The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

บึงกาฬคือจังหวัดน้องใหม่ มีอายุอานามเพียง 10 ขวบปีเท่านั้น เกิดจากการมัดรวมบรรดา 8 อำเภอน้อยใหญ่ในจังหวัดหนองคาย และยกสถานะขึ้นเป็นจังหวัดลำดับที่ 77 ของประเทศไทย

เวลาเอ่ยถึงจังหวัดนี้คนส่วนใหญ่คงคิดว่ามีอะไร ๆ คล้ายหนองคายไปเสียหมด ตั้งแต่วิถีชุมชน สัมพันธ์ไทย-ลาวเลาะริมโขง อาหารการกิน วัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพญานาค ไปจนถึงเกาะแก่งแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

หากปรับจูนโฟกัสให้แคบลงเข้าหาบึงกาฬสักนิด แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งหินสามวาฬ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ ป่าดงสีชมพู และถ้ำนาคา ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม ก็ฟังดูคุ้นผู้คนในปัจจุบันนี้มากขึ้นหน่อย

แต่บึงกาฬที่เรารู้จักไม่ใช่แบบนั้น

นอกเหนือจากความดีงามที่ว่ามาแล้ว บึงกาฬยังเป็นเมืองซึ่งสอดแทรกความใหม่ร่วมสมัยเข้ากับความเก่าแก่เก๋ไก๋ได้อย่างแนบเนียน เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ที่ยักย้ายกลับแดนเกิด เปิดกิจการห้างร้านเจ๋ง ๆ เลียบเคียงไปกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบึงกาฬ ชุบชีวิตให้จังหวัดกลับมาคึกคัก เคียงคู่กับวัฒนธรรมดั้งเดิมทรงคุณค่าได้อีกครั้ง

คอลัมน์ Take Me Out คราวนี้ ขอพาคุณผู้อ่านเลียบล่องท่องโขง สัมผัสบึงกาฬเก่า-บึงกาฬใหม่ ผ่าน 10 สถานที่ทั่วอาณาจักรนาคา ควบทั้งเชิงนิเวศ วัฒนธรรม และความเชื่อ ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าจังหวัดน้องเล็กรายนี้ก็มีดีไม่แพ้จังหวัดพี่ใหญ่หัวเมือง!

01 

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต

พิพิธภัณฑ์บ้านอีสานโบราณอายุ 60 ปีที่พลิกจาก Local สู่เลอค่า
เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ก้าวแรกที่ย่างกรายเข้าเขตบ้านเก่า ที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ก็หวนให้คิดถึงความทรงจำเมื่อครั้งวัยเยาว์ ผู้เฒ่าผู้แก่ และกลิ่นถ่านไม้ยามนึ่งข้าวเหนียว

ที่นี่บอกเล่าเรื่องราววิถีอีสานได้ฉมังนัก-ผมคิด

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

พิพิธภัณฑ์นี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของ ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังผู้ประสบความสำเร็จในระดับโลก เขาเปลี่ยนบ้านเก่าที่ตัวเองเติบใหญ่มาเป็นพิพิธภัณฑ์กึ่งศูนย์การเรียนรู้ประจำชุมชน ต่อยอดความดีงามทุกด้านในหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ตั้งแต่สถาปัตยกรรม อาหารการกิน วิถีชีวิต และความเชื่อเรื่องพญานาค ปรับปรุงให้อยู่ในรูปแบบที่หวือหวาน่าสนใจ สมกับคอนเซ็ปต์ ‘จาก Local สู่เลอค่า’

ห้องหับยังคงจัดวางข้าวของดั้งเดิมไว้อยู่กับที่ ราวกับใช้งานอยู่เป็นนิตย์ สะท้อนชีวิตชาวบึงกาฬขนานแท้ พื้นที่จัดสรรปันส่วนให้เป็นระเบียบน่าชมสมกับเป็นพิพิธภัณฑ์ มีบริเวณกว้างโดยรอบสำหรับทำกิจกรรมที่จะสับเปลี่ยนเวียนหมุนไปตามโอกาส แถมด้วยพญานาค 4 ตระกูลสุดป๊อป สีเขียวตัดม่วงชวนมอง มื้ออาหารท้องถิ่นเสิร์ฟแบบทันสมัย เครื่องจักสานสะท้อนวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้คือการปรับตัวที่ฟู้ดสไตลิสต์คนเก่งประสานมือกับน้องพี่ในชุมชน 

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

เขาคนนี้ทุ่มเทพลิกผืนดินบ้านเกิด เปลี่ยนกาฬเก่าสู่กาฬใหม่ได้อย่างน่ายกย่อง

เหมือนความสุขแบบบ้าน ๆ ที่ถูกอัดลงในกรอบหลุยส์หรูหรา ทว่าคุณค่าดั้งเดิมยังอุดมอยู่อย่างครบถ้วน หอมหวาน ไม่จางหาย และน่าชื่นชมยกย่อง

ที่ตั้ง : ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6229 7626

Facebook : พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จ.บึงกาฬ

02

สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่

คืนชีพชุมชนทางผ่านด้วยสตรีตอาร์พญานาคสุดจ๊าบ
สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่

หมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ไม่ใช่ทางผ่านหรือชุมชนห่างไกลอีกต่อไป

เพราะนอกจากมีพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ยังมีสตรีทอาร์ตสุดจ๊าบตามบ้านแต่ละหลัง สร้างความสนุกสนานยามขับรถผ่าน เป็นที่เพลิดเพลินเจริญตาให้แก่บรรดาผู้ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี

ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ ร่วมพลังกับคนในชุมชน นำคติความเชื่อเรื่องพญานาคมาดัดแปลงเป็นตัวการ์ตูนน่ารัก เพนต์ลงบนผนังเหย้าเรือนของพี่น้องชาวขี้เหล็กใหญ่ เพื่อสร้างบรรยากาศชุมชนให้มีชีวิตชีวา อบอวลด้วยมวลแห่งความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดการปรับตัวให้เท่าทันสังคมที่เปลี่ยนไป โดยใช้สตรีทอาร์ตเป็นเครื่องมือสร้างสุข

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่
เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ขาบใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารคำสอนที่สอดแทรกไปกับความงาม และศิลปะยังช่วยเยียวยาจิตใจ เป็นพลังบวกให้แก่ผู้พบเห็นไม่แพ้ดนตรีหรืออาหารอร่อย ๆ สักมื้อ แต่ภาพศิลปะเหล่านี้คงเป็นอาหารตาที่แม้ไม่เติมกระเพาะให้อิ่มท้อง แต่เติมเรี่ยวแรงให้อิ่มใจ

อ้อ! พลางเดินทอดน่องลัดเลาะทั่วชุมชนทักทายแม่ป้า ด้วยรอยยิ้มบ้าง เสียงหัวเราะบ้าง คำโอภาปราศรัยจากใจบ้าง ก็อย่าลืมตามหา Easter Egg ที่ซุกซ่อนอยู่ตามซอกมุมทั่วหมู่บ้านนี้ล่ะ 

ที่ตั้ง : ตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

03

ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลโซ่พิสัย

ศิลปะสุดคิวต์แต่งแต้มโรงหมอ ชุบชูจิตใจทั้งคนไข้และญาติ
ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลโซ่พิสัย

แวบแรกที่เห็น ลืมไปเลยว่านี่คือสถานพยาบาลรักษาอาการป่วย ลบภาพจำโรงพยาบาลรัฐแบบเดิม ๆ จนสิ้น เพราะเปลี่ยนสถานที่บำบัดโรคภัยที่ไม่น่าอภิรมย์ เป็นโรงพยาบาลที่อวลอบตลบไปด้วยความน่ารัก ไม่ใช่แค่จากภาพศิลปะบำบัดจรรโลงใจ แต่เริ่มจากวิสัยทัศน์ของ นายแพทย์สุรพงษ์ ลักษวุธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโซ่พิสัย

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

คุณหมอสุรพงษ์ตั้งใจเปลี่ยนโรงหมอแห่งนี้เป็นบ้านหลังอบอุ่น ไม่ว่าผู้ป่วยมากน้อยรายไหนได้เข้าเขตแดนนี้มา ล้วนต้องแข็งแรงทั้งกายและใจกลับไป ญาติพี่น้องมาเฝ้าไข้ก็ต้องมีกำลังใจดี มุมมองนี้เปิดโอกาสให้ โบ-อิสรีย์ ฉัตรดอกไม้ไพร นักเรียนจิตอาสาผู้มาฝึกงานที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต ร่วมมือกับขาบ ฟู้ดสไตลิสต์เจ้าถิ่น มาผัดแป้งแปลงโฉม แต่งแต้มสีสันเรื่องราวลงบนผืนผนังทั่วทั้งสถานพยาบาลประจำอำเภออายุ 30 ปี ให้มีชีวิตชีวา

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ภาพพญานาคเอกซเรย์ คุณหมอพญานาคกำลังผ่าตัด หรือนางพยาบาลพญานาคกำลังทำคลอด ทั้งหมดล้วนเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่โบสาดลงไปอย่างไม่ยั้งมือ รับกับโครงการของผู้อำนวยการ ที่พร้อมปรับสถานพยาบาลให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกระเบียดนิ้ว อำนวยความสะดวกสบายทั้งกายใจไม่แพ้รีสอร์ตหรือโรงแรม

ป่วยไข้ยามไหน ขอมาพักรักษาตัวที่นี้นะ-ผมรำพึงในใจพลางเดินชมงาน

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ตราบใดที่ใจแข็งแรงพร้อมสู้ ไม่ว่าโรคภัยใดก็เอาชนะได้ทั้งนั้น

ที่ตั้ง : 143 หมู่ 2 ตำบลโซ่ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 4248 5100

Facebook : โรงพยาบาลโซ่พิสัย

04

วัดพระแม่ถวายพระกุมารในวิหาร

โบสถ์คริสต์ริมโขงอายุ 200 ปี ศูนย์รวมจิตใจชาวคริสต์บุ่งคล้า
วัดพระแม่ถวายพระกุมารในวิหาร

สองข้างทางในอำเภอบุ่งคล้าเต็มไปด้วยโบสถ์คริสต์สลับกับวัดไทย ผู้คนที่นี่ต่างศาสนาแต่อยู่ร่วมกันด้วยความเคารพอย่างน่าทึ่ง

น่าประทับใจ

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ริมแม่น้ำโขง ใจกลางตัวอำเภอ คือที่ตั้งของโบสถ์คริสต์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี อาจารย์โชคดี คุณโดน เล่าตำนานว่า ที่นี่เกิดขึ้นจากนักบุญชาวคริสต์ไถ่ตัวข้าไทจากเมืองลาว แล้วข้ามฟากมาตั้งรกรากที่บ้านภูสวาท ทำให้ชาวบ้านศรัทธา พร้อมเปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนา และกระจายความเชื่อออกไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน

ประจักษ์หลักฐานคือโบสถ์ตรงหน้า ลำพังสถาปัตยกรรมอาจบอกเล่าเรื่องราวได้ไม่ชัดเจน แต่หากมาถูกช่วง ตรงกับหน้าเทศกาล จะได้สัมผัสประเพณีชาวคริสต์ โดยเฉพาะเทศกาลอีสเตอร์ ที่จะแห่กันขึ้นเขาไปทำพิธี หรือเทศกาลแห่ดาวในวันคริสต์มาสอีฟ

เลียบล่องท่องโขง 10 สถานที่เก่า-ใหม่ทั่วบึงกาฬ ที่ชวนตกหลุมรักจังหวัดน้องใหม่

ไม่ไกลกันมี ‘คักแท๊ะ แสนพันโฮมสเตย์’ ที่พร้อมนำเที่ยวชุมชนบุ่งคล้าระดับมืออาชีพ สัมผัสสินค้าโอทอปท้องถิ่น พร้อมฟังประวัติศาสตร์เล่าขานที่ไม่ได้จดจารึกไว้ที่ไหน แต่มาจากปากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน

 ที่ตั้ง : ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

05

กว้างคูณยาว

คาเฟ่ของลูกหลานบึงกาฬที่ตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์กจังหวัด

         เขาว่ากันว่า หากคนรุ่นใหม่บึงกาฬกลับมาทุ่มทุนลงมือทำกิจการสักแห่ง ต้องเป็นเพราะความรักล้วน ๆ

กว้างคูณยาว คาเฟ่ของ ธี-พิพัฒน์พงศ์ นาใจปัด ชาวบึงกาฬรุ่นใหม่คือเครื่องยืนยัน

อดีตนักเรียนเบเกอรี่จากเลอ กอร์ดอง เบลอ ผู้เริ่มต้นทำร้านกาแฟและขนมหวานที่จังหวัดชลบุรีด้วยความรัก ประสบความสำเร็จมากมายจนต้องขยายสาขา สู่หัวเรี่ยวหัวแรงสร้างสรรค์คาเฟ่แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กท้องถิ่น ให้พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ฝากท้องยามหิว และเติมคาเฟอีนเข้ากระแสเลือดยามบ่าย

ธีตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องการดันเพดาน สร้างบรรทัดฐานให้บึงกาฬ ยิ่งมีใครมาเปิดแข่งแล้วดีกว่า เจ้าตัวกลับยิ่งดีใจเสียด้วยซ้ำ เพราะเป็นการช่วยกันกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวเมืองบ้านเกิดให้คึกคักได้ 

ความเด็ดดวงของกว้างคูณยาว นอกจากใช้เมล็ดกาแฟจากโรงคั่วเฉพาะที่ดอยช้าง ซึ่งธีซื้อไว้เพราะหลงใหลกาแฟและใส่ใจวัตถุดิบ ขนมนมเนยทุกชิ้นในร้านก็ล้วนมาจากสูตรลับเฉพาะของธีที่พัฒนาต่อยอดจากสมัยเรียน 

(อร่อยอย่าบอกใครเชียวแหละ)

หลังจากได้สัมผัสกว้างคูณยาวและสนทนากับธี เราคิดทันทีว่าความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของกำไรอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของความสุขที่ได้ทำอะไรเพื่อถิ่นเกิดเมืองนอน พร้อมส่งต่อความสุขนั้นผ่านเมนูอาหารที่ทำขึ้นอย่างตั้งใจ

ยุคของบึงกาฬฉบับใหม่น่ารักอุ่นใจไม่แพ้บึงกาฬเวอร์ชันเก่า ๆ เลย

ที่ตั้ง : 220 หมู่ 2 ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 07.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 06 2495 3366

Facebook : กว้างคูณยาว คาเฟ่

06

กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ (ผ้าขาวม้าดารานาคี)

ผ้าขาวม้าหมักโคลนแม่น้ำโขง ฝีมือแม่ป้าชุมชนบ้านสะง้อ

ดารานาคี ขึ้นชื่อลือชาว่าเด่นดังเรื่องผ้าขาวม้าหมักโคลนย้อมสีธรรมชาติ ช่างงามเฉพาะตัว

มาบึงกาฬคราวนี้ หากไม่แวะมาสัมผัสวิถีการทำผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิมฉบับชุมชนบ้านสะง้อ แห่งตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ คงน่าเสียดายแย่

แยม-สุพัตรา แสงกอมี ทายาทรุ่นสองผู้เชื่อมสัมพันธ์ชุมชนผ่านแบรนด์ดารานาคี หยิบเอาคำว่า ‘ดารา’ ซึ่งแปลว่าดวงดาว จงใจเปรียบเทียบถึงผ้าขาวม้าที่ลูกอีสานมักพกติดตัวไปที่ไหน ๆ เสมือนดวงดาวที่มองจากที่ใดก็เห็นเด่นชัด รวมกับคำว่า ‘นาคี’ หมายถึงพญานาคศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อร่วมกันของชุมชนริมโขง

ได้ภูมิปัญญาจากรุ่นหนึ่ง แม่สมพร แสงกองมี ประกอบกับแหล่งโคลนเก่าแก่ประจำชุมชน หมักผ้าขาวม้าจนนุ่มนิ่มน่าสัมผัส ย้อมสีธรรมชาติจากวัตถุดิบใกล้ตัว ดอกไม้ ใบไม้ เปลือกไม้ ได้ออกมาเป็นเส้นใยคุณภาพดี นำมาถักทอด้วยเทคนิคเฉพาะ เป็นลวดลายทันสมัย 12 รูปแบบ ตั้งแต่ลายเก๋ไก๋ไปจนถึงลายสองฝั่งโขง สวยทนครบจบในผืนเดียว

ปัจจุบันดารานาคีขยับขยายสู่วงกว้าง ต่อยอดผ้าขาวม้าเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบโก้ น้อยแต่มากที่แท้จริง กระจายรายได้ กระจายรอยยิ้มสู่ชุมชนอย่างถ้วนทั่ว ปรับวิถีบึงกาฬเก่าสู่วงการบึงกาฬใหม่ได้อย่างเฉียบคมแยบคาย

เมื่อใดที่ฤดูฝนสิ้นสุดลง ต้นฝ้ายต่างพร้อมใจผลิดอกออกฝัก ส่งความรักจากผืนดินสู่แม่ป้ามากประสบการณ์ เมื่อนั้น สายใยแห่งการถักทอแปรรูปฝ้ายธรรมชาติเป็นผ้าขาวม้าดารานาคีจึงเริ่มต้นขึ้น

ที่ตั้ง :  ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 08 3357 3456

Facebook : ดารานาคี

07

Roo-Seuk-Dee cafe&studio

ร้านถ่ายรูปที่ผันตัวเป็นคาเฟ่ แหล่งพลังงานบวกใจกลางบึงกาฬ

         Roo-Seuk-Dee cafe&studio คาเฟ่ขนาด 1 คูหาที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยอีก 1 คูหาติดกันกับร้านถ่ายภาพ เป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว ขลุ่ย-ศิวรักษ์ ปิยจิตรไพรัช ลูกหลานบึงกาฬ

ขลุ่ยเดินทางบนถนนสายวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาได้ไม่นานก็กลับมารับไม้ต่อ แต่วงการถ่ายภาพถูก Disrupt อย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขลุ่ยตัดสินใจแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งเปิดบาร์กาแฟขนาดกะทัดรัด แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางหารายได้ แต่เพราะหลงใหลได้ปลื้ม ขายไปขายมาจนรู้สึกดีเข้าอย่างจัง จึงพัฒนาเป็น Roo-Seuk-Dee cafe&studio คาเฟ่ใจกลางเมืองบึงกาฬ

ขลุ่ยเล่าว่า เขาไม่หยุดพัฒนาร้าน ตั้งใจออกเมนูใหม่ ๆ รายเดือนมาเอาใจลูกค้าเสมอ พิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการเลือกวัตถุดิบ หยิบเอาของดีประจำฤดูกาลมาทำเครื่องดื่มแก้วโปรด อย่างเดือนนี้ ขลุ่ยเสิร์ฟ Bitter Mint อเมริกาโน่สีเข้มผสมความเปรี้ยวหอมจากเปปเปอร์มินต์ไซรัป คมเข้ม เย็นลึก ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่ว่าโลกจะหมุนไปอย่างไร สำหรับขลุ่ย การพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่มีให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนการเติมถ่านใส่กองไฟ ที่ต้องหมั่นเติมอย่าให้วอด รู้จังหวะ กะเวลา จะได้ลุกโชนไม่ขาดช่วง

นั่งจิบกาแฟพลางชมรถราสัญจรไปมา ความจอแจของเมืองบึงกาฬ รอยยิ้มเปื้อนหน้าลุงป้าที่ขับยวดยานผ่านหน้าเรา คันแล้วคันเล่า 

“รู้สึกดีจริง ๆ”

ที่ตั้ง : 312 หมู่ 1 ถนนบึงกาฬ-พังโคน (ทางหลวงหมายเลข 222) ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : จันทร์-ศุกร์ 08.00 – 18.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7708 1480

Facebook : Roo-Seuk-Dee cafe&studio

08

ฮกฟาร์มสเตย์

ฟาร์มของสาวไอทีที่กลับบ้านเกิดมาเป็นเกษตรกร

“ทำไมคนรุ่นก่อนอยู่กันได้โดยไม่ใช้เงิน”

การกลับมาอยู่บ้านใกล้ชิดพ่อแม่ เป็นเหตุผลไม่กี่ข้อที่มีน้ำหนักมากพอจะทำให้ มณ-สุมณฑา สาขาคำ อดีตพนักงานไอทีผู้มีคำถามนี้คาใจ ยูเทิร์นกลับมาสู่แดนดินถิ่นเกิด ลาออกจากงานประจำผันตัวเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่แบบฟูลไทม์

สวนรกชัฏราวกับไม่ได้ตั้งใจปลูก พืชพันธุ์นานาชนิดกระจายตัวอย่างไร้ระเบียบอยู่ทั่วบริเวณ ‘ฮก ฟาร์มสเตย์’ อำเภอเซกา คือเสน่ห์ของฟาร์มชาวบ้านแห่งนี้ มณปล่อยให้ผลหมากรากไม้เติบโตและอยู่ร่วมกันตามธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ปลอดสารเคมี ใครมาเยี่ยมเยือนเดินเด็ดยอดผัก ผลไม้ ได้ตามอิสระไร้กังวล (ระวังก็เพียงหนอนเท่านั้น)

มณเปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับใครที่อยากสัมผัสวิถีเกษตรกรชาวบ้าน มีห้องหับสำหรับอำนวยความสะดวกหากใครต้องการพักค้างอ้างแรม ถ้าอยากเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง มณก็พร้อมบริการจัดหา

ต้นไม้ที่ค่อย ๆ เติบโตอย่างธรรมชาติก็เหมือนกับความสุขที่ค่อย ๆ เบ่งบานในใจของมณ แผ่ดอกออกผลจนเหลือกินเหลือใช้ พร้อมแจกจ่ายให้คนรอบตัว ไม่ต้องไปวิ่งไขว่คว้าให้รู้สึกสุขครึ่งทุกข์ครึ่ง เพราะจริง ๆ แล้ว เราเลือกความสุขเองได้ และตอบคำถามตั้งต้นได้ด้วยตัวเอง

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 2 หนองทุ่ม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38150 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08 7343 5041

Facebook : H OK Farm Stay

09

เกลือบ่อหัวแฮด

บ่อเกลือสินเธาว์อายุ 200 ปีที่ดังไกลระดับโลก

“บึงกาฬมีเกลือสินเธาว์คุณภาพเยี่ยมที่เชฟทั้งไทยเทศต่างยอมรับ”

ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อ จนกระทั่งได้มาสัมผัสบ่อเกลือหัวแฮด แหล่งเกลือสินเธาว์ริมแม่น้ำสงคราม เขตรอยต่อบึงกาฬ-สกลนคร ขอชิมลิ้มรสกับลิ้นตัวเอง รสชาติแปลกแตกต่างจนต้องซูฮกให้!

ฤทธิ์-สมฤทธิ์ เจริญชัย ประธานกลุ่มบ่อเกลือหัวแฮดเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีโรงต้มเกลือนับร้อย แต่ราคาเกลือสวนทางกับความโลกาภิวัตน์ของโลก ขยับช้าราวกับทากวิ่งตามกระต่าย กิจการตามฤดูกาลอย่างอาชีพต้มเกลือจึงค่อย ๆ บางตาจนน่าใจหาย แม้ไม่วิกฤตถึงขั้นต้องปิดตัวลงทุกราย แต่รายได้ไม่มากพอจะทำให้อยู่ได้ในโลกปัจจุบัน

โรงต้มบ่อเกลือหัวแฮดแต่ละเจ้ายังคงทำงานสเกลเล็กระดับครอบครัว หลังจากดูดขึ้นจากลำน้ำสงคราม พักไว้ คนหนึ่งต้มจนได้ผลึกเม็ดละเอียด คนหนึ่งขมีขมันกรอกลงถุง ช่วยกันขันแข็ง แลกมาด้วยความรักและเอาใจใส่ล้วน ๆ เราเร่งผลิตสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติไม่ได้ ในเมื่อธรรมชาติให้คุณแก่เรา ก็ไม่ควรนำระบบอุตสาหกรรมมาเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมแต่โบราณ ฤทธิ์ยืนยันว่าแนวทางของบ่อเกลือหัวแฮดคือพัฒนาขยับขยายตามกำลัง ขับเคลื่อนด้วยความสุขและความหวัง

พลังงานความสุขที่แผ่ถึงผลึกเกลือ สร้างรสกลมกล่อมราวปาฏิหาริย์ที่ผีปู่ผีย่าดลบันดาล ให้รสชาติเกลือดังไกลไปต่างแดน ความพิเศษนี้ไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่งจากโลกอุตสาหกรรม แต่เป็นไปด้วยความใส่ใจของคนต้มเกลือ

ที่ตั้ง : ตำบลท่าสะอาด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ 38220 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน 

โทรศัพท์ : 09 8180 7342

10

เซาโฮมสเตย์ เฮือนไทญ้อ

เฮือนไม้โบราณที่ชวนนอนดื่มด่ำวิถีชาวไทญ้อริมโขง

ข้าวเหนียวพูนกระติ๊บพร้อมจกปั้น เมนูอาหารจากปลาน้ำโขงตัวเขื่อง ผักสวนครัวปลอดเคมีสดใหม่ จัดวางอย่างพิถีพิถันบนขันโตก มีเสียงน้ำโขงและทัศนียภาพฟากลาวเป็นเครื่องชูรส-แค่คิดน่ะครับ มันยังไม่เกิดขึ้นหรอกถ้ายังไม่ได้ไปเยือนเซาโฮมสเตย์ เฮือนไทญ้อ

เฮือน แปลว่าบ้าน ไทญ้อ คือชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพข้ามฟากมาไทย แต่เฮือนไทญ้อแห่งนี้ คือบ้านโบราณที่ พ่อจุล ดอนโสม และ แม่บุญล้ำ ดอนโสม พยายามคงลักษณะทางสถาปัตยกรรมเฉพาะกลุ่มไทยญ้อเอาไว้อย่างครบถ้วน เปิดเป็นโฮมสเตย์ให้แขกได้มาสเตย์โฮมอย่างอบอุ่น นอนสัมผัสวิถีชีวิตไทญ้อ ชุมชนบึงกาฬดั้งเดิมได้เต็มตื่น

ห้องหับกว้างขวาง ลมโกรกโปร่งโล่งเย็นสบาย มีเก้าอี้ระนาดพร้อมให้เอนกาย

นอกจากเรือนไม้สองชั้น อาคารหลักของบริเวณ ยังมียุ้งข้าวโบราณที่ถูกซื้อยกมาทั้งหลัง ทรง ‘ช้างโย้ขี้’ อธิบายลักษณาการลาดเอียงของเสาและอาคารได้เห็นภาพแจ่มแจ้ง อนาคตหมายมาดไว้ให้เป็นนิทรรศการไซส์มินิสำหรับแสดงผลงานศิลปะ

ที่นี่อบอุ่น เป็นกันเอง เราสัมผัสข้อนี้ได้ชัดเจนจนรู้ซึ้ง ไม่ว่าจะทุนต่ำสูงมากน้อยแค่ไหน แต่หากสร้างขึ้นด้วยความสุข และมอบให้ด้วยความสุข ผู้รับก็ยิ่งสุขทวีขึ้นไป ส่งเสน่ห์อันหอมหวานของบึงกาฬฉบับเก่าเข้าเต็มจมูก

ที่ตั้ง : ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ 38000 (แผนที่)

วัน-เวลา : ทุกวัน

โทรศัพท์ : 08 2363 331 8

Facebook : บ้านพักเฮือนไทญ้อ

Writer

กฤษฎา ผลไชย

ศิลปินอิสระ กับงานสารพัดรับจ้าง แรงงานที่รับงานไม่จำเจ มีอิสระทางความคิด และใช้จินตนาการได้ตามใจ

Photographer

ศรัทธา ลาภวัฒนเจริญ

ได้รับรางวัลแว่นแก้ว งานเขียนประเภทสารคดีเยาวชน พ.ศ. 2547 ชนะเลิศประกวดภาพถ่ายบึงกาฬผ่านเลนส์ ทำสำนักพิมพ์เล็กๆ พร้อมกับทำเพจ Buengkan day และเปิดร้านกาแฟบึงกาฬพาสปอร์ต

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

วันเด็กไม่จำเป็นจะต้องเป็นของเด็กๆ เพียงกลุ่มเดียว ในเมื่อกรุงเทพฯ มีสถานที่ให้คนมามีความสุขได้ร่วมกันทุกวัย จะชอบใช้ความคิดสร้างสรรค์ ชอบศึกษา หรือชอบผจญภัย ก็มีให้เลือกทั้งนั้น มาสร้างความทรงจำดีๆ ของครอบครัวในสารพัด hidden place ทั่วมหานครกันดีกว่า

 

พบสัตว์แปลกที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา

หลายครอบครัวคงเคยพากันไปสวนสัตว์มาแล้ว เราเลยอยากเสนอการไปดู ‘สัตว์’ นอกสวนบ้าง นั่นคือที่พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ที่รวบรวมสัตว์สตัฟฟ์หลากชนิด รวมถึงโครงกระดูกและอวัยวะบางส่วน สัตว์ที่จัดแสดงมีทั้งที่ขนาดใหญ่เท่าตัวคน ไปจนถึงขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ แต่ละชนิดมีหลากหลายพันธุ์วางเรียงรายจนแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องรู้สึกว่าตัวเล็กเมื่อได้ชม

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างจากสวนสัตว์ตรงที่เราจะได้เห็นสัตว์ที่ไม่มีโอกาสเห็นตอนมันมีชีวิตอยู่ เช่นสัตว์สูญพันธุ์หรือสัตว์หายากบางชนิด อย่างตุ่นปากเป็ด ตะพาบม่านลาย และแมลงหน้าตาน่าพิศวงอีกมาก ที่จะทำให้เด็กๆ ตื่นตาตื่นใจ และผู้ใหญ่ร้องว้าวไปพร้อมกัน

ที่อยู่: 254 ตึกชีววิทยา 1 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์)
ติดต่อ: 02 218 5266

 

ย้อนเวลาหาอดีตที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ไทม์แมชชีนไม่จำเป็นอีกต่อไป เมื่อเรามีพิพิธภัณฑ์ที่พร้อมจะพาเรามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ไทย หลังจากปรับปรุงใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้สนุกกว่าเดิม ตอนนี้นิทรรศการประจำที่เปิดให้เข้าชมมี 4 ห้องหลักๆ คือ เครื่องดนตรี เครื่องแต่งกาย โลหะ และอาวุธ นอกจากนั้นก็มีตึกของพระปิ่นเกล้า และนิทรรศการหมุนเวียนที่พาเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกับอินเดียในอดีตด้วยนะ

ถึงแม้จะดูเหมือนที่เที่ยวสำหรับผู้ใหญ่ แต่หลังจากปรับปรุงใหม่ ทางพิพิธภัณฑ์ก็พยายามใช้ลูกเล่นต่างๆ เข้ามาประกอบนิทรรศการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโมเดลกองทัพจิ๋วที่จัดแสดงให้เห็นกระบวนทัพสมัยก่อน หรือตำราพิชัยสงครามที่สแกนไว้ให้ไล่เปิดดูได้เต็มที่ ถ้าเด็กคนไหนชอบฟังเรื่องเล่าหรือตำนานไทย จะต้องถูกใจกับนิทรรศการเปิดใหม่เหล่านี้แน่นอน

ที่อยู่: ซอยหน้าพระธาตุ 4 แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)
ติดต่อ: 02 224 1333

 

อ่านหนังสือที่ห้องสมุดเด็กดรุณบรรณาลัย

จากบ้านไม้โบราณสมัยรัชกาลที่ 6 กลายเป็นห้องสมุดเด็กปฐมวัยแห่งแรกของไทย ‘ดรุณบรรณาลัย’ แปลว่าสถานที่อ่านหนังสือของเด็ก ภายในบรรจุหนังสือภาพจำนวนหลายพันเล่ม เด็กๆ จะหยิบไปอ่านที่มุมไหนก็ได้ ทั้งในและนอกอาคาร นอกจากนั้นยังมีมุมสำหรับทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับหนังสือหรือเรื่องราวในหนังสือ หรือต่อให้เด็กคนไหนยังไม่ปลื้มกับทั้งหมดนี้ ก็ต้องยอมใจอ่อนให้บันไดสายรุ้งในท้ายที่สุดเป็นแน่

สำหรับวันเด็กปีนี้ ในช่วงบ่ายทางห้องสมุดจะมีกิจกรรม ‘หนูน้อยไดโน ตะลุยโลกล้านปี’ ให้เข้าไปร่วมแจมได้ แต่อย่าลืมไปลงทะเบียนก่อนนะ

ที่อยู่: บ้านเลขที่ 1 ซอยเจริญกรุง 34 ซอยวัดม่วงแค ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น.
ติดต่อ: 02-630-5953 หรือดูรายละเอียดกิจกรรมพิเศษได้ที่
www.darunbannalai.in.th
www.facebook.com/darunbannalai

 

หัดขี่ม้าที่ Rodeo Horse Riding

คนกรุงไม่ต้องไปไกลถึงชายหาดหัวหินแล้ว เพราะที่ Rodeo Horse Riding ในเขตสายไหม จัดพื้นที่ให้สำหรับฝึกหัดขี่ม้าแบบครบวงจร โดยมีสอนทั้งสไตล์อังกฤษและสไตล์คาวบอยอย่างผู้รู้จริง ไม่ต้องมีความรู้อะไรใดๆ มาก่อนเลยก็เรียนได้ โดยจะเลือกทดลองเรียนแบบครึ่งชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมงก็แล้วแต่สะดวก และถ้าใครติดใจ ก็ซื้อคอร์สรายเดือนหรือรายปีต่อได้เลย นอกจากนั้น ยังมีบริการพาขี่ม้าชมธรรมชาติ (ต่างจังหวัด) และบริการให้เช่าม้าเพื่อใช้นอกสถานที่ด้วยนะ

จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็คงมีความฝันอยากลองขี่ม้าเท่ๆ ดูสักครั้งในชีวิต นี่คือโอกาสที่จะได้ทำตามความฝันนั้นพร้อมกันทั้งครอบครัว

ที่อยู่: 42/36 อาคารโรดิโอ ถนนจตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 08.00 – 18.00 น. (ต้องโทรจองรอบล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง)
ติดต่อ: 081-441-8644 หรือ www.facebook.com/rodeohorseriding

 

ฝึกเป็นนักผจญภัยที่ Club 11 กองพัน 11 รอ. 1

สำหรับครอบครัวที่ชอบความผาดโผนมากกว่าการขี่ม้า ก็มาเล่นสนุกกันเป็นหมู่คณะได้ที่สนามยุทธกีฬา ร.11 พัน 1 รอ. หรือ ‘Club 11’ ภายในกรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ของทหาร แต่กิจกรรมต่างๆ ก็เปิดให้คนนอกเข้ามาลองเล่นได้เต็มที่ ตั้งแต่เพนต์บอล บีบีกัน เรือคายัค รถ ATV จักรยานเสือภูเขา สรุปคือมีแทบทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวว่าอยากสนุกกันแบบไหน แอบเตือนก่อนว่าไม่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แต่ถ้าโตพอกำลังปีนป่าย งานนี้สนุกแน่นอน

ที่อยู่: กรมทหารราบที่ 11 ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 19.00 น.
ติดต่อ: 02-972-8857 และ 081-491-1989 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook | Club11bbgun สำหรับเพนต์บอล และบีบีกัน กับ Facebook | CLUB11BIKECLUB สำหรับรถ ATV และจักรยานเสือภูเขา

 

เรียนรู้โลกกว้างที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์

หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์บ้าง เราขอเสนอนิทรรศการเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้ ที่จัตุรัสวิทยาศาสตร์ นิทรรศการที่ซ่อนตัวเงียบๆ อยู่บนชั้น 4 ของจัตุรัสจามจุรี (จามจุรีสแควร์) เต็มไปด้วยสีสันและลูกเล่นให้เด็กๆ ได้หยิบจับ ทดลองทำด้วยมือของตัวเอง เพื่อให้เข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น

จุดขายของจัตุรัสวิทยาศาสตร์คือ ‘ห้องทดลองวิทยาศาสตร์’ ที่จะเปลี่ยนหัวข้อการทดลองไปทุกวัน วันละ 3 รอบ โดยในวันเด็กจะเป็นการทดลองภายใต้หัวข้อ ‘นักวิทย์น้อยตามรอยพระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย’ ถ้าอยากรู้ว่าเขาทดลองอะไรกัน ก็ต้องแวะเข้าไปดู รับรองว่ายิ่งไปกันทั้งครอบครัวยิ่งสนุก

ที่อยู่: จัตุรัสจามจุรี ถ.พระรามที่ 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 02 160 5356 หรือที่ Facebook | NSMScienceSquare

 

กินข้าวดูหงส์ที่ The Garden of Dinsor Palace

หากพาลูกไปเที่ยวแถวสุขุมวิท แล้วอยากหาที่พักกินข้าวเที่ยงระหว่างวัน เราขอแนะนำให้ลองแวะไปที่ร้าน The Garden of Dinsor Palace พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นวังดินสอ วังเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และนำมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร โดยมีที่นั่งให้เลือกทั้ง indoor และ outdoor รวมถึงอาหารก็มีทั้งอเมริกันและอิตาเลียน เหมาะสำหรับเด็กน้อย ให้เลือกได้ตามใจชอบ

ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังรื่นรมย์กับบรรยากาศสีเขียวชอุ่มและอาหารอร่อยๆ ก็ไม่ต้องกลัวเด็กน้อยจะเบื่อ เพราะพื้นที่ภายในร้านอาหารเหมาะกับการวิ่งเล่น ด้วยการจัดทางเดิน โต๊ะเก้าอี้ โซนต่างๆ ให้หลากหลายน่าสนใจ และที่สำคัญคือมีหงส์ขาวว่ายวนเวียนอยู่ในบ่อน้ำกลางลาน คอยเป็นเพื่อนไม่ให้น้องเหงาด้วย

ที่อยู่: ระหว่างซอยสุขุมวิท 59 และ 61 (ตรงกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยกับทองหล่อ) กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ:  08.00 – 23.00 น.
ติดต่อ: 02-714-2112 หรือที่ thegardenspalace.com (ถ้าจะให้ดี เราแนะนำให้จองก่อน)

 

เติมเต็มความฝันที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ

หากพูดถึงกิจกรรมวันเด็ก คงพลาดที่แห่งนี้ไปไม่ได้ ไม่ว่าจะโตขึ้นมากแค่ไหน เมื่อมาเดินดูเครื่องบินลำใหญ่น้อยที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ความฝันในวัยเด็กที่อยากเหาะเหินในน่านฟ้าก็ย้อนกลับมาเสมอ ทั้งเครื่องบินยุคแรกที่ปีกเป็น 2 ชั้น เครื่องบินรบในช่วงสงครามโลกที่มีจุดสีแดง-ขาว-น้ำเงินตรงปีกและลำตัว รวมถึงชุดเครื่องแบบนักบิน ที่เวลาไปยืนดูหน้าตู้ก็จะรู้สึกหัวใจเต้นแรงทุกครั้ง

แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่อกลับมาอีกครั้งตอนโต ก็อาจพบว่าเบื้องหลังของเครื่องบินลำโก้กับเครื่องแบบเก๋ไก๋ มีอะไรมากกว่าที่เคยวาดฝันถึง โดยเฉพาะที่มาที่ไปของเครื่องบินแต่ละลำ เป็นสถานที่ที่ทำให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจ ส่วนผู้ใหญ่ได้ความรู้ไปพร้อมกัน

ที่อยู่: 171 พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
เวลาทำการ: 07.00 – 16.00 น. *เปิดเช้าเป็นพิเศษสำหรับวันเด็ก*
ติดต่อ: 0 2534 1854, 0 2534 1764

 

สัมผัสความเย็นของต้นไม้ที่ Little Tree Garden

ครอบครัวที่ชอบปลูกต้นไม้ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รับรองว่าจะต้องรักที่แห่งนี้ เพราะ Little Tree เป็นร้านกาแฟที่สร้างโดยนักจัดสวน ภายในจึงไม่ได้มีแค่บริการของกิน แต่ยังมีโรงเรียนสอนศิลปะ และร้านขายอุปกรณ์จัดสวนอีกด้วย พ่อแม่สามารถพาลูกๆ เดินเลือกมุมที่อยากนั่งเล่น เลือกขนมหวานที่อยากกิน หรือจะเลือกของกระจุกกระจิกกลับไปตกแต่งบ้านและสวนก็ได้ แถมในวันที่ 21 มกราคมนี้ยังมีตลาด Little Tree Market ที่คุณพ่อคุณแม่จะได้ช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศเขียวชอุ่มด้วยอีกต่างหาก

ที่อยู่: ซอยเทศบาล 13 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น.
ติดต่อ: 081-824-4119 และที่ littletreegarden.com และ Facebook | Littletreegarden

 

ปลดปล่อยจินตนาการที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

หากครอบครัวไหนชอบเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เราขอแนะนำสถานที่เงียบๆ เย็นสบายด้วยสายน้ำและสายลม แต่อบอุ่นด้วยความเป็นกันเองของผู้คน นั่นคือที่บ้านศิลปิน คลองบางหลวง หากจอดรถที่วัดคูหาสวรรค์แล้วเดินไปริมน้ำ จะมีทางสั้นๆ ด้านซ้ายเป็นคลองบางหลวง ด้านขวามีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และแม้แต่ที่อยู่อาศัย เมื่อเดินไปสุดทางจะพบบ้านไม้ขนาดสองชั้น แขวนป้าย ‘บ้านศิลปิน’ อยู่ด้านหน้า มีชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะ และชั้นล่างประกอบไปด้วยหลายส่วน ทั้งลานสำหรับแสดงหุ่นละครเล็ก มุมเพนต์สีหน้ากาก ร้านกาแฟ รวมถึงมีชานริมน้ำไว้ให้นั่งเล่น

กิจกรรมที่หลากหลายในพื้นที่ขนาดเล็กช่วยให้ลูกๆ หลานๆ สนุกได้อย่างไม่ต้องกลัวเบื่อ ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองจะร่วมสนุกกับลูก หรือจะเอนหลังคอยดูอยู่ห่างๆ หรือจะผลัดกันไปเดินดูสินค้าน่ารักกุ๊กกิ๊กที่วางขายก็ได้เช่นกัน

ที่อยู่: 315 วัดทองศาลางาม ซอยเพชรเกษม 28 ถนนเพชรเกษม แขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 09.00 – 18.00 น. (มีแสดงหุ่นละครเล็กตอน 14.00 น.)
ติดต่อ: 02-868-5279

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load