาเป็นพิพิธภัณฑ์กึ่งศูนย์การเรียนรู้ประจำชุมชน ต่อยอดความดีงามทุกด้านในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม อาหารการกิน วิถีชีวิต และความเชื่อเรื่องพญานาค ปรับปรุงให้อยู่ในรูปแบบที่หวือหวาน่าสนใจ สมกับคอนเซ็ปต์ ‘จาก Local สู่เลอค่า’

ห้องหับยังคงจัดวางข้าวของดั้งเดิมไว้อยู่กับที่ ราวกับใช้งานอยู่เป็นนิตย์ สะท้อนชีวิตชาวบึงกาฬขนานแท้ พื้นที่จัดสรรปันส่วนให้เป็นระเบียบน่าชมสมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ มีบริเวณกว้างโดยรอบสำหรับทำกิจกรรมที่จะสับเปลี่ยนเวียนหมุนไปตามโอกาส แถมด้วยพญานาค 4 ตระกูลสุดป๊อป สีเขียวตัดม่วงชวนมอง มื้ออาหารท้องถิ่นเสิร์ฟแบบทันสมัย เครื่องจักสานสะท้อนวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้คือการปรับตัวที่ฟู้ดสไตลิสต์คนเก่งประสานมือกับน้องพี่ในชุมชน 

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

เขาคนนี้ทุ่มเทพลิกผืนดินบ้านเกิด เปลี่ยนกาฬเก่าสู่กาฬใหม่ได้อย่างน่ายกย่อง

เหมือนความสุขแบบบ้าน ๆ ที่ถูกอัดลงในกรอบหลุยส์หรูหรา ทว่าคุณค่าดั้งเดิมยังอุดมอยู่อย่างครบถ้วน หอมหวาน ไม่จางหาย และน่าชื่นชมยกย่อง

ที่ตั้ง : ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6229 7626

Facebook : พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ

02

สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่

คืนชีพชุมชนทางผ่านด้วยสตรีตอาร์พญานาคสุดจ๊าบ
สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่

หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ไม่ใช่ทางผ่านหรือชุมชนห่างไกลอีกต่อไป

เพราะนอกจากมีพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ยังมีสตรีทอาร์ตสุดจ๊าบตามบ้านแต่ละหลัง สร้างความสนุกสนานยามขับรถผ่าน เป็นที่เพลิดเพลินเจริญตาให้แก่บรรดาผู้ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี

ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ร่วมพลังกับคนในชุมชน นำคติความเชื่อเรื่องพญานาคมาดัดแปลงเป็นตัวการ์ตูนน่ารัก เพนต์ลงบนผนังเหย้าเรือนของพี่น้องชาวขี้เหล็กใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศชุมชนให้มีชีวิตชีวา อบอวลด้วยมวลแห่งความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดการปรับตัวให้เท่าทันสังคมที่เปลี่ยนไป โดยใช้สตรีทอาร์ตเป็นเครื่องมือสร้างสุข

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่
เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ขาบใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารคำสอนที่สอดแทรกไปกับความงาม และศิลปะยังช่วยเยียวยาจิตใจ เป็นพลังบวกให้แก่ผู้พบเห็นไม่แพ้ดนตรีหรืออาหารอร่อย ๆ สักมื้อ แต่ภาพศิลปะเหล่านี้คงเป็นอาหารตาที่แม้ไม่เติมกระเพาะให้อิ่มท้อง แต่เติมเรี่ยวแรงให้อิ่มใจ

อ้อ! พลางเดินทอดน่องลัดเลาะทั่วชุมชนทักทายแม่ป้า ด้วยรอยยิ้มบ้าง เสียงหัวเราะบ้าง คำโอภาปราศรัยจากใจบ้าง ก็อย่าลืมตามหา Easter Egg ที่ซุกซ่อนอยู่ตามซอกมุมทั่วหมู่บ้านนี้ล่ะ 

ที่ตั้ง : ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

03

ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลโซ่พิสัย

ศิลปะสุดคิวต์แต่งแต้มโรงหมอ ชุบชูจิตใจทั้งคนไข้และญาติ
ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลโซ่พิสัย

แวบแรกที่เห็น ลืมไปเลยว่านี่คือสถานพยาบาลรักษาอาการป่วย ลบภาพจำโรงพยาบาลรัฐแบบเดิม ๆ จนสิ้น เพราะเปลี่ยนสถานที่บำบัดโรคภัยที่ไม่น่าอภิรมย์ เป็นโรงพยาบาลที่อวลอบตลบไปด้วยความน่ารัก ไม่ใช่แค่จากภาพศิลปะบำบัดจรรโลงใจ แต่เริ่มจากวิสัยทัศน์ของ นายแพทย์สุรพงษ์ ลักษวุธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

คุณหมอสุรพงษ์ตั้งใจเปลี่ยนโรงหมอแห่งนี้เป็นบ้านหลังอบอุ่น ไม่ว่าผู้ป่วยมากน้อยรายไหนได้เข้าเขตแดนนี้มา ล้วนต้องแข็งแรงทั้งกายและใจกลับไป ญาติพี่น้องมาเฝ้าไข้ก็ต้องมีกำลังใจดี มุมมองนี้เปิดโอกาสให้ โบ-อิสรีย์ ฉัตรดอกไม้ไพร นักเรียนจิตอาสาผู้มาฝึกงานที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ร่วมมือกับขาบ ฟู้ดสไตลิสต์เจ้าถิ่น มาผัดแป้งแปลงโฉม แต่งแต้มสีสันเรื่องราวลงบนผืนผนังทั่วทั้งสถานพยาบาลประจำอำเภออายุ 30 ปี ให้มีชีวิตชีวา

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ภาพพญานาคเอกซเรย์ คุณหมอพญานาคกำลังผ่าตัด หรือนางพยาบาลพญานาคกำลังทำคลอด ทั้งหมดล้วนเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่โบสาดลงไปอย่างไม่ยั้งมือ รับกับโครงการของผู้อำนวยการ ที่พร้อมปรับสถานพยาบาลให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกระเบียดนิ้ว อำนวยความสะดวกสบายทั้งกายใจไม่แพ้รีสอร์ตหรือโรงแรม

ป่วยไข้ยามไหน ขอมาพักรักษาตัวที่นี้นะ-ผมรำพึงในใจพลางเดินชมงาน

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ตราบใดที่ใจแข็งแรงพร้อมสู้ ไม่ว่าโรคภัยใดก็เอาชนะได้ทั้งนั้น

ที่ตั้ง : 143 หมู่ 2 ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 4248 5100

Facebook : โรงพยาบาลโซ่พิสัย

04

วัดพระแม่ถวายพระกุมารในวิหาร

โบสถ์คริสต์ริมโขงอายุ 200 ปี ศูนย์รวมจิตใจชาวคริสต์บุ่งคล้า
วัดพระแม่ถวายพระกุมารในวิหาร

สองข้างทางในอำเภอบุ่งคล้าเต็มไปด้วยโบสถ์คริสต์สลับกับวัดไทย ผู้คนที่นี่ต่างศาสนาแต่อยู่ร่วมกันด้วยความเคารพอย่างน่าทึ่ง

น่าประทับใจ

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ริมแม่น้ำโขง ใจกลางตัวอำเภอ คือที่ตั้งของโบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี อาจารย์โชคดี คุณโดน เล่าตำนานว่า ที่นี่เกิดขึ้นจากนักบุญชาวคริสต์ไถ่ตัวข้าไทจากเมืองลาว แล้วข้ามฟากมาตั้งรกรากที่บ้านภูสวาท ทำให้ชาวบ้านศรัทธา พร้อมเปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนา และกระจายความเชื่อออกไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน

ประจักษ์หลักฐานคือโบสถ์ตรงหน้า ลำพังสถาปัตยกรรมอาจบอกเล่าเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน แต่หากมาถูกช่วง ตรงกับหน้าเทศกาล จะได้สัมผัสประเพณีชาวคริสต์ โดยเฉพาะเทศกาลอีสเตอร์ ที่จะแห่กันขึ้นเขาไปทำพิธี หรือเทศกาลแห่ดาวในวันคริสต์มาสอีฟ

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ไม่ไกลกันมี ‘คักแท๊ะ แสนพันโฮมสเตย์’ ที่พร้อมนำเที่ยวชุมชนบุ่งคล้าระดับมืออาชีพ สัมผัสสินค้าโอทอปท้องถิ่น พร้อมฟังประวัติศาสตร์เล่าขานที่ไม่ได้จดจารึกไว้ที่ไหน แต่มาจากปากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน

 ที่ตั้ง : ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

05

กว้างคูณยาว

คาเฟ่ของลูกหลานบึงกาฬที่ตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์กจังหวัด

         เขาว่ากันว่า หากคนรุ่นใหม่บึงกาฬกลับมาทุ่มทุนลงมือทำกิจการสักแห่ง ต้องเป็นเพราะความรักล้วน ๆ

กว้างคูณยาว คาเฟ่ของ ธี-พิพัฒน์พงศ์ นาใจปัด ชาวบึงกาฬรุ่นใหม่คือเครื่องยืนยัน

อดีตนักเรียนเบเกอรี่จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ผู้เริ่มต้นทำร้านกาแฟและขนมหวานที่จังหวัดชลบุรีด้วยความรัก ประสบความสำเร็จมากมายจนต้องขยายสาขา สู่หัวเรี่ยวหัวแรงสร้างสรรค์คาเฟ่แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กท้องถิ่น ให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ฝากท้องยามหิว และเติมคาเฟอีนเข้ากระแสเลือดยามบ่าย

ธีตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องการดันเพดาน สร้างบรรทัดฐานให้บึงกาฬ ยิ่งมีใครมาเปิดแข่งแล้วดีกว่า เจ้าตัวกลับยิ่งดีใจเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการช่วยกันกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวเมืองบ้านเกิดให้คึกคักได้ 

ความเด็ดดวงของกว้างคูณยาว นอกจากใช้เมล็ดกาแฟจากโรงคั่วเฉพาะที่ดอยช้าง ซึ่งธีซื้อไว้เพราะหลงใหลกาแฟและใส่ใจวัตถุดิบ ขนมนมเนยทุกชิ้นในร้านก็ล้วนมาจากสูตรลับเฉพาะของธีที่พัฒนาต่อยอดจากสมัยเรียน 

(อร่อยอย่าบอกใครเชียวแหละ)

หลังจากได้สัมผัสกว้างคูณยาวและสนทนากับธี เราคิดทันทีว่าความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของกำไรอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อถิ่นเกิดเมืองนอน พร้อมส่งต่อความสุขนั้นผ่านเมนูอาหารที่ทำขึ้นอย่างตั้งใจ

ยุคของบึงกาฬฉบับใหม่น่ารักอุ่นใจไม่แพ้บึงกาฬเวอร์ชันเก่า ๆ เลย

ที่ตั้ง : 220 หมู่ 2 ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 07.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2495 3366

Facebook : กว้างคูณยาว คาเฟ่

06

กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ (ผ้าขาวม้าดารานาคี)

ผ้าขาวม้าหมักโคลนแม่น้ำโขง ฝีมือแม่ป้าชุมชนบ้านสะง้อ

ดารานาคี ขึ้นชื่อลือชาว่าเด่นดังเรื่องผ้าขาวม้าหมักโคลนย้อมสีธรรมชาติ ช่างงามเฉพาะตัว

มาบึงกาฬคราวนี้ หากไม่แวะมาสัมผัสวิถีการทำผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิมฉบับชุมชนบ้านสะง้อ แห่งตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ คงน่าเสียดายแย่

แยม-สุพัตรา แสงกอมี ทายาทรุ่นสองผู้เชื่อมสัมพันธ์ชุมชนผ่านแบรนด์ดารานาคี หยิบเอาคำว่า ‘ดารา’ ซึ่งแปลว่าดวงดาว จงใจเปรียบเทียบถึงผ้าขาวม้าที่ลูกอีสานมักพกติดตัวไปที่ไหน ๆ เสมือนดวงดาวที่มองจากที่ใดก็เห็นเด่นชัด รวมกับคำว่า ‘นาคี’ หมายถึงพญานาคศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อร่วมกันของชุมชนริมโขง

ได้ภูมิปัญญาจากรุ่นหนึ่ง แม่สมพร แสงกองมี ประกอบกับแหล่งโคลนเก่าแก่ประจำชุมชน หมักผ้าขาวม้าจนนุ่มนิ่มน่าสัมผัส ย้อมสีธรรมชาติจากวัตถุดิบใกล้ตัว ดอกไม้ ใบไม้ เปลือกไม้ ได้ออกมาเป็นเส้นใยคุณภาพดี นำมาถักทอด้วยเทคนิคเฉพาะ เป็นลวดลายทันสมัย 12 รูปแบบ ตั้งแต่ลายเก๋ไก๋ไปจนถึงลายสองฝั่งโขง สวยทนครบจบในผืนเดียว

ปัจจุบันดารานาคีขยับขยายสู่วงกว้าง ต่อยอดผ้าขาวม้าเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบโก้ น้อยแต่มากที่แท้จริง กระจายรายได้ กระจายรอยยิ้มสู่ชุมชนอย่างถ้วนทั่ว ปรับวิถีบึงกาฬเก่าสู่วงการบึงกาฬใหม่ได้อย่างเฉียบคมแยบคาย

เมื่อใดที่ฤดูฝนสิ้นสุดลง ต้นฝ้ายต่างพร้อมใจผลิดอกออกฝัก ส่งความรักจากผืนดินสู่แม่ป้ามากประสบการณ์ เมื่อนั้น สายใยแห่งการถักทอแปรรูปฝ้ายธรรมชาติเป็นผ้าขาวม้าดารานาคีจึงเริ่มต้นขึ้น

ที่ตั้ง :  ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 08 3357 3456

Facebook : ดารานาคี

07

Roo-Seuk-Dee cafe&studio

ร้านถ่ายรูปที่ผันตัวเป็นคาเฟ่ แหล่งพลังงานบวกใจกลางบึงกาฬ

         Roo-Seuk-Dee cafe&studio คาเฟ่ขนาด 1 คูหาที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยอีก 1 คูหาติดกันกับร้านถ่ายภาพ เป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว ขลุ่ย-ศิวรักษ์ ปิยจิตรไพรัช ลูกหลานบึงกาฬ

ขลุ่ยเดินทางบนถนนสายวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาได้ไม่นานก็กลับมารับไม้ต่อ แต่วงการถ่ายภาพถูก Disrupt อย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขลุ่ยตัดสินใจแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งเปิดบาร์กาแฟขนาดกะทัดรัด แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางหารายได้ แต่เพราะหลงใหลได้ปลื้ม ขายไปขายมาจนรู้สึกดีเข้าอย่างจัง จึงพัฒนาเป็น Roo-Seuk-Dee cafe&studio คาเฟ่ใจกลางเมืองบึงกาฬ

ขลุ่ยเล่าว่า เขาไม่หยุดพัฒนาร้าน ตั้งใจออกเมนูใหม่ ๆ รายเดือนมาเอาใจลูกค้าเสมอ พิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการเลือกวัตถุดิบ หยิบเอาของดีประจำฤดูกาลมาทำเครื่องดื่มแก้วโปรด อย่างเดือนนี้ ขลุ่ยเสิร์ฟ Bitter Mint อเมริกาโน่สีเข้มผสมความเปรี้ยวหอมจากเปปเปอร์มินต์ไซรัป คมเข้ม เย็นลึก ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่ว่าโลกจะหมุนไปอย่างไร สำหรับขลุ่ย การพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่มีให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนการเติมถ่านใส่กองไฟ ที่ต้องหมั่นเติมอย่าให้วอด รู้จังหวะ กะเวลา จะได้ลุกโชนไม่ขาดช่วง

นั่งจิบกาแฟพลางชมรถราสัญจรไปมา ความจอแจของเมืองบึงกาฬ รอยยิ้มเปื้อนหน้าลุงป้าที่ขับยวดยานผ่านหน้าเรา คันแล้วคันเล่า 

“รู้สึกดีจริง ๆ”

ที่ตั้ง : 312 หมู่ 1 ถนนบึงกาฬ-พังโคน (ทางหลวงหมายเลข 222) ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7708 1480

Facebook : Roo-Seuk-Dee cafe&studio

08

ฮกฟาร์มสเตย์

ฟาร์มของสาวไอทีที่กลับบ้านเกิดมาเป็นเกษตรกร

“ทำไมคนรุ่นก่อนอยู่กันได้โดยไม่ใช้เงิน”

การกลับมาอยู่บ้านใกล้ชิดพ่อแม่ เป็นเหตุผลไม่กี่ข้อที่มีน้ำหนักมากพอจะทำให้ มณ-สุมณฑา สาขาคำ อดีตพนักงานไอทีผู้มีคำถามนี้คาใจ ยูเทิร์นกลับมาสู่แดนดินถิ่นเกิด ลาออกจากงานประจำผันตัวเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่แบบฟูลไทม์

สวนรกชัฏราวกับไม่ได้ตั้งใจปลูก พืชพันธุ์นานาชนิดกระจายตัวอย่างไร้ระเบียบอยู่ทั่วบริเวณ ‘ฮก ฟาร์มสเตย์’ อำเภอเซกา คือเสน่ห์ของฟาร์มชาวบ้านแห่งนี้ มณปล่อยให้ผลหมากรากไม้เติบโตและอยู่ร่วมกันตามธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ปลอดสารเคมี ใครมาเยี่ยมเยือนเดินเด็ดยอดผัก ผลไม้ ได้ตามอิสระไร้กังวล (ระวังก็เพียงหนอนเท่านั้น)

มณเปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีเกษตรกรชาวบ้าน มีห้องหับสำหรับอำนวยความสะดวกหากใครต้องการพักค้างอ้างแรม ถ้าอยากเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง มณก็พร้อมบริการจัดหา

ต้นไม้ที่ค่อย ๆ เติบโตอย่างธรรมชาติก็เหมือนกับความสุขที่ค่อย ๆ เบ่งบานในใจของมณ แผ่ดอกออกผลจนเหลือกินเหลือใช้ พร้อมแจกจ่ายให้คนรอบตัว ไม่ต้องไปวิ่งไขว่คว้าให้รู้สึกสุขครึ่งทุกข์ครึ่ง เพราะจริง ๆ แล้ว เราเลือกความสุขเองได้ และตอบคำถามตั้งต้นได้ด้วยตัวเอง

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 2 หนองทุ่ม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38150 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7343 5041

Facebook : H OK Farm Stay

09

เกลือบ่อหัวแฮด

บ่อเกลือสินเธาว์อายุ 200 ปีที่ดังไกลระดับโลก

“บึงกาฬมีเกลือสินเธาว์คุณภาพเยี่ยมที่เชฟทั้งไทยเทศต่างยอมรับ”

ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งได้มาสัมผัสบ่อเกลือหัวแฮด แหล่งเกลือสินเธาว์ริมแม่น้ำสงคราม เขตรอยต่อบึงกาฬ-สกลนคร ขอชิมลิ้มรสกับลิ้นตัวเอง รสชาติแปลกแตกต่างจนต้องซูฮกให้!

ฤทธิ์-สมฤทธิ์ เจริญชัย ประธานกลุ่มบ่อเกลือหัวแฮดเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีโรงต้มเกลือนับร้อย แต่ราคาเกลือสวนทางกับความโลกาภิวัตน์ของโลก ขยับช้าราวกับทากวิ่งตามกระต่าย กิจการตามฤดูกาลอย่างอาชีพต้มเกลือจึงค่อย ๆ บางตาจนน่าใจหาย แม้ไม่วิกฤตถึงขั้นต้องปิดตัวลงทุกราย แต่รายได้ไม่มากพอจะทำให้อยู่ได้ในโลกปัจจุบัน

โรงต้มบ่อเกลือหัวแฮดแต่ละเจ้ายังคงทำงานสเกลเล็กระดับครอบครัว หลังจากดูดขึ้นจากลำน้ำสงคราม พักไว้ คนหนึ่งต้มจนได้ผลึกเม็ดละเอียด คนหนึ่งขมีขมันกรอกลงถุง ช่วยกันขันแข็ง แลกมาด้วยความรักและเอาใจใส่ล้วน ๆ เราเร่งผลิตสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติไม่ได้ ในเมื่อธรรมชาติให้คุณแก่เรา ก็ไม่ควรนำระบบอุตสาหกรรมมาเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมแต่โบราณ ฤทธิ์ยืนยันว่าแนวทางของบ่อเกลือหัวแฮดคือพัฒนาขยับขยายตามกำลัง ขับเคลื่อนด้วยความสุขและความหวัง

พลังงานความสุขที่แผ่ถึงผลึกเกลือ สร้างรสกลมกล่อมราวปาฏิหาริย์ที่ผีปู่ผีย่าดลบันดาล ให้รสชาติเกลือดังไกลไปต่างแดน ความพิเศษนี้ไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่งจากโลกอุตสาหกรรม แต่เป็นไปด้วยความใส่ใจของคนต้มเกลือ

ที่ตั้ง : ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 

โทรศัพท์ : 09 8180 7342

10

เซาโฮมสเตย์ เฮือนไทญ้อ

เฮือนไม้โบราณที่ชวนนอนดื่มด่ำวิถีชาวไทญ้อริมโขง

ข้าวเหนียวพูนกระติ๊บพร้อมจกปั้น เมนูอาหารจากปลาน้ำโขงตัวเขื่อง ผักสวนครัวปลอดเคมีสดใหม่ จัดวางอย่างพิถีพิถันบนขันโตก มีเสียงน้ำโขงและทัศนียภาพฟากลาวเป็นเครื่องชูรส-แค่คิดน่ะครับ มันยังไม่เกิดขึ้นหรอกถ้ายังไม่ได้ไปเยือนเซาโฮมสเตย์ เฮือนไทญ้อ

เฮือน แปลว่าบ้าน ไทญ้อ คือชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพข้ามฟากมาไทย แต่เฮือนไทญ้อแห่งนี้ คือบ้านโบราณที่ พ่อจุล ดอนโสม และ แม่บุญล้ำ ดอนโสม พยายามคงลักษณะทางสถาปัตยกรรมเฉพาะกลุ่มไทยญ้อเอาไว้อย่างครบถ้วน เปิดเป็นโฮมสเตย์ให้แขกได้มาสเตย์โฮมอย่างอบอุ่น นอนสัมผัสวิถีชีวิตไทญ้อ ชุมชนบึงกาฬดั้งเดิมได้เต็มตื่น

ห้องหับกว้างขวาง ลมโกรกโปร่งโล่งเย็นสบาย มีเก้าอี้ระนาดพร้อมให้เอนกาย

นอกจากเรือนไม้สองชั้น อาคารหลักของบริเวณ ยังมียุ้งข้าวโบราณที่ถูกซื้อยกมาทั้งหลัง ทรง ‘ช้างโย้ขี้’ อธิบายลักษณาการลาดเอียงของเสาและอาคารได้เห็นภาพแจ่มแจ้ง อนาคตหมายมาดไว้ให้เป็นนิทรรศการไซส์มินิสำหรับแสดงผลงานศิลปะ

ที่นี่อบอุ่น เป็นกันเอง เราสัมผัสข้อนี้ได้ชัดเจนจนรู้ซึ้ง ไม่ว่าจะทุนต่ำสูงมากน้อยแค่ไหน แต่หากสร้างขึ้นด้วยความสุข และมอบให้ด้วยความสุข ผู้รับก็ยิ่งสุขทวีขึ้นไป ส่งเสน่ห์อันหอมหวานของบึงกาฬฉบับเก่าเข้าเต็มจมูก

ที่ตั้ง : ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน

โทรศัพท์ : 08 2363 331 8

Facebook : บ้านพักเฮือนไทญ้อ

Writer

กฤษฎา ผลไชย

ศิลปินอิสระ กับงานสารพัดรับจ้าง แรงงานที่รับงานไม่จำเจ มีอิสระทางความคิด และใช้จินตนาการได้ตามใจ

Photographer

ศรัทธา ลาภวัฒนเจริญ

ได้รับรางวัลแว่นแก้ว งานเขียนประเภทสารคดีเยาวชน พ.ศ. 2547 ชนะเลิศประกวดภาพถ่ายบึงกาฬผ่านเลนส์ ทำสำนักพิมพ์เล็กๆ พร้อมกับทำเพจ Buengkan day และเปิดร้านกาแฟบึงกาฬพาสปอร์ต

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

ยโสธรเป็นเมืองน่ารักมีเสน่ห์ ทั้งฟากสิ่งเก่าที่ชวนให้คิดถึงประเพณี วัฒนธรรม งานบุญต่าง ๆ และฝั่งของใหม่ ที่หากได้ผ่านไปช่วงหลังมานี้ จะพบว่ามีหลายสิ่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง ผู้คนหน้าใหม่ที่เข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายรูปแบบ แปลงโฉมเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องงานบุญบั้งไฟนี้ให้ดูร่วมสมัยน่าสนใจ 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนา มวลความน่ารักเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า กลับไม่ได้รุดหน้ารวดเร็วตามไปด้วย ยังคงอัตลักษณ์ดั้งเดิมแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ชาวยโสธรนิวเจนก็กำลังเริ่มขยับตัวทีละน้อย หลายคนเปิดกิจการร้านรวงเก๋ไก๋ บ้างก็กลับมาสร้างสรรค์กิจกรรมแปลกใหม่ให้บ้านเกิด เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของคนในพื้นที่ที่ร่วมด้วยช่วยกันแต่งแต้มให้จังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Take Me Out ชวนทำความรู้จักจังหวัดยโสธรให้มากกว่าเดิม ผ่าน 10 สถานที่ทั่วเมืองบั้งไฟโก้ ชิมเมนูเด็ดแบบคนยโสฯ ในเขตเมืองเก่า ชอปปิงหมอนขวานผ้าขิดฝีมือชาวบ้านมากฝีมือ ตบท้ายด้วยชีวิตสุดฮิป ทั้งชมโบสถ์คริสต์ เลาะพิพิธภัณฑ์ แล้วตามฮอปปิงนานาคาเฟ่ที่ผสานวัฒนธรรมใหม่เก่าได้เข้ากั๊นเข้ากันอย่างไม่เคอะเขิน

01 

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน

กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

ร้านหมวยก๋วยจั๊บญวน, กวยจั๊บญวนสูตรต้นตำรับในอาคารสไตล์ชิโนยูโรเปียน

จังหวัดเล็ก ๆ รูปพระจันทร์เสี้ยวแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากชุมชนการค้าชื่อ ‘บ้านสิงห์ท่า’ แหล่งรวมผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคักเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้ปัจจุบันบรรยากาศจอแจนั้นจะแปรสภาพเป็นความสงบเงียบ ที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของอาคารเก่าแบบชิโน-ยูโรเปียน แต่ร่องรอยความรุ่งเรืองก็ยังทาบทับสตัฟฟ์อยู่บนร้านรวงดั้งเดิมอยู่เช่นวันวาน

เจ๊หมวย-สุวรรณ แสนพันธ์ คือผู้กุมสูตรลับกวยจั๊บญวนมาเป็นรุ่นที่ 3 ผ่านเวลากว่า 40 ปี นับตั้งแต่ชาวเวียดนามอพยพมาลงหลักปักฐานที่บ้านสิงห์ท่าแห่งนี้ ด้วยวิธีการทำอันเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากกวยจั๊บญวนของเจ้าอื่น เคี่ยวน้ำซุปด้วยกระดูกหมูเป็นวัน ๆ ได้รสนัวแบบโบราณ ใส่เพียงแค่หมูยอ หมูสับ และไข่นกกระทาต้ม ไม่ปรุงแต่งสิ่งอื่นจนเกินงาม เป็นสูตรออริจินอลที่อาจไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เมื่อ East Meets West อาหารตะวันออกพบกับอาคารแบบตะวันตก ภายใต้ชายคาสถาปัตยกรรมเก่าอายุเกือบร้อยปี มีภาพถ่ายเก่าระบุ พ.ศ. 2474 เป็นเครื่องยืนยันถึงความโบราณและทรงคุณค่าของอาคารห้องนี้ พร้อมกับนั่งสังเกตการณ์วิถีชีวิตชาวเมืองเก่า เป็นบรรยากาศการกินที่ไม่ต้องพูดถึง นั่งซดน้ำซุปเข้มข้นกลมกล่อมของกวยจั๊บญวนหรือที่ในภาษาถิ่นเรียกกันว่า ข้าวเปียก กินกับแหนมคลุก อีกเมนูเด็ดมรดกจากชาวเวียตที่ปรับปรุงสูตรให้ถูกปากคนไทย ใส่ใบมะกรูดและมะพร้าวขูด ซึ่งเจ๊หมวยรับรองว่าสูตรนี้มีที่เดียวในยโสธร 

ที่ตั้ง : 83 ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3384 8557

02 

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง

ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ข้าวปุ้นน้ำงัวยายนาง, ร้านดั้งเดิมประจำถิ่นมีทั้งคาวและหวานแบบคนยโสธร

ลัดเลาะเข้าซอยไปในชุมชนหลังวัดมหาธาตุ วัดสำคัญคู่บ้านใจกลางเมือง มีอีกสถานที่ฝากท้องของชาวยโสธรแท้ ๆ ที่ควรไปลองชิมสักครั้งหากได้มาเยือน

นอกจากกวยจั๊บญวนแล้ว อีกหนึ่งของดีอร่อยปากที่ติดสอยตามมากับชาวเวียดนามพลัดถิ่น ผ่านการปรับปรุงผสมผสานกับอาหารอีสานจนลงตัว คือข้าวปุ้นน้ำงัว เมนูที่ปรุงอย่างใส่ใจโดย ยายนาง-ประนอม พรมชาติ ผู้เลื่อนตำแหน่งจากเคยเป็นลูกมือให้คุณแม่มารับช่วงกิจการต่อได้ 10 ปีแล้ว 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ว่ากันซื่อ ๆ ข้าวปุ้นน้ำงัว คือขนมจีนใส่น้ำซุปเนื้อวัวคล้ายก๋วยเตี๋ยว ตุ๋นเนื้อด้วยเตาถ่านกว่าค่อนวัน จนเนื้อนุ่มและน้ำซุปมีกลิ่นหอม แค่แตะจมูกก็ชวนน้ำลายสอ ใส่กะหล่ำซอยและสะระแหน่เป็นหน้าข้าวปุ้น โรยหอมเจียวปิดท้าย กินเคียงกับผักแพว ผักพื้นบ้านของชาวอีสาน รสชาติติดใจจนเคยมีนักชิมจากเมืองหลวง เอ่ยปากขอสูตรกลับไปทำกินเอง 

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

อีกเมนูควรลองคือหมี่กะทิ แนวกินตำรับอีสานให้ชิมร่วมด้วย แม้ชื่อจะเหมือนกัน แต่หน้าตาต่างจากของภาคกลางแบบคนละฝา เพราะทำจากเส้นเล็กราดด้วยน้ำแกงรสชาติออกหวาน เป็นเมนูท้องถิ่นที่แซ่บอีหลีสูสีตีคู่มาพร้อมกัน

เมื่อกินอาหารคาวเสร็จสรรพ อย่าลืมต่อด้วยขนมหวานชื่อดังของจังหวัด ลอดช่องจากแป้งข้าวเจ้าที่บีบด้วยมือ ออกมาเป็นเส้นเล็กบ้างยาวบ้าง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นกะทิ ซดหมดถ้วยก็ชื่นใจดับร้อนได้ชะงัด

ผู้ใดสนใจอยากลองลิ้มรสชาติฉบับชาวยโสฯ ขอกำชับว่ารีบไปก่อนเที่ยง เพราะพอตะเว็นตรงหัว เพิงเล็ก ๆ ขนาด 4 โต๊ะม้าหินของยายนางจะคลาคล่ำไปด้วยขาประจำ ยังไม่ทันบ่าย 2 โมง อาหารก็ทยอยหมด เตรียมคว่ำหม้อเก็บร้านกลับบ้านแล้ว 

ที่ตั้ง : ใกล้วัดมหาธาตุ ถนนธาตุพิทักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 14.00 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์

โทรศัพท์ : 09 9026 0848

03 

แม่แย้มหมอนขิด

ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก

แม่แย้มหมอนขิด, ร้านของฝากจากหัตถกรรมประจำจังหวัดที่ดังไกลทั่วโลก
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

หากนึกถึงของดีเมืองไทยที่โกอินเตอร์ไปยังต่างประเทศ หนึ่งสิ่งที่แวบเข้ามาในหัวของใครหลายคนคือหมอนขิดลายช้างอย่างไม่ต้องสงสัย

แย้ม จันใด เจ้าของกิจการแม่แย้มหมอนขิดบอกว่า ต้นตำรับหมอนขิดที่เป็นเสมือนไอเท็มสามัญประจำบ้านทั่วไทยและดังไกลไปทั่วโลก แท้จริงอยู่ที่บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านทำกันจนชินตา ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกิจกรรมยามว่างพักระหว่างรอหน้านาของชาวอีสาน จนปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจทำเงินเข้าหมู่บ้านเป็นกอบเป็นกำ

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

แต่เดิมหมอนขิดจะใช้ผ้าฝ้ายทอยกดอกที่ทำกันเองภายในหมู่บ้าน เป็นของสูง นิยมนำไปถวายพระ งานมงคล หรือมอบกันเป็นของที่ระลึก เมื่อลูกค้าเพิ่มขึ้น มีออเดอร์เยอะจนผลิตไม่ทัน จึงให้โรงงานรับหน้าที่ทอต่อ แต่ยังคงลวดลายแบบเดิมไว้ คือลายดอกและลายช้าง รวมทั้งเพิ่มสีสันให้หลากหลายโดนใจผู้ซื้อ ส่วนไส้ของหมอนขิดก็ใช้ฟางข้าว ผลพลอยได้จากนาในท้องถิ่น

ความพิเศษอยู่ที่หมอนขวานรูปสามเหลี่ยม แม่แย้มบอกว่าทำได้เฉพาะในหมู่บ้านศรีฐาน แม้จะมีคนมาขอเรียนวิชาแต่ก็ไม่ชำนาญมือเท่าแม่ ๆ ของบ้านนี้ เพราะเป็นสกิลล์เฉพาะตัวที่ต้องสอยและขึ้นรูปด้วยมือ

ที่นี่ใช่ว่ามีแต่หมอนขวาน หมอนขิดแบบเดิมที่เคยเห็น เพราะปัจจุบันสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านศรีฐานมีหลายขนาด หลากรูปทรง และมากด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเบาะรองนั่ง หมอนหนุน หมอนอิงรูปผลไม้ จนถึงหมอนเพื่อสุขภาพ ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบเอง แวะเข้าไปพูดคุยกับแม่แย้มก่อนได้ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง แม่แย้มพร้อมขึ้นรูปให้ตามต้องการ 

แม้ว่าชื่อเสียงของ ‘หมอนขวานผ้าขิด’ จะได้ขึ้นเป็นตอนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร แต่ออเดอร์ส่วนใหญ่มาจากชาวต่างชาติ ขายได้ในไทยเป็นส่วนน้อย ถ้ามีโอกาสได้แวะไปถึงถิ่น ลองอุดหนุนหมอนขิดของบ้านศรีฐานติดบ้านดูสักใบ หนุนก็หายเมื่อยไม่ปวดหลัง นอนหลับก็สบายเต็มตื่น ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญแน่นอน

ที่ตั้ง : 73 หมู่ 1 ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 1579 0592

Facebook : แม่แย้มหมอนขิด

04

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้

โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 โบสถ์ไม้วัดอัครเทวดามีคาแอล บ้านซ่งแย้, โบสถ์คริสต์สร้างจากไม้หลังใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ยโสธรเป็นเมืองพหุวัฒนธรรม ไม่เพียงแต่ศาสนาพุทธที่ผูกพันแน่นแฟ้น และความเชื่อท้องถิ่นที่แสดงออกผ่านการบูชาพญาแถนบนฟ้ายามงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ที่นี่ยังมีชุมชนผู้นับถือศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่กระจายตัวอยู่ในหลายอำเภอ

บาทหลวงไพฑูรย์ แสนสวัสดิ์ คุณพ่อเจ้าวัดอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งมีโบสถ์คริสต์ทำจากไม้ได้ชื่อว่าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า จากชุมชนเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านหนีภัยมาตั้งรกรากเมื่อกว่าร้อยปีก่อน บาทหลวงเดซาแวล และ บาทหลวงออมโบรซีโอ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสจากบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว เข้ามาช่วยเหลือจนชาวบ้านต่างเลื่อมใสและขอเข้ารีตในคริสต์ศาสนา ก่อนจะสร้างเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประจำหมู่บ้านซ่งแย้ ใช้ไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น ทำเป็นฝาขัดแตะแบบพื้นถิ่นอีสานอย่างจริงใจ

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

แรงศรัทธาของชาวบ้านและขนาดของชุมชนที่ขยายขึ้นตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นหลังที่ 4 แล้ว โดยทำเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าจั่วชายคาแบบเฮือนอีสาน ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์รวมจิตใจ และใช้ประกอบศาสนพิธีของคนในพื้นที่ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องชาวซ่งแย้ที่ช่วยกันชักลากไม้แดงและไม้ตะเคียนมาสร้างโบสถ์ 

สำหรับโครงสร้างอาคารใช้เสาไม้หลายร้อยต้น ส่วนหลังคามุงด้วยแผ่นไม้กว่า 80,000 แผ่น จุสัตบุรุษที่มาทำศาสนกิจทุกวันเสาร์อาทิตย์ได้นับร้อยคน ยิ่งหากได้ไปช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีประเพณีแห่ดาว ภายในโบสถ์ประดับประดาด้วยดาวไม้หลากสีฝีมือชาวบ้าน ติดไฟสวยงามน่าดูชม

เดินไปอีกนิด ข้าง ๆ กันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านซ่งแย้ จัดแสดงเครื่องมือช่างไม้ที่ใช้สร้างโบสถ์ ศาสนภัณฑ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมตั้งแต่อดีต และเครื่องใช้ไม้สอยในวิถีชีวิตชาวอีสาน รวมถึงมีมุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยชาวบ้านในท้องถิ่น น่าอุดหนุนติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ที่ตั้ง : บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน

05 

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก

แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก, แหล่งเรียนรู้มาลัยข้าวตอก พลังศรัทธาของชาวอีสานในงานบุญหนึ่งเดียวในโลก

นอกเหนือจากงานบุญบั้งไฟ ยโสธรยังมี ‘งานแห่มาลัยข้าวตอก’ อีกงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี 

จากความเชื่อในพระไตรปิฎกที่กล่าวถึงดอกมณฑารพ ดอกไม้สวรรค์ที่จะร่วงตกลงมาทุกเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วันประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา จนถึงวันปรินิพพาน จึงเกิดความเชื่อในหมู่ชาวบ้านตั้งแต่โบราณว่า ดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของการนอบน้อมบูชาแด่พระพุทธองค์

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น
พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

ช่วงงานบุญเดือน 3 ก่อนหน้าวันมาฆบูชาเพียง 1 วัน ชาวตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จะพากันเตรียมข้าวเหนียวพันธุ์ดีผลผลิตของแต่ละชุมชน มาคั่วไฟในหม้อดินตั้งบนเตาถ่าน เกลี่ยด้วยก้านกล้วยไปมา เป็นภูมิปัญญาที่ทำเพื่อรักษาอุณหภูมิของข้าวไม่ให้ไหม้ ออกมาเป็นข้าวตอกแตกสีขาวนวล ใช้ร้อยมาลัยแทนดอกไม้ด้วยลวดลายวิจิตรเฉพาะประจำบ้าน ห้อยระย้ากันเป็นพวงใหญ่หลากหลายแบบ บางคราวสูงเกิน 10 เมตรเลยก็มี เมื่อสำเร็จเสร็จสิ้นจึงใช้ลำไม้ไผ่ยกตั้งขึ้นสูงเหนือหัวตลอด 2 ฝากฝั่งถนน สวยงามตระการตา แถมเดี๋ยวนี้ยังจัดประกวดประชันกันจริงจัง ขึ้นรถแห่ทั่วเมือง แสดงถึงพลังศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านแถบนี้

มาลัยข้าวตอกฝีมือชั้นครูที่ชาวบ้านช่วยกันร้อยเป็นพุทธบูชาในแต่ละปี จะไปสุดเส้นทางที่วัดหอก่อง เมื่อถวายพระแล้ว จึงนำไปเก็บไว้ในศาลาการเปรียญและพิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอกที่ตั้งอยู่ภายในวัด สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดปี 

หากอยากร่วมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกนี้ แนะนำว่ามาให้ตรงกับช่วงงานบุญเดือน 3 แต่ถ้าไม่สะดวก เข้ามาชมความประณีตของเหล่าพวงมาลัยข้าวตอกที่ห้อยกันเป็นทิวแถวในพิพิธภัณฑ์ได้เลย 

ที่ตั้ง : วัดหอก่อง ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร 35130 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

06 

Zen cafe & restaurant

ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant, ร้านอาหาร คาเฟ่สี และที่พักแบบครบวงจรในที่เดียว

Zen cafe & restaurant เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่ต่อยอดจากธุรกิจโรงแรมในเมืองยโสธร กิจการครอบครัวของ หยี-ศรัญญา สิงห์พันธ์ ด้วยความคิดอยากให้แขกต่างถิ่นที่มายโสธร ได้สัมผัสการพักผ่อนแบบครบวงจรในอาณาบริเวณเดียวกัน ทั้งนอนพัก กินอาหาร เข้าร้านคาเฟ่ และมีมุมถ่ายภาพไว้เช็กอิน

พาเลาะ 10 สถานที่เก่า-ใหม่ในยโสธร ที่ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมคนเมืองบั้งไฟดียิ่งขึ้น

เดินทางจากกลางอำเภอเมืองยโสธรไม่ไกล ร้านอาศัยพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมเป็นที่ตั้ง ออกแบบให้อิงกับอาคารที่พักด้านหลัง คุมโทนสีขาวให้คล้ายกัน ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวดูอบอุ่นสบายตา ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ถึงจะอยู่บนถิ่นอีสาน แต่ถ้าหวังมาชิมปลาส้มอาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัด เจ้าของแอบบอกว่าไม่มีเมนูนั้น เพราะที่นี่เน้นอาหารไทยและอิตาเลียนเป็นหลัก ด้วยอยากให้เข้าถึงได้ง่ายกับคนทุกกลุ่ม ทั้งแขกที่มาพักและคนในพื้นที่ โดยทางร้านได้เชฟรสมือดีจากกรุงเทพฯ มารังสรรค์อาหารจานพิเศษเพื่อวันพักผ่อนให้ได้ลองลิ้มกัน ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตีหรือสเต๊กต่าง ๆ ซึ่งเป็นลิสต์เมนูขายดีประจำร้าน

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ถ้าเพียงมานั่งชิลล์ชั่วประเดี๋ยว หรือแวะมาถ่ายรูปอัปเดตความเป็นไปของจังหวัดยโสธร ก็มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟและชาไว้บริการ มีชามันม่วงญี่ปุ่นเป็นตัวชูโรง ได้รสชาติและกลิ่นมันม่วงหอมหวาน เป็นร้านแรก ๆ ที่มีเมนูนี้ ก่อนจะฮิตกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง อ้อ ร้านยังมีขนมง่าย ๆ เอาใจคนรักของหวานด้วย เช่น วาฟเฟิลฟรุตตี้และชีสเค้กมิกซ์เบอรีให้ได้นั่งละเลียดกัน รวมถึงเบเกอรีโฮมเมดที่หยีลงมือทำเองสดใหม่ทุกวัน

ที่ตั้ง : 245 ถนนวารีราชเดช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 21.00 น.

โทรศัพท์ : 06 4238 7875

Facebook : Zen cafe & restaurant 

07 

Me.homemade

คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

Me.homemade, คาเฟ่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักของสาวยโสธรกลับบ้าน

“ถึงแล้ว จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย” 

อย่าเพิ่งตกใจ หากมาตามหมุดที่ปักพิกัดไว้ แต่ไม่ยักมีวี่แววของจุดหมายที่ตั้งใจมา เพราะ Me.homemade เป็นคาเฟ่ลับไซซ์มินิ ซ่อนตัวอยู่ใต้หอพักที่ภายนอกของร้านเหมือนออฟฟิศของหอทุกกระเบียด ทั้งตำแหน่งห้องแรกใต้ตึกและหน้าต่างสีชาปิดทึบ 

ปี๊ด-พิจิกา ภูมิแสน บอกว่าแม้ร้านของเธอจะขนาดเล็กชนิดเดินไม่กี่ก้าวก็สุดกำแพง แต่ใจจริงเธออยากให้พื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้ของคนในยโสธรได้มาเปิดวงสนทนากัน ในร้านพอมีที่นั่งนิดหน่อยไว้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับบาริสต้าสาวเจ้าของร้าน ส่วนด้านนอกจัดเป็นโซนเอาต์ดอร์สำหรับใครที่อยากออกมาพบปะรับลม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

เครื่องดื่มที่นี่มีน้อยอย่างชนิดนับไม่ทันหมดนิ้วมือ เน้นกาแฟดำและกาแฟนมเป็นหลัก คัดสรรเมล็ดกาแฟมาอย่างดี เสริมมัทฉะและโฮจิฉะเข้ามาเพราะความชอบส่วนตัว และช่วงหลังมานี้เพิ่มโกโก้อีกเมนู เรื่องรสชาติวางใจได้ทั้งหมด เพราะกว่าจะมาเป็นร้านได้ทุกวันนี้ ปิ๊ดลงทุนไปกลับยโสธร-กรุงเทพฯ ทุกอาทิตย์ตลอดครึ่งปี ทำงานกับร้านกาแฟใหญ่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ

เมนูขนมมีมัทฉะพุดดิ้งยืนพื้นคอยต้อนรับลูกค้าในทุกวัน ความพิเศษอยู่ตรงที่รสสัมผัสนุ่มนิ่มละมุนคล้ายขนมถ้วย ไม่เหมือนกับที่เคยกินมาที่ไหน เพราะเป็นสูตรที่ปิ๊ดลองทำ ปรับเองกับมือ และยังมีเค้กโฮมเมดชนิดต่าง ๆ ที่สลับสับเปลี่ยนไปตามวันและตามใจคนทำ

“เราชอบขนมตัวไหนก็จะทำ อย่างเค้กก้อนหนึ่ง ทุกครั้งจะแบ่งให้ตัวเองหนึ่งชิ้นเพื่อลองชิม เราจะไม่กล้าปล่อยผ่าน ทุกครั้งที่ทำต้องเทสต์ก่อน ถ้าวันไหนเจอความผิดพลาดก็จะไม่ขาย” ปิ๊ดเล่าเสริมถึงความใส่ใจ

ในทุกวันศุกร์ Me.homemade มีเซ็ตอาหารที่เธอทำร่วมกับเพื่อนแบบสนุก ๆ ให้ผู้สนใจได้ลองมาสั่งกันล่วงหน้า เป็นเมนูสุ่มที่ชวนทายใจคนทำว่าจะได้ชิมเมนูอะไรในแต่ละครั้ง แค่ฟังเธอเล่าก็อยากลองจองดูสักมื้อ

ที่ตั้ง : 1/109 ถนนแจ้งสนิท ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 16.00 น. ปิดวันเสาร์

โทรศัพท์ : 06 1962 6323

Facebook : Me.homemade

08 

Katanyu Baked & Coffee

ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

Katanyu Baked & Coffee, ร้านเค้กของอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเปิดบ้านอบขนม

เนม-กตัญญู บุญเดช อดีตนักข่าวสาวจากเมืองกรุงผู้ย้อนทางกลับบ้านเกิดมาเปิดร้านเค้ก พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Katanyu Baked & Coffee ว่าเกิดขึ้นจากความชอบกินเค้กของตัวเอง และมองเห็นจุดที่บ้านเกิดยังไม่มีร้านขายเค้กอย่างเป็นจริงเป็นจัง ส่วนใหญ่เป็นคาเฟ่ที่มีขนมเป็นเพียงกำลังเสริม จึงลงเรียนเพิ่มทักษะด้านการทำเบเกอรีโดยเฉพาะ เพื่อเปิดเป็นร้านที่เน้นหนักเรื่องเค้กขึ้นในอำเภอเมืองยโสธร

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ความคิดแรกเริ่มในหัวของเนม คืออยากทำร้านที่ลูกค้ามองเห็นห้องขนมขณะที่ทำในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผสมแป้งและตัดแบ่งเค้ก มีกระจกกว้างส่วนตัวไว้ทอดอารมณ์เปลี่ยนมุมมองออกไปสวนเล็ก ๆ ข้างกัน เธอตั้งใจให้ร้านขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนรู้สึกห่างเหิน เพราะอยากให้ลูกค้าเหมือนอยู่บ้านตัวเอง วางเค้กหลากหลายสัญชาติที่ทำเองทุกวัน ทั้งทีรามิสุ ชีสเค้กหน้าไหม้ และบลูเบอร์รีชีสพาย

หากเอ่ยชื่อร้าน ขนมเปี๊ยะลาวาเป็นของขายดีที่หลายคนนึกถึง ถ้าได้มาลองชิมถึงที่ รับรองขากลับต้องมีติดมือกลับบ้านไปด้วย แม้จะดูเหมือนเป็นขนมที่หากินง่าย แต่ด้วยความพิถีพิถันและรสชาติที่ถูกใจ ก็ทำให้เค้กลาวาไส้เยิ้มฝีมือของเนมติดอันดับฮอตฮิตในหมู่ชาวยโสธรไปเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งเมนูคือพายมะพร้าว ที่ต้องทำสดตอนเช้าในวันนั้น แล้วรีบวางขึ้นหน้าร้าน ไม่ทันไรก็หมดจากตู้ เป็นอีกเมนูยอดนิยมที่ไม่ได้มีทุกวัน หากใครอยากตามรอยมาชิมมีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ที่ตั้ง : 35/3 ถนนห้าธันวามหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 17.30 น. ปิดวันพุธ

โทรศัพท์ : 08 8924 9199

Facebook : Katanyu Baked & Coffee

09 

ยากิปัง Bread toast & Slow bar 

ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

ยากิปัง Bread toast & Slow bar, ร้านขนมปังปิ้งและกาแฟสโลว์บาร์ที่ชวนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ตอนเช้า

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ นุ๊ก-ธีรวิชญ์ ฝูงดี ได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัว ผละงานประจำอย่างวิศวกร และอาชีพเสริมที่เป็นนักดนตรีกลางคืนชั่วครู่ เปลี่ยนมาปิ้งขนมปังและดริปกาแฟยามเช้าตรู่ จนเจ้าตัวแอบบอกว่าช่วงแรกทำเอานาฬิกาชีวิตรวนอยู่พอควร

ยากิปัง Bread toast & Slow bar จับจองฟุตพาทหน้าอาคารพาณิชย์ 2 คูหา ตั้งโต๊ะพับง่าย ๆ คุมโทนกลิ่นอายดูนิปปอน ด้วยชื่อร้านบนป้ายผ้าเรียบง่ายเป็นกันเอง ขึงกับประตูเหล็กม้วนของอาคารพาณิชย์เก่าที่เท่เตะตา พร้อมจัดมุมเก้าอี้เล็ก ๆ เชื้อเชิญเหล่าคอฟฟี่เลิฟเวอร์มานั่งชิลล์มองถนนและผู้คนที่สัญจรไปมาริมถนนในยามเช้า ลองกาแฟที่มือชงเจ้าของร้านสรรหามาให้ได้ชิมกันจากทั่วประเทศ บางครั้งก็เป็นเมล็ดนอก หรือสบจังหวะอาจได้ชิมกาแฟดีกรีรางวัลที่บังเอิญได้มาพอดี

“เราอยากทำร้านขนมปังปิ้งและใช้เนยแท้ที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

นุ๊กวางคอนเซ็ปต์อย่างหนักแน่นว่า ขนมปังปิ้งของร้านต้องไม่ใช้มาการีน เขาจึงเริ่มต้นคิดค้นผสมเนยสดสูตรของตัวเองขึ้น ลองจนได้ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัวถูกใจ และปลอดภัยไร้ไขมันทรานส์ นอกจากเนยยอดนิยม ยังมีหน้าอื่น ๆ ด้วย อาทิ นูเทลลา บราวน์ชูก้า และเนยถั่ว รวมถึงมีแซนด์วิชแฮมชีสไว้เป็นทางเลือกเสริม บางวันอาจมีขนมปังโฮลวีตโฮมเมดให้ได้ลองชิมกัน

จิบกาแฟ กินขนมปังปิ้งโดยไม่ต้องเร่งรีบ สูดอากาศให้เต็มปอดเพื่อชาร์จพลังในเช้าวันใหม่ คลอเสียงเพลงฟังสบาย ๆ ที่คัดสรรมาแล้วย่างดีจากคนดนตรี แม้อาจดูแปลกใหม่สำหรับชาวยโสธร แต่นี่แหละ คือความฝันของนุ๊กที่อยากลองนำเสนอสิ่งที่ได้ไปเห็นมาจากในจังหวัดใหญ่ข้างเคียง

ที่ตั้ง : 215-217 ถนนรัตนเขต ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.30 – 11.30 น. ปิดวันจันทร์

โทรศัพท์ : 09 2495 8632

Facebook : ยากิปัง •焼きぱん•

10 

Vachi Old Town Specialty Coffee

ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า

Vachi Old Town Specialty Coffee, ห้องรับแขกของคนยโสธร ที่เน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty ในย่านเมืองเก่า
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

“เรามีคอนเซ็ปต์ว่าอยากเป็นห้องรับแขกของเมืองยโสธร”

ถ้าถามถึงร้านกาแฟในจังหวัดยโสธร เจ้าบ้านหลายคนต่างผายมือเป็นทางเดียวกันมาที่แบรนด์ Vachi ซึ่งดูแลโดย นุ่น-ภารดี ยโสธรศรีกุล และ แนน-ภัทร ยโสธรศรีกุล สองพี่น้องเจ้าของแบรนด์กาแฟสุดแข็งแกร่งแห่งยโสธร 

หลายปีมาแล้ว ทั้งคู่สตาร์ทจากร้านกาแฟเล็ก ๆ ก่อนขยายเป็นร้านใหญ่ขึ้นในชื่อ Vachi Coffee Bar & Bistro ริมถนนแจ้งสนิท ติดเส้นทางสายหลักของจังหวัด และล่าสุดคือ Vachi Old Town Specialty Coffee หรือเรียกง่าย ๆ ว่า วาชิ เมืองเก่า ที่เลือกโลเคชันโซนบ้านสิงห์ท่ามาตั้งร้าน 

หากคาแรกเตอร์ร้านแรกคือตัวแทนยโสธรรุ่นใหม่ ร้านที่สองนี้ก็เป็นภาพแทนความเก่าที่ต่างออกไป

‘วาชิ โอลด์ทาวน์’ เน้นกาแฟ Specialty เด่น ๆ จากหลากหลายที่มา ทั้งเฮาส์เบลนด์ที่เลือกใช้เมล็ดในไทย รวมทั้งมอบประสบการณ์ใหม่ผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากทั่วมุมโลก เป็นสโลว์บาร์ที่เข้ากับบรรยากาศแวดล้อมสโลว์ไลฟ์ เนิบช้าตามประสาชุมชนดั้งเดิม

ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล
ทำความรู้จัก ที่เที่ยว ยโสธร เวอร์ชันล่าสุด ผ่านสถานที่และอาหารการกินของจังหวัดเล็ก ๆ ที่ผสานความเก่าเข้ากับใหม่อย่างสมดุล

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความคิดอยากให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในเมืองเก่ามากกว่าแค่มาแวะถ่ายรูปตึกแล้วกลับ ตอนมีไอเดียจะเปิดร้านใหม่แถบนี้ ทั้งคู่ลงทุนขับรถวนเช้าเย็นเพื่อทำความรู้จักพื้นที่ให้มากที่สุด โจทย์หลักในการออกแบบร้าน คือ ต้องกลมกลืนกับบ้านเรือนรอบข้าง ผลลัพธ์ออกมาคือเก็บกำแพงเก่าคงไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้าน ใช้สังกะสีเก่ามาสร้างตัวอาคาร หยิบเอาอิฐดินจากบ้านหลังเดิมมาใช้เป็นวัสดุก่อร้านแทบทั้งหมด ออกมาดูดิบและคลาสสิกไม่แปลกแยก แต่ก็ไม่ลืมแฝงดีไซน์ร่วมสมัยไปพร้อมกัน

สองสาวเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายว่า วันนี้พวกเธอกำลังค่อย ๆ ก้าวผ่านทีละสเต็ป จากร้านกาแฟทั่วไปสู่การนำเสนอกาแฟ Specialty ให้กับคนยโสฯ ลงลึกเรื่องกาแฟ เสริมทีมบาริสต้าให้แข็งแกร่ง และเป้าหมายต่อไปคือกำลังคิดทำโรงคั่ว เพื่อแสดงตัวตนของ Vachi ผ่านกาแฟโปรไฟล์ของร้านเอง

ถ้ามีโอกาสแวะมาที่ Vachi ทุกเดือนจะมีเมนูสนุก ๆ เป็นกาแฟ Specialty of The Month ที่ให้โจทย์กับทีมบาริสต้าลองฟิวชันกับ Cold Brew ของร้าน อย่างเดือนที่แล้วมีเงาะ หลายเดือนก่อนเป็นน้ำตาลดอกมะพร้าว หรือน้ำหล่อฮังก้วยก็มี เป็นอีกร้านที่คอกาแฟและผู้หลงใหลเสน่ห์เมืองเก่าห้ามพลาด

ที่ตั้ง : 18 ถนนศรีสุนทร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00 – 17.00 น. และ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 062 994 2559

Facebook : วาชิ คอฟฟี่บาร์ยโสธร Vachi Coffeebar&bistro, Coffee with space for ALL

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load